วัน: 25 พฤศจิกายน 2025

บขส.หยุดวิ่ง! **น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต** 6 เส้นทาง

สถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! วันนี้ (25 พ.ย.2568) เวลา 11.00 น. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จ.สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสตูลยังคงมีระดับน้ำท่วมสูง เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในพื้นที่ภาคใต้ รถโดยสารไม่สามารถนำส่งผู้โดยสารที่ปลายทางได้ จำนวน 6 เส้นทาง

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต บขส.จึงจำเป็นต้องประกาศหยุดเดินรถโดยสารชั่วคราวใน 6 เส้นทางที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและทรัพย์สิน ดังนี้

  • สายที่ 984 กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล
  • สายที่ 987 กรุงเทพฯ – ยะลา
  • สายที่ 988 กรุงเทพฯ – สตูล
  • สายที่ 992 กรุงเทพฯ – หาดใหญ่
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – ปัตตานี
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – สุไหงโกลก

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ในภาคใต้ยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมสูง การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

ผลกระทบต่อผู้โดยสารและการขอคืนตั๋ว

สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินรถในเส้นทางดังกล่าว บขส. ได้อำนวยความสะดวกให้สามารถติดต่อขอคืนตั๋วโดยสารได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือตรวจสอบสถานะการเดินรถได้ที่ Call Center 1490 ตลอด 24 ชั่วโมง

บขส. ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอให้ผู้โดยสารติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย และเส้นทางกลับสู่สภาวะปกติ บขส. จะเร่งดำเนินการเปิดให้บริการเดินรถโดยสารโดยเร็วที่สุด

ทาง บขส. จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการกลับมาให้บริการโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต ส่งผลกระทบต่อการเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้ทุกท่านวางแผนการเดินทางและตรวจสอบข้อมูลก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

สำหรับใครที่จำเป็นต้องเดินทางในช่วงนี้ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางกับ บขส. โดยตรง หรือติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ที่มา – น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! บขส. หยุดเดินรถโดยสารในพื้นที่ภาคใต้ 6 เส้นทางชั่วคราว

วิกฤต! **น้ำท่วมภาคใต้** แห่ถามหา ผบ.เหตุการณ์

โซเชียลแห่เป็นห่วง วิกฤติ “น้ำท่วมภาคใต้” หลายจังหวัด โดยเฉพาะ “น้ำท่วมสงขลา” ครั้งใหญ่ ประชาชนแห่ถามหา “ผบ.เหตุการณ์” วอนเร่งกำหนดวิธีการจัดการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น สงขลา, นครศรีธรรมราช, พัทลุง และตรัง สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์ก็ยังคงท้าทาย

ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ คลิปวิดีโอ และพิกัดของผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอความช่วยเหลือและรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ร่วมกันแชร์ข้อมูล บริจาคสิ่งของจำเป็น และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย “น้ำท่วมภาคใต้” ในครั้งนี้

หลายคนแสดงความเห็นใจและสะเทือนใจกับภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ และเกิดคำถามสำคัญว่า ใครคือ “ผบ.เหตุการณ์” หรือ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Commander: IC) ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ใครคือผู้บัญชาการเหตุการณ์ วิกฤต **น้ำท่วมภาคใต้**

หน้าที่ของผู้บัญชาการเหตุการณ์ (IC) มีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ภัยพิบัติเช่นนี้ IC จะต้องเป็นผู้วางแผน ควบคุม สั่งการ และประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว การมี IC ที่มีความสามารถและมีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

บทบาทสำคัญของ ผบ.เหตุการณ์

  • ประเมินสถานการณ์และความต้องการ
  • กำหนดเป้าหมายและวางแผนการปฏิบัติงาน
  • สั่งการและควบคุมการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ
  • ประสานงานกับหน่วยงานภายนอก
  • บริหารจัดการทรัพยากร
  • สื่อสารกับประชาชน

ความท้าทายที่สำคัญในการจัดการ “น้ำท่วมภาคใต้” คือ การเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและปลอดภัย การสื่อสารกับประชาชนที่อาจถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมและทั่วถึง รวมถึงการเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

นอกจากความช่วยเหลือจากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ แล้ว การช่วยเหลือซึ่งกันและกันของประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การแบ่งปันอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น การให้กำลังใจและการช่วยเหลือด้านจิตใจ เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยมีความเข้มแข็งและสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน การวางแผนการจัดการน้ำ การสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่ช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้

