วัน: 19 พฤศจิกายน 2025

อาร์เซนอลยุติข้อตกลงสปอนเซอร์ Visit Rwanda

อาร์เซนอลประกาศว่าจะยุติข้อตกลงการเป็นสปอนเซอร์ 8 ปีกับ Visit Rwanda เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2025-26

ความร่วมมือบนแขนเสื้อเริ่มต้นในปี 2018 และข้อตกลงปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านปอนด์ (13.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี

แต่ข้อตกลงนี้อยู่ภายใต้ความสนใจหลังจากเกิดความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งมีพรมแดนติดกับรวันดา แม้ว่ากรอบข้อตกลงสันติภาพระหว่างกลุ่มกบฏ M23 ที่ได้รับการสนับสนุนจากรวันดาและรัฐบาลคองโกจะลงนามกันเมื่อต้นสัปดาห์นี้

ในเดือนเมษายน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้ขยายเวลาการเป็นสปอนเซอร์กับ Visit Rwanda ไปจนถึงปี 2028 ขณะที่แอตเลติโก มาดริด ได้เซ็นสัญญา 3 ปีเพื่อติดโลโก้บนเสื้อทีมชายและทีมหญิงในฤดูกาลนี้

อาร์เซนอลกล่าวในแถลงการณ์ว่าสโมสรและคณะกรรมการพัฒนาของรวันดา “ได้บรรลุเป้าหมายเดิมของความร่วมมือ” ซึ่งคือการส่งเสริมการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสนับสนุนความมุ่งมั่นของรวันดา “ในการเป็นศูนย์กลางกีฬาระหว่างประเทศในแอฟริกา”

ริชาร์ด การ์ลิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอาร์เซนอลกล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ทีมปืนใหญ่ “ลงทุนในวิสัยทัศน์ระยะยาวของเราในการคว้าแชมป์รายการใหญ่ ในลักษณะที่ยั่งยืนทางการเงิน”

ในเดือนกุมภาพันธ์ DR คองโกได้เรียกร้องให้อาร์เซนอล, PSG และบาเยิร์น มิวนิก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Visit Rwanda ด้วยเช่นกัน ให้ยุติข้อตกลงที่ “เปื้อนเลือด” ท่ามกลางวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงในประเทศ

กลุ่มรณรงค์ชื่อ Gunners for Peace ประท้วงนอกสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม ในช่วงเลกแรกของการแข่งขันรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกกับ PSG เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยมีป้ายเขียนว่า ‘Drop Visit Rwanda’ และแจกปลอกแขนเพื่อปิดบังโลโก้ Visit Rwanda บนชุดแข่ง

กลุ่มดังกล่าวยังได้ทำวิดีโอเลียนแบบกระตุ้นให้แฟนๆ ‘Visit Tottenham’ คู่แข่งร่วมกรุงลอนดอนเหนือของอาร์เซนอล แทน เพื่อเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีผู้สนับสนุน “ที่เหมาะสมกับค่านิยมของสโมสรมากกว่า”

อาร์เซนอลยุติข้อตกลงสปอนเซอร์ Visit Rwanda

การตัดสินใจของอาร์เซนอลที่จะยุติความร่วมมือกับ Visit Rwanda สร้างความสนใจให้กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาที่ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้และความสำคัญทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

ความขัดแย้งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนมีส่วนทำให้เกิดแรงกดดันต่อสโมสรให้พิจารณาความสัมพันธ์ของตนกับ Visit Rwanda อีกครั้ง

แม้ว่าอาร์เซนอลจะอ้างถึงความสำเร็จของความร่วมมือในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการสนับสนุนความทะเยอทะยานด้านกีฬาของรวันดา แต่แรงกดดันจากกลุ่มผู้สนับสนุนและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านมนุษยธรรมก็เป็นสิ่งที่สโมสรไม่อาจมองข้ามได้

ผลกระทบต่ออาร์เซนอล

การสิ้นสุดข้อตกลงกับ Visit Rwanda อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของอาร์เซนอล อย่างไรก็ตาม สโมสรยังคงมีศักยภาพในการดึงดูดผู้สนับสนุนรายใหม่อื่นๆ ที่สอดคล้องกับค่านิยมและเป้าหมายของสโมสร

การตัดสินใจครั้งนี้อาจได้รับการยกย่องจากแฟนบอลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

ในขณะเดียวกัน รวันดาอาจต้องเผชิญกับความท้าทายในการหาพันธมิตรรายใหม่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาเศรษฐกิจ

อนาคตของความร่วมมือ

ขณะที่อาร์เซนอลกำลังเตรียมที่จะก้าวไปข้างหน้า การสิ้นสุดความร่วมมือกับ Visit Rwanda เป็นเครื่องเตือนใจว่าสโมสรกีฬาจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบทางสังคมและการเมืองของการตัดสินใจเชิงพาณิชย์ของตน

การให้ความสำคัญกับค่านิยมหลักและความคาดหวังของผู้สนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสโมสรที่ต้องการรักษาชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในระยะยาว

การยุติข้อตกลงสปอนเซอร์กับ Visit Rwanda ของอาร์เซนอล แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างกีฬา การเมือง และธุรกิจ นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรับฟังเสียงของแฟนๆ และการตอบสนองต่อความกังวลเกี่ยวกับจริยธรรมและมนุษยธรรม

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจของอาร์เซนอลอาจเป็นตัวอย่างให้กับสโมสรกีฬาอื่นๆ ในการพิจารณาการตัดสินใจเชิงพาณิชย์ของตนอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมและค่านิยมของสโมสรเอง

