วัน: 14 พฤศจิกายน 2025

แฟโร: ทีมพาร์ทไทม์ ฝันบอลโลก

หนึ่งในเรื่องราวที่น่าทึ่งของการคัดเลือกฟุตบอลโลก

หมู่เกาะแฟโร ซึ่งเป็นหมู่เกาะภูเขาไฟ 18 เกาะ ตั้งอยู่ระหว่างไอซ์แลนด์และสกอตแลนด์ ยังคงมีความฝันที่จะได้ไปเล่นรอบสุดท้ายในซัมเมอร์หน้า โดยเหลือเกมในรอบแบ่งกลุ่มอีกเพียงนัดเดียว

ก่อนหน้านี้ แฟโรไม่เคยชนะเกินสองเกมในการแข่งขันรอบคัดเลือกใดๆ แต่ตอนนี้พวกเขาชนะไปแล้วสี่จากห้าเกมล่าสุด รวมถึงความสำเร็จในบ้านที่น่าจดจำด้วยการเอาชนะสาธารณรัฐเช็ก 2-1 ในเดือนตุลาคม

นั่นหมายความว่าทีมที่มีชื่อหมายถึง ‘เกาะแกะ’ และอยู่ในอันดับที่ 127 จาก 211 ชาติของฟีฟ่า กำลังเผชิญหน้ากับแนวคิดที่ไม่คาดฝันของการเปลี่ยนแปลง

หากพวกเขาสามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับโครเอเชีย ผู้นำกลุ่ม L ในวันศุกร์นี้ และทีมบ๊วยอย่างยิบรอลตาร์หลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ในเกมที่สาธารณรัฐเช็กในวันจันทร์ ชาวแฟโรจะจบอันดับสองของกลุ่มและผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟในเดือนมีนาคม

นั่นคือการผสมผสานผลลัพธ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง เนื่องจากยิบรอลตาร์ไม่เคยได้คะแนนในการแข่งขันรอบคัดเลือกเลย และโครเอเชียชนะห้าจากหกเกมในกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม สำหรับ Odmar Faero กองหลังตัวกลางวัย 36 ปีของแฟโร นี่คือก้าวที่เหนือกว่าสิ่งที่ชาติของเขาเคยทำได้มาก่อน

“แนวคิดก็คือการขี่คลื่นต่อไป จับไว้ให้มั่น และดูว่าจะพาเราไปได้ไกลแค่ไหน” เขากล่าว

“ตอนนี้เรากำลังดื่มด่ำกับสิ่งนี้ และความรู้สึกคือด้วยผลการแข่งขันเมื่อเร็วๆ นี้ เราเชื่อว่าเราสามารถไปโครเอเชียและเก็บสามแต้มได้”

Faero ซึ่งเคยค้าแข้งในสกอตแลนด์กับ Keith และ Forfar Athletic เป็นผู้เล่นแฟโรเพียงคนเดียวที่ลงเล่น 50 นัดในรายการสโมสรยุโรป พ่อและปู่ของเขา ซึ่งทั้งคู่ชื่อ Odmar ก็เคยเป็นตัวแทนของชาติที่มีประชากรน้อยกว่า 55,000 คนเช่นกัน

แต่ถึงแม้การเกี้ยวพาราสีกับการคัดเลือกฟุตบอลโลกจะน่าตื่นเต้นเพียงใด Faero ก็มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับโอกาสของพวกเขา

“ผมแค่รู้สึกว่ายิบรอลตาร์จะไม่ได้รับคะแนนใดๆ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่สูญเปล่าไปหน่อย แต่เราจะไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นส่งผลต่อผลงานของเราในการเจอกับโครเอเชีย

“เราจะผิดหวังอย่างมากถ้ายิบรอลตาร์เสมอกัน และเราไม่ทำตามสัญญาของเราให้สำเร็จ นั่นจะเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดที่ผมสามารถอยู่ร่วมกับมันได้”

ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า ครู และ ‘คนขายพิซซ่า’

12 คะแนนของหมู่เกาะแฟโรเป็นคะแนนที่ดีที่สุดในการแข่งขันรอบคัดเลือก

พวกเขาขยับขึ้นมาเป็นแต้มตามหลังชาวเช็ก หลังจากชัยชนะ 2-1 โดยได้ประตูจาก Hanus Sorensen และ Martin Agnarsson

ผู้เล่นทั้งสองคนอายุต่ำกว่า 25 ปี และจากข้อมูลของ Faero เป็นตัวแทนของใบหน้าที่สดใหม่สำหรับทีมชาติ

“ผมจะบอกว่าพวกเขาเป็นผู้เล่นที่ทรงพลัง” กองหลังตัวกลางของ KI กล่าวเสริม “พวกเขามีความระเบิด ความคล่องตัว ความไร้เดียงสาของคนหนุ่ม ถ้าคุณจะเรียกมันอย่างนั้น พวกเขาไม่สนว่ากำลังวิ่งชนใคร มันก็แค่เป็นน้ำที่ไหลผ่านหลังเป็ด”

“บางครั้งนั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ ใครบางคนที่แสดงความไม่สำนึกผิด ไม่เคารพเมื่อเราโจมตี”

“เราได้เห็นสิ่งนั้นในการป้องกัน แต่ตอนนี้เราก็มีผู้เล่นที่มีโปรไฟล์ไม่กี่คนในทีมที่สามารถตอบโต้ได้เมื่อเราโจมตี และนั่นคือเหตุผลหนึ่งที่เราสามารถเอาชนะมอนเตเนโกร 4-0 ได้”

“ดังนั้นเมื่อเรามีการโต้กลับ ผมคิดว่าทีมต่างๆ ตื่นขึ้นมาและคิดว่า ‘โอเค นี่ไม่ใช่แค่ทีมที่เน้นเกมรับ’”

ต่างจาก Sorensen และ Agnarsson ที่เล่นอาชีพในสโลวีเนียและเดนมาร์ก Faero ทำงานฟุตบอลควบคู่ไปกับงานอื่น

เขาทำงานให้กับร้านเฟอร์นิเจอร์ในประเทศบ้านเกิดของเขา ซึ่งเขาเพิ่งคว้าแชมป์ลีกอีกครั้งกับ KI

