วัน: 25 พฤศจิกายน 2025

ฮันนาห์ แฮมป์ตัน คว้ารางวัลนักฟุตบอลหญิงแห่งปี BBC

ฮันนาห์ แฮมป์ตัน ผู้รักษาประตูจากเชลซีและทีมชาติอังกฤษ ได้รับการโหวตให้เป็นนักฟุตบอลหญิงแห่งปีของ BBC ประจำปี 2025 หลังจากมีผลงานโดดเด่นตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ

แฮมป์ตันมีส่วนช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์ระดับประเทศถึงสามรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเก็บคลีนชีตได้ 13 ครั้งจากการลงเล่น 22 เกมใน Women’s Super League

และหลังจากก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติอังกฤษ แฮมป์ตัน วัย 25 ปี ก็เซฟจุดโทษได้สองครั้งในการดวลจุดโทษตัดสินกับสเปน ทำให้ทีมสิงโตคำรามคว้าแชมป์ยูโร 2025

อเลสเซีย รุสโซ่ เพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษ จบอันดับที่สอง และไอทาน่า บอนมาติ จากสเปน ได้อันดับที่สามจากการโหวตของประชาชน

ผู้เล่นชาวสเปนอย่าง ปาตรี กุยฮาร์โร และ มาริโอน่า คัลเดนเตย์ ก็เป็นผู้ท้าชิงที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วยโค้ช ผู้เล่น ผู้บริหาร และนักข่าว โดยพิจารณาจากผลงานในช่วง 12 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 ถึงสิงหาคม 2025

“ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้รับรางวัลนี้เลย เมื่อพิจารณาจากผู้เล่นที่ได้รับการเสนอชื่อคนอื่นๆ” แฮมป์ตัน กล่าวกับ BBC Sport

“ฉันคิดว่าพวกเขาทุกคนมีปีที่น่าทึ่งมาก”

แฮมป์ตันเป็นผู้รักษาประตูคนที่สองที่ได้รับรางวัลนี้ ต่อจากแมรี่ เอียร์ปส์ อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษที่ได้รับรางวัลในปี 2023

‘มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อฉัน’

แฮมป์ตันตกเป็นเป้าของสื่อเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อเอียร์ปส์ ซึ่งอำลาทีมชาติไปหลังจากเสียตำแหน่งมือหนึ่งให้กับแฮมป์ตัน กล่าวถึงเธอในอัตชีวประวัติของเธอ

เอียร์ปส์กล่าวว่า ซาริน่า วีคแมน ผู้จัดการทีมสิงโตคำราม ได้ให้รางวัลแก่ “พฤติกรรมที่ไม่ดี” โดยเรียกแฮมป์ตันกลับเข้าสู่ทีมในปี 2023 โดยอ้างว่าแฮมป์ตันถูกดร็อปเพราะ “ก่อกวนและไม่น่าไว้วางใจ”

เมื่อถูกถามถึงการตรวจสอบอย่างละเอียดที่เธอเผชิญในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แฮมป์ตันกล่าวว่า “ผู้คนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น ผู้คนสามารถพูดอะไรก็ได้ที่พวกเขาต้องการ มันขึ้นอยู่กับตัวฉันเองว่าฉันจะปล่อยให้สิ่งนั้นส่งผลกระทบต่อฉันหรือไม่ ฉันรู้แน่นอนว่ามันจะไม่ส่งผลกระทบต่อฉัน”

“ฉันจะไม่นั่งอยู่ตรงนี้และวิพากษ์วิจารณ์ผู้คนในสิ่งที่พวกเขาต้องพูด นั่นคือชีวิตของพวกเขา นั่นคือการตัดสินของพวกเขา ฉันแค่จะมุ่งเน้นไปที่ตัวเอง นั่นคือทั้งหมดที่ฉันทำได้”

“ฉันต้องการที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้นในเกมนี้ และฉันไม่สามารถจมปลักอยู่กับความคิดของผู้คนได้ นั่นจะขัดขวางฉัน ไม่ได้ช่วยฉัน”

จากตัวเลือกที่สองสู่ฮีโร่เซฟจุดโทษ

ทีมสิงโตคำรามชนะการดวลจุดโทษสองครั้งระหว่างทางไปป้องกันแชมป์ยุโรปในสวิตเซอร์แลนด์ และการมีส่วนร่วมของแฮมป์ตันก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง

หลังจากที่อังกฤษกลับมาจากการตามหลังสวีเดน 2-0 เสมอกัน 2-2 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เธอเซฟจุดโทษได้สองครั้งในการดวลจุดโทษที่ยาวนานและชนะไป 3-2

และในรอบชิงชนะเลิศกับสเปน ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 แฮมป์ตันปฏิเสธทั้งคัลเดนเตย์และบอนมาติจากจุดโทษ ทำให้ทีมสิงโตคำรามคว้าชัยชนะ 3-1

“มันเป็นวิธีการตอบแทนทีมของฉัน พวกเขาช่วยกันวิ่งเป็นเวลา 120 นาทีเพื่อให้มาถึงจุดนี้ และพวกเขาช่วยป้องกันอย่างกล้าหาญในช่วงเวลาที่เราต้องการมันตลอดทั้งเกม” แฮมป์ตันกล่าว

“มันเป็นช่วงเวลาของฉันที่จะบอกว่า นี่คือสิ่งที่ฉันสามารถทำเพื่อพวกคุณได้ และช่วยให้เราบรรลุความฝันที่เราต้องการบรรลุตั้งแต่ที่เราเริ่มต้นแคมเปญยูโร”

“การได้สวมเสื้อทีมชาติอังกฤษเป็นช่วงเวลาที่พิเศษและน่าภาคภูมิใจ คุณไม่ควรประมาทมัน”

หลังจากเข้ามาแทนที่เอียร์ปส์ แฮมป์ตันเอาชนะแรงกดดันและความคาดหวังมหาศาลเพื่อช่วยให้อังกฤษป้องกันแชมป์ยุโรปในสวิตเซอร์แลนด์ได้

“ฉันรู้ว่าถ้าอังกฤษตกรอบเร็วกว่านี้ ฉันคงได้รับความสนใจมากขึ้น” เธอกล่าว

“ฉันแค่คิดว่า รู้ไหม ไปสนุกกับฟุตบอลของคุณ ฉันมักจะพูดเสมอว่าฉันเล่นได้ดีขึ้นเมื่อฉันสนุกกับมัน”

สิ่งที่ทำให้เรื่องแย่ลงไปอีกคือ แฮมป์ตันได้รับข่าวการเสียชีวิตของคุณปู่เพียงสองวันก่อนเริ่มการแข่งขัน

“เมื่อฉันได้รับข่าวเกี่ยวกับคุณปู่ของฉัน นั่นทำให้ฉันมีแรงผลักดันเป็นพิเศษที่จะไปแสดงให้ทุกคนเห็นว่าฉันทำอะไรได้บ้าง เพราะนั่นคือความฝันของเราด้วยกัน” เธอกล่าว