ที่มา – Arsenal to end sponsorship deal with Visit Rwanda

“วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน แค่ธุรการ

“วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” กางกฎหมายยืนกรานฝ่ายค้านยื่นซักฟอกแล้วห้ามยุบสภา โต้เงื่อนไขต้องรอบรรจุวาระก่อนเป็นแค่ขั้นตอนธุรการ การันตียึดหลักตามรัฐธรรมนูญหนักแน่น

วันที่ 19 พ.ย. 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุแม้ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว นายกรัฐมนตรียังมีสิทธิยุบสภาได้ หากยังไม่บรรจุญัตติเข้าสู่วาระการประชุม สวนทางกับสิ่งที่ประธานสภาฯระบุหากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว นายกฯไม่มีสิทธิยุบสภาว่า นายบวรศักดิ์เป็นนักกฎหมายก็ตีความไปตามความเข้าใจ แต่สภาฯตีความตามรัฐธรรมนูญ ได้มอบให้สำนักกฎหมายพิจารณาหาข้อมติประเด็นดังกล่าว ฝ่ายกฎหมายประชุมลงมติร่วมกันว่า การยุบสภาทำได้ตลอดในฐานะรัฐบาล แต่จะทำไม่ได้เมื่อฝ่ายค้าน 1 ใน 5 ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่า เมื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว รัฐบาลจะยุบสภาไม่ได้

ลั่นยึดรธน. เคร่งครัด

ส่วนข้อโต้แย้งที่ต้องรอประธานบรรจุญัตติก่อนนั้น ถือเป็นกระบวนการธุรการ รัฐธรรมนูญไม่เปิดให้มีการตรวจสอบในกระบวนการก่อน แต่เขียนว่า เมื่อยื่นญัตติแล้ว รัฐบาลไม่สามารถยุบสภาได้ แต่จะไม่สามารถดำเนินการได้ หากผู้ยื่นขอถอนญัตติ หรือกรณีที่ชื่อไม่ครบ 1 ใน 5 จะให้สมาชิกเติมชื่อเข้ามาภายใน 7 วัน หากครบกำหนด 7 วัน ยังไม่เติมชื่อประธานสภาฯก็ไม่บรรจุญัตติ แต่ฝ่ายค้านสามารถยื่นญัตติเข้ามาใหม่ได้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 151 วรรคสอง ใครจะตีความอย่างไร ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้กำหนดเหมือนสมัยก่อน ที่แม้ฝ่ายค้านยื่นญัตติแล้ว พรุ่งนี้จะอภิปรายฯ แต่ตอนเย็นรัฐบาลประกาศยุบสภาได้ หรือจะเปิดอภิปรายเวลา 10 โมง แต่รัฐบาลยุบสภาฯ ตอน 8 โมงก็ทำได้

ยันตีความไม่ตรงกันได้เหมือนศาล

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ส่วนที่โฆษกรัฐบาลชี้ว่าการตีความของประธานสภาฯ ไม่ตรงกับสมัยรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตรนั้น ยอมรับว่า การตีความอาจไม่ตรงกันได้เช่นเดียวกับคำพิพากษาศาลต่างๆ อาจไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับว่าท้ายที่สุดจะไปสิ้นสุดที่ใด ในส่วนของสภาฯเป็นไปตามฝ่ายกฎหมายที่ตีความ เมื่อส่งให้ประธานสภาฯ พิจารณาและมีความเห็นตามคำเสนอของฝ่ายกฎหมายถือว่าได้ข้อยุติ ยืนยันว่า ถือตามรัฐธรรมนูญและผลของฝ่ายกฎหมาย และหากมีการลงมติแล้วคะแนนไว้วางใจของรัฐบาลไม่ถึงเกณฑ์ ก็ยุบสภาฯ ไม่ได้ แต่ถ้าคะแนนผ่านเกณฑ์รัฐบาลก็ทำงานต่อ หรือจะยุบสภาก็ได้

“วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน แค่ธุรการ

ประเด็นที่น่าสนใจจากข่าวนี้คือ การตีความข้อกฎหมายที่แตกต่างกันระหว่างนักกฎหมาย กับฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเงื่อนไข “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน ซึ่งทางประธานสภาฯ มองว่าเป็นเพียงขั้นตอนทางธุรการเท่านั้น

ทำความเข้าใจเงื่อนไข “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน

หลายคนอาจสงสัยว่า เงื่อนไข “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน นี้มีความสำคัญอย่างไร ทำไมถึงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกัน คำตอบคือ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอำนาจในการยุบสภาของผู้บริหารประเทศ หากมองว่าเป็นเพียงขั้นตอนธุรการ การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะสามารถเกิดขึ้นได้ทันที และรัฐบาลจะไม่สามารถยุบสภาได้ แต่หากมองว่าต้องรอการบรรจุญัตติก่อน ก็จะเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถยุบสภาได้ก่อนที่จะมีการอภิปรายเกิดขึ้น

ดังนั้น การตีความในประเด็นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพทางการเมืองในปัจจุบัน

จากกรณี “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตีความกฎหมาย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเมืองไทยในอนาคต

ที่มา – “วันนอร์” สวน “บวรศักดิ์” เงื่อนไขต้องรอบรรจุญัตติซักฟอกก่อน เป็นแค่ขั้นตอนธุรการ

กมธ.กฎหมายฯ สว. ชี้ได้ข้อมูลดีทั้งเรื่องสแกมเมอร์-สตช.

