วัน: 15 พฤศจิกายน 2025

โฆษกรัฐบาลปัด สหรัฐฯ ไม่พอใจนายกฯ กระทบเจรจาภาษี

“สิริพงศ์” ยัน สหรัฐฯ ระงับเจรจาภาษี ไม่เกี่ยวกับปมไม่พอใจนายกฯให้สัมภาษณ์ คุย “ทรัมป์” เรื่องนี้แล้ว มีท่าทีที่เข้าใจ โต้ “ทูตรัศม์” เป็นฝั่งตรงกันข้ามจะพูดอะไรก็ได้ แต่รัฐบาลขอแจงตามข้อเท็จจริง ไม่ได้พูดตามทัศนคติทางการเมือง

วันที่ 15 พ.ย. 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐออนไลน์ ถึงกรณี ที่สหรัฐฯ ขอระงับการเจรจากรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทย – สหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว และจะกลับมาเจรจาความตกลงดังกล่าวอีกครั้ง เมื่อฝ่ายไทยให้คำมั่นว่า จะปฏิบัติตาม Joint Declaration (ปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา) เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะพูดคุยทางโทรศัพท์กับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานั้น นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า นายกฯ ทราบเรื่องนี้ และได้หารือกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และได้อธิบายเรื่องราวให้เข้าใจแล้ว และประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกายืนยันว่าไม่ต้องการแทรกแซงใคร ซึ่งหลังพูดคุยกัน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาก็มีท่าทีที่เข้าใจ พร้อมย้ำว่าทางทีมเจรจาภาษียังเดินหน้าต่อไป

“คือมันมีหนังสือมา แต่หนังสือนั้นท่านนายกฯ ได้แก้ไขไปแล้ว โดยการเจรจากับทรัมป์” นายสิริพงศ์ กล่าวย้ำ

เมื่อถามว่าทางสหรัฐฯ ไม่ได้โกรธหรือไม่พอใจต่อท่าทีของนายกฯ ที่ให้สัมภาษณ์เรื่องสันติภาพไทย-กัมพูชาจบแล้ว และขอฉีกปฏิญญา 4 ข้อใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า ไม่มี และไม่เกี่ยวกับการที่นายกฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ เพราะการให้สัมภาษณ์ของนายกฯ ไม่ใช่การพูดคุยบนโต๊ะ และไม่ใช่การแถลงข่าวจากฝั่งรัฐบาล ที่เป็น official announcement

เมื่อถามถึงกรณีที่  นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาแสดงความเห็นว่านายกฯ กล่าวในเชิงท้าทายสหรัฐฯ จนนำไปสู่การระงับการเจรจา นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เป็นฝั่งตรงกันข้ามจะพูดอย่างไรก็ได้ แต่ตนเองพูดตามข้อเท็จจริง ไม่ได้พูดตามทัศนคติ

นายสิริพงศ์ ยังย้ำว่า ไทยยังคงเดินหน้าเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ ต่อ โดยเมื่อสักครู่ตนเองก็เพิ่งวางสายกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ยังย้ำว่ายังเดินหน้าพูดคุยกันอยู่ และไม่ได้ติดขัดอะไร

“คือผมก็งงว่า เวลาไปพาดหัว ทำไมไปพาดหัวแค่ระงับ เพราะมีการอธิบายความต่อข้างล่าง ว่าเขามีจดหมาย กต.ก็ผิดหวังกับท่าทีเขา แต่ท่านนายกฯ กับ ทรัมป์ ก็ได้ไปคุยกันแล้ว ซึ่งผลมันก็ออกมาดี แต่กลายเป็นว่าไปเล่นการเมืองกันหมดเลย คือของทูตรัศม์ เขาอาจจะเป็นทูตมาก่อน แต่มันปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ทูตรัศม์พูดมันเป็นทัศนคติทางการเมืองมากกว่า” นายสิริพงศ์ กล่าว

โฆษกรัฐบาลปัด สหรัฐฯ ไม่พอใจนายกฯ กระทบเจรจาภาษี

จากกรณีที่สหรัฐฯ ได้มีการระงับการเจรจาทางการค้ากับประเทศไทยชั่วคราว ได้มีการตีความและวิพากษ์วิจารณ์มากมายถึงสาเหตุที่แท้จริงของการระงับดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ว่าท่าทีของนายกรัฐมนตรีต่อสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้สหรัฐฯ ไม่พอใจจนส่งผลกระทบต่อการเจรจาภาษี

โฆษกรัฐบาลยืนยัน สหรัฐฯ ไม่พอใจนายกฯ ไม่กระทบเจรจาภาษี

ล่าสุด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อคลายข้อสงสัยและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น โดยยืนยันว่าการระงับการเจรจาภาษีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับความไม่พอใจของสหรัฐฯ ต่อท่าทีของนายกรัฐมนตรี

นายสิริพงศ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มีการพูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว และประธานาธิบดีทรัมป์เองก็เข้าใจสถานการณ์และไม่ได้ต้องการที่จะแทรกแซงกิจการภายในของไทย นอกจากนี้ ทีมเจรจาภาษีของไทยยังคงเดินหน้าทำงานต่อไปโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ

โฆษกรัฐบาลยังได้ตอบโต้ข้อคิดเห็นของนายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ที่มองว่าการที่นายกรัฐมนตรีแสดงท่าทีที่ค่อนข้างท้าทายต่อสหรัฐฯ อาจเป็นสาเหตุของการระงับการเจรจา โดยนายสิริพงศ์กล่าวว่า ความเห็นของนายรัศม์เป็นเพียงทัศนคติทางการเมืองมากกว่าข้อเท็จจริง

ถึงแม้ว่าการเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ จะมีการหยุดชะงักลงชั่วคราว แต่รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาและสานต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ต่อไป การที่โฆษกรัฐบาลออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นปัจจุบันถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความสับสนและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นในสังคม

ทั้งนี้ การเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศมักมีความซับซ้อนและมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์และทำความเข้าใจข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อที่จะสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพจากภาครัฐ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนและป้องกันการบิดเบือนข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้งได้ การที่รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ที่มา – โฆษกรัฐบาล ปัดสหรัฐฯ ไม่พอใจท่าทีนายกฯ จนกระทบวงเจรจาภาษี ยันไม่เกี่ยวกัน

Thelwell เรนเจอร์สต้องการ ‘ผู้ตัดสินคุณภาพ’

