วัน: 5 พฤศจิกายน 2025

คลิปนกเงือกแสนรู้ เดาะตะกร้อกับทหาร น่ารัก!

เรื่องราวสุดน่ารักของมิตรภาพต่างสายพันธุ์กำลังเป็นไวรัล! พบกับคลิปนกเงือกแสนรู้ โชว์ลีลาเดาะตะกร้อสุดพลิ้วกับเจ้าหน้าที่ทหารเรือในฐานทัพนราธิวาส กลายเป็นขวัญใจของทุกคนในฐานไปแล้ว เรื่องราวจะเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับ

คลิปนกเงือกแสนรู้ เดาะตะกร้อกับเจ้าหน้าที่ทหาร

จากฐานปฏิบัติการทหารพรานนาวิกโยธิน ณ บ้านบูเกะสูดอ จ.นราธิวาส ได้มีการเผยแพร่ภาพความน่ารักของ “มะแอ” นกเงือกแสนรู้ที่อยู่ในความดูแลของจ่าเอกดำรง พันธ์ธูป กลายเป็นที่รักของเจ้าหน้าที่ในฐานทัพ เพราะความสามารถพิเศษในการ “เดาะตะกร้อ” อย่างคล่องแคล่ว

“มะแอ” ในอดีตเคยเป็นนกที่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ชาวบ้านใน อ.รือเสาะ จะพบเจอและนำมาดูแล แต่ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย ชาวบ้านจึงนำมาฝากไว้กับจ่าเอกดำรง ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อจ่าเอกดำรงย้ายมาที่บ้านบูเกะสูดอ จึงได้นำมะแอมาอยู่ด้วยกัน

จ่าเอกดำรงเล่าว่า “มะแอ” เคยได้รับบาดเจ็บที่เท้าและปาก พวกเขาช่วยกันดูแล ป้อนอาหาร จนกระทั่งมะแอสามารถบินได้ ช่วงแรกๆ มะแอซนมาก ชอบจิกเสื้อผ้าทหาร บินไปแขวนบนต้นไม้ ข้าวของหายเป็นประจำ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนหลงรักมะแอ คือความสามารถในการเดาะตะกร้อนั่นเอง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อทหารในฐานมักจะออกมาเตะตะกร้อออกกำลังกายในช่วงเย็น และทุกครั้งที่ลูกตะกร้อลอยขึ้น “มะแอ” มักจะบินเข้ามาเล่นด้วย จนกระทั่งทหารลองเดาะลูกตะกร้อให้มะแอใช้ปากกระแทกกลับมา กลายเป็นกิจกรรมประจำที่สร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มให้กับทุกคน

ความสามารถพิเศษของนกเงือกแสนรู้

เมื่อถึงเวลาประมาณ 3-5 โมงเย็น เมื่อได้ยินเสียงทหารโห่ร้อง หรือเห็นลูกตะกร้อลอยขึ้น มะแอจะบินมารอที่หลังคาเรือนนอน แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณว่าพร้อมจะเล่นด้วย ลูกตะกร้อที่ใช้ก็จะเป็นแบบพลาสติก น้ำหนักเบา เพื่อความปลอดภัยของมะแอ

นอกจากนี้ มะแอยังใช้ชีวิตอย่างอิสระตามธรรมชาติ ไม่ได้ถูกกักขัง บางวันก็บินเข้าไปในหมู่บ้าน เป็นที่รักใคร่ของคนในชุมชน

เรื่องราวของ “มะแอ” นกเงือกแสนรู้ตัวนี้ แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่สวยงามระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่า ความผูกพันและความเข้าใจที่เกิดขึ้นได้ แม้จะอยู่ต่างสายพันธุ์กัน เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและสร้างความสุขให้กับผู้ที่ได้พบเห็นอย่างแท้จริง

ที่มา – คลิปนกเงือกแสนรู้ โชว์เดาะตะกร้อ กับเจ้าหน้าที่ทหาร

MG ลดราคารถไฟฟ้า MG4/S5 สูงสุด 190,000

MG ลดราคารถไฟฟ้า ครั้งใหญ่! เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) ประกาศลดราคารถยนต์ไฟฟ้า MG4 และ MG S5 EV Plus สูงสุดถึง 190,000 บาท ก่อนที่มาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุดลง ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศปรับลดราคารถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นยอดนิยม ได้แก่ MG4 และ MG S5 EV Plus เพื่อเป็นการเคลียร์สต๊อกก่อนหมดมาตรการ EV 3.0 โดยมีรายละเอียดราคาใหม่ดังนี้:

MG ลดราคารถไฟฟ้า MG4 และ MG S5 EV Plus สูงสุด 190,000 บาท

ราคารถไฟฟ้า MG4 ปี 2025

MG4 D Standard Range RWD: จากราคาเดิม 709,900 บาท ลดเหลือเพียง 519,900 บาท ประหยัดไปถึง 190,000 บาท!

