วัน: 5 พฤศจิกายน 2025

โศกนาฏกรรมกลางสนาม! “มลาเดน ซิซโซวิช”

มลาเดน ซิซโซวิช โค้ชทีม Radnicki 1923 เสียชีวิตระหว่างการแข่งขัน วันที่ 5 พฤศจิกายน 2025 — วงการฟุตบอลเซอร์เบียต้องพบกับข่าวเศร้าสะเทือนใจ เมื่อ ซิซโซวิช (Mladen Zizovic) หัวหน้าโค้ชของสโมสร Radnicki 1923 เสียชีวิตระหว่างเกมการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นในนาทีที่ 22 ของการแข่งขัน เมื่อซิซโซวิชวัย 45 ปี มีอาการหมดสติบริเวณข้างสนาม ทีมแพทย์รีบเข้าปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

มลาเดน ซิซโซวิช

ช็อกกลางสนาม! “มลาเดน ซิซโซวิช” โค้ชทีม Radnicki 1923 เสียชีวิตระหว่างการแข่งขัน

หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น เกมการแข่งขันถูกยุติลงทันที ผู้เล่นจากทั้งสองทีมรวมถึงแฟนบอลในสนามต่างยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยให้กับโค้ชผู้ล่วงลับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความไม่เชื่อ

สโมสร Radnicki 1923 ออกแถลงการณ์ยืนยันข่าวการเสียชีวิต พร้อมระบุว่า “ซิซโซวิชเป็นทั้งผู้นำ ผู้ให้แรงบันดาลใจ และบุคคลที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในวงการฟุตบอลเซอร์เบีย เขาจะอยู่ในใจพวกเราตลอดไป”

บรรยากาศเศร้าสลด – แฟนบอลร่วมไว้อาลัยทั่วประเทศ

หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น เกมการแข่งขันถูกยุติลงทันที ผู้เล่นจากทั้งสองทีมรวมถึงแฟนบอลในสนามต่างยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัย บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความไม่เชื่อ

สโมสร Radnicki 1923 ได้ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า

“ซิซโซวิชไม่ใช่แค่โค้ช แต่เป็นผู้นำและแรงบันดาลใจของพวกเรา เขาจะอยู่ในใจของทุกคนตลอดไป”

⚽ เส้นทางอาชีพของ “มลาเดนซิซโซวิช”

ซิซโซวิชเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติบอสเนียที่หันมาทำงานโค้ชหลังแขวนสตั๊ด เขาเคยคุมทีมหลายสโมสรในลีกบอลคาบสมุทรบอลข่าน และเพิ่งเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชของ Radnicki 1923 เมื่อปี 2023 ด้วยสไตล์การทำทีมที่เน้นเกมรุกดุดันและการปั้นนักเตะดาวรุ่ง


เสียงเรียกร้องเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพในวงการฟุตบอล

เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตัวในวงการฟุตบอลยุโรป หลายฝ่ายเรียกร้องให้สมาคมฟุตบอลเซอร์เบีย (FSS) และสโมสรต่าง ๆ ทบทวนระบบการตรวจสุขภาพของโค้ชและนักเตะ รวมถึงมาตรการการแพทย์ฉุกเฉินภายในสนามแข่งขัน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต

กรณีนี้คล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในลีกอิตาลีและสเปน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความพร้อมด้านการแพทย์ยังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นในวงการกีฬาอาชีพ


ประวัติและเส้นทางอาชีพของ ซิซโซวิช

ซิซโซวิช เป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติบอสเนีย ก่อนหันมาทำงานในสายอาชีพโค้ช เขาเคยคุมทีมหลายสโมสรในยุโรปตะวันออก และเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชของ Radnicki 1923 ตั้งแต่ปี 2023 ด้วยสไตล์การคุมทีมที่เน้นเกมรุกและการปั้นดาวรุ่ง

ผลงานของเขาช่วยยกระดับทีมให้ขึ้นมาต่อกรกับสโมสรใหญ่ในลีกได้อย่างน่าประทับใจ จึงถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลเซอร์เบีย


บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์การเสียชีวิตของโค้ชซิซโซวิช ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่า “ฟุตบอลไม่ใช่เพียงเกมการแข่งขัน แต่ยังเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนที่ทุ่มเททั้งแรงกายและใจ”

การดูแลสุขภาพทั้งนักกีฬาและทีมงานจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันกับการฝึกซ้อมหรือกลยุทธ์ในสนาม


🕯️ สรุป

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นความสูญเสียของสโมสร Radnicki 1923 แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายในวงการฟุตบอลทั่วโลก หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพของบุคลากรในสนามมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

รังสิมันต์ โต้ ไผ่ ปมกล่าวหา “ปชช.” เลื่อนลอย

“โรม” ซัดกลับ “ไผ่ ลิกค์” ปมปูดพรรคประชาชน เอาเงินผู้ช่วย สส. จ่ายสมาชิกพรรค ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ หวังดิสเครดิตฝ่ายค้าน ถามกลับตอนสมัครสมาชิก “พรรคกล้าธรรม” ทำเองหรือมีคนทำให้ ฉะกล่าวหาเลื่อนลอย ไม่มีความรู้พื้นฐานเรื่องฟอกเงิน-บัญชีม้า

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงการนำเงินของผู้ช่วย สส. มาจ่ายค่าสมาชิกพรรค ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่มีความพยายามโจมตีพรรคประชาชนจากเพจหนึ่ง โดยไม่ได้กังวลอะไร เพราะมีความพยายามในการดิสเครดิตการทำงานของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และยืนยันว่าการสมัครสมาชิกพรรคประชาชนมีขั้นตอน 4 ข้อ คือจะต้องถ่ายรูปพร้อมกับบัตรประชาชนลงสมัครระบบออนไลน์ และมีการยืนยันด้วยระบบ OTP จากนั้นจะมีการสุ่มตรวจ หากมีการร้องเรียนก็จะตรวจทุกคน โดยยอมรับว่าการสมัครสมาชิกพรรคที่ผ่านมามีปัญหาบ้าง แต่มีกระบวนการสำหรับการตรวจสอบ 1,400 ชื่อรอตรวจสอบ ซึ่งมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น และย้ำว่ากระบวนการสมัครสมาชิกพรรคประชาชนมีมาตรฐานที่สูง พร้อมย้อนให้ไปถามการสมัครสมาชิกพรรคกล้าธรรม ทำอย่างไร มีหัวคะแนน ไปเกณฑ์รายชื่อมาหรือไม่

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่านำเงินเดือนผู้ช่วย สส. ไปจ่ายค่าสมาชิก นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า ไม่สามารถทำได้และผิดกฎหมาย และพรรคประชาชนไม่เคยมีคำสั่ง หรือมีแนวนโยบายให้ทำเช่นนั้น และพร้อมที่จะเอาผิดหากพบกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น

