วัน: 1 ธันวาคม 2025

ดับทะลุ 1,100 ศพ น้ำท่วมเอเชีย กองทัพเร่งช่วย

เหตุน้ำท่วมรุนแรงที่เกิดขึ้นในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,100 ศพแล้ว และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย สถานการณ์ดับทะลุ 1,100 ศพ น้ำท่วมหลายชาติเอเชีย กองทัพเร่งช่วย นี้สร้างความเสียหายอย่างมากในวงกว้าง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 1 ธ.ค. 2568 จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงในหลายพื้นที่ของเอเชีย เพิ่มขึ้นจนเกินกว่า 1,100 ศพแล้ว โดยที่อินโดนีเซียกับศรีลังกา ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุอย่างหนัก กำลังส่งทหารเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้รอดชีวิต

ระบบสภาพอากาศรูปแบบต่างๆ ทำให้เกิดฝนตกหนัก ยาวนานทั่วทั้งเกาะศรีลังกา และพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย, ทางใต้ของประเทศไทย และทางเหนือของมาเลเซีย เมื่อสัปดาห์ก่อน ประชาชนต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านเพื่อรอความช่วยเหลือด้วยเรือหรือเฮลิคอปเตอร์ และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ถูกตัดขาด

นายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เดินทางลงพื้นที่ในจังหวัดสุมาตราเหนือเมื่อวันจันทร์ โดยเขากล่าวว่า “หวังว่า ช่วงที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว” และตอนนี้สิ่งสำคัญอันดับแรกของรัฐบาลคือ การหาวิธีส่งความช่วยเหลือที่จำเป็นให้ได้ทันที โดยให้ความสำคัญกับหมู่บ้านที่ถูกตัดขาดเป็นพิเศษ

ตอนนี้นายปราโบโวกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากหลายฝ่ายต้องการให้เขาประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อยกระดับการตอบสนองต่อเหตุน้ำท่วมและดินถล่ม ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 593 ศพ และยังมีผู้สูญหายเกือบ 470 ราย นอกจากนั้น นายปราโบโวไม่ได้เรียกร้องความช่วยเหลือจากนานาชาติด้วย

ที่ศรีลังกา รัฐบาลได้เรียกร้องความช่วยเหลือจากนานาชาติ และใช้เฮลิคอปเตอร์ทหารเพื่อเข้าถึงประชาชนที่ติดค้างอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ หลังเกิดน้ำท่วมและดินถล่มจากอิทธิพลของพายุไซโคลน “ดิตวาห์”

เจ้าหน้าที่ศรีลังการะบุเมื่อวันจันทร์ว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 355 ศพ และยังคงมีผู้สูญหายอีก 366 ราย ระดับน้ำท่วมในกรุงโคลัมโบ เพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุดในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันจันทร์ ก่อนจะเริ่มลดลงหลังจากฝนหยุดตก ทำให้ร้านค้าและสำนักงานบางแห่งเริ่มเปิดทำการอีกครั้ง

นางเอ็มมา บริกแฮม ตัวแทนจาก UNICEF เตือนว่า การเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังคงมีข้อจำกัด ถนนและสะพานหลายแห่งได้รับความเสียหาย และการสื่อสารก็ถูกจำกัด นอกจากนั้น การขาดแคลนน้ำสะอาด ทำให้ผู้ประสบภัยอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางมากขึ้นเรื่อย ๆ

นางบริกแฮมกล่าวอีกว่า UNICEF กำลังลำเลียงเม็ดทำน้ำสะอาดไปให้ผู้ประสบภัยในศรีลังกา ในขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น โรคระบาด และเมื่อน้ำท่วมลดลง “เราจะได้เห็นระดับความเสียหายที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร”

ทั้งนี้ หลายพื้นที่ในเอเชียกำลังอยู่ในช่วงฤดูมรสุมประจำปี แต่เหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย ถูกซ้ำเติมจากพายุโซนร้อนที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก จนทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นพิเศษ

สำนักข่าวแชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ของไทยในวันจันทร์ (1 ธ.ค.) ว่า ฝนที่ตกลงมาหลายระลอก ทำให้เกิดน้ำท่วมคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 176 ศพ ในภาคใต้ของประเทศไทย ส่วนที่มาเลเซีย มีฝนตกหนักและน้ำท่วมกินพื้นที่กว้างในรัฐปะลิส ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ

ดับทะลุ 1,100 ศพ น้ำท่วมหลายชาติเอเชีย กองทัพเร่งช่วย

สถานการณ์ดับทะลุ 1,100 ศพ น้ำท่วมหลายชาติเอเชีย กองทัพเร่งช่วยล่าสุด

สถานการณ์ ดับทะลุ 1,100 ศพ น้ำท่วมหลายชาติเอเชีย กองทัพเร่งช่วย แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น และความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าวในอนาคต

ผลกระทบจากเหตุการณ์ ดับทะลุ 1,100 ศพ น้ำท่วมหลายชาติเอเชีย กองทัพเร่งช่วย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่จำนวนผู้เสียชีวิต แต่ยังรวมถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคม และจิตใจของผู้ประสบภัย การฟื้นฟูจากภัยพิบัติครั้งใหญ่นี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและถี่ขึ้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ภัยพิบัติครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การวางแผนป้องกัน การเตรียมความพร้อม และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติในอนาคตได้