MG4 D+ Long Range RWD: จากราคาเดิม 769,900 บาท ลดเหลือเพียง 629,900 บาท ลดไป 140,000 บาท

พิเศษ! รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง, ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

MG4

นอกจากนี้ยังมี NEW MG S5 EV PLUS รถ B-SUV ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ ได้แก่ รุ่น D+, รุ่น X+ และ V+ มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์เต็มรูปแบบด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบเป่าลมเย็นสบาย มั่นใจทุกการเดินทางทั้งระยะใกล้และไกล พร้อมการชาร์จที่รวดเร็ว และ LIFETIME WARRANTY ที่ให้คุณอุ่นใจตลอดการใช้งาน

ราคา MG S5 EV Plus ปี 2025

MG S5 EV D+ Standard RWD: จากราคาเดิม 749,900 บาท ลดเหลือ 619,900 บาท ลดลง 130,000 บาท

MG S5 EV X+ Sunroof Standard RWD: จากราคาเดิม 839,900 บาท ลดเหลือ 729,900 บาท ลดลง 110,000 บาท

MG S5 EV V+ Sunroof Long Range RWD: จากราคาเดิม 959,900 บาท ลดเหลือ 849,900 บาท ลดลง 110,000 บาท

NEW MG S5 EV PLUS มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ด้วยกำลังสูงสุด 245 แรงม้า (180 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 6.1 วินาที เท่านั้น มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 62.2 kWh (LFP) ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ทำให้เป็นรถ B-SUV ไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ไกลที่สุดในคลาสเดียวกัน และรองรับการชาร์จด่วนจาก 10-80% ในเวลาไม่ถึง 30 นาที

ภายในมีการปรับดีไซน์คอนโซลกลางใหม่ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว และระบบเกียร์แบบก้านเปลี่ยนหลังพวงมาลัย ช่วยให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย เพิ่มทั้งความปลอดภัยและความคล่องตัวในทุกเส้นทาง

โปรโมชั่น MG ลดราคารถไฟฟ้า ครั้งนี้เป็นโอกาสทองของผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยมในราคาที่คุ้มค่า อย่ารอช้า! รีบตัดสินใจก่อนหมดเขตมาตรการ EV 3.0 และเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า MG ในราคาพิเศษได้แล้ววันนี้

ที่มา – MG ลดราคารถไฟฟ้า MG4 และ MG S5 EV Plus สูงสุด 190,000 บาท ก่อนหมดมาตรการ EV 3.0

“ดิว อริศรา” แจ้งความเกรียนคีย์บอร์ด มือที่ 3 เป๊ก-ธัญญ่า

“ดิว อริศรา” เดินหน้าปกป้องชื่อเสียง ส่งทนายความแจ้งความดำเนินคดี “เกรียนคีย์บอร์ด” หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นมือที่ 3 ระหว่าง “เป๊ก สัณชัย” กับ “ธัญญ่า ธัญญเรศ” เรื่องราวเป็นอย่างไร มาติดตามรายละเอียดกันค่ะ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากดิว อริศรา ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สวิต แก้วปลั่ง สว.(สอบสวน) สน.วังทองหลาง เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ทำการตัดต่อรูปภาพและบิดเบือนข้อมูล ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า “ดิว อริศรา” เป็นมือที่สามระหว่าง “เป๊ก” สัณชัย เองตระกูล และ ธัญญ่า ธัญญเรศ

ทนายนิติศักดิ์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ดิว อริศรา รวมถึง เป๊ก สัณชัย และ ธัญญ่า ธัญญเรศ ได้ออกมาชี้แจงชัดเจนแล้วว่า ดิวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับประเด็นปัญหาส่วนตัวภายในครอบครัวของเป๊กและธัญญ่า แต่กลับมีผู้ใช้งาน TikTok จำนวนมากถึง 10 บัญชี ที่ตัดต่อข้อความแชทในลักษณะเชิงชู้สาว และกล่าวอ้างว่าเป็นข้อความระหว่างเป๊กและดิว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง

นอกจากนี้ ยังมีการนำคลิปวิดีโอไลฟ์สดที่ดิวมาร่วมไลฟ์กับเป๊กและบุคคลอื่นๆ มาบิดเบือน ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งข้อความและคลิปวิดีโอเหล่านี้ไม่เป็นความจริง และเป็นการตัดต่อเพื่อสร้างความเสียหาย ทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเรื่องจริง จนนำไปสู่การแสดงความคิดเห็นต่างๆ มากมาย ส่งผลให้ดิว อริศรา ได้รับความเสียหายอย่างมาก

