วัน: 29 พฤศจิกายน 2025

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว

กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 ประกาศเตือนว่าในช่วงวันที่ 29–30 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวเย็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภูที่จะมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง 5-11 องศาเซลเซียส สภาพอากาศเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวันของประชาชน ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับนี้เน้นย้ำถึงสถานการณ์อากาศหนาวเย็นที่จะยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งรวมถึงภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ การสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น การดื่มน้ำอุ่น และการพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

พายุ “โคโตะ” ไม่กระทบไทย แต่เหนือ-ใต้ยังหนาว

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้รายงานถึงพายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” ในทะเลจีนใต้ ซึ่งคาดว่าจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม และไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศหนาวเย็นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าที่จะมีหมอกลงหนาจัด ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในบริเวณที่มีหมอกหนา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรจากสภาพอากาศหนาวเย็น เช่น การคลุมดิน การให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และการใช้สารป้องกันความเสียหายจากความเย็นจัด

ในส่วนของภาคใต้ตอนบน กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเตือนถึงคลื่นลมแรงในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนบน โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และอาจสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อความปลอดภัย

สรุปได้ว่าในช่วงวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศเย็นถึงหนาวเย็น ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของตนเองและครอบครัว

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ การเตรียมตัวรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ การติดตามข่าวสารและข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายเหล่านี้ไปได้อย่างปลอดภัย

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเกษตรและการเดินเรือด้วย

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 7 เผยช่วง 29–30 พ.ย. 68 ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังเย็นถึงหนาว

คุณหญิงหน่อย ส่งคาราวานช่วยหาดใหญ่

“สุดารัตน์” นำทีม “ไทยสร้างไทย” ปล่อยคาราวานใหญ่ส่งชุดเครื่องนอน-เครื่องนุ่งห่ม เร่งช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่ หลังน้ำท่วมหนัก

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค พร้อมคณะทำงาน ได้ปล่อยคาราวานความช่วยเหลือจากที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย มุ่งหน้าสู่ จ.สงขลา เพื่อส่งมอบสิ่งของจำเป็นและชุดเครื่องนอนแก่ประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ที่กำลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ คาราวานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วที่สุด

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า สิ่งของที่ถูกจัดเตรียมไปเป็นพิเศษคือ ที่นอน หมอน และผ้าห่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดแคลนอย่างมาก เนื่องจากบ้านเรือนจำนวนมากถูกน้ำท่วมสูงจนทำให้เครื่องนอนเสียหายทั้งหมด การมอบชุดเครื่องนอนใหม่นี้จะช่วยสร้างความอบอุ่นและให้พื้นที่พักผ่อนที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบหนัก ลดปัญหาสุขภาพหลังภัยพิบัติ

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า การส่งมอบสิ่งของจำเป็นในครั้งนี้เป็นความตั้งใจที่จะยืนเคียงข้างประชาชนในยามยาก พร้อมย้ำว่าพรรคไทยสร้างไทยจะเดินหน้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการฟื้นฟูสุขภาพ การบรรเทาทุกข์ และการดูแลครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ

คุณหญิงหน่อย ปล่อยคาราวานชุดเครื่องนอนช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ทำให้หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดแคลนเครื่องนอนที่สะอาดและปลอดภัย

ด้วยความตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย จึงได้นำทีมงานจัดคาราวานความช่วยเหลือเพื่อส่งมอบชุดเครื่องนอนและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่

ทำไมชุดเครื่องนอนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์น้ำท่วม?

เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเช่นน้ำท่วม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพอนามัยของผู้ประสบภัย การขาดแคลนเครื่องนอนที่สะอาดและแห้ง ทำให้ผู้ประสบภัยต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคติดเชื้ออื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

การได้รับชุดเครื่องนอนใหม่ที่สะอาดและมีคุณภาพ จะช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจจากความเครียดและความเหนื่อยล้า ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ และมีกำลังใจในการกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

พรรคไทยสร้างไทย มุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

การปล่อยคาราวานชุดเครื่องนอนช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่ในครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคไทยสร้างไทย ที่จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นยามสุขหรือยามทุกข์ พรรคฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังมีโครงการและความช่วยเหลืออื่นๆ อีกมากมายที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้อง พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างโอกาสให้กับประชาชนในทุกระดับ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมไม่ใช่เพียงแค่การให้สิ่งของบรรเทาทุกข์เท่านั้น แต่ยังเป็นการมอบกำลังใจและความหวังให้กับผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก ให้พวกเขารู้ว่ายังมีคนที่พร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนพวกเขาอยู่เสมอ

การที่คุณหญิงหน่อยและพรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความเข้าใจในปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง หวังว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชาวหาดใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ววัน

ที่มา – “คุณหญิงหน่อย” ปล่อยคาราวานชุดเครื่องนอนช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่

ผลตรวจทุ่นระเบิด: พบทุ่นระเบิด PMN เก่า!

