วัน: 22 พฤศจิกายน 2025

นายกฯ บินด่วนหาดใหญ่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

ด่วน! “นายกฯ อนุทิน” เตรียมบินด่วนไปอำเภอหาดใหญ่บ่ายวันนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ หลังเสร็จภารกิจที่ จ.ขอนแก่น สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง ทำให้ท่านนายกฯ ต้องลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมบินด่วนไปอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บ่ายวันนี้ (22 พ.ย.68) ภายหลังเสร็จภารกิจมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตร ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ที่ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้ปรับกำหนดการเร่งด่วน

การเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมของท่านนายกฯ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่ท่านมีต่อพี่น้องประชาชนในภาคใต้ที่กำลังประสบกับความยากลำบากจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การลงพื้นที่จริงจะช่วยให้ท่านได้รับทราบข้อมูลและปัญหาต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที

ภารกิจเร่งด่วน: นายกฯ กับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

การตัดสินใจปรับกำหนดการเดินทางของท่านนายกฯ เพื่อลงพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ การลงพื้นที่ด้วยตนเอง นอกจากจะช่วยให้ได้รับทราบสถานการณ์จริงแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยอีกด้วย

ความสำคัญของการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

การที่ผู้นำประเทศลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการภัยพิบัติ เพราะจะช่วยให้

  • ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ: ข้อมูลที่ได้รับจากการลงพื้นที่จริง จะมีความถูกต้องและแม่นยำมากกว่าข้อมูลที่ได้รับจากการรายงานเพียงอย่างเดียว
  • สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม: การเห็นสภาพปัญหาด้วยตาตนเอง จะช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรอบด้านและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
  • สามารถสั่งการและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที: การอยู่ในพื้นที่ จะช่วยให้สามารถสั่งการและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • สร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย: การที่ผู้นำประเทศให้ความสำคัญและลงพื้นที่ให้กำลังใจ จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย

นายกฯ บินด่วนไปหาดใหญ่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

การติดตามสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ คาดว่าจะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงการพิจารณามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ การลงพื้นที่ของท่านนายกฯ ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไข การที่ผู้นำประเทศให้ความสำคัญและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ การเตรียมพร้อมรับมือและจัดการกับสถานการณ์เหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การลงทุนในระบบเตือนภัย ระบบระบายน้ำ และการวางผังเมืองอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติได้ในระยะยาว

ที่มา – นายกฯ บินด่วนไปหาดใหญ่บ่ายนี้ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

ตร.แจ้งความ “บิ๊กโจ๊ก” ปมพาดพิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการสีกากี เมื่อ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีกับ “บิ๊กโจ๊ก” จากกรณีการให้สัมภาษณ์ที่พาดพิงองค์กรด้วยถ้อยคำที่รุนแรง จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเกียรติยศของข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบอำนาจให้ตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หลังพบว่ามีการให้สัมภาษณ์พาดพิงองค์กรด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งมองว่าเป็นการลดทอนคุณค่าของหน่วยงานและบั่นทอนขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00 น. ณ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ในความผิดฐาน “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

## ทำไมสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงแจ้งความบิ๊กโจ๊ก?

สาเหตุหลักของการดำเนินคดีในครั้งนี้มาจากการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 โดยในคลิปวิดีโอดังกล่าว มีการใช้ถ้อยคำที่ระบุว่า “…ตำรวจเนี่ยคือ แก๊งอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็นการใส่ความองค์กร ลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีของหน่วยงานอย่างร้ายแรง ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและเสื่อมศรัทธาต่อองค์กรตำรวจในภาพรวม

## ผลกระทบที่เกิดขึ้น

แน่นอนว่าการกล่าวหาเช่นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกียรติยศของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั่วประเทศ ทำให้เกิดความรู้สึกเสียใจและไม่พอใจต่อการกระทำดังกล่าว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงต้องดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมายและปกป้องชื่อเสียงขององค์กรจากการถูกกล่าวหาที่เกินกว่าวิสัยการติชมโดยสุจริต ฝ่ายกฎหมายได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งคลิปวิดีโอและเอกสารถอดเทปคำพูด ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อพิจารณาตามขั้นตอน

### ขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร?

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยจะดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป เราคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่ายจะเป็นเช่นไร

การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาปกป้องศักดิ์ศรีขององค์กร แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของตำรวจไทย แม้ว่าการวิพากษ์วิจารณ์จะเป็นเรื่องปกติในสังคม แต่การกล่าวหาที่รุนแรงและเกินเลยก็ย่อมส่งผลเสียต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน และความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์กร

ที่มา – “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” แจ้งความ “บิ๊กโจ๊ก” ปมพาดพิงองค์กรด้วยถ้อยคำรุนแรง

รมว.ยุติธรรม ตรวจ **ห้องดัดแปลงในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ**

พล.ต.ท.รุทธพล นำคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงพื้นที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตรวจสอบ “ห้องดัดแปลง” หลังพบการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังชาวจีน คดีดังกำลังเป็นที่จับตามองของสังคม

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในช่วงเช้า เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่จริงภายในเรือนจำ หลังจากเกิดกรณีการจู่โจมตรวจค้นเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และพบพฤติการณ์ที่น่าสงสัย รวมถึงการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องขังชาวจีนบางรายอย่างไม่ถูกต้อง

การเดินทางมาในครั้งนี้ ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ตำรวจ สน.ประชาชื่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อหารือแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

ประเด็นสำคัญของการลงพื้นที่ในครั้งนี้คือ รัฐมนตรียุติธรรมได้เข้าไปตรวจสอบ “ห้องดัดแปลง” ที่ถูกกล่าวถึง ซึ่งเป็นห้องพักของเจ้าหน้าที่ผู้คุมในเขตราชทัณฑ์ ที่ถูกปรับปรุงให้มีสภาพคล้ายห้องรับรองแขกพิเศษ จุดเดียวกับที่มีการระบุว่ามีหญิงสาวชาวจีน 2 คน ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าออกโดยเจ้าหน้าที่ เข้าไปยังพื้นที่หวงห้าม ซึ่งไม่ใช่ช่องทางสำหรับการเยี่ยมญาติทั่วไป การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเข้าร่วมตรวจสอบอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน

สำหรับแผนการตรวจสอบในวันนี้ จะมีการตรวจสอบลักษณะของพื้นที่จริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางเดิน จุดผ่านเข้าออกต่างๆ รวมถึงตำแหน่งของกล้องวงจรปิดที่ก่อนหน้านี้พบว่าข้อมูลบางส่วนได้ถูกลบไป ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการกู้คืนหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยืนยันช่วงเวลาที่ผู้ต้องขังได้เดินเข้า–ออกพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงเส้นทางที่หญิงสาวทั้งสองใช้ในการเข้าไปภายในเรือนจำ

การตรวจสอบในวันนี้ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง ก่อนที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดต่อไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อดำเนินการขยายผลการสอบสวนต่อไป พร้อมทั้งประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในช่วงวันเกิดเหตุมีจำนวนประมาณ 6–7 คน ซึ่งทุกคนจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล

การลงพื้นที่ตรวจสอบห้องดัดแปลงในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในวันนี้ คาดว่าจะนำไปสู่การเปิดเผยข้อเท็จจริงที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของห้องดัดแปลง พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และเส้นทางความเชื่อมโยงของบุคคลที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

รมว.ยุติธรรม รุดตรวจห้องดัดแปลงในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ทำไมต้องตรวจสอบห้องดัดแปลงในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ?