Eyoun Klakstein หัวหน้าโค้ชเคยเป็นนักเขียนนวนิยายอาชญากรรม ในขณะที่ Faero และผู้เล่นพาร์ทไทม์คนอื่นๆ ของทีม แสดงให้เห็นว่าหมู่เกาะแฟโรจะตกเป็นรองมากแค่ไหนเมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับดาราของโครเอเชีย รวมถึง Luka Modric และ Josko Gvardiol ใน Rijeka

“มันไม่แตกต่างจากที่คุณจินตนาการถ้ามันเป็นทีมกึ่งอาชีพในอังกฤษ” เขากล่าว

“มักจะมีช่างไฟฟ้าสองสามคน ช่างไม้สองสามคน มีครู และสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้เล่นหนุ่มที่นี่คือการทำงานในโรงเรียนอนุบาล เพราะเป็นการลดชั่วโมงการทำงานและเข้ากันได้ดีกับการฝึกซ้อมฟุตบอล”

“นอกจากนี้ยังมี [Arni] Frederiksberg ซึ่งทำประตูจากจุดโทษในการเจอกับมอนเตเนโกร ปัจจุบันเขาเป็น CEO ของบริษัทค้าส่ง และพวกเขาก็ขายผลิตภัณฑ์อาหารมากมาย หนึ่งในผลิตภัณฑ์คือพิซซ่า ดังนั้นเขาจึงถูกเรียกว่า ‘คนขายพิซซ่า’ แต่จริงๆ แล้วเขาเป็น CEO”

หมู่เกาะแฟโร: ทีมพาร์ทไทม์ ฝันบอลโลก จะเป็นจริงได้หรือไม่?

Faero ให้เครดิตกับฟอร์มที่ดีของทีมเนื่องจากมีโค้ชเป็นชาวแฟโร ซึ่งเป็นคนที่สองเท่านั้น

Klakstein เข้ามาแทนที่ Hakan Ericson โค้ชชาวสวีเดนในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ส่งสัญญาณถึงความต้องการและความคาดหวังที่สูงขึ้นสำหรับทีม Ericson เป็นโค้ชที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของทีมชาติในช่วงดำรงตำแหน่งห้าปี แต่ผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังนำไปสู่การปลดเขา

“ผมคิดว่าในทางจิตวิทยา เมื่อคุณเริ่มมีการประชุมทีม การพูดคุยให้กำลังใจ การวิเคราะห์ และสิ่งต่างๆ เหล่านี้ในภาษาของเราเอง มันก็แค่ให้ความรู้สึกว่าตอนนี้เราคือทีมชาติแฟโร” Færo กล่าว

“ทุกอย่างเกิดขึ้นในภาษาแฟโร และนี่คือทีมชาติของเรา และเราจะตายและเสียเลือดเพื่อทีมนี้ มันเป็นเรื่องของความรักชาติ และทุกสิ่งที่เราทำคือวิถีของชาวแฟโร”

แต่วิถีของชาวแฟโรคืออะไร?

เขาเสริมว่า “ผมจะบอกว่าเรามีความยืดหยุ่นในฐานะผู้คน หากพูดในเชิงประวัติศาสตร์ มันเป็นเสาหลักที่เราสร้างขึ้น”

“เรามีประชากร 55,000 คน ติดอยู่บน 18 เกาะที่ไหนสักแห่งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วมันก็เหมือนกับว่า ฟังนะ ไม่ว่าคุณจะคิดออกด้วยตัวเอง หรือคุณก็ตาย”

“ดังนั้นเรามีทรัพยากรของเรา เรามีผู้คนของเรา และเราก็หาวิธีทำให้มันใช้งานได้ เพราะไม่มีทางเลือกอื่น”

“ทำให้มันใช้งานได้” จะกลายเป็นการ “สร้างปาฏิหาริย์” หากหมู่เกาะแฟโรผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกได้จริงๆ หมู่เกาะแฟโร: ทีมพาร์ทไทม์ ฝันบอลโลก อาจจะไม่ใช่แค่ฝันอีกต่อไป

การที่ทีมเล็กๆ อย่างหมู่เกาะแฟโรมีความฝันที่จะไปฟุตบอลโลกได้แสดงให้เห็นว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ในโลกฟุตบอล หากมีความมุ่งมั่นและความพยายาม ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม มาร่วมเชียร์หมู่เกาะแฟโร: ทีมพาร์ทไทม์ ฝันบอลโลก ให้เป็นจริงกันเถอะ!

ที่มา – Faroe Islands part-timers ‘riding wave’ for World Cup dream

แลมพาร์ดแห่งโคเวนทรี คว้ารางผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม

แฟรงค์ แลมพาร์ด หัวหน้าโค้ชของโคเวนทรี ซิตี้ ได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคมของแชมเปี้ยนชิพ หลังจากที่ทีมของเขาพุ่งขึ้นสู่อันดับต้น ๆ ของตาราง

ทัพสกายบลูส์ฟอร์มแรงเก็บไป 15 แต้มจาก 18 แต้มเต็มเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากชนะ 5 จาก 6 นัด โดยทำไป 18 ประตู

ตั้งแต่นั้นมา ซิตี้ก็ขยายช่องว่างในการนำเป็น 5 แต้ม หลังจากชัยชนะติดต่อกันในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน

แลมพาร์ดกล่าวว่า “ผมขอขอบคุณทีมงานทั้งหมดและผู้เล่นทุกคน เพราะคุณไม่สามารถคว้ารางวัลส่วนตัวได้หากปราศจากการทำงานหนักของทุกคน

“มันเป็นเดือนที่ดีจริง ๆ และตอนนี้เราต้องทำงานหนักต่อไป”

แลมพาร์ดแห่งโคเวนทรี คว้ารางผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม

แดนนี วิลสัน ประธานคณะกรรมการตัดสินกล่าวว่า โคเวนทรีเป็น “ทีมที่ยอดเยี่ยมในการรับชม” พร้อมเสริมว่าพวกเขาเล่น “ด้วยอิสระที่ผู้จัดการทีมชื่นชมและให้กำลังใจ”

ในการเฉลิมฉลองสองครั้งสำหรับสโมสร แบรนดอน โทมัส-อาซานเต้ กองหน้าฟอร์มแรงได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือน

ดาวเตะวัย 26 ปีเป็นผู้ทำประตูสูงสุดร่วมในแชมเปี้ยนชิพด้วยจำนวน 10 ประตู และทำไป 6 ประตูใน 6 เกมเมื่อเดือนที่แล้ว