จากเหตุการณ์น่าสลดใจที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อชาวจีนท่านหนึ่งประสบอุบัติเหตุเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดมีการเปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ผลตรวจทุ่นระเบิดแล้ว พบว่าเป็นทุ่นระเบิด PMN ชนิดเก่าที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบทุ่นระเบิดชนิดเดียวกันนี้เพิ่มอีก 1 ลูกระหว่างการตรวจสอบพื้นที่ ทำให้สถานการณ์บริเวณนั้นยังคงน่าเป็นห่วง

ผลตรวจทุ่นระเบิด: PMN เก่า อันตรายที่ยังคงอยู่

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ทีมข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยปฏิบัติการเพื่อระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 ได้ร่วมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภูธรจังหวัดสระแก้ว ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด ผลปรากฏว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นส่วนประกอบของทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN ซึ่งเป็นรุ่นเก่าที่เคยมีการใช้งานในอดีต บ่งชี้ว่ายังมีระเบิดหลงเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่งในบริเวณนั้น

เหตุการณ์เริ่มต้นจาก ชาวจีนลักลอบข้ามแดน และเหยียบเข้ากับทุ่นระเบิดที่ บ.หนองจาน ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบและค้นพบผลตรวจทุ่นระเบิดที่น่าตกใจ

ทุ่นระเบิด PMN

สิ่งที่น่ากังวลคือ ในระหว่างการเข้าตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN เพิ่มอีก 1 ลูก ก่อนถึงจุดเกิดเหตุแรกเพียงประมาณ 2 เมตรเท่านั้น โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ระเบิดลูกดังกล่าวได้สำเร็จ และทำการปิดกั้นพื้นที่ พร้อมปักป้ายเตือนห้ามเข้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำรอย ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการเก็บกู้ระเบิดที่อาจจะยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ต่อไป

การเก็บกู้ทุ่นระเบิด
ป้ายเตือน

มาตรการป้องกันและสร้างความเข้าใจ

จากสถานการณ์ดังกล่าว กองกำลังบูรพาได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน และชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ลงพื้นที่หมู่บ้านชายแดน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าไปในพื้นที่ที่ยังไม่ได้เก็บกู้ทุ่นระเบิด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

  • การประชาสัมพันธ์เชิงรุก: เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้ข้อมูลโดยตรงแก่ชาวบ้าน
  • การแจ้งเตือนผ่านสื่อต่างๆ: ใช้หอกระจายข่าวหมู่บ้านเป็นช่องทางหลัก
  • การปักป้ายเตือน: ติดตั้งป้ายเตือนในบริเวณที่เสี่ยง

ผลตรวจทุ่นระเบิดครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงอันตรายที่ยังคงมีอยู่ตามแนวชายแดน การให้ความรู้และการป้องกันตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่เหลืออยู่ก็เป็นหน้าที่ของทุกคน เพื่อความปลอดภัยของชุมชนและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเกี่ยวกับอันตรายจากทุ่นระเบิด และความจำเป็นในการสนับสนุนการดำเนินงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยในระยะยาว

ผลตรวจทุ่นระเบิดและมาตรการป้องกันที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ผลตรวจทุ่นระเบิด หลังชาวจีน เหยียบขาขาด พบเป็นทุ่นระเบิด PMN เก่า ผงะเจออีก 1 ทุ่น

กองปราบปรามลุย! เขต 8 หาดใหญ่ ป้องกันอาชญากรรม

ตำรวจกองปราบปรามลงพื้นที่ป้องกันอาชญากรรมใน เขต 8 หาดใหญ่ หลังน้ำลด ตรวจพบร้านสะดวกซื้อถูกคนร้ายงัดเข้าไปขโมยของถึงสองสาขา! สถานการณ์น้ำท่วมที่เพิ่งคลี่คลาย อาจนำมาซึ่งปัญหาอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น กองปราบปรามจึงเร่งเข้าดูแลความปลอดภัยในพื้นที่

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป. พร้อมกำลังพลรวม 6 นาย และรถยนต์สายตรวจรวม 2 คัน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ป.พัน.5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 9 ออกปฏิบัติภารกิจตรวจพื้นที่และช่วยเหลือประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งแต่เวลา 22:00 น. ของวันที่ 28 พ.ย. 68 ต่อเนื่องจนถึงเวลา 03:00 น. ของวันที่ 29 พ.ย. 68

ภารกิจหลักครั้งนี้คือการป้องกันเหตุอาชญากรรม ตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และประชาสัมพันธ์เส้นทางการจราจรในพื้นที่สำคัญต่างๆ เช่น บริเวณหน้าบิ๊กซีคลองแห, เส้นทางในพื้นที่ ต.หาดใหญ่, เขต 8 หาดใหญ่, ชุมชนริมทางรถไฟสถานี 2 และศูนย์อพยพโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบว่าประชาชนในชุมชน เขต 8 หาดใหญ่ และชุมชนริมทางรถไฟสถานี 2 จำนวนหลายครัวเรือนต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร, เครื่องนุ่งห่ม, ยารักษาโรค และน้ำดื่มอย่างเร่งด่วน ความเดือดร้อนของประชาชนหลังน้ำท่วมยังคงมีอยู่มาก

ภารกิจครั้งนี้ยังได้ดำเนินการนำส่ง นายธัชชัย อายุ 81 ปี มีโรคประจำตัวและไม่มีที่อยู่ ให้ไปพักพิงที่ศูนย์ช่วยเหลือ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังตรวจพบ ร้านสะดวกซื้อ 7/11 จำนวน 2 สาขา ถูกคนร้ายทำลายประตูเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้าน นี่เป็นสิ่งที่ตอกย้ำความจำเป็นในการเฝ้าระวังอาชญากรรม

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ใต้อุโมงค์ในบางพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการสัญจร ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เทศบาลนครหาดใหญ่และทหารในพื้นที่ ได้เร่งดำเนินการทำความสะอาดพื้นที่และเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่กีดขวางการจราจร เพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

พ.ต.ท.ธนาคาร กล่าวว่า ตำรวจ กก.6 บก.ป. จะยังคงเฝ้าระวังและออกตรวจตราพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่องต่อไป

