วัน: 23 พฤศจิกายน 2025

ถึงเวลา! เงินรางวัล FA Cup หญิงเท่าชาย?

สุดสัปดาห์นี้เป็นการแข่งขัน FA Cup หญิงรอบสอง และทุกคนต่างหวังว่าด้วยลมที่ยุติธรรม พวกเขาอาจจะไปถึงเวมบลีย์ได้สำเร็จ – เราก็ฝันได้ใช่ไหมล่ะ?

ในปี 2017 Lewes Football Club ซึ่งฉันเป็นกรรมการ กลายเป็นแห่งแรก – และยังคงเป็นสโมสรอาชีพหรือกึ่งอาชีพแห่งเดียวในประเทศที่จัดสรรทรัพยากรให้กับทีมหญิงและทีมชายอย่างเท่าเทียมกัน

ตั้งแต่นั้นมา และด้วยเงินสนับสนุนจากส่วนกลางของสมาคมฟุตบอล (FA) และส่วนแบ่งรายได้เชิงพาณิชย์ ทีมหญิงของเราจึงได้รับการสนับสนุนในระดับที่สูงกว่าในบางครั้ง – ตรงกับตำแหน่งในลีกที่สูงกว่าของพวกเขา กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเปลี่ยนจาก Equality FC ไปสู่ตำแหน่งแห่งความเท่าเทียม

ตั้งแต่ปี 2019 เราได้รณรงค์เรื่องเงินรางวัล FA Cup ที่เท่าเทียมกันสำหรับการแข่งขันหญิงและชาย – ไม่ใช่ในฐานะสโลแกน แต่เป็นกลยุทธ์

หาก FA Cup เป็นจริงอย่างที่อ้างว่าเป็น “ตัวปรับระดับที่ยอดเยี่ยมของเกม” ก็ถึงเวลาแล้วที่การเงินจะต้องตามให้ทันเทพนิยาย

สำหรับสโมสรชาย การชนะใน FA Cup รอบที่สองมีมูลค่า 79,500 ปอนด์ สำหรับผู้หญิงคือ 8,000 ปอนด์ – ความแตกต่าง 71,500 ปอนด์

ในรอบแรก ความแตกต่างคือ 41,750 ปอนด์ ขณะที่ในรอบที่สามคือ 86,500 ปอนด์ เกมเดียวกัน กฎเดียวกัน การแข่งขันเดียวกัน รูปแบบการน็อกเอาต์เดียวกัน องค์กรปกครองเดียวกัน – แต่มีการให้มูลค่าผู้เล่นที่แตกต่างกัน

ปล่อยวางข้อแก้ตัวตามปกติ – “ความเป็นจริงเชิงพาณิชย์”, “ความแตกต่างของรายได้”, “มันซับซ้อน”

ไม่ มันไม่ใช่ FA เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องกองทุนรางวัลสำหรับการแข่งขันทั้งสองรายการ พวกเขาสามารถทำให้เท่าเทียมกันได้ง่ายๆ ในวันพรุ่งนี้ – เพียงแค่ต้องอยากทำ

เป็นเรื่องง่ายเกินไปและขี้เกียจที่จะปฏิเสธการเรียกร้องความเท่าเทียมกัน อย่างที่บางคนทำ โดยชี้ไปที่ขนาดฝูงชนและรายได้จากการถ่ายทอดสด ใช่ จำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันของผู้ชายสูงกว่า และใช่ สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดทางทีวีของผู้ชายมีมูลค่ามากกว่าในปัจจุบัน

แต่ FA ไม่ได้รับส่วนแบ่งค่าตั๋วเข้าชม ดังนั้นจึงเป็นข้อโต้แย้งที่ไม่เกี่ยวข้องเมื่อพูดถึงเรื่องเงินรางวัลที่เท่าเทียมกัน และเนื่องจาก FA ให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณชนในการกระจายรายได้ใหม่ ในท้ายที่สุดจึงไม่มีเหตุผลที่ถูกต้องในการรักษากองทุนรางวัลที่ไม่เท่าเทียมกัน

FA ได้เลือกที่จะเพิกเฉยต่อคำขอของเราเพื่อขอคำอธิบายและการมีส่วนร่วมในอดีต แต่ในเชิงบวก เมื่อเร็วๆ นี้เริ่มเปิดรับมากขึ้น

เรื่องตลกก็คือ FA รู้ว่าจะ ‘ทำความเท่าเทียมกัน’ ได้อย่างไร ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา FA ได้จ่ายเงินให้ทีมชาติอังกฤษหญิงและชาย ค่าธรรมเนียมการแข่งขันและโบนัสเท่ากัน หลักการนั้น – การจ่ายเงินที่เท่าเทียมกันสำหรับการแสดงที่เท่าเทียมกัน – เป็นนโยบายที่ St George’s Park แล้ว

FA เองก็มี ‘Reaching Higher: Women’s & Girls’ Game Strategy 2024-28′ ที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะ “มอบโอกาสที่เท่าเทียมกัน” และ “สร้างโครงสร้างการแข่งขันที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพสูง”

ทำไมความเท่าเทียมกันจึงใช้ไม่ได้กับ FA Cup?

ดังนั้น คำถามจึงไม่ใช่ว่า FA เชื่อในความเท่าเทียมกันหรือไม่ แต่เป็นเพราะเหตุใดความเชื่อนั้นจึงหยุดอยู่แค่ FA Cup

เงินรางวัลรวมสำหรับการแข่งขันของผู้ชายในฤดูกาลนี้คือ 23.5 ล้านปอนด์ ขณะที่สำหรับผู้หญิงคือ 6.14 ล้านปอนด์ โดยพื้นฐานแล้ว FA กำลังบอกเด็กผู้หญิงและผู้หญิงว่าพวกเธอมีค่าไม่เท่ากับผู้ชายหรือ?

การรณรงค์ของ Lewes FC ไม่ได้เกี่ยวกับความเท่าเทียมกันระหว่างการแข่งขันหญิงและชายเท่านั้น แต่ยังเรียกร้องให้มีการแบ่งส่วนที่เท่าเทียมกันมากขึ้นในการแข่งขันของผู้ชายด้วย

ตอนนี้ ส่วนแบ่งสิงโตของเงินรางวัลของผู้ชายจำนวน 23.5 ล้านปอนด์จะไหลไปยังสโมสรพรีเมียร์ลีกที่ร่ำรวย ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องใช้มันมากที่สุด และจะสร้างความแตกต่างเพียงเล็กน้อย โครงสร้างที่ปรับสมดุลใหม่จะแบ่งปันรางวัลอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้นทั่วทั้งพีระมิด – ช่วยให้สโมสรเล็กๆ อยู่รอดและเติบโตได้ ไม่ใช่แค่ตั้งเป้าที่จะเติมเต็มไฮไลท์เพียงปีละครั้ง

การเงินของฟุตบอลเป็นสิ่งที่ฉันรู้ดีว่ามีความเสี่ยงอย่างไม่น่าเชื่อและเพิ่มมากขึ้น และนี่คือวิธีง่ายๆ ในการทำให้แน่ใจว่าเงินรางวัลจะกระจายออกไปอย่างกว้างขวางและยุติธรรมยิ่งขึ้น คุณสามารถดูข้อเสนอทั้งหมดของเราได้ที่นี่: equalfacup.com., external

ในขณะเดียวกัน เงินรางวัลสำหรับผู้หญิงก็กระจายออกไปอย่างบางเบาในหลายร้อยสโมสรที่หลายแห่งจะเสียเงินในรอบแรกๆ ระหว่างค่าเดินทาง ค่าเจ้าหน้าที่ ค่ารักษาพยาบาล และค่าสนาม การเข้าร่วมมักจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าที่ชัยชนะจะได้รับ

ทำไมเราถึงขอให้สโมสรหยุดชั่วคราว 21 วินาที

ปีนี้ เราได้เขียนจดหมายถึงทุกสโมสรในการแข่งขันของผู้หญิงเพื่อขอการสนับสนุนและพิจารณาการดำเนินการง่ายๆ บางอย่าง – ภาพหมู่ของทีมก่อนเริ่มการแข่งขันโดยผู้เล่นทำสัญลักษณ์ ‘เท่ากัน’ ด้วยแขน และการหยุดชั่วคราว 21 วินาทีหลังเริ่มการแข่งขัน ซึ่งเป็นการทำเครื่องหมายปี 1921 ซึ่งเป็นปีที่ FA แบนฟุตบอลหญิง

การแบนกินเวลานาน 50 ปีและปล้นฟุตบอลหญิงไปหลายทศวรรษของการพัฒนา การลงทุน และที่สำคัญอย่างยิ่ง การสร้างทุนทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อความสำเร็จของเกมชาย – การฝังรากฟุตบอลลงในโครงสร้างชีวิตของเรา

นี่ไม่ใช่การประท้วงต่อต้านฟุตบอล แต่เป็นการเตือนความทรงจำถึงสิ่งที่ฟุตบอลเป็นตัวแทน FA Cup สร้างขึ้นจากแนวคิดที่ว่าใครๆ ก็สามารถชนะได้ – ว่าทีมจากเมืองเล็กๆ มีความสำคัญเท่ากับทีมที่เล่นที่เวมบลีย์