“ไม่ได้เป็นคำสั่งของพรรค สมมติหากเป็นการกระทำของบางคน ผมพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ได้มีปัญหาอะไรในการที่จะตรวจสอบ และยืนยันว่าในส่วนของพรรคประชาชนมีคนพร้อมตรวจสอบเราเยอะ หน่วยงานองค์กรอิสระต่างๆพร้อมตรวจสอบเรา ดังนั้นเราไม่มีความกังวลในเรื่องนี้” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ ตั้งข้อสังเกตว่า วันนี้มีความพยายามที่จะเบี่ยงเบนประเด็น ทำให้เรื่องสแกมเมอร์เป็นเรื่องเฉพาะตัว เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือผลประโยชน์ทางการเมือง และยืนยันว่าส่วนตัวไม่ได้มีความโกรธหรือเกลียดร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นการส่วนตัว และไม่เคยโกรธเกลียดนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้าธรรม หรือไม่ได้รู้จักนายเบน สมิธ หรือ นายยิม เลียกเป็นการส่วนตัว โดยชี้ว่าการดำเนินการของตนเองทำให้ได้รับภาระทั้งคดีความ หรือบางคนก็เป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยในชีวิต และยืนยันว่าการทำทั้งหมดไม่ได้เงินอะไรเพิ่ม แต่ที่พยายามทำหน้าที่ตรงนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติ เมื่อมาอยู่ตรงนี้ก็ต้องพยายามทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด เพราะไม่รู้จะยืนอยู่จุดนี้ได้นานแค่ไหน และเน้นย้ำว่าภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย หรือ อริราชศัตรู ในราชอาณาจักรไทยที่ใหญ่ที่สุด คือสิ่งที่เรียกว่า ทุนสีเทา ที่กำลังจะยึดประเทศไทย หากไม่เข้าใจในเรื่องนี้และนำประเด็นยิบย่อยมาเบี่ยงประเด็น เป็นเรื่องการตีกันของคนไม่กี่คน มองว่าประเทศไทยเราจบ

“วันนี้เราต้องตระหนักว่าทุนสีเทากำลังยึดประเทศไทยทั่วทุกแห่ง ของภูมิภาคไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ ในแต่ละจังหวัดจะเห็นร่องรอยของทุนสีเทาทั้งสิ้น” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ ชี้ว่านายไผ่ ลิกค์ ไม่มีความรู้พื้นฐานเรื่องการฟอกเงินและบัญชีม้า ซึ่งบัญชีม้าเป็นกรณีที่ให้บุคคลอื่นควบคุมบัญชีไม่ใช่เจ้าของบัญชี และการฟอกเงิน ต้องเริ่มที่เงินผิดกฎหมายไม่ใช่เงินถูกกฎหมาย ในพรรคประชาชนไม่เคยมีนโยบายให้ผู้ช่วย สส. นอนอยู่เฉย ๆ นอนกระดิกเท้าหายใจไปวัน ๆ ทุกคนจะต้องทำงาน เพราะพรรคประชาชนเป็นพรรคที่มีทรัพยากรจำกัด ดังนั้นทุกคนต้องมีภารกิจมีงานที่ต้องทำ ก่อนจะทิ้งท้ายว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย

“โรม” โต้ “ไผ่” กล่าวหา ปชน. เลื่อนลอย ไม่มีความรู้พื้นฐานเรื่องฟอกเงิน-บัญชีม้า

จากประเด็นร้อนทางการเมืองที่นายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ได้ออกมากล่าวหาพรรคประชาชน (ปชน.) เกี่ยวกับการใช้เงินผู้ช่วย สส. มาจ่ายค่าสมาชิกพรรคนั้น นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาตอบโต้และชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียด พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงเจตนาเบื้องหลังการออกมาเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้

รังสิมันต์ โต้ ไผ่ ปมกล่าวหา “ปชช.” เลื่อนลอย ไร้ความรู้เรื่องฟอกเงิน

นายรังสิมันต์ โรม ได้เน้นย้ำว่าข้อมูลที่นายไผ่ ลิกค์ นำมาเปิดเผยนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นการนำข้อมูลเก่าจากเพจหนึ่งมาโจมตีพรรคประชาชน (ปชน.) อีกครั้ง โดยมีจุดประสงค์เพื่อดิสเครดิตการทำงานของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน

พร้อมกันนี้นายรังสิมันต์ ยังได้อธิบายถึงกระบวนการสมัครสมาชิกพรรคประชาชน ที่มีขั้นตอนที่เข้มงวดและมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ยังได้กล่าวถึงประเด็นที่นายไผ่ ลิกค์ กล่าวหาว่าพรรคประชาชนนำเงินเดือนผู้ช่วย สส. ไปจ่ายค่าสมาชิกพรรค โดยยืนยันว่าไม่สามารถทำได้และผิดกฎหมาย พร้อมทั้งย้ำว่าพรรคประชาชนไม่มีนโยบายให้กระทำการดังกล่าว

นายรังสิมันต์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า มีความพยายามที่จะเบี่ยงเบนประเด็นจากเรื่องสแกมเมอร์ให้เป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องผลประโยชน์ทางการเมือง และเน้นย้ำถึงภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยคือ ทุนสีเทา ที่กำลังจะยึดประเทศไทย

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นายไผ่ ลิกค์ ไม่มีความรู้พื้นฐานเรื่องการฟอกเงินและบัญชีม้า ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาพรรคประชาชน

จากการตอบโต้ของนายรังสิมันต์ โรม ทำให้เห็นว่าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมที่จะตรวจสอบและชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา และยืนยันที่จะทำงานเพื่อผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่

การออกมาตอบโต้ของนายรังสิมันต์ โรมในครั้งนี้ เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคประชาชน (ปชน.) ในการตอบโต้ข้อกล่าวหาต่างๆ และแสดงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประเทศชาติ ถึงแม้จะมีอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ก็ตาม

ที่มา – “โรม” โต้ “ไผ่” กล่าวหา ปชน. เลื่อนลอย ไม่มีความรู้พื้นฐานเรื่องฟอกเงิน-บัญชีม้า

นายกฯ ย้ำ “ไม่มีแผนตายตัว” ชิงยุบสภาจริงหรือ

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงที่น่าจับตามอง เมื่อนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการยุบสภา ก่อนที่จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยย้ำคำพูดที่ว่า “ไม่มีแผนตายตัว” ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

นายกฯ ย้ำ “ไม่มีแผนตายตัว” ชิงยุบสภาจริงหรือ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ พารากอนฮอลล์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและการตัดสินใจยุบสภา โดยตอบว่า “Play it by ear (ไม่มีแผนการตายตัว)” ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงความเป็นไปได้ในการยุบสภาหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ ตอบว่า จะพิจารณาจากประเด็นที่ถูกนำมายื่น หากเป็นเรื่องของการล้างแค้นกัน ก็อาจจะตัดสินใจยุบสภา นายกฯ ยังกล่าวอย่างมั่นใจว่า จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในปีหน้าอย่างแน่นอน

ความมั่นใจในการทำงานและตรวจสอบได้

เมื่อถูกถามถึงเรื่องที่อาจถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องประเมิน เพราะรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ ด้วยความตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้

