วัน: 10 พฤศจิกายน 2025

เร่งขับไล่! **กำชับเร่งผลักดันผู้ลักลอบเข้าเมืองกลับ**

นายกรัฐมนตรี กำชับเร่งผลักดันผู้ลักลอบเข้าเมืองกลับประเทศต้นทาง ย้ำ ไทยไม่ใช่พื้นที่พักพิงหรือแหล่งกระทำผิดอาชญากรรมข้ามชาติ ลั่น รัฐบาลดำเนินมาตรการเชิงรุกต่อเนื่อง

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เมื่อเวลา 16.00 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจติดตามการปฏิบัติหน้าที่ส่งกลับบุคคลต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยย้ำว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการเร่งรัดการส่งกลับผู้ลักลอบเข้าเมืองให้กลับประเทศต้นทางโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องแบกรับภาระด้านงบประมาณและบุคลากรในการดูแลผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นเวลานาน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามมาตรการทางกฎหมายและทางการทูต ไทยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประเทศต้นทางในการรับตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีต่อในประเทศของตน ซึ่งจะช่วยลดภาระด้านค่าใช้จ่ายของรัฐ เช่น ค่าอาหาร ค่าควบคุมตัว ค่าน้ำค่าไฟ และบุคลากรที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลในระหว่างถูกคุมขัง ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดตาก มีผู้ต้องหาที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเกือบ 1,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่หนีความรุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา โดยไทยหารือและประสานกับเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เพื่อให้รัฐบาลอินเดียรับตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม และไทยมีแนวทางที่จะดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับประเทศอื่นๆ กว่า 20 ประเทศ

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้เข้ามาท่องเที่ยวหรือประกอบธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เพื่อป้องกันการใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางผ่านหรือฐานปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น กลุ่มสแกมเมอร์ หรือผู้ค้ามนุษย์ ซึ่งบางส่วนหลบหนีการปราบปรามในประเทศเพื่อนบ้านแล้วกลับเข้ามาในไทย

“เราไม่ใช่ที่ให้เขามาพำนักพักพิง ถึงแม้จะอยู่ในเรือนจำเราก็ยังต้องเสียค่าใช้จ่าย ดังนั้น เราจึงต้องเร่งกำชับเร่งผลักดันผู้ลักลอบเข้าเมืองกลับออกไปให้เร็วที่สุด”

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า ได้มอบแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้กับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในกรณีที่ประเทศต้นทางไม่มีเที่ยวบินมารับตัวผู้ต้องหา หากคำนวณค่าใช้จ่ายในการควบคุมตัวและดูแลระยะยาวแล้วสูงกว่าค่าตั๋วเครื่องบิน ควรพิจารณาส่งกลับโดยเร็ว พร้อมยืนยันว่าไทยจะใช้ทุกมาตรการตามกฎหมาย รวมถึงการเนรเทศเพื่อให้ผู้กระทำผิดกลับประเทศต้นทางโดยเร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการสืบสวน ติดตามเส้นทางการเงิน การฟอกเงิน การยึดและอายัดทรัพย์ เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมให้ได้ผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้หารือกับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ต่อมาตรการ 3 ตัด ได้แก่ ตัดไฟ ตัดเชื้อเพลิง และตัดสัญญาณ ในพื้นที่ชายแดนที่เป็นแหล่งรวมของขบวนการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมกำชับให้ศุลกากรเข้มงวดไม่ให้สินค้าหรืออุปกรณ์ที่ใช้กระทำความผิดลักลอบเข้าประเทศ ก่อนกล่าวในช่วงท้ายว่า ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองและอาชญากรรมข้ามชาติเป็นเรื่องซับซ้อน มีเครือข่ายกว้างขวางและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การใช้ Starlink หรือช่องทางธรรมชาติบริเวณลำน้ำโขงในการลักลอบเข้าประเทศ รัฐบาลจึงต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างบูรณาการเพื่อปกป้องความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนไทย.

กำชับเร่งผลักดันผู้ลักลอบเข้าเมืองกลับ

จากนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการกำชับเร่งผลักดันผู้ลักลอบเข้าเมืองกลับประเทศต้นทางนั้น ถือเป็นมาตรการที่จำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของชาติและการบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ การผลักดันผู้กระทำผิดให้กลับไปรับโทษในประเทศของตนเอง เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าประเทศไทยไม่ใช่แหล่งพักพิงของผู้กระทำผิดกฎหมาย

ความสำคัญของการกำชับเร่งผลักดันผู้ลักลอบเข้าเมืองกลับ

  • ลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการดูแลผู้ต้องหา
  • ป้องกันการใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการก่ออาชญากรรม
  • รักษาความมั่นคงของประเทศ
  • ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรม

รัฐบาลยังคงต้องเดินหน้ามาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนานาชาติว่าประเทศไทยมีความมุ่งมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในสังคม

ที่มา – กำชับเร่งผลักดันผู้ลักลอบเข้าเมืองกลับ นายกฯ ย้ำ ไทยไม่ใช่แหล่งอาชญากรรมข้ามชาติ

ทหารไทยเหยียบระเบิดขาขาด

ด่วน! “ทหารไทย” เหยียบระเบิดขาขาด 1 นาย แน่นหน้าอก 1 นาย พื้นที่ตามาเรีย

ทหารไทยเหยียบระเบิดขาขาด มีรายงานว่า เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด ร.1611 เหยียบกับระเบิดในพื้นที่ตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ข้อเท้าขวาขาด 1 นาย อีกนายแน่นหน้าอก นำตัวส่ง รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์

วันที่ 10 พ.ย. 2568 มีรายงานว่า พบทหารเหยียบระเบิดข้อเท้าขวาขาด ในพื้นที่ตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ทราบชื่อต่อมาคือ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาคม สังกัด ร.1611 กำลังส่งตัวไปรักษาที่ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนาย มีอาการแน่นหน้าอก ทราบชื่อ พลฯ วชิระ ทันทนา สังกัด ร.1611

ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป.