FA ต้องการให้เกมของผู้หญิงยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง และการเสนอเงินรางวัล FA Cup ที่เท่าเทียมกันเป็นขั้นตอนเดียว ง่ายๆ และเปลี่ยนแปลงได้ เงินรางวัลที่เท่าเทียมกันไม่ใช่การกุศล แต่เป็นรางวัลสำหรับการแสดง

มันคือฟุตบอลที่ทำในสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด – เฉลิมฉลองผู้ที่ได้รับมัน ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร

การเรียกร้องให้ เงินรางวัล FA Cup หญิงเท่าชาย นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นมานานแล้ว การที่ฟุตบอลหญิงได้รับการยอมรับและสนับสนุนอย่างจริงจังนั้น จะส่งผลดีต่อวงการกีฬาโดยรวมและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงรุ่นใหม่หันมาเล่นกีฬามากขึ้น

เงินรางวัล FA Cup หญิงเท่าชาย ไม่เพียงแต่แสดงถึงความเท่าเทียมทางเพศ แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตของฟุตบอลหญิงด้วย

ถึงเวลาแล้วที่เราควรสนับสนุนให้ เงินรางวัล FA Cup หญิงเท่าชาย เป็นจริง เพื่ออนาคตที่สดใสของฟุตบอลหญิง

ที่มา – ‘Why it’s time for women’s FA Cup prize money to be same as men’s’

“อนุทิน” ฝันประชาชนวางใจเลือกภูมิใจไทยมากที่สุด!

“อนุทิน” ฝันเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนวางใจเลือกพรรคภูมิใจไทยให้มากที่สุด หลังหลายกลุ่มการเมืองไหลเข้าไม่หยุด ยันมีก๊วนเดียวคือ “ก๊วนหนู” ชี้บ้านชลบุรีไม่มีทับซ้อนกัน เดินหนีหลังสื่อซักเลือกตั้งครั้งหน้าจับมือพรรคประชาชนหรือไม่

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการหารือหลายกลุ่มการเมือง ที่เดินทางมาเปิดตัวในวันนี้ว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยมีการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง และเป็นไปตามที่คาดการณ์ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นช่วงต้นปีหน้า จึงต้องเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ แล้ว วันนี้มีผู้แสดงเจตจำนงจะมาทำงานร่วมกันในทางการเมือง อย่างจังหวัดเพชรบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะช่วยดูแลคัดสรรผู้ที่จะมาร่วมงานกัน ได้พา นายกปราย นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี และนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี เขต 1 และนายฤกษ์ อยู่ดี สส.เพชรบุรี เขต 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะมาร่วมงานในทางการเมือง และการเลือกตั้งครั้งหน้าจะส่งลงสมัคร ซึ่งเป็น สส. อยู่แล้ว 2 คน ซึ่งเพชรบุรีมี สส. ได้ทั้งหมด 3 คน หากได้มาทำงานร่วมกัน เชื่อว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ซึ่งตนจะลงไปแนะนำตนเองและขอโอกาสจากประชาชนในพื้นที่ ในเร็ววันนี้

“สุชาติ” ยัน พื้นที่ชลบุรีไม่ทับซ้อนกับบ้านใหญ่คุณปลื้ม

ผู้สื่อข่าวถามว่าพื้นที่จังหวัดชลบุรีที่มีหลายกลุ่มตอนนี้ถือว่าลงตัวแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นายสนธยาและนายวิทยา คุณปลื้ม ได้เดินทางมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว ส่วนการแบ่งพื้นที่จังหวัดชลบุรีดูแลนั้น นายสุชาติ กล่าวเสริม โดยยืนยันว่าไม่ทับซ้อนกัน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า รายละเอียดของพื้นที่เดี๋ยวค่อยว่ากัน เพราะมีคณะกรรมการสรรหาอยู่แล้ว แล้ววันนี้อะไรที่มีความชัดเจนก็ลงมาแจ้งให้กับประชาชนรับทราบโดยไม่ต้องไปหลบๆซ่อนๆ กั๊กๆ อะไรไม่เอา เพื่อจะได้ลงพื้นที่ทำงานได้เลย เพื่อจะได้แจ้งกับประชาชนว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำงานในนามพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามถึงความชัดเจนของนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เดินทางมาพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ นายอนุทินกล่าวว่า ปกตินายวราวุธเคยเดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ยกเว้นงานวันเกิดพรรค เมื่อถามว่า ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ว่าจะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวว่า อย่างที่บอก บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูดอะไร พูดมากคนอ่านไม่ชอบก็ได้ เอาเป็นว่ามาทำงานร่วมกันได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น โดยยึดประชาชนเป็นใหญ่และเป็นหลักอยู่แล้ว

ลั่นไม่มีก๊วน ยันมีก๊วนเดียว ก๊วนหนูนี่แหละ

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยมีความเป็นเอกภาพ แต่ขณะนี้มีหลายกลุ่มการเมืองเข้ามาร่วมงานจะสามารถคุมพรรคให้เป็นเอกภาพได้ต่อไปหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่มีกลุ่มมีก๊วน มีก๊วนเดียว ก๊วนหนูนี่แหละครับ ทุกคนเรียกผมพี่หมด และนายสุชาติก็บ้านติดกัน คุยกันทุกคืน จะไปไหนผมก็ตามถึงบ้าน”

เมื่อถามถึงสาเหตุของนายวราวุธ เลือกที่จะทิ้งพรรคชาติไทยพัฒนามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวว่า ใครก็รู้ว่าตนกับนายวราวุธเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา สมัยที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ก็ดูแลตนเหมือนลูกหลาน และยังเคยพูดกับตนว่าไปไหนก็ให้ดูแลน้องด้วย มีอะไรก็ดูแลกัน พูดตั้งแต่ตอนท่านยังไม่สิ้น แล้วตอนนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีเราก็ได้มาคุยกัน ว่าการทำการเมืองจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด แยกกันทำก็อาจจะเกิดประโยชน์กับประชาชนไม่เต็มที่ ประสิทธิภาพและศักยภาพของแต่ละคนมีแต่การเมืองต้องประกอบด้วยหลายอย่าง ทำให้ตายหากไม่มีองค์ประกอบอื่นๆ ก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ วันนี้เราพยายามใช้ศักยภาพ ประสิทธิภาพ ประสบการณ์และความสามารถของแต่ละคนที่มีความพร้อมจะรับใช้บ้านเมือง และประชาชนอย่างเต็มที่ เราเอาตรงนี้มาเปิดโอกาสให้เขาใช้สิ่งที่มี พรรคภูมิใจไทยก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า เราให้โอกาสคนทำงาน ไม่มีการกั๊กหรือก้าวก่ายกัน

เมื่อถามว่าพื้นที่ในกรุงเทพฯจะมีการดึง สส. เสียงเปรี้ยงๆเข้ามาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ก็เปิดตัวใกล้ๆกรุงเทพฯแล้ว นี่คือโอกาสในการสร้างให้กับคนทำงาน ให้ประชาชนเป็นปึกแผ่น ไม่มีเรื่องการด้อยค่า ปรามาสกันหรือพูดถึงคนอื่นในทางไม่ดี เราตั้งหน้าตั้งตาทำงาน และจังหวัดเพชรบุรีฝันมานานแล้วว่าอยากทำงานร่วมกับนายก อบจ. คนที่ทำให้ฝันเป็นจริงในวันนี้คือนายสุชาติ เราต้องใช้เครือข่ายและความสัมพันธ์ที่มีอยู่แต่ต้องมาทำประโยชน์เพื่อบ้านเมือง ไม่ได้ใช้เครือข่ายไปทำอะไรที่ไม่ดีไม่ชอบ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่เคยคิดเช่นนั้น

ฝันสูงสุดคือได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มากที่สุด

เมื่อถามว่าฝันต่อไปคือการได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ฝันต่อไปคือขอให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มาก นั่นคือความฝันอันสูงสุด

เมื่อถามถึงกลยุทธ์ที่จะทำให้พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายอนุทินกล่าวว่า เราร่วมกันทำงานและทำงานกันอย่างเต็มที่ นโยบายอะไรที่สัญญาไว้กับประชาชนก็ทำให้เต็มที่ ให้ประชาชนเห็น เมื่อเห็นแล้วก็คงจะมั่นใจและได้รับความไว้วางใจ

วงประชุมยังไม่ได้คุยเรื่องแคนดิเดตนายกฯ

เมื่อถามว่าการประชุมใหญ่วิสามัญวันนี้มีการพูดถึงการวางตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน ต้องเป็นไปทีละขั้นตอน ยังไงก็มาแน่ ส่วนกรณีของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็เริ่มพูดคุย ซึ่งวันนี้ก็มาร่วมประชุมที่พรรคภูมิใจไทย การจะเอาคนมาเป็นนายกฯ เราก็ต้องคุยในรายละเอียด ทำความเข้าใจซึ่งกันและกันให้ได้มากที่สุดถ้าเข้ามาแล้วจะทำงานอย่างไร เพราะตามรัฐธรรมนูญสามารถเสนอชื่อนายกฯ ได้ 3 คน ซึ่งสมัยก่อนพรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อตนคนเดียว แต่ช่วงหลังที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ทางการเมือง บางพรรคใช้ไป 3 คนหมดแล้ว แต่บางพรรคมีแค่คนเดียว ดังนั้นเราต้องเติมเต็มและเตรียมความพร้อมไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นไฟต์บังคับ เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมไว้ เพื่ออนาคตเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง จะได้มีความพร้อมในการสานต่องานให้เกิดความต่อเนื่อง

