วัน: 5 พฤศจิกายน 2025

วิเคราะห์! แอสตัน วิลล่า พบ มัคคาบี้เทลอาวีฟ ไร้แฟนบอลเยือน

เมื่อมัคคาบี้เทลอาวีฟจับสลากมาพบกับแอสตัน วิลล่า ในยูโรปาลีก การแข่งขันครั้งนี้ก็โดดเด่นขึ้นมาทันที

โอกาสที่ทีมจากอิสราเอลจะเดินทางไปเล่นกับสโมสรที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่นั้นก่อให้เกิดความกังวลจากผู้ที่รับผิดชอบในการดูแลให้การแข่งขันผ่านไปได้อย่างปลอดภัย

หกสัปดาห์ที่แล้ว มีโอกาสที่เกมนี้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ โดยมีการเรียกร้องให้ถอดทีมอิสราเอลออกจากการแข่งขันระดับนานาชาติเนื่องจาก สงครามอิสราเอล-กาซา

แต่เมื่อมีการตกลงหยุดยิงกันเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นที่ชัดเจนว่ามัคคาบี้ ซึ่งเป็นสโมสรอิสราเอลเพียงแห่งเดียวที่เข้าถึงรอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันในยุโรปฤดูกาลนี้ จะยังคงอยู่ในยูโรปาลีกต่อไป และเดินทางไปเบอร์มิงแฮม

การแข่งขันครั้งนี้แทบไม่เคยหลุดจากข่าวเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแฟนบอลทีมเยือนถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วม

ดังนั้นเกิดอะไรขึ้นก่อนเกมวันพฤหัสบดีนี้

ทำไมถึงไม่มีแฟนบอลทีมเยือน?

ก่อนการแข่งขันฟุตบอลทุกนัด กลุ่มที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย (SAG) ในพื้นที่ จะประเมินความจำเป็นในการมีตำรวจ รวมถึงข้อจำกัดใดๆ ที่อาจจำเป็น รวมถึงความจุทั้งหมด หรือจำนวนผู้สนับสนุนทีมเยือน

สำหรับการแข่งขันในวันพฤหัสบดีนี้ SAG ต้องคำนึงถึงข้อพิจารณาหลายประการ รวมถึงการประเมินจากตำรวจเวสต์มิดแลนด์ซึ่งจัดประเภทการแข่งขันนี้ว่ามีความเสี่ยงสูง ส่งผลให้แฟนบอลมัคคาบี้ถูกห้ามไม่ให้เข้าชมเกม

ตำรวจกล่าวว่าการตัดสินใจดังกล่าว “อิงตามข่าวกรองล่าสุดและเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ รวมถึงการปะทะกันอย่างรุนแรงและอาชญากรรมจากความเกลียดชังที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันยูฟ่ายูโรปาลีกปี 2024 ระหว่างอาแจ็กซ์และมัคคาบี้เทลอาวีฟในอัมสเตอร์ดัม”

การแบนผู้สนับสนุนเป็นเรื่องที่ขัดแย้งทางการเมือง และกระตุ้นให้เกิด การวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วทุกสารทิศ รวมถึงจากนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ขณะที่เสียงเรียกร้องให้กลับการตัดสินใจดังขึ้น มัคคาบี้ประกาศว่าพวกเขาจะ ปฏิเสธข้อเสนอใดๆ สำหรับตั๋ว เนื่องจาก “บรรยากาศที่เป็นพิษได้ถูกสร้างขึ้นซึ่งทำให้ความปลอดภัยของแฟนๆ ที่ต้องการเข้าร่วมเป็นที่น่าสงสัยอย่างมาก”

จะมีตำรวจปฏิบัติหน้าที่กี่นาย?

ตำรวจมากกว่า 700 นายจะถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ขี่ม้า สุนัข หน่วยโดรนของกองกำลัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จะมีเขตห้ามบินรอบสนาม

รอน วินช์ รองศาสตราจารย์ด้านการตำรวจแห่งมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมซิตี้ และอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง กล่าวกับบีบีซีเรดิโอ WM ว่า “ดูเหมือนว่าเป็นการปฏิบัติการของตำรวจจำนวนมากที่มีทรัพยากรค่อนข้างมาก รวมถึงหน่วยม้า โดรน เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่จะอยู่ในเกมอยู่แล้ว”

เขากล่าวเสริมว่า “เป็นการตอบสนองที่สมเหตุสมผลและได้สัดส่วนต่อภัยคุกคามและความเสี่ยงที่การแข่งขันเผชิญอยู่”

นอกจากนี้ West Midlands Railways ได้ประกาศเพิ่มกำลังตำรวจระหว่างสถานีรถไฟ Aston และ Witton

แฟนๆ คิดอย่างไร?

ตั๋วหลายพันใบสำหรับการแข่งขันยังขายไม่ออกในเช้าวันพุธ และอัฒจันทร์ทีมเยือนจะถูกปิดมากกว่าที่จะเต็มไปด้วยแฟนบอลเจ้าบ้าน

วิลล่าประกาศนโยบายการจำหน่ายตั๋วสำหรับการแข่งขันเมื่อเดือนที่แล้ว โดยยืนยันว่าเฉพาะแฟนๆ ที่มีประวัติการซื้อก่อนฤดูกาลนี้เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงตั๋วได้

แต่ความเป็นไปได้ของการประท้วงดูเหมือนจะทำให้หลายคนท้อแท้

วิลล่าแฟนชื่อไซมอนบอกกับบีบีซีสปอร์ตว่า “ฉันไม่รู้สึกว่าฉันจะไม่ปลอดภัยในการไปดูเกม แต่ฉันเข้าใจว่าจะมีหลายคนที่รู้สึกแบบนั้น ฉันกังวลว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น”

ดานีแฟนบอลอีกคนกล่าวเสริมว่า “ฉันไม่ได้เข้าร่วมเกมในครั้งนี้ ฉันเดินทางไปดูเกมคนเดียวในฐานะผู้หญิงคนเดียว และฉันรู้สึกว่าเปราะบางเกินไปสำหรับการแข่งขันครั้งนี้”

จะมีการประท้วงหรือไม่?

ผู้บัญชาการตำรวจเบอร์มิงแฮม Ch Supt Tom Joyce กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า: “เรารู้ว่าการประท้วงโดยกลุ่มต่างๆ จะเกิดขึ้นในวันนั้น และเรามีแผนการที่สมดุลระหว่างสิทธิในการประท้วงกับหน้าที่ของเราในการปกป้องทุกชุมชนในเบอร์มิงแฮม”

ตามที่ สำรวจสำมะโนประชากรปี 2021, external พื้นที่แอสตันพาร์ค รอบวิลล่าพาร์คเป็นชาวมุสลิม 70.2%

การประท้วงที่วางแผนไว้ที่สนามกีฬา รวมถึงการประท้วงโดยกลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์ ซึ่งต้องการให้ยกเลิกการแข่งขัน Palestine Solidarity Campaign, Stop the War Coalition, Muslim Association of Britain, Friends of Al-Aqsa, Kashmir solidarity campaign และ Palestinian Forum in Britain ได้ร่วมกันจัดการประท้วง

อาจมีการประท้วงตอบโต้เพื่อสนับสนุนอิสราเอลด้วย

มีการจับกุมจำนวนมากในการประท้วงเพื่อสนับสนุน Palestine Action ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์ของอังกฤษซึ่งถูกห้ามภายใต้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายปี 2000 ในเดือนกรกฎาคม 2025

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่การประท้วงอาจเกิดขึ้นในสนามด้วย

เมื่อวันพุธ ตำรวจเวสต์มิดแลนด์เขียนบนโซเชียลมีเดียว่าสำหรับ “ผู้สนับสนุนที่เข้าร่วมการแข่งขันในคืนวันพฤหัสบดี จะมีการตรวจสอบตั๋วหลายครั้งเมื่อเข้าใกล้สนามกีฬา”

จะปลอดภัยสำหรับแฟนๆ หรือไม่?