ที่มา thairath.co.th

ติดตามข่าวได้ที่ playkhao.com

เพื่อไทยชู AI ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี”

“แพทองธาร – จุลพันธ์” เปิดเวที “Moonshot Forum” ครั้งแรก ชู AI ยกระดับบัตรทอง ตั้งเป้าระบบสุขภาพไทย “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” เดินหน้าเปลี่ยนอนาคตประเทศด้วยนโยบายคิดใหญ่-ทำได้จริง

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีเสวนา Moonshot Forum ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ยกเครื่อง 30 บาทด้วย AI : รักษาดี อยู่ดี ตายดี” เพื่อออกแบบแนวนโยบายอนาคต นำระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเข้าสู่ยุคข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ดึงเทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพการดูแลประชาชนทุกช่วงวัย

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 กล่าวเปิดงานว่า นโยบายที่ดีไม่ได้เริ่มจากตัวเลขหรือเอกสาร แต่เกิดจาก “ความฝันที่อยากเห็นประเทศดีขึ้น” และพลังความหวังของประชาชน DNA พรรคเพื่อไทยสืบทอดจากไทยรักไทยที่กล้าทำสิ่งเคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ายกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นรากฐานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

“Moonshot Forum คือพื้นที่ให้ทุกคนฝันให้ไกล และทำให้เกิดขึ้นจริง เราอยากให้คนไทยเชื่อว่าความฝันเล็กๆ สามารถเติบโตเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศได้ หากเรากล้าคิดและลงมือทำ”

น.ส.แพทองธาร ยังชี้ว่าไทยกำลังอยู่บนทางแยกสำคัญ หากไม่ก้าวผ่านข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี-กฎหมาย-เศรษฐกิจ จะเสี่ยงตกขบวนโลก จึงต้องมีนโยบายที่ “คิดให้ไกลกว่าปัจจุบัน แต่ยืนบนความจริงของผู้คน” เพื่อเปิดพื้นที่ความหวังใหม่ให้ทุกคน

ทางด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเป้าหมายของเวที ว่า ต้องการปลุกพลังความฝัน ขับเคลื่อนนโยบายเชิงก้าวกระโดด รับมือระบบราชการที่แข็งตัวหลังปี 2557 และอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมยกตัวอย่างภารกิจส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ของสหรัฐฯ และโครงการ 30 บาทในอดีต ที่เริ่มจากสิ่งท้าทายแต่สำเร็จเป็นนโยบายสร้างความเท่าเทียมทางสุขภาพ โดยพรรคเพื่อไทยจะทำนโยบายเชิงระบบผ่าน 3 กระบวนการ คือ ตอบคำถามผู้สมัครและ สส. เพื่อสื่อสารกับประชาชนได้ชัดเจน, พูดคุยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละนโยบาย และผ่านการตรวจสอบและข้อเสนอจากภาควิชาการ เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติจริง โฟกัสแรกคือการต่อยอด “30 บาทรักษาทุกโรค” ด้วย AI ปรับทั้งระบบบริการ ประสิทธิภาพงบประมาณ และการเข้าถึงบริการสุขภาพทั่วประเทศ

นอกจากนี้ บนเวทีเสวนา นำเสนอกรอบพัฒนาระบบสุขภาพไทยสู่การดูแลตลอดชีวิต โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ริเริ่มโครงการ 30 บาท – ทบทวนบทเรียนและชี้ความท้าทายใหม่ จากระบบตั้งรับสู่การดูแลเชิงรุกบนฐานข้อมูลและเทคโนโลยี นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล (หมอโจ้) ผู้เชี่ยวชาญ AI ด้านสุขภาพ เสนอระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ-เชื่อมทุกสถานพยาบาล ใช้ AI วินิจฉัย ป้องกันโรค ติดตามผู้ป่วย และยกระดับระบบปฐมภูมิ ขณะที่ นายสหัสวรรษ วีระมงคลกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกำกับดูแลการใช้ AI ย้ำความจำเป็นของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลสุขภาพ-มาตรฐานธรรมาภิบาล AI และกฎหมายรองรับแพลตฟอร์มข้อมูลประเทศ และ รศ.พญ.ศรีเวียง ไพโรจน์กุล ศูนย์การุณรักษ์ เสนอยกระดับระบบดูแลตั้งแต่เกิดจนวาระสุดท้าย รวมการดูแลแบบประคับประคองเป็นสิทธิพื้นฐาน “อยู่ดี ตายดี ด้วย 30 บาท”

เพื่อไทยเปิดเวที ชู AI ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี”

พรรคเพื่อไทยได้เปิดเวที Moonshot Forum โดยมุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อยกระดับบัตรทองให้ประชาชน “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

เป้าหมาย “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ด้วย AI

การนำ AI เข้ามาใช้ในระบบบัตรทองมีศักยภาพที่จะช่วยให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น การวินิจฉัยโรคทำได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น รวมถึงการติดตามและดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ AI ยังสามารถช่วยในการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรด้านสาธารณสุขให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน

การเสวนาในเวที Moonshot Forum ยังครอบคลุมถึงประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสุขภาพ เช่น การสร้างระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่รองรับการใช้ AI ในทางการแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นไปอย่างมีจริยธรรมและปลอดภัย

พรรคเพื่อไทยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนอนาคตประเทศด้วยนโยบายที่กล้าคิด กล้าทำ และทำได้จริง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน การผลักดันนโยบาย “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ด้วย AI นับเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

การนำ AI มาใช้ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี” ถือเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้ระบบสุขภาพของไทยสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง และก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ที่มา – เพื่อไทยเปิดเวที “Moonshot Forum” ชู AI ยกระดับบัตรทอง “รักษาดี อยู่ดี ตายดี”

ประตูสุดสวย! อลิสสา ทอมป์สัน WSL

ประตูสุดสวย! อลิสสา ทอมป์สัน WSL

ประตูแรกของ Alyssa Thompson ในลีกและลูกฟรีคิกสุดสวยของ Eveliina Summanen ติดอันดับประตูยอดเยี่ยมจาก Women’s Super League สุดสัปดาห์นี้

การแข่งขัน Women’s Super League สัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยประตูที่น่าตื่นตาตื่นใจ และแน่นอนว่าประตูของ Alyssa Thompson ก็เป็นหนึ่งในประตูที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ด้วยความสามารถเฉพาะตัวและความเฉียบคมในการจบสกอร์ ทำให้เธอสามารถทำประตูได้อย่างสวยงาม สร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีม

แต่ไม่ใช่แค่ประตูของ Thompson เท่านั้นที่โดดเด่น Eveliina Summanen ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยเฉพาะลูกฟรีคิกของเธอที่เรียกได้ว่างดงามไร้ที่ติ ด้วยพลังและความแม่นยำ ทำให้ลูกบอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เป็นประตูที่สมบูรณ์แบบและควรค่าแก่การจดจำ

ทำไมประตูของอลิสสา ทอมป์สันถึงพิเศษ?