เมื่อถามว่ามองพรรคการเมืองใดเป็นคู่ต่อสู้ของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่า ก็มองที่พวกเรา ต้องต่อสู้กับตนเอง ต้องไม่ขี้เกียจ ไม่ประมาท ไม่คิดว่าประชาชนให้ความไว้วางใจแล้วเราจะอยู่เฉยๆ ไม่สร้างความมั่นใจให้แข็งแกร่งขึ้น เราต้องเอาตัวเองวิ่งตามตัวเองแล้ววิ่งนำตัวเอง ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อถามว่าการดึงองคาพยพมาเสริมทัพในภูมิใจไทยทำให้มั่นใจมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทิศทางของพรรค แนวนโยบายของพรรค บุคลากรของพรรคที่เข้ามาจะทำให้เป้าหมายของเราได้บรรลุ เพราะมีแต่คนมีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ

อนุทินฝัน ประชาชนวางใจเลือกภูมิใจไทยมากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีที่ สส. พรรคเพื่อไทยบางคนมาปรากฏตัวในการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ที่จะร่วมงานกัน นายอนุทินกล่าวว่า มาถึงวันนี้แล้วและการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะเกิดขึ้นภายในเดือน 2 เดือนนี้ คงไม่มีอะไรต้องหลบๆซ่อนๆ ซึ่งไม่ดีหรอก จะเห็นได้ตั้งแต่ตั้งรัฐบาล ใครมาก็เปิดให้ประชาชนเห็นเลย ไม่ใช่แอบๆมาแล้วโผล่ชื่อในภายหลัง คนไหนคุยเรียบร้อยหมดแล้วก็เอามาเปิดเผย

“เช่นเดียวกับจังหวัดเพชรบุรีที่มีผู้สมัครชัดเจน ก็นำมาเปิดตัว หลังจากนี้ผมจะให้ผู้สมัครและนายสุชาติพาลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ก่อนหน้านี้ไปได้แค่อำเภอชะอำ ตอนนี้จะไปได้หลายที่ทั้งอำเภอเมือง อ.บ้านลาด และอีกหลายที่ซึ่งตอนนี้ชื่ออำเภอยังจำได้ไม่หมด” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่าหลังการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสสูงหรือไม่ที่จะร่วมงานกับพรรคประชาชน นายอนุทินยกมือเลี่ยงตอบ พร้อมระบุว่า ขอไปปิดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคก่อน

การที่นายอนุทินมุ่งหวังให้ประชาชนวางใจเลือกพรรคภูมิใจไทยมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งหน้า แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การรวมกลุ่มกับพรรคต่างๆ ก็เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – “อนุทิน” ฝันประชาชนวางใจเลือกภูมิใจไทยมากที่สุด ไม่ตอบเลือกตั้งหน้าจับมือ ปชน.

พรรคประชาชน ชี้ทางแก้ ทุนเทาครองเมือง

พรรคประชาชนแนะแก้ปัญหาทุนเทาครองเมือง แก้กฎหมายให้เป็นธรรม ทุกธุรกิจแข่งขันได้ ไม่เอื้อประโยชน์ธุรกิจทุนใหญ่ผูกขาด เรียกร้องไปยังรัฐบาล ต้องมียุทธศาสตร์รายสินค้า มีนโยบาย Fair and Fight

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานใหญ่พรรคประชาชน นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขึ้นกล่าวในงาน “รีชาร์จประชาชน Recharge the People” ภายใต้ธีม “ธุรกิจไทยยังแข่งกับโลกได้” โดยระบุว่าวันนี้ผู้ประกอบการไทยเจอปัญหาหนักหลายเรื่อง หลายธุรกิจกำลังถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เครื่องมือของรัฐก็ไม่สนับสนุนเพียงพอ ดังนี้

  1. โดนทุนผูกขาด ทุนเทารุมกินโต๊ะ ผู้ประกอบการคือตัวโดนที่แท้จริง โดนทั้งทุนผูกขาดและทุนเทารุมกินโต๊ะ เข้าห้างใหญ่ก็ยาก มีต้นทุนสูงจากโทรคมนาคมและพลังงาน และยังมีสินค้าต้นทุนต่ำเข้ามาขายตัดราคา มีนอมินีแข่งกับธุรกิจของคนไทยทุกตรอกซอกซอย มีนอมินีฟอกเงินทุนเทาเป็นทุนขาว ขายของตัดราคา ผู้ประกอบการรายย่อยจะแข่งขันกับเขาได้อย่างไร
  2. โดนระบบ-ระเบียบรัฐขัดขวาง แทนที่รัฐจะช่วยโอบอุ้ม ผู้ประกอบการทั่วประเทศเล่าให้ฟังว่า ระบบใบอนุมัติ อนุญาตใช้เวลายาวนาน ทำให้นำไปสู่การจ่ายใต้โต๊ะ
  3. โดนโลกทิ้งห่าง ไหนจะสงครามการค้า ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ผู้ประกอบการไทยนับวันถูกทิ้งห่างไปเรื่อยๆ

ต้องปรับปรุงหลายเรื่อง

นายสิทธิพล กล่าวด้วยว่า ผู้ประกอบการไทยเปรียบเสมือนขึ้นเวทีชกแต่คนละรุ่น คู่แข่งไม่ต้องทำตามกฎหมาย-กติกา กรรมการเผลอๆ เข้าข้างอีกฝั่งต่างหาก อย่างนี้ธุรกิจไทยจะแข่งขันได้อย่างไร สิ่งที่พรรคประชาชนมุ่งมั่นที่จะทำ หาเสียงมาตลอดคือต้องทำให้กลไกการกำกับการแข่งขันหรือพูดง่ายๆ ดูแลเรื่องปัญหาผูกขาดในประเทศนี้ดีขึ้นให้ได้ แม้ว่าประเทศไทยมีกฎหมายแข่งขันทางการค้าใช้มาเกือบ 10 ปี กลุ่มประเทศ OECD ที่พัฒนาแล้วจะรับเราเข้าเป็นสมาชิกก็ต่อเมื่อเราทำได้ตามมาตรฐานของเขา แต่เขาประเมินไทยหลายเรื่อง ประเมินเรื่องการแข่งขัน ธุรกิจที่จะแข่งขันแฟร์ไหม ต่างชาติจะเข้ามาประกอบธุรกิจแฟร์ไหม เขาบอกว่าเราต้องปรับปรุงหลายเรื่อง

งงตีความห้างใหญ่รวมกันได้

นายสิทธิพล กล่าวด้วยว่า แม้พรรคประชาชนจะเป็นฝ่ายค้าน แต่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเราเดินหน้าเสนอแก้กฎหมายแข่งขันทางการค้า ที่มีปัญหา เช่น คลุมเครือ ต้องตีความว่าธุรกิจใดอยู่ภายใต้กฎหมายบ้าง เมื่อก่อนกรรมการแข่งขันทางการค้าก็ไม่ยึดโยงกับประชาชน ทำให้มีระยะห่าง ตัวอย่างเช่นการควบรวมห้างใหญ่ กขค. วินิจฉัย Makro และ Lotus ควบรวมกันได้ ส่วนหนึ่งเพราะนิยาม Makro เป็นธุรกิจค้าส่ง Lotus เป็นธุรกิจค้าปลีก ไม่กระทบกัน จึงควบรวมได้ ในฐานะท่านเป็นโรงงานที่ผลิต ท่านก็ขายทั้งสองห้าง ในฐานะที่เป็นลูกค้าท่านก็เดินทั้งสองห้าง แต่เขาบอกว่าเป็นคนละตลาดกัน เป็นไปได้อย่างไร

ผูกขาดเริ่มขยายไปธุรกิจอื่น

นายสิทธิพล กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ประชาชนร้องเรียนมา เมื่อควบรวมจนห้างเหลือน้อย ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถ้าเมื่อก่อน มีการแข่งขันว่าจะให้ค่า GP เท่าไหร่ แต่วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นหลังควบรวมแล้ว เทียบค่าใช้จ่าย เรตไหนแพงกว่า ยึดเรตนั้น หนีจากออฟไลน์มาออนไลน์ก็ไม่รอด ตัวอย่างธุรกิจแพลตฟอร์มหนึ่งขึ้นค่า GP จากเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมปีนี้ เพิ่มค่าธรรมเนียมขายสินค้าจาก 21.40% เป็น 23.54% พอธุรกิจแพลตฟอร์มขยายตัวมากขึ้น นำไปสู่การผูกขาดธุรกิจอื่นๆ ที่โดนแล้วเช่นขนส่ง ท่านเป็นผู้ประกอบการ เป็นลูกค้าไม่สามารถเลือกขนส่งได้ จนผู้ประกอบการขนส่งรายย่อยวันนี้ได้รับผลกระทบ นำเรื่องมาฟ้องที่สภาฯ สถานการณ์ผูกขาดนี้กำลังจะขยายไปยังธุรกิจโกดัง ประกัน สินเชื่อ โฆษณา ธุรกิจเกี่ยวเนื่องทุกอย่างกำลังจะถูกผูกขาดจากอำนาจของแพลตฟอร์ม

ถามผลประโยชน์ประชาชนอยู่ตรงไหน

นอกจากนี้สิทธิพลยังสะท้อนว่าธุรกิจใด อุตสาหกรรมใดก็ตามที่มีความเฉพาะ อย่างธุรกิจพลังงาน ธุรกิจโทรคมนาคม กฎหมายเดิมเปิดช่องให้ไม่ต้องเข้าไปดูแล เช่น ค่ายมือถือควบรวมกัน กสทช. บอกไม่มีอำนาจห้าม เป็นอำนาจ กขค. ขณะที่ กขค. ก็บอกว่าไม่มีอำนาจเหมือนกัน สุดท้ายผลประโยชน์ประชาชนอยู่ที่ไหน?