“ฉันคิดว่าผู้คนลืมไปว่าเราเป็นเพียงมนุษย์ เราทุกคนมีความรู้สึก เราทุกคนมีการต่อสู้ของเราเองที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากฟุตบอล นอกเหนือจากสนามฟุตบอล”

“คุณแค่ต้องมุ่งเน้นไปที่ตัวเองและทำให้ตัวเองก้าวต่อไปให้ได้ มันยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับฉันที่ต้องยอมรับการสูญเสียญาติที่คุณรักอย่างสุดซึ้งและคุณสนิทสนมมาก โดยที่ยังไม่ได้เศร้าโศกอย่างเต็มที่”

“แล้วคุณก็มีเรื่องอื่นๆ ทั้งหมดที่สุมเข้ามา มันไม่ได้ช่วยเสมอไปหรอก”

มันเป็นปีที่มีทั้งช่วงเวลาที่ดีและร้าย แต่แฮมป์ตันรู้สึกขอบคุณสำหรับการทำงานของผู้ที่มาก่อนเธอในการยกระดับผู้รักษาประตูหญิง

“มันยังไม่ค่อยซึมซับเท่าไหร่ ที่ผู้คนเรียกคุณว่ามือหนึ่งของอังกฤษ” แฮมป์ตันกล่าว

“มันเป็นตำแหน่งที่โดดเดี่ยว แต่มันก็คุ้มค่ามากเช่นกัน คุณสามารถเป็นฮีโร่ในช่วงเวลาหนึ่งก็ได้ และคุณก็สามารถเป็นผู้ร้ายในช่วงเวลาหนึ่งก็ได้”

“ผู้รักษาประตูก่อนหน้าฉัน คาร์ลี [เทลฟอร์ด], คาเรน [บาร์ดสลีย์], แมรี่ [เอียร์ปส์] แม้กระทั่งก่อนหน้านั้น พวกเขาได้เปลี่ยนการรับรู้ของผู้รักษาประตูหญิง”

ฮันนาห์ แฮมป์ตัน คว้ารางวัลนักฟุตบอลหญิงแห่งปี BBC

“ฉันเป็นเพียงอีกคนหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าช่วยเปลี่ยนวิธีการไปพร้อมกับคิอารา [คีตติ้ง] และแอนนา [มัวร์เฮาส์] ในตอนนี้”

“ผู้รักษาประตูหญิงได้รับการพัฒนาอย่างแน่นอน เรากำลังพยายามที่จะเปลี่ยนการรับรู้อย่างช้าๆ แต่แน่นอน”

เบน เฮนส์, เอลเลน ไวท์ และ เจน บีตตี กลับมาอีกครั้งในรายการ Women’s Football Weekly podcast สำหรับฤดูกาลใหม่ ตอนใหม่จะออกอากาศทุกวันอังคารทาง BBC Sounds นอกจากนี้ยังมีบทสัมภาษณ์และเนื้อหาเพิ่มเติมจาก Women’s Super League และอื่นๆ อีกมากมายใน Women’s Football Weekly feed

ฮันนาห์ แฮมป์ตัน แสดงให้เห็นถึงความ resilience และความุ่งมั่นในการก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ จนประสบความสำเร็จ การคว้ารางวัลนักฟุตบอลหญิงแห่งปี BBC เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถและความทุ่มเทของเธออย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เล่นรุ่นใหม่ให้เดินตามรอยเท้าของเธอต่อไป

ที่มา – Hampton voted BBC Women’s Footballer of the Year

แตนอาละวาด YAMAHA OX99-11 รถสปอร์ตยามาฮ่า!

Yamaha คือผู้ผลิตที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่เพียงแต่ในโลกยานยนต์ แต่ยังรวมถึงธุรกิจจักรยานยนต์ มารีน และเครื่องดนตรี Yamaha มีผลิตภัณฑ์มากมาย เช่น มอเตอร์ไซค์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ รถ UTV รถ ATV รถตะลุยหิมะ รถโกคาร์ท เรือเร็ว เจ็ตสกี Yamaha ยังเป็นผู้นำด้านเครื่องดนตรี เครื่องเสียง และเครื่องมือบันทึกเสียง ทุกวันนี้ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดมีผลงานหลากหลายเท่า Yamaha

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ Yamaha เคยสร้างเครื่องยนต์ให้รถสปอร์ต เริ่มจาก Toyota 2000GT รวมถึงเครื่องยนต์ 3S-GE Beam และ V10 ของ Lexus LFA โดยเฉพาะเครื่องยนต์สำหรับ Toyota และ Lexus นอกจากนี้ Yamaha ยังเคยร่วมงานกับ Volvo, Ford, Lotus รวมถึง Formula 1

คนที่ชอบมอเตอร์สปอร์ตใฝ่ฝันถึงรถฟอร์มูล่าวัน Yamaha สร้างประวัติศาสตร์ในวงการแข่งรถผ่าน Formula 1 และ F3000 ในปี 1988 Yamaha ร่วมมือกับ Zakspeed Formula Racing ก่อตั้งทีมแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ใช้ชื่อ West Zakspeed Yamaha Team แข่งขันด้วยรถแข่งที่ติดตั้งเครื่องยนต์ Yamaha OX88 DOHC V-8 5 วาล์ว 75 องศา 3,489 ซีซี สร้างกำลังได้มากกว่า 600 แรงม้า เปิดตัวในฤดูกาล 1989

หลังจากร่วมงานกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำและสร้างเครื่องยนต์สำหรับรถสูตร 1 แล้ว Yamaha ตัดสินใจสร้างรถยนต์สมรรถนะสูงของตนเองขึ้นมา โดยนำเครื่องยนต์ OX99 มาใช้ IDA ได้รับสัญญาจ้างให้ออกแบบรถยนต์รุ่นนี้ หลังจากนั้น โปรเจ็กต์รถแข่งในคราบรถถนนรุ่นนี้จึงถูกส่งไปที่ International Automotive Design (IAD) ในสหราชอาณาจักร

ปี 1992 IAD ออกแบบรถรุ่นใหม่ของ Yamaha เสร็จสิ้นภายใน 12 เดือน รถรุ่นนี้ตอบโจทย์ความต้องการของ Yamaha ได้ ตัวถังสไตล์รถสูตร 1 แสดงให้เห็นถึงความบ้าระห่ำของ Yamaha เพียงแค่มองดู แตนอาละวาด YAMAHA OX99-11 ก็รู้ได้ทันทีว่ามันเป็นเครื่องจักรสุดโหดที่เหมาะสำหรับการแข่งขันในสนามแข่งมากกว่า แต่ OX99-11 กลับถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานบนท้องถนนโดยเฉพาะ มีการสร้างรถต้นแบบขึ้นมาสามคัน

หลังจากนั้นเกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับงบประมาณ ทำให้ Yamaha ต้องสร้างมันขึ้นมาเอง โครงการถูกส่งมอบให้กับ Ypsilon Technology ซึ่งเป็นแผนกแข่งรถของ Yamaha ทำหน้าที่ในการสร้างและซ่อมบำรุงรถแข่ง Formula One ช่างและวิศวกรมีเวลาเพียงแค่หกเดือนในการทำให้โครงการนี้เสร็จสมบูรณ์