ประตูของอลิสสา ทอมป์สัน นั้นมีความพิเศษหลายอย่าง อย่างแรกคือความกล้าในการตัดสินใจ เธอตัดสินใจยิงประตูจากระยะไกล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดและแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในตัวเอง นอกจากนี้ เทคนิคการยิงประตูของเธอ ก็มีความแม่นยำและทรงพลัง ทำให้ผู้รักษาประตูไม่สามารถป้องกันได้

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ประตูของ Thompson พิเศษ คือมันเป็นประตูแรกของเธอในลีก และเป็นการเปิดตัวที่สวยงาม ทำให้แฟนบอลต่างคาดหวังว่าเธอจะสามารถทำประตูได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต

WSL (Women’s Super League) เต็มไปด้วยนักเตะที่มีความสามารถและประตูที่สวยงามในทุกสัปดาห์ การที่ประตูของ Alyssa Thompson และ Eveliina Summanen ได้รับการยกย่องว่าเป็นประตูยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นว่าพวกเธอมีความสามารถที่โดดเด่นและสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้

นอกเหนือจากประตูของ Thompson และ Summanen แล้ว ยังมีประตูสวยๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นใน WSL สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นประตูจากการทำเกมที่สวยงาม หรือประตูที่มาจากการเล่นลูกตั้งเตะ ทุกประตูล้วนแสดงให้เห็นถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของนักเตะทุกคน

  • ความเร็วในการเคลื่อนที่และความคล่องตัว
  • ทักษะการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม
  • ความแม่นยำในการส่งบอล
  • ความเข้าใจในเกมและการอ่านเกม

การแข่งขันใน WSL นั้นมีความเข้มข้นและสูสีกันมาก ทุกทีมต่างมีเป้าหมายที่จะคว้าแชมป์ และทุกทีมต่างมีนักเตะที่มีความสามารถที่พร้อมจะสร้างความแตกต่างให้กับทีม การแข่งขันในแต่ละนัดจึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสนุกสนาน

สำหรับแฟนบอลที่ต้องการติดตามข่าวสารและผลการแข่งขันของ WSL สามารถติดตามได้จากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือทางอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่นำเสนอข่าวสารและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ WSL อย่างละเอียด

โดยรวมแล้ว การแข่งขัน Women’s Super League นั้นเป็นการแข่งขันที่น่าติดตามและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นประตูที่สวยงาม การแข่งขันที่เข้มข้น หรือเรื่องราวของนักเตะที่สร้างแรงบันดาลใจ ทั้งหมดนี้ทำให้ WSL เป็นลีกฟุตบอลหญิงที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

ประตูสุดสวย! อลิสสา ทอมป์สัน WSL เป็นโมเมนต์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภ่พของนักกีฬาหญิง

การที่ประตูของ Alyssa Thompson ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประตูที่ดีที่สุดของสัปดาห์ แสดงให้เห็นว่าความสามารถของนักฟุตบอลหญิงนั้นไม่เป็นรองใคร และพวกเธอสมควรได้รับการสนับสนุนและให้กำลังใจอย่างเต็มที่

ที่มา – Thompson’s ‘audacious’ opener features in WSL’s best goals

คนละครึ่งพลัส เฟส 1.5 ไฟเขียว! รัฐจ่ายสูงสุด 2,000

ข่าวดีสำหรับร้านค้า! ครม.เศรษฐกิจไฟเขียว คนละครึ่งพลัส เฟส 1.5 สนับสนุนร้านค้าเข้าร่วมอบรมยกระดับศักยภาพดิจิทัล รับเงินสนับสนุนสูงสุด 2,000 บาท ตั้งเป้า 4 แสนร้านค้า ใช้งบ 800 ล้านบาท เริ่มอบรม 19 พ.ย. – 19 ธ.ค. 2568 เตรียมเสนอ ครม. สัปดาห์หน้า

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้อนุมัติโครงการ Upskill/Reskill สำหรับร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นคนละครึ่งพลัส เฟส 1.5 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพร้านค้ารายย่อยให้พร้อมรับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าร้านค้าเข้าร่วม 400,000 ราย จากร้านค้าที่ลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่งพลัส ปัจจุบัน 858,991 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ลงทะเบียนกับ Food Delivery Platform (แกร็บ, ไลน์แมน, โรบินฮู้ด, ช้อปปี้ฟู้ด) แล้ว 58,947 ราย คิดเป็น 6.86% ของร้านค้าทั้งหมด

ร้านค้าที่เข้าร่วมอบรมตามเงื่อนไขจะได้รับเงินสนับสนุน 20% ของยอดขายจากโครงการคนละครึ่งพลัส (เฉพาะส่วนที่รัฐร่วมจ่าย) สูงสุด 2,000 บาทต่อร้านค้า อบรมระหว่าง 19 พ.ย. – 19 ธ.ค. นี้ โดยใช้งบประมาณเดิมไม่เกิน 800 ล้านบาท

โครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 1.5 คืออะไร?