นอกจากนี้ นายกฯ ยังกล่าวถึงกรณีการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีรายบุคคลว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำได้ภายใต้ขอบข่ายอำนาจและกฎหมายที่มีอยู่ เมื่อถามย้ำว่า หากไม่มีการยื่นอภิปรายนายกฯ แต่เป็นการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีคนอื่น นายกฯ จะยุบสภาหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “Play it by ear” เช่นเดิม

เมื่อถูกถามว่า หากมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิดหรือไม่สุจริต ทำไมไม่เปิดรับการอภิปราย นายกฯ กล่าวว่า “ยังตอบตอนนี้ไม่ได้ ผมถึงบอกว่า “Play it by ear”

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีจะเป็นไปในทิศทางใด ยังคงต้องติดตามกันต่อไป แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ทุกฝ่ายต่างมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า

จากคำสัมภาษณ์ของนายกฯ ที่ว่า “ไม่มีแผนตายตัว” ทำให้เห็นว่าการตัดสินใจทางการเมืองนั้นมีความซับซ้อนและผันผวนอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ

ในขณะที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองว่านายกฯ จะตัดสินใจอย่างไรต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายเคารพในกฎเกณฑ์และกติกาของประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างโปร่งใส เพื่อให้การตัดสินใจใดๆ ที่เกิดขึ้น เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – นายกรัฐมนตรี ย้ำคำพูด “ไม่มีแผนตายตัว” ชิงยุบสภาก่อนถูกซักฟอกหรือไม่

นายกฯ โบ้ยถาม “ธรรมนัส” เรื่องแต่งตั้ง “ธนดล”

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง เมื่อนายกรัฐมนตรี ปัดตอบคำถามเรื่องการแต่งตั้ง “ธนดล” โดยโยนให้ไปถาม “ธรรมนัส” แทน ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในการบริหารงานของรัฐบาลผสม และการแบ่งสรรอำนาจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

นายกฯ โบ้ยให้ถาม “ธรรมนัส” เรื่องแต่งตั้ง “ธนดล”

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ที่พารากอนฮอลล์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ อดีตที่ปรึกษา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การตัดสินใจของตนเอง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การแต่งตั้งดังกล่าวเป็นเรื่องของการร่วมรัฐบาล โดยพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคจะต้องคัดเลือกบุคลากรเข้ามาทำงาน และถือเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อถูกถามว่าเรื่องนี้อาจเป็นประเด็นที่อ่อนไหว และท้ายที่สุดนายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้รับผิดชอบ นายกรัฐมนตรีตอบว่าควรไปถาม ร.อ.ธรรมนัส แทนที่จะมาถามตน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการวิวาทะกันเรื่องที่ดินก่อนหน้านี้จบลงแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า "ผมไม่เคยวิวาทะกับนายธนดล ที่ดินไม่ใช่ของผม"

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ต่อกรณี “ธนดล”

การที่นายกรัฐมนตรี โบ้ยให้ถาม “ธรรมนัส” เรื่องแต่งตั้ง “ธนดล” ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ทั้งฝ่ายการเมืองและประชาชนทั่วไป หลายคนมองว่าเป็นการแสดงความไม่รับผิดชอบต่อนโยบายและการบริหารงานของรัฐบาล

ฝ่ายค้านได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้งดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมและความโปร่งใสในการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ในขณะที่ประชาชนบางส่วนแสดงความไม่พอใจต่อการที่รัฐบาลดูเหมือนจะไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกของประชาชน

นอกจากนี้ การที่นายกรัฐมนตรีออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับกรณีพิพาทเรื่องที่ดินกับนายธนดล ก็ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างนายกรัฐมนตรีกับ ร.อ.ธรรมนัส และพรรคร่วมรัฐบาล

ผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล

กรณีการแต่งตั้ง “ธนดล” และการที่นายกรัฐมนตรี โบ้ยให้ถาม “ธรรมนัส” ถูกมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลผสมในปัจจุบัน ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลอาจรุนแรงขึ้น และอาจนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งการยุบสภา

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิเคราะห์บางส่วนที่มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงความขัดแย้งเล็กน้อย และรัฐบาลยังคงสามารถประคับประคองสถานการณ์ต่อไปได้

  • การที่นายกรัฐมนตรีโยนเรื่องให้ "ธรรมนัส" สะท้อนอะไร
  • อนาคตการเมืองของ "ธนดล" จะเป็นอย่างไร
  • เรื่องนี้จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลหรือไม่

บทสรุป

การแต่งตั้ง “ธนดล” และท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่ปัดความรับผิดชอบ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและความท้าทายในการบริหารงานของรัฐบาลผสม ความโปร่งใสและความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาจากประชาชน การโยนเรื่องให้คนอื่นเเบบนี้ไม่ช่วยอะไร

ที่มา – นายกรัฐมนตรี โบ้ยให้ถาม “ธรรมนัส”กรณีแต่งตั้ง “ธนดล” ย้ำเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล ต้องให้เกียรติกัน

GEELY EX2 เตรียมเปิดตัว Motor Expo 2025

รถยนต์ไฟฟ้า GEELY EX2 เตรียมพร้อมเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025! บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ร่วมกับ GEELY เตรียมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดนี้สู่สายตาชาวไทย คาดการณ์กันว่าราคาของ GEELY EX2 จะอยู่ในช่วงประมาณ 500,000 – 700,000 บาท ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กราคาคุ้มค่า

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด กล่าวถึงการแข่งขันในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทยว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทยจากการเข้ามาของหลากหลายแบรนด์ใหม่ สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่าตลาดยังคงมีศักยภาพการเติบโตสูง”

“นี่คือโอกาสที่ GEELY จะเข้ามาสร้างจุดยืนที่ชัดเจนได้อย่างแท้จริง ความสำเร็จของ GEELY EX5 นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจองและการส่งมอบที่เป็นไปตามแผน คือหนึ่งในข้อพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทย และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์ผลิตภัณฑ์พร้อมมอบทางเลือกใหม่ตอบโจทย์หลากหลายเซกเมนต์มากขึ้น”

“เราจึงเตรียมเปิดตัว GEELY EX2 รุ่นพวงมาลัยขวาครั้งแรกในโลก ในช่วงปลายปี 2568 นี้ ขณะเดียวกัน เรายังวางรากฐานระยะยาวผ่านแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 40 แห่งภายในปีนี้”

“โดยมุ่งยึดมาตรฐานที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงเตรียมเปิดตัวโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการบริการที่สร้างประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างแก่ลูกค้าไทย โดยมุ่งเป้าสร้างการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรและผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค”

มร. แดเนียล ต่ง ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “GEELY มองว่าประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่มีศักยภาพสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยปัจจัยสนับสนุนทั้งด้านนโยบายจากภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้า และความพร้อมของผู้บริโภคที่เปิดรับนวัตกรรมใหม่อย่างเต็มที่ ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขับเคลื่อนยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคนี้”

สำหรับการเปิดตัว GEELY EX2 ในประเทศไทย ไม่เพียงแต่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า GEELY พร้อมสนับสนุนพันธมิตรอย่าง ธนบุรีนอยสเติร์น อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ GEELY EX2 ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากการเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ GEELY Star Wish ยนตรกรรมไฟฟ้าแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัดที่พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดรถไฟฟ้าขนาดเล็กของประเทศไทย

