เจ้าหน้าที่บราซิลบุกจับกุมตัว ชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล เพื่อป้องกันการหลบหนี หลังจากลูกชายของเขาพยายามจัดการชุมนุมที่หน้าที่พักของผู้เป็นพ่อ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 นายชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล ถูกจับกุมตัวที่บ้านของเขาเองที่กรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของบราซิล โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการหลบหนี เพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะต้องเริ่มรับโทษจำคุกจากความผิดฐาน เป็นผู้นำความพยายามก่อรัฐประหาร
สำนักงานตำรวจบราซิลระบุในแถลงการณ์ว่า พวกเขาได้ดำเนินการตาม “หมายจับเพื่อป้องกัน” (preventive arrest warrant) ซึ่งได้รับการร้องขอโดยตำรวจเองและได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ขณะที่แหล่งข่าวบอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็นบราซิล ว่า การร้องขอให้มีการควบคุมตัวนายโบลโซนาโรเพื่อป้องกันการหลบหนี เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า นายฟลาบิโอ โบลโซนาโร สมาชิกวุฒิสภาและลูกชายของนายโบลโซนาโร จะจัดพิธีทางศาสนาที่หน้าอาคารชุดซึ่งอดีตประธานาธิบดีบราซิลผู้นี้อาศัยอยู่
นายฟลาบิโอ อธิบายว่า พิธีรวมตัวดังกล่าว ซึ่งเดิมทีวางแผนจะจัดในช่วงเย็นวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น คือโอกาสที่เขาจะได้สวดภาวนาให้แก่พ่อของเขา หลังมีรายงานข่าวว่า นายโบลโซนาโรสุขภาพไม่ดี และจัดขึ้นเพื่อการกลับมาของประชาธิปไตยในประเทศของเขา
“คุณจะออกมาต่อสู้เพื่อประเทศของคุณ หรือแค่นั่งดูทุกอย่างผ่านโทรศัพท์ของคุณบนโซฟาที่บ้าน?” เขาถามผู้ติดตามของเขาผ่านวิดีโอที่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย
ด้านศาลสูงสุดของบราซิลระบุในวันเสาร์ว่า พวกเขาได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการ “เรียกผู้สนับสนุน” ให้มารวมตัวกันในการพิธีทางศาสนาดังกล่าว ซึ่งบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีความพยายามหลบหนี และการรวมตัวครั้งนี้อาจขยายตัวเป็นวงกว้าง และคงอยู่เป็นเวลาหลายวัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิด ผลกระทบ, พัฒนาการ และผลลัพธ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้
ศาลระบุอีกว่า ได้รับแจ้งว่ามีการละเมิดอุปกรณ์ติดตามอิเล็กทรอนิกส์ของโบลโซนาโรในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ “ข้อมูลดังกล่าวเป็นการยืนยันถึงเจตนาของผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดที่จะทำลายกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้แน่ใจว่าการหลบหนีของเขาจะประสบความสำเร็จ โดยอาศัยความสับสนที่เกิดจากการชุมนุม”
ทั้งนี้ ชาอีร์ โบลโซนาโร ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 27 ปีเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ฐานวางแผนที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปหลังจากแพ้การเลือกตั้งในปี 2565 และถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านมาตลอดนับแต่นั้น
นอกเหนือจากการวางแผนก่อรัฐประหารแล้ว โบลโซนาโรยังถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมติดอาวุธ, พยายามใช้กำลังล้มล้างระบอบประชาธิปไตยของบราซิล, ก่อความรุนแรงต่อสถาบันของรัฐ และทำลายทรัพย์สินสาธารณะที่ได้รับการคุ้มครอง ระหว่างที่ผู้สนับสนุนของเขาบุกเข้าอาคารรัฐบาลเมื่อ 8 มกราคม 2566
นายโบลโซนาโรปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดมาตลอด และว่าคดีของเขาเป็นเหมือนกับการล่าแม่มดทางการเมือง
บราซิลจับกุม อดีต ปธน.โบลโซนาโร เพื่อป้องกันหลบหนี
สถานการณ์ทางการเมืองในบราซิลยังคงมีความตึงเครียดสูง และการจับกุมอดีตประธานาธิบดีถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่อาจนำไปสู่ความวุ่นวายมากยิ่งขึ้น การที่ศาลฎีกาอนุมัติหมายจับเพื่อป้องกันการหลบหนี แสดงให้เห็นว่ามีความกังวลอย่างมากว่า นายโบลโซนาโรอาจพยายามหลีกเลี่ยงการรับโทษจำคุก
ทำไมต้องจับกุม โบลโซนาโร เพื่อป้องกันหลบหนี?
เหตุผลหลักของการจับกุมคือการป้องกันไม่ให้นายโบลโซนาโรหลบหนี เนื่องจากมีรายงานว่าเขาพยายามทำลายอุปกรณ์ติดตามอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ การรวมตัวของผู้สนับสนุนที่วางแผนโดยลูกชายของเขา ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการหลบหนี
คดีของนายโบลโซนาโรเป็นที่จับตามองของนานาชาติ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความพยายามในการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย การที่อดีตประธานาธิบดีถูกตัดสินว่ามีความผิด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบราซิลในการรักษากฎหมายและประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม การจับกุมครั้งนี้อาจทำให้เกิดความขัดแย้งและความไม่สงบในประเทศมากยิ่งขึ้น
การจับกุมอดีตประธานาธิบดี ชาอีร์ โบลโซนาโร ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการเมืองบราซิลในระยะยาว และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความท้าทายในการรักษาระบอบประชาธิปไตยในประเทศที่เผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง การตัดสินใจของศาลและเจ้าหน้าที่ในการ บราซิลจับกุม อดีต ปธน.โบลโซนาโร เพื่อป้องกันหลบหนี จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าความพยายามในการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยจะไม่ถูกยอมรับ
ติดตามสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ บราซิลจับกุม อดีต ปธน.โบลโซนาโร เพื่อป้องกันหลบหนี อย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบราซิลและภูมิภาค
ที่มา – บราซิลจับกุม อดีต ปธน.โบลโซนาโร เพื่อป้องกันหลบหนี