วัน: 22 พฤศจิกายน 2025

“โรม” จี้ล้างบางคุก VVIP ยึดทรัพย์!

“โรม” รับไม่ได้คุกวีไอพีเอื้อทุนเทา ชี้เรื่องนี้ทำลายความเชื่อมั่นประชาชน แปลกใจปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้อย่างไร ลั่นงานนี้ต้องล้างบางคุก VVIP!

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อกรณีที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ต้องขังจีนเทา ในระดับที่เกินกว่าการได้รับสิทธิพิเศษธรรมดา โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่รับไม่ได้และทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างร้ายแรง

นายรังสิมันต์เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศอย่างแน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจและน่าเศร้าที่ปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ฝ่ายตำรวจไปจนถึงกรมราชทัณฑ์ ทั้งที่รัฐบาลประกาศสงครามกับทุนสีเทาและสแกมเมอร์

“ผมไม่แน่ใจว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น เรือนจำแทนที่จะเป็นเรือนจำแต่กลายเป็นสรวงสวรรค์ ทำให้การใช้ชีวิตเป็นแบบนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น”ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯกล่าวและว่า ในฐานะที่เคยเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทราบดีว่ามีการเลือกปฏิบัติและนักโทษบางคนได้สิทธิพิเศษ แต่วันนี้สถานการณ์ได้เกินเลยไปมากจนถึงระดับ “Platinum” สามารถนำผู้หญิงหรือนางแบบต่างชาติเข้ามาบริการในเรือนจำได้ เราปล่อยเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร น่าเศร้ามากที่เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่แค่นักโทษบางคนที่ได้รับสิทธิพิเศษ VVIP อย่างที่เป็นข่าว แต่เป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน

นายรังสิมันต์เรียกร้องให้มีการสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง และไม่ควรจำกัดแค่เจ้าหน้าที่ชุดปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาการเลือกปฏิบัติและสิทธิพิเศษแบบนี้เกิดขึ้นมาหลายยุคสมัย ต้องเอาเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่มาสอบทั้งหมด และนำไปสู่การอายัดทรัพย์ เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน จึงควรใช้โอกาสนี้ในการ ล้างบางคุก VVIP ระบบในราชทัณฑ์อย่างแท้จริง

“โรม” จี้ล้างบางคุก VVIP ยึดทรัพย์คนรับเงิน บอกอนาถใจทำลายความเชื่อมั่นความยุติธรรม

กรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้จุดประกายความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการล้างบางคุก VVIP อย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบน

ทำไมต้องล้างบางคุก VVIP?

เหตุการณ์ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มผู้ต้องขังจีนเทาอย่างไม่เหมาะสม ได้สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง การปล่อยให้ผู้ต้องขังบางกลุ่มได้รับสิทธิพิเศษเหนือผู้อื่น ไม่เพียงแต่ขัดต่อหลักความเสมอภาค แต่ยังเป็นการบ่อนทำลายระบบราชทัณฑ์โดยรวม

  • การเลือกปฏิบัติ: การที่นักโทษบางคนได้รับสิทธิพิเศษ VVIP เช่น การนำผู้หญิงหรือนางแบบเข้ามาในเรือนจำ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน
  • การทุจริต: การรับสินบนเพื่อแลกกับสิทธิพิเศษ เป็นการทุจริตที่ฝังรากลึกในระบบราชทัณฑ์
  • การทำลายความเชื่อมั่น: เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ประชาชนหมดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

นายรังสิมันต์ โรม ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด โดยเน้นไปที่การสอบสวนเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และการยึดทรัพย์ผู้ที่รับสินบน เพื่อนำไปสู่การ ล้างบางคุก VVIP อย่างแท้จริง

การแก้ไขปัญหาทุจริตในระบบราชทัณฑ์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเริ่มต้นด้วยการสอบสวนอย่างโปร่งใสและจริงจัง จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนำไปสู่การปฏิรูประบบราชทัณฑ์ให้มีความยุติธรรมและเสมอภาคมากยิ่งขึ้น

การปล่อยให้เกิดการทุจริตและสิทธิพิเศษในเรือนจำ ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย แต่ยังเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำและความอยุติธรรมในสังคม การ ล้างบางคุก VVIP จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – “โรม” จี้ล้างบางคุก “VVIP” ยึดทรัพย์คนรับเงิน บอกอนาถใจทำลายความเชื่อมั่นความยุติธรรม

หาดใหญ่น้ำท่วม! เช็กพิกัดศูนย์พักพิงรับกระสอบทราย

ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่จมบาดาล ขณะที่ รพ.หาดใหญ่ ยังให้บริการผู้ป่วยในและผู้ป่วยฉุกเฉินได้ตามปกติ พร้อมเช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย-สถานที่จอดรถฉุกเฉิน”

จากสถานการณ์ฝนตกหนักเมื่อเวลา 21.30 น. ของวานนี้ (21 พ.ย. 68) ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่เข้าขั้นวิกฤตหลายจุด มีปริมาณน้ำฝนที่ตกต่อเนื่องได้ไหลเข้าท่วมผิวจราจรและเอ่อล้นบนถนนสายสำคัญ ทำให้การสัญจรของประชาชนเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง พื้นที่ใจกลางเมืองหลายจุดต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังในระดับสูงและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

ทำให้เวลา 23.00 น. ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ได้ประกาศยกธงแดงทั้งเมือง บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่เริ่มทยอยขนย้ายสินค้าและเก็บของขึ้นที่สูง หลังระดับน้ำบริเวณโดยรอบเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากฝนตกหนัก เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน

ต่อมาเวลา 23.46 น. ทาง ปภ.สำนักงานจังหวัดสงขลา ได้รายงานเตือนน้ำท่วม การแจ้งเตือนระดับสูงสุด มีฝนตกแช่ในพื้นที่ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา และยังคงพบกลุ่มฝนในพื้นที่ ระวังน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถไปที่สูง เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง หากจำเป็นให้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวนั้น

ล่าสุด วันนี้ (22 พ.ย. 68) สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ยังคงหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณ พื้นที่เศรษฐกิจ ตลาดกิมหยงถนนวิพัฒน์อุทิศ 1 วัดอุทิศ 2 และนิพัทธ์ที่ 3 ถนนเพชรเกษม ช่วงหน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ น้ำยังคงท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังช่วยเหลือ

ขณะที่ บรรยากาศโรงพยาบาลหาดใหญ่ พบว่าน้ำได้เริ่มทะลักเข้าบริเวณชั้น 1 โดยเมื่อเวลา 14.47 น. โรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้เผยแพร่ประกาศระบุว่า “โรงพยาบาลยังคงสามารถให้บริการผู้ป่วยในและผู้ป่วยฉุกเฉินได้ตามปกติ เนื่องจากน้ำท่วมรอบโรงพยาบาลมีระดับสูงและมีกระแสน้ำเชี่ยว ผู้ป่วยฉุกเฉินแนะนำให้ใช้รถทหาร หรือรถทางราชการเท่านั้น ในการเดินทางเข้าสู่โรงพยาบาล”

ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย”

จากสถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ได้รายงานจุดบริการศูนย์พักพิง โรงครัว จุดบริการกระสอบทราย และพื้นที่รองรับยานพาหนะในสภาวะฉุกเฉิน ดังนี้

เทศบาลนครหาดใหญ่

  •  เปิดศูนย์อพยพ 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 (เอ็งเสียงสามัคคี), โรงเรียนเทศบาล 3 (โศภณพิทยาคุณานุสรณ์), โรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน), โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านหาดใหญ่) และโรงเรียนนานาชาติเซาท์เทิร์นหาดใหญ่
  • จัดเตรียมสถานที่จอดรถในสภาวะฉุกเฉิน 21 จุด
  • บริการกระสอบทราย 2 จุด คือ หลังสนามกีฬากลางจิระนคร และเรือนเพาะชำสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่

เทศบาลเมืองบ้านพรุ

  • เปิดโรงครัว ณ อาคารดับเพลิง เทศบาลเมืองบ้านพรุ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568
  • เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 4 แห่ง ได้แก่ สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านพรุ, อาคารภาษีเจริญ, วัดเทพชุมนุม และโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองบ้านพรุ
  • บริการกระสอบทราย 5 จุด ได้แก่ ดับเพลิง ทม.บ้านพรุ, ลานกีฬาอาคารภาษีเจริญ, ชุมชนเขต 9 ถนนเมืองบ้านพรุ 53, ศาลากลางบ้านโปะหมอ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งที่ 4