โดดเด่นด้วยดีไซน์โค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต และยังครบครันด้วยระบบเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งมีกำหนดประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ที่จะถึงนี้ โดยธนบุรีนอยสเติร์นเชื่อมั่นว่า GEELY EX2 จะเป็นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญในการขยายฐานลูกค้าในประเทศไทยสำหรับ GEELY ในอนาคต

ทั้งนี้คาดการณ์ราคา GEELY EX2 อยู่ในช่วง 500,000 -700,000 บาท โดยมีให้เลือก 2 รุ่นแบตเตอรี่ คือ 40 kWh วิ่งได้ 410 กม. และ 30 kWh วิ่งได้ 310 กม.โดยจะเปิดตัวในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 

นอกจากนี้ GEELY ยังได้มีการปรับลดราคา GEELY EX5 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

ราคา GEELY EX5 ปี 2025 

– ราคา GEELY EX5 PRO จากราคา 899,000 บาท เหลือเพียง 699,000 บาทลดราคา 200,000 บาท

– GEELY EX5 MAX  จากราคา 989,000 บาท เหลือเพียง  849,000 บาท ลดราคา 140,000 บาท

GEELY EX2: รถไฟฟ้าที่น่าจับตามองใน Motor Expo 2025

ทำไม GEELY EX2 ถึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ?

  • ราคาที่เข้าถึงได้: คาดการณ์ราคาเริ่มต้นที่ 500,000 บาท
  • เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย: ดีไซน์โดดเด่นและระบบเทคโนโลยีครบครัน
  • ทางเลือกของแบตเตอรี่: มีให้เลือก 2 รุ่นตามความต้องการ

การเปิดตัวของ GEELY EX2 ในงาน Motor Expo 2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ GEELY ในการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยราคาที่น่าดึงดูดและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ GEELY EX2 กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรก

เตรียมพบกับ GEELY EX2 ได้ที่งาน Motor Expo 2025 และสัมผัสประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์!

ที่มา – รถไฟฟ้า GEELY EX2 พร้อมเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 ลุ้นราคาไม่เกิน 7 แสน

จีนขยายเวลาระงับภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ คงที่ 10%

กระทรวงการคลังจีนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า คณะรัฐมนตรีจีนได้ตัดสินใจขยายเวลาระงับภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ 24% คงไว้แค่ 10% ออกไปอีก 1 ปี โดยจะยังคงเก็บภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 10 ไว้ตามเดิม

แถลงการณ์ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังระบุว่า การระงับภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 24 ต่อสินค้าสหรัฐฯ จะมีผลต่อเนื่องไปอีกหนึ่งปี ขณะที่อัตราภาษีร้อยละ 10 จะยังคงอยู่ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตาม “ฉันทามติที่บรรลุในการหารือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ” และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายนนี้

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้จัดการเจรจาในเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้มีการยืดหยุ่นข้อตกลงสงบศึกทางการค้าออกไปเป็นเวลาหนึ่งปี

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (4 พ.ย.) ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามรับรองข้อตกลงอย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลสหรัฐฯ จะลดภาษีนำเข้าเพิ่มเติมที่เก็บจากสินค้าจีนจากร้อยละ 20 ลงเหลือร้อยละ 10 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายนเช่นกัน

ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกได้เพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ โดยทั้งสองฝ่ายต่างขึ้นภาษีตอบโต้กันและกันในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง ภาษีนำเข้าของทั้งสองฝ่ายเคยแตะระดับที่สูงถึงสามหลัก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการค้าอย่างมาก

นับตั้งแต่นั้นมา ทั้งสองประเทศก็ได้เข้าสู่ช่วงสงบศึกที่ไม่ราบรื่น ขณะที่ผู้นำทางเศรษฐกิจระดับสูงได้พบปะหารือกันหลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แม้จะยังคงมีความตึงเครียดเกี่ยวกับประเด็นการควบคุมการส่งออกและประเด็นอื่น ๆ

ในแถลงการณ์แยก จีนยังระบุด้วยว่าจะยกเลิกภาษีในอัตราร้อยละ 15 สำหรับสินค้าเกษตรกรรมบางชนิดของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงถั่วเหลืองด้วย การตัดสินใจครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐฯ ที่กำลังมองหาตลาดส่งออกขนาดใหญ่

จีนขยายเวลาระงับภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ 24% คงไว้แค่ 10%

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

การที่จีนตัดสินใจขยายเวลาระงับภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ 24% คงไว้แค่ 10% นี้ ส่งสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเป็นการลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจ และช่วยสร้างเสถียรภาพในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีประเด็นที่ต้องแก้ไขอีกหลายประการ

การขยายเวลาระงับภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ 24% คงไว้แค่ 10% นี้ มีผลต่อผู้ประกอบการไทยอย่างไร? แน่นอนว่าการลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ส่งผลดีต่อการค้าโลกโดยรวม ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ผู้ประกอบการไทยอาจมีโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังทั้งสองประเทศได้มากขึ้น แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการแข่งขันที่อาจรุนแรงขึ้นเช่นกัน

สำหรับผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนำเข้าอาจส่งผลต่อราคาสินค้าบางประเภทได้ ผู้บริโภคควรติดตามข่าวสารและเปรียบเทียบราคาสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ

  • ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
  • เปรียบเทียบราคาสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ
  • เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

โดยรวมแล้ว การตัดสินใจของจีนในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจโลก แต่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคก็ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – จีนยืนยันขยายเวลา “ระงับ” ภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ 24% คงไว้แค่ 10%

“อนุทิน” ปัด ไม่ได้อ่านโพสต์ฮุนเซน ปิดด่าน500ปีก็ไม่อดตาย

“อนุทิน” บอกไม่ได้อ่านโพสต์ “ฮุน เซน” ไม่สลดโต้ “ปิดด่าน 500 ปี กัมพูชาก็ไม่ตาย” ยืนยันไทยไม่ได้ตามหลังกัมพูชา  ไล่ไปอ่าน ปฏิญญาสันติภาพ

วันที่ 5 พ.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า ไม่เคยขอให้ใครเปิดด่าน จะปิด 100 ปี หรือ 500 ปี ก็เป็นเรื่องของไทย ไม่ทำให้กัมพูชาตาย นายอนุทิน ตอบเพียงว่า ยังไม่ได้อ่าน

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สมเด็จฮุน เซน บอกว่า กัมพูชาไม่ได้อ่อนข้อในการไปลงนามในคำประกาศที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพ ระหว่างไทยและกัมพูชานั้น นายอนุทิน ตอบยิ้ม และพยักหน้า  ส่วนท่าทีแข็งกร้าวของสมเด็จฮุน เซน จะกระทบต่อการสร้างสันติภาพชายแดนไทยกัมพูชาหรือไม่ นายอนุทิน ตอบย้ำว่า ยังไม่ได้อ่าน

