วัน: 1 ธันวาคม 2025

ปลัด มท. ปูพรม ครัวชุมชนหาดใหญ่ เยียวยา

ปลัด มท. นำทีมผู้บริหารปูพรม “ครัวกลางชุมชน” 97 จุดทั่วหาดใหญ่ ตามสั่งของนายกฯ ระดม อส. กว่า 4,000 นาย ลุยฟื้นฟูเมือง ย้ำ “ห้ามตกหล่น” การเยียวยา

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย อธิบดีกรมที่ดิน, อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อติดตามเร่งรัดมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัย ตามข้อสั่งการเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำให้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนรอไม่ได้

ปลัดกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นการดูแลปัจจัยสี่อย่างเร่งด่วน กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการร่วมกับจังหวัดสงขลาและเทศบาลนครหาดใหญ่ จัดตั้งจุดบริการอาหารปรุงสุก หรือ ครัวชุมชนหาดใหญ่ กระจายในทุกชุมชนทั่วเขตเทศบาลนครหาดใหญ่รวม 97 จุด เพื่อให้บริการอาหารที่สะอาดและถูกสุขอนามัยแก่ประชาชนที่ไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ แก้ปัญหาการขาดแคลนเสบียงอาหารในครัวเรือน

ในส่วนของการเยียวยา ปลัดกระทรวงมหาดไทยบอกว่า ได้กำชับนายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ ให้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการบันทึกข้อมูลขอรับเงินเยียวยา ครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยยึดมาตรการลดขั้นตอนและเอกสารให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ประสบภัย

นายอรรถษิษฐ์บอกอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้บันทึกข้อมูลการขอรับเงินเยียวยาไปแล้วกว่า 154,884 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงิน 1,393.956 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้ ปภ. เร่งแก้ไขระบบการบันทึกข้อมูลที่ขัดข้องให้ใช้งานได้สมบูรณ์ทันที และเพื่อเร่งคืนเมืองหาดใหญ่กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน (บก.อส.) ได้ระดมกำลังสมาชิก อส. จากทั่วประเทศมาสนับสนุนภารกิจเพิ่มอีก 2,000 นาย รวมกำลังพล อส. ทั้งสิ้น 4,012 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือซ่อมแซมและทำความสะอาดบ้านเรือนพี่น้องประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว.

ครัวชุมชนหาดใหญ่: ความช่วยเหลือเร่งด่วนจากภาครัฐ

สถานการณ์อุทกภัยในหาดใหญ่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การเข้าถึงอาหารและสิ่งของจำเป็นกลายเป็นเรื่องยากลำบาก ครัวชุมชนหาดใหญ่ จึงเป็นโครงการที่เข้ามาช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยมีจุดประสงค์หลักดังนี้:

  • บรรเทาปัญหาการขาดแคลนอาหาร
  • ให้บริการอาหารที่สะอาดและถูกสุขอนามัย
  • ช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถประกอบอาหารเองได้

โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของภาครัฐต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

การดำเนินงานครัวชุมชนหาดใหญ่เป็นอย่างไร?

การดำเนินงานครัวชุมชนหาดใหญ่ เป็นไปอย่างมีระบบ บูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย จังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ และอาสาสมัครต่างๆ มีการกระจายจุดบริการอาหารไปยังชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ ยังมีการเร่งรัดการเยียวยาผู้ประสบภัย โดยลดขั้นตอนและเอกสารให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด

การระดมกำลัง อส. จากทั่วประเทศมาช่วยเหลือฟื้นฟูเมืองก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้การซ่อมแซมบ้านเรือนและการทำความสะอาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ครัวชุมชนหาดใหญ่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแจกจ่ายอาหาร แต่เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้ถูกทอดทิ้งในยามยากลำบาก การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและสามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างแท้จริง

โครงการลักษณะนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต และควรนำไปเป็นแบบอย่างในการรับมือกับภัยพิบัติอื่นๆ ในอนาคต

ที่มา – ปลัด มท. ปูพรม “ครัวชุมชุม” 97 จุดทั่วหาดใหญ่ สั่งเยียวยาห้ามตกหล่น

ผลสลาก N3 1 ธันวาคม 2568 ตรวจหวยที่นี่

มาแล้ว! ผลสลาก N3 งวดประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ตรวจเลข 3 ตัวตรง, 3 ตัวสลับ, เลข 2 ตัวตรง และรางวัลพิเศษ พร้อมเงินรางวัลได้ที่นี่เลย

รายงานข่าวแจ้งว่า ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ธันวาคม 2568 รวมถึง “ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1” รางวัลละ 6,000,000 บาท และผลสลาก N3 ก็ได้ประกาศผลแล้วเช่นกัน