ที่มา – ดับทะลุ 1,100 ศพ น้ำท่วมหลายชาติเอเชีย กองทัพเร่งช่วยผู้ประสบภัย

สิงคโปร์ดุ! ประหารชีวิตนักโทษยาเสพติด 3 รายใน 2 วัน

สิงคโปร์ยังคงดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด! เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดถึง 3 คนภายในเวลาเพียง 2 วันเท่านั้น ในขณะที่การไต่สวนคดีต่อต้านโทษประหารกำลังจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการจัดการกับปัญหายาเสพติดของประเทศนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 26-27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้ทำการประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดไปถึง 3 ราย ทำให้ยอดรวมการประหารชีวิตนักโทษในปีนี้สูงถึง 17 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2546 เลยทีเดียว

หนึ่งในผู้ที่ถูกประหารชีวิตคือ นายซามินาธาน เซลวาราจู (Saminathan Selvaraju) ชาวมาเลเซีย ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานขนส่งยาไดอะมอร์ฟีน หรือเฮโรอีน จำนวน 301.6 กรัม จากมาเลเซียเข้าสู่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2556

นายซามินาธานพยายามต่อสู้คดี โดยอ้างว่าเขาเป็นเพียงคนขับรถบรรทุกของบริษัทในวันเกิดเหตุ และไม่ได้เป็นผู้ที่ขับรถบรรทุกขนยาเสพติดเข้าประเทศสิงคโปร์ นอกจากนี้ เขายังอ้างว่ารถคันดังกล่าวมีผู้ใช้งานร่วมกันหลายคน

แม้ว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนจะพบบัตรตรวจคนเข้าเมืองที่กรอกข้อมูลล่วงหน้าพร้อมลายเซ็นของนายซามินาธานในรถบรรทุก ซึ่งระบุที่อยู่แห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นจุดที่พบยาเสพติดในภายหลัง แต่นายซามินาธานยังคงยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นคนเขียนบัตรดังกล่าว

ผู้พิพากษาได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งทั้งหมดของนายซามินาธาน และถึงแม้เขาจะพยายามต่อสู้ทางกฎหมายมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ สุดท้ายเขาจึงถูกตัดสินโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน

การประหารชีวิตครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ศาลจะเริ่มการไต่สวนกรณีที่นักเคลื่อนไหว 7 คนยื่นฟ้องร้องต่อต้านกฎหมายการประหารชีวิต โดยอ้างว่าโทษประหารชีวิตของสิงคโปร์เป็นการละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรับรองสิทธิในการมีชีวิตและสิทธิในการได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

รัฐธรรมนูญของสิงคโปร์ระบุอย่างชัดเจนว่า “บุคคลใดจะถูกลิดรอนชีวิตหรือเสรีภาพส่วนบุคคลมิได้ เว้นแต่โดยชอบด้วยกฎหมาย”

สิงคโปร์เป็นที่รู้กันว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายต่อต้านยาเสพติดที่เข้มงวดที่สุดในโลก รัฐบาลให้เหตุผลว่ามาตรการเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นในการปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบค้ายาเสพติด (ซึ่งรวมถึงการขาย การให้ การขนส่ง หรือการส่งมอบยาเสพติด) เช่น ไดอะมอร์ฟีนเกิน 15 กรัม, โคเคนเกิน 30 กรัม, เมทแอมเฟตามีนเกิน 250 กรัม หรือกัญชาเกิน 500 กรัม จะต้องได้รับโทษประหารชีวิต

อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักเคลื่อนไหวท้องถิ่นที่เรียกว่า “Transformative Justice Collective” ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า “ระบบการควบคุมยาเสพติดที่โหดร้ายของสิงคโปร์กำลังถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ในเวทีโลก” และเสริมว่าสิงคโปร์เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ยังคงดำเนินการประหารชีวิตผู้คนในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

รัฐบาลสิงคโปร์ยืนกรานมาโดยตลอดว่า การยกเลิกโทษประหารชีวิตอาจนำไปสู่ผลกระทบที่ร้ายแรงยิ่งกว่าเดิม รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรม ความรุนแรง การเสียชีวิตจากยาเสพติด และการเสียชีวิตของเยาวชนผู้บริสุทธิ์

นาย เค. ชันมูกัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสิงคโปร์ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า “ในฐานะผู้ออกนโยบาย เราต้องละทิ้งความรู้สึกส่วนตัว และทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อปกป้องคนส่วนใหญ่… เราไม่สามารถวางใจได้หากเราดำเนินการในลักษณะที่จะนำไปสู่การเสียชีวิตของคนบริสุทธิ์จำนวนมากในสิงคโปร์”

จากการสำรวจความคิดเห็นในปี 2566 โดยกระทรวงมหาดไทย พบว่าประมาณ 69% ของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,000 คน ซึ่งประกอบด้วยพลเรือนและผู้ที่อยู่อาศัยถาวร เห็นด้วยว่าโทษประหารชีวิตเป็นบทลงโทษที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบค้ายาเสพติดในปริมาณมาก

สิงคโปร์ดุ! ประหารชีวิตนักโทษยาเสพติด 3 รายใน 2 วัน

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ สิงคโปร์ดุ ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด 3 คนใน 2 วัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของรัฐบาลสิงคโปร์ในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติและกลุ่มสิทธิมนุษยชน

ทำไมสิงคโปร์ยังคงใช้โทษประหารชีวิตกับคดียาเสพติด?