แต่แรก Yamaha ต้องการให้รถมีสองที่นั่งและยังคงการออกแบบในสไตล์รถแข่งเอาไว้ วิธีแก้ปัญหาคือให้มีตำแหน่งที่นั่งแบบเรียงแถวคล้ายเครื่องบินขับไล่ แต่รถต้นแบบที่ออกมากลับเป็นรถที่นั่งเดี่ยว ที่นั่งอยู่ตรงกลางเหมือนรถแข่ง Formula One ช่องระบายอากาศและการออกแบบต่างๆ เพิ่มการไหลของอากาศเพื่อสร้างแรงกดและการระบายความร้อน OX99-11 ใช้โครงสร้างที่นั่งเดี่ยว ใต้ตัวถังมีโครงสร้างแบบเดียวกับรถแข่ง Brabham Formula One บานประตูเปิดได้ด้านเดียว ภายในเรียบง่ายสุดๆ สำหรับรถแข่งที่ใช้บนถนน มีพวงมาลัยแบบฐานตัด สวิตช์เปิดปิดต่างๆ และแผงหน้าปัดแบบรถแข่ง

ปี 1991 Yamaha พัฒนาเครื่องยนต์ V12 รุ่นใหม่สำหรับทีม Brabham Formula One เครื่องยนต์ V12 มีกำลัง 560 แรงม้า ถูกปรับลดกำลังเหลือ 400 แรงม้า แต่ยังคงเร่งได้ถึง 10,000 รอบต่อนาที Yamaha ปรับจูนการตอบสนองของเครื่องยนต์ เป็นไปตามกฎหมาย เครื่องยนต์ V12 พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่งกำลังไปที่ล้อหลัง 100%

การผสมผสานระหว่างแผงตัวถังน้ำหนักเบา แชสซี และเครื่องยนต์ ทำให้รถคันนี้มีน้ำหนัก 1,100 กิโลกรัม กำลัง 400 แรงม้า เทียบตัวเลขแรงม้าต่อน้ำหนักแล้วสูสีกับ McLaren F1

น่าเสียดายที่ แตนอาละวาด YAMAHA OX99-11 ไม่เคยไปถึงสายการผลิต งบประมาณมหาศาลที่จ่ายให้กับ IAD ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงมาก เครื่องยนต์ Formula One V12 ก็ไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในสายการผลิตเช่นกัน นอกจากนี้ OX99-11 ยังคลอดออกมาในช่วงที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นตกต่ำสุดขีด

รถต้นแบบทั้งสามคันที่สร้างด้วย IAD ยังคงอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ และ Yamaha ก็ภูมิใจกับมัน บางโครงการก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่บางโครงการก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า รถที่ประสบความสำเร็จและได้ไปต่อก็คือ Toyota Supra, Nissan GTR, Mitsubishi 3000GT และรถยนต์ JDM อื่นๆ

ทุกวันนี้ แนวคิดเทคโนโลยี Formula One สำหรับใช้งานบนท้องถนนนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป รถยนต์ไฮเปอร์คาร์หลายรุ่นได้นำวิศวกรรมแนวนี้มาใช้กับรถสปอร์ตที่ขับใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย แต่รถอย่าง แตนอาละวาด YAMAHA OX99-11 นั้นลืมตาดูโลกมาก่อนหน้านานแล้ว แต่ดันโผล่ออกมาในเวลาที่ไม่ใช่เท่านั้นเอง ตัวอย่างความล้มเหลวในยุคนั้นก็คือ Mazda และแผนกรถหรู Amati แต่ต่างจาก Mazda ตรงที่ Yamaha ดูเหมือนจะเฉลิมฉลองให้กับ OX99-11

Yamaha วางแผนที่จะผลิต OX99-11 ประมาณ 20 ถึง 30 คันต่อปี ที่โรงงาน Brabham ในประเทศอังกฤษ ราคาขายอยู่ที่ 800,000 ดอลลาร์ เมื่อตลาดพังทลายและเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย เศรษฐีส่วนใหญ่ไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินจำนวนมาก หลังจากโครงการนี้ Yamaha ล้มเลิกความพยายามที่จะผลิตยานพาหนะแบบอื่นจนถึงปี 2013

ในปี 2013 Yamaha เปิดตัวรถแนวคิด Sports Ride ออกแบบโดย Gordon Murray แต่รถคันนี้ยังคงเป็นเพียงยานยนต์ต้นแบบแนวคิด และไม่เคยก้าวข้ามไปยังสายการผลิต

Yamaha OX77

OX77 เป็นเครื่องยนต์เบนซินกระบอกสูบรูปตัววี แบบ V8 ความจุ 3.0 ลิตร พัฒนาและสร้างโดย Yamaha สำหรับการแข่งขันฟอร์มูล่า 3000 โดยเฉพาะการแข่งขันชิงแชมป์ในรายการ Japanese Formula 3000 ระหว่างปี 1987 ถึง 1988 เครื่องยนต์รุ่นนี้พัฒนามาจากเครื่องต้นแบบ Cosworth DFV Yamaha OX77 ชนะการแข่งขันชิงแชมป์ Japanese Formula 3000 ในปี 1988 โดยนักแข่ง Aguri Suzuki

Yamaha OX10A 3.5L V10 F1 เปิดตัวในปี 1993 เป็นเครื่องยนต์ที่เคยโลดแล่นอยู่ในโลกของการแข่งรถสูตร 1 ออกแบบโดย Yamaha OX10A เป็นเครื่องยนต์แบบ V10 ปริมาตรความจุ 3.5 ลิตร ผลิตกำลังได้ประมาณ 700-800 แรงม้า

เครื่องยนต์ Yamaha OX11C ปี 1997 เป็นเครื่องยนต์ V10 ความจุ 3.5 ลิตร สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการแข่งขันฟอร์มูล่าวันสำหรับทีม Tyrrell Yamaha OX11C ผลิตกำลังได้ประมาณ 750-800 แรงม้า ที่ 15,500 รอบต่อนาที

เครื่องยนต์ Yamaha F1 ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเฉลียวฉลาดและองค์ความรู้ทางวิศวกรรมอันหลากหลายของ Yamaha

แตนอาละวาด YAMAHA OX99-11 รถสปอร์ตยามาฮ่า!

การที่ Yamaha กล้าที่จะสร้าง แตนอาละวาด YAMAHA OX99-11 ขึ้นมา ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการผลิตจริง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ไม่เหมือนใคร

ที่มา – แตนอาละวาด YAMAHA OX99-11 รถสปอร์ตซูปเปอร์คาร์ยามาฮ่า!