สถานการณ์ “น้ำท่วมภาคใต้” ในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความสามัคคีในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การมีผู้นำที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และการมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านทุกวิกฤตไปได้อย่างเข้มแข็ง

ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เสียสละและทุ่มเทในการให้ความช่วยเหลือ

ที่มา – สุดห่วง วิกฤต “น้ำท่วมภาคใต้” แห่ถามหา “ผบ.เหตุการณ์” เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

10 บิ๊กโปรเจกต์คมนาคม 3.8 แสนล้านส่อแท้ง

“พิพัฒน์” เปิด 10 บิ๊กโปรเจกต์คมนาคม 3.8 แสนล้าน ส่อแท้ง ชงครม.รัฐบาล “อนุทิน” ไม่ทัน หลังเตรียมประกาศยุบสภาชิ่งหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจ 12 ธ.ค.นี้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศจะยุบสภาก่อนเปิดประชุมไม่ไว้วางใจในวันที่ 12 ธันวาคมนี้นั้น เบื้องต้นคาดว่ามีหลายโครงการที่คาดว่าจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้

“สาเหตุที่มีการยุบสภาเร็วกว่ากำหนด เนื่องจากจะมีการเปิดประชุมสภาเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีการโหวตหรือชี้แจงไปอย่างไรก็คงไม่ชนะ เราไม่ได้กลัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เพราะเราเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย” นายพิพัฒน์ กล่าว

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่เสนอไม่ทันที่ประชุมครม.ในรัฐบาลนี้ จำนวน 10 โครงการ วงเงิน 387,286 ล้านบาท ประกอบด้วย

  • แพ็คเกจรถไฟฟ้าทุกสี ยกเว้นรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
  • ค่าผ่านทางพิเศษ (ทางด่วน) 50 บาทตลอดสาย

โครงการที่ส่อเเท้ง: 10 บิ๊กโปรเจกต์คมนาคม 3.8 แสนล้าน

นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ ที่น่าสนใจดังนี้:

  • โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 (Double Deck) ระยะทาง 20.09 กม. วงเงิน 34,800 ล้านบาท ที่ได้ข้อสรุปให้บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นผู้ก่อสร้าง
  • โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท
  • โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท
  • โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท
  • โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 81,143 ล้านบาท
  • โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,095 ล้านบาท 
  • โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222 ล้านบาท 
  • โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายนครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 54,562 ล้านบาท

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการที่คาดว่าทันในรัฐบาลชุดนี้ คือ นโยบายลดค่าครองชีพ โดยกระทรวงอยู่ระหว่างดำเนินการแพ็คเกจรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน เบื้องต้นจะนำร่องให้บริการรถไฟฟ้า 2 สาย ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง ตามขั้นตอนจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติภายในวันที่ 25 พ.ย.นี้ เนื่องจากมาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 พ.ย.2568

สรุป 10 บิ๊กโปรเจกต์คมนาคม 3.8 แสนล้าน ส่อแท้ง

การที่ 10 บิ๊กโปรเจกต์คมนาคม 3.8 แสนล้าน ส่อแท้ง นั้นสร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย เพราะโครงการเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจและการคมนาคม การที่โครงการเหล่านี้ต้องชะลอออกไปเนื่องจากการยุบสภา ย่อมส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศจะต้องเร่งพิจารณาและผลักดันโครงการเหล่านี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติโดยรวม

สถานการณ์ 10 บิ๊กโปรเจกต์คมนาคม 3.8 แสนล้าน ส่อแท้ง แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่สามารถส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่ได้ ดังนั้น รัฐบาลควรมีมาตรการในการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยทางการเมือง เพื่อให้โครงการสำคัญต่างๆ สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

อย่างไรก็ตาม นโยบายลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะแพ็คเกจรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ยังคงเป็นเรื่องที่น่าติดตามว่าจะสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่ หากนโยบายนี้สำเร็จ จะเป็นผลดีต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างมาก

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ 10 บิ๊กโปรเจกต์คมนาคม 3.8 แสนล้าน ส่อแท้ง เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และหวังว่ารัฐบาลใหม่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่อไป