เทศบาลเมืองควนลัง

  • แจกจ่ายข้าวกล่องเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
  • เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 2 แห่ง ได้แก่ สำนักงานเทศบาลเมืองควนลัง อาคารป้องกันฯ ชั้น 2 และสนามกีฬาเนินขุมทอง
  • บริการกระสอบทราย 1 จุด ณ อาคารป้องกันและบรรเทาสาธารภัย ทม.ควนลัง
  • จัดเตรียมสถานที่จอดรถในสภาวะฉุกเฉิน 3 จุด

เทศบาลเมืองคอหงส์

  • แจกชุดยาสามัญประจำบ้านช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
  • จัดสถานที่จอดรถในสภาวะฉุกเฉิน 5 จุด
  • เปิดศูนย์อพยพรวม 7 แห่ง ได้แก่ มณฑลทหารบกที่ 42, อาคารอเนกประสงค์บ้านคลองเตย, สำนักงานเทศบาลเมืองคอหงส์, ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี, สำนักสงฆ์สัจธรรมบ้านไร่, อาคารอเนกประสงค์ศาลาต้นโพธิ์บ้านทุ่งโดน และอาคารอเนกประสงค์บ้านคลองหวะ
  • ให้บริการกระสอบทรายใน 8 ชุมชน รวม 37 จุด รวมถึงที่ทำการเทศบาลเมืองคอหงส์และอาคารศูนย์ย่อยงานป้องกันฯ

เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา

  • เปิดโรงครัว ณ เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา เพื่อประกอบอาหารช่วยผู้ประสบภัย
  • จัดเรือท้องแบน 2 ลำ สนับสนุนการเคลื่อนย้ายและการปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำท่วม
  • เปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชน 3 จุด ได้แก่ รพ.สต.ทุ่งตำเสา (รับผิดชอบหมู่ 1, 2 และ 10), โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองทุ่งตำเสา (รับผิดชอบหมู่ 3, 4 และ 6) และศูนย์เทศบาลเมืองบ้านพรุ (รับผิดชอบหมู่ 5, 6 บางส่วน และหมู่ 7)
  • บริการกระสอบทราย ณ เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา.

เช็กพิกัดด่วน! ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย”

สถานการณ์ ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย” ยังคงน่าเป็นห่วง ขอให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

หากคุณกำลังประสบภัยน้ำท่วม อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือ และอย่าลืมตรวจสอบข้อมูลสถานที่ ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย” ที่ใกล้ที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัวนะครับ

ที่มา – ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย”

เราจะไม่ได้เห็น แรมซีย์ อีกแล้วใช่ไหม?

คุณอาจจะไม่ได้สังเกตเห็นเขา แต่ อารอน แรมซีย์ นั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรองที่สนามคาร์ดิฟฟ์ซิตี้สเตเดียมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในขณะที่เวลส์ถล่มมาซิโดเนียเหนือ 7-1 ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

เขาไม่ได้ลงเล่น อาการบาดเจ็บหมายความว่ากัปตันทีมชาติเวลส์ไม่ได้ลงเล่นให้ประเทศของเขามา 14 เดือนแล้ว

แรมซีย์ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานโค้ชในการแข่งขันนี้ด้วย อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในทางที่เป็นทางการ แต่แข้งวัย 34 ปีอยู่กับทีมชาติเวลส์ในบทบาทที่ไม่เป็นทางการ ช่วยเหลือในการฝึกซ้อม เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์โดยเล็งเห็นถึงอนาคตในการเป็นโค้ชของเขา

ถึงแม้จะปรากฏตัว แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมมากนัก บทบาทของ แรมซีย์ ให้ความรู้สึกเป็นสัญลักษณ์ของช่วงปีหลังๆ ในอาชีพการเล่นฟุตบอลของกองกลางรายนี้

มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน ตั้งแต่การทำประตูชัยในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอคัพและการทำประตูที่น่าทึ่งในแชมเปียนส์ลีกให้กับอาร์เซนอล ไปจนถึงการเล่นในเซเรียอา กับยูเวนตุส และแน่นอนว่ารวมถึงผลงานของเขากับทีมชาติเวลส์ ซึ่งทำให้เขาสร้างชื่อเสียงในระดับชาติด้วยบทบาทสำคัญในการนำทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในการแข่งขันยูโร 2016

ถึงแม้ว่า แรมซีย์ ต้องการเดินทางต่อไป แต่จุดจบก็ใกล้เข้ามาแล้ว

หลังจากสองปีที่เต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บที่คาร์ดิฟฟ์ซิตี้ ตามด้วยช่วงเวลาสั้นๆ ที่ไม่มีความสุขในเม็กซิโก ทำให้ แรมซีย์ เผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอนโดยไม่มีสโมสร

เขาบอกว่าเขาต้องการเล่นให้เวลส์ในฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์หน้า แต่หลังจากที่ไม่ได้ลงเล่นให้ประเทศของเขามานานกว่าหนึ่งปี ทำให้เกิดคำถามว่า: เราจะไม่ได้เห็น แรมซีย์ อีกแล้วใช่ไหม?

อาการบาดเจ็บและความไม่แน่นอนของสโมสร

ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ แรมซีย์ เผชิญอยู่ในขณะนี้คือการที่เขาไม่มีสโมสร และหลังจากที่เขาออกจากทีมปูมาสในเม็กซิโก เขาจะไม่สามารถเข้าร่วมทีมใหม่ได้จนถึงเดือนมกราคม

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงขาดความฟิตจากการแข่งขันและถูกมองข้ามจากทีมชาติเวลส์ในช่วงหลังๆ

แรมซีย์ ฝึกซ้อมอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมฟุตบอลแห่งเวลส์ชานเมืองคาร์ดิฟฟ์ แต่จนกว่าเขาจะหาสโมสรได้ มันจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะกลับเข้าไปอยู่ในทีมชาติได้

เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เขาประสบความสำเร็จมาทั้งหมด ดูเหมือนจะไม่เคารพที่จะถาม แต่ใครจะรับ แรมซีย์ ไปร่วมทีมในตอนนี้?

อดีตกองกลางของอาร์เซนอลและยูเวนตุสเป็นผู้สร้างเกมที่มีชื่อเสียงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่อาการบาดเจ็บและปัญหาด้านความฟิตทำให้เขาได้ลงเล่นเพียง 23 นัดเท่านั้นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2023

การตัดสินใจย้ายไปเม็กซิโกทำให้หลายคนสงสัย และอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า แรมซีย์ มีตัวเลือกน้อยเพียงใด

การกลับไปยังสโมสรในวัยเด็กอย่างคาร์ดิฟฟ์ควรจะเป็นโอกาสให้ แรมซีย์ และครอบครัวได้ลงหลักปักฐานที่บ้านเกิด หลังจากเดินทางไปตามเส้นทางอาชีพของเขามาหลายปี

แต่หลังจากออกจากทีมบลูเบิร์ดส์ following relegation from the Championship last season, Ramsey took everyone by surprise by announcing he was joining Pumas on a short-term contract.

แรมซีย์ ได้รับค่าเหนื่อยมหาศาลหลายล้านปอนด์ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด และถึงแม้ว่าเขาจะยอมลดค่าเหนื่อยลงอย่างมากที่คาร์ดิฟฟ์และปูมาส แต่เขาก็น่าจะมีราคาแพงเกินไปสำหรับทีมส่วนใหญ่ที่สนใจจะเซ็นสัญญากับเขาในตอนนี้

สโมสรที่คาดหวังจะมอง แรมซีย์ และสงสัยว่าการใช้จ่ายทางการเงินนั้นคุ้มค่ากับความเสี่ยงหรือไม่

ในทางกลับกัน แรมซีย์ จะต้องพิจารณาว่ามันคุ้มค่าที่จะย้ายครอบครัวของเขาอีกครั้งหรือไม่ ในช่วงปลายอาชีพของเขาและสำหรับสิ่งที่น่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ อีกครั้ง

ครอบครัวของเขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่น่าสะเทือนใจในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่สุนัขของพวกเขาชื่อ Halo หายตัวไปในเม็กซิโก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พวกเขากล่าวว่าจะ “หลอกหลอน” พวกเขา

แรมซีย์ ภรรยาของเขา Colleen และลูกๆ ทั้งสามคนของพวกเขากลับมาที่บ้านในคาร์ดิฟฟ์แล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องมีข้อเสนอที่น่าสนใจเพื่อดึงเขาออกไปจากที่นั่นอีกครั้ง

ความฝันของ แรมซีย์ ในฟุตบอลโลกเป็นจริงได้แค่ไหน?