รัฐบาลสิงคโปร์เชื่อว่าโทษประหารชีวิตเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการป้องปรามอาชญากรรมยาเสพติด พวกเขาอ้างว่าหากไม่มีโทษประหารชีวิต ปัญหายาเสพติดจะทวีความรุนแรงมากขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

ผลกระทบของการดำเนินการ สิงคโปร์ดุ ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด 3 คนใน 2 วัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการยอมรับในระดับนานาชาติ หลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศได้ออกมาเรียกร้องให้สิงคโปร์ยกเลิกโทษประหารชีวิต

แน่นอนว่าการดำเนินการ สิงคโปร์ดุ ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด 3 คนใน 2 วัน เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย การถกเถียงเกี่ยวกับโทษประหารชีวิตจะยังคงดำเนินต่อไป และสิงคโปร์จะต้องพิจารณาถึงผลกระทบทุกด้านอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินนโยบายนี้ต่อไปหรือไม่

การประหารชีวิต สิงคโปร์ดุ ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด 3 คนใน 2 วัน เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และควรมีการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบทางด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และสังคมโดยรวม

ที่มา – สิงคโปร์ดุ ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด 3 คนใน 2 วัน

ศธ.ของบฯ ฟื้นฟู รร.น้ำท่วมใต้ นักเรียนไม่ต้องใส่ชุด

จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนและนักเรียนจำนวนมาก นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติงบประมาณในการฟื้นฟูโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ โดยอนุญาตให้นักเรียนไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนมาเรียนในช่วงฟื้นฟูนี้

รมว.ศธ. จ่อชง ครม. ของบฟื้นฟู รร. น้ำท่วมใต้-เด็ก นร. ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนมาเรียน

นางนฤมลได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของโรงเรียนในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วมครั้งนี้ พบว่าอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน และระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ

“รมว.นฤมล” ได้กล่าวถึงความสำคัญของการเร่งฟื้นฟูโรงเรียนเพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้โดยเร็วที่สุด โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและจัดทำแผนฟื้นฟูเพื่อเสนอต่อ ครม. พิจารณาอนุมัติงบประมาณ

มาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม: นักเรียนไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน

เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รมว.ศธ. ได้สั่งการให้โรงเรียนอนุญาตให้นักเรียนไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนมาเรียนในช่วงฟื้นฟู เนื่องจากชุดนักเรียนของนักเรียนจำนวนมากได้รับความเสียหายหรือไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลานี้ การผ่อนปรนเรื่องเครื่องแต่งกายนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองและอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียน

นอกเหนือจากการของบประมาณเพื่อฟื้นฟูโรงเรียนแล้ว กระทรวงศึกษาธิการยังได้พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือครู บุคลากรทางการศึกษา และครอบครัวของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างครอบคลุม โดยจะมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ เช่น เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ อุปกรณ์การเรียน และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของนักเรียนเป็นอย่างมาก การเร่งฟื้นฟูโรงเรียนและให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและมีอนาคตที่ดีต่อไป

นางนฤมลกล่าวว่า “กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งดำเนินการฟื้นฟูโรงเรียนและให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ เพื่อให้การศึกษาของเด็กนักเรียนไม่หยุดชะงัก และสามารถกลับมาเรียนรู้ได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด”

การดำเนินการตามนโยบาย รมว.ศธ. จ่อชง ครม. ของบฟื้นฟู รร. น้ำท่วมใต้-เด็ก นร. ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนมาเรียน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักเรียนและสถานศึกษาในพื้นที่ประสบภัย

การที่ รมว.ศธ. จ่อชง ครม. ของบฟื้นฟู รร. น้ำท่วมใต้-เด็ก นร. ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนมาเรียน แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของรัฐบาลต่อปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

การที่นักเรียนไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนมาเรียน ก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

รมว.ศธ. จ่อชง ครม. ของบฟื้นฟู รร. น้ำท่วมใต้-เด็ก นร. ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนมาเรียน เป็นข่าวดีที่สร้างความหวังให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ประสบภัยว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ที่มา – รมว.ศธ. จ่อชง ครม. ของบฟื้นฟู รร. น้ำท่วมใต้-เด็ก นร. ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนมาเรียน

อาลัย “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” พิธีศพคืนแรกสุดเศร้า

วงการสื่อเศร้าสลดกับการจากไปของ “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” นักข่าวและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เพื่อนร่วมงานร่วมพิธีรดน้ำศพและสวดอภิธรรมคืนแรก ณ วัดกล้วย จังหวัดนนทบุรี บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัย

จากกรณีการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา นักข่าวและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ที่บ้านพักในย่านบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อนร่วมวงการสื่อมวลชนจากหลายสำนักต่างโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเขา

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ทีมข่าวได้เดินทางไปยังวัดกล้วย ตำบลวัดชลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีสวดอภิธรรมศพของ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา นักข่าวผู้เป็นที่รัก ในวันนี้ มีครอบครัว เพื่อนร่วมงาน อาทิ คุณพุทธ อภิวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว, คุณจี๊บ จิตดี ผู้ประกาศข่าว และเพื่อนผู้สื่อข่าว มาร่วมงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ โดยในวันนี้เป็นการสวดอภิธรรมคืนแรก

อาลัย “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” พิธีศพคืนแรกสุดเศร้า

คุณจี๊บ จิตดี ผู้ประกาศข่าว ได้กล่าวถึง “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” ด้วยความอาลัยว่า ตนเองรู้จักและทำงานกับนัทมาเป็น 10 ปี นัทเป็นน้องที่น่ารัก มีสัมมาคารวะ และมีความสามารถในการทำงานข่าวเป็นอย่างมาก ทั้งข่าวเจาะและประเด็นข่าวต่างๆ จนเป็นที่ไว้วางใจของแหล่งข่าว นัททำงานทุกอย่างด้วยความทุ่มเท ทำให้รู้สึกเสียดายความสามารถของนัทเป็นอย่างยิ่ง

คุณจี๊บเล่าว่า ทราบข่าวการเสียชีวิตของนัทเมื่อเช้าวันอาทิตย์ หลังจากที่คุณพุทธโทรศัพท์มาสอบถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า “จี๊บรู้ข่าวหรือยัง” เมื่อทราบข่าว ตนเองรู้สึกช็อคและตกใจมาก เพราะเมื่อคืนนัทยังไลฟ์สดอยู่เลย หลังจากตั้งสติได้จึงรีบเดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุและได้พูดคุยกับเพื่อนของนัท ทราบว่าหลังจากกลับมาถึงบ้าน นัทได้นอนหลับพักผ่อนและก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

คุณจี๊บเชื่อว่าทุกคนรู้สึกช็อคกับการจากไปของ “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” ไม่ต่างกัน เพราะทุกคนได้เจอนัทในการทำงานภาคสนามเสมอ ส่วนประเด็นเรื่องสุขภาพของนักข่าวภาคสนามที่หลายคนมองว่าถูกใช้งานหนัก คุณจี๊บมองว่าบางคนทำด้วยใจรักและมุ่งมั่นในการได้ข่าวที่ตั้งเป้าหมายไว้ โดยไม่ได้คำนึงถึงชั่วโมงการทำงาน นัทเป็นคนที่ทุ่มเทกับการทำงาน ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยเรื่องเวลา และมักจะทำเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วยซ้ำ

กำหนดการสวดอภิธรรมศพ “ณัฐวุฒิ ปงลังกา”

สำหรับกำหนดการสวดอภิธรรมศพของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา จะจัดขึ้นที่วัดกล้วย จังหวัดนนทบุรี เป็นเวลา 2 คืนแรก หลังจากนั้นจะมีการสวดอภิธรรมศพต่ออีก 3 คืน ที่วัดริมกก ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้เสียชีวิต ก่อนที่จะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568

การจากไปอย่างกะทันหันของ “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” สร้างความเสียใจให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และผู้ที่ติดตามผลงานของเขาเป็นอย่างมาก ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียครั้งนี้

ที่มา – บรรยากาศเศร้า พิธีรดน้ำศพ-สวดอภิธรรมคืนแรก “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” นักข่าวดัง

สถ.ลดขั้นตอน! เยียวยาน้ำท่วม 9 จังหวัดใต้



ข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวใต้! กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ออกคำสั่งด่วน ลดขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยาสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้แล้ว แค่แจ้งเลขบัตรประชาชนและบัญชีธนาคารที่ใช้รับเงินก็พอ

สถ. ลดขั้นตอนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง เร่งรัดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ทำให้เกิดความเดือดร้อนอย่างมาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงเร่งดำเนินการช่วยเหลือโดยด่วน โดยมีเป้าหมายหลักคือการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ และต้องการให้การเบิกจ่ายเงินเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และไม่สร้างภาระให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น สถ. จึงได้ออกมาตรการ ลดขั้นตอนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้ ดังนี้

ขั้นตอนที่ลดลงในการขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม

เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทางจังหวัดจะแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ให้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามแนวทางของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในการเก็บเอกสารหลักฐานที่เชื่อถือได้ เพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบการจ่ายเงินจริง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ลดขั้นตอนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้ โดยให้ใช้เพียงเลขประจำตัวประชาชน และหมายเลขบัญชีธนาคารของผู้ประสบภัย
  • อปท. สามารถบันทึกภาพถ่ายการมอบความช่วยเหลือได้เอง
  • ให้ประชาชนผู้รับเงินลงนามยืนยันว่าได้รับเงินจริง ก่อนดำเนินการโอน

จากเดิมที่อาจจะต้องใช้เอกสารและขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่านี้ การ ลดขั้นตอนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้ ครั้งนี้ จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ การที่ สถ. เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนและปรับปรุงกระบวนการให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง

การดำเนินการตามแนวทางนี้จะช่วยลดภาระให้กับทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเก็บหลักฐานที่ชัดเจนยังช่วยให้การตรวจสอบโปร่งใสและเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 9 จังหวัดภาคใต้ อย่าลืมเตรียมข้อมูลเลขประจำตัวประชาชนและหมายเลขบัญชีธนาคารให้พร้อม เพื่อให้การขอรับเงินเยียวยาเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด

การ ลดขั้นตอนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – สถ. ออกคำสั่งด่วนลดขั้นตอนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้

ครม. ถกมาตรการ ฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ พรุ่งนี้

ครม.เศรษฐกิจ เตรียมเสนอ 4 มาตรการใหญ่เพื่อฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้เข้าที่ประชุมครม. พรุ่งนี้ หวังดึงเงินจาก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ มาช่วยเหลือ พักหนี้ และปล่อยซอฟต์โลน ช่วยเหลือประชาชนกว่า 2.9 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจในพื้นที่กว่า 5 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยที่ประชุมเห็นชอบมาตรการฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้จำนวน 4 มาตรการหลัก และจะนำเสนอต่อที่ประชุมครม. ในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) เพื่อพิจารณาอนุมัติ

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อเศรษฐกิจและทรัพย์สิน กระทบต่อประชาชนกว่า 2.9 ล้านคน และก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในพื้นที่รวมกว่า 5 แสนล้านบาท

สำหรับมาตรการฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ทั้ง 4 ด้าน รัฐบาลเตรียมใช้เงินจากมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ โดยมาตรการที่จะนำเสนอต่อครม. แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ มาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. การลดภาระหนี้สิน: สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะดำเนินมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 12 เดือน โดยยกเว้นการคิดดอกเบี้ยในช่วงเวลาพักชำระหนี้ (ดอกเบี้ย 0% ต่อปี) สำหรับลูกหนี้รายละไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจ นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้ไม่ให้เป็นหนี้เสีย (NPL)

นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อเพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เป็นสินเชื่อเพิ่มเติมภายใต้วงเงินกู้เดิมกับธนาคาร (ลูกหนี้เดิม) รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก

ธปท. และสมาคมธนาคารไทยจะผ่อนปรนเกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME รวมถึงการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อให้ภาคธุรกิจด้วย

2. การเติมเงินในกระเป๋า: นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตามเกณฑ์ครัวเรือนละไม่เกิน 9,000 บาท โดยกระทรวงมหาดไทยจะเสนอที่ประชุมครม. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อขออนุมัติงบกลาง และจะเร่งเบิกจ่ายให้ถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังได้ขยายวงเงินทดรองราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถนำไปใช้จ่ายได้สะดวกมากขึ้น จังหวัดละ 100 ล้านบาท พร้อมผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการเบิกจ่ายเพื่อให้สามารถใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนในพื้นที่

สำหรับการประกันภัย ประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหาย บริษัทประกันจะเร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนร้านค้าจะได้รับค่าสินไหมทดแทน 30,000 บาท และรถยนต์จะเร่งเคลมให้รวดเร็ว โดยสามารถถ่ายรูปรถยนต์ให้เห็นทะเบียนและระดับน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถเคลมรถยนต์ได้ทันที

กระทรวงแรงงานได้ขยายระยะเวลาการนำส่งเงินประกันสังคมทั้งหมด และลูกจ้างจะได้รับการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในอัตรา 50% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 180 วัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ในกิจการที่มีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน กู้ได้ไม่เกินรายละ 15 ล้านบาท

3. การลดภาระค่าใช้จ่าย: จะมีการขยายเวลาชำระภาษีและค่าธรรมเนียม รวมถึงประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ประสบภัย พร้อมลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซ่อมแซมทรัพย์สินตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซ่อมแซมรถยนต์ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท

ผู้ประกอบการที่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักได้ 2 เท่า นอกจากนี้ ผู้ที่บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยและองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

4. ด้านอื่นๆ: เช่น รัฐวิสาหกิจจะตรวจสอบความปลอดภัยของที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้าง ระบบท่อน้ำ ระบบไฟฟ้า รางรถไฟ เป็นต้น การอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด การจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานพันธมิตร โดยลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและบริการต่างๆ ด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ การอำนวยความสะดวกในการยื่นงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เป็นต้น

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมาย เพื่อให้ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ที่ประสบอุทกภัย ได้รับความช่วยเหลือที่สอดคล้องกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มีการถอดบทเรียนจากภัยพิบัติครั้งนี้ โดยให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานในการถอดบทเรียนต่างๆ ทั้งการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและการเตรียมความพร้อมระยะยาว กระทรวงต่างประเทศจะขอความช่วยเหลือจากประเทศที่เคยประสบปัญหาอุทกภัย เช่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาวางระบบในการดูแล

นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว หลังจากฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ และให้หน่วยราชการต่างๆ จัดสัมมนาในจังหวัดที่ประสบภัย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ต่อไป ส่วนมาตรการลดค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยรับไปดำเนินการต่อ

ฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้

มาตรการฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ครอบคลุมอะไรบ้าง

โดยสรุปแล้ว มาตรการฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ ครอบคลุมทั้งการลดภาระหนี้สิน การเติมเงินในกระเป๋า การลดภาระค่าใช้จ่าย และด้านอื่นๆ เช่น การตรวจสอบความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและธุรกิจได้ตามปกติ

ที่มา – ชงที่ประชุมครม. พรุ่งนี้ 4 มาตรการใหญ่ ฟื้นฟู-เยียวยาน้ำท่วมภาคใต้

นักกฎหมายคนดัง ชักปืนยิงไรเดอร์เจ็บ จริงหรือ?