สำหรับวิธีการอบรมเพื่อรับสิทธิ์ คนละครึ่งพลัส เฟส 1.5 มี 4 ช่องทางให้เลือก:

  1. อบรมออนไลน์กับธนาคารออมสิน: เน้นเสริมสร้างความรู้ทางการเงินผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
  2. อบรมออนไลน์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD Academy): เรียนรู้เพื่อเพิ่มรายได้, ลดรายจ่าย, และพัฒนาทักษะเทคโนโลยี
  3. ทดลองใช้สินค้าและบริการในบัญชีบริการดิจิทัลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล: สนับสนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการผ่าน d-voucher ภายใต้โครงการ AI Transformation
  4. เข้าร่วมเป็นร้านค้าบน Food Delivery Platform: ต้องเป็นร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส กับ แกร็บ, ไลน์แมน, โรบินฮู้ด, หรือ ช้อปปี้ฟู้ด และต้องมีคำสั่งซื้อที่ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส อย่างน้อย 5 รายการ ภายใน 19 ธ.ค. 2568 (ต้องไม่เป็นร้านที่อยู่ในแพลตฟอร์มเหล่านี้อยู่เเล้ว)

ร้านค้าจะทราบผลการได้รับสิทธิ์ในวันที่ 23 ธ.ค. ผ่านแอปฯ ถุงเงิน และจะเริ่มโอนเงินให้วันที่ 25 ธ.ค. 2568

ทำไมต้องเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 1.5

การเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 1.5 ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ร้านค้าได้รับเงินสนับสนุนสูงสุด 2,000 บาท แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพัฒนาศักยภาพของร้านค้าให้ก้าวทันยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ทักษะทางการเงิน การใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการร้าน หรือการเข้าถึงลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขและวิธีการอบรมให้ละเอียด และเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อคว้าโอกาสในการยกระดับธุรกิจของคุณ

ที่มา – ไฟเขียว คนละครึ่งพลัส เฟส 1.5 รัฐจ่ายให้สูงสุด 2,000 หนุนร้านค้ายกระดับศักยภาพ

ทุนเทาครองเมือง แนะปราบสแกมเมอร์จริงจัง

สถานการณ์ทุนสีเทาที่เชื่อมโยงกับอำนาจรัฐสร้างความเสียหายอย่างมาก รัฐบาลจึงต้องเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันและการฟอกเงิน ขณะเดียวกัน สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาก็กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง รัฐบาลต้องเร่งจัดการทั้งสองด้านเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

ในรายการ Newsroom ทางยูทูบ Thairath News พูดคุยกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. และ พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เปิดเผยว่า อาชญากรรมสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และโรแมนซ์สแกมมีความเกี่ยวพันกันทั้งหมด สร้างความเสียหายมหาศาลและมีอิทธิพลต่อรัฐบาล รวมถึงการคอร์รัปชั่นในหมู่ข้าราชการและตำรวจ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวในการดำเนินคดีหรือให้ออกจากราชการ แม้ว่าจะได้ส่งรายชื่อไปตั้งแต่ ส.ค. 2567 แล้วก็ตาม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การที่นายกฯ เดินทางไปประชุมที่เกาหลีและบอกว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมการปราบปรามสแกมเมอร์นั้น ไม่ถูกต้อง เพราะไทยควรเป็นเจ้าภาพในการปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่จัดการประชุม และการตั้งศูนย์หรือทำ MOU กับหน่วยงานต่างๆ ก็เป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีการจับกุม “ลียง พัด” ว่า ควรไปขอข้อมูลจากต่างประเทศที่มีการยึดทรัพย์บริษัทเหล่านี้แล้ว เพื่อดูว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องหรือไม่ และมีการฟอกเงินไปยังบริษัทใดบ้าง ส่วนเว็บพนันก็เป็นอาหารอันโอชะของตำรวจที่คอร์รัปชั่น และไทยยังอ่อนในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย โดยมักจะจับแค่ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงหรือหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งไม่มีประโยชน์

พล.ท.พงศกร รอดชมภู กล่าวว่า การตั้งข้อหาแค่ร่วมกันฉ้อโกงนั้นง่ายเกินไป และแต่ละหน่วยงานยังทำงานแยกกัน ควรให้ ป.ป.ง. บังคับใช้กฎหมายและให้ตำรวจเดินคู่กันไป แต่ถ้ามัวแต่จัดอีเว้นท์จะไม่ทัน ควรยึดทรัพย์ให้เห็นผลจริงจัง และจัดการกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังสถานการณ์ชายแดน นอกจากนี้ ประเทศไทยเสียเงินให้กับระบบสแกมเมอร์จำนวนมาก แต่ได้คืนมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทุนเทาครองเมือง แนะใช้อำนาจรัฐ ปราบสแกมเมอร์จริงจัง

เมื่อถามถึงการทำงานของตำรวจ พล.ท.พงศกร กล่าวว่า ระบบข้าราชการประจำและการเมืองถูกแทรกซึมเกือบหมดแล้ว เหมือนประเทศไทยถูกยึดไปแล้วด้วยเงินดำ ดังนั้น วิธีการที่จะสู้ได้คือ การใช้อำนาจรัฐ โดยเจตจำนงทางการเมืองจัดการกับรายชื่อที่เกี่ยวข้องกับคนไทย และใช้กฎหมายเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ท.พงศกร กล่าวว่า สแกมเมอร์มาฟอกเงินในไทย ดังนั้นให้ไปตามบัญชีต่างๆ ที่มีนอมินี ซึ่งหาไม่ยาก เมื่อเจอแล้วจะรู้ว่ามีการฟอกเงินในรูปแบบต่างๆ เช่น การประมูลงานแบบที่ถูกจัดฉาก หรือการซื้อของในบริษัทตัวเองในราคาแพง สามารถจัดการได้ทั้งหมด โดยขอความร่วมมือจากสหรัฐฯ และจีน

แก้ปัญหาทุนเทาครองเมือง ต้องปราบสแกมเมอร์จริงจัง

การปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งฟอกเงินของอาชญากรข้ามชาติ การใช้อำนาจรัฐอย่างเด็ดขาดและการประสานงานกับต่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นในการแก้ไขปัญหานี้

แนวทางการปราบปรามสแกมเมอร์ที่เสนอมานั้น เป็นแนวทางที่น่าสนใจและควรนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาทุนเทาและการฟอกเงินนั้นต้องอาศัยความโปร่งใสและความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน

การปล่อยให้ปัญหาทุนเทาฝังรากลึกต่อไป จะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว การตัดสินใจที่เด็ดขาดและการดำเนินการอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้

ที่มา – ทุนเทาครองเมือง แนะใช้อำนาจรัฐ ปราบสแกมเมอร์จริงจัง

กิลมอร์, มิลเลอร์, แม็คครอรี่ เจ็บ! สกอตแลนด์ป่วน

ทีมชาติสกอตแลนด์ต้องเผชิญกับข่าวร้าย เมื่อนักเตะตัวหลักได้รับบาดเจ็บถึงสามราย ก่อนเกมสำคัญที่จะพบกับกรีซ ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โดย บิลลี่ กิลมอร์, เลนนอน มิลเลอร์ และ รอสส์ แม็คครอรี่ ต่างก็มีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย

บิลลี่ กิลมอร์ กองกลางตัวเก่งจากนาโปลี จะพลาดเกมที่จะพบกับกรีซอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีชื่ออยู่ในทีมชุดที่จะพบกับเดนมาร์กที่แฮมป์เดน พาร์ค ในอีกสามวันถัดมา ซึ่งเป็นเกมตัดสินแชมป์กลุ่ม

ขณะที่ เลนนอน มิลเลอร์ กองกลางจากอูดิเนเซ่ และ รอสส์ แม็คครอรี่ กองหลังจากบริสตอล ซิตี้ ได้ถอนตัวออกจากทีมชาติไปแล้ว

สตีฟ คลาร์ก ผู้จัดการทีมชาติสกอตแลนด์ ได้เรียกตัว คอนเนอร์ บาร์รอน จากเรนเจอร์ส และ แอนดี้ เออร์วิง จากเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เข้ามาเสริมทีม

กิลมอร์พลาดลงสนามในเกมที่นาโปลีแพ้ให้กับโบโลญญา 2-0 ซึ่งมี ลูอิส เฟอร์กูสัน เพื่อนร่วมทีมชาติสกอตแลนด์เป็นกัปตันทีม ส่งผลให้อดีตแชมป์กัลโช่ เซเรียอา ตกจากอันดับ 1 ลงมาอยู่อันดับ 4 ของตาราง

สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ (Scottish FA) ได้ออกแถลงการณ์ว่า “บิลลี่ กิลมอร์ จะไม่เดินทางไปเข้าแคมป์ฝึกซ้อมที่ตุรกี เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ดังนั้นเขาจะไม่ได้ลงเล่นในเกมที่จะพบกับกรีซ”

มิลเลอร์ก็ไม่มีชื่อในทีมอูดิเนเซ่เช่นกันในเกมที่พวกเขาแพ้ให้กับโรม่า 2-0 ขณะที่ แม็คครอรี่ ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 57 ของเกมที่บริสตอล ซิตี้ เสมอกับวัตฟอร์ด 1-1

แม็คครอรี่ได้รับการเรียกตัวกลับมาติดทีมชาติสกอตแลนด์อีกครั้ง เพื่อทดแทนตำแหน่งแบ็คขวา หลังจากที่ อารอน ฮิคกี้ แบ็คขวาจากเบรนท์ฟอร์ด เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับในช่วงพักเบรคทีมชาติครั้งล่าสุด และ แม็กซ์ จอห์นสตัน จากดาร์บี้ เคาน์ตี้ และ นาธาน แพ็ตเตอร์สัน จากเอฟเวอร์ตัน ต่างก็ได้รับบาดเจ็บ

กิลมอร์, มิลเลอร์, แม็คครอรี่ เจ็บ! สกอตแลนด์ป่วน

การขาดหายไปของกิลมอร์, มิลเลอร์ และ แม็คครอรี่ ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับทีมชาติสกอตแลนด์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิลมอร์ ที่เป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของทีม

ผลกระทบต่อทีมชาติสกอตแลนด์จากการขาดหายไปของ กิลมอร์, มิลเลอร์, แม็คครอรี่

  • แดนกลางขาดความสร้างสรรค์: กิลมอร์เป็นผู้เล่นที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง และมีความสามารถในการจ่ายบอลที่แม่นยำ การขาดหายไปของเขาจะส่งผลกระทบต่อการสร้างสรรค์เกมในแดนกลางของทีม
  • ทีมขาดความสมดุล: มิลเลอร์เป็นผู้เล่นที่สามารถเล่นได้ทั้งในตำแหน่งกองกลางตัวรับและกองกลางตัวรุก การขาดหายไปของเขาจะทำให้ทีมขาดความสมดุลในแดนกลาง
  • เกมรับอ่อนแอลง: แม็คครอรี่เป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งในเกมรับ และมีความสามารถในการเข้าสกัดบอลที่แม่นยำ การขาดหายไปของเขาจะทำให้เกมรับของทีมอ่อนแอลง

อย่างไรก็ตาม สตีฟ คลาร์ก ยังมีผู้เล่นคนอื่นๆ ที่สามารถทดแทนได้ เช่น คอนเนอร์ บาร์รอน และ แอนดี้ เออร์วิง ซึ่งทั้งสองคนต่างก็เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถ และพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองในทีมชาติ

แม้ว่าการขาดหายไปของ กิลมอร์, มิลเลอร์ และ แม็คครอรี่ จะส่งผลกระทบต่อทีมชาติสกอตแลนด์ แต่ทีมก็ยังมีโอกาสที่จะเอาชนะกรีซและเดนมาร์กได้ หากผู้เล่นคนอื่นๆ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

การบาดเจ็บของนักเตะหลักถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอล ทีมชาติสกอตแลนด์จำเป็นต้องปรับตัวและหาทางรับมือกับสถานการณ์นี้ให้ได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก

ที่มา – Gilmour, Miller & McCrorie injury blows for Scotland

18 พ.ย. นัดเลือกประธาน กกต.คนใหม่

กกต. นัด 18 พ.ย.นี้ ประชุมเลือกประธานคนใหม่ ก่อนส่งชื่อให้ ปธ.วุฒิสภา นำขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อม 2 ว่าที่ กกต. ลุ้น “สิทธิโชติ อินทรโชติ – ณรงค์ รักร้อย” ชิงเก้าอี้