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ดอกไม้หลากสีสัน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 พบกับความงดงามตระการตาแห่งพรรณไม้จากทั่วอาเซียน เปลี่ยนเมืองเหนือให้กลายเป็นสวนดอกไม้สุดอลังการ

สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งสีสันและความงามของเมืองเหนือในฤดูหนาว กับงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จังหวัดเชียงราย งานสุดยิ่งใหญ่ที่รังสรรค์บรรยากาศแห่งความสดชื่นและความงดงามของพรรณไม้จากทั่วอาเซียน ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและกลิ่นหอมของดอกไม้ที่อบอวลทั่วเมือง สำหรับงานปีนี้จัดวันไหน ? รายละเอียดงานมีอะไรบ้าง ? พร้อมแล้วไปดูด้วยกันเลย

งานมหกรรม
ไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จัดวันไหน

          ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย แจ้งกำหนดการจัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 วันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก อบจ.เชียงราย และโซนอำเภอต่าง ๆ วันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนสาธารณะหนองหลวง อำเภอเวียงชัย และวัดถ้ำเสาหินพญานาค อำเภอแม่สาย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย ปี 2024

          ทั้งนี้ อบจ.เชียงราย ได้ปรับรูปแบบการจัดงานบางส่วน เพื่อร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย คืออะไร

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย คือ งานเทศกาลดอกไม้ระดับอาเซียนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในจังหวัดเชียงราย เพื่อแสดงความงดงามของพรรณไม้ ดอกไม้ และศิลปะการจัดสวนจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองเหนือที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของฤดูหนาว

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย
ภาพจาก : Narin Nonthamand / shutterstock.com

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย ปี 2024

          ทุกพื้นที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากดอกไม้นับพันชนิด พร้อมบรรยากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เชียงรายสวยที่สุดในรอบปี

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 กิจกรรม

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 แน่นอนว่ามีกิจกรรมรอให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกมากมาย ทั้งชมความงามแห่งดอกไม้, แชะภาพสวยทุกมุม, ชิมอาหารท้องถิ่นรสเด็ด, ช้อปผลิตภัณฑ์ชุมชน และอื่น ๆ มากมาย เช่น

         • สวนดอกไม้ 4 ฤดู – Summer / Rainy / Winter / Spring
         • นิทรรศการพระราชกรณียกิจ
         • งานศิลปะ – วัฒนธรรมล้านนา
         • ถนนคนเดินริมกก / โซน Food Truck / กาแฟ–ชาเชียงราย
         • วิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์กว่า 17 ชาติพันธุ์
         • ผลิตภัณฑ์ชุมชน และไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 เที่ยวช่วงไหนดี

          งานจะจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นเวลาที่เชียงรายมีอากาศเย็นสบายที่สุด ดอกไม้กำลังบานสะพรั่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนและสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเหนืออย่างแท้จริง

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ชวนคุณมาเก็บภาพประทับใจ เพลิดเพลินกับบรรยากาศสดชื่น และสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเชียงรายในฤดูหนาวก่อนจากลา ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบจ.เชียงราย โทรศัพท์ 0 5317 5333)

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา : https://travel.kapook.com/view296424.html

สุดวิกฤติ! ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วมวัดพุทธิการาม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ล่าสุดมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของชาวบ้านบริเวณวัดพุทธิการาม ซึ่งเป็นชุมชนกลางเมืองหาดใหญ่ ที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติอย่างหนักหน่วง ในคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังไต่สายไฟเพื่อหนีน้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านเรือน อีกทั้งอาหารและน้ำดื่มก็เริ่มขาดแคลน ทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ยังคงวิกฤติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณถนนพลพิชัย หน้าวัดพุทธิการาม (วัดปลักกริมใน) ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือ ระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านแล้ว ทำให้หลายชีวิตที่ติดค้างอยู่ภายในเริ่มขาดแคลนปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพอย่างหนัก

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Kang Namthip” ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นภาพชาย 3 คนกำลังไต่สายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งบริเวณด้านล่างถูกน้ำท่วมล้อมรอบ พร้อมข้อความบรรยายว่า “เห็นใจพวกเราด้วย อีกหลายชีวิตที่ยังรอความหวังที่จะออกไป น้ำขึ้นชั้น 2 แล้ว อาหาร น้ำ เริ่มหมด ช่วยด้วยค่ะ ติดต่อหน่วยไหนไม่ได้เลย ถนนพลพิชัย วัดพุทธิการาม หน้าวัดปลักกริมใน”

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังและความจำเป็นที่ทำให้ผู้ประสบภัยต้องตัดสินใจเสี่ยงชีวิต ไต่ไปตามสายไฟฟ้าที่ถูกตัดกระแสไฟแล้ว เพื่อพยายามออกจากพื้นที่ที่ถูกตัดขาดและขอความช่วยเหลือจากภายนอก แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลาเป็นเรื่องจริงและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลานี้แสดงให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังรอคอยความหวังในการอพยพและความช่วยเหลือจากหน่วยงานกู้ภัยและอาสาสมัคร เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระแสน้ำที่เชี่ยวแรง ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก จึงขอให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เร่งจัดส่งทีมกู้ภัยที่มีอุปกรณ์และยานพาหนะเฉพาะทางเข้าถึงพื้นที่วิกฤตินี้โดยเร็ว

ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา

ความยากลำบากนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น

ความช่วยเหลือที่จำเป็นสำหรับชาวบ้านที่ประสบภัย

สิ่งที่ชาวบ้านต้องการในขณะนี้ ไม่ใช่แค่เพียงอาหารและน้ำดื่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และที่พักอาศัยชั่วคราวที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การสนับสนุนด้านจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

มาตรการระยะยาวเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต:

  • การปรับปรุงระบบระบายน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • การสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม
  • การวางผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ
  • การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการรับมือกับภัยพิบัติ

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

การที่ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวัง และความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ

สถานการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความจำเป็นในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

ที่มา – ไม่มีทางเลือก ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา

เที่ยวดีมีคืน 2568 สรุปเงื่อนไขท่องเที่ยวลดหย่อนภาษีที่ต้องรู้ พร้อมเช็กชื่อเมืองรองมีจังหวัดไหนบ้าง

เที่ยวดีมีคืน 2568 เมืองหลัก-เมืองรองลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ครอบคลุมร้านอาหารไหม ต้องลงทะเบียนหรือไม่ มาเปิดรายละเอียดโครงการเที่ยวลดหย่อนภาษี 2568

เที่ยวดีมีคืน 2568 เมืองหลัก-เมืองรองลดหย่อนภาษีได้

กลับมาอีกครั้งกับโครงการเที่ยวไทยลดหย่อนภาษี ภายใต้ชื่อ “เที่ยวดีมีคืน 2568” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เช่นเคย อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้ เงื่อนไขของโครงการมีรายละเอียดที่แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ จึงควรศึกษาให้เข้าใจก่อนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568 และมาตรวจสอบกันว่า เมืองรองมีจังหวัดอะไรบ้าง

เที่ยวดีมีคืน คืออะไร เริ่มวันไหน

เที่ยวดีมีคืน คือโครงการท่องเที่ยวลดหย่อนภาษี ที่ให้ประชาชนและนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศไทย ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 มายื่นใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568  