ผลสลาก N3 งวดวันที่ 1 ธันวาคม 2568

ตรวจหวย ผลสลาก N3 สลากตัวเลขสามหลัก งวดวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ตรวจผลรางวัลทั้งหมดได้ที่นี่:

เลขรางวัล 3 ตัวตรง
เลข 3 ตัวตรง คือ 252 รางวัลละ 4,116 บาท

เลขรางวัล 3 ตัวสลับหลัก
เลข 3 ตัวสลับหลัก คือ 225 และ 522 รางวัลละ 1,997 บาท

เลขรางวัล 2 ตัวตรง
เลข 2 ตัวตรง คือ 22 รางวัลละ 545 บาท

เลขรางวัลพิเศษ
เลขรางวัลพิเศษ คือ 252000000745 รางวัลละ 320,418 บาท

และนี่คือผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ธันวาคม 2568 (งวดล่าสุด):

รางวัลที่ 1
461252

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว
655  389

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว
137  995

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว
22

(ตรวจหวยงวดวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ทุกรางวัลที่นี่)

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดงวดหน้า ลองศึกษาจากสถิติหวยที่ออกในวันที่ 1 ธันวาคมย้อนหลังหลายๆ ปีดูนะคะ อาจจะมีแนวทางให้ได้เลขที่ใช่ก็เป็นได้ และอย่าลืมว่าการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการลงทุนเสี่ยงโชค ควรซื้อแต่พอดีนะคะ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดต่อไปค่ะ

อย่าลืมตรวจ **ผลสลาก N3** อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อความแน่ใจนะคะ ขอให้ทุกท่านโชคดีค่ะ

ที่มา – ผลสลาก N3 งวด 1 ธันวาคม 2568 ออกแล้ว ตรวจหวย N3 ทุกรางวัลที่นี่

กกต.ยัน! ไม่มีประชามติล่วงหน้า เลือกตั้งวันไหนยังไม่ชัด

กกต. ชี้ยังไม่ชัดประชามติ กาพร้อมเลือกตั้ง สส. หรือไม่ ขึ้นอยู่กับรัฐสภา-ครม. แต่หากเลื่อนยุบสภาอาจกระทบวันทำประชามติ พร้อมยันไม่มีกระบวนการลงคะแนนประชามติล่วงหน้า

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรอบเวลาในการจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมกับการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ว่า เวลานี้ กกต. ไม่อาจบอกได้ว่า การทำประชามติจะเกิดขึ้นหรือไม่ เกิดขึ้นเมื่อไร หรืออย่างไร ขึ้นอยู่กับว่ารัฐสภาและคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้ง กกต. มาเมื่อใด รวมถึงไม่อาจบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมการเลือกตั้ง สส. หรือไม่ เพราะไม่ทราบว่าจะยุบสภาเมื่อไร ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กำหนดให้วันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป หรือวันเลือกตั้งท้องถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระได้ แต่ต้องไม่เร็วกว่า 60 วัน และไม่ช้ากว่า 150 วัน นับแต่วันที่ กกต.ได้รับแจ้งจากประธานรัฐสภาหรือวันที่ ครม.มีมติ แล้วแต่กรณี

จากกรอบเวลาเดิมที่มีกำหนดยุบสภาในวันที่ 31 ม.ค. และกำหนดให้ 29 มี.ค.เป็นวันเลือกตั้งพร้อมการจัดทำประชามตินั้น แต่เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไป โจทย์ของเราคือยุบสภาวันไหน และรัฐสภาแจ้งให้มีการทำประชามติเมื่อไร ต้องนำ 2 อย่างนี้มาผนวกกัน เพื่อดูว่าต้องใช้เวลาตามกฎหมายเท่าใด ซึ่งไม่ใช่อำนาจของ กกต. ไม่สามารถก้าวล่วงรัฐบาลหรือรัฐสภาได้

ว่าที่ ร.ต. ภาสกร ย้ำว่า กกต.มีหน้าที่รับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำและ กกต. จะแจ้งให้ประชาชนทราบเท่านั้น รวมถึงการดูแลกระบวนการจัดทำประชามติพร้อมการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่พร้อมกัน กกต. ก็ต้องมีความพร้อมดำเนินการอยู่ดี