กองหน้าชาวกานากล่าวว่าเขามี “ความสุขมาก” ที่ได้รับรางวัล และเสริมว่า “น่าทึ่งมาก” ที่ได้ร่วมงานกับแลมพาร์ดและทีมงานโค้ชของสกายบลูส์

โคเวนทรี ซึ่งจะพบกับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในเกมต่อไปในวันที่ 22 พฤศจิกายน หลังช่วงพักเบรกทีมชาติ กำลังพยายามคว้าตั๋วเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี

ความสำเร็จของ แลมพาร์ดแห่งโคเวนทรี

การได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมของแฟรงค์ แลมพาร์ด ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการทำงานหนักและความทุ่มเทของเขาที่มีต่อทีมโคเวนทรี ซิตี้ นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นผู้นำและสร้างทีมให้แข็งแกร่งของเขาอีกด้วย

ภายใต้การนำทีมของแลมพาร์ด โคเวนทรี ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ทีมมีความสามัคคี มีความมุ่งมั่น และมีความกระหายในชัยชนะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำในแชมเปี้ยนชิพได้

แน่นอนว่าความสำเร็จของแลมพาร์ดไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างหนักของทีมงานโค้ช ผู้เล่น และเจ้าหน้าที่ทุกคนของสโมสร ทุกคนต่างมีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศที่ดีและผลักดันให้ทีมก้าวไปข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทบาทของแลมพาร์ดมีความสำคัญอย่างยิ่ง เขาเป็นผู้วางแผนกลยุทธ์ กำหนดทิศทางของทีม และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เล่นทุกคน เขาเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม และเป็นที่รักของทุกคนในสโมสร

การที่แลมพาร์ดได้รับรางวัลแลมพาร์ดแห่งโคเวนทรี คว้ารางผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม ถือเป็นเกียรติประวัติส่วนตัวของเขา และเป็นข่าวดีสำหรับสโมสรโคเวนทรี ซิตี้ และแฟนบอลทุกคน

แต่เหนือสิ่งอื่นใด รางวัลนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ต้องแลกมาด้วยการทำงานหนัก ความมุ่งมั่น และความทุ่มเท และเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนให้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อบรรลุเป้าหมาย

การลุ้นเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกของโคเวนทรี ซิตี้ ยังคงเป็นสิ่งที่น่าติดตาม และแน่นอนว่าแฟรงค์ แลมพาร์ด จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำทีมไปสู่ความสำเร็จ

มาร่วมส่งกำลังใจเชียร์โคเวนทรี ซิตี้ และแฟรงค์ แลมพาร์ด ในการแข่งขันที่เหลือของฤดูกาล และลุ้นไปกับการเดินทางสู่ความฝันในการเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก!

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า แฟรงค์ แลมพาร์ดแห่งโคเวนทรี คว้ารางผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมนั้น ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการทำงานหนักอย่างแท้จริง

ที่มา – Coventry’s Lampard named manager of the month

สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ รายงานตัว ทำหน้าที่แล้ว

สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ ส.ส.ป้ายแดงจากกาญจนบุรี สังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้เข้ารายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการทำงานเพื่อประชาชนของเธอ

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.30 น. ณ อาคารรัฐสภา นางสาววิชุดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 เป็นวันเลือกตั้ง

การเข้ารับตำแหน่งของนางสาววิชุดา เป็นไปตามอำนาจในมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และมาตรา 127 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศให้ นางสาววิชุดา วิเชียรศิลป์ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง

ในการนี้ นางสาวสิริธร ลิมปพยอม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้เกียรติเป็นผู้ให้การต้อนรับ สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ ในการเข้ารายงานตัวครั้งนี้

สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์

การเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. ของนางสาววิชุดา วิเชียรศิลป์ ถือเป็นความหวังของชาวจังหวัดกาญจนบุรี เขต 4 ที่จะได้มีผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ในการสะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

บทบาทและความคาดหวังต่อ สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์

ประชาชนในพื้นที่ต่างคาดหวังว่า สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ จะสามารถนำความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มี มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. อย่างเต็มที่ และเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวบ้านได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังคาดหวังให้ ส.ส.วิชุดา สามารถประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อนำงบประมาณและโครงการต่างๆ มาพัฒนาพื้นที่ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ความท้าทายที่รอ สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ อยู่ข้างหน้า คือการทำงานร่วมกับ ส.ส. ท่านอื่นๆ จากหลากหลายพรรคการเมือง เพื่อผลักดันกฎหมายและนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม การสร้างความสามัคคีและความร่วมมือกันในสภาฯ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานราบรื่นและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

  • สานต่อนโยบายพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี
  • เป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนในพื้นที่
  • ผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

การเริ่มต้นบทบาทใหม่ของ ส.ส.วิชุดา จึงเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของการทำงานในสภาฯ และการลงพื้นที่ดูแลประชาชน เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ จะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมและสร้างประโยชน์สุขให้แก่พี่น้องชาวกาญจนบุรีได้อย่างแน่นอน

ที่มา – “สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์” ลูกสาวศักดิ์ดา เข้ารายงานตัวต่อสภาฯ ทำหน้าที่ สส. แล้ว

ถ้าเคนเจ็บ จะเกิดอะไรขึ้นกับอังกฤษ?


ถ้าเคนเจ็บ จะเกิดอะไรขึ้นกับอังกฤษ?

แฮร์รี่ เคน คือหัวใจสำคัญในเกมรุกของทีมชาติอังกฤษอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งเขาได้รับบาดเจ็บ ทีมสิงโตคำรามจะยังคงแข็งแกร่งอยู่หรือไม่? นี่คือคำถามที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของเขาที่มีต่อทีม

ถ้าเคนเจ็บ จะเกิดอะไรขึ้นกับอังกฤษ?