แรงจูงใจหลักของ แรมซีย์ ในการเดินทางต่อไปคือความฝันที่จะได้เล่นให้เวลส์ในฟุตบอลโลกครั้งที่สอง

ความปรารถนานั้นเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกัน

การอายุ 35 ปีในเดือนธันวาคมคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หากเขาไม่ได้ทนทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บมากมาย แต่ร่างกายของ แรมซีย์ ดูเหมือนจะไม่สามารถรับมือกับความเข้มงวดของการเล่นฟุตบอลในทีมชุดใหญ่เป็นประจำได้

เบลามีถือว่าการเพรสซิ่งและการวิ่งอย่างหนักเมื่อไม่ได้ครองบอลเป็นข้อกำหนดที่ไม่สามารถต่อรองได้สำหรับผู้เล่นของเขา โดยอ้างว่าเวลส์อยู่ในอันดับที่สี่ของยุโรปในด้านความเข้มข้นในการเล่นที่ไม่มีบอล

เป็นเรื่องยากที่จะเห็นว่า แรมซีย์ จะรับมือกับข้อเรียกร้องดังกล่าวได้อย่างไร แต่ถึงแม้ว่าสมรรถภาพทางกายของเขาจะลดลง เบลามีก็ยังเห็นคุณค่าอย่างมากในการมีอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาอยู่ใกล้ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากตัวเลือกในแดนกลางที่ขาดแคลนของเขา

ท้ายที่สุดแล้ว แรมซีย์ ยังคงเป็นกัปตันทีมชาติเวลส์ และประสบการณ์ของเขาสามารถเป็นประโยชน์ต่อผู้เล่นรุ่นน้อง ซึ่งหลายคนยกย่องเขา

นั่นเป็นส่วนหนึ่งว่าทำไม แรมซีย์ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมทีมชาติเวลส์ในบทบาทที่ไม่เป็นทางการและไม่ได้ลงเล่น ในช่วงเตรียมการสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับลิกเตนสไตน์และมาซิโดเนียเหนือในเดือนนี้

กองกลางที่ติดทีมชาติ 86 นัดได้ทำการฝึกความฟิตส่วนบุคคลที่ฐานของทีมและสังเกตการณ์การฝึกซ้อมเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์การเป็นโค้ช

แรมซีย์ ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการเป็นหัวหน้าโค้ชในอนาคต คำถามคือเมื่อไหร่

เวนเกอร์ เบลามี และอนาคตการเป็นโค้ชที่สดใส

แรมซีย์ กำลังก้าวหน้าอย่างมากในอาชีพการเป็นโค้ชมือใหม่ของเขา

เขากำลังศึกษาเพื่อรับใบอนุญาต Pro License ซึ่งเป็นคุณวุฒิสูงสุด หลังจากสำเร็จหลักสูตร A License แล้ว และมีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการทีมอาวุโสแล้ว หลังจากรับผิดชอบทีมคาร์ดิฟฟ์ในสามเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว

ถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นพร้อมกับการตกชั้นของสโมสรไปสู่ลีกวัน แต่ช่วงเวลาสั้นๆ ในฐานะผู้จัดการทีมชั่วคราวได้ตอกย้ำให้ แรมซีย์ เห็นว่านี่คือเส้นทางที่เขาต้องการเดิน

เขาขอคำแนะนำจากเบลามีในช่วงเวลานั้น และบอสทีมชาติเวลส์เชื่อว่า แรมซีย์ มีคุณสมบัติหลายอย่างที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จในฐานะโค้ช

ผู้ที่เคยร่วมงานกับ แรมซีย์ ในขณะที่เขากำลังศึกษาเพื่อรับใบอนุญาตการเป็นโค้ช ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันเกี่ยวกับวิธีที่เขาอ่านเกมในเชิงแท็คติก และอิทธิพลของเบลามีและอาร์แซน เวนเกอร์ ครูฝึกของเขาที่อาร์เซนอล มีอิทธิพลอย่างมากต่อสไตล์การเล่นที่ทีมของเขาต้องการนำมาใช้

คนอื่นๆ ที่รู้จักเขาดีสังเกตเห็นว่าเขาพูดถึงความทะเยอทะยานในการเป็นโค้ชของเขาอย่างกระตือรือร้นเพียงใด ทำให้รู้สึกว่าเขาอาจพร้อมที่จะเกษียณเร็วกว่าที่คำแถลงการณ์ต่อสาธารณะของเขาได้บอกไว้

สำหรับตอนนี้ แรมซีย์ กำลังใช้เวลาของเขา

เราจะไม่ได้เห็น แรมซีย์ ในบทบาทผู้เล่นอีกแล้วใช่ไหม?

งานคาร์ดิฟฟ์เปิดให้ยื่นใบสมัครเร็วเกินไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว เนื่องจากเขายังคงกระตือรือร้นที่จะเล่นอยู่

แต่เมื่อ แรมซีย์ ประกาศยุติอาชีพที่โดดเด่นของเขา ซึ่งน่าจะเป็นหลังจากฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์หน้าได้ผ่านพ้นไปแล้ว เขาจะพร้อมที่จะก้าวกระโดด

ถึงแม้ว่าอนาคตของเขาในฐานะผู้เล่นยังไม่แน่นอน สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ เราจะไม่ได้เห็น แรมซีย์ ห่างหายไปจากวงการฟุตบอลอย่างแน่นอน ด้วยความมุ่งมั่นและประสบการณ์ที่เขามี เขาจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเกมต่อไป ไม่ว่าจะในฐานะโค้ชหรือบทบาทอื่นๆ

ที่มา – Have we seen the last of Wales and ex-Arsenal star Ramsey?

พัทลุงฝนตกหนัก ประกาศภัยพิบัติ เร่งหาเด็กตกคลอง

สถานการณ์น่าห่วง! พัทลุงฝนตกหนัก ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 5 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนหนัก ล่าสุดเร่งค้นหาเด็กชายวัย 15 ปี พลัดตกคลองยังไร้วี่แวว

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์ พัทลุงฝนตกหนัก ยังคงต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ได้แก่ อ.เมืองพัทลุง, อ.ควนขนุน, อ.บางแก้ว, อ.เขาชัยสน และ อ.ปากพะยูน ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคลื่นลมในทะเลสาบสงขลาพัดหนุนตลอดเวลา

ชาวบ้านในพื้นที่ ม.9 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน และ ม.4 ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง ได้รับผลกระทบหนัก เส้นทางเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง สะพานเหล็กข้ามคลองลำปำ ม.4 ต.ลำปำ ยาว 80 เมตร ถูกน้ำปัดขาด ทำให้ชาวบ้านเกือบ 150 ครัวเรือนต้องใช้เรือหางยาวและเรือพายในการสัญจร

จากสถานการณ์พัทลุงฝนตกหนัก ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้วทั้ง 11 อำเภอของจังหวัด รวม 64 ตำบล 579 หมู่บ้าน 45 ชุมชน มีผู้ได้รับผลกระทบ 78,454 คน จำนวน 75,723 ครัวเรือน

การจัดงานแข่งขันมวยไทยรองชนะเลิศ ชิงถ้วยพระราชทานฯ “ไทยไฟท์พัทลุง” ซึ่งเดิมกำหนดจัดในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณเกาะลอยหาดแสนสุขลำปำ ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง ต้องถูกยกเลิกและเลื่อนไปจัดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ณ สถานที่เดิม