เควิน Thelwell ผู้อำนวยการกีฬา กล่าวว่า เรนเจอร์สต้องการ “ความสม่ำเสมอ คุณภาพ และมาตรฐานการตัดสินที่สูงขึ้น”

Thelwell ย้ำถึงความต้องการของสโมสรที่จะพูดคุยกับสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ (SFA) หลังจากการจัดการความพ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศของเรนเจอร์สในรายการ Premier Sports Cup โดยเซลติก

Auston Trusty กองหลังของเซลติกได้รับใบเหลืองหลังจากดูเหมือนว่าจะโดนศีรษะของ Jack Butland ผู้รักษาประตูของเรนเจอร์สด้วยเท้า

คณะกรรมการตัดสินเหตุการณ์สำคัญของ SFA ระบุว่ามีการโหวต 2 ต่อ 1 ว่า Trusty ควรถูกไล่ออก แต่ Willie Collum หัวหน้าผู้ตัดสินสนับสนุนเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันของเขาในการตัดสินใจที่จะไม่ให้ใบแดง

Thelwell กล่าวกับ RangersTV ว่า “เราต้องการพูดคุยกับ SFA อีกครั้ง”

“เราได้ทำการวิเคราะห์ของเราเองในช่วงเวลาที่ยาวนานกว่ามาก และอาจต้องการพูดคุยกับพวกเขาอีกครั้งเกี่ยวกับรายละเอียดบางอย่างนั้นด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้น

“เราต้องการความสม่ำเสมอที่มากขึ้น เราต้องการคุณภาพและมาตรฐานการตัดสินที่สูงขึ้น และเราต้องการให้ความสำคัญอยู่ที่ฟุตบอล ไม่ใช่การตัดสินใจ

“เป็นที่ทราบกันดีว่าเราผิดหวังกับความไม่สอดคล้องกันบางประการของการตัดสินในวันนั้น และเราได้พูดคุยอย่างหนักกับ SFA เกี่ยวกับความไม่สอดคล้องกันและการตัดสินใจเหล่านั้น

“ในขณะที่เราเห็นด้วยกับประเด็นบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างการสนทนา เรายังคงไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิงกับประเด็นบางอย่างที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ Auston Trusty เป็นที่ชัดเจนจากฝั่งเราว่าเป็นใบแดง

“เราทุกคนรู้สึกว่าเป็นการสร้างแบบอย่างที่เป็นอันตรายที่จะบอกว่าการทำร้ายใครบางคนบนศีรษะไม่ใช่ใบแดง”

Thelwell เรนเจอร์สต้องการ ‘ผู้ตัดสินคุณภาพ’

Thelwell กล่าวว่าเขา “ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” กับผลกระทบเริ่มต้นของ Danny Rohl หัวหน้าโค้ช หลังจากชนะการแข่งขัน Scottish Premiership สามนัดแรก ทีม Ibrox ยังไม่ได้รับคะแนนใน Europa League อย่างไรก็ตาม โดยแพ้สองครั้งภายใต้การดูแลของ Rohl

เรนเจอร์สกับการเสริมทัพ และความต้องการ ‘ผู้ตัดสินคุณภาพ’

ผู้อำนวยการกีฬา Thelwell กล่าวว่าเรนเจอร์ส “คาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวพอสมควร” ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม และ “Danny มีสิทธิ์ตัดสินใจขั้นสุดท้าย” เกี่ยวกับการเซ็นสัญญา

Thelwell กล่าวว่า “ผมคิดว่าเขาทำได้ดีจริงๆ”

เรนเจอร์สเริ่มต้นได้ดี แม้ว่าเราจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรในยุโรปจนถึงตอนนี้ ฟอร์มในลีกดีขึ้น

“ผมยังคงรู้สึกมั่นใจมาก มีความแตกต่างที่ชัดเจนในวิธีการเล่นของเราในขณะนี้ อันดับหนึ่ง เราทุกคนเข้าใจดีว่าเราต้องชนะเกมฟุตบอล”

Jonathan Hunter-Barron จะเริ่มงานในตำแหน่งผู้อำนวยการ Academy ในช่วงต้นปี 2026 และ Thelwell ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้ง Jaymes Monte และผู้ที่คาดว่าจะได้รับการคัดเลือกรายอื่นๆ

Thelwell กล่าวถึง Monte ซึ่งเป็นชาว Dundee ว่า “นี่อาจเป็นการแต่งตั้งครั้งแรกของเราในพื้นที่ข้อมูลนี้”

“มันจะให้ข้อมูลเชิงลึกและความเชี่ยวชาญมากมายแก่เราเกี่ยวกับข้อมูล ไม่เพียงแต่จากมุมมองของการสรรหาบุคลากรเท่านั้น แต่ยังมาจากการวิเคราะห์มุมมองของคู่ต่อสู้ การวิเคราะห์เกมของเราเอง และจากนั้นก็ยังรวมถึงวิทยาศาสตร์การแพทย์และการกีฬา และการฝึกสอนด้วย

“เรากำลังพูดถึงการแต่งตั้งเพิ่มเติมในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการฟุตบอล นั่นมุ่งเน้นไปที่วิธีการที่เราดำเนินการในแต่ละวัน ณ ศูนย์ฝึกซ้อม มันเกี่ยวกับวิธีการที่เราจัดการตลาดซื้อขายนักเตะ และมันเกี่ยวกับการกำกับดูแล กระบวนการ และกลยุทธ์เพื่อให้แน่ใจว่าเรามีการจัดการอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

“เราต้องการเพิ่มการสนับสนุน [การฝึกสอน] เพิ่มเติม บางทีอาจเป็นคนที่รู้จักภูมิทัศน์ของสกอตแลนด์ที่แข็งแกร่งกว่าเขาและแข็งแกร่งกว่าที่เราทำมาก และบางทีอาจมีความเชี่ยวชาญเพิ่มเติม ลองจับตาดูพื้นที่นี้”

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ที่เรนเจอร์สกำลังเผชิญอยู่ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตัดสินอย่างยุติธรรม และสม่ำเสมอในเกมฟุตบอล ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการแข่งขัน และความเชื่อมั่นของทีมโดยตรง การผลักดันเพื่อ ‘ผู้ตัดสินคุณภาพ’ ของ Thelwell จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาวงการลูกหนัง

ที่มา – Rangers’ Thelwell seeks ‘greater quality of refereeing’