ที่มา – “พิพัฒน์” เปิด 10 บิ๊กโปรเจกต์คมนาคม 3.8 แสนล้าน ส่อแท้ง ชงครม.รัฐบาล “อนุทิน” ไม่ทัน

กองทัพบก ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งอพยพ

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงน่าเป็นห่วง กองทัพบกจึงเร่งระดมยุทโธปกรณ์และกำลังพลเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน โดยมุ่งเน้นการอพยพผู้ที่อยู่ในพื้นที่วิกฤตเป็นอันดับแรก เสนาธิการทหารบกเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ว่า กองทัพบกได้ระดมเครื่องมือและทรัพยากรจากทุกกองทัพภาค สนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่คืนวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ยุทโธปกรณ์ที่ส่งลงพื้นที่ประกอบด้วย รถยกสูง เรือท้องแบน เรือยาง เฮลิคอปเตอร์ และกำลังพลที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำหรับประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่วิกฤตและไม่สามารถออกมาได้ กองทัพบกได้ระดมเครื่องมือที่มีอยู่ทั้งหมดในพื้นที่จนสุดความสามารถแล้ว และกำลังรอการสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนกลาง เนื่องจากเครื่องมือในพื้นที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

กองทัพบก ระดมยุทโธปกรณ์-กำลังพล ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งอพยพคนในพื้นที่วิกฤต

พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยมี พล.ต.ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 และ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ในพื้นที่เพื่อวางแผนและแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

กองทัพเร่งอพยพคนจากน้ำท่วมหาดใหญ่

ก่อนหน้านี้ มีข้อสังเกตว่าการบริหารจัดการในพื้นที่อาจยังไม่เป็นระบบ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในการขอความช่วยเหลือ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเน้นย้ำว่าการนำประชาชนออกจากพื้นที่วิกฤตเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความพร้อมเพรียงของทุกภาคส่วนในการรับมือกับภัยพิบัติ กองทัพบกได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในเรื่องของทรัพยากร แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ในที่สุด

ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่หน่วยงานราชการในพื้นที่ หรือสายด่วน 1111 เพื่อขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอพยพ การจัดหาอาหารและน้ำดื่ม หรือการดูแลสุขภาพเบื้องต้น การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก จะเป็นพลังสำคัญที่ทำให้เราก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้

สถานการณ์น้ำท่วมยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน

ที่มา – กองทัพบก ระดมยุทโธปกรณ์-กำลังพล ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งอพยพคนในพื้นที่วิกฤต

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ช่วยน้ำท่วมภาคใต้เย็นนี้

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง และเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เตรียมออกเดินทางในช่วงเย็นวันนี้ เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบ“น้ำท่วมภาคใต้” โดยมีภารกิจหลักในการลำเลียงสิ่งของจำเป็น และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เตรียมพร้อมช่วย “น้ำท่วมภาคใต้” ช่วงเย็นวันนี้

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ ได้เปิดเผยถึงความรุนแรงของสถานการณ์“น้ำท่วมภาคใต้” และความจำเป็นในการเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยกองทัพเรือได้สั่งการให้กองเรือยุทธการ จัดหน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกำลังพล และอากาศยาน เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงติดค้างอยู่ในพื้นที่ประสบภัย

ภารกิจเร่งด่วนของเรือหลวงจักรีนฤเบศร

  • ลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่เข้าถึงยาก
  • เคลื่อนย้าย–อพยพประชาชนออกจากจุดวิกฤตที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
  • สนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการฟื้นฟูเบื้องต้น และตรวจประเมินพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

หน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัยจะประกอบกำลังด้วย “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ซึ่งทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการลอยน้ำ พร้อมเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ และชุดปฏิบัติการพิเศษ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเรือจะลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปพร้อมกัน

กำหนดการออกเดินทางของ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 16.00 น. ความคืบหน้าเพิ่มเติมจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป

การที่“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” สามารถเป็นฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่กลางทะเล ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้รวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เฮลิคอปเตอร์ที่ประจำการบนเรือ สามารถเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถส่งกลับผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ยังสามารถเป็นศูนย์บัญชาการและประสานงาน ช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรและการกระจายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากภารกิจหลักในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว การปรากฏตัวของเรือหลวงจักรีนฤเบศร ยังเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก แสดงให้เห็นว่ากองทัพเรือและรัฐบาลไทย พร้อมให้ความช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก การมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทันท่วงที เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ที่มา – “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” กำหนดเดินทางช่วย “น้ำท่วมภาคใต้” ช่วงเย็นวันนี้