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มองอย่างไรที่ผู้นำของกัมพูชา มักจะโพสต์ข้อความผ่านโลกโซเชียล ซึ่งอาจถูกมองว่า เราเป็นฝ่ายตามเขาตลอด นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนก็มีสไตล์การทำงานของเขา ใครบอกตาม ขอให้ไปอ่าน Joint declaration (ปฏิญญา เพื่อนำไปสู่สันติภาพไทย – กัมพูชา) มีตรงไหนที่ตาม

“อนุทิน” ปัด ไม่ได้อ่านโพสต์ฮุนเซน ปิดด่าน500ปีก็ไม่อดตาย

จากกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องด่านชายแดน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้ออกมาตอบโต้ประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่ได้อ่านโพสต์ของสมเด็จฮุน เซน

การที่นายอนุทินกล่าวว่าไม่ได้อ่านโพสต์ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า รัฐบาลไทยรับทราบถึงสถานการณ์และความคิดเห็นของผู้นำกัมพูชาหรือไม่ และจะมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ การที่ผู้นำทั้งสองประเทศสื่อสารกันผ่านสื่อสาธารณะ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย กลายเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเข้าใจผิดและการสื่อสารที่ไม่สมบูรณ์

ทำไมนายอนุทินถึงกล่าวว่า “ไม่ได้อ่านโพสต์ฮุนเซน ปิดด่าน500ปีก็ไม่อดตาย”?

คำถามนี้ยังคงเป็นที่สงสัยของหลายฝ่าย เหตุผลที่แท้จริงอาจซับซ้อนกว่าที่ปรากฏ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ รัฐบาลไทยต้องการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า ไทยไม่ได้ถูกกดดันหรือต้องยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องใดๆ จากกัมพูชา การที่นายอนุทินเน้นย้ำถึง “ปฏิญญาสันติภาพ” ก็เป็นการส่งสัญญาณว่า ไทยยึดมั่นในข้อตกลงและกระบวนการทางการทูต

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน การเจรจาและการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ การสื่อสารผ่านสื่อสาธารณะอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหา การรักษาสัมพันธไมตรีและความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นเป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่า

ท่าทีของนายอนุทินในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการแสดงจุดยืนของประเทศ และการรักษาสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าชายแดน ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืน การเปิดด่านชายแดนและการอำนวยความสะดวกทางการค้า จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และช่วยลดความตึงเครียดในระยะยาว

ท้ายที่สุดแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ ต้องอาศัยความเข้าใจซึ่งกันและกัน การเคารพในอธิปไตย และการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับการเจรจา จะนำไปสู่สันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

การที่นายอนุทิน ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับโพสต์ของสมเด็จฮุน เซน อาจเป็นกลยุทธ์ทางการทูตอย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การที่รัฐบาลไทยจะต้องมีแผนการที่ชัดเจนในการจัดการกับความสัมพันธ์กับกัมพูชา และพร้อมที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเหมาะสม

ที่มา – “อนุทิน” ปัด ไม่ได้อ่านโพสต์ “ฮุน เซน” พยอง ปิดด่าน 500 ปี ก็ไม่อดตาย

อนุทินยัน! 31 ม.ค. 69 ยุบสภาฯ ตามไทม์ไลน์

“นายกฯ อนุทิน” ยืนยันหนักแน่น จะยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน ตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับพรรคประชาชน คือวันที่ 31 มกราคม 2569 นายกฯ ลั่นไม่ยอมให้ใครมาวิพากษ์วิจารณ์ฟรีๆ พร้อมบอกว่าเมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็จะเป็นไปตลอด แต่จะฝากอะไรไว้ให้ประเทศชาติได้จดจำ

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 ในหัวข้อ “Thailand’s Next Frontier : A National Economic Vision วิสัยทัศน์ประเทศไทยในโลกใหม่” ในรูปแบบการสัมภาษณ์

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามถึงเรื่องการยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน ตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ที่ได้ทำไว้กับพรรคประชาชน นายอนุทินตอบว่า “4 เดือนคือสิ่งที่เราได้สัญญาไว้กับพรรคประชาชน เพราะมองกันว่าสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น การยุบสภาฯ เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ และคืนอำนาจให้ประชาชน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”

พรรคที่เป็นรัฐบาลในตอนนั้นมีข้อสงสัยว่า นายกรัฐมนตรีรักษาราชการ จะสามารถยุบสภาฯ ได้หรือไม่ จึงต้องมีวิธีการดำเนินการเพื่อให้มีการยุบสภาฯ “เราเล่นตามกติกา พรรคประชาชนมี สส. มากกว่าเรา แต่เขาไม่มีแคนดิเดตนายกฯ เมื่อต้องเลือกตั้ง คืนอำนาจให้ประชาชน จึงเป็นที่มาของเอ็มโอเอ” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามย้ำว่า จะยืนยันตามไทม์ไลน์เดิมหรือไม่ นายอนุทินตอบอย่างหนักแน่นว่า “ตนยืนยันตลอด ไม่เคยเปลี่ยน มีคนเยอะแยะมาบอกว่า จะมีเหตุการณ์อย่างนั้นอย่างนี้ เอาเป็นข้ออ้างได้ ตนรับฟัง แต่รับรองไม่ปฏิบัติตาม เพราะพรรคประชาชนทำให้ตนเป็นนายกฯ ตนต้องรักษาสัญญาที่มีไว้ เมื่อครบสี่เดือนก็ต้องยุบสภาฯ” การยืนยันเรื่องการยุบสภาฯ 31 ม.ค. 69 ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาสัญญา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการยุบสภาฯ 31 ม.ค. 69 ก่อนกำหนด หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอนุทินกล่าวว่า “ก็ต้องดูสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะอภิปรายโดยวัตถุประสงค์อะไร เราต้องดูไทม์ไลน์ กว่าจะยื่นอภิปรายได้ สภาฯ เปิดสมัยประชุมเดือนธ.ค. ตั้งใจยุบสภาฯ 31 ม.ค. 69 อยู่แล้ว คนคงไม่ปล่อยให้ใครมาด่ารัฐบาลเล่นๆ ฟรีๆ”

นายกฯ อนุทินกล่าวต่อว่า “หากเป็นเกมการเมือง รัฐบาลสู้เกมการเมืองไม่ได้ ก็ยุบสภาไป ห่างแค่เดือนเดียวคงไม่ทำให้เกิดความแตกต่างอะไร”

อนุทินยืนยัน 31 ม.ค. 69 ยุบสภาฯ ตามไทม์ไลน์

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพร้อมหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ตนพร้อมตั้งแต่เขาเอาออกจากรัฐบาล และการประชุม สส. พรรคภูมิใจไทย วาระแรกหลังเข้ามาเป็นรัฐบาลในปี 66 คือบอกให้เตรียมตัวเลือกตั้ง เพราะมันเกิดขึ้นได้ทุกวัน บอกสมาชิกพรรคว่าเลือกตั้งเกิดขึ้นได้เสมอ หากพรุ่งนี้เลือกตั้งก็ต้องพร้อม”