สาวโรงงานแก้บน ได้เงินแสน ส่องเลขเด็ดลุ้นรวย

สาวโรงงานเฮ! ถูกหวย 1 แสน แก้บน “พระเงิน-พระทอง” วัดสว่างอารมณ์ ไม่ลืมขอโชค “ตาทองงิ้วราย” ส่องเลขเด็ด อ่างน้ำมนต์ตาทองฯ ลุ้นรวยงวด 16/11/68 คอหวยแห่ขอเลขเด็ดงวดนี้

วันที่ 15 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดสว่างอารมณ์ ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหวยออก คึกคักไปด้วยสาธุชนและนักเสี่ยงโชคที่แห่เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะ “พระเงิน-พระทอง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นพระคู่บ้านของวัดสว่างอารมณ์ ตาทองงิ้วราย หุ่นปั้นคนแก่ใจดี พ่อปู่ฤาษี ท้าวเวสสุวรรณโณ พ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าปทุมมาพญานาคราช ท้าวหิรัญพนาสูร ไอ้ไข่สามนคร กุมารทองน้องเก้า 30 ล้าน

ผู้สื่อข่าวได้พบกับ น.ส.อารีย์ อายุ 34 ปี พนักงานบัญชีบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาพร้อมสิ่งของแก้บนชุดใหญ่ ประกอบด้วย ไข่ไก่ 50 แผง ข้าวสาร 20 ถุง น้ำมันพืช 6 โหล และน้ำตาลทรายขาว 20 ถุง พร้อมน้ำดื่ม 50 แพ็ค เพื่อถวายแด่ หลวงพ่อพระเงินพระทอง

น.ส.อารีย์ เปิดเผยว่า งวดที่ผ่านมาตนได้มากราบไหว้และบนบานต่อ “พระเงินพระทอง” ไว้ว่า หากถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล จะนำสิ่งของมาถวายแก้บน เมื่อกราบไหว้เสร็จ ตนได้เดินลงมาซื้อลอตเตอรี่ที่แผงในวัด โดยหลับตาหยิบมา 5 ใบ ปรากฏว่าถูกรางวัลได้รับเงินรวม 100,000 บาท จึงรีบนำสิ่งของมาแก้บนตามที่ได้ให้สัญญาไว้

น.ส.อารีย์ กล่าวต่อว่า ในครั้งนี้ตนยังหวังจะได้โชคอีก จึงได้นำเครื่องดื่มชูกำลัง 12 โหล มาถวายแด่ “ตาทองงิ้วราย” ซึ่งตนยังไม่เคยขอโชคจากท่านมาก่อน พร้อมตั้งจิตอธิษฐานว่า หากถูกรางวัลอีกครั้ง จะนำชุดผ้าไหม หมวก รองเท้า และแว่นตา มาถวายเพื่อแก้บนให้ท่านทันที

เนื่องจากมีนักเสี่ยงโชคต่อแถวรอล้วงไข่และเขย่าเซียมซีเป็นจำนวนมาก น.ส.อารีย์ จึงตัดสินใจขอเลขเด็ดจาก หยดน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ที่อยู่ข้างตาทองแทน และว่าส่วนตัวมองเห็นเป็น เลข 508 และ 527 พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า คนอื่นอาจจะมองเห็นเป็นเลขอื่นก็ได้ แล้วแต่โชควาสนาของแต่ละคน แต่ตนจะนำเลขที่เห็นนี้ไปซื้อลอตเตอรี่ และจะกลับไปรอโชคที่บ้าน

สาวโรงงานแก้บน ได้เงินแสน ไม่ลืมส่องเลขเด็ด อ่างน้ำมนต์ตาทองฯ ลุ้นรวย 16/11/68

เลขเด็ดจากอ่างน้ำมนต์ตาทองฯ

เรื่องราวของสาวโรงงานผู้โชคดีท่านนี้ เป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การแก้บนเมื่อสมหวังเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อแสดงความขอบคุณ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการที่เธอยังคงมองหาโชคลาภอย่างต่อเนื่อง โดยการส่องเลขเด็ดจากอ่างน้ำมนต์ตาทองฯ

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าใครจะรวย แต่การมีสติและความรอบคอบในการใช้จ่ายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าหลงระเริงไปกับความหวังลมๆ แล้งๆ และอย่าให้การพนันมาทำลายชีวิตของคุณ

สำหรับใครที่สนใจอยากลองเสี่ยงโชคตามสาวโรงงานท่านนี้ ก็สามารถเดินทางไปที่วัดสว่างอารมณ์เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพรได้ แต่ขอให้เล่นอย่างมีสติและอยู่ในขอบเขตที่ตัวเองรับได้

ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดนี้!

  • เลขเด็ดที่สาวโรงงานเห็น: 508, 527
  • สถานที่: วัดสว่างอารมณ์
  • สิ่งศักดิ์สิทธิ์: พระเงิน-พระทอง, ตาทองงิ้วราย

เรื่องราวของสาวโรงงานที่ถูกรางวัลและมาแก้บนในครั้งนี้ ได้สร้างความฮือฮาและเป็นที่สนใจของนักเสี่ยงโชคเป็นอย่างมาก หลายคนต่างก็หวังว่าตนเองจะเป็นผู้โชคดีในงวดต่อไป และพากันไปวัดสว่างอารมณ์เพื่อขอพรและส่องเลขเด็ดจากอ่างน้ำมนต์ตาทองฯ กันอย่างคึกคัก

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิต สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำงานอย่างหนักและมีความขยันหมั่นเพียร เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นหนทางนำไปสู่ความสำเร็จและความร่ำรวยที่แท้จริง

ที่มา – สาวโรงงานแก้บน ได้เงินแสน ไม่ลืมส่องเลขเด็ด อ่างน้ำมนต์ตาทองฯ ลุ้นรวย 16/11/68

วันสำคัญของเวลส์: เดิมพันสูงลิบ

วันนี้เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแฟนกีฬาชาวเวลส์ ด้วยการแข่งขันสองรายการที่มีเดิมพันสูงลิบวันสำคัญของเวลส์: เดิมพันสูงลิบ

ทีมฟุตบอลเวลส์จะลงเล่นในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกนัดรองสุดท้ายกับลิกเตนสไตน์ในเมืองวาดุซ

เพียง 40 นาทีต่อมา ทีมรักบี้ยูเนียนของ Steve Tandy จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับญี่ปุ่นในสนามกีฬา Principality ที่คุ้นเคย