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการวุฒิสภาขอให้สำนักงาน กกต. พิจารณาดำเนินการจัดให้ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และนายณรงค์ รักร้อย ว่าที่ กกต. ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา และได้ลาออกจากตำแหน่งหรือเลิกประกอบวิชาชีพ ตามที่มาตรา 13 ประกอบ มาตรา 10 (20) (21) (22) และ (23) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดแล้ว ได้ประชุมร่วมกับ กกต. 5 คน ที่ยังไม่พ้นจากตำแหน่ง ประกอบด้วย นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ, นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ, นายชาย นครชัย, นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธาน กกต. แทนนายอิทธิพร บุญประคอง ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ ในวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายนนี้ เวลา 13.00 น. ก่อนที่จะแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในคราวเดียวกันนั้น

ในส่วนของแคนดิเดตตำแหน่งประธาน กกต. ขณะนี้ มีรายงานว่า นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. ปัจจุบัน ได้มีการพูดคุยและแสดงความพร้อมที่จะเสนอตัวดำรงตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้นายสิทธิโชติ ก่อนเข้าดำรงตำแหน่ง กกต. เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา และได้รับการเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 222 (2)

ขณะที่นายณรงค์ รักร้อย 1 ใน 2 ว่าที่ กกต.ใหม่ ซึ่งสนใจที่จะดำรงตำแหน่งนี้ ก็ได้รับสนับสนุนจากภายนอก โดยเฉพาะจากทาง สว.สีน้ำเงิน นอกจากนี้เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และก่อนหน้านั้นในช่วงปี 2561-2564 ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี และถูกระบุว่ามีความสนิทสนมกับนายชาดา และนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์.

18 พ.ย. นัดเลือกประธาน กกต.คนใหม่

การนัด 18 พ.ย. ประชุมเลือกประธาน กกต.คนใหม่ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสรรหาผู้ที่จะมานำองค์กรที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งของประเทศ การเลือกประธาน กกต. คนใหม่นี้จึงได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย ทั้งนักการเมือง นักวิชาการ และประชาชนทั่วไป

ความสำคัญของการเลือกประธาน กกต.คนใหม่

ประธาน กกต. มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและทิศทางการทำงานของ กกต. การเลือกประธาน กกต. ที่มีความเป็นกลาง มีความรู้ความสามารถ และมีความซื่อสัตย์สุจริต จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง

  • ความเป็นกลาง: ประธาน กกต. ต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างยุติธรรม
  • ความรู้ความสามารถ: ประธาน กกต. ต้องมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายเลือกตั้งและกระบวนการเลือกตั้ง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความซื่อสัตย์สุจริต: ประธาน กกต. ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส

จับตาดูการนัด 18 พ.ย. ประชุมเลือกประธาน กกต.คนใหม่

การนัด 18 พ.ย. ประชุมเลือกประธาน กกต.คนใหม่ จะเป็นไปในทิศทางใด ใครจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้ คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด การเลือกประธาน กกต. ที่ดี จะส่งผลดีต่อการเลือกตั้งและการเมืองของประเทศในระยะยาว

การสรรหาประธาน กกต. คนใหม่ ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญต่อการธำรงรักษาระบอบประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการติดตามและตรวจสอบกระบวนการสรรหา จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ได้มาซึ่งประธาน กกต. ที่มีความเหมาะสมและสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความเป็นกลางและโปร่งใสได้

ดังนั้น การนัด 18 พ.ย. ประชุมเลือกประธาน กกต.คนใหม่ นี้จึงเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย และหวังว่าผลการประชุมจะนำไปสู่การได้มาซึ่งประธาน กกต. ที่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างดีที่สุด

ที่มา – นัด 18 พ.ย. ประชุมเลือกประธาน กกต.คนใหม่ ลุ้น “สิทธิโชติ-ณรงค์” ชิงเก้าอี้

อนาคตของ เอนดริค จะเป็นอย่างไรต่อไป?

เขาควรจะเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งบราซิลคนต่อไป และเป็นส่วนหนึ่งของยุคใหม่ของเรอัลมาดริด แต่เส้นทางอาชีพของ เอนดริค กลับต้องเจอกับอุปสรรค

ดาวรุ่งวัย 19 ปี มีฤดูกาลแรกที่น่าประทับใจกับเรอัลมาดริด โดยลงเล่น 37 นัด – แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการลงมาจากม้านั่งสำรอง

แต่สถานการณ์ดูไม่ค่อยสดใสนักภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ Xabi Alonso

เอนดริค เพิ่งได้ลงเล่นเพียง 14 นาที ในเกมที่เอาชนะบาเลนเซีย 4-0 เท่านั้น

และตอนนี้ เป็นครั้งที่สี่ติดต่อกันที่วัยรุ่นคนนี้ถูกตัดออกจากทีมชาติบราซิลโดย Carlo Ancelotti อดีตเจ้านายของเขาที่เรอัลมาดริด

ด้วยเวลาการลงเล่นที่แทบจะไม่มีอยู่จริง ฟุตบอลโลกที่ใกล้เข้ามา และการย้ายทีมด้วยสัญญายืมตัวที่กำลังพูดถึง บีบีซี สปอร์ต จึงจะมาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับ เอนดริค และ อนาคตของ เอนดริค จะเป็นอย่างไรต่อไป?

เกิดอะไรขึ้นที่เรอัลมาดริด?