ดันกฎหมายเสร็จชั้นกมธ.

นายสิทธิพล ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ ระบุว่า สภาฯ ชุดนี้ ทำงานร่วมกับกรรมาธิการจากทุกพรรคร่วมกันแก้ไขกฎหมาย จนวันนี้เสร็จสิ้นในชั้นกรรมาธิการแล้ว เชื่อว่าเปิดสภาเดือนหน้าน่าจะได้พิจารณาในวาระ 2-3 เพื่อที่จะนำไปสู่การทำให้การกำกับการแข่งขันดีขึ้น ลดการผูกขาดให้ได้มากที่สุด

ประโยชน์กฎหมายแข่งขันการค้า

พร้อมเชื่อว่า กฎหมายแข่งขันทางการค้าที่กำลังแก้ไขนี้ จะช่วย

  1. แก้ไขความคลุมเครือของทุกธุรกิจต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ การควบรวมต้องขออนุญาต ต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็น
  2. ช่วยให้กรรมการคัดสรร กขค. ต้องมีที่มายึดโยงกับประชาชน อย่างน้อยหนึ่งตำแหน่งคือผู้แทนจากสภาองค์กรของผู้บริโภค
  3. การวินิจฉัยคดีต้องไม่ล่าช้า ต้องเปิดเผยคำวินิจฉัยส่วนบุคคล และให้ผู้บริโภคสามารถฟ้องร้องเองได้ เพื่อลดภาระคดีล้นของ กขค. และเปลี่ยนโทษอาญาที่ไม่เคยใช้บังคับได้ มาเป็นโทษปรับทางวินัย

พรรคประชาชนแนะแก้ปัญหาทุนเทาครองเมือง แก้กฎหมายให้เป็นธรรม ทุกธุรกิจแข่งขันได้

ภาคการผลิตไทยถูกฉีก

ในส่วนของประเด็นทุนเทาครองเมือง นายสิทธิพล ย้ำว่า เราต้องสู้เพื่อผู้ประกอบการ ทั้งสินค้าผิดกฎหมาย สินค้าทุ่มตลาด ตลอดจนการประกอบธุรกิจ การฟอกเงินผ่านนอมินี เพราะนับตั้งแต่ปี 2565 แม้การบริโภคภาคเอกชน ประชาชนเพิ่มขึ้น แต่การผลิตกลับลดลงเรื่อยๆ โรงงานปิดตัว มันสะท้อนว่าการบริโภคและการผลิตของประเทศนี้ ฉีกออกจากกัน สาเหตุเพราะการนำเข้าเพิ่ม โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากจีนที่สัดส่วนเพิ่มมากขึ้น ถ้าสินค้าดี คุณภาพดี ราคาถูก ไม่ทุ่มตลาด ไม่มีปัญหา มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค แต่ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งในนี้คือ สินค้าผิดกฎหมาย ไม่มี มอก. อย. ส่วนหนึ่งเป็นสินค้าทุ่มตลาด

พบนอมินีเกินครึ่ง

นายสิทธิพล ระบุว่า ที่ผ่านมาเราลองเปิดระบบแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านโครงการนักสืบทุนเทา เพียง 10 สัปดาห์ มีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 1,199 เรื่อง สิ่งที่พบคือ หน่วยงานรัฐแก้ปัญหาช้า เร็วสุด 2 เดือน นานสุดเป็นปี มีปัญหานอมินีมากสุด เกินครึ่งของเรื่องร้องเรียน แต่ทั้งหมดนี้แก้ปัญหาได้ด้วยการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งจะช่วยแก้ข้อจำกัดด้านกำลังคนและเวลา ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามแก้ปัญหา แก้บทลงโทษให้หนักขึ้น มี KPI ร่วมระหว่างหน่วยงาน

แนะรัฐทำตัวเป็นพี่เลี้ยง

นายสิทธิพล มองว่าปัญหาสินค้าทุ่มตลาด ทั่วโลกมีมาตรการสากล ใช้รับมือ เช่นมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด เราก็ใช้บ้าง แต่ใช้น้อยถ้าเทียบกับสถานการณ์ รัฐควรเข้ามาช่วยเรื่องนี้มากขึ้น ให้คนที่เข้าไม่ถึงมาตรการโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงได้ รวมถึงรัฐควรทำตัวเป็นพี่เลี้ยง สนับสนุนผู้ประกอบการ ผ่านนโยบาย Open Data เพื่อสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องเปลี่ยนการเก็บเงินในการเข้าถึงข้อมูลเป็นการเปิดข้อมูลสู่สาธารณะ จะช่วยทั้งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โอกาสทางธุรกิจ หน่วยงานอย่างศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัย เอาไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้มาก ทั้งยังช่วยลดปัญหานอมินี ฮั้วประมูลได้ด้วย

แนะปรับปรุงการใช้งบเอสเอ็มอี

นอกจากนี้รัฐต้องแก้ไขการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาที่ล่าช้า ที่ทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาส ตัวอย่างสิทธิบัตรออกแบบที่มีคำขอค้าง 10,000 กว่าเรื่อง กรมทรัพย์สินปัญญาควรเร่งดูแลแก้ไขเรื่องนี้ เพิ่มผู้เชี่ยวชาญ ผู้ตรวจสอบให้เพียงพอ นอกจากนี้ นาย สิทธิพล ยังเสนอแนวทางเพื่อปรับปรุงการใช้งบ SMEs สำหรับช่วยผู้ประกอบการ แต่ละปีรัฐมีงบสำหรับสนับสนุน SMEs ถึง 4-5 พันล้านบาท แต่ยังมีการใช้งบที่ไร้ประสิทธิภาพ แนวทางที่สิทธิพลเสนอ ดังนี้ 1. การใช้งบต้องมีเจ้าภาพ ปัจจุบันงบกระจายอยู่ 31 หน่วยงานที่ไม่มีใครดูแลภาพรวม 2. การใช้งบต้องตอบโจทย์สิ่งที่ SMEs ต้องการ สิ่งที่รัฐกำลังทำอยู่ เป็นการใช้งบแบบกลับหัวกลับหาง ไม่ตอบโจทย์ที่เขาต้องการ และ 3. ใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับความเดือดร้อนของ SMEs

“ทุกวันนี้เรามีงบสำหรับช่วย SMEs เยอะ เช่น งบที่ สสว. ขอไปเพื่อช่วยเหลือเรื่องเงินทุนให้ SMEs ขอไปแล้ว 2 ปี 5,000 ล้านบาท แต่ไม่ใช้สักบาท ขณะที่ SMEs เองต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบ ต้องเจ๊งไปจำนวนมาก ถ้าเอาเงินส่วนนี้ไปให้ บสย. ค้ำประกันเงินกู้ คงช่วย SMEs ได้หลายแสนราย นอกจากนี้ ยังมีโครงการแบบนี้อีกจำนวนมากที่ของบแล้วไม่ได้ใช้ ทั้งที่ SMEs เดือดร้อน สสว. นี่แหละตัวดี รัฐบาลต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือดูแล”

นายสิทธิพล ยังเรียกร้องไปยังรัฐบาล ต้องมียุทธศาสตร์รายสินค้า และกำหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับโอกาสที่มี นโยบาย Fair and Fight เพื่อผู้ประกอบการไทย เช่น