นี่จะเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองทีมลงเล่นในวันเดียวกันนับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2019 ซึ่งเป็นเวลาหกปี หนึ่งเดือน และสามวันก่อน

ในครั้งนั้น ทีมของ Warren Gatland คว้าชัยชนะเหนืออุรุกวัย 35-13 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2019 ที่ญี่ปุ่น ก่อนที่ Gareth Bale จะทำประตูตีเสมอให้ทีมของ Ryan Giggs เสมอกับโครเอเชีย 1-1 ในเกมคัดเลือกยูโร 2020 ที่สนาม Cardiff City Stadium

และพูดได้อย่างเต็มปากว่ามีเดิมพันสูงลิบสำหรับทั้งสองทีมในครั้งนี้เช่นกัน

ความรักฉันเพื่อนบ้าน

ทั้งสองทีมจะเล่นห่างกันประมาณ 850 ไมล์ แม้ว่าพวกเขาจะใช้เวลาเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในสภาพแวดล้อมเดียวกัน

ทั้งทีมฟุตบอลและรักบี้ยูเนียนฝึกซ้อมที่ Vale Resort ใน Hensol ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองคาร์ดิฟฟ์โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที

โดยปกติแล้ว จะมีการสังสรรค์กันที่ไซต์ฝึกซ้อมเป็นประจำเมื่อทั้งสองทีมพักอยู่ในสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหราในเวลาเดียวกัน

ในการแถลงข่าวก่อนการแข่งขัน Dewi Lake กัปตันทีมรักบี้และผู้เล่นตำแหน่ง hooker อวยพรให้ทีมฟุตบอลโชคดีในการแข่งขันกับลิกเตนสไตน์

Alex Mann ผู้เล่นปีกของคาร์ดิฟฟ์กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของเขากับ Isaak Davies ปีกของคาร์ดิฟฟ์ซิตี้ และความภาคภูมิใจที่เห็นเพื่อนในวัยเด็กของเขาได้รับการเรียกตัวจาก Craig Bellamy อีกครั้ง

“เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทที่สุดของผมตั้งแต่ผมยังเด็ก ดังนั้นเราจึงเติบโตมาด้วยกันที่โรงเรียน” Mann กล่าวถึง Davies

“มันทำให้ผมขนลุกเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เรากำลังจะผ่านพ้นไป และเรามักจะพูดกันในชั้นเรียนว่าเราอยากเล่นให้เวลส์ โดยเขาเล่นฟุตบอล และผมเล่นรักบี้”

“สำหรับการที่เขาได้รับการเรียกตัวเมื่อวันอาทิตย์ เขาก็มาดูเกมด้วยเช่นกัน มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับเขา ผมหวังว่าเขาจะได้รับโอกาส”

“จากการที่เราอยู่ใน Aberdare โดยคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือความฝันของเรา มันค่อนข้างเหลือเชื่อที่เราทั้งคู่ได้รับโอกาสในเวลาเดียวกัน”

“ผมภูมิใจในตัวเขามากจริงๆ เราเป็นคนประเภทเดียวกัน เราจะก้มหน้าก้มตาทำงานหนักต่อไป และหวังว่าจะได้รับโอกาส”

เดิมพันสูงลิบ

ชัยชนะของเวลส์เหนือญี่ปุ่นจะรับประกันได้อย่างแน่นอนว่าทีมของ Tandy จะได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 12 อันดับแรกสำหรับการจับสลากฟุตบอลโลกในวันที่ 3 ธันวาคม

ความพ่ายแพ้จะทำให้ญี่ปุ่นขึ้นมาอยู่เหนือเวลส์ในการจัดอันดับ ซึ่งจะทำให้ทีมของ Tandy ต้องเผชิญกับความท้าทายที่น่ากลัวในการต้องการชัยชนะเหนือทั้งนิวซีแลนด์หรือแอฟริกาใต้ในปลายเดือนนี้เพื่อกลับไปอยู่ใน 12 อันดับแรก

แล้วทำไมการจัดอันดับ 12 อันดับแรกจึงสำคัญ

หกทีมอันดับแรกในการจัดอันดับโลกจะอยู่ในกลุ่มแรกสำหรับการจับสลาก และจะไม่ต้องเล่นกันเองในรอบแบ่งกลุ่ม

ทีมอันดับ 7 ถึง 12 จะเล่นกับทีมอันดับ 1 ใน 6 เท่านั้น ดังนั้นหมายความว่าหากเวลส์ร่วงลงจากการจัดอันดับมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พวกเขาจะมีการจับสลากที่ยากยิ่งขึ้น

สำหรับลูกกลมๆ การเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่ม J ดูเหมือนจะเกินเอื้อมสำหรับเวลส์ แม้ว่าจะมีแรงจูงใจอย่างมากที่จะจบอันดับสอง ซึ่งน่าจะเป็นรองจากเบลเยียมทีมเต็ง

การจบอันดับรองชนะเลิศจะทำให้ทีมของ Bellamy ได้เล่นในบ้านในรอบรองชนะเลิศของรอบเพลย์ออฟฟุตบอลโลกในเดือนมีนาคมหน้า แม้ว่าการจบอันดับสามจะทำให้พวกเขาต้องเดินทางไปเล่นในรอบรองชนะเลิศนัดเดียว

แล้วพวกเขาจะบรรลุเป้าหมายอันดับสองได้อย่างไร

ชัยชนะสองครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เหนือลิกเตนสไตน์และนอร์ทมาซิโดเนีย จะทำให้ทีมของ Bellamy จบอันดับสองอย่างแน่นอน

แต่สี่แต้มก็เพียงพอแล้วในสองสถานการณ์ต่อไปนี้:

  • หากเวลส์เสมอกับลิกเตนสไตน์และเอาชนะนอร์ทมาซิโดเนีย
  • หากเวลส์เอาชนะลิกเตนสไตน์ด้วยผลต่างหกประตูขึ้นไปและเสมอกับนอร์ทมาซิโดเนีย

สรุปเดิมพันสูงลิบของเวลส์

โดยรวมแล้ว วันสำคัญของเวลส์: เดิมพันสูงลิบ นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของทีมชาติเวลส์ทั้งสองทีม หวังว่าพวกเขาจะสามารถคว้าผลลัพธ์ที่ต้องการได้