ตำรวจได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มศาสนาและชุมชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อกังวลของพวกเขา และเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการดูแลการแข่งขันฟุตบอลและการเดินขบวนที่มีชื่อเสียงจะปฏิบัติหน้าที่

ความตั้งใจคือมาตรการที่บังคับใช้จะทำให้มั่นใจได้ว่าเกมจะดำเนินไปได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ สำหรับผู้สนับสนุน

Ch Supt Joyce กล่าวว่า “เป้าหมายของเราตลอดการวางแผนสำหรับการแข่งขันครั้งนี้คือการทำให้แน่ใจว่าผู้คนสามารถเพลิดเพลินกับการแข่งขันฟุตบอลในขณะที่เรายังคงรักษาความปลอดภัยให้กับทุกคนในเบอร์มิงแฮมต่อไป”

วิลล่าได้ระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่แล้ว โดยบีบีซีรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับแจ้งว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำงานในเกมหากพวกเขา “อาจมีความกังวล”

Mansfield Green E-ACT Primary Academy ซึ่งอยู่ห่างจาก Villa Park ไปหนึ่งไมล์ จะปิดทำการเวลา 14:00 น.

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ วิเคราะห์! แอสตัน วิลล่า พบ มัคคาบี้เทลอาวีฟ ไร้แฟนบอลเยือน ค่อนข้างซับซ้อนและเต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน การจัดการแข่งขันจึงต้องคำนึงถึงหลายมิติเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หวังว่าการแข่งขันจะผ่านพ้นไปด้วยดีและไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

วิเคราะห์! แอสตัน วิลล่า พบ มัคคาบี้เทลอาวีฟ ไร้แฟนบอลเยือน เป็นหัวข้อที่สะท้อนถึงปัญหาความขัดแย้งในสังคมที่ส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – No away fans, protests and 700 police – Aston Villa v Maccabi Tel Aviv explained

“นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกัน

“นราพัฒน์ แก้วทอง” เปิดใจสาเหตุย้ายร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ มั่นใจ DNA ตรงกัน เรื่องกฎหมาย ขอขับเคลื่อนนโยบายเกษตร มั่นใจทำได้สำเร็จแน่

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต สส.หลายสมัย อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความท้าทายทางการเมืองครั้งใหม่ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติว่า การที่ตนตัดสินใจเข้ามาร่วมงานทางการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติในครั้งนี้ เป็นเพราะมีความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพรรคซึ่งตรงกับอุดมการณ์ของตน นั่นคือการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ นอกจากนี้ การที่หัวหน้าพรรค นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ก็จะเป็นอีกกุญแจสำคัญในการผลักดันนโยบายและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วย

“ผมเป็นคนชอบทำงาน และพรรครวมไทยสร้างชาติก็เป็นพรรคที่มุ่งหน้าทำงานและมีแนวทางการทำงานที่ชัดเจนเพื่อชาติและประชาชนเช่นกัน ดังนั้น DNA จึงตรงกัน และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่ามีประโยชน์กับการทำงานของผมด้วย ก็คือ กฎหมาย เพราะทุกเรื่องที่เราจะทำให้ชาวบ้านล้วนต้องอาศัยกฎหมายเป็นกลไกขับเคลื่อน เราต้องผลักดันกฎหมายบางฉบับให้ออกมามีผลบังคับใช้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นแนวทางที่ชัดเจนของท่านพีระพันธุ์อยู่แล้ว เพราะท่านแม่นยำเรื่องกฎหมาย เมื่อนำมารวมกับนโยบายที่ผมอยากจะทำ โดยเฉพาะนโยบายด้านการเกษตร ผมมั่นใจว่าผมจะทำได้สำเร็จแน่นอน ผมก็เลยตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ” นายนราพัฒน์กล่าว

นายนราพัฒน์ยังบอกเล่าถึงเส้นทางการเมืองที่ผ่านมาว่า ในวัยเด็กตนไม่ได้มีความสนใจที่จะเข้ามาทำงานการเมือง เนื่องจากเห็นความเหนื่อยยากและเวลาที่หายไปของคุณพ่อ นายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีต สส. 12 สมัย ผู้ได้รับการขนานนามว่า “พ่อพระของพิจิตร” โดยหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาบัญชี จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตนก็ได้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจ (M.B.A) ที่มหาวิทยาลัย National University ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมาทำงานในบริษัทภาคเอกชนอยู่ช่วงหนึ่ง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2540 เมื่อรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง ทำให้นายไพฑูรย์ ผู้เป็นบิดาได้รับการวางตัวให้ลงสมัครเลือกตั้งเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ตนจึงเบนเข็มมาลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่เดิมของคุณพ่อที่จังหวัดพิจิตร โดยเริ่มจากเป็นผู้ช่วย สส. ซึ่งต้องลงพื้นที่เพื่อพบปะชาวบ้านทุกหลังคาเรือนในเขตเลือกตั้งเป็นเวลากว่า 2 ปีก่อนการเลือกตั้ง จนกระทั่งได้รับเลือกตั้งเป็น สส.เขต ติดต่อกัน 3 สมัย

“นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ

ประเด็นสำคัญที่นายนราพัฒน์เน้นย้ำคือความสอดคล้องของ DNA ทางการเมืองระหว่างตนเองและพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจย้ายพรรคครั้งนี้

ทำไมนราพัฒน์ถึงย้ายพรรค?