ก่อนหน้านี้ จังหวัดพัทลุงได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 3 อำเภอ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่ อ.เมืองพัทลุง, อ.เขาชัยสน และ อ.กงหรา และในวันนี้ (22 พ.ย.) ได้ประกาศเพิ่มอีก 2 อำเภอ คือ อ.ป่าพะยอม และ อ.ศรีนครินทร์

เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ได้รับรายงานว่า เด็กชายวัย 15 ปี พลัดตกลงไปในคลองบางมวงที่มีน้ำลึกและเชี่ยวจัด หมู่ที่ 3 ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศลกำลังเร่งค้นหาร่าง แต่ยังไม่พบตัว ก่อนหน้านี้ เมื่อวาน (21 พ.ย.) มีเด็กชายวัย 12 ปี จมน้ำเสียชีวิตในร่องน้ำสวนปาล์มน้ำมัน ต.จองถนน อ.เขาชัยสน

สถานการณ์ล่าสุด เวลา 15.00 น. สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พัทลุง ทวีความรุนแรงขึ้น ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมู่ 15 ต.ควนมะพร้าว เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งอพยพชาวบ้านและขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง

ถนนสายหลักเพชรเกษมได้รับผลกระทบหนัก บริเวณบ้านโคกยา หมู่ 1 อ.เขาชัยสน ฝั่งขาขึ้นต้องปิดการจราจร เนื่องจากน้ำไหลแรงและสูง 50–70 ซม. ส่วนฝั่งขาล่องยังใช้ได้ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ช่วงสี่แยกโพธิ์ทอง อ.ควนขนุน เจ้าหน้าที่ปิดฝั่งขาขึ้น และให้ใช้สวนเลนชั่วคราว

ขณะนี้ทั้ง 11 อำเภอของพัทลุงได้รับผลกระทบ ฝนยังตกต่อเนื่องและท้องฟ้าเหนือตัวเมืองยังมืดครึ้ม ส่งผลให้สถานการณ์มีแนวโน้มวิกฤตมากขึ้น

พัทลุงฝนตกหนัก ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ เร่งหาเด็กตกคลอง

สถานการณ์ล่าสุด พัทลุงฝนตกหนักเป็นอย่างไร?

สถานการณ์ พัทลุงฝนตกหนัก ยังคงน่าเป็นห่วง ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – ฝนตกหนัก พัทลุงประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 5 อำเภอ เร่งหาตัวเด็กวัย 15 พลัดตกคลอง

แฟนบอลสกอตแลนด์ทำแผ่นดินไหวเล็กน้อยจริงหรือ

แฟนบอลสกอตแลนด์สร้างปรากฏการณ์! การเฉลิมฉลองชัยชนะในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่ตรวจจับได้เทียบเท่า “แผ่นดินไหวขนาดเล็ก” เลยทีเดียว!

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร (BGS) รายงานว่าตรวจพบแรงสั่นสะเทือนเทียบเท่า “แผ่นดินไหวขนาดเล็กมาก” หลังจากที่เคนนี่ แม็คลีน (Kenny McLean) ยิงประตูชัยเหนือผู้รักษาประตูเดนมาร์ก แคสเปอร์ ชไมเคิล (Kasper Schmeichel) ทำให้สกอตแลนด์ชนะ 4-2

และเมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังขึ้น แรงสั่นสะเทือนก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

สถานี BGS ที่ Glasgow Geothermal Observatory ใน Dalmarnock ซึ่งอยู่ห่างจาก Hampden Park ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นผู้บันทึกค่าแรงสั่นสะเทือนนี้ได้

นอกจากนี้ ยังตรวจพบแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยในช่วงเวลาที่คีแรน เทียร์นีย์ (Kieran Tierney) ยิงประตูที่สามให้สกอตแลนด์ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม BGS ระบุว่าจุดสูงสุดของกิจกรรมเกิดขึ้นระหว่าง 21:48 ถึง 21:50 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แม็คลีนยิงประตูจากครึ่งสนาม

แฟนบอลสกอตแลนด์ทำแผ่นดินไหวเล็กน้อยจริงหรือ

มีผู้เข้าชมเกมนี้อย่างเป็นทางการ 49,587 คน

BGS กล่าวว่ากิจกรรมนี้บันทึกได้ระหว่าง -1 ถึง 0 แมกนิจูดตามมาตราริกเตอร์ และสร้างพลังงานเทียบเท่า 200 กิโลวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อการจ่ายไฟให้กับแบตเตอรี่รถยนต์ 25 ถึง 40 ก้อน

นอกจากนี้ ยังเทียบเท่ากับการเตะฟุตบอลด้วยความเร็วประมาณ 900 เมตร/วินาที (2,013 ไมล์ต่อชั่วโมง)

ซึ่งเร็วกว่าลูกบอลที่ถูกเตะเร็วที่สุดประมาณ 15 เท่า โดยรอนนี เฮเบอร์สัน (Ronny Heberson) กองหลังชาวบราซิล ทำสถิติไว้ที่ 131.2 ไมล์ต่อชั่วโมง (58 เมตร/วินาที) ในเกมที่ Sporting Club de Portugal ชนะ Naval ในปี 2007

ก่อนหน้านี้ เคยมีรายงานว่าแฟนคลับของ Taylor Swift ก็ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตที่ Murrayfield Stadium ในเอดินบะระเมื่อฤดูร้อนที่แล้วเช่นกัน แต่ BGS กล่าวว่าไม่สามารถเปรียบเทียบเหตุการณ์ทั้งสองได้โดยตรงเนื่องจาก “สภาพพื้นที่แตกต่างกัน”

BGS กล่าวว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติประมาณ 300 ครั้งเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรทุกปี แต่มีเพียงประมาณ 30 ครั้งเท่านั้นที่มีกำลังมากพอที่ผู้คนจะรู้สึกได้

เมื่อเดือนที่แล้ว มีผู้คนรู้สึกถึงแผ่นดินไหวขนาด 3.3 แมกนิจูดในบ้านเรือนทั่ว Perthshire

แล้วปรากฏการณ์ แฟนบอลสกอตแลนด์ทำแผ่นดินไหวเล็กน้อยจริงหรือ เป็นเรื่องจริงหรือไม่?

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสุขและความสามัคคีของแฟนบอลชาวสกอตแลนด์ที่ร่วมกันส่งเสียงเชียร์และกระโดดโลดเต้นจนเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนที่สามารถตรวจจับได้ แม้จะไม่รุนแรงเท่าแผ่นดินไหวจริง ๆ แต่ก็เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก และแสดงให้เห็นถึงความรักและศรัทธาที่พวกเขามีต่อทีมชาติของตนเอง

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าฟุตบอลไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่เป็นสิ่งที่สามารถรวมใจผู้คนและสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่น่าเชื่อได้

คุณคิดว่าการเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ในโอกาสอื่นๆ จะสามารถสร้างปรากฏการณ์แบบนี้ได้อีกหรือไม่?

ที่มา – Scotland fans caused ‘small earthquake’ in World Cup qualifier win

ไทย-กัมพูชารังวัดหมุด GCP สระแก้ว

ชุดปฏิบัติงานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา เดินหน้ารังวัดหมุด GCP และบินโดรนถ่ายภาพชายแดนสระแก้ว โดยวันนี้สำรวจที่จุดตรวจ 34 บ้านหนองหญ้าแก้ว

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 68 ทีมโฆษกกองทัพไทย ได้สรุปภาพรวมการปฏิบัติงานของกองกำลังบูรพา ร่วมกับชุดสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา รวมถึงฝ่ายปกครอง จ.สระแก้ว และ อำเภอโคกสูง จำนวน 35 นาย โดยเมื่อวานนี้ (21 พ.ย. 68) ได้ปฏิบัติงานร่วมกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อสำรวจและปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนที่ 42 ถึง 43 (ช่วงการสำรวจช่วงแรก) โดยดำเนินการกรุยแนว เพื่อวางจุด GCP ได้ 16 จุด และรังวัดจุด GCP ด้วย GPS ได้จำนวน 16 หมุด 