เอนดริค เข้าร่วมทีมเรอัลมาดริดหลังจากอายุ 18 ปี ในเดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งเป็น 18 เดือนหลังจากที่เรอัลตกลงข้อตกลงกับสโมสรปัลไมรัสของบราซิล

ในช่วงเวลาที่เขามาถึงสเปน เขาลงเล่นไปแล้ว 10 นัดและทำไป 3 ประตูให้บราซิล

เอนดริค ทำไป 7 ประตูในฤดูกาลแรกของเขากับเรอัล – มากกว่า Vinicius Jr เพื่อนร่วมชาติทำได้ในฤดูกาลแรกของเขา – แต่ส่วนใหญ่เขาถูกใช้เป็นตัวสำรอง และถูกจำกัดเวลาการลงเล่นเพียง 352 นาทีในลาลีกา

ด้วยการที่ Ancelotti ออกไปรับงานคุมทีมชาติบราซิล ยุคใหม่ภายใต้ Alonso ดูเหมือนจะเปิดโอกาสใหม่ให้กับ เอนดริค ในการพิสูจน์คุณค่าของเขา

อย่างไรก็ตาม เขาได้รับบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายในเดือนพฤษภาคม ซึ่งทำให้เขาพลาดการแข่งขัน Club World Cup ขณะที่อาการบาดเจ็บเดิมกำเริบ ทำให้เขาพลาดการเริ่มต้นฤดูกาล

เขากลับมาเมื่อวันที่ 20 กันยายน แต่จบลงด้วยการเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งานใน 6 นัดถัดไปของเรอัลก่อนที่จะได้ลงเล่น 14 นาทีในเกมกับบาเลนเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

Guillem Balague ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลสเปนกล่าวกับ BBC Sport ว่า Alonso มองว่า เอนดริค เป็นกองหน้าที่สามารถมอบอะไรได้มากมาย – หากไม่ใช่ตอนนี้ ก็ในอีกไม่นาน

“Alonso ตระหนักว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับประตู มันง่ายสำหรับเขาที่จะทำประตู แต่มีความสำคัญบางอย่าง” Balague กล่าว

Gonzalo Garcia ให้โอกาสเขามากขึ้น เพราะเขาครองบอลได้ดี เขาเชื่อมโยงกับทีมได้มากกว่า ในขณะที่ เอนดริค เป็นผู้จบสกอร์ และไม่สามารถเข้าไปอยู่ในพลวัตของทีมได้

หลายสิ่งบ่งบอกว่าเขายังไม่พร้อมสำหรับตอนนี้ แต่เขาจะเป็นได้ในอนาคตอันใกล้ เขาจะเป็นผู้ทำประตูได้เป็นประจำ แต่คุณเริ่มสงสัยว่าผู้เล่นที่อยู่ข้างหน้าเขาจะขวางทางเขาหรือไม่ เขาอยู่ในช่วงนี้ของการค้าแข้งที่เขาจะกลายเป็นผู้เล่นเรอัลมาดริด หรือนักเตะอาชีพที่ดีมากที่อื่น”

อนาคตของ เอนดริค จะเป็นอย่างไรต่อไป?

ในขณะที่แหล่งข่าวระบุว่ายังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่า เอนดริค จะย้ายออกไปด้วยสัญญายืมตัวเมื่อตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมเปิดขึ้นหรือไม่ เป็นที่เข้าใจกันว่าเรอัลกำลังพิจารณาที่จะอนุมัติการย้ายทีมด้วยความไม่เต็มใจ

เอนดริค ตั้งรกรากอยู่ในเมืองหลวงของสเปนและสนุกกับการใช้ชีวิตในยุโรป

มีความเชื่อว่าการอยู่ในมาดริด แม้ว่าปัจจุบันเขาจะขาดเวลาการลงเล่นในทีมชุดใหญ่ จะเป็นประโยชน์ต่อดาวรุ่งในระยะยาว เนื่องจากเขายังคงเปลี่ยนผ่านไปสู่ฟุตบอลระดับสูงในต่างประเทศในฐานะวัยรุ่น

แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา

ประการแรก และชัดเจนที่สุด เกี่ยวข้องกับการพัฒนาของเขา การขาดการลงเล่นในทีมชุดใหญ่ภายใต้ Alonso ไม่ได้ถูกคาดการณ์ไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่เขามองเห็นไว้ที่เรอัล

จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับ เอนดริค ที่จะย้ายออกไปและเล่นฟุตบอลระดับสูงเป็นประจำมากขึ้น เพียงเพื่อให้เขาเติบโตในฐานะนักฟุตบอลวัยรุ่น

ข้อเท็จจริงที่ว่าฟุตบอลโลกกำลังใกล้เข้ามา ทำให้ เอนดริค มีเหตุผลอีกประการหนึ่งในการคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับการย้ายทีมในเดือนมกราคม

การที่เขาไม่ค่อยได้ลงเล่นภายใต้ Alonso หากยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไป อาจทำให้ความหวังในการกลับเข้าไปอยู่ในแผนการของ Ancelotti สำหรับทีมชาติบราซิลทันเวลาสำหรับช่วงซัมเมอร์ต้องพังทลายลง

นอกจากนี้ ยังมีการปรากฏตัวของ Estevao Willian ที่เชลซี เมื่อไม่นานมานี้ เอนดริค เป็นวันเดอร์คิดที่ไม่มีใครโต้แย้งได้ของวงการฟุตบอลบราซิล

การก้าวขึ้นมาของ Estevao ที่เชลซีในฤดูกาลนี้ ทำให้ดาวรุ่งวัย 18 ปี – ที่เล่นร่วมกับ เอนดริค ที่ปัลไมรัส – กลายเป็นแก้วตาดวงใจคนใหม่ของสาธารณชนชาวบราซิล

แล้ว เอนดริค ควรทำอย่างไร? เป็นการตัดสินใจที่ยากสำหรับชายหนุ่มคนหนึ่ง

Balague กล่าวว่า “ในฤดูหนาวก่อนหน้านี้ เมื่อปีที่แล้ว มีความเป็นไปได้ที่จะย้ายออกไปด้วยสัญญายืมตัว แต่มีการตัดสินใจว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น

“ในช่วงซัมเมอร์ สโมสรได้หยั่งเสียงเขาเกี่ยวกับการยืมตัว แต่เขาไม่อยากออกไป เพราะเขาคิดว่าการอยู่ที่เรอัลมาดริดเป็นวิธีที่เร็วกว่าในการเข้าไปอยู่ในทีมชาติ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงเล่นเป็นประจำก็ตาม แต่ตอนนี้เขาไม่ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติบราซิล”

เอนดริค จะไปลงเอยที่ไหนได้บ้าง?