ที่มา – Wales’ seismic day with huge amount at stake

“ทูตรัศม์” ฉะนายกฯ ปมเจรจาการค้า

“ทูตรัศม์” ฉะ นายกฯ ท้าทายสหรัฐฯ จนโดนระงับเจรจาการค้า ชี้พูดเอาใจกระแสแต่ทำประเทศเสียหาย ถามจะรับผิดชอบความเสียหายนี้อย่างไร

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาแสดงความเห็นวิจารณ์อย่างรุนแรงต่อกรณีที่นายกรัฐมนตรีพูดจาท้าทายสหรัฐอเมริกา จนนำไปสู่การระงับการเจรจา กรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว ซึ่งกรณีดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยนายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศฯ ที่ระบุว่ารองผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ แจ้งขอระงับการเจรจาชั่วคราว โดยมีเงื่อนไขให้ฝ่ายไทยกลับไปให้คำมั่นที่จะร่วมมือตาม Joint Declaration อีกครั้ง

นายรัศม์ชี้ว่า ไม่ทันขาดคำนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็ได้จัดให้ที่บัดนี้ผลเสียได้เกิดขึ้นจริงแล้ว จึงอยากถามถึงความจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีต้องไปพูดจาท้าทายสหรัฐฯ มีประโยชน์ใดที่ต้องพูดเช่นนั้น ซึ่งคำพูดดังกล่าวเป็นเพียงการมุ่ง “เอาใจกระแสสังคมบางส่วน” โดยไม่สนใจผลกระทบต่อประเทศชาติโดยรวม ซึ่งแสดงถึง ความไม่รู้ ไม่เข้าใจบริบททางด้านการต่างประเทศ และนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศ พร้อมทิ้งท้ายว่ายังไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบต่อความเสียหายนี้อย่างไร.

“ทูตรัศม์” ฉะนายกฯ ท้าทายสหรัฐฯ จนโดนระงับการเจรจาการค้า ชี้พูดเอาใจกระแสทำประเทศเสียหาย

จากกรณีที่นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของนายกรัฐมนตรีที่อาจนำไปสู่การระงับการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์และสื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงนักการทูตและนักวิชาการด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่ผลเสียทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้ การระงับการเจรจาการค้า ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยอีกด้วย

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการระงับการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ:

  • การลดลงของปริมาณการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐอเมริกา
  • ความเสียหายต่อภาคธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออก
  • ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติลดลง
  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ตึงเครียดขึ้น

ทำไมนายรัศม์ถึงออกมา “ทูตรัศม์” ฉะนายกฯ?

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ มองว่าการที่นายกรัฐมนตรีออกมาแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐอเมริกานั้น เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศคู่ค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ นายรัศม์ยังตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าวอาจมีแรงจูงใจทางการเมืองแอบแฝงอยู่ โดยมุ่งหวังที่จะเรียกคะแนนนิยมจากกลุ่มผู้สนับสนุนบางกลุ่ม โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติโดยรวม การกระทำเช่นนี้จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

ข้อเสนอแนะและทางออกสำหรับประเทศไทย:

  • รัฐบาลควรทบทวนท่าทีและแนวทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศ
  • ควรให้ความสำคัญกับการเจรจาและการประนีประนอมเพื่อแก้ไขปัญหา
  • ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
  • ควรเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีประสบการณ์

การที่ “ทูตรัศม์” ฉะนายกฯ ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนโดยรวม การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและการเจรจาเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สุดท้ายนี้ เราทุกคนควรตระหนักว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน การแสดงความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลาง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ที่มา – “ทูตรัศม์” ฉะนายกฯ ท้าทายสหรัฐฯ จนโดนระงับการเจรจาการค้า ชี้พูดเอาใจกระแสทำประเทศเสียหาย

รัฐบาลยันเดินหน้าเจรจาภาษี แม้สหรัฐฯ ระงับ

โฆษกรัฐบาล ยอมรับสหรัฐฯ ระงับเจรจาภาษี เกิดก่อนนายกฯ คุยกับ “ทรัมป์” ย้ำ ไทยแยกประเด็นการเจรจาความมั่นคง และประเด็นทางการค้า ออกจากกัน ยืนยัน “กัมพูชา” เป็นฝ่ายละเมิดก่อน แจงยังเดินหน้าเจรจาภาษีต่อไป

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.30 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงพัฒนาการล่าสุดในสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา และประเด็นอื่นที่กระทรวงการต่างประเทศรายงานต่อรัฐบาล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผลจากการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อค่ำวานนี้ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมรับฟังด้วย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สอบถามสถานการณ์ล่าสุดที่ชายแดน นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้อัปเดตข้อมูลและย้ำว่าทั้งสองประเทศต้องปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมเพื่อก้าวสู่สันติภาพ พร้อมแสดงความเสียใจที่กัมพูชาฝ่าฝืนข้อตกลงก่อน โดยเฉพาะเรื่องการติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่ ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันให้เก็บกู้และงดการติดตั้งเพิ่มเติม

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเองและยืนยันว่าพบการลักลอบติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่ ส่งผลให้ทหารไทยที่ลาดตระเวนตามปกติได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นสูญเสียขา พร้อมทั้งฝ่ายไทยยังได้เชิญคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนลงพื้นที่เมื่อวานนี้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง สำหรับคำถามของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับความคาดหวังของไทย นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าไทยยึดมั่นในสันติภาพ แต่กัมพูชาต้องยอมรับข้อเท็จจริง แสดงความรับผิดชอบ และมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือกัมพูชาต้องเปิดพื้นที่ 13 จุดตามที่เคยหารือกัน เพื่อให้ไทยเข้าดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รับฟังด้วยความเข้าใจ พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ และมาเลเซียพร้อมสนับสนุนเพื่อให้กระบวนการสันติภาพเดินหน้าต่อ แต่ไม่ประสงค์แทรกแซงกลไกทวิภาคีระหว่างไทย–กัมพูชา ซึ่งเป็นจุดยืนสำคัญของไทย

ส่วนการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างนายกรัฐมนตรี และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย หลังการสนทนากับผู้นำสหรัฐฯ เพื่อประสานและแบ่งปันข้อมูลที่ได้หารือ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้แสดงความเข้าใจและพร้อมสนับสนุนในฐานะประธานอาเซียน โดยคำนึงถึงข้อเสนอของไทยที่ระบุว่า “การเก็บกู้ทุ่นระเบิด” คือหัวใจสำคัญของข้อตกลงตามปฏิญญาร่วม ซึ่งทั้งสหรัฐฯ และมาเลเซียต่างรับทราบจุดยืนนี้ของไทยแล้ว