การขาดหายไปของเคน ไม่ได้หมายถึงแค่การขาดกองหน้าดาวซัลโวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้นำในแดนหน้า ผู้ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับการเล่นของเพื่อนร่วมทีมได้อีกด้วย หากไม่มีเขา ทีมชาติอังกฤษจะต้องปรับเปลี่ยนแผนการเล่นและหาผู้เล่นคนอื่นมาทดแทนในบทบาทนี้

ตัวเลือกอื่น ๆ ในแดนหน้าของอังกฤษ

แน่นอนว่าอังกฤษยังมีตัวเลือกอื่น ๆ ในแดนหน้า ไม่ว่าจะเป็น โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน, โอลลี่ วัตกินส์, หรือแม้แต่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่สามารถขยับมายืนเป็นกองหน้าตัวเป้าได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นเหล่านี้ต่างก็มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างจากเคน และอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับระบบของทีม

หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือการหาผู้เล่นที่สามารถทดแทนความสามารถในการทำประตูของเคนได้ แม้ว่าคัลเวิร์ต-เลวินและวัตกินส์จะมีความสามารถในการจบสกอร์ แต่พวกเขายังต้องพิสูจน์ตัวเองในระดับนานาชาติ ในขณะที่แรชฟอร์ดอาจจะมีความเร็วและความคล่องตัวมากกว่า แต่บางครั้งก็ขาดความเฉียบคมในการจบสกอร์

นอกจากนี้ การขาดหายไปของเคนอาจส่งผลกระทบต่อแท็คติกโดยรวมของทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมอาจจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นเพื่อชดเชยจุดอ่อนที่เกิดขึ้น หรืออาจจะต้องลองใช้ระบบใหม่ที่เน้นการเล่นเป็นทีมมากกว่าการพึ่งพาความสามารถของนักเตะคนใดคนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม นี่ก็อาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเตะคนอื่น ๆ ในทีมที่จะได้แสดงศักยภาพของตัวเองออกมา การที่ไม่มีเคน อาจจะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ พยายามมากขึ้น และสร้างสรรค์เกมรุกในรูปแบบที่แตกต่างออกไป

สิ่งที่น่าสนใจคือการที่ทีมชาติอังกฤษชุดปัจจุบันมีผู้เล่นดาวรุ่งที่มีความสามารถมากมาย หลายคนกำลังรอโอกาสที่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีม การขาดหายไปของเคน อาจเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้พิสูจน์ตัวเอง และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถเป็นอนาคตของทีมชาติอังกฤษได้

ถึงแม้ว่าการขาดหายไปของแฮร์รี่ เคน จะเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับทีมชาติอังกฤษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทีมจะหมดโอกาสประสบความสำเร็จ อังกฤษยังมีผู้เล่นที่มีความสามารถอีกมากมาย และด้วยการวางแผนที่ดีและการทำงานหนัก พวกเขายังสามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้ ถึงแม้ว่าถ้าเคนเจ็บ จะเกิดอะไรขึ้นกับอังกฤษ? อาจจะทำให้ทีมอ่อนลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความฝันในการคว้าแชมป์จะเป็นไปไม่ได้

ในท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของทีมชาติอังกฤษไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักเตะคนใดคนหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับการทำงานเป็นทีม ความมุ่งมั่น และความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองถ้าเคนเจ็บ จะเกิดอะไรขึ้นกับอังกฤษ? อาจจะเป็นบททดสอบที่สำคัญ แต่ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้ทีมชาติอังกฤษแข็งแกร่งขึ้น

ถ้าเคนเจ็บ จะเกิดอะไรขึ้นกับอังกฤษ? นี่คือคำถามที่ไม่มีใครสามารถตอบได้อย่างแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ทีมชาติอังกฤษจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ และพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

บทสรุปก็คือ แม้ว่าการขาดหายไปของแฮร์รี่ เคน จะส่งผลกระทบต่อทีมชาติอังกฤษอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทีมจะหมดหวังเสียทีเดียว ทีมจะต้องหาแนวทางแก้ไขและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้ดีที่สุด เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

ที่มา – ‘If Kane were to get injured, where would that leave England?’

เฮสกีชี้! มองหาศูนย์หน้ารุ่นใหม่ทีมชาติอังกฤษจากไหน?

เอมิล เฮสกี รู้สึกว่ายากที่จะมองหาศูนย์หน้าระดับท็อปคนใหม่ของทีมชาติอังกฤษ หลังจากจำนวนของกองหน้าหมายเลข 9 แบบดั้งเดิมลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แฮร์รี เคน กองหน้าจากบาเยิร์น มิวนิก เป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวที่ถูกใส่ชื่อในทีม 25 คนของโธมัส ทูเคิล สำหรับเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกในสัปดาห์นี้ ที่จะพบกับเซอร์เบียและแอลเบเนีย

แม้ว่าตัวเลือกที่มีศักยภาพบางคนจะหายไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บหรือพักผ่อน แต่สิ่งนี้ก็ได้ตอกย้ำให้เห็นว่าอังกฤษยังคงต้องพึ่งพาเคน วัย 32 ปีมากแค่ไหน

เฮสกี อดีตกองหน้าลิเวอร์พูลและเลสเตอร์ ซึ่งลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 62 นัดตั้งแต่ปี 1999 ถึง 2010 รู้สึกว่าในอดีตมันชัดเจนเสมอว่าใครจะเป็นกองหน้าหมายเลข 9 คนต่อไปของทีมชาติอังกฤษ แต่รู้สึกว่าตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไป

“เราโชคดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่เราเห็นว่ากองหน้าคนต่อไปจะมาจากไหน” เฮสกีกล่าวในรายการ The Wayne Rooney Show

“เรามีผู้เล่นที่เป็นเหมือนห่วงโซ่ที่สามารถก้าวไปสู่อีกระดับได้ ผมเข้ามาหลังจาก [อลัน] เชียเรอร์ และ รูนีย์ ตามมาหลังจากผม แต่ตอนนี้เราจะมองไปที่ไหน?” นี่คือคำถามสำคัญเกี่ยวกับ มองหาศูนย์หน้ารุ่นใหม่ทีมชาติอังกฤษจากไหน?

“เรามีห่วงโซ่นั้นมาตลอด แต่ตอนนี้เรากำลังพยายามหา [คนต่อไป]”

มองหาศูนย์หน้ารุ่นใหม่ทีมชาติอังกฤษจากไหน?