กองปราบปรามลุย! เขต 8 หาดใหญ่ ป้องกันอาชญากรรม

หลังจากน้ำท่วมใหญ่ในหาดใหญ่ การป้องกันอาชญากรรมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง กองปราบปรามจึงระดมกำลังลงพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน

ทำไมต้องป้องกันอาชญากรรมในเขต 8 หาดใหญ่

เหตุผลสำคัญคือการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังภัยพิบัติ เช่น การลักขโมย หรือการฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของผู้อื่น การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยสอดส่องดูแลจึงช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้

  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
  • ลดโอกาสการเกิดอาชญากรรม
  • ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

การทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่กองปราบปรามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้กับผู้ประสบภัย เราหวังว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และประชาชนจะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

ที่มา – กองปราบลุยป้องกันอาชญากรรม “เขต 8 หาดใหญ่” พบร้านสะดวกซื้อ ถูกขโมยของ 2 สาขา

“วันนอร์” เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมยะลา

“วันนอร์” ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมยะลา อ.รามัน โว “ยะลาโมเดล” ช่วยเร่งระบายน้ำลดความสูญเสีย

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ และคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมยะลาในพื้นที่ ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ณ โรงเรียนบ้านโต๊ะปาแก๊ะ โดยมีประชาชนกว่า 300 คน มารับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค

นายจรูญศักดิ์ หมาดเท่ง นายอำเภอรามัน รายงานสถานการณ์ว่า อุทกภัยครั้งนี้เกิดจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 3,000 คน ใน 16 ตำบล 50 หมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำในปีนี้สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วกว่าปีที่ผ่านมา

ด้านนายซูการ์โน มะทา สส.ในพื้นที่ กล่าวว่า แม้ปริมาณน้ำในปีนี้จะมากกว่าปีที่แล้ว แต่ด้วยการบริหารจัดการน้ำตามรูปแบบ “ยะลาโมเดล” ซึ่งเป็นโครงการที่ประธานรัฐสภามีดำริให้จัดทำขึ้นตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำสายบุรีและคลองที่ขุดลอกไว้ได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดความสูญเสียได้

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวขออภัยที่ลงพื้นที่ได้ล่าช้า เนื่องจากติดภารกิจเยือนรัฐกาตาร์ แต่ได้ติดตามสถานการณ์มาตลอด พร้อมแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต 3 ราย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ประธานรัฐสภายืนยันว่าได้พยายามแก้ไขปัญหาอุทกภัยใน จ.ยะลา อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มวางแผนกับหน่วยงานราชการตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำว่า แม้ปัญหาฝนฟ้าจะควบคุมไม่ได้ แต่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าที่ดี เพื่อลดความเสียหายให้ต่ำที่สุด

“วันนอร์” เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมยะลา

สถานการณ์น้ำท่วมยะลาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การมีแผนการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เช่น “ยะลาโมเดล” สามารถช่วยลดผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้เป็นอย่างมาก

ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมยะลา

อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดยะลาส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายด้าน ทั้งในเรื่องของที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิต และทรัพย์สิน หลายครอบครัวต้องประสบกับความยากลำบากในการปรับตัวและฟื้นฟูชีวิตหลังน้ำลด การช่วยเหลือจากภาครัฐและองค์กรต่างๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ความสำคัญของ “ยะลาโมเดล”

“ยะลาโมเดล” เป็นแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่เน้นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย การขุดลอกคลอง การสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากภัยพิบัติ เป็นองค์ประกอบสำคัญของ “ยะลาโมเดล” ที่ช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น

  • การมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค: เป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารและของใช้จำเป็น
  • การสนับสนุนด้านที่พักอาศัย: จัดหาที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย
  • การดูแลสุขภาพและความปลอดภัย: จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจรักษาและให้คำแนะนำด้านสุขภาพ
  • การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน: เร่งซ่อมแซมถนน สะพาน และระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่ได้รับความเสียหาย

บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์น้ำท่วมยะลา

เหตุการณ์น้ำท่วมยะลาครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในระบบป้องกันน้ำท่วม การให้ความรู้แก่ประชาชน และการมีแผนการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากอุทกภัยในอนาคต นอกจากนี้ การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการภัยพิบัติ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้สังคมสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย แสดงให้เห็นถึงความเอื้ออาทรและความสามัคคีของคนในสังคม ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการก้าวข้ามผ่านวิกฤตต่างๆ ไปได้

ที่มา – “วันนอร์” เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมยะลา โวเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าด้วย “ยะลาโมเดล”

ภคมน จี้จ่ายน้ำประปา! ศักดิ์ดา คาดคืนนี้ใช้ได้

“ลิซ่า ภคมน” บอกเล่าความลำบาก-ปัญหาผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ จี้ รมช.มหาดไทย เร่งจ่ายน้ำประปาให้ชาวหาดใหญ่ให้เร็วที่สุด “ศักดิ์ดา” รับปากดำเนินการ คาดบริเวณชุมชน รพ.หาดใหญ่ ช่วงดึกใช้น้ำได้

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยขณะลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นวันที่ 7 โดยกล่าวถึงการเตรียมแผนทำงานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และได้มีโอกาสพบกับ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และการประปานครหลวง (กปน.) ขณะที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมศูนย์อพยพ จึงได้สะท้อนถึงความเดือดร้อนเร่งด่วนของพี่น้องประชาชนที่ได้ไปรับและสัมผัสมาตลอดทั้ง 7 วัน

พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นถึงความเดือดร้อนที่สำคัญตอนนี้คือเรื่องน้ำประปา แม้ว่าน้ำท่วมจะเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าพี่น้องประชาชนจะได้ใช้น้ำประปาเมื่อไร แม้โรงผลิตน้ำประปาและท่อจ่ายน้ำมีความเสียหาย แต่ประชาชนยังเดือดร้อนและต้องการใช้น้ำจึงได้ขอให้ รมช.มหาดไทย เร่งดำเนินการเรื่องนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนท่ามกลางความเสียหายอย่างหนักทั้งเมือง เพื่อให้นำน้ำไปใช้ทำความสะอาด ล้างบ้าน และทำให้ประชาชนได้กลับไปยังที่พักอาศัยตนเองได้บ้าง ทั้งนี้ นายศักดิ์ดา รับทราบปัญหาและรับปากว่าจะดำเนินการแก้ไข โดยคาดว่าบริเวณชุมชนโรงพยาบาลหาดใหญ่ จะสามารถมีน้ำประปาให้ประชาชนใช้ได้ในช่วงดึก

ขณะเดียวกัน นางสาวภคมน ยังร้องเรียนถึงปัญหาขยะล้นเมืองว่า ต้องเร่งเอารถตักขนาดใหญ่ รวมถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวนมากเข้ามาเร่งเคลียร์ขยะให้เร็วที่สุด ควรวางแผนเส้นทางรถเก็บขยะ พร้อมประกาศให้ประชาชนรับทราบ เพื่อจะได้ฟื้นฟูเมืองได้เป็นระบบ รวดเร็ว ไม่ติดขัด ซึ่งนายศักดิ์ดา ก็ยืนยันว่าวันนี้จะเดินทางไปดูงานเก็บขยะของหน่วยงานที่กำกับดูแลด้วยตัวเอง

นางสาวภคมน กล่าวต่อไปว่า สำหรับภารกิจวันนี้ได้สะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ให้เร่งจัดการกับผู้มีอำนาจได้ทราบแล้ว และจะติดตามเร่งให้เรื่องที่ขอความร่วมมือไปเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด สำหรับภารกิจของพรรคประชาชนวันนี้ยังดำเนินต่อไป โดยนางสาวภคมน จะนำเครื่องปั่นไฟไปให้พี่น้องในพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังใช้ไม่ได้ อย่างน้อยให้ได้ชาร์จโทรศัพท์มือถือเพื่อให้ได้ติดต่อสื่อสารกับญาติพี่น้อง นี่ถือเป็นภารกิจรีชาร์จประชาชน

พร้อมยืนยันว่า ตนเองและพรรคประชาชน ทำงานทุกรูปแบบ ทั้งลงมือทำหน้างาน ประสานงาน ออกแบบระบบให้ง่าย ไม่ซ้ำซ้อน ไม่ตกหล่นไปพร้อมๆ กัน เพราะการช่วยเหลือประชาชนไม่จำเป็นต้องเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าอะไรที่พอทำได้ก็ช่วยกันทำ แต่จะต้องไม่ละทิ้งความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลว่าจะต้องเป็นหัวเรือหลักในการทำงาน และต้องรับผิดชอบเร่งคืนชีวิตปกติให้พี่น้องทุกคนที่กำลังประสบภัยด้วย.

ภคมน จี้จ่ายน้ำประปา!

ทำไมต้องเร่งจ่ายน้ำประปา?

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงน้ำประปาที่สะอาดและปลอดภัย นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่และรับทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง ทำให้ต้องเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการจ่ายน้ำประปาให้เร็วที่สุด

การขาดแคลนน้ำประปาส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้านเรือน การซักล้างเสื้อผ้า หรือแม้แต่การอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน การเร่งจ่ายน้ำประปาจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

นอกจากเรื่องน้ำประปาแล้ว ปัญหาขยะล้นเมืองก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การจัดการขยะอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาดและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับเมืองหาดใหญ่อีกครั้ง

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน และรับปากว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยคาดว่าจะสามารถจ่ายน้ำประปาให้กับประชาชนในบริเวณชุมชนโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้ในช่วงดึกของวันนี้

การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชนทั่วไป การร่วมมือกันและช่วยเหลือซึ่งกันและกันจะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และการมีระบบสาธารณูปโภคที่มีความแข็งแรงและยั่งยืน เพื่อให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “ภคมน” สส.ปชน. จี้จ่ายน้ำประปาให้ประชาชน “ศักดิ์ดา” คาดย่าน รพ.หาดใหญ่ ใช้ได้คืนนี้

ฟลาเมงโก vs พัลไมรัส: เกมใหญ่สุดในอเมริกาใต้

เมื่อการแข่งขันโคปาลิเบอร์ตาดอเรสในปีนี้เริ่มต้นขึ้น เราได้ตั้งคำถามว่า: ใครจะหยุดการครอบงำของบราซิลได้?

คำตอบคือ “ไม่มีใครหยุดได้” อย่างชัดเจน

นี่จะเป็นชัยชนะของบราซิลครั้งที่ 7 ติดต่อกัน เพราะรอบชิงชนะเลิศ เหมือนกับอีก 4 ครั้งในช่วงเวลานั้น เป็นเรื่องของบราซิลทั้งหมด

ทีมใหญ่อย่าง ฟลาเมงโก และ พัลไมรัส จะแข่งขันกันเพื่อชิงตำแหน่งในเมืองลิมา เมืองหลวงของเปรู ในวันเสาร์ ซึ่งเป็นเกมที่คุณสามารถรับชมสดๆ ได้ทาง BBC Three ตั้งแต่เวลา 21:00 GMT