เที่ยวดีมีคืน 2568 ใครใช้สิทธิได้บ้าง

  • บุคคลธรรมดาที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2568
  • นิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

เที่ยวดีมีคืน 2568 ใช้ลดหย่อนภาษีปีไหน

          สามารถใช้ลดหย่อนภาษีปีนี้ (2568) โดยยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569

เที่ยวดีมีคืน 2568 ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร

เที่ยวดีมีคืน

สำหรับบุคคลธรรมดา

  • เที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด และบางอำเภอของเมืองหลัก ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า
  • เที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

          โดยนำค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

  • 10,000 บาทแรก ใช้ได้ทั้งใบกำกับภาษีทั้งแบบกระดาษและแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
  • 10,000 บาทหลัง ใช้หลักฐานแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น (e-Tax Invoice)

ตัวอย่าง

  • เที่ยวเมืองรอง จ่าย 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท
  • เที่ยวเมืองหลัก จ่าย 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า คือ 20,000 บาท

สำหรับนิติบุคคล เช่น บริษัท ห้าง ร้าน

          สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการจัดอบรมสัมมนาในประเทศ เช่น ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง มาหักรายจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท ดังนี้

  • เมืองรอง 2 เท่า
  • เมืองหลัก 1.5 เท่า 

          จุดสำคัญสำหรับนิติบุคคลคือ ต้องใช้ใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น ยกเว้นค่าขนส่งสามารถใช้ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ได้

ตัวอย่าง

  • ค่าใช้จ่ายจากการจัดสัมมนาในเมืองรอง 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า คือ 40,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายจากการจัดสัมมนาในเมืองหลัก 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท

เที่ยวดีมีคืน 2568 
ใช้กับโรงแรม-ร้านอาหารได้ไหม

เที่ยวดีมีคืน

สำหรับบุคคลธรรมดา

ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้คือ 

  • ค่าที่พักโรงแรม รีสอร์ท 
  • ค่าที่พักโฮมสเตย์ที่ได้รับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ dot.go.th    
  • สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
  • ค่าบริการของร้านอาหาร ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และค่าบริการ Service Charge 

         โดยต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้น และสามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

สำหรับนิติบุคคล

ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิได้ ประกอบด้วย 

  • ค่าใช้จ่ายห้องสัมมนา ค่าห้องพัก 
  • ค่าขนส่ง 
  • รายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้าง 
  • ค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว

          ทั้งนี้ หากจัดอบรมสัมมนาทั้งในเมืองหลักและเมืองรองในครั้งเดียวกัน ให้หักรายจ่ายที่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใด แต่ถ้าไม่สามารถแยกได้ ให้นำมาหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

เมืองรองมีจังหวัดไหนบ้าง

          จังหวัดเมืองรองที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้มากกว่าเมืองหลัก ประกอบด้วย 55 จังหวัด และบางพื้นที่ของเมืองหลัก 15 จังหวัด ดังนี้

 เที่ยวดีมีคืน 2568

ภาคเหนือ

  • เมืองรอง : เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่, ลำปาง, ลำพูน, อุตรดิตถ์, แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, พิจิตร, ตาก, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, สุโขทัย, กำแพงเพชร และอุทัยธานี
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • เชียงใหม่ : อำเภอกัลยาณิวัฒนา, อำเภอไชยปราการ, อำเภอดอยเต่า, อำเภอดอยสะเก็ด, อำเภอดอยหล่อ, อำเภอพร้าว, อำเภอแม่แจ่ม, อำเภอแม่แตง, อำเภอแม่วาง, อำเภอแม่อาย, อำเภอเวียงแหง, อำเภอสะเมิง, อำเภอสันทราย, อำเภอสันป่าตอง, อำเภอสารภี, อำเภออมก๋อย และอำเภอฮอด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • เมืองรอง : กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุบลราชธานี และเลย
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • ขอนแก่น : อำเภอกระนวน, อำเภอเขาสวนกวาง, อำเภอโคกโพธิ์ไชย, อำเภอชนบท, อำเภอชุมแพ, อำเภอซำสูง, อำเภอน้ำพอง, อำเภอโนนศิลา, อำเภอบ้านไผ่, อำเภอบ้านฝาง, อำเภอบ้านแฮด, อำเภอเปือยน้อย, อำเภอพระยืน, อำเภอพล, อำเภอภูผาม่าน, อำเภอภูเวียง, อำเภอมัญจาคีรี, อำเภอเวียงเก่า, อำเภอแวงน้อย, อำเภอแวงใหญ่, อำเภอสีชมพู, อำเภอหนองนาคำ, อำเภอหนองเรือ, อำเภอหนองสองห้อง และอำเภออุบลรัตน์
    • นครราชสีมา : อำเภอแก้งสนามนาง, อำเภอขามทะเลสอ, อำเภอขามสะแกแสง, อำเภอคง, อำเภอครบุรี, อำเภอจักราช, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอชุมพวง, อำเภอโชคชัย, อำเภอด่านขุนทด, อำเภอเทพารักษ์, อำเภอโนนแดง, อำเภอโนนไทย, อำเภอโนนสูง, อำเภอบัวลาย, อำเภอบัวใหญ่, อำเภอบ้านเหลื่อม, อำเภอประทาย, อำเภอปักธงชัย, อำเภอพระทองคำ, อำเภอพิมาย, อำเภอเมืองยาง, อำเภอลำทะเมนชัย, อำเภอวังน้ำเขียว, อำเภอสีคิ้ว, อำเภอสีดา, อำเภอสูงเนิน, อำเภอเสิงสาง, อำเภอหนองบุญมาก และอำเภอห้วยแถลง

ภาคกลาง และภาคตะวันตก

  • เมืองรอง : ชัยนาท, ราชบุรี, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี และอ่างทอง  
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • กาญจนบุรี : อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา อำเภอบ่อพลอย อำเภอพนมทวน อำเภอเลาขวัญ อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา 
    • ประจวบคีรีขันธ์ : อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์, อำเภอกุยบุรี, อำเภอทับสะแก, อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย
    • เพชรบุรี : อำเภอบ้านลาด และอำเภอหนองหญ้าปล้อง
    • พระนครศรีอยุธยา : อำเภอท่าเรือ, อำเภอนครหลวง, อำเภอบางซ้าย, อำเภอบางบาล, อำเภอบางปะหัน, อำเภอบ้านแพรก, อำเภอผักไห่, อำเภอภาชี, อำเภอมหาราช, อำเภอลาดบัวหลวง, อำเภอวังน้อย, อำเภอเสนา, อำเภออุทัย
    • สระบุรี : อำเภอแก่งคอย, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอดอนพุด, อำเภอบ้านหมอ, อำเภอวังม่วง, อำเภอวิหารแดง, อำเภอหนองแค, อำเภอหนองแซง และอำเภอหนองโดน