ด่วน! กระทุ้งรัฐ ช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก จึงขอกระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” เพราะหลายคนยังติดอยู่ภายในบ้านออกมาไม่ได้ ยอดผู้ได้รับผลกระทบพุ่งสูงถึง 697,231 คน

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาได้รายงานสถานการณ์อุทกภัย ณ เวลา 24.00 น. ของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 พบว่าจังหวัดสงขลายังคงเผชิญกับฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรง ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในทุกอำเภอของจังหวัด โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมถึง 16 อำเภอ

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวม 115 ตำบล ครอบคลุม 16 อำเภอ 823 หมู่บ้าน 200 ชุมชน คิดเป็น 270,906 ครัวเรือน หรือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 697,231 คน มีผู้ที่ต้องอพยพ 1,228 คน และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว 2 ราย สถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสที่สุดอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดา อำเภอรัตภูมิ อำเภอจะนะ และอำเภอนาหม่อม โดยหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมสูงและระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการล้นตลิ่งของคลองอู่ตะเภา ซึ่งส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมอำเภอสะเดา อำเภอคลองหอยโข่ง และขยายวงกว้างเข้าสู่เขตเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ สถานการณ์ยังคงวิกฤต ประชาชนได้อพยพแล้วกว่า 2,050 คน พบว่ามีผลกระทบสูงสุดถึง 104,917 ครัวเรือน หรือ 243,778 คน

กระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

ถึงแม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่สามารถอพยพออกจากบ้านได้ และยังคงรอคอยความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หลายคนกำลังประสบปัญหาโทรศัพท์มือถือแบตเตอรี่ใกล้หมด ทำให้กังวลว่าจะไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ ในขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ พร้อมทั้งแจ้งพิกัดที่ต้องการให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยด่วน

ความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลากำลังเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการคมนาคมที่ถูกตัดขาด ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก

สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาในครั้งนี้เป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะต้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

การประสานงานและความรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ หวังว่าทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อกระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” ให้ได้มากที่สุด

ที่มา – กระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” หลายคนยังออกจากบ้านไม่ได้

ระทึก! ทหารพลร่มอินโดฯ ร่มไม่กาง รอดตายหวุดหวิด

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญที่อินโดนีเซีย เมื่อทหารทหารพลร่มอินโดฯ ร่มไม่กางในการแสดงโชว์กระโดดร่ม ทำให้เขาร่วงกระแทกพื้นต่อหน้าผู้บังคับบัญชาระดับสูง เคราะห์ดีที่เขายังรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และจุดประกายให้เกิดการตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยในการฝึกทางทหาร

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่สนามบิน IMIP Private Airport ในจังหวัดสุลาเวสีกลาง ขณะที่กองทัพอินโดนีเซียกำลังจัดแสดงการฝึกกระโดดร่มต่อหน้า รัฐมนตรีกลาโหม ชาฟรี ชัมซุดดิน และผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก อากุส สุเบียนโต ทหารหลายนายกระโดดลงมาจากเครื่องบิน C-130 แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อร่มชูชีพของทหารรายหนึ่งไม่กางออก

จากวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นภาพทหารหลายนายกระโดดออกจากเครื่องบิน และร่มชูชีพของพวกเขากางออกอย่างสมบูรณ์ ยกเว้นทหารเพียงนายเดียวที่ร่มไม่กาง ทำให้ร่างของเขาร่วงลงสู่พื้นด้วยความเร็ว ท่ามกลางสายตาของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือทหารนายนั้นทันที และนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา

ทหารพลร่มอินโดฯ ร่มไม่กาง รอดตายปาฏิหาริย์

พลเรือโท เฟรดดี อาร์เดียนซาห์ ยืนยันว่า ทหารนายดังกล่าวได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุร่มชูชีพไม่กาง โดยขณะนี้สาเหตุของความขัดข้องยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่อาการของทหารนายนั้นดีขึ้นตามลำดับหลังได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