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคม เมื่อเกิดเหตุนักกฎหมายคนดัง ชักปืนยิงไรเดอร์เจ็บ หลังมีปากเสียงเรื่องขับรถปาดหน้า เรื่องราวนี้สร้างความตกตะลึงและคำถามมากมายเกี่ยวกับความเหมาะสมในการใช้อาวุธและความรุนแรงบนท้องถนน

นักกฎหมายคนดัง ชักปืนยิงไรเดอร์เจ็บ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่บางบัวทอง จ.นนทบุรี ร.ต.อ.นิพนธ์ พูลสวัสดิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณแยกบางพลู ถนนรัตนาธิเบศร์ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บคือ นายบดินทร์ สานติสุขรัตน์ อายุ 36 ปี อาชีพไรเดอร์ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่แขนข้างซ้าย ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชายวัย 65 ปี ซึ่งเป็นนักกฎหมาย ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายบดินทร์และนักกฎหมายคนดังกล่าวมีปัญหาเรื่องการขับรถปาดหน้ากันไปมา จนกระทั่งจอดรถลงมาโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่นักกฎหมายจะใช้อาวุธปืนยิงใส่นายบดินทร์

พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสตร์ ผกก.สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า คดีนี้ไม่สามารถยอมความได้ เนื่องจากเป็นคดีพยายามฆ่า คดียิงปืน และคดีพกพาอาวุธปืน โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ อ้างว่าเป็นการป้องกันตัว ซึ่งทางตำรวจจะทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณี นักกฎหมายคนดัง ชักปืนยิงไรเดอร์เจ็บ

กรณีดังกล่าวมีความผิดทางอาญาหลายข้อหา ได้แก่

  • ข้อหาพยายามฆ่า: หากพิจารณาจากพฤติกรรมการยิงปืนใส่ผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิดฐานพยายามฆ่า
  • ข้อหายิงปืนในที่สาธารณะ: การใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
  • ข้อหาพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต: การพกพาอาวุธปืนต้องมีใบอนุญาต หากไม่มีจะมีความผิดตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาถึงเหตุผลของการกระทำ หากเป็นการป้องกันตัวจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิสูจน์ในชั้นศาล

เหตุการณ์ นักกฎหมายคนดัง ชักปืนยิงไรเดอร์เจ็บ นี้สอนให้เห็นว่า การควบคุมอารมณ์และความใจเย็นเป็นสิ่งสำคัญในการใช้รถใช้ถนน การใช้อาวุธและความรุนแรงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา และอาจนำมาซึ่งผลเสียร้ายแรงต่อตนเองและผู้อื่น

สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ขอให้มีสติและใจเย็นในการขับขี่ หากเกิดปัญหาควรหาทางแก้ไขด้วยสันติวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น

คดีนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร และศาลจะตัดสินอย่างไร

การที่ นักกฎหมายคนดัง ชักปืนยิงไรเดอร์เจ็บ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น และหวังว่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้สติและเหตุผลในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการเคารพกฎหมายและสิทธิของผู้อื่น

ที่มา – นักกฎหมายคนดัง ชักปืนยิงไรเดอร์เจ็บ หลังขับรถปาดหน้า อ้างป้องกันตัว

นายกฯ บอกเรื่องยุบสภา หากจำเป็นก็ไม่มีทางเลือก

“อนุทิน” ชี้ยุบสภาฯ อยู่ที่สถานการณ์ จำเป็นก็ไม่มีทางเลือก ปัดคุยเพื่อไทย ไม่หวั่นดราม่าน้ำท่วม บอกไม่มีปัญหา ยกมือไหว้เหนือหัวคะแนนนิยมภาคใต้ได้ 15 เปอร์เซ็นต์ ไม่มอง “อภิสิทธิ์” เป็นคู่แข่ง