ภาคตะวันออก

  • เมืองรอง : ตราด, จันทบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว 
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • ฉะเชิงเทรา : อำเภอคลองเขื่อน อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น และอำเภอสนามชัยเขต
    • ชลบุรี : อำเภอเกาะจันทร์ อำเภอบ่อทอง อำเภอบ้านบึง อำเภอพนัสนิคม อำเภอพานทอง และอำเภอหนองใหญ่
    • ระยอง : อำเภอเขาชะเมา, อำเภอนิคมพัฒนา, อำเภอบ้านค่าย, อำเภอบ้านฉาง, อำเภอปลวกแดง และอำเภอวังจันทร์

ภาคใต้

  • เมืองรอง : ชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, ระนอง, สตูล และยะลา 
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • กระบี่ : อำเภอเขาพนม อำเภอปลายพระยา และอำเภอลำทับ 
    • พังงา : อำเภอเมืองพังงา, อำเภอกะปง, อำเภอคุระบุรี, อำเภอทับปุด, อำเภอท้ายเหมือง, อำเภอเกาะยาว และอำเภอตะกั่วทุ่ง
    • สงขลา : อำเภอเมืองสงขลา, อำเภอกระแสสินธุ์, อำเภอคลองหอยโข่ง, อำเภอควนเนียง, อำเภอจะนะ, อำเภอเทพา, อำเภอนาทวี, อำเภอนาหม่อม, อำเภอบางกล่ำ, อำเภอระโนด, อำเภอรัตภูมิ, อำเภอสทิงพระ, อำเภอสะเดา, อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอสิงหนคร
    • สุราษฎร์ธานี : อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี, อำเภอกาญจนดิษฐ์, อำเภอคีรีรัฐนิคม, อำเภอเคียนซา, อำเภอชัยบุรี, อำเภอไชยา, อำเภอดอนสัก, อำเภอท่าฉาง, อำเภอท่าชนะ, อำเภอบ้านนาเดิม, อำเภอบ้านนาสาร, อำเภอพระแสง, อำเภอพุนพิน, อำเภอวิภาวดี และอำเภอเวียงสระ

เที่ยวดีมีคืน 2568 ต้องลงทะเบียนไหม

         โครงการนี้ไม่ต้องลงทะเบียนใด ๆ หากใครต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปจากโรงแรม หรือร้านอาหารที่ไปใช้บริการมาได้เลย โดยใช้ได้ทั้งแบบกระดาษ (เฉพาะ 10,000 บาทแรก) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ใช้ได้ 20,000 บาท)

ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว
ใช้หลักฐานอะไรบ้าง 

  • ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่ระบุชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนของผู้มีเงินได้ ระบุวัน เดือน ปีที่เข้าพักหรือรับบริการจากร้านอาหาร และจังหวัดที่พักหรือร้านอาหารตั้งอยู่ 
  • สามารถใช้ได้ทั้งแบบกระดาษ (เฉพาะ 10,000 บาทแรก) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ใช้ได้ทั้ง 10,000 บาทแรก และ 10,000 บาทหลัง)

          โดยนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษี 2568 ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ทั้งนี้ หากเป็นใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลจะปรากฏในระบบของกรมสรรพากรโดยไม่ต้องแนบเอกสารหลักฐาน

ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวไทย
ได้เงินคืนเท่าไหร่

          เที่ยวดีมีคืน 2568 สำหรับบุคคลธรรมดาสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (เมืองหลัก 1 เท่า) และ 30,000 บาท (เมืองรอง 1.5 เท่า) ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าเราจะได้เงินคืนเท่าไหร่ ต้องนำมาคำนวณตามอัตราภาษีที่ต้องจ่ายอีกที ดังนี้ 

เที่ยวดีมีคืน

   หมายความว่าจะได้รับเงินภาษีคืนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของตัวเอง เช่น ถ้ามีฐานภาษี 5% หากใช้จ่ายท่องเที่ยวเมืองรอง 20,000 บาท จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท ดังนั้นจะได้เงินภาษีคืน 1,500 บาท

          ต่างจากคนที่มีฐานภาษี 35% หากไปเที่ยวเมืองรองแล้วใช้จ่ายสูงสุด 20,000 บาท ก็จะได้เงินคืนภาษีสูงสุด 10,500 บาทเลยทีเดียว

รวมคำถามเที่ยวดีมีคืน 2568

เที่ยวดีมีคืน

เที่ยวดีมีคืนใช้จังหวัดตัวเองได้ไหม

          จากเงื่อนไขที่ระบุไว้ไม่ได้กำหนดว่าห้ามใช้สิทธิในจังหวัดที่ตรงกับทะเบียนบ้าน ดังนั้นจึงสามารถใช้สิทธิในจังหวัดของตัวเองได้

ถ้าเที่ยวหลายจังหวัดทั้งเมืองหลัก เมืองรอง จะคำนวณอย่างไร

สมมติว่านาย A ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาได้เดินทางไปหลายจังหวัด ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ดังนี้

          1. พักในโรงแรมของเมืองรอง 6,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบกระดาษ
          2. ค่าอาหารในเมืองรอง 4,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
          3. พักในโรงแรมของเมืองหลัก 5,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบกระดาษ
          4. พักในโรงแรมของเมืองหลัก 7,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

          สามารถคำนวณแยกได้ดังนี้

ส่วนที่ 1 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบกระดาษ 10,000 บาทแรก

  • คือข้อ 1+ข้อ 3 เท่ากับ 6,000+5,000 = 11,000 บาท แต่แบบกระดาษหักภาษีได้เพียง 10,000 บาทเท่านั้น จึงต้องหักออก 1,000 บาทจากข้อ 3 เหลือ 4,000 บาท
  • ดังนั้นเหลือวงเงินมาคำนวณคือ ข้อ 1 เมืองรอง 6,000 บาท (1.5 เท่า) และข้อ 3 เมืองหลัก 4,000 บาท (1 เท่า) รวมเป็น (6,000*1.5)+(4,000*1) = 13,000 บาท

ส่วนที่ 2 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (10,000 บาทหลัง)

  • คือข้อ 2+ข้อ 4 เท่ากับ 4,000+7,000 บาท = 11,000 บาท มีส่วนเกินมา 1,000 บาท จึงหักออกจากข้อ 4 เหลือ 6,000 บาท 
  • ดังนั้นเหลือวงเงินมาคำนวณคือ ข้อ 2 เมืองรอง 4,000 บาท (1.5 เท่า) และข้อ 4 เมืองหลัก 6,000 บาท (1 เท่า) รวมเป็น (4,000*1.5)+(6,000*1) = 12,000 บาท

          รวมทั้งสองส่วน สามารถลดหย่อนภาษีได้ 13,000+12,000 = 25,000 บาท

ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ เช่น สุรา เบียร์ ไวน์ นำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ไหม

          สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้เหมือนค่าอาหารและเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ โดยร้านอาหารนั้นต้องจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

ร้านอาหารต้องอยู่ในโรงแรมที่พักหรือไม่

          ไม่จำเป็น สามารถรับประทานอาหารร้านใดก็ได้ที่อยู่ในระบบ VAT และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

ไม่พักโรงแรม แต่กินร้านอาหารในโรงแรมได้ไหม

        สามารถใช้สิทธิได้ หากร้านอาหารสามารถออกใบกำกับภาษีได้

ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ออก e-TAX ได้อย่างไร

          เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร etax.rd.go.th แล้วกรอกชื่อผู้ประกอบการหรือสถานประกอบการเพื่อค้นหา

          ใครที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและตั้งใจจะไปเที่ยวหน้าหนาวอยู่แล้ว แนะนำให้ศึกษาโครงการเที่ยวดีมีคืน 2568 เพื่อจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568 ที่จะยื่นแบบในต้นปี 2569 ได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดเงื่อนไข

ที่มา https://money.kapook.com/view296033.html

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว: เช็กด่วน! ไม่มีผลกระทบไทย

เมื่อเวลา 12:22 น. “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ได้ทำการตรวจสอบสถานการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 และยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง ข่าวด่วนสำหรับคนที่กำลังกังวลใจ!