หากยึดตามไทม์ไลน์เดิมว่า รัฐบาลยุบสภาปลายเดือนมกราคม และจัดการเลือกตั้งในวันที่ 29 มี.ค.นั้น ตอนนี้จะเหลือเวลาให้รัฐบาลดำเนินการและแจ้งต่อ กกต. เท่าใด ว่าที่ร้อยตรี ภาสกรกล่าวว่า วันเลือกตั้งอย่างช้าคือ 29 มี.ค. ดังนั้น รัฐสภาต้องแจ้งมาก่อนภายใน 60 วัน และยังมีขั้นตอนที่ กกต. ต้องนำข้อมูลไปแจ้งให้ประชาชนอีก จึงมีเงื่อนเวลาที่บีบมาพอสมควร ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน โดยคาดว่าเพื่อให้เป็นไปตามกรอบเวลาเดิม อย่างช้ารัฐบาลต้องแจ้ง กกต. มาภายในประมาณ 15 ธ.ค. ซึ่งเป็นการกำหนดคร่าวๆ ตามแผนเดิม แต่ในความเป็นจริงยังมีเวลาเพียงพออยู่ตามกฎหมายประชามติ

ส่วนหากเกิดอุบัติเหตุยุบสภาวันที่ 12 ธ.ค. นี้ จะส่งผลให้การเลือกตั้ง สส. และการจัดทำประชามติไม่สามารถทำวันเดียวกันหรือไม่นั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวว่า กกต. ไม่สามารถตอบได้ ซึ่งหากลองไล่เวลาดูว่า ในระยะเวลาภายใน 45 วัน และไม่เกิน 60 วันนั้น จะตรงกับวันไหน ยังไม่นับที่รัฐสภาจะต้องแจ้งมายัง กกต. ก่อน ซึ่ง กกต. ไม่ก้าวล่วง เพราะเป็นเรื่องที่รัฐบาลและรัฐสภาต้องคิด

ขณะที่หากมีการยุบสภาก่อนกำหนดที่รัฐสภาได้ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะยังสามารถจัดทำประชามติโดยถามคำถามเดียวก่อนได้หรือไม่ แทนที่จะเป็น 2 คำถามพร้อมกันในครั้งเดียวตามแผนเดิม ว่าที่ร้อยตรี ภาสกรกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ โจทย์อยู่ที่ไม่ว่าจะกี่คำถาม แต่คำถามนี้เป็นอำนาจของ ครม. และของรัฐสภา

กกต. ยัน ไม่มีกระบวนการทำประชามติล่วงหน้า ยังไม่ชัดลงคะแนนพร้อมวันเลือกตั้ง

ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ยังกล่าวถึงข้อเสนอของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน ที่เสนอให้สำนักงาน กกต. พิจารณาจัดการออกเสียงประชามติล่วงหน้านอกเขตผ่านทางไปรษณีย์ โดยให้ประชาชนลงทะเบียนพร้อมกับการเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้านอกเขตนั้น ว่า กกต. ตระหนักถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่เราต้องดำเนินการบนพื้นฐานของกฎหมาย กฎหมายให้ทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้ กกต. ก็จะมีช่องทาง แต่พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ เขียนไว้ค่อนข้างชัดว่า การออกเสียงประชามติให้กระทำได้ในวันเดียวกันทั่วประเทศ นั้นหมายความว่าไม่มีกระบวนการในการลงคะแนนล่วงหน้า ดังนั้นการออกเสียงประชามติผ่านทางไปรษณีย์ถือว่าเป็นการออกเสียงล่วงหน้า กฎหมายมีข้อจำกัดอยู่ ส่วนเหตุผลที่ทำไมการเลือกตั้ง สส. สามารถออกเสียงล่วงหน้าได้ เนื่องจากกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าสามารถลงคะแนนล่วงหน้าได้ 

อย่างไรก็ตามการเลือกต่างประเทศจะไม่เหมือนเรา ให้อำนาจเอกอัครราชทูตในการกำหนดวิธีการและเวลา ซึ่งอาจมีการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ผ่านทางไปรษณีย์ แต่ยังนับคะแนนไม่ได้ เพราะมีเงื่อนไขต้องนับคะแนนภายใน 48 ชั่วโมง หลังการลงคะแนนเลือกตั้งภายในประเทศสิ้นสุดลง

กกต. ยืนยันชัดเจน ประชามติล่วงหน้าไม่มี!