สำหรับประเด็นสุดท้าย กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า ไทยได้รับแจ้งจากรองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ฝ่ายสหรัฐฯ ขอ “ระงับชั่วคราว” การเจรจากรอบความตกลงภาษีต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ โดยจะกลับมาหารือได้อีกครั้งเมื่อไทยให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตาม Joint Declaration อย่างเคร่งครัด

ในประเด็นนี้ รัฐบาลไทยมีความผิดหวังต่อท่าทีดังกล่าว เพราะประเทศไทยยืนยันมาโดยตลอดว่า ประเด็นด้านความมั่นคงกับกัมพูชาเป็นเรื่องทวิภาคีที่ต้องพิจารณาแยกจากเรื่องการค้า ซึ่งเป็นผลประโยชน์ร่วมไทย–สหรัฐฯ ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ เองยังได้ย้ำในการหารือกับนายกรัฐมนตรีว่า “สหรัฐฯ ไม่ประสงค์แทรกแซงปัญหาไทย–กัมพูชา” ตามกลไกทวิภาคีที่มีอยู่

รัฐบาลยินดีที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รับฟังด้วยความเข้าใจ และหวังว่า ท่าทีของสหรัฐฯ ในประเด็นการค้าและภาษี สามารถหารือและเจรจาต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อกรอบความร่วมมือสำคัญในด้านอื่นๆ ที่ทั้งสองประเทศมีมาอย่างแน่นแฟ้นและยาวนาน

“รัฐบาลขอย้ำว่าประเทศไทยจะยืนหยัดบนพื้นฐานผลประโยชน์แห่งชาติเป็นสำคัญพร้อมทั้งรักษาจุดยืนด้านความมั่นคงและอธิปไตยอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ไทยยังพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ ในประเด็นความร่วมมือด้านอื่น ๆ ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่อไป”

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า สหรัฐฯ ขอชะลอการเจรจาเรื่องภาษีว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะได้คุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่วนแนวทางในเรื่องนี้ ขอยืนยันว่า ในเรื่องการเจรจาภาษี จะยังมีการเดินหน้าเจรจาภาษีต่อไป แยกออกจากเรื่อง ชายแดน

รัฐบาล ยอมรับสหรัฐฯ ระงับเจรจาภาษี เกิดก่อนนายกฯ คุยกับ “ทรัมป์” ย้ำยังเดินหน้าเจรจาภาษีต่อ

ทำไมสหรัฐฯ ถึงระงับการเจรจาภาษี?

จากข้อมูลที่ได้รับ สหรัฐฯ ได้ขอระงับการเจรจาความตกลงภาษีต่างตอบแทนกับไทยชั่วคราว โดยอ้างอิงถึงการที่ไทยต้องปฏิบัติตาม Joint Declaration อย่างเคร่งครัด ซึ่งรัฐบาลไทยแสดงความผิดหวังต่อท่าทีดังกล่าว โดยยืนยันว่าประเด็นด้านความมั่นคงกับกัมพูชาควรแยกจากเรื่องการค้าที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าเจรจาภาษีต่อไป โดยเชื่อมั่นว่าการเจรจาด้านการค้าและภาษีสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อความร่วมมือในด้านอื่นๆ ที่มีอยู่ระหว่างไทยและสหรัฐฯ

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่ต้องคำนึงถึงทั้งความมั่นคงและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รัฐบาลไทยจึงต้องดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศในทุกด้าน

แม้ว่าสหรัฐฯ จะระงับการเจรจาภาษี แต่รัฐบาลไทยยังคงยืนยันที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ และพร้อมที่จะร่วมมือในด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ สหรัฐฯ จะกลับมาเจรจาภาษีกับไทยอีกครั้งเมื่อใด และเงื่อนไขในการกลับมาเจรจาจะเป็นอย่างไร รัฐบาลไทยจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ

การที่รัฐบาลไทยยืนยันที่จะเดินหน้าเจรจาภาษีต่อไป แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างสหรัฐฯ

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้คือ ความสำคัญของการรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และความจำเป็นในการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างรอบคอบและมีวิสัยทัศน์

ที่มา – รัฐบาล ยอมรับสหรัฐฯ ระงับเจรจาภาษี เกิดก่อนนายกฯ คุยกับ “ทรัมป์” ย้ำยังเดินหน้าเจรจาภาษีต่อ

สาววัย 20 ยิงดับ “ร.ต.ต.” สร้อยทองหาย!

คดีสะเทือนขวัญ! สาววัย 20 ปี ก่อเหตุยิงดับ “ร.ต.ต.” รอง สว.(ป.) สันป่าตอง แล้วจัดฉากให้เหมือนฆ่าตัวตาย ก่อนขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท หลบหนี ตำรวจตามรวบตัวได้ สารภาพอ้างถูกผู้ตายทำร้าย

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผบช.ภ.5 พ.ต.อ.ธนพัต ครสิงห์ รรท.ผกก.สภ.สันป่าตอง พร้อมชุดสืบสวน ได้จับกุม น.ส.กุลธิดา ศรีกันธา อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถาน หลังก่อเหตุ สาววัย 20 ยิงดับ “ร.ต.ต.” วสรรค์ บวรพันธ์ รอง สว.(ป.) สภ.สันป่าตอง

เหตุการณ์เกิดขึ้นกลางดึกวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุพบศพ ร.ต.ต.วสรรค์ ถูกยิงเสียชีวิตในบ้านพักข้าราชการตำรวจ ม.8 ต.มะขุนหวาน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ในที่เกิดเหตุพบศพ ร.ต.ต.วสรรค์ ถูกยิงที่ศีรษะด้านซ้าย และมีอาวุธปืนตกอยู่ใกล้ศพ

ในตอนแรกตำรวจเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบความผิดปกติหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะการถูกยิงที่ไม่สอดคล้องกับการยิงตัวตาย เนื่องจากผู้ตายถนัดขวา แต่ถูกยิงด้านซ้าย อีกทั้งยังพบว่าสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทของผู้ตายได้หายไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเริ่มทำการสืบสวนอย่างละเอียด และตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนกระทั่งพบว่า น.ส.กุลธิดา ศรีกันธา ได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาในบ้านพักของผู้ตายในวันที่ 10 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. และมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด จากนั้น น.ส.กุลธิดา ก็ขับรถออกไปจากบ้านพัก

จากการสืบสวนยังพบว่า น.ส.กุลธิดา ได้นำสร้อยคอทองคำของผู้ตายไปขายที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงออกหมายจับในข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถาน และสามารถจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

สาววัย 20 ยิงดับ “ร.ต.ต.”