นราพัฒน์ แก้วทอง อธิบายว่า “นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะเล็งเห็นถึงแนวทางการทำงานที่ชัดเจนและมุ่งเน้นประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายของหัวหน้าพรรคยังเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้นโยบายต่างๆ สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรซึ่งเป็นสิ่งที่นายนราพัฒน์ให้ความสำคัญ

การย้ายพรรคของนายนราพัฒน์ แก้วทอง ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของนายนราพัฒน์ในด้านการเกษตรและการบริหารจัดการ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการผลักดันนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายนราพัฒน์ยังกล่าวถึงความสำคัญของกฎหมายในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ โดยมองว่ากฎหมายเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานเพื่อประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นายนราพัฒน์มั่นใจว่าจะสามารถทำงานร่วมกับพรรคได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ

การตัดสินใจครั้งนี้ของนายนราพัฒน์จึงเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจ และเป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า “นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

การเข้ามาของนายนราพัฒน์ แก้วทอง จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติได้มากน้อยแค่ไหน และจะมีผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาต่อจากนี้

“นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติคือการมองเห็นอนาคตที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของตนเอง และพร้อมที่จะทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างเต็มที่

ที่มา – “นราพัฒน์” เผย สาเหตุย้ายพรรค เหตุ DNA ทางการเมืองตรงกับพรรครวมไทยสร้างชาติ

เชียงใหม่แน่น! นักท่องเที่ยวแห่ “ลอยกระทง 2568”

เชียงใหม่เนืองแน่น นักท่องเที่ยวแห่ “ลอยกระทง 2568” เต็มสองฝั่งแม่น้ำปิง ชมความสวยงามของสีสันแสงไฟในคืนลอยกระทง

วันที่ 5 พ.ย. 68 บรรยากาศในค่ำคืนแห่งประเพณียี่เป็งเชียงใหม่เต็มไปด้วยความคึกคัก สองฝั่งแม่น้ำปิงในตัวเมืองเชียงใหม่ เต็มไปด้วยชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พากันมาลอยกระทง 2568 ในแม่น้ำปิงพร้อมกับชมความสวยงามของสีสันแสงไฟในคืนลอยกระทง โดยเฉพาะที่สะพานจันทร์สม สะพานนวรัฐ และ สะพานเหล็ก มีผู้คนจำนวนมากพากันออกมาเที่ยวชมร่วมกิจกรรมลอยกระทงจนเนืองแน่น

ขณะที่ ปีนี้ร้านขายกระทงส่วนใหญ่เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ ทั้งต้นกล้วย ใบตอง ดอกไม้สด นำมาประดับตกแต่งทำเป็นกระทงหลากหลายรูปแบบ มีทั้ง กระทงพญานาค กระทงดอกไม้ รวมทั้งกระทงดอกบัว เป็นที่ถูกใจของลูกค้า

ส่วนบรรยากาศที่บริเวณข่วงประตูท่าแพ และถนนท่าแพก็เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างพากันไปชมความงดงามของซุ้มไฟ “ทิพยรัศมีเวียงพิงค์ สู่ดินแดนวิจิตรแห่งล้านนา” โดยทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ปิดพื้นที่ถนนบริเวณถนนท่าแพ ที่จัดตั้งซุ้มไฟเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

สำหรับซุ้มไฟปีนี้ ได้ผสมผสานศิลปะล้านนากับเทคโนโลยีแสง สี เสียง และเอฟเฟกต์พิเศษ เคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรีล้านนา และเพลงพระราชนิพนธ์ ฐานซุ้มตกแต่งประดับไฟด้วยแนวคิดของดอกทองกวาว ดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนด้านบนเป็นรูปนางฟ้า ที่มาพร้อมการแสดงแสงเหนือจำลอง ปล่อยแสงสีระยิบระยับ สื่อถึงพลังแห่งแสงสว่าง ความหวัง การนำทางชีวิต และเปรียบเสมือนแสงจากกระทงที่ลอยไปพร้อมคำอธิษฐานในคืนเดือนยี่เป็ง สร้างความประทับใจและความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมความงาม ซึ่งต่างผลัดเปลี่ยนกันถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ

อย่างไรก็ตามสำหรับวันที่ 5- 6 พฤศจิกายน 2568 นั้นทางจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการอนุญาตปล่อยโคมในหลายพื้นที่นอกเหนือจากเขตรัศมีการบินของท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยจะสามารถปล่อยโคมลอยได้หลังเวลา 19.00 น. เป็นต้น และในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ย. 68) ทางจังหวัดเชียงใหม่ก็จะมีการจัดประกวดกระทงใหญ่ซึ่งมีทั้งหมด 31 ขบวนเพื่อชิงถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

เชียงใหม่คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ “ลอยกระทง 2568”

บรรยากาศงานลอยกระทง 2568 ที่เชียงใหม่ปีนี้เต็มไปด้วยความสุขและความสวยงาม ผู้คนต่างออกมาเฉลิมฉลองและร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามนี้ ใครที่พลาดไปปีนี้ไม่ต้องเสียใจ ปีหน้าฟ้าใหม่ยังมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศลอยกระทง 2568 ที่เชียงใหม่อีกครั้งแน่นอน

เตรียมตัวเที่ยว “ลอยกระทง 2568” ปีหน้าอย่างไรให้คุ้มค่า

  • จองที่พักล่วงหน้า: ที่พักดีๆ มักจะเต็มเร็ว โดยเฉพาะช่วงเทศกาล
  • วางแผนการเดินทาง: เชียงใหม่ช่วงลอยกระทงรถติดมาก วางแผนการเดินทางดีๆ จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ
  • เตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม: อากาศช่วงเดือนพฤศจิกายนที่เชียงใหม่อาจจะเย็น เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วยก็ดี
  • พกกล้องถ่ายรูป: เก็บภาพความประทับใจในงานลอยกระทง
  • เตรียมเงินสด: ร้านค้าบางร้านอาจจะไม่รับบัตรเครดิต

นอกจากนี้ อย่าลืมศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทง เพื่อให้การเที่ยวชมเป็นไปอย่างเข้าใจและเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นนะครับ

การได้ไปสัมผัสบรรยากาศงานลอยกระทง 2568 ที่เชียงใหม่ ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ นอกจากจะได้ชมความสวยงามของประเพณีแล้ว ยังได้สัมผัสวัฒนธรรมล้านนาอันเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย ปีหน้าอย่าลืมวางแผนไปเที่ยวกันนะครับ!

ที่มา – เชียงใหม่เนืองแน่น นักท่องเที่ยวแห่ “ลอยกระทง 2568” เต็มสองฝั่งแม่น้ำปิง

เจ้าของมิสยูนิเวิร์สสั่งจำกัดอำนาจ “ณวัฒน์” หลังดูหมิ่นมิสเม็กซิโก

“ราอูล โรชา” เจ้าของมิสยูนิเวิร์ส ส่งทีมงานมาไทยเพื่อดูแลการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 เจ้าของมิสยูนิเวิร์สสั่งจำกัดอำนาจ “ณวัฒน์” หลังดูหมิ่นมิสยูนิเวิร์สเม็กซิโก

เกิดดรามาในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 หลังเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 68 เกิดการเผชิญหน้าระหว่าง นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล เจ้าภาพประเทศไทย และนางงามเม็กซิโก ฟาติมา บอช ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติและผู้เข้าประกวดจำนวนมาก

news-เจ้าของมิสยูนิเวิร์สสั่งจำกัดอำนาจ “ณวัฒน์”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างพิธีมอบสายสะพาย โดยณวัฒน์ตั้งคำถามว่าทำไมบอชไม่มีส่วนร่วมในงานถ่ายแบบให้กับสปอนเซอร์ คลิปวิโอเผยให้เห็นว่า บอชรู้สึกไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัดขณะถูกณวัฒน์ตำหนิ ก่อนเดินออกจากห้อง ตามด้วยผู้เข้าประกวดหลายคนจากละตินอเมริกาและแคริบเบียน

ในคลิปจะได้ยินเสียงณวัฒน์ที่สั่งห้ามผู้เข้าประกวดคนอื่นออกจากห้อง โดยบอกว่า “นั่งลง ถ้าจะแข่งต่อ ก็นั่งลง”