ใครก็ตามที่ออกมาเป็นผู้ชนะ จะกลายเป็นทีมบราซิลทีมแรกที่ชูถ้วยรางวัลนี้ได้ถึง 4 ครั้ง และชัยชนะเกือบทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บราซิลครองความยิ่งใหญ่อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเข้าสู่ปี 2019 พวกเขาต่างมีตำแหน่งแชมป์กันทีมละ 1 ครั้ง ซึ่งหมายความว่ารวมถึงปีนี้ด้วย ฟลาเมงโก หรือ พัลไมรัส ได้อ้างสิทธิ์ในลิเบอร์ตาดอเรสไปแล้ว 5 จาก 7 ฤดูกาลที่ผ่านมา

เป็นเรื่องราวทำนองเดียวกันในลีกภายในประเทศ ทั้งคู่ต่างก็ประชันหน้ากันในการแสวงหาตำแหน่งแชมป์บราซิล โดยฟลาเมงโกทิ้งห่างออกไปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

เหลืออีกสองรอบ พวกเขานำหน้าพัลไมรัสอยู่ 5 แต้ม ไม่ว่าพวกเขาจะผ่านเส้นชัยไปได้ หรือหากพวกเขาพลาดท่าและถูกแซงหน้า นั่นจะหมายความว่าทั้งคู่จะแบ่งตำแหน่งแชมป์ลีกกันไปแล้ว 7 จาก 10 ปีที่ผ่านมา

ศึก ฟลาเมงโก vs พัลไมรัส เป็นการแข่งขันที่มีมาไม่นาน แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปัจจุบันมันคือเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้

ทำไมต้องเป็นสองทีมนี้?

ช่วงเวลาที่ประเทศหนึ่งครอบงำลิเบอร์ตาดอเรสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้ มีรากฐานมาจากเรื่องการเงินอย่างคาดเดาได้

เมื่อเงินเริ่มไหลเข้าสู่เกมของบราซิล และเมื่อพวกเขาจัดการกับสถานการณ์นอกสนามที่วุ่นวายในอดีตของพวกเขาได้แล้ว มันก็แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่ฟลาเมงโกจะผงาดขึ้นมา

พวกเขาคือสโมสรยักษ์ใหญ่ อาจจะเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดนอกยุโรป ตั้งอยู่ในรีโอเดจาเนโร แต่มีฐานแฟนบอลระดับชาติในประเทศขนาดใหญ่

ส่วนหนึ่งของเรื่องนี้มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1930 เมื่อสโมสรที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นสูงในรีโอได้ดำเนินการปรับภาพลักษณ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จ โดยเซ็นสัญญากับผู้เล่นผิวดำชั้นนำสามคนในยุคนั้น และได้รับความนิยมจากประชาชน

ด้วยสื่อวิทยุที่สวยงามและใหม่ที่นำการแข่งขันของพวกเขาไปทั่วบราซิล พวกเขาจึงชนะใจและจิตใจในระดับชาติ

การมีอยู่ของพัลไมรัสในสองทีมใหญ่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจกว่าเล็กน้อย พื้นที่นั้นดูเหมือนจะเหมาะกับคู่แข่งในท้องถิ่นอย่างโครินเธียนส์มากกว่า ซึ่งเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดของเซาเปาโล เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

แต่โครินเธียนส์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่สามารถจัดการการเงินของพวกเขาได้ และพัลไมรัสก็ใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ พวกเขาทำข้อตกลงที่ชาญฉลาดเพื่อให้ได้สนามกีฬาล้ำสมัยที่สุดของบราซิลในราคาขั้นต่ำ พวกเขาจึงเป็นองค์กรที่บริหารจัดการได้ดี

สโมสรของชุมชนชาวอิตาลีขนาดใหญ่ของเซาเปาโล เคยถูกเรียกว่า ‘Palestra Italia’ จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองบังคับให้ต้องเปลี่ยนชื่อ

มีความคล้ายคลึงกันในรูปแบบของสโมสร คือผลิตและขายดาวรุ่ง และใช้รายได้เพื่อจัดหาเงินทุนให้กับทีมที่มีทั้งความลึกและความมีคุณภาพ

ถ้าจะมีอะไร พัลไมรัสก็ทำได้ดีกว่า ฟลาเมงโกได้รับผลกำไรจากการขาย วินิซิอุส จูเนียร์, ลูคัส พาเกต้า และ มาเธอุส ฟรังกา พัลไมรัสทำเงินได้จาก เอสเตเวา, เอ็นดริค, หลุยส์ กิลแยร์เม่ และ วิตอร์ เรอิส

รอบชิงชนะเลิศแห่งศตวรรษ

ทั้งสองทีมนี้พบกันในรอบชิงชนะเลิศปี 2021 โดยพัลไมรัสชนะ 2-1 โดยประตูชัยเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของ อันเดรียส เปเรยร่า อดีตกองกลางพรีเมียร์ลีก ซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับพัลไมรัส

ทั้งสองฝ่ายแข็งแกร่งกว่าเมื่อสี่ปีก่อน กระเป๋าที่ตุงของพวกเขาสามารถซื้อผู้เล่นจากยุโรป และคัดเลือกจากลีกอื่นๆ ในอเมริกาใต้ได้

ผู้เล่นตัวจริงของฟลาเมงโกที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศมีผู้เล่นต่างชาติ 6 คน รวมทั้ง จอร์จินโญ อดีตกองกลางเชลซีและอาร์เซนอลที่เล่นให้กับอิตาลี พัลไมรัสเริ่มต้นด้วยผู้เล่นที่ไม่ใช่ชาวบราซิล 4 คน และส่งลงสนามอีก 2 คนจากม้านั่งสำรอง