คณะกรรมาธิการกฎหมายฯ สว. เผยได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องสแกมเมอร์-สตช. หลังจากการเชิญ “บิ๊กโจ๊ก” เข้าชี้แจงข้อมูลสำคัญ

ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งหลังจากการเชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสแกมเมอร์-สตช. ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะต้องดำเนินการกวาดล้างภายในองค์กรให้สะอาดและโปร่งใส

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.45 น. ณ รัฐสภา ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ได้เชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, สแกมเมอร์ และเว็บพนัน โดยใช้เวลาในการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. ในฐานะประธาน กมธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของการปราบปรามสแกมเมอร์ รวมถึงกระแสข่าวที่กล่าวหาว่า สตช.เป็นองค์กรอาชญากรรม กมธ. ได้รับแนวทางที่เป็นประโยชน์ว่าใครเกี่ยวข้องอย่างไร และถือเป็นหน้าที่ของวุฒิสภาในการส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังผู้บริหารประเทศเพื่อดำเนินการต่อไป

กมธ.กฎหมายฯ สว. ชี้ได้ข้อมูลดีทั้งเรื่องสแกมเมอร์-สตช.

“บิ๊กโจ๊ก” ย้ำ สตช. ต้องกวาดบ้านให้สะอาดโปร่งใส

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า บรรยากาศในการให้ข้อมูลครั้งนี้แตกต่างจากการชี้แจงต่อ กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อรองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ. เพราะวันนี้เป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและบ้านเมือง เพื่อส่งต่อถึงผู้บริหารประเทศเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา โดยขั้นตอนต่อไปคือ ประธาน กมธ. จะนำไปสรุปรายละเอียดและนำเสนอตามหน้าที่ ส่วนกรณีองค์กรอาชญากรรมที่ตนได้ระบุไปนั้น มีจุดประสงค์เพื่อให้องค์กรตำรวจได้ทำการแก้ไขปรับปรุง จะไม่ยอมให้คนเพียง 200 กว่าคน มาทำให้คน 2 แสนกว่าคนต้องเสียหาย และได้กล่าวเน้นย้ำว่า สตช. ต้องไปแก้ไขให้ตรงจุด ทำให้โปร่งใสในทุกคดี ทั้งคดีเว็บพนัน และคดีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้าธรรม ถือเป็นเรื่องที่สังคมต้องติดตามว่าเหตุใด ทั้งสแกมเมอร์ และเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงบัญชีม้ายังคงมีอยู่ เหตุใดจึงสามารถยึดทรัพย์นายชนนพัฒฐ์ได้เพียง 31 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ สตช. จะต้องบูรณาการทุกส่วน และทำความจริงให้ปรากฏและโปร่งใสต่อสังคม

ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ สแกมเมอร์-สตช.

การให้ข้อมูลของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในครั้งนี้ ทำให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบถึงข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับปัญหาสแกมเมอร์-สตช. ซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาภายในองค์กร ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำให้ สตช. เป็นองค์กรที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

  • ความสำคัญของการปราบปรามสแกมเมอร์: สแกมเมอร์เป็นภัยคุกคามที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก การปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจังจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
  • การแก้ไขปัญหาภายใน สตช.: การที่มีบุคคลากรใน สตช. เข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ทำให้องค์กรเสื่อมเสียชื่อเสียง การแก้ไขปัญหาภายในองค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน
  • ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ: ความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการดำเนินงานของ สตช. เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน

การที่คณะกรรมาธิการได้รับข้อมูลที่ดีเกี่ยวกับเรื่องสแกมเมอร์-สตช. ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการปรับปรุงองค์กรตำรวจให้มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น การติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของ สตช. อย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการแก้ไขปัญหาจะดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การที่ สตช. กล้าที่จะเปิดเผยข้อมูลและดำเนินการแก้ไขปัญหาภายในองค์กรแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการปรับปรุงองค์กรตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ที่มา – กมธ.กฎหมายฯ สว. ชี้ได้ข้อมูลดีทั้งเรื่องสแกมเมอร์-สตช. หลังเชิญ “บิ๊กโจ๊ก” แจง

“บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ยึดทรัพย์แค่ 31 ล้าน?

ประธานกรรมาธิการกฎหมาย ยุติธรรม วุฒิสภา ได้รับข้อมูลดีเรื่องปราบปรามสแกมเมอร์และปัญหาในองค์กร สตช. ด้าน “บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ยึดทรัพย์ได้แค่ 31 ล้านบาท

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 19 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา เชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สแกมเมอร์และเว็บพนัน โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง โดย พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. ในฐานะประธาน กมธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับข้อมูลที่ดีทั้งเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ รวมถึงกระแสข่าวที่กล่าวหาว่า สตช. เป็นองค์กรอาชญากรรม กมธ.ได้รับแนวทางที่ดีว่า ใครเกี่ยวข้องอย่างไร และเป็นหน้าที่ของวุฒิสภาในการส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังผู้บริหารประเทศต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้บรรยากาศไม่เหมือนกับคราวที่ไปชี้แจง กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ. เพราะวันนี้เป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและบ้านเมือง เพื่อส่งต่อถึงผู้บริหารประเทศเพื่อเร่งแก้ปัญหา ต่อไปเป็นขั้นตอนที่ประธาน กมธ. จะนำไปสรุปรายละเอียดและนำเสนอตามหน้าที่

กรณีองค์กรอาชญากรรมที่ตนระบุเพื่อต้องการให้องค์กรตำรวจได้แก้ไข จะไม่ยอมให้คน 200 กว่าคน มาทำให้คน 2 แสนกว่าคนต้องเสียหาย และบอกไปแล้วว่า สตช.ต้องไปแก้ให้ตรงจุด ทำให้โปร่งใสในทุกคดี ทั้งคดีเว็บพนัน และคดีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ถือเป็นเรื่องที่สังคมต้องติดตาม

“บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ยึดทรัพย์ได้แค่ 31 ล้านบาท

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ได้ออกมาให้ความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับคดีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยึดทรัพย์สินที่ทำได้เพียง 31 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยในวงกว้าง

ทำไมต้องจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์”?