จากการสอบสวน น.ส.กุลธิดา ให้การว่า ตนเองเคยคบหากับผู้ตาย แต่ช่วงหลังได้ห่างเหินกันเนื่องจากมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง โดยผู้ตายมักจะทำร้ายทุบตีตนเอง อย่างไรก็ตาม ตนเองยังคงไปมาหาสู่ผู้ตายเดือนละ 1-2 ครั้งเพื่อขอเงินใช้จ่าย

ในวันเกิดเหตุ น.ส.กุลธิดา ได้ไปหาผู้ตายที่บ้านพัก และผู้ตายได้ขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ น.ส.กุลธิดา ไม่ยินยอม เมื่อสบโอกาส น.ส.กุลธิดา ได้ไปหยิบอาวุธปืนของผู้ตายที่อยู่ในรถยนต์ แล้วนำมาซุกซ่อนไว้บนหัวเตียง เมื่อผู้ตายหลับ น.ส.กุลธิดา จึงได้ใช้อาวุธปืนของผู้ตายยิง ก่อนจะจัดฉากให้เหมือนว่าผู้ตายยิงตัวเองตามแบบที่เคยดูในหนัง หลังจากนั้นจึงได้ขโมยสร้อยคอทองคำของผู้ตายหลบหนีไป

ทำแผนประกอบคำรับสารภาพคดี สาววัย 20 ยิงดับ “ร.ต.ต.”

หลังจากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว น.ส.กุลธิดา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลจังหวัดเชียงใหม่

คดี สาววัย 20 ยิงดับ “ร.ต.ต.” นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ระมัดระวังในการคบหาและการใช้ชีวิต ควรมีสติและไตร่ตรองก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้

การสูญเสียชีวิตของ ร.ต.ต.วสรรค์ ถือเป็นความสูญเสียของวงการตำรวจและครอบครัว ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต

ที่มา – สาววัย 20 ยิงดับ “ร.ต.ต.” จัดฉากเหมือนจบชีวิตเอง ก่อนขโมยสร้อยทอง 5 บาท หลบหนี

ไอร์แลนด์วัดใจ! ‘ทั้งหมดหรือศูนย์’ ที่ฮังการี

สาธารณรัฐไอร์แลนด์ต้องสู้สุดใจในเกมตัดสินกับฮังการีเพื่อโอกาสไปฟุตบอลโลก

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Chiedozie Ogbene ปีกของสาธารณรัฐไอร์แลนด์มีบทบาทสำคัญในชัยชนะ 2-0 เหนือโปรตุเกสในดับลิน ซึ่งทำให้ความหวังในการคัดเลือกฟุตบอลโลกของพวกเขายังคงอยู่ต่อไป ตอนนี้ พวกเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งสำคัญกับฮังการีในบูดาเปสต์

ทีมของ Heimir Hallgrimsson รั้งอันดับสามในกลุ่ม F ตามหลังฮังการีหนึ่งแต้ม และตามหลังโปรตุเกสสามแต้ม โดยโปรตุเกสจะลงเล่นนัดสุดท้ายในบ้านกับอาร์เมเนียในเวลาเดียวกันในวันอาทิตย์

หากพวกเขาได้อะไรน้อยกว่าชัยชนะ ความฝันที่จะเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกจะจบลงทันที Ogbene ยืนยันว่าพวกเขาต้องลืมชัยชนะเหนือโปรตุเกสและมุ่งเน้นไปที่บททดสอบครั้งใหญ่อีกครั้ง

“ผลลัพธ์นี้ยังไม่ได้กำหนดตัวตนของเรา” นักเตะวัย 28 ปีกล่าวกับ BBC Sport NI “เราต้องไปฮังการีด้วยสติ และเราต้องชนะ มันคือ ‘ทั้งหมดหรือศูนย์‘ จริงๆ เราไม่สามารถไปที่นั่นและพยายามเสมอมัน เพราะมันจะไม่เป็นผลดีต่อเรา ดังนั้นเราต้องชนะเกมนี้”

“เรารู้ว่ามันจะยาก และพวกเขาก็จะรู้ว่าเราต้องชนะ ดังนั้นพวกเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้เราหงุดหงิด เราแค่ต้องใช้โมเมนตัมและความรู้สึกดีๆ นี้ติดตัวไปในวันอาทิตย์”

แม้ว่า Troy Parrott จะทำสองประตูช่วยให้สาธารณรัฐไอร์แลนด์คว้าชัยชนะในวันพฤหัสบดี แต่ประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงคือใบแดงที่ Cristiano Ronaldo ได้รับในช่วงครึ่งหลัง จากการใช้ศอกใส่ Dara O’Shea

Ogbene รู้สึกว่าปฏิกิริยาของนักเตะวัย 40 ปีเป็นผลมาจากการที่เขาไม่สามารถทำอะไรกับแนวรับเจ้าบ้านได้เลย

“ความหงุดหงิดสามารถเกิดขึ้นได้กับพวกเราทุกคน” เขากล่าวเสริม “Cristiano Ronaldo เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก ถ้าไม่ใช่ดีที่สุด และมันก็เกิดขึ้นกับเขา แต่นั่นเป็นเครดิตของเด็กๆ และวิธีการป้องกันของพวกเขา”

‘ทั้งหมดหรือศูนย์’ ในภารกิจของไอร์แลนด์?

สถานการณ์ของไอร์แลนด์ค่อนข้างชัดเจน: ชนะหรือตกรอบ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการบุกใส่ฮังการีตั้งแต่ต้นเกม แม้ว่าการเล่นในบ้านของฮังการีจะเป็นเรื่องยาก แต่ไอร์แลนด์ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถเอาชนะทีมใหญ่ได้

ชัยชนะเหนือโปรตุเกสเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของพวกเขา แต่การรักษาความสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ หากพวกเขาต้องการไปฟุตบอลโลก

อะไรคือปัจจัยสำคัญสำหรับชัยชนะของไอร์แลนด์?