  1. จัดการทุนผูกขาด ทุนเทา ผลักดันการใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ สนับสนุนภารกิจของ กขค. ให้บรรลุวัตถุประสงค์ รวมทั้งใช้มาตรการปกป้องทางการค้ามากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงมาตรการได้ ให้มีการผลักดันโมเดล “นักสืบทุนเทา” และการมีส่วนร่วมของประชาชน
  2. แก้อุปสรรคจากภาครัฐ ให้มีการทำ OPEN DATA สำหรับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสภาคธุรกิจด้วยข้อมูล ให้มีการสนับสนุนทรัพยากร งบ คน เช่น เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบในบางสาขา IP และ GI ที่ไม่เพียงพอ จนทำให้ภาคธุรกิจเสียโอกาส และใช้งบประมาณ SMEs ให้มีประสิทธิภาพ มีเจ้าภาพ ตอบโจทย์ความต้องการและความเดือดร้อนของ SMEs
  3. ธุรกิจไทยทันโลก ควรมีการจัดสรรงบด้านการค้าต่างประเทศให้เหมาะสม มีการส่งเสริม ปกป้องให้ SMEs เข้าถึงได้ มีการปรับตัวชี้วัดทูตพาณิชย์ พร้อมสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นในตลาดยุทธศาสตร์ รวมทั้งจัดให้มีการเจาะลึกตลาดที่มีศักยภาพ ทั้งรายพื้นที่ รายสินค้า เพื่อลดอุปสรรคและหาโอกาสให้ผู้ประกอบการ

พร้อมระบุว่า ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างนโยบายที่เตรียมไว้สำหรับผู้ประกอบการคือการเร่งปราบทุนผูกขาด ทุนเทา ปรับบทบาทให้รัฐเป็นพี่เลี้ยง และเอาจริงในการทำให้ผู้ประกอบการไทยแสวงหาโอกาสกลับมาลุกขึ้นยืนได้ เราต้องการรัฐบาลที่เอาจริงในการเข้าใจปัญหา ลงไปดูในรายละเอียด และต้องมีเจตจำนงแท้จริงในการแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการไทย

การแก้ไขปัญหา ทุนเทาครองเมือง และการทำให้ ทุกธุรกิจแข่งขันได้ อย่างเป็นธรรมนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

พรรคประชาชนชี้ทางออก: แก้ปัญหาทุนเทาครองเมือง

พรรคประชาชนได้เสนอนโยบายที่น่าสนใจหลายประการในการแก้ปัญหาทุนเทาครองเมือง และส่งเสริมให้ทุกธุรกิจแข่งขันได้ หนึ่งในนั้นคือ การแก้ไขกฎหมายให้มีความเป็นธรรมและทันสมัย เพื่อให้ทุกธุรกิจสามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ พรรคยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ดังนั้น การแก้ปัญหา ทุนเทาครองเมือง และทำให้ ทุกธุรกิจแข่งขันได้อย่างแท้จริง จึงเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันผลักดัน เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง

ที่มา – พรรคประชาชนแนะแก้ปัญหาทุนเทาครองเมือง แก้กฎหมายให้เป็นธรรม ทุกธุรกิจแข่งขันได้

“ธรรมนัส” สั่ง อ.ต.ก. ลำเลียงข้าวช่วยชาวหาดใหญ่

“ธรรมนัส” สั่ง อ.ต.ก.ลำเลียงข้าว–น้ำดื่ม โดยใช้เครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ช่วยชาวหาดใหญ่ประสบอุทกภัย ย้ำ รัฐบาลเร่งบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนทุกช่องทาง

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการด่วนให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างเร่งด่วน

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ทำให้หลายครัวเรือนต้องติดค้างอยู่ในบ้านเรือน ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ร.อ.ธรรมนัส จึงได้สั่งการให้ “ธรรมนัส” สั่ง อ.ต.ก.ลำเลียงข้าว และน้ำดื่มโดยด่วนที่สุด

ในการนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้สั่งการให้ใช้ปฏิบัติการลำเลียงเสบียงทางอากาศ โดยได้รับความร่วมมือจากเครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยในเบื้องต้นได้มีการจัดส่งข้าวสารคุณภาพกว่า 1,500 กิโลกรัม และน้ำดื่มจำนวน 1,000 ขวด ไปยังศูนย์กระจายความช่วยเหลือในพื้นที่หาดใหญ่

“รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง และพร้อมที่จะสนับสนุนทุกวิถีทางเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

“ธรรมนัส” สั่ง อ.ต.ก. ลำเลียงข้าวช่วยชาวหาดใหญ่

ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กำชับให้ อ.ต.ก. และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยให้ความสำคัญกับการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงการดูแลสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

การดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างจริงจัง และพร้อมที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงมือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ภารกิจเร่งด่วน: “ธรรมนัส” สั่ง อ.ต.ก. ลำเลียงข้าว

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับประชาชน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น

  • การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อให้ผู้ประสบภัยมีที่พักอาศัยที่ปลอดภัย
  • การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อดูแลสุขภาพของผู้ประสบภัย
  • การฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำ และการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

การที่ “ธรรมนัส” สั่ง อ.ต.ก.ลำเลียงข้าว ในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ที่มา – “ธรรมนัส” สั่ง อ.ต.ก.ลำเลียงข้าว–น้ำดื่ม ใช้เครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตรช่วยชาวหาดใหญ่ทุกทาง

คลีนชีตสำคัญ! อาร์เซนอล vs สเปอร์ส อาจสูสี

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับผมเมื่อดูฟุตบอลสมัยใหม่คือ รู้สึกเหมือนไม่มีใครให้ความสำคัญกับการป้องกันอย่างเหมาะสมอีกต่อไป

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีกได้พัฒนากลยุทธ์ที่เน้นการครองบอลมากขึ้น และโดยส่วนตัวและโดยรวม การป้องกันถูกจำกัดโดยความหมกมุ่นของเราในการเล่นฟุตบอล ‘ในทางที่ถูก’ อย่างไม่ต้องสงสัย

นั่นคือเหตุผลที่ผมคิดว่าสิ่งที่มิเกล อาร์เตต้าทำที่อาร์เซนอลนั้นยอดเยี่ยม เพราะถึงแม้ว่าการเล่นเกมรุกของพวกเขายังคงน่าทึ่ง แต่เขามองไปที่สถิติที่มีความสำคัญอย่างแท้จริงและเห็นว่าทีมที่ดีทั้งหมดสร้างขึ้นจากแนวรับ

วิธีที่ท็อตแนมเปลี่ยนแปลงภายใต้การคุมทีมของโธมัส แฟรงค์ในฤดูกาลนี้ ขึ้นอยู่กับแนวคิดเดียวกัน นั่นคือการหาจุดสมดุลระหว่างการทำประตูและการหยุดประตู และโค้ชทั้งสองเข้าใจถึงความสำคัญของโครงสร้างทีมทั้งในและนอกการครอบครองบอล

นั่นหมายความว่าวันอาทิตย์นี้อาจไม่ได้เห็นเกมที่มีการทำประตูสูงอย่างที่เราคุ้นเคยเมื่อสองทีมนี้เจอกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา – การแข่งขันมีค่าเฉลี่ยมากกว่าสามประตูต่อเกมในช่วงห้าฤดูกาลที่ผ่านมา – แต่มันคือศึกดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือ ดังนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้!

การป้องกันที่ดีไม่ใช่สิ่งที่แฟนๆ ชื่นชมเสมอไป แต่คุณเพียงแค่ต้องดูที่ด้านบนของตารางเพื่อดูว่าการมีแนวรับที่แข็งแกร่งนั้นสำคัญเพียงใด – ก่อนเกมสุดสัปดาห์นี้ ทีมหกอันดับแรกเสียไปเพียงประตูเดียวต่อเกมหรือน้อยกว่า

ผมชื่นชมสถิตินั้นเพราะเมื่อผมเริ่มต้นในการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อนานมาแล้ว ผมทำงานโดยยึดหลักว่า คลีนชีตสำคัญ! มีค่าเป็นสองเท่าของการทำประตู

โดยผมหมายความว่าทุกๆ คลีนชีตสำคัญ! โดยเฉลี่ยแล้ว จะทำให้ทีมได้รับ 2.4 แต้มต่อเกม ในขณะที่การทำประตูได้หนึ่งประตูในเกมหนึ่งทำให้คุณได้คะแนนเฉลี่ย 1.1 แต้ม

สถิติเหล่านั้นเป็นความจริงสำหรับสโต๊คในช่วงสามฤดูกาลแรกที่ยากลำบากของเราในพรีเมียร์ลีก เมื่อเราต้องการสร้างตัวเองในลีกสูงสุด

ระหว่างปี 2008-09 และ 2010-11 เราเก็บ คลีนชีตสำคัญ! ได้ 35 ครั้ง – 12 ครั้งในฤดูกาลแรก 14 ครั้งในฤดูกาลที่สอง และ 9 ครั้งในฤดูกาลที่สาม – ซึ่งทำให้เราได้รับคะแนนรวม 83 แต้ม หรือเฉลี่ย 2.37 แต้มต่อเกม

เมื่อมองในแง่นั้น มูลค่าที่แท้จริงของ คลีนชีตสำคัญ! สำหรับเรานั้นใกล้เคียงกับการทำสามประตูในเกมเดียว… และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในพรีเมียร์ลีกในตอนนี้ แม้ว่ามูลค่าของการทำประตูได้หนึ่งหรือสองประตูในเกมจะลดลง

ในความเป็นจริง เมื่อจำนวนประตูต่อเกมในพรีเมียร์ลีกเพิ่มขึ้น และจำนวน คลีนชีตสำคัญ! ลดลง แต่ละ คลีนชีตสำคัญ! มีค่ามากกว่าที่เป็นอยู่ในปี 2008