การทำงานเพื่อระบุจุดหมายปลายทางที่เป็นไปได้สำหรับ เอนดริค กำลังดำเนินอยู่

สิ่งที่น่าสนใจคือ สโมสรจำนวนหนึ่งในพรีเมียร์ลีกได้รับทราบถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีมของเขาแล้ว

ในทำนองเดียวกัน สโมสรจากลีกชั้นนำอื่นๆ ในยุโรปก็ได้รับแจ้งถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเช่นกัน

ตัวอย่างเช่น ลียง สโมสรจากฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในสโมสรที่แสดงความสนใจอย่างจริงจัง

“การยืมตัวไปลียงเป็นไปได้อย่างแน่นอนเพราะพวกเขาอยู่ในยูโรปาลีก และเขาจะได้ลงเล่นเป็นประจำ จากนั้นเขาต้องการกลับมาและประสบความสำเร็จที่เรอัลมาดริด” Balague กล่าว

มันน่าสนใจที่จะได้เห็นว่า เอนดริค เลือกดิวิชั่นและสโมสรใด

ในขณะที่ความน่าดึงดูดใจระดับโลกของพรีเมียร์ลีกจะดึงดูดสายตามากที่สุด แต่ลักษณะที่ต้องการและร่างกายของลีกสูงสุดของอังกฤษอาจไม่เหมาะกับผู้เล่นที่ไม่มีประสบการณ์ของบราซิล

ตัวอย่างเช่น หาก เอนดริค เปิดใจที่จะย้ายไปอังกฤษ เป็นที่เข้าใจกันว่าเวสต์แฮมจะเป็นหนึ่งในสโมสรที่สนใจในการยืมตัว

แต่คุณต้องสงสัยว่าการเข้าร่วมทีมที่กำลังต่อสู้เพื่อหนีตกชั้นภายใต้การนำที่เน้นการปฏิบัติของ Nuno Espirito Santo จะเหมาะกับพรสวรรค์ในการโจมตีของ เอนดริค หรือไม่

เชลซีเคยให้ความสนใจใน เอนดริค ในอดีต แต่ด้วยการที่ทีมสิงห์บลูส์มีนักเตะในแนวรุกมากมาย จึงไม่มีข้อบ่งชี้ว่าพวกเขาต้องการดึงเขาเข้ามาในตอนนี้

แอสตันวิลล่าได้รับเครดิตด้วยความสนใจในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่เป็นที่เข้าใจกันว่าการจากไปของ Monchi ในฐานะผู้อำนวยการกีฬาอาจขัดขวางการย้ายทีมใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

เขาจะอยู่ต่อที่เรอัลมาดริดได้หรือไม่?

สิ่งสำคัญคือต้องเน้นย้ำว่าเมื่อมีการพูดถึงการย้ายทีมด้วยสัญญายืมตัวสำหรับ เอนดริค เป็นครั้งแรกเมื่อต้นปีนี้ เรอัลได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่มีความตั้งใจที่จะอนุมัติการย้ายทีมของเขา

แน่นอนว่าจุดยืนของพวกเขาอาจเปลี่ยนไปเมื่อพิจารณาจากเวลาการลงเล่นที่จำกัดของเขา

ไม่ว่าเรอัลจะให้ไฟเขียวสำหรับการออกจากทีมในเดือนมกราคมหรือไม่นั้นจะชัดเจนมากขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

การออกจากทีมด้วยสัญญายืมตัวใดๆ จะมาพร้อมกับองค์ประกอบของความเสี่ยง

ความสำเร็จที่อื่นอาจโน้มน้าวให้ Alonso เชื่อว่า เอนดริค พร้อมสำหรับบทบาทที่สำคัญกว่าในแผนการของเขา

ในทางกลับกัน การย้ายทีมที่ล้มเหลวหรือยากลำบากอาจนำไปสู่ความคิดเชิงลบเกี่ยวกับความทะเยอทะยานในระยะยาวของ เอนดริค ในมาดริด

อย่างไรก็ตาม เอนดริค ยังเด็กพอที่จะไม่ถูกตัดสินจากแปดเดือนข้างหน้า ไม่ว่าเขาจะใช้เวลาเหล่านั้นในสเปนหรือที่อื่น

คนใกล้ชิดกับ เอนดริค ตระหนักดีถึงข้อดีข้อเสียของการย้ายทีมในเดือนมกราคม และในหลายๆ ด้าน การเดิมพันที่ปลอดภัยที่สุดคือการอยู่ที่เรอัล

หลังจากใช้จ่ายไปมากถึง 72 ล้านยูโร (63 ล้านปอนด์) กับ เอนดริค ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ทำให้ดาวรุ่งรายนี้กลายเป็นหนึ่งในวัยรุ่นที่มีราคาแพงที่สุดตลอดกาล เรอัลต้องการปกป้องการลงทุนของพวกเขาอย่างชัดเจน

ในขณะที่ประโยชน์ของการที่ เอนดริค เล่นและทำประตูให้กับสโมสรอื่นอาจช่วยแผนระยะยาวสำหรับวัยรุ่นคนนี้ในการเป็น Galactico อย่างแท้จริง การย้ายทีมที่ไม่มีประสิทธิภาพอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของกองหน้าและทำลายความมั่นใจของเขา

Alonso ที่กำลังเข้าใกล้ช่วงพักครึ่งฤดูกาลแรกในฐานะบอสของมาดริด ยังสามารถทำให้การพูดคุยทั้งหมดนี้หมดไปได้โดยการผลักดัน เอนดริค เข้าสู่การลงเล่นในทีมชุดใหญ่มากขึ้นก่อนช่วงพักฤดูหนาว

อนาคตของ เอนดริค จะเป็นอย่างไรต่อไป? ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาและสโมสรอย่างแท้จริง การย้ายทีมอาจเป็นโอกาสให้เขาได้ลงเล่นมากขึ้นและพัฒนาฝีเท้า ในขณะที่การอยู่ต่อกับเรอัลมาดริด อาจทำให้เขาได้เรียนรู้จากนักเตะระดับโลกและปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นของทีม การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อเส้นทางอาชีพของเขาอย่างมาก

ที่มา – What next for Real Madrid’s forgotten man Endrick?