การตรวจสอบห้องดัดแปลงในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อย่างละเอียดครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความโปร่งใสและความยุติธรรมในระบบราชทัณฑ์ของประเทศไทย การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลงพื้นที่ด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบภายในเรือนจำ การเปิดเผยความจริงและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย จะเป็นบทเรียนสำคัญและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

  • การตรวจสอบโครงสร้างห้องดัดแปลง
  • การตรวจสอบเส้นทางการเงิน
  • การตรวจสอบพฤติกรรมเจ้าหน้าที่

การตรวจสอบในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การค้นหาข้อเท็จจริง แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการทุจริตในระบบราชทัณฑ์จะไม่ได้รับการยอมรับ และจะมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อรักษาความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีของกระบวนการยุติธรรม

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการปฏิรูปราชทัณฑ์ในระยะยาว การสร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง จะช่วยป้องกันการเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ซ้ำอีก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าระบบยุติธรรมของไทยมีความเข้มแข็งและพร้อมที่จะปกป้องสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบภายในและการเปิดเผยข้อมูล (Whistleblowing) การที่ข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตในเรือนจำถูกเปิดเผยออกมาได้ แสดงให้เห็นว่ากลไกการตรวจสอบภายในเริ่มทำงาน และมีการกล้าที่จะเปิดเผยความจริง แม้ว่าจะมีความเสี่ยงก็ตาม การสร้างวัฒนธรรมของการตรวจสอบและการเปิดเผยข้อมูล จะเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญในการป้องกันการทุจริตในทุกองค์กร

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าในการตรวจสอบกรณีห้องดัดแปลงในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ประชาชนทุกคนควรให้ความสนใจ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรมของประเทศเรา

ที่มา – รมว.ยุติธรรม รุดตรวจห้องดัดแปลงในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

อนุทินเผย! เยียวยาน้ำท่วมใต้ ตามหลักเกณฑ์

นายกฯ เตรียมพร้อมแผนรับมือน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมพิจารณาเยียวยาความเสียหายตามหลักเกณฑ์ ยกเว้นจุดไหนเสียหายมาก เมินตอบกัมพูชากู้เงิน IMF กังวลจัดหาอาวุธหรือไม่

เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 22 พ.ย. 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ว่า เราทราบอยู่แล้วว่าช่วงเวลาจะเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือต่างๆก็เป็นไปตามระเบียบที่มีอยู่ แต่ในพื้นที่ในแต่ละจังหวัดก็มีการเตรียมแผนเผชิญเหตุและระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าจะมีการเยียวยาความเสียหายพืชผลทางการเกษตรด้วยใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า อะไรที่ทำก็ต้องเป็นแนวทางเดียวกัน ซึ่งมีหลักเกณฑ์กำหนดอยู่แล้ว ยกเว้นว่าตรงไหนมีความเสียหายมากเป็นพิเศษ หรือมีเหตุที่สามารถรับการช่วยเหลือเป็นพิเศษก็พิจารณาเป็นกรณีไป

อนุทินเผย! เยียวยาน้ำท่วมใต้ ตามหลักเกณฑ์

นายอนุทิน ยังไม่ตอบคำถามกรณีที่กัมพูชามีแผนกู้ยืมเงินกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF กว่า 3,100 ล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการลงทุนสาธารณะต่างๆในปี 2026 นั้น กังวลหรือไม่ว่าอาจจะนำมาใช้ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ก่อนที่จะเดินเข้าไปยังห้องรับรองเพื่อเดินทางไปลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

เดินทางถึงจังหวัดขอนแก่น เพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

ต่อมาเวลา 09.09 น. นายอนุทิน และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นตลอดทั้งวันนี้

โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม พร้อมด้วยพระมหาเถระ ร่วมเดินทางเพื่อปฏิบัติศาสนกิจ

สำหรับคณะผู้บริหารที่ร่วมเดินทางในวันนี้ ได้แก่ นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมด้วย

หลักเกณฑ์การเยียวยาน้ำท่วมใต้

จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้, รัฐบาลได้เตรียมพร้อมแผนการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เน้นย้ำว่าการดำเนินการจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม, จะมีการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษสำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หรือมีเหตุผลที่สมควรได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติม

การเยียวยาความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ครอบคลุมถึงพืชผลทางการเกษตรด้วย โดยจะมีการประเมินความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่

เรื่องของการเยียวยาน้ำท่วมใต้เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลให้ความใส่ใจ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการที่นายกฯ อนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นที่กัมพูชาอาจจะนำเงินกู้จาก IMF ไปใช้ในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคได้

ถึงเเม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้จะสร้างผลกระทบเเละความเสียหายให้กับประชาชน เเต่ทางรัฐบาลก็ได้เร่งหาเเนวทางในการเยียวยาน้ำท่วมใต้ให้เร็วที่สุด เพื่อบรรเทาทุกข์ให้ประชาชน

สรุปได้ว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาน้ำท่วมใต้อย่างเต็มที่ โดยยึดตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และพร้อมพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในกรณีที่จำเป็น

ที่มา – “อนุทิน” เผย เยียวยาน้ำท่วมใต้ตามหลักเกณฑ์ เมินตอบกัมพูชากู้เงิน IMF

ทรัมป์พบ “โซห์ราน มัมดานี” นายกฯ นิวยอร์กคนใหม่

กลายเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจไปทั่ว เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดทำเนียบต้อนรับ “โซห์ราน มัมดานี” นายกฯ นิวยอร์กคนใหม่ อย่างเป็นทางการ บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นเกินคาด หลังจากที่ทั้งคู่เคยมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงในประเด็นทางการเมืองต่างๆ มาก่อนหน้านี้

เหตุการณ์นี้ถือเป็นสีสันทางการเมืองที่เหนือความคาดหมาย เพราะก่อนหน้านี้ ทรัมป์และมัมดานีต่างก็เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องผู้อพยพ หรือข้อกล่าวหาที่ว่าอีกฝ่ายเป็นพวกคอมมิวนิสต์หรือพวกหัวรุนแรง

แต่ในการพบกันครั้งแรกนี้ บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเป็นมิตร ทรัมป์ยิ้มแย้มทักทายมัมดานี และยังกล่าวชมด้วยว่า “เรามีหลายอย่างที่เห็นตรงกันมากกว่าที่คิด” พร้อมทั้งย้ำว่าเป้าหมายร่วมกันคือ “อยากให้เมืองนิวยอร์กกลับมาดีขึ้น” การพบกันของ ทรัมป์พบ “โซห์ราน มัมดานี” นายกฯ นิวยอร์กคนใหม่ สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย

ภายในห้องทำงานรูปไข่ ซึ่งมักจะเป็นสถานที่ที่ทรัมป์ใช้ตำหนิผู้นำจากชาติต่างๆ แต่ในครั้งนี้ ทรัมป์กลับกล่าวว่าการพบปะครั้งนี้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ทั้งสองคนยังหัวเราะเมื่อถูกถามถึงคำพูดที่รุนแรงที่เคยกล่าวไว้ในอดีตอีกด้วย

มัมดานี วัย 34 ปี ซึ่งเป็นนักการเมืองจากพรรคเดโมแครตสังคมนิยม กล่าวว่า เขาชื่นชมที่ทรัมป์พยายามมองหาจุดร่วมมากกว่าจุดต่างในการพูดคุยเพื่อผลประโยชน์ของชาวนิวยอร์ก ในขณะที่ทรัมป์ก็ออกมาแก้ต่างว่า มัมดานีไม่ได้เป็นพวกหัวรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกล่าวหา และมองว่าเขาเป็นคนที่มีเหตุผล ซึ่งทำให้สื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าวรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ท่าทีของทรัมป์ในการพบ “โซห์ราน มัมดานี” นายกฯ นิวยอร์กคนใหม่ แตกต่างจากที่หลายคนคาดการณ์ไว้

การพบกันครั้งนี้ทำให้หลายคน รวมถึงนักการเมือง ต่างออกมาแสดงความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งขู่ว่าจะตัดงบประมาณให้กับเมืองนิวยอร์ก หากมัมดานีชนะการเลือกตั้ง และยังเรียกมัมดานีว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์หัวรุนแรง ในขณะที่มัมดานีก็เคยเรียกทรัมป์ว่าเป็นฟาสซิสต์

ทรัมป์พบ “โซห์ราน มัมดานี” นายกฯ นิวยอร์กคนใหม่

ทำไมการพบกันของทรัมป์และ “โซห์ราน มัมดานี” นายกฯ นิวยอร์กคนใหม่ ถึงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ?