ในสมัยนั้น 70% ของคลีนชีตจะทำให้คุณชนะ ตอนนี้คือ 83%

คุณคงคิดว่าผู้คนจำนวนมากขึ้นจะดูข้อมูลนี้และเห็นว่าการป้องกันมีความสำคัญเพียงใด แต่กลับกลายเป็นการมุ่งเน้นไปที่รูปแบบการเล่นบางอย่าง ซึ่งผมเชื่อว่าเชื่อมโยงกับจำนวนประตูที่สูงขึ้นที่เราเห็นในพรีเมียร์ลีกเมื่อเทียบกับ 10 หรือ 15 ปีที่แล้ว

การเพิ่มขึ้นของฟุตบอลที่เน้นการครองบอลมีอิทธิพลอย่างมากต่อเกมอังกฤษ และมีผลกระทบอย่างมากต่อโค้ช ทีม และผู้เล่นรุ่นใหม่

พวกเขาถูกล้างสมองให้คิดว่ามันไม่ใช่แค่ ‘วิธีที่ถูกต้อง’ ในการเล่น แต่ยังเป็น ‘วิธีเดียว’ อีกด้วย – แต่มีข้อผิดพลาดมากมายในแนวทางนี้ และลำดับความสำคัญของผมแตกต่างออกไปมากเสมอ

การชนะการแข่งขันฟุตบอลคือการเก่งกว่าในทุกด้านของเกม แต่หลักการของผมคือหนึ่งในสามสุดท้ายคือพื้นที่ที่สำคัญที่สุด

ฟุตบอลสมัยใหม่ได้เบี่ยงเบนไปจากรูปแบบการเล่นแบบอังกฤษดั้งเดิมเมื่อผมอยู่ในเกม ซึ่งเป็นการส่งบอลไปข้างหน้าโดยตรงซึ่งกระตุ้นให้มีการเข้าสู่หนึ่งในสามสุดท้ายมากขึ้น มันสร้างการเล่นในแดนกลางน้อยลง แต่มีการดำเนินการโดยตรงมากขึ้นในทั้งสองกรอบเขตโทษ

แต่ฟุตบอลที่เน้นการครอบครองบอลได้กลายเป็นความหมกมุ่น โดยที่ทีมต่างๆ พร้อมที่จะเสี่ยงที่จะเล่นจากแนวรับเพื่อรองรับการรับรู้ถึงการเล่นฟุตบอล ‘ในทางที่ถูกต้อง’

ตอนนี้กองหลังใช้เวลาส่งบอลให้กันมากกว่าที่เคย ในความเป็นจริง การป้องกันในบางแง่มุมได้ถอยหลังไปอย่างมาก เนื่องจากโค้ชจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ มุ่งเน้นไปที่การครอบครองบอลเพียงอย่างเดียว

คลีนชีตสำคัญ!

กองหลังที่เล่นบอลจากแนวรับไม่ใช่เรื่องใหม่ – สิ่งที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็นคือ Mark Lawrenson และ Alan Hansen ในทีมลิเวอร์พูลที่ยิ่งใหญ่ในทศวรรษ 1980

ผมเป็นผู้เล่นในเวลานั้นและเป็นกองหลังด้วย – แม้ว่าจะไม่ใช่กองหลังที่เล่นบอลได้ดีก็ตาม! ผมตระหนักว่าถึงแม้ว่า Lawrenson และ Hansen จะเก่งเรื่องบอล แต่คุณสมบัติในการป้องกันของพวกเขาก็อยู่ในระดับสูงสุดเช่นกัน

ถ้าคุณมีผู้เล่นอย่างสองคนนั้น การเล่นในแดนของคุณเองก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่ คุณกำลังขอปัญหา เนื่องจากข้อมูลแสดงให้เห็น

ในฐานะผู้จัดการทีม ผมมีกองหลังที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอนในทุกสโมสรของผม และส่วนใหญ่มีความสามารถในการครองบอล

แต่ผมก็มีผู้เล่นที่เล่นบอลได้ดีอย่าง Matthew Etherington, Chris Brunt และ Yannick Bolasie ดังนั้นผมจึงต้องการให้ผู้คนส่งบอลให้พวกเขารวดเร็วที่สุด เพราะพวกเขาสามารถเล่นและสร้างสิ่งต่างๆ ได้

ผมต้องการให้เราเล่นผ่านสนาม ไม่ว่าจะเป็นการส่งบอลสั้นหรือส่งบอลยาว แทนที่จะเก็บลูกบอลไว้ลึกและดึงทีมเข้ามาหาเรา

ท็อตแนมภายใต้การคุมทีมของแฟรงค์ดูเหมือนจะมีแนวทางเดียวกัน ซึ่งแตกต่างอย่างมากจากวิธีที่พวกเขาเล่นภายใต้การคุมทีมของอังเก้ ปอสเตโคกลูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาถูกมองว่าใจร้อน และแทบจะไม่มีความสมดุลระหว่างการทำประตูและการเสียประตู

ตอนนี้พวกเขาเล่นในแดนของตัวเองน้อยลง และเสียโอกาสและประตูน้อยลง สองสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเท่าที่ผมกังวล

เมื่อดูจากสถิติที่ผ่านมา แฟรงค์ได้เพิ่มแนวทางที่เป็นประโยชน์มากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผลักดันให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่น่าสนับสนุนอย่างมากในตาราง

ทีมที่ดีทั้งหมดจะมีการป้องกันที่แข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งช่วยให้พวกเขาสะสมคลีนชีตและสร้างแพลตฟอร์มให้ประสบความสำเร็จ

งานใหญ่ของแฟรงค์คือการบรรลุความสมดุลเดียวกันระหว่างแนวรับและแนวรุกที่อาร์เซนอลมีในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อมั่นว่าเมื่อได้รับเวลาเท่ากับที่อาร์เตต้าอยู่ในทีมคู่แข่งที่ดุเดือดของพวกเขา เขาจะประสบความสำเร็จในการหามันให้เจอ

อาร์เซนอลพบความมั่นคงกับอาร์เตต้า ซึ่งรับหน้าที่ตั้งแต่ปี 2019 และสร้างทีมที่สามารถเล่นฟุตบอลที่ลื่นไหลได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อครองบอล แต่มีความแข็งแกร่งในการป้องกันมากจนทีมต่างๆ พบว่ามันยากมากที่จะทำลายพวกเขาได้

ความผิดพลาดสูงมีความเสี่ยงสูง

ฟุตบอลมีพื้นฐานหลายอย่าง แต่พูดง่ายๆ ว่าในฐานะทีม คุณต้องใส่บอลเข้าไปในประตูหนึ่งและเก็บมันไว้อีกประตูหนึ่ง!

ผมดูการวิเคราะห์หลังเกมมากมายที่ผู้เชี่ยวชาญประกาศหลังจากเหตุการณ์ว่าอะไรถูกต้องกับทีมที่ชนะและอะไรผิดกับทีมที่แพ้

พวกเขาถอดรหัสเกมด้วยหวีซี่ถี่เมื่อความจริงก็คือพวกเขาตัดสินใจจากความผิดพลาดในการป้องกันหรือการเล่นที่ดีในหนึ่งในสามสุดท้าย ซึ่งทั้งสองอย่างสร้างโอกาสในการทำประตู

มีสิ่งเหล่านั้นมากกว่าที่เคย – จำนวนประตูรวมที่ทำได้ในพรีเมียร์ลีกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยระหว่างปี 2010 ถึง 2020 แต่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงห้าปีที่ผ่านมา

สอดคล้องกับสิ่งนั้นคือการเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจของจำนวนประตูที่เสียไปในลักษณะเฉพาะ จากทีมที่เสียการครอบครองบอลในแดนของตัวเอง

อย่างที่ผมได้อธิบายไป ผมไม่ต้องการให้ทีมของผมเสี่ยงที่จะทำเช่นนั้นโดยพยายามส่งบอลสี่เหลี่ยมที่ด้านหลัง แต่พวกเขายังต้องสามารถป้องกันได้ดีเมื่อมันเกิดขึ้น

ในระดับสูงสุด ผู้เล่นมีความสามารถในการโต้กลับด้วยความเร็วสูง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เมื่อคุณครอบครองบอล คุณจะต้องไม่อนุญาตให้ทีมต่างๆ บุกเร็วผ่านคุณด้วยการเคลื่อนไหวสองหรือสามครั้งเมื่อพวกเขาแย่งบอลกลับคืนมา

ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่ทำงานกับผม ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ต่ำต้อยของผมในดิวิชั่นล่างไปจนถึงพรีเมียร์ลีก จะยืนยันถึงความมุ่งมั่นของผมที่ทีมของผมจะต้องมีโครงสร้างที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะมีบอลหรือไม่มีบอล

ผมสนุกกับการฝึกสอน 11 ต่อ 11 ในสนามฝึกซ้อม และผมมั่นใจว่าผมทำให้ผู้เล่นหลายคนของผมคลั่งไคล้ในการมุ่งเน้นไปที่รูปร่างของทีม