ทนายความกล่าวเพิ่มเติมว่า ดิว อริศรา ได้มอบหมายให้ตนรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถระบุตัวผู้ใช้งาน TikTok ที่แชร์คลิปวิดีโอที่มีการบิดเบือนข้อมูลได้ประมาณ 10 กว่าบัญชี ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นตอของการตัดต่อและบิดเบือนข้อมูล ทำให้เกิดความเสียหายและสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม ทางทีมทนายความจึงได้นำหลักฐานดังกล่าวมาแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยหวังให้ตำรวจประสานงานกับตำรวจไซเบอร์เพื่อสืบสวนหาตัวผู้ใช้งานบัญชี TikTok เหล่านี้ แม้ว่าบางบัญชีจะเป็นบัญชีอวตารก็ตาม แต่เชื่อมั่นว่าตำรวจจะสามารถสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ ซึ่งยังมีบัญชีที่เข้าข่ายกระทำความผิดอยู่อีกจำนวนมาก โดยจะทยอยรวบรวมหลักฐานและนำมาแจ้งความเพิ่มเติมต่อไป

นายนิติศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ดิว อริศรา เข้าใจถึงความคิดเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงเพื่อปกป้องดาราที่ตนเองชื่นชอบ ดังนั้นจึงยังไม่มีแนวคิดที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่แสดงความคิดเห็นในขณะนี้ แต่ขอฝากเตือนไปยังผู้ใช้งานออนไลน์ ให้มีสติและระมัดระวังในการติดตามข้อมูลข่าวสาร การแสดงความคิดเห็นใดๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง อย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ถูกตัดต่อหรือบิดเบือนเพื่อสร้างความเสียหาย โดยเฉพาะในกรณีของ “ดิว อริศรา” แจ้งความเกรียนคีย์บอร์ด ที่ทุกคนทราบแล้วว่าแชทที่ปรากฏในโลกออนไลน์นั้นไม่เป็นความจริง หากจะวิพากษ์วิจารณ์สิ่งใดก็ขอให้ระมัดระวังด้วย

ทนายความยังกล่าวอีกว่า จากการรวบรวมข้อมูล พบว่าเพจที่นำข้อมูลมาตัดต่อนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์ที่อาจมีเจตนาปั่นกระแส หรืออาจเป็นกลุ่มคนที่ต้องการทำลายชื่อเสียงของดิว ตั้งแต่ช่วงที่มีประเด็นดราม่าก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ทราบถึงที่มาที่ไปที่แท้จริง ว่ากลุ่มคนเหล่านี้ทำไปเพื่ออะไร มีเจตนาอะไร ต้องการปั่นกระแสหรือทำลายชื่อเสียง หวังให้ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนและหาตัวแอดมินหรือเจ้าของบัญชีที่ตัดต่อข้อมูลมาดำเนินคดี จากข่าวที่เกิดขึ้น ดิวรู้สึกตกใจที่ข้อมูลถูกบิดเบือนไปมาก ทั้งๆ ที่เรื่องดังกล่าวได้จบลงไปนานแล้ว หลังจากที่เป๊ก สัณชัย และ ธัญญ่า ธัญญเรศ ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ดิว อริศรา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ โดยส่วนตัวทนายได้มีโอกาสพูดคุยกับเป๊ก ซึ่งแสดงความเป็นห่วงเป็นใยความรู้สึกของดิวในฐานะน้องสาวที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวที่ไม่เป็นความจริง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย

นอกจากนี้ เป๊ก สัณชัย ยังฝากมาถึงสื่อมวลชนและประชาชนว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ความคิดเห็นของคนในครอบครัวอาจแตกต่างกัน แต่สุดท้ายก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้ และสามารถใช้ชีวิตครอบครัวได้อย่างปกติสุข ไม่อยากให้ขยายความเรื่องนี้ให้มากเกินไป เป๊ก สัณชัย เองก็เป็นห่วงความรู้สึกของลูกที่ครอบครัวถูกปั่นกระแสจนกระทบต่อความรู้สึกของคนในครอบครัว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้พูดคุยรายละเอียดกับเป๊ก สัณชัย ว่าจะแจ้งความเอาผิดทางกฎหมายกับกลุ่มบุคคลที่ตัดต่อข้อมูลหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงด้วยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลังจากที่ดำเนินการแจ้งความเป็นที่เรียบร้อย พนักงานสอบสวนจะดำเนินการติดตามสอบสวนบรรดาบัญชีผู้ใช้งาน TikTok ที่เข้าข่ายกระทำความผิด รวมทั้งจะดำเนินการนัดหมายสอบปากคำทนายความผู้รับมอบอำนาจที่มาแจ้งความ และบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป

“ดิว อริศรา” แจ้งความเกรียนคีย์บอร์ด มือที่ 3 เป๊ก-ธัญญ่า

ทำไม “ดิว อริศรา” ถึงต้องแจ้งความเกรียนคีย์บอร์ด?