การมีส่วนร่วมใน Club World Cup ทำให้พวกเขาร่ำรวยขึ้น

ในปีนี้ ฟลาเมงโกได้นำ จอร์จินโญ, ดานิโล, เอเมอร์สัน รอยัล อดีตแบ็คขวาของท็อตแนม และคู่หูจากแอตเลติโก มาดริด อย่าง ซาอูล และ ซามูเอล ลิโน เข้ามา

พัลไมรัสได้คว้าตัวผู้รักษาประตู การ์ลอส มิเกล และ รามอน โซซ่า ปีกชาวปารากวัยจากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์, อันเดรียส เปเรยร่า จากฟูแล่ม และ วิตอร์ โรเก้ กองหน้าที่แพงที่สุดเท่าที่สโมสรบราซิลเคยซื้อมาจากบาร์เซโลนา

ความแข็งแกร่งในเชิงลึกแบบนี้อธิบายได้ว่าทำไมเกมวันเสาร์ถึงถูกขนานนามว่าเป็น ‘รอบชิงชนะเลิศแห่งศตวรรษ’

ทำไมศึก ฟลาเมงโก vs พัลไมรัส ถึงเป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด?

เหตุผลหลักๆ คือความสำเร็จและคุณภาพของผู้เล่นของทั้งสองทีม

เรื่องราวของสองโค้ช

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีผู้เล่นบราซิลที่มีชื่อเสียงเพียงไม่กี่คนที่ก้าวเข้าสู่วงการโค้ช

ฟิลิเป้ ลุยส์ เป็นข้อยกเว้น และเป็นความหวังที่ยิ่งใหญ่

อดีตแบ็คซ้ายของแอตเลติโก มาดริด (และเชลซี) เกษียณอายุที่ฟลาเมงโกเมื่อสองปีที่แล้ว รับหน้าที่ดูแลทีมเยาวชน และก้าวขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่หลังจากตกรอบก่อนรองชนะเลิศของลิเบอร์ตาดอเรสเมื่อปีที่แล้ว

เขามีสติปัญญาและพูดจาฉะฉาน ดูเหมือนว่าเขามีอนาคตที่สดใส

และนั่นก็ใช้ได้กับ อาเบล แฟร์เรรา คู่ปรับจากพัลไมรัสด้วย

ชาวโปรตุเกสคุมพัลไมรัสมาเป็นเวลาห้าปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยืนยาวในวงการฟุตบอลบราซิล

มี โชเซ่ มูรินโญ่ รุ่นเยาว์มากมายเกี่ยวกับตัวเขา ทั้งในแง่ของความสุดโต่งในการแสดงออกข้างสนามบางอย่างของเขา และที่สำคัญกว่านั้นคือความชัดเจนในความคิดของเขา ความสามารถของเขาในการเปลี่ยนแปลงทีมของเขาระหว่างและระหว่างการแข่งขัน

ผู้เล่นของเขารู้สึกทึ่งในตัวเขาตั้งแต่เริ่มต้น

“เขามีแผนเสมอ” พวกเขากล่าว แนวทางของแฟร์เรราสำหรับเกมวันเสาร์คือสิ่งที่ไม่รู้ที่สำคัญก่อนเกมใหญ่

‘มันจะเป็นประวัติศาสตร์’

พัลไมรัสต้องคิดทบทวนหลังจากเสีย เอสเตเวา ให้กับเชลซี และผลงานที่ไม่น่าพอใจใน Club World Cup

วิตอร์ โรเก้ เริ่มต้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนกระทั่งแฟร์เรราทำการเปลี่ยนแปลง

เมื่อตระหนักว่ากองหน้ารายนี้ชอบพื้นที่ และไม่ได้ผลเมื่อถูกบีบอยู่ระหว่างกองหลังตัวกลาง โค้ชจึงย้ายวิตอร์ โรเก้ ไปทางช่องทางด้านซ้าย และนำ ฮวน มานูเอล ‘ฟลาโก้’ โลเปซ กองหน้าตัวเป้าชาวอาร์เจนตินา เข้ามาเล่นเคียงข้างเขา

พวกเขาคลิกกัน แม้ว่าการมีคู่กองหน้าอาจสร้างความตึงเครียดให้กับส่วนอื่นๆ ของทีมได้

นั่นคือกรณีเมื่อพวกเขาพบกับฟลาเมงโกครั้งล่าสุดเมื่อกว่าหนึ่งเดือนที่แล้ว

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างจากบ้าน แต่พัลไมรัสก็กดดันสูง ฟลาเมงโกปรับตัวเข้ากับการแข่งขัน แทนที่จะเล่นในสไตล์ปกติ โดยส่งบอลผ่านจอร์จินโญในแดนกลาง พวกเขากลับเล่นโดยตรง พวกเขาครองบอลและมีโอกาสยิงน้อยกว่า แต่ชนะ 3-2 และอาจจะน่าเชื่อมากกว่าที่สกอร์บอก

มีเหตุผลมากมายที่จะเชื่อว่าเกมวันเสาร์จะแตกต่างออกไป สำหรับการเริ่มต้น เปโดร กองหน้าตัวเป้าของฟลาเมงโก ซึ่งทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในวันนั้น ได้รับบาดเจ็บและพลาดรอบชิงชนะเลิศ

ฟิลิเป้ ลุยส์ ขาดตัวแทนที่เหมือนกัน ความเป็นไปได้คือ กอนซาโล่ ปลาต้า ปีกชาวเอกวาดอร์ ซึ่งบางครั้งก็ทำหน้าที่นั้น แต่เขาถูกแบน

ดังนั้นฟลาเมงโกจึงไม่สามารถทำซ้ำสิ่งที่พวกเขาทำในเดือนตุลาคมได้ และเกือบแน่นอนว่าพัลไมรัสจะมองหาสิ่งที่แตกต่างออกไป