จากกระแสข่าวลือเกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นใกล้ประเทศไทย ทำให้หลายคนเกิดความกังวลและสงสัยในความปลอดภัยของตนเองและคนที่รัก

วันนี้ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12:22 น. ทาง“กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่า ตามที่มีรายงานข่าวเรื่อง “แผ่นดินไหว 25 พ.ย. 68 ไทยใกล้ศูนย์กลาง สถานการณ์โลกสั่นไม่หยุด” นั้น ทางกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวได้ทำการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว และพบว่าไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงเวลาที่ระบุไว้ สบายใจหายห่วงกันได้เลย!

แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ทางเพจเฟซบุ๊ก Earthquake TMD ได้สรุปเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศและบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. ดังนี้:

  • ในประเทศไทย: ไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว
  • ใกล้เคียงประเทศไทย: มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ได้แก่
    • ขนาด 1.0 – 2.9 จำนวน 2 ครั้ง
    • ขนาด 3.1 – 3.9 จำนวน 1 ครั้ง
    • ขนาด 4.0 – 4.9 จำนวน 1 ครั้ง

ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย แต่การติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์แผ่นดินไหวอยู่เสมอ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ยืนยันสถานการณ์ล่าสุด

สถานการณ์แผ่นดินไหวเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวรับมือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหวเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม มาเตรียมความพร้อมกันดีกว่า!

ทำไมต้องติดตามข้อมูลจากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว

การติดตามข้อมูลจาก “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำเกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหว ทำให้เราสามารถรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ยังมีการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงของแผ่นดินไหวในแต่ละพื้นที่ ทำให้เราสามารถทราบถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และควรให้ความสำคัญในการเตรียมพร้อมเป็นพิเศษ

การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ช่วยลดความตื่นตระหนกและป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิดในสังคม

ดังนั้น การติดตามข้อมูลจาก “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” จึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหว และสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์แผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เรียนรู้วิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจาก “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรักนะครับ

ที่มา – “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว” ตรวจสอบแผ่นดินไหว ยันไม่มีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบไทย

สทนช. เตือน! ฝนตกหนักภาคใต้รอบ 300 ปี

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ล่าสุด “เลขาธิการ สทนช.” ได้ออกมาเตือนให้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าระดับน้ำสูงเกินตลิ่งกว่า 2 เมตร และยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ฝนตกหนักในรอบ 300 ปี ที่ระบบจัดการน้ำที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับได้ทัน

“เลขาธิการ สทนช.” เผยฝนหนักภาคใต้รอบ 300 ปี

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีความแตกต่างจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลางและภาคเหนือ เนื่องจากระบบจัดการน้ำของสงขลาเป็นการใช้คลองระบายน้ำเป็นหลัก

นายดนุชา กล่าวว่า สถานการณ์ในครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ เนื่องจากมีปริมาณฝนตกสะสมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในอำเภอสะเดา ทำให้คลอง ร.1 ซึ่งมีความสามารถในการรองรับน้ำได้เพียง 1,200 ลูกบาศก์เมตร ไม่สามารถรองรับปริมาณฝนสะสมที่สูงถึง 880 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงได้ นอกจากนี้ ยังมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่โดยรอบ ทำให้ระบบคลองในพื้นที่ไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปริมาณฝนหนักในรอบ 300 ปี ทำสถานการณ์ทวีความรุนแรง

“เลขาธิการ สทนช.” ยอมรับว่า ปริมาณน้ำฝนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือว่าหนักมากในรอบ 300 ปี และได้แนะนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำในอนาคตว่า จำเป็นต้องขุดลอกคลอง ร.1 ให้ลึกขึ้น และขยายคลองอู่ตะเภา เพื่อรองรับสถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในอนาคต แม้จะไม่บ่อยนัก

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือในพื้นที่อย่างเต็มที่ และยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศเตือนว่า จะมีฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ต่อไป

จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่าระดับน้ำริมตลิ่งในช่วงเวลา 11:00-13:00 น. ของวันนี้ ได้เพิ่มสูงขึ้นอีก 2 เมตร 20 เซนติเมตร เนื่องจากมีปริมาณฝนตกหนักในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง และประชาชนในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

การแก้ไขปัญหาระยะยาวจำเป็นต้องมีการวางแผนจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกคลอง การสร้างอ่างเก็บน้ำ หรือการปรับปรุงระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นไปอย่างยั่งยืน และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

“เลขาธิการ สทนช.” ย้ำว่า ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยหากจำเป็น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและครอบครัว

แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ครั้งนี้จะรุนแรง แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ และเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่รุนแรงและคาดเดาได้ยากมากขึ้น การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

ที่มา – “เลขาธิการ สทนช.” รับฝนตกหนักภาคใต้รอบ 300 ปี ขอเฝ้าระวังต่อเนื่อง หลังน้ำสูงเกินตลิ่งกว่า 2 เมตร

ไขปมร้อน คุกวีไอพี รมว.ยธ. สอบเส้นเงิน

“พล.ต.ท.รุทธพล” ย้ำปมร้อนคุกวีไอพี สั่ง “ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ – เลขานุการ” ออกราชการแล้ว ไม่มีคนตำแหน่งสูงกว่านี้ รู้แล้วห้องรับรองก่อสร้างปรับปรุงเมื่อไหร่ ชี้ สอบเส้นทางเงินไปเยอะแล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความคืบหน้าเรื่อง ปมร้อนคุกวีไอพี ว่า เบื้องต้นอย่างที่ทราบได้ให้ออกจากราชการไว้ก่อน 2 ราย คือ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และเลขานุการผู้บัญชาการเรือนจำ ซึ่งรายละเอียดทางคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นได้เร่งสอบ รวมทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สอบคู่ขนาน โดยบ่ายวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 จะขอสรุปรายงานขึ้นมาอีกครั้งว่าทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมีใครบ้าง แต่เชื่อว่าจะตามจำนวนที่ได้นำเรียนเบื้องต้น เพียงแต่เรื่องนี้ต้องใช้พยานหลักฐานด้วย