  • การป้องกันที่แข็งแกร่ง: พวกเขาต้องป้องกันฮังการีให้ดีเหมือนที่ทำกับโรนัลโด้และโปรตุเกส
  • ความเฉียบคมในแดนหน้า: พวกเขาต้องใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์
  • จิตใจที่แข็งแกร่ง: พวกเขาต้องรับมือกับความกดดันและเล่นอย่างมั่นใจ

เกมนี้จะเป็นบททดสอบที่แท้จริงสำหรับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ พวกเขาต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถรับมือกับความคาดหวังและคว้าชัยชนะที่จำเป็นได้หรือไม่

มันจะเป็นเกมที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความกดดันอย่างแน่นอน แฟนบอลชาวไอริชทั่วโลกจะส่งกำลังใจไปเชียร์พวกเขา

การเอาชนะฮังการีในบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย ไอร์เเลนด์ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเเละเล่นเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกเขาต้องเล่นเป็นทีมเเละใช้โอกาสที่ได้ให้ดีที่สุด เเละที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาต้องเชื่อมั่นในตัวเองเเละความสามารถของเพื่อนร่วมทีม

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือทีมจะต้องทุ่มเททุกอย่างที่มีและเล่นด้วยความภาคภูมิใจในประเทศของตน

ไม่ว่าผลการเเข่งขันจะเป็นอย่างไร เเต่สิ่งที่เเน่นอนคือเราจะได้เห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเเละน่าติดตามจากทั้งสองทีมเเน่นอน

ที่มา – ‘All or nothing’ for Republic of Ireland in Hungary

รวบหนุ่มอ้างเป็น กอ.รมน. หลอกฝากเข้าราชการ

เจ้าหน้าที่วางแผนรวบหนุ่ม อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และหัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง เรียกเงิน 1 แสนบาท พร้อมค่าน้ำชาอีก 4.8 หมื่นบาท แลกกับการฝากเข้าทำงานราชการ เรื่องนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร นำโดย พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ รอง ผอ.รมน.จังหวัดชุมพร (ฝ่ายทหาร) พร้อมด้วยกำลังพล สนธิกำลังร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ชุมพร เข้าจับกุม นายจิระศักดิ์ หรือหนุ่ม อายุ 42 ปี จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมของกลางเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ที่ใช้ในการล่อซื้อ จำนวน 15 ฉบับ รวมมูลค่า 15,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีชุดเครื่องแบบราชการสีกากี และป้ายชื่อระบุตำแหน่งหัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง พร้อมเครื่องหมาย และของกลางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกระทำผิดอีกหลายรายการ การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังผู้ต้องหาหลอกเหยื่อให้จ่ายเงินจำนวนมาก เพื่อฝากเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในสังกัด กอ.รมน. โดยที่ไม่มีตำแหน่งงานจริง

สืบเนื่องจากการจับกุมครั้งนี้ มาจากการที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากนายอภิชาต อายุ 45 ปี ว่าได้รู้จักกับนายจิระศักดิ์ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในสังกัด กอ.รมน. และสามารถฝากเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐสังกัด กอ.รมน.ได้ แต่มีค่าใช้จ่ายรวม 148,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงตกลงและนัดหมายจ่ายเงิน พร้อมกรอกเอกสารสมัครงานที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568

เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายอภิชาตได้พบนายจิระศักดิ์ ซึ่งแต่งกายด้วยชุดข้าราชการ นายอภิชาตได้จ่ายค่าน้ำชาไปก่อน 22,000 บาท พร้อมส่งเอกสารต่างๆ จากนั้นได้นำเงินส่วนที่เหลืออีก 26,000 บาท มามอบให้ในวันเดียวกัน

ต่อมาวันที่ 3 พฤศจิกายน นายจิระศักดิ์ ได้โทรแจ้งนายอภิชาตว่า ให้เตรียมตัวไปรายงานตัวเข้าทำงานในสังกัด กอ.รมน. ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ณ ค่ายวิภาวดีรังสิต จ.สุราษฎร์ธานี แต่เมื่อถึงวันดังกล่าว นายจิระศักดิ์ กลับโทรมาขอเลื่อน โดยไม่ทราบสาเหตุ และเลื่อนนัดเรื่อยมา ทำให้นายอภิชาตเชื่อว่าตนเองถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568

หลังจากนั้น นายจิระศักดิ์ได้ติดต่อกลับมายังนายอภิชาตอีกครั้ง และแจ้งว่าต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 15,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องแต่งกาย ค่าวิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานเพิ่มเติม นายอภิชาตจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ และวางแผนเข้าจับกุม

วันที่ 14 พฤศจิกายน นายอภิชาตได้นัดหมายกับนายจิระศักดิ์ ให้มารับเงินที่ศาลาภายในวัดพิชัยยาราม หรือวัดท่ายางกลาง อ.เมือง จ.ชุมพร ขณะส่งมอบเงิน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที จากนั้นได้คุมตัวนายจิระศักดิ์ ไปตรวจค้นห้องเช่าที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.เมืองชุมพร พบชุดข้าราชการสีกากี ป้ายติดหน้าอกเสื้อระบุตำแหน่งหัวหน้าภาคเฉพาะกิจในส่วนพระราชวัง และอื่นๆ อีกหลายรายการ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมหลักฐานทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบหนุ่มอ้างเป็น กอ.รมน. หลอกฝากเข้าราชการ

ทำไมต้องตรวจสอบก่อนเชื่อ?

กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะหลงเชื่อคำกล่าวอ้างใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทองและการเข้ารับราชการ การตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของผู้ที่อ้างว่าสามารถช่วยเหลือได้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

นอกจากนี้ การหลอกลวงเพื่อเรียกรับผลประโยชน์โดยอ้างชื่อหน่วยงานราชการ ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ขององค์กร การแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสิทธิของตนเองและป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อ

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า ยังมีมิจฉาชีพที่หากินบนความเดือดร้อนและความหวังของผู้อื่น การรู้เท่าทันกลโกง และการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ จึงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ

ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกรรมใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้เข้ารับราชการได้ ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน และอย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างที่ฟังดูดีเกินจริง เพราะอาจเป็นกลลวงที่นำไปสู่ความเสียหายทางการเงินและเสียใจในภายหลังได้

ที่มา – รวบหนุ่มอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. หลอกฝากเข้าราชการ เหยื่อสูญเงินแสน-ค่าน้ำชา