การตัดสินใจของ “ดิว อริศรา” แจ้งความเกรียนคีย์บอร์ด ในครั้งนี้ ถือเป็นการปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของตนเอง หลังจากที่ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม และได้รับผลกระทบจากข้อมูลที่บิดเบือนในโลกออนไลน์ การดำเนินการทางกฎหมายจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อแสดงให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิด และไม่ควรเกิดขึ้นกับใครอีก

การใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติและความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ก่อนที่จะแชร์หรือแสดงความคิดเห็นใดๆ ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ เพื่อป้องกันการสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฎหมาย

“ดิว อริศรา” แจ้งความเกรียนคีย์บอร์ด ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนตระหนักถึงผลกระทบของการกระทำบนโลกออนไลน์ และใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบ

ที่มา – “ดิว อริศรา” ส่งทนายแจ้งความเกรียนคีย์บอร์ด กล่าวหาเป็นมือที่ 3 “เป๊ก-ธัญญ่า”

คุมเข้ม! ดูแล นทท. ลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่

เทศบาลนครเชียงใหม่ กำชับเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำปิง หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งทีมกู้ภัยประจำการในหลายจุดสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะได้รับความปลอดภัยตลอดงาน

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ว่าบรรยากาศงานประเพณีลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่ จะเริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องในช่วงต้นสัปดาห์ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ระดับน้ำสูงกว่าช่วงปกติประมาณ 30-40 เซนติเมตร ส่งผลให้แพริมน้ำที่เทศบาลนครเชียงใหม่และหน่วยงานต่างๆ จัดเตรียมไว้สำหรับให้ประชาชนลอยกระทง บางจุดถูกน้ำท่วม ทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออันตรายหากเข้าใกล้ริมน้ำ หรือพลัดตกลงไป

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะมาร่วมลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในค่ำคืนนี้ ซึ่งเป็นคืนวันพระจันทร์เต็มดวง หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ซึ่งถือเป็นวันกระทงเล็ก จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวนำกระทงมาลอยริมแม่น้ำปิงเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากปีนี้น้ำในแม่น้ำปิงมีระดับสูงและไหลเชี่ยว ทำให้แพริมน้ำหลายจุดถูกน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม บริเวณหน้าเทศบาลนครเชียงใหม่ และเชิงสะพานนวรัฐ ยังคงสามารถลงไปลอยกระทงได้ เนื่องจากมีการทำแนวตลิ่งและบันไดลงไปอย่างปลอดภัย

ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และเลือกจุดลอยกระทงที่มีผู้คนพลุกพล่าน และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัย นอกจากนี้ เทศบาลฯ ได้กำชับให้ทีมกู้ภัยทางน้ำ ซึ่งมีเรือคอยลาดตระเวนและเฝ้าระวังเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งจัดเตรียมห่วงชูชีพและเสื้อชูชีพตามจุดต่างๆ ที่มีประชาชนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก

สำนักงานชลประทานเชียงใหม่ รายงานว่า จากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทางชลประทานฯ ได้เปิดประตูระบายน้ำป่าแดด ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อเร่งระบายน้ำ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำจากทางตอนบนยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง การระบายน้ำอาจช่วยลดระดับน้ำได้เพียงเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเป็นปีที่แม่น้ำปิงมีระดับน้ำเต็มตลิ่งในช่วงเทศกาลลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่

ลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่ คุมเข้มความปลอดภัย

เตรียมพร้อมรับมือ! นักท่องเที่ยว ลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่

เทศบาลนครเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่ แม้ว่าสถานการณ์น้ำในแม่น้ำปิงจะอยู่ในระดับที่สูง แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามนี้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

ดังนั้น ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานลอยกระทง ยี่เป็งเชียงใหม่ อย่างระมัดระวัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – สั่งคุมเข้มดูแล นทท. ลอยกระทง “ยี่เป็งเชียงใหม่” หลังระดับแม่น้ำปิงเพิ่มต่อเนื่อง

คิม จองอึน สั่งเร่งสร้างโรงงานผลิตอุปกรณ์การศึกษา

“คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ ลงพื้นที่กรุงเปียงยางตรวจไซต์ก่อสร้างโรงงานผลิตอุปกรณ์เรียนและสื่อการสอน ตำหนิเจ้าหน้าที่รัฐทำงานล่าช้าจนไร้ความคืบหน้าหลายปี สั่งเร่งสร้างให้เสร็จภายในสิ้นปี 2568

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ลงตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องเขียนและอุปกรณ์การศึกษาในกรุงเปียงยาง เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ระหว่างการตรวจเยี่ยม นายคิมแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก พร้อมตำหนิเจ้าหน้าที่คณะรัฐมนตรีและกระทรวงศึกษาธิการที่ปล่อยให้โครงการล่าช้า โดยชี้ว่า พรรคแรงงานเกาหลีได้เน้นย้ำเรื่องการเสริมสร้างฐานวัสดุด้านการศึกษาในที่ประชุมพรรคมาหลายปี แต่โรงงานเหล่านี้กลับไม่มีความคืบหน้าตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จนถึงกลางปีนี้จึงเริ่มดำเนินการจริง