รวมทั้งบินโดรนถ่ายภาพ เพื่อเก็บภูมิประเทศปัจจุบัน และนำไปจัดทำแผนผังหมุดชั่วคราวประกอบการรายงานผลการสำรวจ ได้จำนวน 2 เที่ยวบิน ระยะทาง 1,300 เมตร รวมวัดจุด GCP ได้ 32 หมุด จากทั้งหมด 72 หมุด คิดเป็น 44.44% รวมเที่ยวบินได้ 5 เที่ยวบิน จากทั้งหมด 9 เที่ยวบิน คิดเป็น 55.55% รวมระยะทาง 3.4 กิโลเมตร จากทั้งหมด 7 กิโลเมตร คิดเป็น 48.5%

นอกจากนี้ สำหรับแผนในการปฏิบัติต่อไปในวันนี้ได้นัดพบกับฝ่ายกัมพูชา ดำเนินการรังวัดหมุด GCP และบินโดรนถ่ายภาพที่จุดตรวจ 34 บ้านหนองหญ้าแก้ว การดำเนินงานทุกขั้นตอนของชุดสำรวจฯ ในวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการรักษาความถูกต้องของเส้นเขตแดนตามหลักภูมิสารสนเทศที่เป็นสากล การรังวัด การวางหมุด และการจัดทำแผนผังด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและโดรน ช่วยให้การกำหนดพิกัดเขตแดนมีความแม่นยำ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และลดโอกาสการเกิดความคลาดเคลื่อนในอนาคต การปฏิบัติงานร่วมกันเช่นนี้จึงเป็นรากฐานของการสร้างเขตแดนที่ชัดเจน เสริมสร้างความเชื่อมั่น และสนับสนุนความสงบเรียบร้อยตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างยั่งยืน

วันเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ร่วมกับชุดสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 14 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนจันทบุรี และชุดรักษาความปลอดภัย ตำบลเทพนิมิตร รวม 60 นาย ได้ปฏิบัติงานร่วมกับฝ่ายกัมพูชา จำนวน 40 นาย เพื่อสำรวจและปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนที่ 53–54 ได้จำนวน 3 หมุด (TM53-19 ถึง TM53-21) รวมระยะทาง 150 เมตร รวมปักได้ 136 หมุด จากทั้งหมด 166 หมุด คิดเป็น 81.93% รวมระยะทาง 6.8 กิโลเมตร จากทั้งหมด 8.3 กิโลเมตร

ในช่วงบ่าย ชุดสำรวจฯ ของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดทำรายงานประจำวันเพื่อบันทึกผลการสำรวจและปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนที่ 52–59 โดยพบว่าพื้นที่ปฏิบัติงานส่วนใหญ่เป็นสวนลำไยและสวนทุเรียน ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดใหญ่บดบังสัญญาณดาวเทียม GPS อีกทั้งยังมีบางช่วงเป็นป่าหญ้ารกทึบ ทำให้การวัดพิกัดต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบและความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างชุดสำรวจทั้งสองฝ่าย

สำหรับแผนการปฏิบัติงานในวันที่ 22 พ.ย. เวลา 09.00 น. ทั้งสองฝ่ายได้นัดพบกันที่หลักเขตแดนที่ 58 เพื่อดำเนินการปักหมุด TM57-39 ถึง TM57-47 ตามแผนที่วางไว้ร่วมกัน การปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ “จัดทำเส้นเขตแดนบนพื้นดิน (land boundary demarcation)” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ในการแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ หมุดแต่ละหมุดทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงเชิงพิกัด (geodetic reference points) เพื่อยืนยันตำแหน่งของเส้นเขตแดนอย่างถูกต้องก่อนนำไปสู่การติดตั้งหลักเขตแดนถาวรในลำดับต่อไป กระบวนการนี้ต้องอาศัยการปฏิบัติร่วมกันอย่างละเอียดระหว่างทั้งสองประเทศ เพื่อให้เส้นเขตแดนมีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถใช้ประกอบการบริหารพื้นที่ชายแดนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพ ความมั่นคง ระหว่างไทย–กัมพูชา.

ไทย–กัมพูชา เดินหน้ารังวัดหมุด GCP บินโดรนถ่ายภาพชายแดนสระแก้ว

การดำเนินงานไทย–กัมพูชา เดินหน้ารังวัดหมุด GCP บินโดรนถ่ายภาพชายแดนสระแก้ว ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความถูกต้องและแม่นยำของเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น โดรนและระบบดาวเทียม GPS ช่วยให้กระบวนการสำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและกัมพูชา

ความสำคัญของการรังวัดหมุด GCP

การรังวัดหมุด GCP (Ground Control Points) มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างแผนที่และกำหนดขอบเขตพื้นที่ การใช้โดรนในการถ่ายภาพทางอากาศช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีความละเอียดสูง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาประมวลผลเพื่อสร้างแผนที่ที่มีความแม่นยำ การมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนและการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น

ความร่วมมือระหว่างไทย–กัมพูชา เดินหน้ารังวัดหมุด GCP บินโดรนถ่ายภาพชายแดนสระแก้ว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การกำหนดเขตแดนมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศ การมีเส้นเขตแดนที่ชัดเจนจะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งและสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน

การดำเนินการไทย–กัมพูชา เดินหน้ารังวัดหมุด GCP บินโดรนถ่ายภาพชายแดนสระแก้ว ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ชายแดน เมื่อมีความมั่นคงและปลอดภัย ประชาชนในพื้นที่ก็จะสามารถดำเนินชีวิตและทำการค้าได้อย่างปกติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาในระยะยาว

ดังนั้น การที่ไทยและกัมพูชาร่วมมือกันในการรังวัดหมุด GCP และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการสำรวจ ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมในการจัดการเส้นเขตแดน การดำเนินงานนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เส้นเขตแดนมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน

ที่มา – ไทย–กัมพูชา เดินหน้ารังวัดหมุด GCP บินโดรนถ่ายภาพชายแดนสระแก้ว

ใครคือเจ้าแห่งทุ่มไกลพรีเมียร์ลีก?

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว การทุ่มไกลเกือบจะเป็นเอกสิทธิ์ของ โทนี่ พูลิส และทีมสโต๊ค ซิตี้ ของเขา แต่ตอนนี้ทุกทีมในพรีเมียร์ลีกต่างก็ใช้มัน และมันก็ได้ผล

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว มีการทำประตู 20 ประตูจากลูกทุ่ม เราเพิ่งผ่านมา 11 นัดในฤดูกาล 2025-26 และเรามีประตูที่มาจากการทุ่มไปแล้ว 12 ประตู

สิ่งนี้แสดงให้เห็นในการเพิ่มขึ้นของความยาวเฉลี่ยของการทุ่ม สองฤดูกาลที่แล้วคือ 16.5 เมตร ฤดูกาลที่แล้วคือ 16.7 เมตร และมีการกระโดดในแคมเปญนี้เป็น 18.6 เมตร

นักวิเคราะห์ข้อมูล Opta กำหนดว่าการทุ่มไกลคือการทุ่มที่เกิน 20 เมตร ดังนั้นความยาวเฉลี่ยของการทุ่มจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้น

แต่ใครคือสุดยอดผู้เชี่ยวชาญด้านการทุ่มไกล? สนามบางแห่งเหมาะสมกว่าสนามอื่นๆ หรือไม่? และกลยุทธ์อันชาญฉลาดของซันเดอร์แลนด์ในการย้ายป้ายโฆษณาส่งผลต่อผลลัพธ์หรือไม่?

ใครคือเจ้าแห่งทุ่มไกลพรีเมียร์ลีก?