ผู้สื่อข่าวถามต่อ มีตำแหน่งใหญ่กว่านี้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า “ไม่มี ยืนยันได้” จากนั้นเผยต่อถึงรายละเอียดการก่อสร้างห้องรับรองดังกล่าว ว่า เราทราบแล้วว่าก่อสร้างเมื่อไหร่ เสร็จเมื่อไหร่ ปรับปรุงเมื่อไหร่ รายละเอียดอยู่ในการสืบสวนของดีเอสไอและคณะกรรมการ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ซึ่งนี่คือประเด็น ถ้าสรุปได้แล้วจะชี้แจงให้ทราบว่าห้องนี้ปรับปรุงเมื่อไหร่ เสร็จสิ้นเมื่อไหร่ เมื่อถามย้ำว่าก่อนรัฐบาลนี้นานหรือไม่ รมว.ยุติธรรม ตอบว่า เดี๋ยวอยู่ในรายละเอียด ขอสรุปอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าวันที่ 28 พ.ย. จะมีการเปิดตัวละครเพิ่มเติมจะมีทนาย หรือคนนอกอีกหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า รายละเอียดเรื่องยังไม่ทราบ ขอรับทราบจากทางคณะกรรมการ และดีเอสไอ ก่อน เมื่อถามว่า มีการเรียกร้องให้เปิดเส้นทางการเงินว่าโอนให้ใครบ้าง พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เรื่องนี้ทำมาค่อนข้างเยอะแล้ว เมื่อถามย้ำว่า คุกวีไอพี มีที่อื่นหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล ยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบคำถาม และเดินขึ้นตึกบัญชาการทันที

ไขปมร้อนคุกวีไอพี รมว.ยธ. สอบเส้นเงิน

จากกรณี ปมร้อนคุกวีไอพี ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมขณะนี้ หลายคนอาจสงสัยว่าเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร และใครคือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้บ้าง การสอบสวนหาความจริงในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีปมร้อนคุกวีไอพี

ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของคดี ปมร้อนคุกวีไอพี โดยได้สั่งให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และเลขานุการผู้บัญชาการเรือนจำ ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมทั้งเร่งให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นทำการสอบสวนอย่างละเอียด นอกจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังได้เข้ามาสอบคู่ขนานในเรื่องนี้อีกด้วย

การสอบสวนในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเส้นทางการเงินที่อาจมีการโอนให้แก่บุคคลต่างๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่าเรื่องนี้ได้ดำเนินการไปค่อนข้างเยอะแล้ว และจะมีการสรุปรายงานผลการสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568

แม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะยืนยันว่าไม่มีตำแหน่งที่ใหญ่กว่านี้เกี่ยวข้องกับ ปมร้อนคุกวีไอพี แต่สังคมก็ยังคงตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการดำเนินการต่างๆ ภายในเรือนจำ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือเรื่องของการก่อสร้างและปรับปรุงห้องรับรองพิเศษภายในเรือนจำ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่าทราบแล้วว่ามีการก่อสร้างเมื่อไหร่ เสร็จเมื่อไหร่ และปรับปรุงเมื่อไหร่ แต่ขอให้รอการสรุปผลการสอบสวนอีกครั้งก่อนที่จะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด

เรื่องราว ปมร้อนคุกวีไอพี ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างใกล้ชิด การเปิดเผยความจริงและการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจภายในองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่มีอำนาจในการควบคุมและลงโทษ การมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งและโปร่งใสจะช่วยป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบได้

ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชน

ที่มา – ปมร้อนคุกวีไอพี รมว.ยธ. รู้แล้วห้องรับรองก่อสร้างปรับปรุงเมื่อไหร่ สอบเส้นเงินเยอะแล้ว

ป.ป.ท. สั่งเบรกสร้างท่อระบายน้ำ ไม่คุ้มค่า!

จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ทำการตรวจสอบโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย พบว่าโครงการดังกล่าวอาจไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้ต้องสั่งเบรกโครงการเพื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง เพราะเกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ป.ป.ท. เบรกสร้างท่อระบายน้ำ งบฯ กว่า 5 ล้านบาท หลังพบไม่เกิดประโยชน์กับชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ดร.โกวิทย์ ทรงคุณ กรรมการ สปท. ป.ป.ท. เปิดเผยว่า นายณรงวิทย์ สุวรรณสิทธิ์ ผอ.ปปท.เขต 6 พร้อมด้วย นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการวางท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมบ่อพัก บริเวณถนนราษอุทิศ หมู่ที่ 2-3 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นโครงการของเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ใช้งบประมาณสูงถึง 5,465,000 บาท

ประเด็นสำคัญที่ทำให้ ป.ป.ท. ต้องเข้ามาตรวจสอบ คือ มีชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้มีการทำประชาคมเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ และที่สำคัญคือ ชาวบ้านมองว่าโครงการนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์จริงจัง และอาจจะนำมาซึ่งปัญหาน้ำท่วมในอนาคตได้

ผลจากการตรวจสอบ พบว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างที่ควรจะเป็น ไม่มีการทำประชาคมในระดับหมู่บ้าน และไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่าโครงการนี้อาจจะสร้างผลกระทบมากกว่าผลดี และอาจจะไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไป

ข้อเสนอแนะจาก ป.ป.ท. ต่อกรณีการเบรกสร้างท่อระบายน้ำ

ทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้ให้ข้อเสนอแนะไปยังเทศบาลตำบลทุ่งหลวง ให้ดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและการบริการพัสดุภาครัฐอย่างเคร่งครัด โดยให้ผู้รับจ้างหยุดการก่อสร้างไว้ก่อน เพื่อรอการตรวจสอบอย่างละเอียด และให้อำเภอคีรีมาศในฐานะผู้กำกับดูแล ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การเบรกสร้างท่อระบายน้ำ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ

การเบรกสร้างท่อระบายน้ำในครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง ตระหนักถึงความสำคัญของการทำประชาคม และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ก่อนที่จะดำเนินโครงการใดๆ ก็ตาม เพราะท้ายที่สุดแล้ว โครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็ต้องตอบโจทย์ความต้องการ และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง หากละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชน ก็อาจจะนำไปสู่ปัญหา และความไม่คุ้มค่าในการใช้งบประมาณ เหมือนเช่นกรณีที่เกิดขึ้นนี้

การที่ ป.ป.ท. เข้ามาตรวจสอบและสั่งเบรกสร้างท่อระบายน้ำในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง เพราะแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ และความมุ่งมั่นในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่กัดกินสังคมไทยมาอย่างยาวนาน การตรวจสอบอย่างเข้มข้น และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเป็นแรงผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

ดังนั้น พวกเราทุกคนควรติดตามข่าวสาร และร่วมกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่า งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ จะถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – ป.ป.ท. เบรกสร้างท่อระบายน้ำ งบฯ กว่า 5 ล้านบาท หลังพบไม่เกิดประโยชน์กับชาวบ้าน