มีกองหน้าชาวอังกฤษเพียง 8 คนเท่านั้นที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ และเลียม เดลาป กองหน้าเชลซีวัย 22 ปีเป็นเพียงคนเดียวที่มีอายุต่ำกว่า 26 ปี

ออลลี วัตกินส์ กองหน้าแอสตัน วิลลา ทำผลงานได้ดีในฐานะตัวสำรองของเคนในยูโร 2024 โดยประตูในรอบรองชนะเลิศของเขาช่วยให้อังกฤษเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ

อย่างไรก็ตาม เขาถูกพักจากทีมชุดนี้เพื่อจัดการกับปัญหาที่กำลังดำเนินอยู่

รูนีย์กล่าวว่า: “เราพูดถึงจำนวนเกมที่ผู้เล่นกำลังเล่นอยู่ในขณะนี้ เรามีโอกาสที่เราไม่จำเป็นต้องเห็นเคน และให้เขาพักผ่อนบ้าง”

“เคนไม่ควรเล่นให้ทีมชาติอังกฤษอีกจนกว่าจะถึงฟุตบอลโลก เราไม่จำเป็นต้องเห็นเขา เรารู้ว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง”

ทั้งรูนีย์และเฮสกีรู้สึกว่าการขาดแคลนกองหน้าหมายเลข 9 ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงของเกม ไม่ใช่แค่ในอังกฤษเท่านั้น แต่รวมถึงทั่วโลกด้วย

“ผมแค่คิดว่ามันเป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการเล่นกองหน้าหมายเลข 9 ในตอนนี้ ด้วยรูปแบบการเล่นที่เป็นอยู่” รูนีย์กล่าว

“ถ้าคุณมองไปทั่วโลก จะมีกองหน้าหมายเลข 9 ไม่มากนัก ดังนั้นมันไม่ใช่แค่ในอังกฤษเท่านั้น”

เขากล่าวเสริมว่า: “ทุกคนอยากเป็นเหมือนโม ซาลาห์ หรือ ลิโอเนล เมสซี และการเล่นเป็นกองหน้าในตอนนี้ คุณไม่ได้สัมผัสบอลมากเท่าที่ควร และคุณต้องเด็ดขาดเหมือนอย่างที่เออร์ลิง ฮาลันด์ และ คีเลียน เอ็มบัปเป เป็น

“ไม่มีกองหน้าหมายเลข 9 อยู่ที่นั่น แม้แต่เคนก็ไม่ใช่กองหน้าหมายเลข 9 แบบเต็มตัว”

ลูกชายของเฮสกี รีแกน และ เจเดน ต่างก็เป็นกองหน้า และได้ประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเดือนกันยายน ในคาราบาว คัพ

เฮสกี วัย 47 ปี กล่าวเสริมว่า: “กองหน้าต้องมีส่วนร่วมมากขึ้นเมื่อเราเล่น คุณต้องไล่บอลเข้าไปในช่อง คุณต้องชนะในการโหม่งบอล” สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของบทบาท ทำให้เกิดคำถามว่า มองหาศูนย์หน้ารุ่นใหม่ทีมชาติอังกฤษจากไหน?

“ตอนนี้ผู้เล่นหมายเลข 8 สองคนของคุณกำลังทำอะไรมากขึ้น ปีกของคุณค่อนข้างกว้าง คุณไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมมากเท่าในตอนนี้”

แล้วเราจะ มองหาศูนย์หน้ารุ่นใหม่ทีมชาติอังกฤษจากไหน จริงๆ?

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับวงการฟุตบอลอังกฤษและทั่วโลก การขาดแคลนกองหน้าหมายเลข 9 แบบดั้งเดิมบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการเล่นและความต้องการของผู้เล่นในปัจจุบัน ทีมต่างๆ หันไปพึ่งพานักเตะที่มีความสามารถรอบด้านมากกว่า ซึ่งสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งและมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์เกมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การมีกองหน้าตัวเป้าที่สามารถจบสกอร์ได้อย่างเฉียบคมยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จของทีม ดังนั้น การค้นหาและพัฒนากองหน้ารุ่นใหม่จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการฝึกสอนและให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่งได้แสดงศักยภาพมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าอังกฤษและชาติอื่นๆ จะมีกองหน้าระดับโลกไว้ใช้งานในอนาคต

การที่ทีมชาติอังกฤษต้องพึ่งพา แฮร์รี่ เคน มากเกินไป แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ชัดเจน และถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับทีมชาติ

ที่มา – ‘Where do we look now?’ Heskey on lack of England strikers

กมธ. แก้ไขรัฐธรรมนูญ เคาะสูตร 20 หยิบ 1

กรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เคาะที่มาคณะกรรมาธิการยกร่างรธน.ใหม่ 35 คน ชูสูตร 20 หยิบ 1 ป้องกันพรรคใหญ่จัดตั้งเสียงข้างมาก

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 14 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา แถลงถึงความคืบหน้าของการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุม กมธ.ได้เห็นชอบต่อการกำหนดที่มาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน มาจากการสมัครของประชาชน ผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยผู้สมัครต้องมีประชาชนรับรองอย่างน้อย 100 รายชื่อ พร้อมกับต้องมีเอกสารแสดงวิสัยทัศน์ และอุดมการณ์ความยาว 1 หน้ากระดาษ A4 ทั้งนี้มีข้อกำหนดว่าเมื่อรับสมัครแล้วจะนำข้อมูลของผู้สมัครเผยแพร่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบประวัติและอุดมการณ์ จากนั้นให้ส่งรายชื่อดังกล่าวให้รัฐสภาคัดเลือก

สมัครผ่าน กกต.ให้รัฐสภาเลือก

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการเลือกโดยรัฐสภานั้น มติของ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ กำหนดให้ใช้สูตร 20 หยิบ 1 คือให้สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่มละ 20 คน เพื่อเสนอชื่อ กมธ. 1 คน แต่หากไม่สามารถหาจำนวน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ครบ 35 คน จะให้ใช้วิธีการที่สมาชิกรัฐสภาจำนวน 10 คนเสนอบัญชีผู้จะได้รับการเลือกเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นจำนวน 2 เท่าของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญของจำนวนที่ขาด จากนั้นให้รัฐสภาลงมติ เห็นชอบด้วยเสียงข้างมาก เกิน 2 ใน 3 ทั้งนี้ กมธ.ได้กำหนดให้ รัฐสภาเลือกตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน แต่หากครบเวลาแล้วยังได้ไม่ครบ 35 คน แต่ได้เป็นจำนวน 90% หรือ 33 คน ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงการกำหนดสูตร 20 หยิบ 1 ว่า กมธ.ได้หารือถึงวิธีการรวมกลุ่มหรือไม่ว่า จะรวมกลุ่มอย่างอิสระหรือมีเงื่อนไข นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในหลักการเป็นรวมกันของสมาชิกรัฐสภาที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ซึ่งกมธ.เห็นว่ามีข้อดีที่จะทำให้เกิดความหลากหลายของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