ทำให้ในวันเดียวกันนั้น ราอูล โรชา นักธุรกิจชาวเม็กซิโก เจ้าขององค์กรมิสยูนิเวิร์ส (MUO) ได้ออกมาแถลงประณามเหตุการณ์ดังกล่าว โดยบอกว่าเป็น “ความอัปยศ” และประกาศมาตรการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยของการจัดงาน

โรชาได้แสดงการสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขต่อผู้เข้าประกวดทั้ง 122 คนที่เข้าแข่งขันในปีนี้ โดยกล่าวว่า การกระทำที่ก้าวร้าวต่อบอชในที่สาธารณะนั้น “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และน่าอับอาย”

โรชากล่าวว่า เขาจะไม่ยอมให้มีการละเมิดหลักการสำคัญของใด ๆ ขององค์กรทั้งสิ้น

องค์กรมิสยูนิเวิร์สได้ยืนยันว่า จะส่งคณะผู้แทนระดับสูงมายังประเทศไทยเพื่อควบคุมงานและดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าประกวด

ในการกล่าวสุนทรพจน์ โรชาเปิดเผยว่าเขาได้สั่งระงับพิธีมอบสายสะพาย เพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อระหว่างผู้บริหารไทยและผู้แทน รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเป็นทางการของณวัฒน์ในมิสยูนิเวิร์ส เจ้าของมิสยูนิเวิร์สสั่งจำกัดอำนาจ “ณวัฒน์” “ถูกจำกัดมากหรือยกเลิก” และ มาริโอ บูคาโร ซีอีโอ MUO เข้ามาดูแลแทน

สำหรับถ้อยแถลงเต็ม ๆ ของโรชา มีดังนี้

“ผมขอแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและขอส่งกำลังใจไปยังผู้แทนทุกท่านที่เป็นตัวแทนจาก 122 ประเทศในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ”

“ผมจะไม่ยอมให้ค่านิยมเรื่องความเคารพและศักดิ์ศรีที่มีต่อสตรีถูกละเมิด น่าเสียดายที่ ณวัฒน์ ได้ลืมความหมายที่แท้จริงของการเป็นเจ้าภาพอย่างแท้จริง”

“มันหมายถึงการแสดงให้ผู้แทนจากทุกประเทศเห็นว่า ในฐานะเจ้าภาพ คุณมีพันธะผูกพันที่จะต้องช่วยเหลือ และสนับสนุนพวกเขา และต้องมั่นใจว่าพวกเขาจะมีประสบการณ์ชีวิตอันที่ยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยความเมตตาและความสุภาพ”

“เพื่อให้พวกเธอได้เพลิดเพลินและมีความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตในประเทศไทย ในบรรยากาศการแข่งขันที่เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพและมีสุขภาพดี”

“โดยไม่ต้องเสียเวลาอีกต่อไป ผมขอชี้แจงให้ชัดเจนว่า ผมรู้สึกโกรธเคืองอย่างยิ่งต่อณวัฒน์ สำหรับการละเมิดต่อหน้าสาธารณชนที่ท่านได้กระทำต่อ ฟาติมา บอช มิสยูนิเวิร์สเม็กซิโก ซึ่งท่านได้ทำให้อับอาย ดูหมิ่นเธอ และแสดงให้เห็นถึงการขาดความเคารพ รวมถึงการที่คุณได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อข่มขู่ผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ พยายามปิดปากและกีดกันเธอ”

“ณวัฒน์คุณต้องหยุด ผู้หญิงทุกคนในโลกควรได้รับความเคารพ และฟาติมา ซึ่งนอกจากจะเป็นกระบอกเสียงของตัวเองแล้ว ยังเป็นตัวแทนของประเทศอีกด้วย”

“เช่นเดียวกับผู้แทน 122 คนที่กำลังอยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ ที่กำลังเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์ส และกำลังพยายามทำให้ความฝันเป็นจริง เพื่อให้ได้รับการรับฟัง และหลายคนกำลังดิ้นรนอย่างหนักหลังจากผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่นในวันนี้ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคนที่อยู่ที่นั่น”

“ผมจะไม่ยอมให้ใครถูกโจมตีและถูกเหยียดหยาม เพราะหลายคนสามารถบรรลุถึงเวทีแห่งการมองเห็นและเสียงนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่พยายามเอาชนะสถานการณ์เช่นนี้”

“ผมขอชี้แจงให้ชัดเจนว่า ผมได้สั่งการให้เลื่อนพิธีมอบสายสะพายออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับณวัฒน์ ซึ่งมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเป็นจุดสนใจ จึงเป็นสาเหตุให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น”

“และผมขอย้ำอีกครั้งว่า ผู้ที่ควรจะเปล่งประกายคือตัวแทนมิสยูนิเวิร์สของเรา ซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละประเทศอย่างมีศักดิ์ศรี”

“ด้วยเหตุผลข้างต้น ผมจึงได้จำกัดการเข้าร่วมของณวัฒน์ในงานต่าง ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งที่ 74 โดยจำกัดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือยกเลิกไปเลย”

“ผมได้สั่งการให้ มาริโอ บูคาโร ซีอีโอของเรา ในนามขององค์กรมิสยูนิเวิร์ส ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการทางกฎหมายและการดำเนินการทางธุรกิจทั้งหมดที่เราจะดำเนินการ อันเป็นผลมาจากการกระทำอันเลวร้ายของณวัฒน์”

“เราจะไม่ยอมให้บุคคลใดแม้แต่คนเดียวก่ออันตรายและขัดขวางความฝันของผู้หญิงมากมายที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก”

“ผมได้สั่งการให้คณะผู้บริหารจากองค์กรมิสยูนิเวิร์สและผู้เชี่ยวชาญด้านการทูต ซึ่งประกอบด้วย มาริโอ บูคาโร และโรนัลด์ เรย์ เดินทางไปประเทศไทยทันที เพื่อควบคุมดูแลการจัดงานและจัดการงานในครั้งนี้”

“น่าเสียดายที่เราไว้วางใจ MGI และความไว้วางใจนั้นก็ล้มเหลวภายใต้การนำอันน่าเศร้าของคุณณวัฒน์”

“ผมขอย้ำว่าเรามีผู้อำนวยการระดับชาติมากกว่า 100 คนทั่วโลก และหลายคนอยู่ในประเทศไทยแล้ว พร้อมที่จะร่วมสนับสนุนองค์กรอันยิ่งใหญ่นี้ นั่นคือ มิสยูนิเวิร์ส”

“ผมขอย้ำว่าผู้แทนจากทุกประเทศได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากผม และโดยพื้นฐานแล้ว พวกคุณไม่ควรปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น”

“ไม่ว่าพวกเขาจะมาจากไหน เพราะไม่มีใครเหนือกว่าใคร เราทุกคนมีความสามารถและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเหนือกว่าใคร และไม่มีใครเหนือกว่าใคร และเราต้องปกป้องหลักการนี้ในมิสยูนิเวิร์สเสมอ”

“คุณค่าของความเคารพและศักดิ์ศรีของผู้หญิงนั้นไม่อาจต่อรองได้ และเราแตกต่างจาก MGI อย่างมาก”