ความเสี่ยงในการฝึกกระโดดร่ม และมาตรฐานความปลอดภัย

เหตุการณ์ ทหารพลร่มอินโดฯ ร่มไม่กาง กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในอินโดนีเซีย โดยหลายคนตั้งคำถามถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการฝึกกระโดดร่มทางทหาร และมาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกซ้อม นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้กองทัพทบทวนมาตรการความปลอดภัย และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบอุปกรณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

การฝึกกระโดดร่มเป็นส่วนสำคัญของการฝึกทหารพลร่ม แต่ก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นการมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด และอุปกรณ์ที่ทันสมัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับทหาร

อุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการฝึกฝนและการเตรียมพร้อมอย่างรอบคอบ แม้ว่าทหารจะได้รับการฝึกมาอย่างดี แต่ความผิดพลาดก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นการมีแผนสำรอง และการตอบสนองที่รวดเร็วต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

เหตุการณ์ ทหารพลร่มอินโดฯ ร่มไม่กาง สะท้อนให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของทหารที่พร้อมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องประเทศชาติ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และสวัสดิภาพของทหารทุกคน

คุณคิดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกองทัพอย่างไร? ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย

ที่มา – ทหารพลร่มอินโดฯ ร่มไม่กาง ร่วงกระแทกพื้นกลางโชว์กระโดดร่ม รอดตายปาฏิหาริย์

เตือน! ภาคใต้ 6 จังหวัด ฝนตกหนักมาก

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกประกาศเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ให้เตรียมรับมือ ฝนตกหนักมาก ที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 จาก เว็บไซต์ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ 14 เน้นย้ำถึงสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นี้ โดยมีสาเหตุจากร่องมรสุมที่พาดผ่านอ่าวไทยตอนล่างและหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่และ ฝนตกหนักมาก ในบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

เตือน! ภาคใต้ 6 จังหวัด ฝนตกหนักมาก

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเฝ้าระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก ฝนตกสะสม และลมกระโชกแรงเป็นพิเศษ ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทย ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไปอีก 1 วัน เพื่อความปลอดภัย

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวังฝนตกหนักมากเป็นพิเศษ?

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในจังหวัดเหล่านี้ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ที่อาจเกิดขึ้น ขอแนะนำให้ประชาชนดำเนินการดังนี้:

  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ไฟฉาย ยา และอาหารแห้ง
  • ตรวจสอบและซ่อมแซมบ้านเรือนให้แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

สถานการณ์ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่การเตรียมพร้อมรับมือและการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

สุดท้ายนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้างในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนเช่นนี้ การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ที่มา – เตือนภาคใต้ 6 จังหวัด “ฝนตกหนักมาก” อาจทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

งวดนี้หวยสัญจร จ.กำแพงเพชร เลขเด็ดมาแรง!

เปิดแนวทาง “เลขเด็ด” หวยสัญจร จ.กำแพงเพชร งวด 1/12/68! แม่ค้าหวยบอก เลขวันเกิด-อายุ-ทะเบียนรถ ผู้ว่าฯ กำแพงเพชร แทบเกลี้ยงแผงแล้ว คอหวยแห่ซื้อเลขที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดกำแพงเพชรและผู้ว่าราชการจังหวัด

วันที่ 25 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ธ.ค. 2568 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเดินทางไปออกรางวัลสลากสัญจร ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์ราชการจังหวัดกำแพงเพชร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร

ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในต่างจังหวัด ได้เห็นขั้นตอนและวิธีการตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกรางวัลด้วยตนเอง จะได้ไม่หลงเชื่อข่าวลือเรื่องเลขเด็ด เลขหลุด เลขล็อกจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำการหลอกลวงต้มตุ๋นผ่านทางสังคมออนไลน์ และการส่งจดหมายแอบอ้างว่าสามารถให้ตัวเลขที่จะออกรางวัลได้

ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ภายในจังหวัดกำแพงเพชรนั้น เป็นไปด้วยความคึกคักเป็นอย่างมาก เนื่องจากชาวกำแพงเพชรจะได้สัมผัสบรรยากาศของการเสี่ยงโชคแบบใกล้ชิด

ทั้งนี้ เมื่อมาออกรางวัลถึงจังหวัดกำแพงเพชร บรรดาเลขเด็ดจากทั่วสารทิศที่เกี่ยวข้องกับจังหวัด ก็ถูกจับต้องเป็นตัวเลือกต้นๆ โดยมีคอหวยมาเลือกหาไปจนทำให้แต่ละแผงหมดเกลี้ยง บางแผงพอเหลือ บางแผงถึงกับต้องไปหามาเสริมกันเลยทีเดียว