“เด็ก ปชน.” ยันตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่ากมธ.กังวลหรือไม่ว่า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อาจถูกล็อกโควตาโดยพรรคการเมืองที่มี สส. จำนวนมากในสภาฯ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า การเลือกเช่นนี้ ถือเป็นหลักการที่ตรงไปตรงมา เหมือนกับการเลือกตัวแทนในสัดส่วนของ กมธ.พิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาชนจะเห็นชัดเจนว่า ผู้สมัครสส.ที่เลือกนั้นจะเป็นตัวแทนประชาชน นอกจากได้เลือกนายกฯ แล้วยังได้เลือกสมาชิกที่จะทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

เมื่อถามย้ำว่า การรวมกลุ่มของสมาชิกรัฐสภา 20 คนโดยอิสระ อาจทำให้เกิดการจัดตั้งได้ เช่น รอบหน้าพรรคประชาชนได้รับเลือกตั้ง 200 คน จะได้สิทธิเลือก กมธ.ยกร่าง 10 คน น.ส.พนิดา กล่าวว่า แปลว่าเป็นการสะท้อนเสียงของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ทดแทนที่ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองได้ เมื่อถามอีกว่า กังวลหรือไม่ว่า ข้อเสนอที่พิจารณา เมื่อส่งเข้ารัฐสภา อาจถูกติงว่าหนีไม่พ้นการครอบงำของฝ่ายการเมือง น.ส.พนิดา กล่าวว่า การเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีข้อจำกัดจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถตัดขาดจากสภาได้ ต้องใช้สมาชิกรัฐสภาเลือก แต่จะเลือกอย่างไรเพื่อสะท้อนความต้องการของประชาชนที่สุด จึงเป็นสมการนี้ ซึ่งในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอ พรรคภูมิใจไทยให้ใช้เสียงข้างมาก ดังนั้นเท่ากับว่าฝ่ายที่ครองเสียงข้างมากจะเป็นคนกำหนดหน้าตา กมธ.ยกร่างทั้งหมด ทำให้ขาดหลักประกันเสียงข้างน้อยของรัฐสภาเป็นผู้ร่าง แต่การกำหนดสูตร 20 หยิบ 1 จะทำให้ สส.และ สว.มีเอกสิทธิ์รวมกลุ่มกับใครก็ได้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน หรือเป้าหมายเดียวกันที่จะส่งคนเป็นตัวแทนร่างรัฐธรรมนูญ คือเป็นหลักประกันทุกคน มีตัวแทนให้รัฐสภารับรอง

 โวป้องกันพรรคใหญ่จัดตั้ง

ด้านนายนรเศรษฐ์ กล่าวเสริมว่า กรณีที่สอบถามว่า หากพรรคประชาชนได้รับเลือกตั้งมา 200 คน จากสูตร 20 หยิบ 1 จะได้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ เต็มที่ 10 คน จาก 35 คน ซึ่งไม่สามารถเข้ามาครอบงำ หรือเป็นเสียงส่วนใหญ่ในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ จึงรับประกันได้ว่ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญมีความหลากหลาย และกระจายในสัดส่วนอุดมการณ์ที่มาจากตัวแทนประชาชน หลังจากยุบสภาและหาเสียง เชื่อว่าพรรคการเมืองจะสื่อสารกับประชาชนว่า พรรคมีแนวทางอย่างไรในการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทางประชาชนใช้หลักการเลือก สส.เขต และบัญชีรายชื่อ เพื่อเป็นการส่งผ่านเจตนารมณ์ของตนเองเพื่อให้ สส.เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้ อย่างไรก็ดีในแนวทางที่ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญหารือร่วมกันนั้น จะทำให้ได้รับเสียงสนับสนุนในรัฐสภา เมื่อถึงเวลาพิจารณาวาระสองและวาระสามได้

เสนอคนยกร่างเลิกยุ่งการเมืองตลอดชีวิต

ด้านนายเอกพร รักความสุข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า สำหรับการพิจารณากำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กำหนดให้ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญถูกจำกัดการเข้าสู่ตำแหน่งการเมือง 3 ปี แต่มีข้อเสนอจาก กมธ.คนอื่นว่า ควรให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมืองตลอดชีวิต เพื่อให้เกิดความสบายใจว่าคนยกร่างรัฐธรรมนูญจะไม่มีผลประโยชน์ใด อย่างไรก็ดี ตนยืนยันว่าการทำงานในกมธ.มีความเห็นพ้องไม่มีความขัดแย้งระหว่าง กมธ.ที่มาจากต่างพรรคการเมือง

กรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เคาะที่มากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 35 คน ชูสูตร 20 หยิบ1

ทำความเข้าใจสูตร 20 หยิบ 1 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของประเทศ การที่กรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (กมธ.) มีมติเห็นชอบให้ใช้สูตร 20 หยิบ 1 ในการคัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) จำนวน 35 คน เป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

สูตร 20 หยิบ 1 คืออะไร? สูตรนี้หมายถึง การที่สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่มกันจำนวน 20 คน เพื่อเสนอชื่อบุคคล 1 คน ให้เป็น กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ สส. และ สว. ที่มีอุดมการณ์เดียวกันสามารถร่วมกันเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความหลากหลายและป้องกันการผูกขาดจากพรรคการเมืองใหญ่

การกำหนดสูตร 20 หยิบ 1 นี้ มีข้อดีคือ จะช่วยให้เกิดความหลากหลายของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกจากหลากหลายพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และภาคส่วนต่างๆ ของสังคม สามารถมีส่วนร่วมในการเสนอชื่อบุคคลที่ตนเห็นว่าเหมาะสม ทำให้ กมธ.ยกร่างฯ มีองค์ประกอบที่สะท้อนความต้องการและความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การใช้สูตร 20 หยิบ 1 ย่อมมีข้อควรพิจารณา คือ อาจเกิดปัญหาในการรวมกลุ่มของสมาชิกรัฐสภา หากสมาชิกไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้ครบ 20 คน อาจทำให้พลาดโอกาสในการเสนอชื่อบุคคลที่ตนสนับสนุน ดังนั้น การสร้างความเข้าใจและการประสานงานระหว่างสมาชิกรัฐสภาจึงเป็นสิ่งสำคัญ

โดยรวมแล้ว การที่ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือกใช้สูตร 20 หยิบ 1 ในการคัดเลือก กมธ.ยกร่างฯ เป็นแนวทางที่น่าสนใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างรัฐธรรมนูญที่เปิดกว้างและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนของสังคม อย่างไรก็ตาม การนำไปปฏิบัติจริงจะต้องมีการพิจารณาและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้นสำหรับประเทศไทย อย่าลืมติดตามข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่ออนาคตของประเทศเรา

ที่มา – กรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เคาะที่มากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 35 คน ชูสูตร 20 หยิบ1

รวบหมอเถื่อน! แอบเปิดคลินิกรักษาคนนาน 10 ปี

ตำรวจบุกรวบ “หมอเถื่อน” ที่แอบเปิดคลินิกรักษาคนมานานกว่า 10 ปี! งานนี้คนไข้อึ้ง เพราะบางรายเพิ่งจะฉีดยาเข้าไปหยกๆ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ

รวบหมอเถื่อน เปิดคลินิกนาน 10 ปี!