“ผมขอย้ำว่า มิสยูนิเวิร์สคือเวทีแห่งพลังของผู้หญิง เพื่อให้เสียงของพวกเธอเป็นที่รับรู้ไปทั่วโลก และขอให้สิ่งนี้เป็นธงและสัญลักษณ์ที่พวกเธอเป็นตัวแทน ผู้แทนทุกคนของเรารู้สึกภาคภูมิใจและก้าวเดินอย่างภาคภูมิใจเสมอ ยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์และเป้าหมายในชีวิต และอย่าให้ใครมาหยุดยั้งพวกเธอ”

“ผมขออวยพรจากก้นบึ้งของหัวใจ ขอให้สันติภาพบังเกิดในสิ่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดหลักที่เราได้เน้นย้ำในฉบับนี้ และขอให้สันติภาพนั้นเป็นสิ่งที่โลกต้องการอย่างมาก และนับจากนี้เป็นต้นไป พวกเธอจะสามารถมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายที่ทุกคนตั้งไว้และประสบความสำเร็จได้”

“ผมขออวยพรให้พวกเธอได้รับพรอันประเสริฐทั้งมวล ทั้งผู้แทนที่เข้าร่วม และบุคลากรทุกคนที่อยู่เบื้องหลังพวกเธอทุกคน ที่คอยดูแลและมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่พวกเธอเสมอ”

ที่มา pptvhd36.com

ติดตามข่าวเด็ดๆได้ที่นี้ playkhao.com

ออปต้า ทายผล UCL แมนฯ ซิตี้ พบ ดอร์ทมุนด์ พร้อมทุกคู่คืน 5 พ.ย.68

ออปต้า ทายผล UCL ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ทำนายผลการแข่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีก เฟส นัดที่ 4 พร้อมคู่อื่นที่ลงสนามคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568

ออปต้า ทายผล UCL ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ของ Opta ทำนายผลฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบลีก เฟส นัดที่ 4 คู่ไฮไลท์ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากพรีเมียร์ลีก เปิดเอติฮัต สเตเดี้ยม ต้อนรับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จากบุนเดสลีกา คู่นี้เตะคืนวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สำหรับสถิติการเจอกันหลังสุดในรายการนี้รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี ฤดูกาล 2022-2023 โดย แมนฯ ซิตี้ ชนะที่บ้าน 1-0 ก่อนบุกไปเสมอ ที่เยอรมนี ซึ่ง “เรือใบสีฟ้า” ได้แชมป์ในฤดูกาลดังกล่าว ที่เป็นแชมป์สมัยแรกของสโมสร

ทายผล UCL แมนฯ ซิตี้ พบ ดอร์ทมุนด์

สำหรับผลการทำนายของ Opta คาดการณ์ว่า แมนฯ ซิตี้ จะเปิดบ้านเก็บชัยชนะ 63 % ส่วน ดอร์ทมุนด์ จะบุกมาคว้าชัย 17.9 % และจบลงด้วยผลเสมออยู่ที่ 19.2 % 

ส่วนอีกคู่ คาราบัค เตรียมเปิดโตฟิค อิสมายิลอฟ สเตเดี้ยม ต้อนรับ เชลซี  คาดการณ์ว่า ทีมจากลีกอาเซอร์ไบจาน มีโอกาสเก็บชัยชนะ 11.4 % ขณะที่ “สิงห์บลูส์” บุกมาชนะ 67.3 % และจบลงด้วยผลเสมออยู่ที่ 18.6 %

โปรแกรมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025-2026 รอบ ลีก เฟส 
นัดที่ 4
ดึกคืนวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2025 
ปาฟอส พบ บียาร์เรอัล            
ชนะ 14.2 %  ชนะ 66.1 % เสมอ 19.7 % 

อาแจ็กซ์ พบ กาลาตาซาราย        
ชนะ 31.7  % ชนะ 43.9  % เสมอ 24.4  % 

เบนฟิก้า พบ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น    
ชนะ 48.9 % ชนะ 26.4 %  เสมอ 24.7 % 

คลับ บรูกก์ พบ บาร์เซโลน่า        
ชนะ 20.7 % ชนะ 58.3 %  เสมอ 21 %

อินเตอร์ มิลาน พบ ไครัต        
ชนะ 85.8 % ชนะ 5.3 % เสมอ 8.9  %

โอลิมปิก มาร์กเซย พบ อตาลันต้า        
ชนะ 40.3 % ชนะ 34 % เสมอ 25.8 %

นิวคาสเซิ่ล พบ แอธฯ บิลเบา        
ชนะ 65.3 % ชนะ 14.9  % เสมอ 19.8 %

ที่มา pptvhd36.com

ติดตามข่าวได้ทุกวันที่นี้ playkhao.com

ลอยกระทง 2568 สะพานพุทธคึกคัก ดูแลความปลอดภัย

บรรยากาศ นักท่องเที่ยวในงาน “ลอยกระทง 2568” บริเวณสะพานพุทธคึกคักเป็นพิเศษ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ที่บริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้า แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งเด็กนักเรียน และผู้ใหญ่ ต่างทยอยเดินทางมาร่วมงานประเพณีวันลอยกระทง 2568 อย่างเนืองแน่น

บริเวณสะพานพุทธ ทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร คลาคล่ำไปด้วยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่นำกระทงมาวางขายให้กับผู้ที่เดินทางมาร่วมลอยกระทง 2568 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด บริเวณโป๊ะเรือที่จัดไว้ให้ประชาชนที่มาลอยกระทง

นอกจากนี้ ตามโป๊ะเรือต่างๆ ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารเรือคอยประจำจุดเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวด้วย รวมถึงเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครได้เตรียมเรือสำหรับจัดเก็บกระทง โดยจอดไว้บริเวณฝั่งใต้สะพานพระปกเกล้า เพื่อนำไปรีไซเคิลและทำลายอย่างถูกวิธี เพื่อให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางน้ำน้อยที่สุด

ลอยกระทง 2568 สะพานพุทธคึกคัก

บรรยากาศวันลอยกระทง 2568 ที่สะพานพุทธแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเพณีไทยที่ยังคงอยู่ในใจของคนไทยเสมอมา แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม การได้มารวมตัวกันเพื่อลอยกระทง ขอพร และสืบสานวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่สร้างความสุขและความภาคภูมิใจให้กับทุกคน

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับวันลอยกระทง 2568 ที่สะพานพุทธ

  • การเดินทางสะดวกสบายด้วยรถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้า และเรือ
  • มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
  • มีกระทงหลากหลายรูปแบบให้เลือกซื้อ
  • มีการจัดการขยะและรีไซเคิลกระทงอย่างเป็นระบบ

โดยรวมแล้ว งานลอยกระทง 2568 ที่สะพานพุทธ เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและควรค่าแก่การไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือการที่ทุกคนให้ความร่วมมือในการรักษาความสะอาด และการที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้งานลอยกระทงเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสำหรับทุกคน เป็นภาพที่น่าชื่นชมและแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของคนไทย

ที่มา – ลอยกระทง 2568 สะพานพุทธคึกคัก เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแน่นหนา

ทีมใดรักษาคลีนชีตติดต่อกันมากสุด?