  • เพราะก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง
  • ทรัมป์เคยขู่ว่าจะตัดงบประมาณให้เมืองนิวยอร์ก หากมัมดานีชนะการเลือกตั้ง
  • ทั้งสองคนเคยใช้คำพูดที่รุนแรงในการวิพากษ์วิจารณ์กัน

การที่ทรัมป์ยอมเปิดใจพูดคุยและแสดงท่าทีที่เป็นมิตรกับมัมดานี ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจและอาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเมืองในอนาคตของทั้งสองฝ่าย การเมืองมักมีเรื่องเหนือความคาดหมายเสมอ การที่ ทรัมป์พบ “โซห์ราน มัมดานี” นายกฯ นิวยอร์กคนใหม่ อาจนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาเมืองนิวยอร์กในอนาคตก็เป็นได้

ที่มา – ผิดคาด ทรัมป์พบ “โซห์ราน มัมดานี” นายกฯ นิวยอร์กคนใหม่ครั้งแรก บรรยากาศชื่นมื่น

โป๊ปเตือน! ระวังการใช้เอไอเกินพอดี จนหยุดคิดเอง

โป๊ปเลโอทรงเตือนเยาวชนทั่วโลกให้ระวังการใช้เอไอ เกินพอดี ในงานชุมนุมเยาวชนคาทอลิกที่สหรัฐฯ พระองค์ตรัสว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ไม่สามารถทดแทนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ และอาจทำให้มนุษย์หยุดคิดเองได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่ากังวล

โป๊ปเลโอเตือนเยาวชนทั่วโลก ระวังการใช้เอไอเกินพอดี จนทำให้มนุษย์หยุดคิดด้วยตัวเอง

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ทรงเข้าร่วมงาน National Catholic Youth Conference แบบเสมือนจริง ซึ่งเป็นงานชุมนุมเยาวชนคาทอลิกในสหรัฐฯ จัดขึ้นที่เมืองอินเดียแนโพลิส โดยพระองค์ทรงใช้เวลาร่วมสนทนากับเยาวชน และตอบคำถามเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีในชีวิตคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง เอไอ

โป๊ปเลโอทรงย้ำว่า แม้โซเชียลมีเดียจะช่วยเชื่อมโยงผู้คน และสามารถเป็นพื้นที่เสริมสร้างศรัทธาได้ แต่ก็ไม่อาจทดแทนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ที่เกิดจากการพบปะและมีปฏิสัมพันธ์จริง ๆ ได้ การพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการทำกิจกรรมร่วมกัน ยังคงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริง

เมื่อถูกถามถึงประเด็นปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ซึ่งพระองค์ประกาศให้เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ทรงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โป๊ปเลโอเตือนเยาวชนว่าเอไอเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ต้องใช้อย่างรับผิดชอบ และไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีมาขัดขวางพัฒนาการของความเป็นผู้ใหญ่ เพราะการพึ่งพาเอไอมากเกินไป อาจทำให้เราสูญเสียทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการตัดสินใจด้วยตัวเอง

ทำไมโป๊ปเลโอถึงเตือนเรื่องการใช้เอไอเกินพอดี?