ปฏิทินของฟุตบอลบราซิลนั้นบ้าคลั่ง ปริมาณการเดินทางและจำนวนเกมที่เปลี่ยนฤดูกาลให้กลายเป็นการทดสอบความอดทน ตอนนี้ผู้เล่นกำลังอยู่ในช่วงสุดท้าย และสิ่งนี้อาจบังคับให้อาเบล แฟร์เรรา ต้องใช้แนวทางที่ระมัดระวัง ซึ่งมักจะเป็นความโน้มเอียงตามธรรมชาติของเขาสำหรับเกมใหญ่

เขาอาจจะเล่นด้วยกองหลังห้าคนหรือไม่? นั่นเป็นไปได้ ฟลาเมงโกชอบที่จะยืดคู่ต่อสู้ ดึงพวกเขากลับมา และจากนั้นก็เปลี่ยนให้ กิลแยร์โม่ วาเรล่า อดีตแบ็คขวาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปรากฏตัวเป็นองค์ประกอบที่น่าประหลาดใจที่เสาไกล

พัลไมรัสสามารถทำตามแนวทางของทีมอาร์เจนตินาในรอบก่อนหน้านี้และสกัดกั้นสิ่งนั้นด้วยกองหลังห้าคน

แฟร์เรราสามารถตั้งค่าเพื่อป้องกันทรัพยากรการโจมตีที่ลดลงของฟลาเมงโก พยายามควบคุมผู้เล่นตัวรุกที่โดดเด่นของพวกเขา คือ จอร์เจียน เด อาร์ราสกาเอตา ชาวอุรุกวัย และปล่อย วิตอร์ โรเก้ ในการโต้กลับ

ดังนั้นการแข่งขันอาจเป็นไปอย่างเคร่งเครียด บางครั้งอาจสร้างความร้อนมากกว่าแสงสว่าง แต่อะไรจะเกิดขึ้น มันจะต้องน่าทึ่ง มันจะเป็นประวัติศาสตร์ และทั่วทั้งอเมริกาใต้ มันจะเป็นที่จดจำไปอีกนาน

โดยรวมแล้ว ฟลาเมงโก vs พัลไมรัส ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกม แต่เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลบราซิลในปัจจุบัน และเป็นเกมที่แฟนบอลทั่วโลกไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ที่มา – How Flamengo v Palmeiras became South America’s biggest game

ดร.หญิง จี้ ทปอ. เลื่อนสอบพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

“หญิง ลิณธิภรณ์” จี้ ทปอ. เลื่อนสอบพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ชี้ อาการเครียด-หวาดกลัวหลังภัยพิบัติ ส่งผลต่อสภาพจิตใจและสมาธิของผู้เข้าสอบ แนะจัด “รอบสอบเฉพาะพื้นที่ภัยพิบัติ”

จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างหนักหน่วง ล่าสุด ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) พิจารณาเลื่อนการสอบในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ โดยมองว่าการจัดสอบในสถานการณ์เช่นนี้เป็นการซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ และไม่คำนึงถึงสภาพจิตใจของผู้เข้าสอบ

ดร.ลิณธิภรณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X (ทวิตเตอร์) ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการจัดสอบตามปกติในสถานการณ์ที่เด็กจำนวนมากยังคงต้องเผชิญกับความยากลำบากในการฟื้นฟูชีวิตและทรัพย์สินที่เสียหายจากภัยพิบัติ สภาพจิตใจที่บอบช้ำจากความเครียดและความหวาดกลัวหลังน้ำท่วม (post-disaster stress) ล้วนส่งผลกระทบต่อสมาธิและความพร้อมในการสอบ

การเรียกร้องให้มีการ เลื่อนสอบพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ นั้น มีเหตุผลที่สมควร เพราะการคาดหวังให้นักเรียนที่เพิ่งผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากจากการเผชิญกับอุทกภัยร้ายแรง สามารถเข้าสอบได้เหมือนกับนักเรียนในพื้นที่อื่น ๆ ถือเป็นการประเมินสถานการณ์ที่ต่ำกว่าความเป็นจริง และไม่เข้าใจบริบทชีวิตของนักเรียนอย่างแท้จริง

ข้อเสนอแนะ: จัดรอบสอบเฉพาะพื้นที่ภัยพิบัติ

ดร.ลิณธิภรณ์ ยังได้เสนอแนะให้ ทปอ. พิจารณาจัด “รอบสอบเฉพาะพื้นที่ภัยพิบัติ” เพื่อให้นักเรียนในพื้นที่ประสบภัยมีโอกาสสอบได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมมากขึ้น โดยเชื่อว่า ทปอ. มีศักยภาพและความพร้อมในการดำเนินการดังกล่าว ทั้งในด้านการออกข้อสอบมาตรฐาน การมี Data bank จำนวนมาก และการมีระบบการจัดสอบที่ยืดหยุ่น การจัดสอบในรูปแบบนี้จะไม่กระทบต่อความยุติธรรมของรูปแบบข้อสอบ ไม่ทำให้เกิดการรั่วไหล และไม่สร้างความเหลื่อมล้ำเพิ่มเติม

ตัวอย่างจากต่างประเทศ: ญี่ปุ่น

ดร.ลิณธิภรณ์ ได้ยกตัวอย่างกรณีของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการเลื่อนสอบเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว โคลนถล่ม หรือไต้ฝุ่น โดยกระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่นจะจัดเตรียมข้อสอบสำรอง (make-up exam) ที่ผ่านกระบวนการเทียบความยากเท่าเทียม (equating) เพื่อให้คะแนนของนักเรียนในพื้นที่ภัยพิบัติไม่เสียเปรียบผู้เข้าสอบในพื้นที่อื่น ๆ

การดำเนินการเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรับผิดชอบต่อผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และเป็นการยืนยันว่าระบบการสอบยังคงความโปร่งใส มาตรฐาน และคงไว้ซึ่งหลักประกันความเท่าเทียมอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยควรนำมาเป็นแบบอย่าง

การ เลื่อนสอบพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ จึงเป็นมาตรการที่สมควรพิจารณาอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติให้มีโอกาสสอบได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม เพราะความเท่าเทียมไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคนสอบในวันเดียวกัน แต่คือการทำให้ทุกคนพร้อมสอบอย่างเท่าเทียมกัน

การตัดสินใจ เลื่อนสอบพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และการสร้างความมั่นใจว่าทุกคนจะได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

การให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตของชาติ เพราะนักเรียนเหล่านี้คืออนาคตของประเทศไทย การให้โอกาสพวกเขาในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม จะช่วยให้พวกเขาสามารถพัฒนาตนเองและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศต่อไป

ที่มา – “ดร.หญิง” จี้ ทปอ. เลื่อนสอบพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ หวั่นสภาพจิตใจเด็กไม่พร้อม

กองทัพเรือ ไม่แจ้งความทนายดัง ปมซีล

กองทัพเรือ ยืนยันไม่แจ้งความ “ทนายดัง” แค่อยากปรับความเข้าใจ ปมโพสต์เขต 8 จับ “หน่วยซีล” เป็นตัวประกัน เรียกค่าไถ่ 40,000 บาท

วันที่ 29 พ.ย. 2568 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่มีทนายความคนหนึ่ง โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “เขต 8 จับหน่วยซีลเป็นตัวประกัน พร้อมเรียกค่าไถ่ 40,000 บาท” ว่า

“เบื้องต้นตนยังไม่ได้รับรายงานข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวตนเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นความจริง และทางกำลังพลก็ยังปฏิบัติงานกันตามปกติ เพราะทางกองทัพเรือตั้งใจจะมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น ซึ่งตนเข้าใจดีว่าหลังจากนี้การช่วยเหลือในพื้นที่เขต 8 จะค่อยๆ ดีขึ้น เพราะระดับน้ำลดลงตามสถานการณ์

ทุกคนเข้าใจว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านอาจจะได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐด้วยความล่าช้า เพราะในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เข้าถึงยาก และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว จึงอาจทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ จนอาจเกิดข้อความที่คลาดเคลื่อนได้ ตนยืนยันว่ากองทัพอยู่ในเขตเมืองไม่ใช่พื้นที่ชายแดน วันนี้ไม่ได้พกอาวุธเข้าไปหาชาวบ้าน แต่พกอาหารน้ำดื่ม และอุปกรณ์ช่วยเหลือ โดยมีจุดประสงค์ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาจากพื้นที่

ส่วนทนายความคนดังกล่าว ตนยืนยันว่า กองทัพเรือ จะไม่มีการแจ้งความเอาผิดแต่อย่างใด แต่ถ้ามีโอกาส ตนก็อยากจะขอเข้าไปพูดคุย เพื่อปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะแต่ละคนอาจจะได้รับการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนจนเกิดความเข้าใจผิดได้

ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพ AI ทหารถืออาวุธเข้าพื้นที่เขต 8 นั้น ตนก็ขอให้ประชาชนดูอย่างมีสติ และเชื่อว่าหลายๆ คนดูออกอยู่แล้วว่าเป็นภาพ AI ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก”

กองทัพเรือ ยืนยันไม่แจ้งความทนายดัง ปมซีล

จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับเหตุการณ์ในพื้นที่เขต 8 ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยซีลของกองทัพเรือ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ทางกองทัพเรือได้ออกมาแสดงความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว โดยเน้นย้ำถึงเจตนาที่แท้จริงในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย และพร้อมที่จะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่อาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกิดขึ้น

ท่าทีของกองทัพเรือต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า ทางกองทัพเรือยังไม่ได้รับรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่เชื่อมั่นว่าเหตุการณ์ตามที่ปรากฏในโพสต์นั้นไม่น่าจะเป็นความจริง และยืนยันว่ากำลังพลของกองทัพเรือยังคงปฏิบัติงานตามปกติ โดยมีจุดประสงค์หลักคือการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ โฆษกกองทัพเรือยังได้แสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าการช่วยเหลือในพื้นที่เขต 8 อาจมีความล่าช้าเนื่องจากเป็นพื้นที่เข้าถึงยากและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะคุกคามหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่ต้องการที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ในส่วนของทนายความที่โพสต์ข้อความดังกล่าว กองทัพเรือ ยืนยันว่าจะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ แต่หากมีโอกาสก็พร้อมที่จะพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจและแก้ไขความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

กองทัพเรือ หวังว่าประชาชนจะใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ และขอให้มั่นใจว่ากองทัพเรือยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

  • การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นภารกิจหลัก
  • พร้อมพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจ
  • ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล

การที่กองทัพเรือเลือกที่จะไม่แจ้งความดำเนินคดีกับทนายความดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความอดทนอดกลั้นและความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าการโพสต์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของกองทัพ แต่การเลือกที่จะพูดคุยและทำความเข้าใจถือเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์กว่า และอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้องและความร่วมมือที่ดีในอนาคต

ที่มา – “กองทัพเรือ” ยืนยันไม่แจ้งความ “ทนายดัง” ปมโพสต์เขต 8 จับหน่วยซีลเป็นตัวประกัน