ผู้เล่นทุกคนที่ผมทำงานด้วยจะเข้าใจว่าบทบาทของพวกเขามีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้ทีมเป็นทีม และภายในชั่วโมงเหล่านั้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่องในองค์กรของเรา หนึ่งในพื้นที่ที่ผมมุ่งเน้นเป็นพิเศษคือการจัดเตรียมอย่างดีเบื้องหลังการเล่นเกมรุกของเรา

มีการเน้นย้ำเสมอว่าถ้าเราเตรียมตัวถูกต้อง เราจะสามารถแย่งบอลกลับคืนมาได้ แต่ยังสามารถหยุดคู่ต่อสู้จากการโต้กลับเรา ซึ่งจากสถิติแสดงให้เห็นว่าสามารถสร้างความเสียหายอย่างมากให้คุณได้

คุณต้องป้องกันลูกตั้งเตะด้วย

อย่างที่ผมได้พูดถึง ในคอลัมน์ก่อนหน้า ประตูจากลูกตั้งเตะก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ดังนั้นสามัญสำนึกควรผลักดันให้โค้ชตระหนักว่า นอกเหนือจากความต้องการกลยุทธ์การป้องกันการเล่นโต้กลับแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องมีวิธีหยุดประตูจากลูกเตะมุม ฟรีคิก และทุ่ม

แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเกิดขึ้น มันทำให้ผมประหลาดใจที่โค้ชลูกตั้งเตะในปัจจุบันได้รับการยกย่องสำหรับประตูที่ทำได้ แต่ไม่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์สำหรับประตูที่เสียไปจากลูกตั้งเตะของทีมของเขา

เป็นสิ่งที่อาร์เซนอลและท็อตแนมได้จัดการในฤดูกาลนี้ แต่สำหรับอาร์เซนอล มันยังคงเป็นจุดอ่อนเมื่อคุณดูสัดส่วนของประตูที่พวกเขาเสียไปจากสถานการณ์เหล่านี้

การดูทีมป้องกันลูกตั้งเตะในวันนี้เป็นเรื่องน่าขบขันในบางครั้ง โดยผู้เล่นป้องกันหลายคนไม่ได้มองบอลที่กำลังส่งมาด้วยซ้ำ

ในเกือบทุกเกมที่ผมดู กรรมการสามารถและควรให้จุดโทษสำหรับการทำฟาวล์ที่กระทำต่อผู้เล่นที่โจมตี และหลักการทั้งหมดของการป้องกันสถานการณ์ตัวต่อตัวด้วยบอลที่เข้าสู่กรอบเขตโทษได้หายไป

ดูเหมือนว่าจะขาดความรู้ส่วนบุคคล และในหลายกรณี ขาดความกล้าหาญจากผู้เล่นในการป้องกันที่จะเสี่ยงตัวเองด้วยการท้าทายกองหน้า และผมเกรงว่านั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประตูมากมายที่เสียไปจากลูกตั้งเตะ

แนวรับที่ดีสามารถช่วยให้คุณอยู่รอดได้

สถิติการป้องกันของอาร์เซนอลดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ แต่ไม่ใช่แค่เมื่อคุณพยายามที่จะชนะสิ่งต่างๆ เท่านั้นที่การมีแนวรับที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญ

ในการแข่งขันสองครั้งที่ผ่านมา สามทีมที่ได้รับการเลื่อนชั้นกลับลงไปทันที โดยมีสถิติการป้องกันที่แย่ที่สุดสามอันดับแรก

ในฤดูกาลนี้ ซันเดอร์แลนด์เป็นอันดับสี่ร่วมกันสำหรับประตูที่เสียไป และเป็นอันดับสี่ เบิร์นลีย์อยู่อันดับที่ 18 ในขณะที่มีเพียงสามทีมเท่านั้นที่เสียประตูมากกว่าลีดส์ และดูว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนในตาราง

คุณมั่นใจได้เลยว่าทีมที่มีสถิติการป้องกันที่แย่ที่สุดจะอยู่ใกล้ด้านล่างในเดือนพฤษภาคมหน้า และสถิติข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการค้นหาความสมดุลระหว่างแนวรุกและแนวรับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะพยายามคว้าแชมป์หรือต่อสู้เพื่อหนีตกชั้น

คลีนชีตสำคัญ! จริงๆครับ

Tony Pulis was speaking to BBC Sport’s Chris Bevan.

ที่มา – ‘Clean sheets matter’ – why Arsenal v Spurs might be tighter than usual

ด่วน! 11.39 น. เกิด “แผ่นดินไหว” อันดามัน

เมื่อเวลา 11.39 น. วันนี้ เกิดเหตุ “แผ่นดินไหว” ขนาด 5.0 แมกนิจูด บริเวณหมู่เกาะอันดามัน ประเทศอินเดีย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีประชาชนชาวไทยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนหรือไม่

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานเหตุการณ์ “แผ่นดินไหว” ดังกล่าว โดยระบุว่าจุดเกิดเหตุอยู่ที่พิกัด 13.251° เหนือ 95.827° ตะวันออก มีความลึกประมาณ 10 กิโลเมตร

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น พบว่าจุดศูนย์กลางของ “แผ่นดินไหว” อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 371 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างไกลจากประเทศไทยพอสมควร อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยากำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประเมินสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

11.39 น. เกิด “แผ่นดินไหว” ขนาด 5.0 บริเวณหมู่เกาะอันดามัน ลึก 10 กิโลเมตร

ผลกระทบจากแผ่นดินไหวขนาด 5.0 แมกนิจูดนั้น โดยทั่วไปแล้วไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงในพื้นที่ที่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลาง อย่างไรก็ตาม การสั่นสะเทือนอาจรับรู้ได้ในบริเวณใกล้เคียง และอาจทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวลในหมู่ประชาชน

ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้คำแนะนำประชาชนให้ติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหวอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ “แผ่นดินไหว” อันดามัน

สถานการณ์ “แผ่นดินไหว” ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว แม้จะไม่สูงเท่าบางประเทศ แต่ก็จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

  • การเสริมสร้างความแข็งแรงของอาคารและสิ่งก่อสร้าง
  • การฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
  • การพัฒนาระบบเตือนภัยและแจ้งเตือนล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ

หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทุกคน ควรมีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหว เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผ่นดินไหว สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา www.earthquake.tmd.go.th ซึ่งมีการอัปเดตข้อมูลล่าสุดอย่างต่อเนื่อง

การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์แผ่นดินไหว และการเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและมั่นใจในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ที่มา – 11.39 น. เกิด “แผ่นดินไหว” ขนาด 5.0 บริเวณหมู่เกาะอันดามัน ลึก 10 กิโลเมตร

ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก: ปรับทัพทีมสื่อสาร

พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าปรับปรุงทีมสื่อสารครั้งใหญ่! ล่าสุดได้ทำการแต่งตั้ง 4 รองโฆษกฝีมือดีเข้ามาเสริมทัพ พร้อมดึง “ศิริภา อินทวิเชียร” อดีตทีมงาน “ชวน หลีกภัย” กลับมาร่วมงานอีกครั้ง นอกจากนี้ “เจะอามิง” ยังลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อปลุกพลัง “หัวใจสีฟ้า” ในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศแต่งตั้งรองโฆษกชุดใหม่ เพื่อเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนให้ดังก้องมากยิ่งขึ้น โดยประกอบด้วย 4 ท่าน ได้แก่:

  1. อภิมุข ฉันทวานิช
  2. จิรวัฒน์ จังหวัด
  3. ศิริภา อินทวิเชียร
  4. ณัฐกานต์ ชูชนะ

ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะส่งต่อทุกเสียงและความคิดเห็นของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจทางการเมืองที่สะท้อนความต้องการของทุกคนอย่างแท้จริง เพราะเชื่อมั่นว่าการสื่อสารที่ดีต้องเริ่มต้นจากการรับฟัง และทุกเสียงจะต้องถูกนำเสนออย่างถูกต้อง

ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก: ปรับทัพทีมสื่อสาร

พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง การปรับปรุงทีมสื่อสารและแต่งตั้งรองโฆษกใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้พรรคฯ สามารถเข้าถึงและเข้าใจปัญหาของประชาชนได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“เจะอามิง” ปลุกพลัง “หัวใจสีฟ้า” เปิดพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ขณะเดียวกัน นายเจะอามิง โตะตาหยง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ได้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญเพื่อส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ในงาน “ผู้นำเยาวชนจิตอาสา หัวใจสีฟ้า 3 จังหวัดชายแดนใต้และจังหวัดสตูล” ณ โรงแรมอ่าวมะนาวรีสอร์ท อ.เมือง จ.นราธิวาส

นายเจะอามิง กล่าวถึงเยาวชนกลุ่มนี้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมุ่งมั่นตั้งใจจริง โดยไม่รอการชี้นำ แต่พร้อมที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า จิตอาสาไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เพียงเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราตั้งใจทำ เช่น การยิ้มให้คนข้างๆ การช่วยเหลือเพื่อน หรือการทำสิ่งดีๆ เพื่อชุมชน

“คนรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นเพียงอนาคตของชาติ แต่เป็นพลังสำคัญในปัจจุบันที่โลกต้องการมากที่สุด หัวใจสีฟ้า ของพรรคประชาธิปัตย์ในกิจกรรมนี้ ถูกนิยามว่าเป็น หัวใจที่ใสบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ และไม่ยอมแพ้ ผมเชื่อว่าประเทศไทยจะดีขึ้นได้ ถ้าคนรุ่นใหม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาลงมือทำ” นายเจะอามิงกล่าว