ผู้นำเกาหลีเหนือระบุว่า ความล่าช้าเกิดจาก ทัศนคติและแนวคิดที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ และสั่งให้ปัญหานี้ถูกหยิบยกขึ้นพิจารณาอย่างจริงจังในที่ประชุมพรรคแรงงานครั้งต่อไป ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนหน้า พร้อมกันนี้ นายคิมได้ชื่นชมทหารที่ถูกระดมมาช่วยก่อสร้าง พร้อมกล่าวว่า โรงงานผลิตอุปกรณ์การศึกษาเป็นโรงงานสำคัญที่จะทำให้สามารถจัดหาให้กับทั่วประเทศได้ 

นอกจากนี้ เขายังสั่งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับวัยและสรีระของนักเรียน พร้อมกำหนดกรอบเวลาว่าต้องสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2568 เพื่อให้โรงงานสามารถเดินเครื่องผลิตได้ในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า

ทั้งนี้ โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลเกาหลีเหนือในการยกระดับระบบการศึกษา แม้ประเทศจะยังเผชิญภาวะเศรษฐกิจและการคว่ำบาตรจากนานาชาติก็ตาม.

คิม จองอึน สั่งเร่งสร้างโรงงานผลิตอุปกรณ์การศึกษา

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ สั่งเร่งการก่อสร้างโรงงานผลิตอุปกรณ์การศึกษาให้เสร็จภายในปีนี้ หลังตรวจพบความล่าช้าอย่างมาก โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการคว่ำบาตร

การตัดสินใจของคิม จองอึน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลเกาหลีเหนือในการลงทุนด้านการศึกษา แม้ว่าประเทศจะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาโรงงานผลิตอุปกรณ์การศึกษาจะช่วยให้การเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนการสอนมีคุณภาพดีขึ้นสำหรับนักเรียนทั่วประเทศ

เป้าหมายของโรงงานผลิตอุปกรณ์การศึกษา

เป้าหมายหลักของโรงงานแห่งนี้คือการผลิตเครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นสำหรับนักเรียนทั่วประเทศ การผลิตภายในประเทศจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าและช่วยให้มั่นใจได้ว่านักเรียนทุกคนจะสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การศึกษาที่จำเป็นได้

นอกจากนี้ โรงงานยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงซึ่งเหมาะสมกับวัยและสรีระของนักเรียน การออกแบบและการผลิตอุปกรณ์การศึกษาจะต้องสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนแต่ละช่วงวัยเพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การที่คิม จองอึน เน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง การลงทุนในด้านการศึกษาถือเป็นการลงทุนในอนาคตของประเทศ และจะช่วยสร้างแรงงานที่มีทักษะและความรู้ความสามารถเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติ

การเร่งสร้างโรงงานผลิตอุปกรณ์การศึกษาเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเกาหลีเหนือมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย การพัฒนาโรงงานแห่งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับนักเรียนเกาหลีเหนือ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะมีข้อจำกัดต่างๆ นานา แต่การพัฒนาระบบการศึกษาเป็นสิ่งที่ผู้นำให้ความสำคัญและพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นใหม่ของประเทศ

ที่มา – “คิม จองอึน” เดือด ตรวจการก่อสร้างโรงงานผลิตอุปกรณ์การศึกษาสร้างล่าช้า สั่งเร่งให้เสร็จภายในปีนี้

ราคาดีงาม! จักรยานยนต์ New Honda PCX160

ราคาดีงาม จักรยานยนต์ New Honda PCX160

ไทยฮอนด้า เปิดตัว New Honda PCX160 รถจักรยานยนต์สปอร์ตพรีเมียม พร้อม 2 สีใหม่โดนใจ ได้แก่ สีขาว-ดำ (White Blaze) ในรุ่น RoadSync และ สีส้ม-ดำ (Amber Blaze) ในรุ่น Standard เสริมความสปอร์ตและสีสันที่ทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความโดดเด่น ด้วยคอนเซปต์ “BE THE MARK OF PRIDE อีกระดับของความภูมิใจ ที่ใครก็อยากเป็น” ชูเทคโนโลยีและเอกลักษณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ

New Honda PCX ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ทรง Victory Shape  ไฟเลี้ยวและไฟท้ายแบบ LED  2 สีใหม่ ได้แก่ สีขาว White Blaze ในรุ่น RoadSync เบาะสีน้ำตาล-ดำแบบทูโทน  และ สีส้ม Amber Blaze ในรุ่น Standard สีสันสปอร์ตเทรนดี้ 

New Honda PCX  เครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 157 ซีซี  ระบบเบรก ABS ล้อหน้า  พร้อมจานเบรกขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน  พื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่จุได้ 30 ลิตร และกุญแจรีโมต Honda SMART Key & Controller ที่สั่งงานง่ายเพียงบิดสวิตช์

New Honda PCX160 รุ่น RoadSync มาพร้อมอะไรบ้าง?