เหตุผลสำคัญที่ “บิ๊กโจ๊ก” แนะนำให้จับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” นั้น เป็นเพราะคดีนี้มีความเชื่อมโยงกับปัญหาใหญ่ในสังคมหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสแกมเมอร์ เว็บพนันออนไลน์ และบัญชีม้า ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก หากการดำเนินการกับผู้กระทำผิดไม่เป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ก็อาจทำให้ปัญหาเหล่านี้ยังคงอยู่ต่อไป

“บิ๊กโจ๊ก” ยังเน้นย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องเร่งแก้ไขปัญหาภายในองค์กรให้ตรงจุด และสร้างความโปร่งใสในทุกคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาชน และทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างยุติธรรม

เรื่องที่สังคมต้องติดตามคือเหตุใด ทั้งสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงบัญชีม้ายังมีอยู่ เหตุใดจึงยึดทรัพย์นายชนนพัฒฐ์ได้เพียง 31 ล้านบาทเท่านั้น เป็นเรื่องที่ สตช.ต้องไปบูรณาการทุกส่วน และทำความจริงให้ปรากฏและโปร่งใสต่อสังคม

การที่ “บิ๊กโจ๊ก” ออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และความต้องการที่จะเห็นการทำงานของตำรวจเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ประเด็นเรื่องการยึดทรัพย์สินได้เพียง 31 ล้านบาทใน คดี “ชนนพัฒฐ์” เป็นเรื่องที่น่าสงสัยและควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย รวมถึงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การที่ทรัพย์สินที่ยึดได้มีมูลค่าน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจบ่งชี้ถึงความซับซ้อนของการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการซ่อนทรัพย์สินที่อาจต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติม

ดังนั้น การติดตาม คดี “ชนนพัฒฐ์” อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส และเพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย

นอกจากนี้ การที่ “บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตา คดี “ชนนพัฒฐ์” ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ที่กระทำผิดในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้การยึดทรัพย์สินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ก็จะสามารถสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากอาชญากรรมเหล่านี้ได้

ที่มา – “บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ข้องใจยึดทรัพย์ได้แค่ 31 ล้านบาท

นครศรีฯ อ่วม! **เกิดน้ำป่าหลาก** ดับ 2

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้เกิดน้ำป่าหลากจากต้นน้ำบนเทือกเขาหลวง สร้างความเสียหายเเละน่าเศร้า พบผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว 2 รายในอำเภอท่าศาลา

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์เกิดน้ำป่าหลาก ว่าจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอำเภอแถบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เช่น ขนอม สิชล นบพิตำ ท่าศาลา เมือง ปากพนัง หัวไทร ทำให้ระดับน้ำในลำคลองหลายแห่งเริ่มสูงขึ้นจนเกือบล้นตลิ่ง โดยเฉพาะที่ลำคลองบ้านสามเทพ หมู่ที่ 15 ตำบลเทพราช อำเภอสิชล ซึ่งเกิดน้ำป่าหลากมาตลอดทั้งวัน สร้างความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ราบต่ำ ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ยังคงอยู่ในระดับสีเขียว แต่เนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัด ทุกภาคส่วนจึงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้านเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้เตรียมการป้องกันโดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดสำคัญของตัวเมืองไว้แล้ว ที่หนานหินท่าหา บ้านคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากต้นทางบนเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราชก่อนที่จะไหลเข้าสู่ตัวเมือง ระดับน้ำยังคงอยู่ในภาวะปกติ แต่มีอัตราการไหลของน้ำแรงขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นตั้งแต่วานนี้

ในพื้นที่ตัวเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราชเอง ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวาน เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันอุทกภัยตามจุดสำคัญต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและรอการระบายน้ำ ส่วนระดับน้ำ ณ สะพานข้ามคลองหน้าเมือง ถนนพัฒนาการคูขวาง ยังคงเป็นระดับธงสีเขียว ทั้งนี้ จังหวัดนครศรีธรรมราชได้บูรณาการเตรียมการเพื่อป้องกันอุทกภัยร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเฝ้าระวังสถานการณ์อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

และล่าสุดวันนี้ (19 พ.ย.) มีรายงานข่าวเศร้า พบผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว 2 ราย ในอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะเดียวกัน ฝนตกหนักและลมกรรโชกแรงยังทำให้ต้นมะพร้าวล้มทับบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวน 2 หลัง ในพื้นที่ หมู่ 8 ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทางเจ้าหน้าที่หน่วยงาน ปภ.สิชล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว

นอกจากนี้ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 สิชล กองทัพภาคที่ 4 ได้ส่งกำลังพลออกติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในหลายจุดของอำเภอสิชล โดยพบว่าในเวลา 14.20 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดภาวะน้ำป่าไหลหลากจากต้นน้ำในพื้นที่ป่าเขาของเทือกเขาหลวง ในเขตอำเภอสิชล หลากลงมาอย่างต่อเนื่อง

เกิดน้ำป่าหลาก นครศรีธรรมราช

สถานการณ์น้ำป่าหลากล่าสุดในนครศรีธรรมราช

สถานการณ์น้ำท่วมเเละเกิดน้ำป่าหลากในนครศรีธรรมราชครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อหลายชีวิตเเละทรัพย์สิน ทั้งนี้หน่วยงานต่างๆได้เร่งให้ความช่วยเหลือเเละติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนเเละเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์
  • ติดตามข่าวสารเเละประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
  • หากพบเจอสถานการณ์ฉุกเฉินให้เเจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ววัน