อาจเป็นประโยชน์ที่ผู้จัดการทีมเบรนท์ฟอร์ดอย่าง คีธ แอนดรูว์ส เคยเป็นโค้ชลูกตั้งเตะ แต่ถ้าคุณมีอาวุธ คุณก็ควรใช้มัน และนั่นคือกระบวนการคิดของเบรนท์ฟอร์ดอย่างแน่นอนกับ ไมเคิล คาโยเด

คาโยเดเข้าร่วมทีมผึ้งในเดือนมกราคมด้วยชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นสำหรับการทุ่มของเขา โดยทุ่มไป 23 ครั้งที่ฟิออเรนติน่าในฤดูกาล 2023-24 และ 24 ครั้งในครึ่งแรกของฤดูกาล 2024-25

หลังจากย้ายไปที่สนามกีฬาก์เทค คาโยเด ส่งบอลไป 21 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของแคมเปญจากการออกสตาร์ทเพียง 6 นัดและลงเล่นเป็นตัวสำรอง 6 นัด

สิ่งนี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในฤดูกาลนี้ โดยคาโยเด ทุ่มบอลยาวเข้าในเขตโทษ 54 ครั้งในการออกสตาร์ท 11 นัด นำหน้า นอร์ดี มูเคียเล่ (46) ของซันเดอร์แลนด์ และ คริส ริชาร์ดส์ (29) ของคริสตัล พาเลซ

คาโยเด มีความสม่ำเสมอ โดยมีความยาวเฉลี่ยของการทุ่มที่ยาวที่สุด (33.2 เมตร) อันดับถัดไปคือ ลูคัส เบิร์กวัลล์ กองกลางของท็อตแนม ด้วยระยะ 30.6 เมตร จากการทุ่ม 16 ครั้ง

เบิร์นลีย์ (ไคล์ วอล์คเกอร์), บอร์นมัธ (อองตวน เซเมนโย), ลีดส์ ยูไนเต็ด (อีธาน แอมปาดู) และเอฟเวอร์ตัน (เจค โอ’ไบรอัน และ วิทาลี มิโคเลนโก) ก็ใช้การทุ่มไกลเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ในทางกลับกัน เชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีผู้เล่นคนใดที่ทุ่มบอลยาวเข้าในเขตโทษเกินหนึ่งครั้ง และไบรท์ตันและลิเวอร์พูลไม่มีผู้เล่นคนใดที่มีมากกว่าสองครั้ง

การทุ่มที่ยาวที่สุดของ คาโยเด – 38.5 เมตร – เกิดขึ้นที่ฟูแลม แต่ในขณะที่เขาเป็นตัวเลือกแรกของพวกเขา มีเพื่อนร่วมทีมที่ได้ระยะทางมากกว่า มาติอัส เยนเซ่น ทำได้ 45.4 เมตรที่น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และ 42.7 เมตรที่พาเลซ เควิน ชาเด ก็เป็นคนทุ่มเช่นกัน

ทั่วทั้ง 20 สนามในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ เบรนท์ฟอร์ดทำสถิติการทุ่มที่ยาวที่สุดใน 5 สนาม และพวกเขาเล่นไปเพียง 6 สนามเท่านั้น

เบรนท์ฟอร์ดทำได้ 5 ประตูจากการทุ่มในฤดูกาล 2024-25 และในฤดูกาลนี้พวกเขาทำไปแล้ว 3 ประตู: ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ พบ เชลซี, ดานโก้ อัวตทารา พบ ลิเวอร์พูล และ ชาเด พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

พาเลซก็ทำได้ 3 ครั้งเช่นกัน เบิร์นลีย์ 2 ครั้ง และเอฟเวอร์ตัน นิวคาสเซิล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และซันเดอร์แลนด์ทีมละ 1 ครั้ง

สนามใดที่ให้ผลผลิตมากที่สุดสำหรับการทุ่มไกล?

เบรนท์ฟอร์ดอาจครองสถิติ แต่พวกเขาไม่ได้ครองสถิติการทุ่มที่ยาวที่สุด Rodrigo Gomes ของ Wolves ทำสถิติ 46.1 เมตรในการเจอกับ Everton

แม้จะเป็นเช่นนั้น วูล์ฟส์ไม่ได้ใช้การทุ่มไกลนี้มากนัก โดยโกเมสทุ่มเพียง 7 ครั้งจาก 4 เกมที่เขาลงเล่น และโมลินิวซ์มีความยาวเฉลี่ยที่สั้นที่สุดสำหรับการทุ่มไกลในพื้นที่สุดท้าย

สนามกีฬามีความแตกต่างกันหรือไม่? สถิติจะได้รับอิทธิพลจากเบรนท์ฟอร์ดที่เล่นใน 5 สนามจาก 6 อันดับแรก สนามที่พวกเขาไม่ได้ไปคือสนามกีฬาท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งสเปอร์สได้รับการฝึกสอนโดยอดีตผู้จัดการทีมเบรนท์ฟอร์ด โธมัส แฟรงค์

ขนาดสนามดูเหมือนจะไม่ใช่ปัจจัยในสนามที่ไม่สามารถเป็นไปตามขนาดมาตรฐานของพื้นผิวการเล่นในพรีเมียร์ลีก (105×68 เมตร) ได้ สนามเหล่านั้นคือแอนฟิลด์และเครเวน คอตเทจ (100×65 เมตร), เซลเฮิร์สต์ พาร์ค (101.5×68 เมตร) และสแตมฟอร์ด บริดจ์ (103×67.5 เมตร)

สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าเทคนิคมีความสำคัญมากกว่าสนาม

การย้ายป้ายโฆษณาสร้างความแตกต่างหรือไม่?

คุณจะส่งผลกระทบต่อการทุ่มไกลของทีมได้อย่างไร? ให้พื้นที่วิ่งน้อยลงหรือเปล่า? นั่นคือสิ่งที่ซันเดอร์แลนด์ทำเมื่ออาร์เซนอลมาเยือนสเตเดียมออฟไลท์

หลายทีมยังใช้มันเป็นกลยุทธ์กับสโต๊คของพูลิส

ซันเดอร์แลนด์มีรูปแบบสำหรับสิ่งนี้ โดยนำป้ายเข้ามาใกล้สนามมากขึ้นสำหรับการแข่งขันรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพเลกที่สองกับโคเวนทรีในเดือนพฤษภาคม ซึ่งพวกเขาเสมอกันในคืนนั้นเพื่อชนะโดยรวม

แต่ในขณะที่อาร์เซนอลมีชื่อเสียงในด้านลูกตั้งเตะที่สมควรได้รับ พวกเขาไม่ได้ทำประตูจากการทุ่มในฤดูกาลนี้

ที่สเตเดียมออฟไลท์ ความยาวเฉลี่ยของการทุ่มเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายเพิ่มขึ้นทีละเกม – จาก 8.3 เมตรเมื่อเวสต์แฮมมาเยือนในสุดสัปดาห์เปิดฤดูกาล เป็น 24.9 เมตร และ 27.4 เมตรตามลำดับ เมื่อวูล์ฟส์และเอฟเวอร์ตันเดินทางมาก่อนช่วงพักเบรกทีมชาติ

การทุ่ม 33.2 เมตรของ ไมโคเลนโก้ เป็นการทุ่มที่ยาวที่สุดของฤดูกาลในสนาม ดังนั้นบางทีอาจเป็นการจัดส่งของเขาที่ทำให้ซันเดอร์แลนด์ตอบสนองก่อนการมาเยือนของอาร์เซนอล

ในขณะที่ทีมไม่สามารถเปลี่ยนขนาดสนามได้ในระหว่างฤดูกาล แต่ไม่มีข้อกำหนดใด ๆ ภายในกฎระเบียบของพรีเมียร์ลีกที่ห้ามไม่ให้ย้ายป้ายโฆษณาไปมาโดยขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังเล่นกับใคร ข้อกำหนดเพียงอย่างเดียวคือกฎของเกม ซึ่งระบุว่าป้ายโฆษณาแนวตั้งต้องอยู่ห่างจากเส้นสัมผัสอย่างน้อยหนึ่งเมตร

“การเปลี่ยนตำแหน่งของป้ายโฆษณาอยู่ในพื้นที่สีเทา เช่นเดียวกับการไม่รดน้ำสนามหากคุณเล่นกับทีมที่มีเทคนิคดีมาก” โค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านการทุ่ม โธมัส กรอนเนอมาร์ค กล่าวกับบีบีซี สปอร์ต

กรอนเนอมาร์ค ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่สโมสรเอฟซี มิดทิลแลนด์ ในเดนมาร์ก ได้ร่วมงานกับหลายสโมสร รวมถึงเบรนท์ฟอร์ดและลิเวอร์พูล เขาช่วย เยนเซ่น ฝึกฝนทักษะการทุ่มไกล และฝึกสอน มูเคียเล่ ของซันเดอร์แลนด์ ที่อาร์บี ไลป์ซิก ในปี 2018

“เราเคยเห็นสิ่งเดียวกันในเดนมาร์กเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเอฟซี โคเปนเฮเกนวางป้ายโฆษณาไว้ห่างจากเส้นข้างสนามเพียงไม่กี่เมตร เพราะพวกเขาเล่นกับ เอฟซี มิดทิลแลนด์” กรอนเนอมาร์ค กล่าว

“ผู้คนสามารถมีแนวทางที่แตกต่างกัน ตราบใดที่กฎหมายไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าจะต้องทำอะไร แต่แนะนำว่าจะต้องทำอะไรเท่านั้น คุณก็จะทำอะไรกับมันไม่ได้”

มันสร้างความแตกต่างหรือเป็นแค่เกมจิตวิทยา? และซันเดอร์แลนด์จะส่งผลต่อความสามารถของ มูเคียเล่ ผู้เชี่ยวชาญของพวกเขาเองหรือไม่?