วันที่ 1 ธ.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเรื่อง นายกฯ บอกเรื่องยุบสภา วันที่ 12 ธ.ค. ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ว่า เรื่องยุบสภาฯ อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง ทุกท่านทราบอยู่แล้วว่าสภาฯ ชุดนี้ไม่เกินวันที่ 31 ม.ค. 69 เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ารัฐบาลประสานกับพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับเรื่องการยุบสภาฯ นายอนุทิน กล่าวว่า “ยังเลย ยังไม่มีครับ ผมยังไม่ได้คุยกับผู้บริหารพรรคไหนเลย อย่าว่าแต่พรรคเพื่อไทยเลย พรรคไหนก็ไม่ได้คุย เราบริหารราชการไปโดยมีไทม์ไลน์ของเราอย่างไรก็รักษาคำพูด เรามีเอ็มโอเอ ผมเชื่อว่าตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็ได้ทำทุกอย่างตามเงื่อนไขเอ็มโอเอกับพรรคประชาชน วันนี้เราเป็นรัฐบาลแล้วก็ไม่อยากพูดคำว่าเอ็มโอเอเยอะเพราะเป็นเรื่องของ 2 พรรค วันนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลและประเทศแล้ว ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เราบอกแล้วว่าวันที่ 31 ม.ค. 69 เราจะยุบสภา ตอนนี้มีสถานการณ์อะไรต่าง ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอให้พวกเราทุกคนไปช่วยพี่น้องประชาชนบรรเทาทุกข์ให้พวกเขาออกจากความทุกข์ร้อน พาพวกเขากลับบ้าน ฟื้นฟูคืนบ้านเมืองให้พวกเขา หายใจอีกแปร๊บเดียวก็ยุบสภาฯแล้ว” เมื่อถามว่าล่าสุดพรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีจะไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตอนนี้ นายอนุทิน ยิ้ม ก่อนกล่าวว่า ถ้ายุบสภาฯ ในช่วงที่มีภัยพิบัติเรื่องฉุกเฉินต่าง ๆ รัฐบาลจะทำงานช่วยเหลือประชาชนลำบาก แต่ถ้าเกิดมีความจำเป็นหากไม่มีทางเลือกก็ไม่มีทางเลือก เราก็ต้องมีความพร้อม

ไม่ประเมินตัวเองแต่ก็มั่นใจทำทุกอย่างถูกทาง

เมื่อถามว่ากำลังใจตอนนี้เป็นอย่างไรเพราะตอนนี้มีกระแสดราม่ามาก นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมไม่มีปัญหาอะไรกับกระแสดราม่าเลยแม้แต่น้อย เพราะผมและคณะรัฐมนตรีของผม ยึดถือความทุกข์ของประชาชน ถ้าประชาชนทุกข์หนึ่งเท่า พวกผมทุกข์สิบเท่า เพราะเราต้องดูแลเขา และแสวงหาความร่วมมือช่วยพวกเขา“ เมื่อถามว่าได้ประเมินกระแสนิยมพรรคภูมิใจไทยบ้างหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ”ไม่ได้ประเมินเลยพูดจริง ๆ ผมก็ทำงานของผม ตั้งแต่ทำงานการเมืองมา 20 ปีไม่เคยประเมิน เวลาสื่อถามว่าประเมินคะแนนตัวเองเท่าไหร่ ก็พูดเล่นๆว่าให้ 10 เต็ม 10 เพราะผมทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดเลย จริง ๆ คนประเมินผมคือประชาชน“ เมื่อถามว่าประชาชนอาจมองว่ารัฐบาลติดลบในการแก้วิกฤติน้ำท่วม บั่นทอนความรู้สึกหรือไม่ นายอนุทิน ส่ายศีรษะ ก่อนตอบว่า ”ไม่รู้สึก เพราะคนพูดเช่นนี้อาจติดตามข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง อย่างพวกผมก็ไปลุยน้ำเท่าอกเหมือนกัน ยังมีปัญหาเรื่องผิวหนังอยู่เลย แต่ไม่มีปัญหาเพราะลงไปแล้วเราก็รู้งานใครพูดอะไรก็ตอบได้ แต่ไม่ต้องการไปเถียงเพราะทุกคนมีสิทธิพูด แต่ถ้าจะพูดเรื่องน้ำที่หาดใหญ่ในการช่วยเหลือประชาชนและมาตรการต่าง ๆ รัฐบาลต้องมั่นใจว่ามาถูกทางและทำทุกอย่างที่ต้องทำ“ เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีบ้านใหญ่พื้นที่ภาคใต้เยอะ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้คิดตรงนั้นตอนนี้คิดอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นต้องไปถามว่าจะกาพรรคอะไรถึงช่วยซึ่งไม่ใช่ เราไปทั้งหมดเพื่อเอาพวกเขาออกจากความทุกข์พูดได้แค่นี้

นายกฯ บอกเรื่องยุบสภา จากจำเป็นก็ไม่มีทางเลือก ไม่ขอมอง “อภิสิทธิ์” เป็นคู่แข่งภาคใต้

เมื่อถามถึงผลโพลล่าสุดในพื้นที่ภาคใต้ ที่นายอนุทินมาเป็นอันดับ 3 นายอนุทิน กล่าวว่า โพลออกมาตน 15% นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ได้ 25% ตนมาจาก 0.2% มาเป็น 15% ตนก็สาธุ พร้อมยกมือท่วมหัว ก่อนกล่าวว่า เช่นเดียวกับคะแนนพรรคภูมิใจไทยที่ตกมาเหลือ 11% ก่อนหน้านี้เราเคยอยู่ 0.21% ก็ขอบคุณมากแล้วได้แค่นี้ก็ดีใจตายแล้ว เมื่อถามว่าประเมินว่าจะชนะนายอภิสิทธิ์ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไปช่วยเหลือประชาชน นายอภิสิทธิ์ มาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำให้มีการตื่นตัวมีสีสันขึ้นแต่ตนไม่ได้มองท่านเป็นคู่แข่ง เรามาทำงานให้บ้านเมืองอย่างไรก็ได้ เมื่อถามว่าการลงพื้นที่หาดใหญ่เหมือนประชาชนให้กำลังใจมากกว่าดราม่า นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่ติดตามใกล้ชิดคงเห็นเราลงพื้นที่โดยไม่คิดว่าจะได้คะแนนเสียง ถ้าลงไปแล้วช่วยเหลือประชาชนได้ แล้วไม่มีคนเสียชีวิตไม่มีคนเสียหายไม่เลือกก็ได้ มีใครจะดีใจเท่ากับคนที่ทำแล้วช่วยชีวิตคนได้ ตนไม่ได้คิดตรงนั้นเลย สงขลาพรรคภูมิใจไทยมี สส. คนเดียว ตราบใดที่ไม่เสียเขาไปก็ไม่ได้ขาดอะไร ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว เมื่อถามว่าตอนนี้เหนื่อยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า 