ที่มา – เกิดน้ำป่าหลาก หลังฝนตกหนักในพื้นที่นครศรีธรรมราช จมน้ำดับแล้ว 2

“ศุภมาส” ผนึกสื่อไทย สื่อสารงานพระราชพิธีฯ สมพระเกียรติ

“ศุภมาส” ผนึกกำลังสื่อไทย -อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมสื่อสารงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้ประชาชนเข้าใจง่ายทุกช่วงวัย ถูกต้องตามโบราณราชประเพณีอย่างสมพระเกียรติ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 พ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมองค์กรสื่อ – สื่อออนไลน์ เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดย น.ส.ศุภมาส แถลงผลการประชุมว่า ในฐานะประธานทีมประชาสัมพันธ์ ได้เชิญหลายหน่วยงานที่เป็นสื่อมวลชน ทั้งสื่อดิจิทัล ออนไลน์ และแพลตฟอร์มใหญ่ๆมาพูดคุยร่วมกันวางแผน วางแนวการประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และเข้าถึงได้ง่ายที่สุด หน่วยงานที่เข้ามาร่วมคุยวันนี้มีหลายภาคส่วน ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการสื่อดิจิทัล สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย รวมทั้งตัวแทนจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยมีกรมประชาสัมพันธ์เป็นแกนกลาง

น.ส. ศุภมาส กล่าวว่า ตนอยากให้ข้อมูลที่สื่อออกไปเป็นข้อมูลที่ประชาชนเข้าใจง่าย เข้าถึงง่าย และที่สำคัญต้องถูกต้องตามโบราณราชประเพณี เพราะพระราชพิธีครั้งนี้เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนให้ความสำคัญอย่างสูงที่สุด และเป็นโอกาสให้เราทุกคนร่วมกันเทิดพระเกียรติด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงให้กรมประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล ทั้งเว็บไซต์ เพจพระลาน เพื่อให้ทุกช่องทางสื่อสารสามารถนำข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบแล้วไปใช้ได้ทันที เพื่อให้ไม่มีการคลาดเคลื่อนและมีความเชื่อถือได้ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าสื่อออนไลน์มีบทบาทสูงมาก จึงอยากให้องค์กรสื่อทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดขึ้น ทั้งการทำเนื้อหาที่เหมาะกับคนทุกช่วงวัย ทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ การใช้ภาษาให้อ่านง่าย สื่อสารง่าย เข้าใจง่าย รวมถึงการผสานพลังของอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เพื่อช่วยกระจายข้อมูลไปสู่ประชาชนทั้งในและนอกประเทศให้มากที่สุด การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนจะทำให้การสื่อสาร ของเราเป็นระบบขึ้น และทำให้งานการประชาสัมพันธ์พระราชพิธีสำคัญครั้งนี้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติมากที่สุด

“ศุภมาส” ผนึกกำลังสื่อไทย -อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมสื่อสารงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมพระเกียรติ

ความสำคัญของการสื่อสารงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมพระเกียรติ

การสื่อสารงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมพระเกียรติมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งของชาติ ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้รับทราบและเข้าใจถึงความหมาย ความสำคัญ และขั้นตอนต่างๆ ของพระราชพิธี

นอกจากนี้ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพยังช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโบราณราชประเพณี และแสดงออกถึงความเคารพและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง การที่สื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ร่วมมือกันในการสื่อสารข้อมูล จะช่วยให้ข่าวสารเข้าถึงประชาชนในวงกว้างและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องได้ดียิ่งขึ้น

การสื่อสารงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมพระเกียรติยังเป็นการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมและประเพณีไทย รวมถึงเป็นการส่งเสริมความภาคภูมิใจในชาติและความเป็นไทย การที่ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจถึงความสำคัญของพระราชพิธี จะช่วยเสริมสร้างความรักชาติและความสามัคคีในสังคม

การที่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารในครั้งนี้ และได้เชิญองค์กรสื่อและอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมมือกัน เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชพิธีให้ถูกต้องและสมพระเกียรติอย่างแท้จริง

ดังนั้น การสื่อสารงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมพระเกียรติจึงไม่ใช่เพียงแค่การรายงานข่าว แต่เป็นการสร้างความเข้าใจ สร้างความภาคภูมิใจ และสร้างความสามัคคีในสังคมไทย

การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมพระเกียรติ เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อร่วมกันแสดงความเคารพและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของชาติไทย

ในยุคดิจิทัล การใช้สื่อออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์เป็นช่องทางในการสื่อสารมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายและรวดเร็ว การผนึกกำลังของสื่อไทยและอินฟลูเอนเซอร์จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับงานพระราชพิธีให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้ายนี้ หวังว่าการสื่อสารงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมพระเกียรติ จะเป็นไปอย่างราบรื่นและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและร่วมกันแสดงความเคารพและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างสมพระเกียรติ

ที่มา – “ศุภมาส” ผนึกกำลังสื่อไทย -อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมสื่อสารงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมพระเกียรติ

อัจฉริยะยื่นสอบซื้อขายตำแหน่งตำรวจอีสาน

“อัจฉริยะ” หอบหลักฐานเอาผิด “ผบ.ตร.” หลังมีผู้เสียหายนำหลักฐาน อ้างเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ 4 นายในพื้นที่ภาคอีสาน ปี 2567

วันที่ 19 พ.ย. 68 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพวก ในข้อหาตามพระราชบัญญัติตำรวจ มาตรา 87 วรรคท้าย ซึ่งเทียบเท่ากับมาตรา 157 หลังมีผู้เสียหายนำหลักฐาน อ้างเป็นแชตข้อความและคลิปเสียงที่มีเนื้อหาการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ

โดยบอกว่า ที่มาวันนี้ก็เป็นไปตามที่ ผบ.ตร. บอก “อยากได้หลักฐานตำรวจที่ซื้อขายตำแหน่งตำรวจ และใครซื้อขายก็เป็นคนโง่”

นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ข้อความทั้งหมดที่ตัวเองนำมาเป็นหลักฐานนั้น คือเหตุการณ์ที่เกิดในปี 2567 โดยปัจจุบันนายตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้เข้ารับราชการในตำแหน่งที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งนอกจากมีข้อความการสนทนาแล้ว ยังมีคลิปเสียงการพูดคุยระหว่างตัวเอง กับภรรยาของนายตำรวจระดับผู้บังคับการในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นผู้เสียหายและได้ร้องทุกข์กับตัวเอง พร้อมนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าถูกคุณหญิง ซึ่งแอบอ้างเบื้องสูงได้เข้ามาแอบอ้างกับตัวเองว่า สามารถช่วยให้ตำรวจได้รับตำแหน่งต่างๆได้ โดยจะต้องแลกกับค่าตอบแทนซึ่งเป็นเงินสดหรือทรัพย์สินราคาแพงในรูปแบบต่างๆ เช่น เงินสด , นาฬิกา และ กระเป๋าแบรนด์เนม โดยเนื้อหาที่ปรากฏเกี่ยวข้องกับนายตำรวจ 4 นาย ซึ่งต้องการจะเลื่อนตำแหน่ง ขึ้นเป็นผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกนำมาใช้สำหรับแลกเปลี่ยนในการแต่งตั้งทั้งหมด 24 ล้านบาท

ส่วนนี้จึงต้องการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตาม พระราชบัญญัติตำรวจมาตรา 88 วรรคท้าย ซึ่งระบุว่า ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือแอบอ้างอำนาจของบุคคลใดหรือเรียก รับ ยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือกระทำการใดอันมิชอบ เพื่อให้มีการแต่งตั้ง หรือไม่แต่งตั้งผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งใด ไม่ว่าการแต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งนั้นจะชอบด้วยหลักเกณฑ์ ตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี

นายอัจฉริยะ ยืนยันว่า การที่ตัวเองออกมาเปิดเผยข้อมูลและแจ้งความดำเนินคดีกับผู้นำองค์กรตำรวจในระยะนี้ เนื่องจากต้องการให้สังคมเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นประเด็นการทุจริต และตัวเองไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะฝั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเท่านั้น แต่ในวันที่ 26 พ.ย. ที่จะถึงนี้ ตัวเองก็ยังเปิดข้อมูลการทุจริตในฝั่ง พลตํารวจเอกสุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เช่นกัน ในประเด็นที่เจ้าตัวอาจจะเกี่ยวข้องกับการครอบครองทองคำ น้ำหนัก 300 บาท ซึ่งพลตํารวจเอกสุรเชษฐ์ ก็ต้องชี้แจงที่มาที่ไปต่อสังคมให้ได้

ส่วนกรณีที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวตำหนิพฤติกรรมของตนในที่ประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ จากการสอบถาม ป.ป.ง. เรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินของนักการเมืองรายหนึ่งนั้น หาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ไม่มีไฟเขียว ในวันนี้จะมีการยึดอายัดทรัพย์สินของนักการเมืองไหม ตนเป็นสายลับ ปปง. มา 10 กว่าปี ตนจึงย่อมมีสิทธิ์ที่จะสอบถาม ปปง. เมื่อประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ อนุญาต ตนไม่ได้ใช้อำนาจอะไร ตนมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ

พร้อมกับย้อนกลับไปถึง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ว่า ท่านเป็นเจ้าของสำนวนคดีนี้เอง เป็นผู้จับกุมเอง แต่กลับยึดเงินสดได้เพียง 2.1 ล้านบาท และรถยนต์ 3 คัน ไม่สามารถยึดของกลางจำพวกอาวุธปืน คอมพิวเตอร์ และเอกสารอื่น ๆ ทำไมไม่ไปถาม ผกก.สภ.เมืองสงขลา ว่า เพราะเหตุใดถึงคืนรถของกลางจำนวน 2 คันให้นักการเมือง ซึ่งได้นำรถทั้ง 2 คันไปขายต่อแล้ว

ตนเป็นเพียงแค่ประชาชนคนหนึ่ง ไม่ใช่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ แต่ก็ยังทราบเรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมด แล้วทำไม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ถึงไม่ทราบ เมื่อท่านไม่ถาม ปปง. ตนก็ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญถามแทน ตนมีข้อมูลว่านักการเมืองคนนี้ มีทรัพย์สินใน Binance กว่าพันล้านบาท ตนจึงถามย้อนกลับไปถึง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ว่า “ตนผิดอะไร”

อัจฉริยะยื่นสอบซื้อขายตำแหน่งตำรวจอีสาน

ประเด็นสำคัญ: การสอบสวนการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ

คดีซื้อขายตำแหน่งตำรวจนี้สะท้อนถึงปัญหาการทุจริตในวงการตำรวจที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง การเปิดโปงข้อมูลและการตรวจสอบอย่างโปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความยุติธรรมในสังคม

ที่มา – “อัจฉริยะ” ยื่นหลักฐานดีเอสไอ สอบซื้อขายตำแหน่ง ตำรวจ 4 นายในภาคอีสาน

เบรนแนน จอห์นสัน: ผมต้องพิสูจน์ตัวเองเสมอ

เบรนแนน จอห์นสัน ยอมรับว่าเขารู้สึกว่าต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่เสมอ หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมช่วยให้เวลส์ถล่มนอร์ทมาซิโดเนีย 7-1 ที่คาร์ดิฟฟ์