สำหรับรุ่น RoadSync หน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 5 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน รวมถึงระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ระบบตรวจจับและควบคุมล้อหน้า-ล้อหลังให้สัมพันธ์กัน ป้องกันรถเสียการทรงตัว  เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Honda RoadSync เทคโนโลยีจากฮอนด้าที่ควบคุมการทำงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน ในการ รับสายโทรเข้า-โทรออก, ระบบนำทาง, แอปพลิเคชันฟังเพลง และประวัติการเดินทาง พร้อมควบคุมผ่านปุ่มคอนโทรลเลอร์ดีไซน์ใหม่ในแบบมัลติฟังก์ชันสั่งการได้หลากหลาย ถือเป็นอีกระดับของการเชื่อมต่อระหว่างคนและรถ

New Honda PCX 2 เฉดสีใหม่ พร้อมวางจำหน่ายที่ศูนย์ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยวางจำหน่ายพร้อมกับเฉดสีให้เลือกตามสไตล์ ดังนี้

รุ่น RoadSync : สีขาว-ดำ (White Blaze), สีน้ำเงิน (Innovate Blue), สีแดง-ดำ (Matt Red) ราคาแนะนำ 99,900 บาท

รุ่น Standard : สีส้ม-ดำ (Amber Blaze), สีดำ (Matt Gunpowder Black), สีน้ำเงิน-ดำ (Victory Blue), สีเทา-ดำ (Pearl Smoky Gray) ราคาแนะนำ 96,000 บาท.

ใครที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์พรีเมียมสกู๊ตเตอร์ New Honda PCX160 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น เทคโนโลยีที่ทันสมัย และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ทำให้การขับขี่ในเมืองเป็นเรื่องที่สนุกและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ที่มา – ราคาดีงาม จักรยานยนต์ New Honda PCX160

5 บุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ใครคือ บุคคลที่สุดแห่งปี 2025

หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2025 นั้น ต้องยอมรับว่า มีหลายบุคคลที่เป็นศูนย์กลาง เป็นสารตั้งต้น หรือ ตัวเอก ของเหตุการณ์สำคัญนั้น ๆ ซึ่งก่อนหน้า “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้มีการโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” ในสาขา “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” พบว่ามีผู้เสนอชื่อบุคคลสูงสุด 5 รายชื่อดังต่อไปนี้

  • แม่ทัพกุ้ง พลโท บุญสิน พาดกลาง 

พลโท บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ซึ่งมีบทบาทในการวางแผนการสู้รบในช่วงการปะทะแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ต้องยอมรับว่า น้อยคนนักที่จะรู้จักแม่ทัพกุ้ง หรือเห็นข่าวแม่ทัพกุ้งตามหน้าสื่อ แต่ในช่วงการสู้รบนั้น นอกจากแม่ทัพกุ้งจะเป็นผู้บัญชาการรบแล้ว ยังเดินสายปลุกกระแสรักชาติด้วย

  • บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นายตำรวจผู้มีภาพตงฉิน เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน กำราบพระดังที่ปฏิบัติตัวนอกศีลและทำผิดกฎหมาย ล่าสุด ยังเดินหน้ายื่นเรื่องเรียกร้อง กรณีแต่งตั้งโผนายพลตำรวจ “รอง ผบ.ตร.-ผบก.” ทั่วประเทศ ปี 2568 โดยยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่สภาฯ ว่า “ผมพลีชีพไปแล้ว ไม่ต้องกลัวผมคนจริง สร้างความเปลี่ยนแปลงมาเยอะ ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงตำรวจ”

  • หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการชื่อดัง 

กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการชื่อดัง ที่ต้องยอมรับว่า จับเรื่องใดก็เป็นประเด็นทุกที และยังกำเนิดมีมมากมาย ถึงขั้นหลายคนนิยามให้ว่า “ถ้าไม่ขาวจริง อย่าไปออกรายการพี่หนุ่ม” 

  • ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้ว่าฯ กทม. ที่งานใหญ่ๆ เข้าตั้งแต่หลังเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งแค่ในปี 2025 ปีเดียวนั้น งานยักษ์ก็เข้าไม่หยุด ตั้งแต่อาคาร สตง. ที่กำลังก่อสร้างถล่ม ในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว เป็นเหตุให้ต้องไปบัญชาการเหตุการณ์อยู่หน้างานตั้งแต่เช้าจนมืดทุกวัน ก่อนจะปรากฏภาพที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ นั่งหลับ อยู่ภายในเขตภัยพิบัติอาคารถล่ม หรือล่าสุด กับเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุด เป็นหลุมขนาดใหญ่ ซึ่งต้องวางแผนการซ่อมอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อน

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

หลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ต้องเลือกนายกฯ ใหม่ พรรคภูมิใจไทยที่มี นายอนุทิน เป็นหัวหน้าพรรค และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สามารถจับมือกับพรรคประชาชน และลงนาม MOA ได้สำเร็จ ทำให้พรรคประชาชนยกมือโหวตให้ นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ได้สำเร็จ แม้ไม่ใช่พรรคเสียงข้างมาก 