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนหลักการสำคัญของจิตอาสาที่มุ่งเน้นการทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนหรือมีวาระซ่อนเร้นใดๆ แสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการขยายฐานการมีส่วนร่วมทางการเมืองและสังคมไปยังกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเน้นการสร้างความภาคภูมิใจในความตั้งใจของตนเองว่า ไม่ต้องใหญ่ ไม่ต้องดัง แค่จริงใจ…ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบเล็กๆ ของเราได้

การที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจิตสำนึกของเยาวชนให้เป็นผู้ให้และช่วยเหลือผู้อื่น สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาและการมีส่วนร่วมของเยาวชน จึงเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนในอนาคต

การปรับทัพทีมสื่อสารของพรรคประชาธิปัตย์และการมุ่งเน้นการทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการรับฟังและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่และการผลักดันประเด็นทางสังคมที่สำคัญ จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้พรรคฯ สามารถก้าวไปข้างหน้าและสร้างประโยชน์สุขให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก นอกจากปรับทัพทีมสื่อสารแล้วยังมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมกับประชาชนในทุกระดับ

ที่มา – ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก ปรับทัพทีมสื่อสาร-“เจะอามิง” ปลุกพลัง “หัวใจสีฟ้า” ชายแดนใต้

“กลิ่นเงินเทา” ปกคลุม? ไทยสร้างไทยชี้วิกฤติ!

โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ชี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติหนัก 3 ด้าน ทำให้ “กลิ่นเงินเทา” มาแทน “หอมกลิ่นความเจริญ” เผยพรรคเตรียมเปิดแคมเปญแก้ปัญหาประเทศครบระบบเร็ว ๆ นี้

วันที่ 23 พ.ย. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ โดยระบุว่าปัญหาต่าง ๆ กำลังปะทุออกมาหลายด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและมีการประชุมหารือแนวทางการทำงานกันทุกวัน ทั้งในกลุ่มคณะทำงานเดิมและสมาชิกใหม่ที่ทยอยเข้ามาร่วมกับพรรคอย่างต่อเนื่อง

หลังปี 2566 การเมืองบิดเบี้ยว

นายปริเยศกล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญวิกฤตขนาดนี้เพราะการเมืองที่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง นับตั้งแต่หลังการเลือกตั้งปี 2566 เป็นต้นมา จากนักการเมืองงูเห่า สู่นักการเมืองสแกมเมอร์ นักการเมืองถูกตั้งคำถามไม่ว่าจะเป็นคดีฉ้อโกง การค้ามนุษย์ หรือปัญหาทางจริยธรรมต่าง ๆ และพยายามเข้ามาใช้สภาเป็นพื้นที่ฟอกภาพลักษณ์ ส่งผลให้การคอร์รัปชันขยายตัวจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประวัติการณ์ ซึ่งถือเป็นอันตรายต่อความเชื่อมั่นของประเทศอย่างมาก

“กลิ่นเงินเทา” ปกคลุม

 นายปริเยศระบุว่า ด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างต่อเนื่อง หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นจนเป็นภาระหนัก ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและ SME ไทยกลับเข้าไม่ถึงแหล่งทุน แต่ในทางกลับกันกลุ่มทุนสีเทาและธุรกิจนอมินีกลับสามารถเข้ามาดำเนินกิจการได้อย่างอิสระ ทั้งยังใช้ช่องว่างต่าง ๆ ฟอกเงินและแย่งอาชีพของคนไทย ทำให้จากเดิมที่สังคมคาดหวังตอนจบเลือกตั้ง 2566 ว่าจะได้ “หอมกลิ่นความเจริญ” กลับกลายเป็น “กลิ่นเงินเทา” ที่ปกคลุมเศรษฐกิจไทยแทน

การศึกษาล้าหลัง

ในส่วนของคุณภาพชีวิตประชาชน โฆษกพรรคชี้ว่า ปัญหากำลังเกิดขึ้นในทุกมิติ ทั้งระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ ระบบสาธารณสุขที่เริ่มส่อเค้าล้มเหลว ระบบการศึกษาที่ล้าหลัง และโครงสร้างประชากรที่ผิดเพี้ยนจนส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปัญหาเหล่านี้ผูกโยงเป็นเครือข่ายเดียวกันและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากยังปล่อยให้การเมืองดำเนินต่อไปในรูปแบบเดิม ประชาชนไทยอาจหมดโอกาสในการลืมตาอ้าปาก เพราะประเทศกำลังถูกครอบงำโดยกลุ่มนักการเมืองไร้คุณภาพและทุนสีเทาที่ผูกผลประโยชน์ร่วมกัน

ทำทุกวิธีขัดขวางความเลวร้าย

โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ยืนยันว่า พรรคจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่านี้ พร้อมเตรียมนำเสนอแนวทางการเมืองชุดใหม่ที่จะใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนถึงทางออกของประเทศ พรรคยังเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกสาขาอาชีพ ทั้งนักการเมืองรุ่นใหม่ คนทำงานมืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญ หรือแม้แต่นักการเมืองคุณภาพที่ถูกจำกัดบทบาทจากกลุ่มทุนอิทธิพล สามารถเข้ามาร่วมงานกับพรรคได้ เพื่อร่วมกันต่อสู้และพาประเทศหลุดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้

เตรียมประกาศนโยบาย

นายปริเยศกล่าวด้วยว่า พรรคมั่นใจว่าจะมีแนวร่วมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่แม้แต่นักการเมืองที่ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศก็กำลังถูกบดบังด้วยอำนาจของทุนสีเทา พรรคไทยสร้างไทยจึงขอให้ประชาชนรอติดตามการประกาศสำคัญที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ และเชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย

“กลิ่นเงินเทา” ปกคลุมประเทศไทยจริงหรือ?

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตจริงหรือไม่ และ “กลิ่นเงินเทา” ที่โฆษกพรรคไทยสร้างไทยกล่าวถึงนั้นมีอยู่จริงมากน้อยแค่ไหน? การที่เงินทุนสีเทาเข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจนั้นส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไปอย่างไร?

ปัญหาที่ต้องจับตามอง: “กลิ่นเงินเทา” กับอนาคตประเทศไทย

การที่ “กลิ่นเงินเทา” เข้ามาแทนที่ความเจริญนั้นเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองที่บิดเบี้ยว เศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม หรือระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ ปัญหาเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาประเทศในระยะยาวทั้งสิ้น

ผลกระทบที่มองเห็นได้ชัดเจน:

  • การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม: กลุ่มทุนสีเทาสามารถเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสได้มากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย
  • การคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้น: เงินสีเทาเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญของการคอร์รัปชัน
  • ความเสื่อมถอยทางจริยธรรม: การที่สังคมยอมรับเงินสีเทาเป็นการบ่อนทำลายคุณค่าและความซื่อสัตย์

ทางออกที่เป็นไปได้:

  • การปฏิรูปการเมือง: สร้างระบบการเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
  • การส่งเสริมเศรษฐกิจที่เป็นธรรม: สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและ SME
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด: ปราบปรามการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

จริงอยู่ที่การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม แต่หากเราไม่เริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้ อนาคตของประเทศไทยก็อาจจะถูกปกคลุมไปด้วย “กลิ่นเงินเทา” ไปอีกนาน

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างสังคมไทยที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาหอมกลิ่นความเจริญอีกครั้ง ร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของพวกเราทุกคน

ที่มา – โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ชี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติหนัก 3 ด้าน ทำให้ “กลิ่นเงินเทา” มาแทนความเจริญ

เมืองคอนเช้านี้อ่วม ฝนตกหนัก! เตือนรับมือน้ำท่วม

เช้านี้สถานการณ์น่าเป็นห่วง! เมืองคอนเจอกับ “ฝนตกหนัก” อีกระลอก ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขัง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง

เมืองคอนเช้านี้อ่วม “ฝนตกหนัก” อีกรอบ

สถานการณ์ล่าสุดในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนสายกระโรม บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันหัวอิฐ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ฝั่งขาออกเมือง กลับมามีน้ำท่วมขังบนถนนในระดับสูงอีกครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก

สาเหตุหลักของสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มาจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำในคลองต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงบ้างแล้วก็ตาม สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชต้องออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังน้ำท่วมรอบที่ 2 อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ประชาชนต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างไร?

เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและทรัพย์สิน ควรเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” และน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นดังนี้

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
  • เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน และอุปกรณ์สื่อสาร
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมอพยพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค

สถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่เกิดขึ้นในเมืองคอนในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การมีสติและความรอบคอบในการติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวเมืองคอนทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี อย่าลืมดูแลสุขภาพกายและใจให้เข้มแข็ง และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบากนะครับ

ที่มา – เมืองคอนเช้านี้อ่วม “ฝนตกหนัก” อีกรอบ เตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่วมอีกรอบ