พระองค์ตรัสว่า “ขอให้ใช้ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง อย่าให้การใช้เอไอจำกัดการเติบโตของความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง” พร้อมเสริมว่า หากวันหนึ่งเอไอหายไป มนุษย์ต้องยังคิดเองได้ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ ตัดสินใจได้ และสร้างมิตรภาพที่แท้จริงได้ การพัฒนาทักษะเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย ไม่ว่าจะอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากเพียงใด

ผลกระทบของการพึ่งพาเอไอมากเกินไป:

  • ทักษะการคิดวิเคราะห์ลดลง: การพึ่งพาเอไอในการหาข้อมูลและการแก้ปัญหา อาจทำให้เราไม่ได้ฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง
  • ความคิดสร้างสรรค์ลดลง: เอไออาจให้คำแนะนำหรือสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ให้เราได้ แต่การพึ่งพามากเกินไป อาจทำให้เราไม่ได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
  • ความสามารถในการตัดสินใจลดลง: การให้เอไอช่วยตัดสินใจในทุกเรื่อง อาจทำให้เราสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจด้วยตัวเอง และอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสม
  • ความสัมพันธ์ทางสังคมลดลง: การใช้เวลาอยู่กับเทคโนโลยีมากเกินไป อาจทำให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนน้อยลง และส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ทางสังคม

ดังนั้น การใช้เอไออย่างชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราควรใช้เอไอเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของเรา ไม่ใช่เครื่องมือที่มาแทนที่ความสามารถของมนุษย์ การพัฒนาทักษะการคิด การสร้างสรรค์ และการตัดสินใจด้วยตัวเอง ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี จะช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกยุคใหม่ได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ

การตระหนักถึงข้อจำกัดของเทคโนโลยี และการให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่โป๊ปเลโอต้องการสื่อสารไปยังเยาวชนทั่วโลก เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถรอบด้าน และสามารถสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับสังคมได้

ที่มา – โป๊ปเลโอเตือนเยาวชนทั่วโลก ระวังการใช้เอไอเกินพอดี จนทำให้มนุษย์หยุดคิดด้วยตัวเอง

คิม จองอึน เปิดโรงไฟฟ้า ตอกย้ำผู้นำนักพัฒนา

“คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ เปิดโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดคังวอน นับเป็นโรงไฟฟ้าแห่งที่ 6 ของภูมิภาคนี้ การเปิดตัวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการพึ่งพาตนเอง ก่อนที่พรรคแรงงานจะมีการจัดประชุมใหญ่ในช่วงต้นปีหน้า

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดโรงไฟฟ้าพลังน้ำฮเวยาง ในจังหวัดคังวอน พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่มีส่วนร่วมในโครงการสำคัญนี้ โรงไฟฟ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับภูมิภาค

โรงไฟฟ้าพลังน้ำฮเวยางเป็นโรงไฟฟ้าแห่งที่ 6 ที่ถูกสร้างขึ้นในจังหวัดคังวอน ต่อจากโรงไฟฟ้าที่อีชอน มุนชอน เซโป พยองกัง และโกซอง การก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ถูกยกให้เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของโครงการพลังน้ำประจำภูมิภาค ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ คิม จองอึน กล่าวว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้จะเปิดทางสู่การแก้ไขปัญหาไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ เขายังชื่นชมจังหวัดคังวอน ซึ่งมีประชากรน้อยและฐานอุตสาหกรรมที่ยังไม่แข็งแกร่งเท่ากับเขตอื่น ๆ แต่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่สำคัญของแนวคิดในการพึ่งพาตนเอง

การเปิดโรงไฟฟ้าครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่คิม จองอึน เข้าร่วมพิธีเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ใกล้กรุงเปียงยาง นักวิเคราะห์เชื่อว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นความพยายามของผู้นำเกาหลีเหนือในการตอกย้ำนโยบายการพัฒนาภูมิภาค ก่อนการประชุมใหญ่ของพรรคแรงงานที่จะมีขึ้นในช่วงต้นปีหน้า

ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่นอกกรุงเปียงยาง ข้อมูลจากกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ชี้ให้เห็นว่า ในปี 2021 เกาหลีเหนือมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าเพียง 8.22 ล้านกิโลวัตต์ ซึ่งเป็นเพียง 6.1% ของเกาหลีใต้ ในขณะที่ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงมีเพียง 4.4% ของเกาหลีใต้เท่านั้น