อาร์เซนอลเป็นทีมที่รักษาคลีนชีตได้มากที่สุดในฤดูกาลนี้ในทุกรายการ

สโมสรสร้างสถิติเทียบเท่าด้วยการรักษาคลีนชีต 8 นัดติดต่อกันระหว่างเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการทำสถิติยาวนานที่สุดในรอบ 122 ปีของพวกเขา

พวกเขาไม่เสียประตูเลยตลอดการแข่งขันในพรีเมียร์ลีก, แชมเปียนส์ลีก และลีกคัพในช่วงเวลานั้น

สถิตินี้เป็นการรักษาสถิติร่วมที่ยาวนานที่สุดโดยทีมชั้นนำของอังกฤษ ซึ่งเคยทำไว้โดยเพรสตัน นอร์ท เอนด์ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน 1889 และลิเวอร์พูลระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 1920

อาร์เซนอลเคยทำสถิตินี้ไว้ล่าสุดในปี 1903 ระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคมของปีนั้น

หากพวกเขาเอาชนะซันเดอร์แลนด์ในพรีเมียร์ลีกในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน อาร์เซนอลจะสร้างสถิติใหม่ของสโมสรและอังกฤษด้วยการรักษาคลีนชีต 9 นัดติดต่อกัน

ทีมปืนใหญ่ยังชนะ 10 นัดติดต่อกัน ซึ่งเหลืออีกเพียงหนึ่งนัดก็จะเทียบเท่า 11 นัดที่ทำได้ภายใต้การคุมทีมของอูไน เอเมรีระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2018

ทีมใดรักษาคลีนชีตติดต่อกันมากสุด?

  • 25/10/1 – อาร์เซนอล 2-0 โอลิมเปียกอส

  • 25/10/4 – อาร์เซนอล 2-0 เวสต์แฮม

  • 25/10/18 – ฟูแลม 0-1 อาร์เซนอล

  • 25/10/21 – อาร์เซนอล 4-0 แอตเลติโก มาดริด

  • 25/10/26 – อาร์เซนอล 1-0 คริสตัล พาเลซ

  • 25/10/29 – อาร์เซนอล 2-0 ไบรท์ตัน

  • 25/11/1 – เบิร์นลีย์ 0-2 อาร์เซนอล

  • 25/11/4 – สลาเวีย ปราก 0-3 อาร์เซนอล

บทความนี้เป็นข้อมูลล่าสุดจากทีม Ask Me Anything ของ BBC Sport

Ask Me Anything คืออะไร?

Ask Me Anything เป็นบริการที่อุทิศตนเพื่อตอบคำถามของคุณ

เราต้องการตอบแทนเวลาของคุณด้วยการบอกสิ่งที่คุณไม่รู้และเตือนสิ่งที่คุณทำ

ทีมงานจะค้นหาสิ่งที่คุณต้องรู้ทั้งหมดและสามารถเรียกใช้เครือข่ายผู้ติดต่อรวมถึงผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ของเรา

เราจะตอบคำถามของคุณจากใจกลางห้องข่าว BBC Sport และเบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของโลก

การรายงานข่าวของเราจะครอบคลุมเว็บไซต์ BBC Sport, แอป, โซเชียลมีเดียและบัญชี YouTube รวมถึง BBC TV และวิทยุ

คำถามเพิ่มเติมที่ได้รับคำตอบ…

ทำไมการรักษาคลีนชีตติดต่อกันถึงมีความสำคัญ?

การรักษาคลีนชีตติดต่อกันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเกมรับของทีม การมีเกมรับที่เหนียวแน่นจะช่วยให้ทีมมีโอกาสชนะมากขึ้น เพราะทีมไม่ต้องกังวลกับการเสียประตูมากนัก และสามารถโฟกัสกับการทำประตูเพื่อเอาชนะคู่แข่งได้เต็มที่

นอกจากนี้ การรักษาคลีนชีตติดต่อกันยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้เล่นในทีม และทำให้ทีมมีความฮึกเหิมในการลงเล่นในนัดต่อๆ ไป หากอาร์เซนอลสามารถรักษาคลีนชีตได้ในนัดต่อไป พวกเขาจะสร้างสถิติใหม่ให้กับสโมสรและวงการฟุตบอลอังกฤษ

ทีมใดรักษาคลีนชีตติดต่อกันมากสุด? ณ ปัจจุบัน อาร์เซนอลมีโอกาสที่จะเป็นทีมที่ทำลายสถิตินี้ได้ ขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นและสมาธิของพวกเขาในเกมต่อไป

การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกมีความเข้มข้นสูง และทุกทีมต่างก็ต้องการที่จะคว้าชัยชนะ ดังนั้นการมีเกมรับที่แข็งแกร่งและการรักษาคลีนชีตจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกทีม การที่อาร์เซนอลทำผลงานได้ดีในด้านนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพวกเขาในการแข่งขันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์

โดยสรุปแล้ว อาร์เซนอลกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดี และมีโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรและวงการฟุตบอลอังกฤษ แฟนบอลต่างก็ตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นพวกเขาทำลายสถิติและคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ การรักษาทีมใดรักษาคลีนชีตติดต่อกันมากสุด?กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมากในปีนี้

ที่มา – Which English top-flight side has the most consecutive clean sheets?

ซานซีโรถูกทุบทิ้ง! ทีมมิลานสู้พรีเมียร์ได้ไหม?

เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน ได้ดำเนินการซื้อสนามซานซีโรเรียบร้อยแล้ว และยืนยันแผนการที่จะทุบทิ้งและสร้างสนามใหม่ที่มีความจุ 71,500 ที่นั่ง

การทุบสนามซานซีโร ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ได้ถูกพูดถึงมานานหลายปี เนื่องจากสภาพของสนามทรุดโทรมลงตามกาลเวลา

ขณะนี้ทั้งสองสโมสร ซึ่งใช้สนามร่วมกันมาตั้งแต่ปี 1947 ได้จ่ายเงิน 197 ล้านยูโร (173 ล้านปอนด์) ให้กับสภาเมืองเพื่อควบคุมโครงสร้างและที่ดินโดยรอบ ซึ่งพวกเขากล่าวว่าเป็นสัญญาณของ “ความทะเยอทะยานร่วมกันเพื่อความสำเร็จในระยะยาว”

สนามใหม่จะมีความจุที่นั่งน้อยกว่าสนามซานซีโรปัจจุบันประมาณ 4,000 ที่นั่ง และจะได้รับการออกแบบโดยบริษัทที่ดำเนินการโดย Sir Norman Foster และ David Manica ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางแผนสนามเวมบลีย์แห่งใหม่

BBC Sport ได้พูดคุยกับบุคคลสำคัญและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเพื่อตรวจสอบว่าการย้ายครั้งนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ และเพื่อค้นหาว่าการย้ายครั้งนี้จะช่วยให้สองสโมสรที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุโรปสามารถแข่งขันกับทีมพรีเมียร์ลีกที่มีฐานะร่ำรวยกว่าได้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่

ทำไมมิลานและอินเตอร์ถึงต้องการสนามใหม่? (ซานซีโรถูกทุบทิ้ง! ทีมมิลานสู้พรีเมียร์ได้ไหม?)