นอกจากนี้ ยังมีวลีเด็ดที่ใครเห็นเป็นต้องเอ๊ะอย่าง “ผมเป็นคนทำงานวันนี้ สั่งงานวันนี้ต้องเสร็จเมื่อวาน”

5 บุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ใครคือ บุคคลที่สุดแห่งปี 2025

ใครจะเป็นบุคคลที่สุดแห่งปี 2025

แล้วใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” ของคุณ ร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาที่สุดของบุคคลที่สุดแห่งปี ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2568 ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/campaign/vote/selection

แน่นอนว่าการตัดสินว่าใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” นั้นขึ้นอยู่กับมุมมองและความสนใจของแต่ละคน แต่ละคนมีเหตุผลและเกณฑ์ในการพิจารณาที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผลงาน ความเสียสละ หรืออิทธิพลที่พวกเขามีต่อสังคมในปีนั้น ๆ

อย่าลืมไปร่วมโหวตเพื่อสนับสนุน “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” ในใจของคุณกันนะครับ!

ที่มา – 5 บุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025”

Honda ทดสอบจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ Reusable Rocket

Honda พลังแห่งความฝัน หรือ The Power of Dream ได้ทำการวิจัย พัฒนาและทดสอบยานยนต์ Type R รุ่นใหม่ ซึ่งตัว “R” ก็คือ rocket หรือจรวดนั่นเอง บริษัทลูกฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Honda ประสบความสำเร็จในการทดสอบการขึ้นและลงจอดด้วยจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ Reusable Rocket เป็นครั้งแรกของญี่ปุ่น ณ ฐานวิจัยในเกาะฮอกไกโด

จรวด หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ยานปล่อยจรวดแบบใช้ซ้ำได้” reusable launch vehicle (RLV) มีความยาวกว่า 6 เมตร กว้าง 85 เซนติเมตร และหนัก 900 กิโลกรัม ในการเดินทางอันแสนสนุกนี้ จรวด RLV ของ Honda ได้ทะยานขึ้นสู่ความสูงเกือบ 300 เมตร ด้วยเชื้อเพลิงเหลว Honda ไม่ได้บอกว่าต้องใช้เชื้อเพลิงจรวดเท่าใด หรือเผาไหม้ร้อนเท่าใด แต่เดาว่าคำตอบน่าจะอยู่ที่ “มาก” และ “มหาศาล”

การปล่อยจรวดครั้งนี้เกิดขึ้นที่ศูนย์ทดสอบของ Honda ในเมืองไทกิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง Honda ระบุว่า “ได้พัฒนาให้เป็น ‘เมืองอวกาศ’ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน” รวมถึงองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) จรวด reusable launch vehicle (RLV) มีความสูงเกือบ 21 ฟุต น้ำหนักกว่า 2,800 ปอนด์ หรือกว่า 900 กิโลกรัม ขณะปล่อยตัว บินเป็นแนวตรง เป็นเวลา 56.6 วินาที ก่อนที่จะ “ลงจอดภายในระยะ 37 เซนติเมตรจากจุดลงจอดเป้าหมาย” ด้วยขาตั้งแบบยืดหดได้สี่ขาที่รองรับจรวดไว้ขณะปล่อยตัว หลังจากขึ้นสู่อากาศได้ประมาณหนึ่งนาที RLV ก็ร่อนลงในแนวดิ่ง และกลับมายังจุดที่อยู่ห่างจากจุดลงจอดเพียง 37 เซนติเมตร ได้อย่างแม่นยำ

Honda ได้ทำงานในการสร้าง RLV (ซึ่งตรงกันข้ามกับ ‘ยานปล่อยจรวดใช้แล้วทิ้ง’ (ELV) ทั่วไปที่ใช้ขนส่งดาวเทียมขนาดเล็กเข้าสู่วงโคจรมาเป็นเวลาประมาณหกปีแล้ว) โดยเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันขึ้นสู่ ‘การเคลื่อนที่แห่งอนาคต’

แม้ว่าการวิจัยจรวดของ Honda จะยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยพื้นฐาน และยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ Reusable Rocket เข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ แต่ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าวิจัยพื้นฐานของการนำกลับมาใช้ใหม่ต่อไป โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บรรลุศักยภาพทางเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถปล่อยจรวดแบบ suborbital ได้ภายในปี 2572”

การบินแบบ suborbital ที่ระดับความสูงมากกว่า 62 ไมล์ เหนือระดับน้ำทะเล จะเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ Honda แต่ความสูงดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ Honda จะต้องตัดสินใจหากต้องการบรรลุเป้าหมายปี 2029 รวมถึงค่าใช้จ่ายของโครงการ หากต้องการก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไปและแข่งขันกับบริษัทเอกชนอื่นๆ เช่น SpaceX และ Blue Origin ที่มีความสามารถในการทำการบินโคจรรอบโลกด้วยจรวจนำกลับมาใช้ใหม่

Honda ไม่ใช่บริษัทเดียวที่แข่งขันกันเพื่อไปให้ถึงดินแดนนอกโลก เพราะตอนนี้ปี 2025 แล้ว ปัจจุบัน Geely, GM, Hyundai-Kia, Toyota และ Venturi ต่างร่วมมือกับพันธมิตรด้านอวกาศ สร้างเครื่องจักรที่มุ่งหน้าสู่จักรวาลด้วยเช่นกัน.