คิม จองอึน เปิดโรงไฟฟ้า ตอกย้ำผู้นำนักพัฒนา

โรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งใหม่กับภาพลักษณ์ผู้นำของคิม จองอึน

การเปิดโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งใหม่นี้ ถือเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องของ คิม จองอึน ในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงาน การเน้นย้ำถึงการพึ่งพาตนเองและการพัฒนาภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้นำในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกาหลีเหนือ

  • การพัฒนาพลังงาน: มุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
  • การพึ่งพาตนเอง: ลดการพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอก
  • การพัฒนาภูมิภาค: ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนนอกกรุงเปียงยาง

ดังนั้น การเปิดโรงไฟฟ้าพลังน้ำฮเวยาง จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคิม จองอึน ในการเป็นผู้นำที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศอย่างแท้จริง การพัฒนาด้านพลังงานถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเกาหลีเหนือ

สรุปได้ว่าการเปิดโรงไฟฟ้าแห่งใหม่นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศและส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้นำเกาหลีเหนือ

ที่มา – “คิม จองอึน” เปิดโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งใหม่ เน้นภาพผู้นำนักพัฒนา ก่อนพรรคจัดประชุมใหญ่ต้นปีหน้า

อุตุฯ เตือน! อากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. อุณหภูมิสูงขึ้น

เตรียมตัวรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง! กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 15 เตือนเรื่อง อากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. นี้ ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น แต่บางพื้นที่ยังคงต้องเผชิญกับความเย็น

หลังจากวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ อุณหภูมิในประเทศไทยตอนบนจะเริ่มสูงขึ้น แต่สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและระมัดระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

อากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. อุณหภูมิสูงขึ้น

สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้ม:

  • ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภู ซึ่งจะมีอากาศหนาวจัด
  • ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก: อากาศเย็นในตอนเช้า
  • ประเทศไทยตอนบน (หลัง 23 พ.ย.): อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น และมีหมอกในตอนเช้า

สิ่งที่ต้องระวังเกี่ยวกับอากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย.

เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากมีโรคประจำตัว ควรดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้ สภาพอากาศที่แห้งอาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย จึงควรระมัดระวังเรื่องการใช้ไฟเป็นพิเศษ เกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ผลกระทบต่อภาคใต้:

ถึงแม้ว่าตอนบนของประเทศจะมีอากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. แต่ภาคใต้ยังคงต้องเผชิญกับฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 68

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ประชาชนในภาคใต้: ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
  • ประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออก: ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง
  • ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน: ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามัน: ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย. 68

ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และวางแผนการเดินทางให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แม้ว่าอากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. จะเริ่มคลายลงในบางพื้นที่ แต่การดูแลสุขภาพยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ร่างกายพร้อมรับมือกับทุกสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ที่มา – อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 15 เตือนอากาศหนาวเย็น หลัง 23 พ.ย. ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น

ประตูสุดสวย UWCL: คาร์เพนเตอร์, โรลโฟ, บาร์เทล

ประตูสุดสวย UWCL: คาร์เพนเตอร์, โรลโฟ, บาร์เทล

ประตูสุดสวยจากเอลลี คาร์เพนเตอร์, ฟรีโดลินา โรลโฟ และจูเลีย บาร์เทล ติดอันดับประตูยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ของการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหญิง (UWCL) ไปเรียบร้อยแล้ว แฟนบอลทั่วโลกต่างตื่นเต้นกับฟอร์มการเล่นอันน่าประทับใจของนักเตะแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประตูที่สวยงามเหล่านี้ที่แสดงให้เห็นถึงทักษะและความสามารถเฉพาะตัว

ทำไมประตูเหล่านี้ถึงพิเศษ?