ทำไมนายกฯ บอกเรื่องยุบสภา ถึงเป็นประเด็นสำคัญ?

การที่ นายกฯ บอกเรื่องยุบสภา กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง และความคาดหวังของประชาชนต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล

นายกฯ บอกเรื่องยุบสภา อาจส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

นายกฯ บอกเรื่องยุบสภา เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น การทำความเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังและความเป็นไปได้ต่างๆ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – นายกฯ บอกเรื่องยุบสภา จากจำเป็นก็ไม่มีทางเลือก ไม่ขอมอง “อภิสิทธิ์” เป็นคู่แข่งภาคใต้

ยอดผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ 1 ธ.ค. 68: อัปเดต

อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด! ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ 1 ธ.ค. 68 เพิ่มขึ้นอย่างน่าเศร้า โดยมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตที่นำส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตจาก น้ำท่วมหาดใหญ่ 1 ธ.ค. 68 ขณะนี้อยู่ที่ 140 รายแล้ว

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ 1 ธ.ค. 68 โดยเมื่อเวลา 18.00 น. ยอดผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวถูกส่งมาเพิ่มเติมอีก 2 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 140 ราย น่าสลดใจยิ่งนัก นอกจากนี้ มีรายงานว่าญาติของผู้เสียชีวิตได้ทำการรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลแล้วจำนวน 5 ราย ทำให้ยอดรวมศพที่ญาติรับกลับบ้านไปแล้วอยู่ที่ 23 ราย ทำให้ปัจจุบันยังคงมีร่างของผู้เสียชีวิตที่ยังคงเก็บรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่อยู่อีกถึง 117 ราย

อัปเดตยอดผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ 1 ธ.ค. 68 รวม 140 ราย

ในส่วนของสถานการณ์การช่วยเหลือ กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานว่า โรงพยาบาลทุกแห่งที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมหาดใหญ่ 1 ธ.ค. 68 ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว แต่บางแห่งอาจจะยังไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อช่วยเหลือและดูแลประชาชนเพิ่มเติมจำนวน 11 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ได้แก่

  • สนามบินหาดใหญ่
  • หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่
  • โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์
  • บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
  • โรงพยาบาลรัตภูมิ
  • โรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน)
  • โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
  • ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองคลองแห
  • วัดคลองแห
  • โรงพยาบาลค่ายเสนาณรงค์
  • โรงเรียนนานาชาติเซาท์เทิร์น หาดใหญ่

โรงพยาบาลสนามเหล่านี้ได้ให้บริการสะสมแก่ประชาชนไปแล้วกว่า 1,423 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยใน 205 ราย ผู้ป่วยนอก 1,038 ราย ส่งต่อ 134 ราย และบริการฟอกไต 46 ราย

การช่วยเหลือด้านสาธารณสุขเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ 1 ธ.ค. 68

นอกจากโรงพยาบาลสนามแล้ว ยังมีการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ (Mini-MERT) จำนวน 104 ทีม ซึ่งให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 – 30 พฤศจิกายน 2568 โดยได้ให้บริการสะสมไปแล้วถึง 11,147 ราย มีการส่งต่อผู้ป่วยทางบก 259 ราย และส่งต่อทางอากาศ 213 ราย นอกจากนี้ ยังมีการส่งทีมแพทย์เดินเท้าออกเคาะประตูบ้านในชุมชนต่างๆ จำนวน 124 ทีม ตั้งแต่วันที่ 29- 30 พฤศจิกายน 2568 ครอบคลุมพื้นที่ 78 ชุมชน จากทั้งหมด 103 ชุมชน คิดเป็นร้อยละ 75.7 ให้บริการสะสม 10,427 ราย และส่งต่อผู้ป่วย 16 ราย

ในส่วนของการดูแลสุขภาพจิตของผู้ประสบภัย มีการประเมินสุขภาพจิตสะสมไปแล้ว 3,820 ราย พบว่ามีผู้ที่มีภาวะเครียดสูง 216 ราย และมีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย 8 ราย ซึ่งทุกรายได้รับการปฐมพยาบาลทางใจและส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว

สถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ 1 ธ.ค. 68 เป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่านก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

ที่มา – อัปเดตยอดผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ 1 ธ.ค. 68 รวม 140 ราย