“สำหรับเรา นี่คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์” เปาโล สคารอนี ประธานสโมสรเอซี มิลาน กล่าว “เราใช้เวลาห้าหรือหกปีกว่าจะมาถึงจุดนี้ และเราได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากเจ้าของทีม RedBird ของเรา

“ซานซีโรถูกตัดออกโดยยูฟ่าในฐานะสนามสำหรับยูโร 2032 เนื่องจากไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับฟุตบอลสมัยใหม่ เราต้องการสนามใหม่จริงๆ”

“เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับอินเตอร์มาโดยตลอด ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่จะใช้สนามใหม่ร่วมกันต่อไปและแบ่งค่าใช้จ่ายในการสร้างและดำเนินการ”

แม้ว่าการออกแบบจะได้รับการเผยแพร่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เท่านั้น และยังไม่มีการกำหนดวันแล้วเสร็จ การซื้อสนามแห่งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเนื่องจากทั้งสองสโมสรตั้งเป้าที่จะกลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีต

ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 เซเรียอาเป็นลีกฟุตบอลที่โดดเด่นที่สุดในโลก สโมสรใช้จ่ายเงินมากที่สุด ซื้อผู้เล่นที่ดีที่สุด และดึงดูดความสนใจจากแฟนๆ ทั่วโลก

แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ลีกได้เสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่อง ผลงานของสโมสรลดลงในระดับสูงของยุโรป จำนวนผู้ชมเฉลี่ยในสนามกีฬาลดลงอย่างมาก และแม้แต่ทีมที่มีชื่อเสียงที่สุดก็มักจะใช้จ่ายน้อยกว่าทีมในพรีเมียร์ลีกระดับล่างและระดับกลางในแต่ละฤดูร้อน

การลดลงในระยะยาวสามารถติดตามได้โดยการดูผลงานของมิลานและอินเตอร์ในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกตั้งแต่เปลี่ยนชื่อในปี 1992

แม้ว่าอินเตอร์จะเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศสองครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่พวกเขาชนะครั้งสุดท้ายในปี 2010 และมิลานล่าสุดในปี 2007 ถึงแม้ว่าเรอัลมาดริดจะเป็นทีมที่ชนะการแข่งขันมากกว่ารอสโซเนรีก็ตาม

แต่เบื้องหลังผลการแข่งขันที่ลดลงเหล่านั้นคืออะไร?

การเงินมีบทบาทสำคัญ มีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี 12 ครั้งในอิตาลีตั้งแต่ปี 2000 และเศรษฐกิจของประเทศต้องเผชิญกับความวุ่นวายเป็นประจำ

มิลานและอินเตอร์ยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเจ้าของที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงหลายครั้ง โดยทั้งสองทีมเปลี่ยนจากนักธุรกิจชาวอิตาลีไปเป็นเจ้าของชาวจีนก่อนที่จะถูกซื้อโดยเครื่องมือการลงทุนของอเมริกาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“วิกฤตการณ์ทางการเมืองและการเงินที่เกิดขึ้นในอิตาลีได้ทำให้โครงสร้างธุรกิจของประเทศอ่อนแอลงและโครงสร้างความเป็นเจ้าของที่ทำให้เซเรียอามีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จ” มาร์โก เบลลิโนซา นักข่าวธุรกิจจาก Il Sole 24 Ore กล่าว

“ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจและการเมืองได้ขัดขวางการเติบโตของฟุตบอลระดับสูง เฉพาะกับการเปลี่ยนไปสู่ความเป็นเจ้าของของสหรัฐฯ ในปัจจุบันเท่านั้นที่การเปลี่ยนแปลงจากสโมสรกีฬาที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ไปสู่ธุรกิจเต็มรูปแบบกำลังเกิดขึ้น”

ในขณะที่ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดได้สร้างรายได้มหาศาลให้กับการถ่ายทอดสดสำหรับทีมในพรีเมียร์ลีก แต่กระแสรายได้เดียวกันนี้กลับล้าหลังในอิตาลี ซึ่งทำให้สโมสรต่างๆ ต้องถอยหลัง

“เซเรียอาล้าหลังพรีเมียร์ลีกถึง 4 พันล้านยูโร (3.5 พันล้านปอนด์) ในแง่ของรายได้สะสมทั้งหมดสำหรับสโมสร และนั่นเป็นผลมาจากสัญญาการออกอากาศเป็นหลัก” แดน พลัมลีย์ ศาสตราจารย์ด้านการเงินกีฬาจาก Sheffield Hallam University อธิบาย

“นั่นคือช่องว่างที่คุณไม่สามารถตามทันได้ ดังนั้นพวกเขาต้องมองหาการเพิ่มรายได้ในรูปแบบอื่นๆ”

จากข้อมูลของยูฟ่า มิลานและอินเตอร์อยู่ในอันดับที่ 13 และ 14 ตามลำดับสำหรับรายได้ที่สโมสรในยุโรปได้รับในปี 2024 แต่ละสโมสรนำเงินเข้ามาเพียง 350 ล้านปอนด์ ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งของแมนเชสเตอร์ซิตี้และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และมากกว่านิวคาสเซิล แอสตันวิลล่า และเวสต์แฮมเพียงไม่กี่สิบล้าน

ในช่วงทศวรรษ 2020 จนถึงปัจจุบัน สโมสรในพรีเมียร์ลีก 12 สโมสรใช้จ่ายเงินมากกว่ามิลานในการซื้อขายนักเตะ และ 14 สโมสรใช้จ่ายเงินมากกว่าอินเตอร์

“ฟุตบอลอิตาลีทั้งหมดล้าหลังพรีเมียร์ลีก เมื่อมีผู้เล่นที่ดีคนใหม่ พวกเขามักจะไปเล่นในพรีเมียร์ลีกเพราะพวกเขาได้รับค่าตอบแทนที่ดีกว่า” สคารอนีกล่าวเสริม

การทุบซานซีโรหมายถึงอะไรสำหรับมรดก? (ซานซีโรถูกทุบทิ้ง! ทีมมิลานสู้พรีเมียร์ได้ไหม?)

Il Duomo อาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของมิลาน แต่ซานซีโรเป็นวิหารแห่งฟุตบอลในตัวเอง ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์นับศตวรรษ โดยเป็นเจ้าภาพให้กับผู้เล่นที่มีชื่อเสียงที่สุดตลอดกาล

รายงานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการล่มสลายของสนามแห่งนี้ได้รับการตอบสนองด้วยความปวดใจจากผู้เล่นและแฟนๆ ทั่วโลก

“การเล่นที่ซานซีโรเต็มไปด้วยความท้าทาย อารมณ์ และประวัติศาสตร์” Andriy Shevchenko กล่าว ซึ่งได้รับรางวัล Ballon d’Or ในช่วงเจ็ดปีที่เขาเล่นให้กับมิลาน

“ความสัมพันธ์ของฉันกับซานซีโรเริ่มต้นเมื่อฉันอายุ 14 ปีและเล่นทัวร์นาเมนต์เยาวชนที่นั่นกับ Dynamo Kyiv ทันทีที่ฉันเดินเข้าไป ฉันก็รู้สึกพิเศษ

“ฉันรักซานซีโร แฟนๆ ทำให้สนามแห่งนี้พิเศษมาก แต่ฉันคิดว่านี่เป็นก้าวที่สำคัญมากสำหรับอนาคตของมิลานและฟุตบอลอิตาลี

“การออกแบบจะมีความสำคัญมาก เพราะถ้าคุณเคารพประเพณีและมรดกของซานซีโร และตำนานที่เล่นที่นั่นให้มากที่สุด คุณก็จะไม่สูญเสียมัน คุณสามารถทำสิ่งที่สร้างสรรค์ได้จริงๆ เพราะไม่มีอะไรอยู่ยงคงกระพัน”

สนามใหม่จะเป็นผู้กอบกู้พวกเขาได้จริงหรือ? (ซานซีโรถูกทุบทิ้ง! ทีมมิลานสู้พรีเมียร์ได้ไหม?)

มีโครงการโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงสนามฟุตบอลเพียง 9 โครงการเท่านั้นที่ดำเนินการในอิตาลีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก PwC เทียบกับ 24 โครงการในพรีเมียร์ลีก 19 โครงการในบุนเดสลีกาเยอรมัน 15 โครงการในลาลีกาสเปน และ 10 โครงการในลีกเอิงฝรั่งเศส

สิ่งนี้ทำให้อิตาลีมีสิ่งอำนวยความสะดวกในวันแข่งขันที่ล้าสมัยทั่วประเทศ และจำนวนผู้เข้าร่วมเฉลี่ยลดลงเหลือ 81% ซึ่งน้อยกว่าพรีเมียร์ลีกที่ 97% มาก

มิลานไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของยุโรป แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางการเงินและอุตสาหกรรมของอิตาลี โดยมีธนาคารและบริษัทใหญ่ๆ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองนี้

สคารอนีประมาณการว่าโครงการนี้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1.5 พันล้านยูโร (1.3 พันล้านปอนด์) และกล่าวว่าประมาณหนึ่งในเจ็ดของตั๋วในสนามกีฬาจะเป็นสำหรับการต้อนรับขององค์กร ในขณะที่จะให้ความสำคัญกับการจัดงานที่ไม่ใช่ฟุตบอลมากขึ้น

“การสร้างสนามใหม่คือสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้กับสนามกีฬานอกเหนือจากวันแข่งขันแบบดั้งเดิม ข้อตกลงความร่วมมือกับกีฬาอื่นๆ การจัดคอนเสิร์ต การเปลี่ยนสนามกีฬาให้เป็นสถานที่สำหรับ 365 วันต่อปี” พลัมลีย์กล่าว

“แน่นอนว่าซานซีโรเป็นสัญลักษณ์ แต่สำหรับสองสโมสรนี้ การเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

ซานซีโรถูกทุบทิ้ง! แล้วอนาคตของทีมมิลานจะเป็นอย่างไร?

การทุบซานซีโรและการสร้างสนามใหม่ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และเป็นความหวังของทีมจากเมืองมิลานที่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การที่จะสามารถแข่งขันกับทีมในพรีเมียร์ลีกได้นั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ที่ต้องพิจารณา นอกเหนือจากการมีสนามที่ทันสมัย

ที่มา – San Siro’s demolition confirmed but can Milan clubs compete with Premier League?

จับยาไอซ์ล็อตใหญ่ กลิ่นทุเรียน มูลค่า 137 ล้าน

หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) แถลงข่าวการจับยาไอซ์ล็อตใหญ่ กลิ่นทุเรียน มูลค่าสูงถึง 137 ล้านบาท ยาเสพติดถูกบรรจุในรูปแบบใหม่ที่สร้างความตกตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่

จับยาไอซ์ล็อตใหญ่ กลิ่นทุเรียน มูลค่า 137 ล้าน

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 15.00 น. ณ สถานีเรือบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการ นรข. พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดยาไอซ์ จำนวน 7 กระสอบ น้ำหนักรวม 137 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 137 ล้านบาท ยาไอซ์ล็อตนี้มาในรูปแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน คือ มีกลิ่นทุเรียนอบแห้ง

น.ท.จักรกฤษ วังกรานต์ หน.สน.เรือบึงกาฬ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ ผบ.นรข. ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 4 พ.ย. 2568 น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ อ.เมืองบึงกาฬ จึงสั่งการให้ สน.เรือบึงกาฬ สนธิกำลังกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จัดชุดปฏิบัติการเฝ้าตรวจ

จนกระทั่งเวลา 01.00 น. ของวันที่ 5 พ.ย. ชุดเฝ้าตรวจที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่บ้านห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง ได้ยินเสียงเรือหางยาวแล่นมาจากกลางแม่น้ำโขง เข้ามาบริเวณป่าช้าท้ายหมู่บ้าน โดยมีชาย 2 คนช่วยกันทิ้งกระสอบต้องสงสัยลงจากเรือ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่ชายทั้งสองได้รีบขับเรือหลบหนีไปกลางแม่น้ำโขง

จากการตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบปุ๋ยสีเหลืองกองกระจัดกระจายอยู่ริมฝั่ง จำนวน 7 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึด และนำของกลางมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่สถานีเรือบึงกาฬ

ยาไอซ์ล็อตใหม่! กลิ่นทุเรียน

พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี เปิดเผยว่า ยาไอซ์ที่จับยาไอซ์ล็อตใหญ่ กลิ่นทุเรียน ได้ในครั้งนี้ เป็นยาไอซ์รูปแบบใหม่ บรรจุในซองที่มีรูปลักษณ์คล้ายทุเรียนอบแห้ง และมีภาษาจีนกำกับ เมื่อเปิดออกดู พบว่าเป็นผงยาไอซ์ที่มีกลิ่นทุเรียนปะปนอยู่ จากการตรวจสอบของตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พบว่ามีค่าเมทแอมเฟตามีนสูงกว่า 95% ทำให้ยาไอซ์ล็อตนี้มีมูลค่าสูงถึงกิโลกรัมละ 1 ล้านบาท และนับเป็นครั้งแรกที่พบยาไอซ์ในรูปแบบกลิ่นทุเรียน ซึ่งปกติจะบรรจุในซองชาจีน

การจับยาไอซ์ล็อตใหญ่ กลิ่นทุเรียน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของขบวนการค้ายาเสพติดที่พยายามคิดค้นวิธีการใหม่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ การที่ยาไอซ์มีกลิ่นทุเรียน อาจทำให้ยากต่อการตรวจจับด้วยสุนัขดมกลิ่น หรือเครื่องมือตรวจจับแบบเดิมๆ

เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อรับมือกับรูปแบบยาเสพติดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับอันตรายของยาเสพติด และวิธีการสังเกตสิ่งผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

การค้ายาเสพติดเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม การจับกุมยาไอซ์ล็อตใหญ่นี้ ถือเป็นความสำเร็จในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แต่ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบจากยาเสพติดต่อสังคมไทย

ที่มา – ยึดยาไอซ์ล็อตใหญ่ 7 กระสอบ มูลค่า 137 ล้านบาท มาในรูปแบบใหม่กลิ่นทุเรียน