“เมื่อคุณกำลังนำป้ายโฆษณาไปวางไว้ใกล้กับเส้นข้างสนามมาก คุณจะมีการวิ่งเข้าที่สั้น” กรอนเนอมาร์ค กล่าว “ถ้าคุณมีการวิ่งเข้าที่สั้น คุณจะไม่สามารถสร้างพลังงานได้มากนัก

“ถ้าคุณเป็นทีมทุ่มไกลที่ไม่ดี และคุณกำลังพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการทุ่มไกล มันก็เป็นข้อได้เปรียบสำหรับคุณได้ คุณสามารถลดความแข็งแกร่งของอาวุธนั้นได้

“แม้ว่าจะมีผู้เล่นที่สามารถทุ่มได้ไกลกว่าคนอื่น ๆ ด้วยการวิ่งเข้าที่สั้น ๆ นั่นเป็นเพียงเพราะเทคนิคและฟิสิกส์ พวกเขายังคงเอาเมตรออกจากการทุ่มของตัวเอง

“แต่ถ้าคุณเป็นทีมทุ่มไกลที่ดีที่สุด แน่นอนว่าให้สร้างสถานการณ์ที่ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น เรา [มิดทิลแลนด์] ไปในทางตรงกันข้าม เพื่อทำให้สนามกีฬาดีที่สุด เราขัดคอนกรีตบางส่วนเพื่อให้การวิ่งเข้าดีที่สุด”

ในการค้นหาว่าใครคือเจ้าแห่งทุ่มไกลพรีเมียร์ลีก

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนักที่สเตเดียมออฟไลท์ เพราะความยาวเฉลี่ยของการทุ่มเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายแตะระดับสูงสุดอีกครั้งในเกมกับอาร์เซนอล สูงถึง 28.6 เมตร

ประเด็นสำคัญอาจอยู่ที่การพยายามทุ่มไกลเพียง 5 ครั้ง เมื่อเทียบกับ 10 และ 8 ครั้งโดยวูล์ฟส์และเอฟเวอร์ตันตามลำดับ การย้ายป้ายโฆษณาและลดพื้นที่วิ่งเข้าอาจโน้มน้าวให้ทีมทุ่มสั้นบ่อยขึ้น

บางทีสำหรับซันเดอร์แลนด์ มันอาจเกี่ยวกับการเข้าไปอยู่ในหัวของคู่ต่อสู้ เพื่อส่งสัญญาณว่าพวกเขากำลังพยายามหาวิธีที่จะทำลายภัยคุกคามเฉพาะ

ใครคือเจ้าแห่งทุ่มไกลพรีเมียร์ลีก? อาจจะต้องดูกันอีกยาวๆ

ทีมที่สามารถใช้ประโยชน์จากการทุ่มไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพมักจะได้เปรียบในการทำประตูและการสร้างโอกาส แม้ว่าเทคนิคและผู้เล่นจะมีส่วนสำคัญ แต่กลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในสนามก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจและอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ได้เช่นกัน

ที่มา – Who are Premier League kings of the long throw?

วิโรจน์ลั่น! เลือกตั้งหน้ามีนายกฯ ณัฐพงษ์แก้ฟอกเงิน

“วิโรจน์” ฉายภาพสแกมเมอร์ 101 หวั่นไทยเป็นแหล่งฟอกเงินให้ทุนเทากัมพูชา ชง 5 ทางแก้ บอกหลังเลือกตั้งปีหน้ามี “นายกฯ ณัฐพงษ์” ถือธงนำแก้วิกฤตฟอกเงินในเวทีโลก

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 พรรคประชาชนจัดกิจกรรม “รีชาร์จประชาชน” ที่อาคารอนาคตใหม่ ภายใต้แนวคิด “วาระประเทศไทย ความมั่นคงใหม่-เศรษฐกิจใหม่-บริหารประเทศแบบใหม่ ไทยทันโลก” โดยในการเสวนาหัวข้อ “เอาจริง! มาตรการจัดการทุนเทายึดประเทศ” นำโดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้วิเคราะห์ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และทุนเทาข้ามชาติอย่างเจาะลึก

นายวิโรจน์ได้นำเสนอภาพปัญหาภายใต้หัวข้อ “สแกมเมอร์ 101 จากเงินที่รอคุณยายสู่ความวอดวายระดับประเทศ” โดยชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชาและปัญหาฟอกเงินในไทย โดยระบุว่ากัมพูชามีเครือข่ายสแกมเมอร์เกือบ 60 แห่ง มูลค่าเงินต่อปีสูงถึง 125,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4-6 แสนล้านบาท) ขณะที่ไทยสูญเงินจากการหลอกลวงของสแกมเมอร์ถึง 115,300 ล้านบาทต่อปี และไทยคือแหล่งฟอกเงินจากบัญชีม้าที่เชื่อมโยงไปยังกัมพูชา ผ่านการใช้นอมินีซื้อธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดได้รายวัน เช่น ร้านอาหาร ผับบาร์ เพื่อผสมเงินสีเทากับเงินถูกกฎหมายให้สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากสรรพากร

รองหัวหน้าพรรคประชาชนบอกด้วยว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่การหลอกเงินแต่ทำให้ธุรกิจสุจริตในไทยต้องปิดตัวลง ธุรกิจบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Call Center) ตัวจริงพังทลาย มีการปั่นราคาอสังหาริมทรัพย์ เกิดทัวร์ศูนย์เหรียญ การพนันออนไลน์ และทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยแย่ลงกำลังซื้อลดลงและประเทศเสี่ยงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ประเทศสีเทา ซึ่งจะทำลายภาคการเงินการธนาคารและการลงทุนในที่สุด โดยเปรียบเทียบว่า “ถ้าเปรียบกัมพูชาคือโจรที่ออกไปปล้นเงิน เราคือคู่สมรสของโจรที่มีหน้าที่ซ่อนเงินให้โจร”

นายวิโรจน์ได้เสนอ 5 แนวทางในการแก้ไขวิกฤตทุนเทายึดประเทศอย่างจริงจัง โดยบอกว่า ต้องบังคับใช้กฎหมายไซเบอร์ เร่งรัดให้มีการออกกฎหมายลูกภายใต้ พ.ร.ก. ไซเบอร์ให้เสร็จสิ้น โดยกำชับให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้ว่า กสทช. และ ก.ต.ล. ต้องร่วมรับผิดร่วมจ่ายความเสียหายกับประชาชน หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน นอกจากนี้ กสทช. ต้องทำงานร่วมกับ ธปท. เพื่อ ล็อกเลขบัตรประชาชนบัญชีม้า ไม่ให้สามารถซื้อซิมใหม่ได้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมสรรพากร ต้องร่วมมือกันปราบปรามนอมินีและธุรกิจศูนย์เหรียญที่ไม่เสียภาษีอย่างจริงจัง 

นอกจากนี้ บช.สอท., บก.ปอท., ปปง. และ ป.ป.ช. ต้องร่วมมือกับต่างประเทศขยายผลจับกุมตัวการใหญ่ให้ได้ พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่าทำไมรัฐบาลไทยถึงยังไม่เปิดเผยรายชื่อบริษัทและตัวการที่สหรัฐฯ และสิงคโปร์ได้เปิดเผยไปแล้ว และ ก.ล.ต., ปปง., คปภ. กรมการปกครอง ต้องออกกฎให้กลุ่มการลงทุนและธุรกิจต่าง ๆ เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของผู้รับผลประโยชน์ และที่มาของเงินในทุกช่องทาง ที่สำคัญไทยต้องแสดงความมุ่งมั่นในการจัดการปัญหานี้ โดยเฉพาะในเวทีอาเซียน และร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ กระทรวงการต่างประเทศควรผลักดันให้กัมพูชาอยู่ในประเทศสีเทา ในขณะที่ไทยต้องรักษาความบริสุทธิ์ของตนเอง