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ตำรวจสืบสวนภาค 3 ได้บุกเข้าจับกุมนายบุญวิวัฒน์ บุญเรืองลือ อายุ 50 ปี และนายณัฐวุฒิ บุญเรืองบือ อายุ 30 ปี ที่เคหะราม คลินิกเวชกรรม หรือ หมอพงษ์ คลินิกเวชกรรม ในเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่าคลินิกดังกล่าวลักลอบเปิดรักษาคนไข้และออกใบรับรองแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ส่งสายลับเข้าไปทำการรักษา และพบว่ามีการกระทำผิดจริง

การจับกุมหมอเถื่อน

จากการเข้าตรวจสอบคลินิก พบยาจำนวนมาก เครื่องมือทางการแพทย์ เวชระเบียนคนไข้กว่า 6,000 ฉบับ และเงินสดที่ได้จากการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ ยังพบหญิงสาวที่เพิ่งเข้ามารักษาและได้รับการฉีดยาจากคลินิกดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบอาการ

จากการสอบสวนพบว่า นายบุญวิวัฒน์ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค สั่งยา และออกใบรับรองแพทย์ ส่วนนายณัฐวุฒิทำหน้าที่รับคนไข้ ทำทะเบียนประวัติ ฉีดยา และจัดยา โดยทั้งสองคนไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม

นายณัฐวุฒิ ให้การว่า ได้เรียนรู้วิธีการฉีดยาจากนายบุญวิวัฒน์ และฝึกฝนกับคนไข้ที่เข้ามารับการรักษา

ด้านนายบุญวิวัฒน์ อ้างว่าตนเองเป็นแพทย์จริงและเปิดคลินิกรักษาคนไข้มา 10 ปีแล้ว แต่ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ มีเพียงใบอนุญาตวิชาชีพแพทย์แผนไทย

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า สถานพยาบาลชื่อเคหะราม คลินิกเวชกรรม ใบอนุญาตสิ้นสุดไปตั้งแต่ปี 2558 และก่อนหน้านี้นายบุญวิวัฒน์เคยว่าจ้างแพทย์มาเป็นผู้ดำเนินการ แต่เมื่อใบอนุญาตหมดอายุลง ก็ไม่ได้ทำการต่อ ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อคลินิกเป็น “หมอพงษ์ คลินิกเวชกรรม”

ทั้งนี้ นายบุญวิวัฒน์ยังเป็นเจ้าของ “หมอวุฒิ สหคลินิกเวชกรรม” ในย่านคลองสามวา โดยให้นายณัฐวุฒิเป็นคนรับผิดชอบในการรักษาคนไข้ และจะใช้ชื่อแพทย์อื่นในการเขียนใบสั่งยาและใบรับรองแพทย์

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหาต่างๆ เช่น ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน ปลอมและใช้เอกสารปลอม ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราเห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนเข้ารับบริการทางการแพทย์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานพยาบาลและผู้ให้บริการมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะคะ การเลือกหมอเถื่อน อาจนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้เลย

อย่าเสี่ยงกับหมอเถื่อน ตรวจสอบให้ดีก่อนเข้ารับการรักษา

ที่มา – บุกรวบหมอเถื่อน แอบเปิดคลินิกรักษาคน นาน 10 ปี คนไข้อึ้ง เพิ่งฉีดยาเข้าไป

มาเลเซียแก้ข่าวแล้ว! ยัน**ทุ่นระเบิดที่พบเป็นทุ่นใหม่**

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อไม่นานมานี้ กรณีทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุด มาเลเซียได้ออกมาแถลงการณ์แก้ไขข่าวที่คลาดเคลื่อนก่อนหน้านี้ ยืนยันว่า **ทุ่นระเบิดที่พบเป็นทุ่นใหม่** จริง

สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซีย ได้ออกมาชี้แจงถึงความผิดพลาดในการแปลภาษา ซึ่งส่งผลต่อความเข้าใจในคำแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดในกัมพูชา โดยยืนยันหนักแน่นว่า **ทุ่นระเบิดที่พบเป็นทุ่นใหม่** ไม่ใช่ทุ่นเก่าอย่างที่เคยมีการรายงานไปก่อนหน้านี้

ทางสำนักข่าวเบอร์นามาได้ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการสำหรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และได้ทำการแก้ไขเนื้อหาข่าวที่เผยแพร่ออกไปก่อนหน้านี้ สืบเนื่องจากรายงานข่าวที่อ้างอิงคำกล่าวของ ดาโต๊ะ เสรี โมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของมาเลเซีย ซึ่งมีการแปลความหมายที่คลาดเคลื่อนไปจากเจตนาเดิม

ใจความสำคัญของความผิดพลาดอยู่ที่การแปลข้อความอ้างอิงจากภาษามลายูเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความหมายที่ตั้งใจไว้ในคำแถลงของท่านรัฐมนตรีโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่อหน้าที่แปดของข่าว

ใจความที่ไม่ถูกต้องในฉบับแปลภาษาอังกฤษคือ “แต่ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียนในประเทศไทยและกัมพูชารายงานว่าพวกเขาไม่ใช่ทุ่นระเบิดใหม่” ถ้อยคำดังกล่าวขัดแย้งกับข้อมูลที่รายงานในฉบับภาษามลายูดั้งเดิม

ดังนั้น ประโยคในวรรคที่แปดจึงได้รับการแก้ไขและแทนที่ด้วยคำแปลที่ถูกต้องดังต่อไปนี้ “แต่ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียนในไทยและกัมพูชารายงานว่าเป็น **ทุ่นระเบิดใหม่** ผมเพิ่งวางสายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ผมหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสงบลงและเดินหน้าเจรจาสันติภาพต่อไป”

นอกจากนี้ มาเลเซียยังยืนยันความพร้อมที่จะเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อรักษาข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ลงนามไว้ระหว่างสองประเทศ โดยนายโมฮัมหมัดคาดการณ์ว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ภายหลังจากการหารือกับนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม

มาเลเซียยืนยัน: ทุ่นระเบิดที่พบเป็นทุ่นใหม่

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ถูกต้องและแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในการแปลภาษาอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่บานปลายได้

ทำไมการยืนยันว่าทุ่นระเบิดที่พบเป็นทุ่นใหม่จึงสำคัญ?