เมื่อถามว่าพร้อมกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวติดตลกว่า “ก็ดีเหมือนกัน เป็นนายกฯ ตอนนี้ตนเป็นนายกฯแล้ว ตอนที่ยังไม่เป็นยังกลัวๆ กล้าๆ แต่พอเป็นแล้วเห็นสิ่งที่สามารถทำได้ให้กับบ้านเมืองด้วยความเป็นนายกฯ”

“หากเราทำได้ดี จะเป็นยาวเป็นสั้นไม่ได้มีความสำคัญ สำหรับตนเป็นแล้วก็คือเป็น ตั้งแต่ปี 47-49 ที่ตนได้เป็นรัฐมนตรีแล้วมีการรัฐประหาร ตนออกไปจากการเมือง 13-14 ปี คนที่ไม่สนิทกันมากเขาก็เรียกตนเป็นรัฐมนตรีทุกคำ วันนี้ต่อให้ตนเป็นนายกฯ 3-4 เดือน คนก็เรียกตนว่านายกฯ เหมือนที่ตนเรียกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ หรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่าท่านนายกฯ” นายอนุทินกล่าว

อะไรที่นายกฯ อยากฝากไว้ก่อนยุบสภาฯ

นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า “แต่อยู่ที่ว่าเวลาที่มีอยู่ทำอะไรให้มันปังไปสักอัน เป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองเป็นภาพจำ ได้กลับหรือไม่กลับ เราก็ถือว่าบอกตัวเองได้แล้วว่าความเป็นนายกฯ ทำสิ่งอะไรไว้”

การยืนยันเรื่องการยุบสภาฯ 31 ม.ค. 69 ของนายกฯ อนุทิน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพรรคประชาชน และความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่นายกฯ ได้ใช้เวลาในการดำรงตำแหน่ง สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ และสร้างภาพจำที่ดีให้กับประชาชน

อนาคตทางการเมืองของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่สิ่งที่แน่นอนคือ การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ที่มา – “อนุทิน” ยัน 31 ม.ค. 69 ยุบสภาฯ ตามไทม์ไลน์ บอกเป็นนายกฯ แล้วก็เป็นไปตลอด

รู้จัก โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรี

ทำความรู้จักกับ “โซห์ราน มัมดานี” นักการเมืองแนวนักสังคมนิยมประชาธิปไตย ผู้ให้ความสำคัญกับชนชั้นแรงงาน ผู้คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ขึ้นแท่นผู้นำเมืองที่เป็นชาวมุสลิมคนแรกและชาวเอเชียใต้คนแรก แม้เขาจะถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเยาะเย้ยว่าเป็น “คอมมิวนิสต์” และกล่าวว่ามัมดานีจะ “ยึดครอง” เมือง หากได้รับเลือกตั้ง

มัมดานีเอาชนะนายแอนดรูว์ คูโอโม อดีตผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กเป็นครั้งที่สอง ทำลายความหวังที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกครั้ง หลังจากที่พ่ายแพ้ให้กับมัมดานีในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตเมื่อเดือนมิถุนายน และนายเคอร์ติส สลิวา จากพรรครีพับลิกัน ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปเช่นกัน โดยเขาปฏิเสธที่จะยุติการหาเสียงแม้จะมีแรงกดดันจากคูโอโมและผู้สนับสนุนโซห์ราน มัมดานี นักสังคมนิยมประชาธิปไตยวัย 34 ปี ผู้ซึ่งให้ความสำคัญกับประเด็นชนชั้นแรงงาน คว้าชัยชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก

ชัยชนะของมัมดานีถือเป็นชัยชนะของฝ่ายก้าวหน้าในพรรคเดโมแครต ในช่วงเวลาที่พรรคเดโมแครตทั่วประเทศมีความเห็นแตกต่างกันว่าจะรับมือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างไร ประธานาธิบดีเองก็เป็นชาวนิวยอร์กโดยกำเนิดที่เยาะเย้ยมัมดานี ว่าเป็น “คอมมิวนิสต์” และกล่าวว่ามัมดานีจะ “ยึดครอง” เมืองหากได้รับเลือกตั้ง

ผลลัพธ์น่าจะสะท้อนไปไกลกว่านครนิวยอร์ก ซึ่งยกระดับทั้งภาพลักษณ์และนโยบายของมัมดานี รวมถึงข้อเสนอที่จะตรึงค่าเช่าสำหรับชาวนิวยอร์กที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่ควบคุมค่าเช่า ให้รถโดยสารสาธารณะใช้บริการฟรี และจัดให้มีการดูแลเด็กถ้วนหน้าโดยการจัดเก็บภาษีจากคนรวย

ชัยชนะของมัมดานีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากสมาชิกสภานิติบัญญัติรัฐลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมื่อหนึ่งปี โดยให้คำมั่นว่าจะทำให้เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในประเทศนี้เข้าถึงชนชั้นแรงงานได้

โซห์ราน มามดานี คือใคร?

มัมดานีเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติรัฐ 3 สมัย ที่ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ที่ถูกมองว่าจะเป็นหนึ่งในผู้สมัครที่ดูเหมือนจะต้องพ่ายแพ้ให้กับนายคูโอโม

มัมดานีเกิดที่ยูกันดา และเติบโตที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ เขาย้ายไปนครนิวยอร์ก เมื่ออายุ 7 ขวบ เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายวิทยาศาสตร์ในเขตบรองซ์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาศิลปศาสตร์ จากวิทยาลัยโบว์ดิน เขาเป็นบุตรชายของมาห์มูด มัมดานี ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และมิรา แนร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอินเดีย ผู้มีผลงานมากมาย เช่น “Mississippi Masala” และ “Monsoon Wedding”

ก่อนที่จะเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ มัมดานีเคยเป็นที่ปรึกษาด้านที่อยู่อาศัยและแร็ปเปอร์ระดับ C-list ที่ใช้ชื่อว่า “มิสเตอร์คาร์ดามอม” อาชีพนักร้องของเขาในช่วงสั้นๆ มักปรากฏให้เห็นในโฆษณาโจมตีของคู่แข่ง

มิวสิกวิดีโอเพลง “Nani” ที่มัมดานีแสดงความเคารพต่อคุณยายและวัฒนธรรมเอเชียใต้ของนิวยอร์ก ก็แสดงให้เห็นเขาถอดเสื้อ สวมเพียงผ้ากันเปื้อน มองตรงมาที่กล้องขณะที่โยกตัวไปมา ภาพดังกล่าวถูกนำไปแปะไว้บนโฆษณาหาเสียงต่อต้านนายมามดานี เพื่อล้อเลียนอาชีพนักดนตรีในอดีตของเขาและประสบการณ์การทำงานในหน่วยงานรัฐบาลที่น้อยนิดของเขา

แอนดรูว์ เอปสไตน์ ผู้ช่วยฝ่ายหาเสียง กล่าวว่าอาชีพแร็ปของนายมามดานีมีส่วนช่วยเขาทางอ้อมในการหาเสียง

“สิ่งที่มีค่าอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่ต้องการลงสมัครรับเลือกตั้งคือความกล้าหาญเมื่อเผชิญกับความอับอาย และความสามารถในการฝ่าฟันนิสัยใจคอที่พวกเราหลายคนมี เพื่อไม่ให้แนะนำตัวกับคนแปลกหน้าหรือทำอะไรที่ดูงี่เง่าต่อหน้าพวกเขา”