กองหน้าจากท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ยิงประตูที่ 7 ในนามทีมชาติได้อย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมของ เคร็ก เบลลามี ได้สิทธิ์เล่นในบ้านในรอบรองชนะเลิศ เพลย์ออฟ ก่อนฟุตบอลโลกปีหน้า จากการจบอันดับสองในกลุ่มรอบคัดเลือก

จอห์นสัน วัย 24 ปี เป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดอันดับสองของเวลส์ รองจาก แกเร็ธ เบล โดยย้ายมาจากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ด้วยค่าตัวสูงถึง 50 ล้านปอนด์ในปี 2023

จากผลงานที่โดดเด่นในการสวมเสื้อสีแดงของเวลส์ที่สนามคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดียม ปีกรายนี้ยอมรับว่าเขากดดันตัวเองอย่างมากเพื่อให้ทำผลงานได้ในระดับสูงสุด

“ผมคิดว่าผมรู้สึกว่าผมต้องพิสูจน์ตัวเองเสมอ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเข้มงวดกับตัวเอง” เขาบอกกับ BBC Match of the Day Wales

“ผมแค่อยากออกไปและทำให้ดีที่สุดเสมอไป”

เบรนแนน จอห์นสัน: ผมต้องพิสูจน์ตัวเองเสมอ

ก่อนที่จะทำประตูได้ จอห์นสันสร้างความปั่นป่วนทางปีกซ้าย ก่อนที่จะเปิดบอลให้ เดวิด บรูคส์ ทำประตูที่สองให้เวลส์ในเกมพบกับทีมของ บลาโกยา มิเลฟสกี

โจ เลดลีย์ อดีตกองกลางทีมชาติเวลส์ รู้สึกว่า จอห์นสัน “มีสปริงในเท้า” ขณะที่ แอชลีย์ วิลเลียมส์ อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติของเลดลีย์ ยกย่องกองหน้ารายนี้ที่ติดทีมชาติ 42 นัด

“ตั้งแต่เริ่มเกม เบรนแนน จอห์นสัน ดูมีความกระตือรือร้นมากกว่าที่เขาเคยเป็นเมื่อเร็วๆ นี้ คุณรู้สึกว่าเขาต้องการช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่” วิลเลียมส์ กล่าว

“มีคนตั้งคำถามว่าเขาควรได้ออกสตาร์ทหรือไม่ และผมคิดว่าเขาตอบคำถามนั้นแล้วในวันนี้”

“เขาไม่สามารถช่วยเรื่องค่าตัวที่อยู่บนหัวเขาได้ นั่นไม่เกี่ยวข้อง”

“คุณจะเห็นได้ในการฉลองประตูว่าประตูนั้นมีความหมายต่อเขามาก”

อิวาน โรเบิร์ตส์ อดีตกองหน้าทีมชาติเวลส์ กล่าวกับ BBC Radio Cymru ว่า “ผมคิดว่านี่เป็นฟอร์มที่ดีที่สุดที่เราเคยเห็นจาก เบรนแนน จอห์นสัน ในเสื้อสีแดงของเวลส์ เขายิงประตูที่ยอดเยี่ยม”

ฟอร์มที่ดีที่สุดของ เบรนแนน จอห์นสัน

จอห์นสันมีบทบาทสำคัญในแนวรุกของเวลส์ ร่วมกับ แฮร์รี่ วิลสัน ผู้ทำแฮตทริก, เดวิด บรูคส์ และ แดน เจมส์ ช่วยให้ทีมของ เบลลามี คว้าชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1978

พวกเขาจะพบกับแอลเบเนีย, บอสเนีย, โคโซโว หรือสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ที่คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดียม ในรอบรองชนะเลิศ เพลย์ออฟ ในวันที่ 26 มีนาคม

การจับสลากจะกำหนดว่าเวลส์จะได้เล่นในบ้านหรือนอกบ้านในรอบชิงชนะเลิศ โดยมีอิตาลี, เดนมาร์ก, ตุรกี, ยูเครน, ไอร์แลนด์เหนือ, นอร์ทมาซิโดเนีย, โรมาเนีย และสวีเดน เป็นคู่ต่อสู้ที่เป็นไปได้ หากพวกเขาผ่านเข้ารอบ สำหรับเกมสำคัญในวันที่ 31 มีนาคม

เกี่ยวกับการได้เปรียบในการเล่นในบ้านในรอบสี่ทีมสุดท้าย จอห์นสันกล่าวว่า “มันมีความหมายมาก คุณเพียงแค่ต้องดูเพลย์ออฟสองครั้งล่าสุด (สำหรับฟุตบอลโลก 2022 และยูโร 2024) ทั้งหมดอยู่ในบ้าน และผมคิดว่ามันส่งผลกระทบอย่างมากต่อเกม”

“เราชนะทั้งสองรอบรองชนะเลิศ (กับออสเตรียและฟินแลนด์) และแพ้จุดโทษให้กับโปแลนด์”

“มันเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงอย่างแน่นอนก่อนเกม เราได้สิทธิ์เล่นเพลย์ออฟแล้ว แต่เราต้องการสิทธิ์ในการเล่นในบ้าน” ทุกครั้งลงสนามต้องพิสูจน์ตัวเองเสมอ นั่นคือสิ่งที่เบรนแนน จอห์นสัน ย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอ

เบรนแนน จอห์นสัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ผลงานของเขาในสนามพิสูจน์ให้เห็นถึงความทุ่มเทและความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ เขายังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติเวลส์ และแฟนบอลต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นเขาพัฒนาฝีเท้าต่อไป