การยืนยันว่า **ทุ่นระเบิดที่พบเป็นทุ่นใหม่** มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะส่งผลต่อการประเมินสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหา หากเป็นทุ่นระเบิดเก่า ก็อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากการตกค้างจากความขัดแย้งในอดีต แต่ถ้าเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ก็อาจบ่งชี้ถึงการละเมิดข้อตกลงหรือการกระทำที่ก่อให้เกิดความตึงเครียด

  • การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
  • การสื่อสารที่โปร่งใสและเปิดเผย
  • การเจรจาอย่างสันติวิธี

เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น การที่มาเลเซียออกมาแก้ไขข่าวและยืนยันข้อเท็จจริง ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การมีข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำจะช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถตัดสินใจและดำเนินการได้อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนเกิดความเสียหายต่อทั้งสองประเทศ

การแก้ไขความเข้าใจผิดและการยืนยันข้อเท็จจริงของมาเลเซียในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นสัญญาณที่ดีต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธีในภูมิภาค

ที่มา – ด่วน มาเลเซียแก้ข่าวแล้ว ยืนยันทุ่นระเบิดที่พบเป็นทุ่นใหม่

ตีแผ่เรื่องฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ” ข่าวแห่งปี

ย้อนเหตุการณ์ “วัดบุญพระบาป” ตีแผ่เรื่องฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ” เหตุการณ์สุดช็อกของคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้เข้าชิงรางวัล “ข่าวที่สุดแห่งปี 2568”

ภายหลังจาก “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้ร่วมโหวต “ข่าวที่สุดแห่งปี” เพื่อชิงรางวัล “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” โดยพบว่า 1 ใน 5 เหตุการณ์ที่มีผู้โหวตเข้าชิงรางวัล คือเรื่อง “ตีแผ่เรื่องฉาว วัดพระบาทน้ำพุ” (5 เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2025 เหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี”)

เมื่อย้อนถึงเหตุการณ์สุดช็อกของคนไทยทั้งประเทศ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้สรุปรายละเอียด ดังนี้

  • 11 เม.ย. 2568 ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาและอาจารย์ประจำภาควิชาสังคมศาสตร์ (สาขาอาชญาวิทยา) คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง พาผู้ร้องเรียนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลว่า นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” มีพฤติการณ์ทุจริตเงินบริจาคของ “วัดพระบาทน้ำพุ”
  • “หมอบี” อ้างว่าเป็นการร่วมทำบุญ โดยจะทำหน้าที่เป็นสะพานบุญ นำเงินที่ผู้ร่วมทำบุญโอนเงินเข้ามาในบัญชีที่ตนเองรับบริจาค ไปส่งมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุ เพื่อที่พระราชวิสุทธิประชานาถ (หลวงพ่ออลงกต) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี จะนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ และตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ของวัด
  • หมอบีเปิดบัญชีชื่อ “ใจฟ้าอาทรประชานาถ โดย นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” ในการรับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2562 ถึงปี 2568 มียอดเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีดังกล่าว จำนวน 300 กว่าล้านบาท
  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง จนพบว่าหมอบีไม่ได้นำเงินที่ได้จากการบริจาคไปมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์ โดยมีหลักฐานเชื่อว่านำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว บางส่วนนำไปมอบให้กับอดีตหลวงพ่ออลงกต
  • จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบว่า “อดีตหลวงพ่ออลงกต” เมื่อรับเงินที่หมอบีมามอบให้ในฐานะตัวแทนของวัดพระบาทน้ำพุ กลับไม่นำเงินเข้าวัด แต่ทุจริตเอาเงินที่รับมาทั้งหมดไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว
  • นำมาสู่การขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับนายเสกสันน์ และ อดีตหลวงพ่ออลงกต เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2568 พร้อมทั้งตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายเพื่อหาพยานหลักฐานประกอบคดีจำนวน 17 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดลพบุรี โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 ราย คือ

1. พระราชวิสุทธิประชานาถอลงกต พูลมุข (อลงกต ติกขปญโญ) หรือ นายอลงกต พูลมุข อายุ 65 ปี กระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฟอกเงินและสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

2. นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี อายุ 43 ปี กระทำความผิดฐาน ผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฟอกเงินและสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

แล้วเหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี” ของคุณ อย่าลืมร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาที่สุดของข่าวที่สุดแห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ได้ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/campaign/vote/selection

ตีแผ่เรื่องฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ”

ความจริงเบื้องหลังข่าวฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ” ที่คุณอาจยังไม่รู้

เรื่องราวของ “วัดพระบาทน้ำพุ” และข่าวฉาวที่เกิดขึ้นในปี 2568 ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและติดตามการใช้เงินบริจาคอย่างโปร่งใส แม้จะเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เกิดขึ้นกับวัดซึ่งเป็นที่พึ่งของผู้ป่วยและผู้ยากไร้ แต่การเปิดเผยความจริงก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

การที่ “ตีแผ่เรื่องฉาว วัดพระบาทน้ำพุ” ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลข่าวแห่งปี แสดงให้เห็นว่าสังคมไทยให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ และต้องการให้มีการตรวจสอบการทำงานขององค์กรการกุศลต่างๆ อย่างเข้มงวด เพื่อให้เงินบริจาคที่ได้รับจากผู้มีจิตศรัทธาถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด

เหตุการณ์ตีแผ่เรื่องฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวฉาว แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์และความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาค และควรสนับสนุนให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในองค์กรการกุศลต่างๆ

ที่มา – ตีแผ่เรื่องฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ” เหตุการณ์สุดช็อกที่เข้าชิง “ข่าวที่สุดแห่งปี 2025”