Honda ทดสอบจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ Reusable Rocket

ความคืบหน้าล่าสุดของ Honda กับ จรวดนำกลับมาใช้ใหม่ Reusable Rocket

การพัฒนา จรวดนำกลับมาใช้ใหม่ Reusable Rocket ของ Honda แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการวิจัย แต่ความสำเร็จในการทดสอบครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามอง และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินอวกาศในอนาคต

ที่มา – Honda ทดสอบจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ Reusable Rocket

ช็อก! ปิดตำนาน โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว เลิกกิจการ

ผู้ปกครองช็อก! “โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว” ประกาศเลิกกิจการอย่างเป็นทางการ ปิดตำนานกว่า 50 ปี หลังเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อ “โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว” ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชื่อดังย่านลาดพร้าว ได้ส่งหนังสือถึงผู้ปกครอง เพื่อประกาศเลิกกิจการโรงเรียนอย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเนื้อหาในหนังสือประกาศเลิกกิจการโรงเรียน ระบุว่า

“ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ที่อัตราการเกิดของเด็กในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนเด็กนักเรียนในระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาลดลงตามลำดับ และการเก็บค่าเล่าเรียนไม่เป็นไปตามที่กำหนด ทำให้รายรับจากการดำเนินงานไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาหลักสูตร การดูแลบุคลากร การบำรุงรักษาอาคารสถานที่ให้ได้มาตรฐานตามที่โรงเรียนตั้งใจไว้ คณะผู้บริหารได้พิจารณาและไตร่ตรองสถานการณ์ดังกล่าวอย่างรอบคอบ จึงมีมติเห็นชอบหยุดการเรียนการสอน และเลิกกิจการโรงเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป (นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569)

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับความไว้วางใจจากท่านผู้ปกครอง ให้ร่วมดูแล อบรมสั่งสอนบุตรหลานให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านวิชาการ คุณธรรม จริยธรรม โรงเรียนขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ปกครองทุกท่านด้วยความเคารพอย่างสูง สำหรับความเชื่อมั่น ความเข้าใจ และ การสนับสนุนโรงเรียนอุดมศึกษาด้วยดีเสมอมา พร้อมทั้งขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นจากการเลิกดำเนินกิจการในครั้งนี้”

โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว เลิกกิจการ

ข่าวการปิดตัวของ โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว สร้างความตกใจและเสียใจให้กับศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โรงเรียนแห่งนี้ถือเป็นสถาบันเก่าแก่ที่สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน การปิดตัวลงจึงเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการการศึกษา

โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานศึกษาที่เน้นการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านวิชาการ คุณธรรม จริยธรรม และทักษะชีวิต ทำให้ศิษย์เก่าของโรงเรียนประสบความสำเร็จในหลากหลายสาขาอาชีพ หลายคนยังคงจดจำและภาคภูมิใจในสถาบันแห่งนี้เสมอมา

ทำไมโรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าวถึงต้องเลิกกิจการ?

ปัจจัยหลักที่ทำให้ โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว ต้องปิดตัวลงคือ ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อัตราการเกิดของเด็กในประเทศที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนนักเรียนลดลงตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงเรียนกลับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้โรงเรียนประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก

นอกจากนี้ การแข่งขันในวงการการศึกษาก็มีความรุนแรงมากขึ้น โรงเรียนเอกชนหลายแห่งต้องปรับตัวเพื่อดึงดูดนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาหลักสูตร การปรับปรุงอาคารสถานที่ หรือการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินงาน

การปิดตัวของ โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว เป็นสัญญาณเตือนให้เห็นถึงความท้าทายที่วงการการศึกษาไทยกำลังเผชิญอยู่ โรงเรียนต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้สามารถอยู่รอดและพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพต่อไปได้

สำหรับผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากการปิดตัวของโรงเรียน สามารถติดต่อโรงเรียนเพื่อขอรับข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายโรงเรียน หรือขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของบุตรหลานได้ ทางโรงเรียนจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

การจากลาของสถานศึกษาแห่งนี้ ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดความทรงจำดีๆ ที่เคยมีร่วมกัน ขอให้เรื่องราวและความผูกพันอันดีงามของชาวอุดมศึกษาลาดพร้าวยังคงอยู่ตลอดไป

ที่มา – ปิดตำนานกว่า 50 ปี “โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว” ประกาศเลิกกิจการแล้ว