ทางด้าน น.ส.อัญญารัตน์ จันทร์เพ็ญ อายุ 49 ปี แม่ค้าลอตเตอรี่ เผยว่า แนวทางเลขเด็ดที่มีคนมาถามหาในงวด 1 ธ.ค. 2568 เป็นเลขเกี่ยวกับจังหวัดกำแพงเพชรทั้งหมด ทั้งเลขจำนวนอำเภอ จำนวนตำบล

ทั้งนี้ โดยเฉพาะเลขที่เกี่ยวกับผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ไม่ว่าจะอายุผู้ว่าฯ 57 ปี วันเกิดผู้ว่าฯ วันที่ 11 ก.พ. 2511 และเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร คนที่ 60 ส่วนทะเบียนรถประจำตำแหน่ง คือ 3399, 55, 2442 และจวนผู้ว่าฯ บ้านเลขที่ 21 และเลขประจำจังหวัด 5

ขณะที่ น.ส.อินทิรา ฤทธิ์โพธิ์ อายุ 40 ปี แม่ค้าลอตเตอรี่ เผยว่า เลขมาแรงงวดนี้เป็นเลขเกี่ยวกับกำแพงเพชรเกือบทั้งหมด บางเลขก็หมดไปแล้ว บางเลขพอมีเหลือติดแผง ส่วนบางเลขต้องไปหาจากแผงอื่นมาเสริม

แต่งวดนี้นอกจากจะลุ้นเลขเด็ดกันแล้ว ส่วนใหญ่คนที่มาซื้อต่างบอกว่ามาซื้อเพราะลอตเตอรี่มีการพิมพ์ภาพน้ำตกคลองลาน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกำแพงเพชรลงไปด้วย จึงควรค่ากับการเก็บเป็นที่ระลึกเช่นกัน.

งวดนี้หวยสัญจร จ.กำแพงเพชร เลขเด็ดที่คอหวยตามหา!

การออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลสัญจรที่จังหวัดกำแพงเพชรในงวด 1 ธันวาคม 2568 นี้ สร้างความคึกคักให้กับบรรดาคอหวยเป็นอย่างมาก หลายคนต่างพากันหาซื้อเลขที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัด จนทำให้เลขดังๆ นั้นหมดเกลี้ยงแผงไปอย่างรวดเร็ว

เลขเด็ดเกี่ยวกับอะไรบ้างในงวดหวยสัญจร จ.กำแพงเพชร?

จากการสอบถามแม่ค้าลอตเตอรี่ในพื้นที่ ทำให้ทราบว่าเลขที่คอหวยตามหาในงวดนี้ ส่วนใหญ่เป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดกำแพงเพชร ไม่ว่าจะเป็นเลขจำนวนอำเภอ จำนวนตำบล หรือเลขที่เกี่ยวกับผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เช่น อายุ วันเกิด ทะเบียนรถประจำตำแหน่ง และบ้านเลขที่จวนผู้ว่าฯ

  • อายุผู้ว่าฯ: 57 ปี
  • วันเกิดผู้ว่าฯ: 11 ก.พ. 2511
  • ผู้ว่าฯ คนที่: 60
  • ทะเบียนรถ: 3399, 55, 2442
  • บ้านเลขที่จวนผู้ว่าฯ: 21
  • เลขประจำจังหวัด: 5

นอกจากนี้ ลอตเตอรี่งวดนี้ยังมีการพิมพ์ภาพน้ำตกคลองลาน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร ทำให้หลายคนซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดในงวดนี้ ลองพิจารณาเลขที่เกี่ยวข้องกับ หวยสัญจร จ.กำแพงเพชร ที่กล่าวมาข้างต้น เผื่อว่าจะเป็นแนวทางในการเสี่ยงโชคของคุณได้นะคะ อย่าลืม! เล่นอย่างมีสติ และขอให้โชคดีค่ะ!

ที่มา – งวดนี้หวยสัญจร จ.กำแพงเพชร คอหวยกว้านซื้อ “เลขเด็ด” ผู้ว่าฯ แทบเกลี้ยงแผงแล้ว