แต่นายมัมดานีก็ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาอย่างมั่นคง ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีด้วยการผลิตวิดีโอบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสัมภาษณ์ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สนับสนุนทรัมป์ในปี 2024 เนื่องจากค่าครองชีพที่สูง เขาดำเนินแคมเปญดิจิทัลที่แหวกแนว โดยพูดในหลายภาษาและเชื่อมโยงกับผู้สนับสนุนด้วยข้อความที่เน้นเรื่องราคาที่เอื้อมถึง ระหว่างการหาเสียง มัมดานี ซึ่งพูดภาษาอูรดูเป็นภาษาแม่ ได้เผยแพร่วิดีโอหาเสียงเป็นภาษาเบงกาลี สเปน และอาหรับ

หนึ่งในวิดีโอไวรัลที่น่าจดจำที่สุดของเขาคือวิดีโอที่เขาเรียกว่า “ภาวะเงินเฟ้อฮาลาล” เขาเริ่มต้นสัมภาษณ์พ่อค้าขายเนื้อริมทางเกี่ยวกับต้นทุนที่สูงในการดำเนินธุรกิจอาหารริมทางในนครนิวยอร์ก มัมดานีพูดพร้อมกับข้าวและเนื้อฮาลาลเต็มปากเต็มคำ พร้อมเล่ารายละเอียดว่าระบบใบอนุญาตที่ลึกลับของเมืองมีส่วนทำให้ราคาอาหารริมทางที่ควรจะมีราคาถูกกลับมีราคาแพง

เอปสไตน์เล่าย้อนความว่า “นี่เป็นคืนที่หนาวที่สุดคืนหนึ่งของปี หนาวเหน็บอย่างที่สุด” “เราอยู่ในตัวเมืองใกล้สวนสาธารณะซุคคอตติ ใกล้กับวอลล์สตรีท และโซห์รานก็ถามคนบนถนนว่า ‘คุณอยากจ่าย 10 ดอลลาร์หรือ 8 ดอลลาร์เพื่ออาหารฮาลาลมากกว่ากัน’ ขณะที่ผู้คนกำลังเร่งรีบกลับบ้าน คุณรู้ไหม มันเหมือนถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขาก็ไม่เคยหวั่นไหว”

มัมดานีแซงหน้าคะแนนนำของคูโอโมในการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะในการเลือกตั้งขั้นต้นในเดือนมิถุนายน โดยเหล่าผู้มีอิทธิพลดั้งเดิมของเมือง รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคธุรกิจที่กังวลเกี่ยวกับอัตลักษณ์สังคมนิยมประชาธิปไตยของมัมดานี ได้รวมตัวกันเพื่อสนับสนุนคูโอโมและบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์ให้กับกลุ่มซูเปอร์แพ็กส์ที่ต่อต้านมัมดานี ผู้นำธุรกิจโต้แย้งว่ามัมดานีจะขับไล่ชาวนิวยอร์กผู้มั่งคั่งออกไปและขัดขวางไม่ให้ธุรกิจต่างๆ เข้ามาดำเนินธุรกิจในเมืองหลวงทางการเงินของประเทศ

แรงผลักดันของพวกเขาในท้ายที่สุดช่วยให้มัมดานีมองว่าการรณรงค์หาเสียงของเขาเป็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นแรงงานกับมหาเศรษฐี

ถึงกระนั้น ชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นของเขาก็ยังสร้างความตกตะลึงให้กับโลกการเมืองเป็นอย่างมาก

“ผมไม่คิดว่าเส้นแบ่งระหว่างฝ่ายก้าวหน้ากับสายกลางจะกว้างใหญ่มากนัก แต่มันอยู่ระหว่างนักสู้กับนักต้มตุ๋นต่างหาก” แบรด แลนเดอร์ ผู้ตรวจการบัญชีของเมือง ซึ่งลงแข่งกับมัมดานีแต่เป็นพันธมิตรกับเขาในระบบการลงคะแนนแบบจัดลำดับของการเลือกตั้งขั้นต้น กล่าวว่า “สิ่งที่โซห์รานแสดงให้เห็นคือ การเสนอแนวคิดที่กล้าหาญเพื่อการเปลี่ยนแปลง ยืนหยัดและต่อสู้เพื่อมันนั้นคุ้มค่า และนั่นเป็นสิ่งที่น่าหวังอย่างยิ่ง ใช่ เขาเป็นสังคมนิยมประชาธิปไตย แต่เขามีวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญสำหรับอนาคตของเมือง และทำให้ผู้คนตื่นเต้น”

การหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป

หลังจากไปพักผ่อนที่ยูกันดาเพื่อฉลองงานแต่งงาน มัมดานีก็กลับมายังนิวยอร์กเพื่อไว้อาลัยการเสียชีวิตของดิดารุล อิสลาม เจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ก และอีกสามคนในเหตุการณ์ยิงกันที่ย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน เขาต้องเผชิญกับทวีตที่วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจมาหลายปี รวมถึงการอ้างถึงเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายว่าเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติและชั่วร้าย และเรียกร้องให้ยกเลิกงบประมาณของพวกเขา

“ผมไม่ได้จะยุบสภาตำรวจ ผมไม่ได้จะลงสมัครเพื่อยุบสภาตำรวจ” เขาบอกกับผู้สื่อข่าวหลังจากพบปะกับครอบครัวของอิสลาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงจากวาทกรรมต่อต้านตำรวจที่พุ่งสูงสุดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความมุ่งมั่นของเขาที่จะคงตำแหน่งของ เจสสิกา ทิช ผู้บัญชาการตำรวจคนปัจจุบันไว้

เขายังได้ติดต่อชุมชนชาวยิวในนิวยอร์ก ซึ่งรู้สึกไม่พอใจกับการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอิสราเอลและคำถามเกี่ยวกับสังคมนิยมประชาธิปไตย มัมดานีเป็นผู้สนับสนุนสิทธิของชาวปาเลสไตน์อย่างเปิดเผย ผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวคว่ำบาตรและถอนตัวจากอิสราเอล และนักวิจารณ์อย่างรุนแรงต่อนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล

วันสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียง

ในช่วงท้ายของการรณรงค์หาเสียง มัมดานีกล่าวถึงการแข่งขันว่าเป็นทางเลือกระหว่าง “ระบอบคณาธิปไตยกับประชาธิปไตย” การปรากฏตัวอยู่ทุกหนทุกแห่งของเขาตลอดการหาเสียงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในช่วงวันสุดท้ายของการแข่งขัน และในช่วงก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้าสุดสัปดาห์สุดท้ายของเมือง

ในขณะที่ชาวนิวยอร์กกว่าครึ่งล้านคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า มัมดานีก็ปรากฏตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง เขาไปโบสถ์ในตอนเช้า โทรเข้ารายการวิทยุตอนเที่ยง แวะซูเปอร์มาร์เก็ตของชนกลุ่มน้อยในเขตชานเมือง ปรากฏตัวในรายการสดของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ร่วมวงแร็พฟรีสไตล์ที่ยูเนียนสแควร์ และปิดท้ายวันเสาร์ของเขาด้วยการเดินเที่ยวชมไนต์คลับของเมืองอย่างเร่งรีบ