นายวิโรจน์ยังได้กล่าวถึงการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF และกลุ่มธนาคารโลก ในเดือนตุลาคม ปี 2569 และแสดงความหวังว่าในการเลือกตั้งครั้งถัดไป พรรคประชาชนจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่านายกรัฐมนตรีของเราจะชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และจะถือธงนำประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์ที่ยิ่งใหญ่ ว่าประเทศไทยของเราจะเป็นแกนนำที่พร้อมให้ความร่วมมือกับโลกทำลายกระบวนการสแกมเมอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้สิ้นซาก

วิโรจน์ชี้ เลือกตั้งครั้งหน้ามีนายกฯ ชื่อ ณัฐพงษ์แก้ฟอกเงิน

ความหวังใหม่: นายกฯ ณัฐพงษ์กับการแก้ปัญหาฟอกเงิน

การที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ออกมาแสดงความมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีนายกรัฐมนตรีชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาฟอกเงิน ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาชนในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่กำลังกัดกินประเทศไทยอยู่ในขณะนี้

ปัญหาการฟอกเงินไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติ แต่มันยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยในวงกว้าง การที่ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงินทำให้ธุรกิจสุจริตต้องเผชิญกับความยากลำบากในการแข่งขัน และยังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตานักลงทุนต่างชาติ

ดังนั้น การมีผู้นำที่เข้าใจปัญหาและมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขอย่างจริงจัง จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หากพรรคประชาชนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า การที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการต่อสู้กับปัญหาฟอกเงินในประเทศไทย

คุณคิดว่านโยบายของพรรคประชาชนที่นายวิโรจน์นำเสนอ จะสามารถแก้ไขปัญหาฟอกเงินในประเทศไทยได้อย่างไร? มาร่วมแสดงความคิดเห็นกัน!

ที่มา – “วิโรจน์” โวเลือกตั้งปีหน้ามีนายกฯชื่อ “ณัฐพงษ์” ถือธงนำแก้ “ฟอกเงิน” ในเวทีโลก

วิโรจน์จี้! **ล้างบางคุก VIP รับใช้ทุนเทา**

“วิโรจน์” หวั่นไทยถูกขึ้นบัญชีดำ ลูบหน้าปะจมูก “สแกกมเมอร์” พร้อมจี้ล้างบางคุก VIP รับใช้ทุนเทา แนะต้องตรวจสอบย้อนหลังถึงยุค คสช. พร้อมขยายผลสอบมาเฟียข้ามชาติ

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 นายวิโรจน์ ลักษณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนักโทษชาวจีนเทาว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหามาเฟียข้ามชาติ หรือกลุ่มทุนจีนเทาที่กำลังเข้ามามีอิทธิพลและสร้างความเสียหายอย่างหนักในประเทศไทย การที่นักโทษจีนเทาได้รับการปรนเปรอและได้รับอภิสิทธิ์ต่างๆ ในเรือนจำเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ แสดงให้เห็นว่ามาเฟียเหล่านี้สามารถสร้างอาณาจักรในคุกได้อย่างสุขสบาย และอาจอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าผู้บริหารเรือนจำด้วยซ้ำ

นายวิโรจน์บอกต่อว่า จีนเทาเหล่านี้เข้ามาทำธุรกิจฟอกเงิน สร้างอาณาจักรศูนย์เหรียญ (ธุรกิจที่เน้นบริการเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนโดยไม่จ่ายภาษี) ทำให้ธุรกิจสุจริตของคนไทยในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เกาะพะงัน ไม่สามารถอยู่รอดได้ ตนอยากตั้งคำถามว่า มีการสืบสวนสอบสวนว่าผู้บริหารเรือนจำยอมเป็นลูกสมุนรับใช้ให้พวกมาเฟียข้ามชาติเหล่านี้หรือไม่

รองหัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวต่อว่า ข้อสังเกตถึงการเข้ามามีอำนาจของมาเฟียข้ามชาติในไทย โดยเฉพาะประเด็นธุรกิจ “ศูนย์เหรียญ” ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามามีอำนาจ มาเฟียข้ามชาติหรือจีนเทาที่เข้ามาในไทยเหล่านี้ เสวยอำนาจสร้างอาณาจักรศูนย์เหรียญตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่ยุค คสช. ไม่ใช่หรือ และไม่กลัวมาตรา 44 ในยุคนั้น

นายวิโรจน์เน้นย้ำว่า ในยุคที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี มีมาตรา 44 อยู่ในมือ สามารถสั่งการอะไรก็ได้แต่ทำไมจีนเทามาเฟียข้ามชาติที่ชั่วช้าถึงไม่กลัวมาตรา 44 แต่กลับเป็นเพียงประชาชนที่ทุจริตเท่านั้นที่กลัว ดังนั้นหากจะสืบสวนขยายผลย้อนหลัง ต้องย้อนไปตรวจสอบตั้งแต่ในยุค คสช. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรือนจำเป็นไปไม่ได้ที่ ผบ.เรือนจำจะกล้าทำเพียงลำพัง อาจมีนักการเมืองชั่วเข้ามาเกี่ยวข้องและรับสินบนจากมาเฟียข้ามชาติเหล่านี้

นายวิโรจน์บอกด้วยว่า เงินจากแก๊งสแกมเมอร์ที่หลอกลวงออนไลน์เฉพาะในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 115,300 ล้านบาทต่อปี (วันละ 316 ล้านบาท) เงินเหล่านี้จำเป็นต้องถูกฟอกและนำไปสร้างอาณาจักรเพื่อติดสินบนเจ้าหน้าที่ ตนสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการตัดตอนการสอบสวนเฉพาะที่ผู้บัญชาการเรือนจำเท่านั้น ทั้งที่มีความผิดมูลฐานเกิดขึ้นแล้ว และเกี่ยวข้องกับมาเฟียข้ามชาติ ปปง.ต้องสืบเส้นทางการเงินของข้าราชการทุกคนที่เกี่ยวข้องในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และต้องใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติมาใช้ในการสืบสวนขยายผล อายัดทรัพย์ และติดตามเส้นเงินของมาเฟียข้ามชาติ

นายวิโรจน์แสดงความกังวลว่า การที่ประเทศไทยไม่สกัดกั้นทุนเทาข้ามชาติอย่างเด็ดขาด อาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “คู่หูโจร” ที่คอยเอาเงินสกปรกจากแก๊งสแกมเมอร์ที่กัมพูชามาเก็บให้ และอาจส่งผลให้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการฟอกเงินของโลกพิจารณา ติดบัญชีเทาและแบล็คลิสต์ให้กับทั้งกัมพูชาและไทย

วิโรจน์จี้! ล้างบางคุก VIP รับใช้ทุนเทา

สถานการณ์เรื่องทุนสีเทาในประเทศไทยนั้น ยังคงเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง และต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การปล่อยปละละเลยอาจนำมาซึ่งปัญหาที่ร้ายแรงกว่าเดิม

ทำไมต้องล้างบางคุก VIP รับใช้ทุนเทา?

การล้างบางคุก VIP รับใช้ทุนเทาถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อ:

  • สร้างความโปร่งใสและความยุติธรรมในระบบราชทัณฑ์
  • ป้องกันการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนสีเทา
  • รักษาภาพลักษณ์ของประเทศ

การปล่อยให้มี “คุก VIP” ที่เอื้อประโยชน์ให้กับนักโทษบางกลุ่ม เป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม

การตรวจสอบเส้นทางการเงินของข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะเป็นหนทางนำไปสู่การล้างบางคุก VIP รับใช้ทุนเทาอย่างแท้จริง เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อขจัดปัญหาทุนสีเทาให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย

ที่มา – “วิโรจน์” จี้ล้างบางคุก VIP รับใช้ทุนเทา ต้องตรวจสอบย้อนหลังใครอำนวยความสะดวก