ประตูของเอลลี คาร์เพนเตอร์โดดเด่นด้วยความเฉียบคมในการจบสกอร์และการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมอย่างลงตัว ในขณะที่ประตูของฟรีโดลินา โรลโฟ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม ส่วนประตูของจูเลีย บาร์เทล เป็นประตูที่เต็มไปด้วยความสวยงามและความคิดสร้างสรรค์ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการเล่นที่เหนือชั้นของเธอ ซึ่งทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบที่ทำให้ ประตูสุดสวย UWCL: คาร์เพนเตอร์, โรลโฟ, บาร์เทล กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง

การที่นักเตะเหล่านี้สามารถทำประตูได้อย่างสวยงามและมีความสำคัญต่อทีมของพวกเธอ แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของฟุตบอลหญิงที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักกีฬาหญิงเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีความสามารถทางด้านร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่ยังมีทักษะทางเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นที่ไม่แพ้ผู้ชาย ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าฟุตบอลหญิงก็สามารถสร้างความตื่นเต้นและความสนุกสนานให้กับผู้ชมได้ไม่แพ้กัน

นอกจากนี้ ประตูเหล่านี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลหญิงรุ่นใหม่ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพของพวกเธอ นักเตะเหล่านี้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนที่กำลังพัฒนาทักษะของตนเอง และเป็นแรงผลักดันให้พวกเธอพยายามฝึกฝนและพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ฟุตบอลหญิงกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น การมีนักเตะที่เป็นที่รู้จักและสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น จะช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้ชมและผู้สนับสนุนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาวงการฟุตบอลหญิงในระยะยาว

ประตูสุดสวย UWCL: คาร์เพนเตอร์, โรลโฟ, บาร์เทล ไม่ได้เป็นเพียงแค่ประตูที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาและความก้าวหน้าของฟุตบอลหญิงที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลหญิงรุ่นใหม่ที่ต้องการจะสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและทีมชาติ

การได้รับเลือกให้เป็นประตูยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ ถือเป็นเกียรติประวัติที่สำคัญสำหรับนักเตะแต่ละคน และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถและความทุ่มเทของพวกเธอในการฝึกซ้อมและการแข่งขัน การมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติจะช่วยเปิดโอกาสให้พวกเธอได้เข้าร่วมทีมชั้นนำและได้รับการยอมรับจากแฟนบอลทั่วโลก

  • เอลลี คาร์เพนเตอร์: นักเตะที่มีความเร็วและความคล่องตัวสูง
  • ฟรีโดลินา โรลโฟ: นักเตะที่มีความแข็งแกร่งและความสามารถในการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม
  • จูเลีย บาร์เทล: นักเตะที่มีความคิดสร้างสรรค์และวิสัยทัศน์ในการเล่นที่เหนือชั้น

ประตูเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของรูปแบบการเล่นในฟุตบอลหญิง และเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของนักเตะหญิงที่สามารถสร้างความตื่นเต้นและความประทับใจให้กับผู้ชมได้ไม่แพ้ฟุตบอลชาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและพัฒนาวงการฟุตบอลหญิงให้เติบโตมากยิ่งขึ้นในอนาคต การรับชม ประตูสุดสวย UWCL: คาร์เพนเตอร์, โรลโฟ, บาร์เทล จึงเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าจดจำสำหรับแฟนบอลทุกคน

ประตูเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่นักเตะหญิงเหล่านี้ได้สร้างขึ้น และยังมีอีกหลายคนที่กำลังพยายามฝึกฝนและพัฒนาตนเองเพื่อที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชั้นนำในอนาคต การสนับสนุนและให้กำลังใจนักเตะหญิงเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเธอสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ และสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ให้กับวงการฟุตบอลหญิงต่อไป

ดังนั้น เราควรให้ความสนใจและสนับสนุนกีฬาฟุตบอลหญิงให้มากขึ้น เพื่อให้นักกีฬาหญิงเหล่านี้ได้รับการยอมรับและมีโอกาสในการแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะเดินตามรอยเท้าของพวกเธอ

ที่มา – Carpenter, Rolfo and Bartel all feature in UWCL goals of the week