เพื่อแสดงความเคารพต่อเมืองที่ไม่เคยหลับใหล มัมดานีก็ดูเหมือนจะไม่หลับใหลเช่นกัน เขาแวะที่ไนต์คลับ 6 แห่งในย่านบรูคลินเพียงเพื่อกลับมาทำแบบเดิมอีกครั้งในวันอาทิตย์สุดท้ายของการลงคะแนนล่วงหน้า เขาไปโบสถ์กับพ่อแม่ พบปะอาสาสมัครหาเสียงก่อนแวะชมการแข่งขันวิ่งมาราธอนนิวยอร์กซิตี้ เดินทางไปย่านควีนส์เพื่อพบกับ แคธี โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เพื่อเชียร์ทีมบัฟฟาโล บิลส์ และไปโผล่ที่เมดิสันสแควร์การ์เดน เพื่อเชียร์เกมการแข่งขันของทีมนิวยอร์กนิกส์

อย่างไรก็ตาม นายคูโอโมยังหาเสียงไปทั่วเมืองด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาพยายามแทรกแซงฐานเสียงหลักของมัมดานีที่มีต่อชาวเอเชียใต้และชาวมุสลิม โดยเน้นย้ำถึงการต่อต้านโทษอาญาของมัมดานีในคดีค้าประเวณี เขายังหัวเราะเมื่อพิธีกรรายการวิทยุเสนอให้มัมดานีสนับสนุนเหตุการณ์ 9/11 อีกครั้ง ซึ่งทำให้เกิดข้อกล่าวหาจากมัมดานีและคนอื่นๆ ว่าเขากำลังเล่นกับความเกลียดชังอิสลาม แต่คูโอโมปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ทำเช่นนั้น

เอริก อดัมส์ นายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน ยุติการลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยตนเองและสนับสนุนคูโอโม แต่คูโอโมไม่สามารถผลักดันสลิวา ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรครีพับลิกัน ให้ออกจากการแข่งขันได้ ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต่อต้านมัมดานีไม่มีโอกาสได้รวมกลุ่มกับคู่แข่งเพียงคนเดียว สลิวาเคยประกาศอย่างมีสีสันและดุดันว่าเขาจะตายก่อนที่จะหลีกทางให้คูโอโม โดยอ้างว่าเขาควรลงสมัครรับเลือกตั้งต่อไปเพื่อประโยชน์ของผู้สนับสนุน

สำหรับคูโอโม ผลการเลือกตั้งน่าจะเป็นบทสรุปของอาชีพการเมืองที่ยาวนานและเต็มไปด้วยเหตุการณ์ เขาเคยเป็นผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กเกือบ 11 ปี ก่อนที่จะลาออกในปี 2564 หลังจากถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธ และท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวิธีการจัดการกรณีโควิด-19 ในบ้านพักคนชรา ขณะลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรี คูโอโมได้นำประสบการณ์การบริหารของเขามาใช้ โดยมักชี้ให้เห็นถึงอาชีพการเมืองอันสั้นของมัมดานีและประวัติการทำงานที่ค่อนข้างน้อย

เขากลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีอีกครั้งในฐานะผู้สมัครอิสระหลังจากพ่ายแพ้ให้กับมัมดานีในเดือนมิถุนายน เขายังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสาธารณะ โดยสัญญาว่าจะจ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มและสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่ม คูโอโมซึ่งมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับทรัมป์ ยังพยายามสร้างภาพลักษณ์ของตนเองให้เป็นผู้สมัครที่ดีกว่าในการรับมือกับการโจมตีของประธานาธิบดีในนครนิวยอร์ก

นายกเทศมนตรีผู้สร้างประวัติศาสตร์

มัมดานีจะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 มกราคม 2026 เขาจะต้องทำหน้าที่ดูแลเมืองที่มีความซับซ้อนสูง มีประชากร 8.5 ล้านคน ระบบราชการขนาดใหญ่ บุคลากรเทศบาลประมาณ 300,000 คน และงบประมาณของเมืองกว่า 115,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มัมดานีจะสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนายกเทศมนตรีชาวมุสลิมคนแรกของนครนิวยอร์ก เป็นชาวเอเชียใต้คนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ และเป็นหนึ่งในนายกเทศมนตรีที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเลือกตั้งในยุคปัจจุบัน เขาเพิ่งแต่งงานกับรามา ดูวาจี ศิลปินเชื้อสายซีเรีย ผู้เกิดในรัฐเท็กซัสและย้ายมานิวยอร์กเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านภาพประกอบ ดูวาจีไม่ได้ร่วมในการหาเลือกตั้งร่วมกับสามี และแม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าเธอจะมีบทบาทใดๆ ในรัฐบาลของเขาหรือไม่ แต่ในวัย 28 ปี เธอจะเป็นบุคคลคนแรกในกลุ่ม Gen Z ที่ได้ดำรงตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของนครนิวยอร์ก

แม้ว่าตัวตนของมัมดานีในฐานะทั้งผู้อพยพและชาวนิวยอร์กเชื้อสายเอเชียใต้จะเป็นหัวใจสำคัญของการรณรงค์หาเสียงของเขา แต่ความสัมพันธ์ของเขากับชุมชนนี้เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเริ่มลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรี เขากลายเป็นข่าวพาดหัวทั่วประเทศครั้งแรกในปี 2021 เมื่อเขาเข้าร่วมกับคนขับรถแท็กซี่ในนครนิวยอร์ก ในการอดอาหารประท้วงเป็นเวลา 15 วัน เพื่อขอความช่วยเหลือจากหนี้สินที่มากเกินไป

มัมดานีมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับชุมชนคนขับรถแท็กซี่ในนครนิวยอร์ก ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้อพยพ รวมถึงชาวเอเชียใต้หลายพันคนที่เป็นผู้สนับสนุนเขาอย่างเหนียวแน่น ในช่วงสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียง มัมดานีได้แวะที่จุดจอดแท็กซี่ของสนามบินลากวาร์เดียตอนเที่ยงคืน เพื่อเรียกแท็กซี่ในช่วงเปลี่ยนกะ

มัมดานีบอกพวกเขาว่า “ถ้าไม่มีกะดึก ก็ไม่มีตอนเช้า” 

ทำความรู้จัก “โซห์ราน มัมดานี” ผู้ชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ขึ้นแท่นผู้นำมุสลิมคนแรก

ใครคือ โซห์ราน มัมดานี ว่าที่นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก?

การขึ้นสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีของโซห์ราน มัมดานี ถือเป็นก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่ในนครนิวยอร์ก แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์และนโยบายในระดับประเทศ การให้ความสำคัญกับปัญหาค่าครองชีพและการเข้าถึงชนชั้นแรงงาน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างเมืองที่เท่าเทียมกันมากขึ้น

ที่มา – รู้จก “โซห์ราน มัมดานี” ผู้ชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ขึ้นแท่นผู้นำมุสลิมคนแรก