ที่มา – ‘I always have a point to prove’ – Wales’ Johnson

สุชาติหวัง! สนธยาซบภูมิใจไทย กวาดชลบุรีทั้งจังหวัด

“สุชาติ” ย้ำ นิมิตหมายดี “สนธยา” ซบภูมิใจไทย ลั่น “วันนี้ไม่มีแล้วบ้านเก่า-บ้านใหม่ มีแต่บ้านเรา” อ้อนหากประชาชนนึกถึง มีหวังกวาดชลบุรียกจังหวัด นายสุชาติ ชมกลิ่น มั่นใจกับการมาของนายสนธยา คุณปลื้ม จะนำมาซึ่งความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 19 พ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะพานายสนธยา คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม มาเปิดตัวกับพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 23 พ.ย.นี้หรือไม่ ว่า ตนไม่บังอาจไปรับใคร ขอเป็นน้องที่ต้อนรับมากกว่า แต่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเมือง เชื่อว่าการเมืองเป็นเรื่องของความพร้อมของแต่ละไทม์มิ่ง วันนี้ตนสังกัดพรรค ภท. เชื่อว่าพรรคที่สังกัดอยู่น่าจะเป็นเวลาที่ดี ทุกพรรคที่ตนอยู่ก็ไทม์มิ่งที่ดีทั้งนั้น และเป็นความโชคดีที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ของการเมืองมาอยู่รวมกัน ผสมกันทั้งเก่าทั้งใหม่ วันนี้คำว่าบ้านเก่าบ้านใหม่ไม่มีแล้ว ชลบุรีก็บ้านเราทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ที่ จ.ชลบุรี จะเป็นลมบูรพาที่แข็งแรง หรือจะเป็นลมพัดลมเพ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนได้คุยกับนายสนธยาแล้ว ตนก็เหมือนเป็นน้องอยู่แล้ว เพราะเคยอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปี การเมืองเมื่อก่อนมันอาจมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องอยู่คนละพรรค แต่วันหนึ่งเพื่อชลบุรี เพื่อให้ผู้นำไม่มีแบ่งแยก ให้ชาวบ้านได้สามัคคี พุ่งเป้ารวบรวมชาวชลบุรีให้เดินหน้าเป็นหนึ่ง มันต้องเสียสละ อายุเยอะกันหมดแล้ว และยืนยันไม่ได้แบ่งคนละครึ่ง แต่เอาเป็นว่าใครถนัดตรงไหน การเมืองมันไม่ใช่สมบัติ ไม่ใช่ของใคร เป็นเรื่องของประชาชน

เมื่อถามว่า จะรวมพลังกันสู้กับสีส้มได้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าตนแข่งกับใคร เพราะถ้าเรารวมกันและทำงานให้ประชาชน ประเทศชาติบ้านเมือง และทำให้ชาวชลบุรีได้ประโยชน์สูงสุด มันก็ควรที่จะต้องอยู่รวมกัน เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจหรือไม่ว่า จะทวงเก้าอี้ สส.ในการเลือกตั้งมาได้ นายสุชาติ กล่าวว่า เราทุกคนต้องมั่นใจ เดินทางมาถึงขนาดนี้แล้ว เมื่อถามอีกว่า มั่นใจว่า จะได้ยกจังหวัดหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า พูดไม่ได้ อยู่ที่ประชาชน หากประชาชนนึกถึงเราสักเสี้ยวนาทีเราก็ได้ครบหมด การเมืองใครลงก็ต้องหวังทุกคนสุชาติหวัง! สนธยาซบภูมิใจไทย กวาดชลบุรีทั้งจังหวัด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจในการรวมพลังกับนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย โดยเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังครั้งนี้ จะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น และสามารถกวาดที่นั่ง ส.ส. ในจังหวัดชลบุรีได้ทั้งหมด

เป้าหมาย กวาดชลบุรีทั้งจังหวัด

การประกาศความมั่นใจของนายสุชาติ ชมกลิ่น ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทย ในการที่จะช่วงชิงพื้นที่ทางการเมืองในจังหวัดชลบุรี ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ การได้นายสนธยา คุณปลื้ม ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในพื้นที่ เข้ามาร่วมทีม จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ได้นั้น พรรคภูมิใจไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในพื้นที่ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในนโยบายและแนวทางการทำงานของพรรค รวมถึงการบริหารจัดการความคาดหวังของประชาชนให้ได้อย่างเหมาะสม

การที่นายสุชาติ กล่าวว่า “หากประชาชนนึกถึงเราสักเสี้ยวนาทีเราก็ได้ครบหมด” แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพลังของประชาชน และเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้สนับสนุนให้ร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

  • การรวมพลังกับนายสนธยา คุณปลื้ม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการกวาด ส.ส. ชลบุรี
  • ต้องเผชิญกับความท้าทายในการแข่งขันกับพรรคอื่นและการสร้างความเชื่อมั่น
  • ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของประชาชน

การเมืองเป็นเรื่องของการแข่งขัน แต่สุดท้ายแล้ว ประโยชน์สูงสุดที่ควรได้รับคือประชาชน ทุกพรรคการเมืองควรมีเป้าหมายเดียวกัน คือการพัฒนาประเทศชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

การที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ออกมาแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถกวาดชลบุรีทั้งจังหวัดได้นั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญ ว่าพรรคภูมิใจไทยจะสามารถยึดครองพื้นที่ชลบุรีได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหรือไม่

ที่มา – “สุชาติ” ย้ำ นิมิตหมายดี “สนธยา” ซบภูมิใจไทย หวังกวาดชลบุรี ยกจังหวัด