จากข้อมูลล่าสุด กกต. ยืนยันว่า กกต. ยัน ไม่มีกระบวนการทำประชามติล่วงหน้า ยังไม่ชัดลงคะแนนพร้อมวันเลือกตั้ง ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของการทำประชามติในประเทศไทย การที่ กกต. ยังไม่สามารถระบุวันที่ชัดเจนสำหรับการลงคะแนนเสียง ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

ประชาชนหลายคนอาจสงสัยว่า การที่ กกต. ยัน ไม่มีกระบวนการทำประชามติล่วงหน้า ยังไม่ชัดลงคะแนนพร้อมวันเลือกตั้ง จะส่งผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของประเทศอย่างไร การที่ไม่มีการลงคะแนนล่วงหน้าอาจทำให้ประชาชนบางส่วนที่ไม่สามารถเดินทางไปลงคะแนนในวันจริง เสียสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนควรทำคือ ติดตามข่าวสารจาก กกต. อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมสำหรับการลงคะแนนเสียงเมื่อมีการประกาศวันที่ชัดเจนออกมา การมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคนในการลงประชามติเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ

ในขณะที่ กกต. กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ต่างๆ สิ่งสำคัญคือการที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐสภา ครม. และ กกต. ร่วมมือกันเพื่อให้การทำประชามติเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้เสียงของประชาชนทุกคนได้รับการรับฟังอย่างเท่าเทียมกัน กกต. ยัน ไม่มีกระบวนการทำประชามติล่วงหน้า ยังไม่ชัดลงคะแนนพร้อมวันเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงและร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุด

ที่มา – กกต. ยัน ไม่มีกระบวนการทำประชามติล่วงหน้า ยังไม่ชัดลงคะแนนพร้อมวันเลือกตั้ง

เฮงสุดปัง! **เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล**

ขอแสดงความยินดีกับเศรษฐีใหม่ป้ายแดง! ที่ดวงเฮงสุดๆ ถูกรางวัลที่ 1 “สลากดิจิทัล” งวดประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2568 หมายเลข 461252 รวมกันทั้งสิ้น 27 ใบ คิดเป็นเงินรางวัลรวมมูลค่าสูงถึง 162 ล้านบาท! เรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นเดือนธันวาคมที่อลังการงานสร้างสุดๆ ไปเลย

จากการรายงานข่าว ภายหลังการออกรางวัล “สลากกินแบ่งรัฐบาล” งวดประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2568 รางวัลที่ 1 คือหมายเลข 461252 นอกจากนี้ เลขหน้า 3 ตัว ได้แก่ 655 และ 389 ส่วนเลขท้าย 3 ตัว คือ 137 และ 995 และเลขท้าย 2 ตัว คือ 22

ทางด้านเพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง “Krungthai Care” ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับผู้โชคดี โดยระบุว่า สลากดิจิทัล L6 งวดประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2568 มีผู้ถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 461252 จำนวนทั้งสิ้น 27 ใบ รวมเป็นเงินรางวัลสูงถึง 162 ล้านบาท! ซึ่งมีการแบ่งสัดส่วนผู้ถูกรางวัลดังนี้

  • ถูก 1 ใบ จำนวน 22 ท่าน
  • ถูก 2 ใบ จำนวน 1 ท่าน
  • ถูก 3 ใบ จำนวน 1 ท่าน

สำหรับผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล สามารถตรวจสอบผลรางวัลและขึ้นเงินรางวัลได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง สะดวกสบายสุดๆ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://krungthai.com/link/paotang-digital-lottery-facebook

สำหรับงวดหน้า ใครที่อยากเป็นเศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล แบบนี้บ้าง สามารถเริ่มซื้อสลากได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 23.00 น. ของวันถัดไป หลังจากวันออกรางวัล (เงื่อนไขเป็นไปตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนด)

เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล

การซื้อสลากดิจิทัลได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากความสะดวกสบายในการซื้อและตรวจสอบผลรางวัล ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นช่องทางในการเสี่ยงโชคแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนโครงการต่างๆ ของรัฐบาลอีกด้วย

อยากเป็นเศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล ต้องทำอย่างไร?

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำอย่างไรถึงจะมีโอกาสเป็นเศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล บ้าง? เรื่องนี้คงต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับดวงและโชคลาภของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่สำคัญคือการซื้ออย่างมีสติ ไม่เกินกำลัง และไม่หวังผลกำไรมากจนเกินไป เพราะการพนันมีความเสี่ยงเสมอ

นอกจากดวงแล้ว การเลือกซื้อสลากจากแหล่งที่น่าเชื่อถือก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง หรือการซื้อสลากที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น การซื้อสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง ถือเป็นช่องทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุดในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การถูกรางวัลที่ 1 เป็นเรื่องของโชคชะตา แต่การบริหารจัดการเงินที่ได้มาอย่างถูกต้องและรอบคอบนั้นสำคัญยิ่งกว่า เพราะเงินรางวัลจำนวนมาก อาจทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปได้ในพริบตา หากไม่มีการวางแผนที่ดี ก็อาจจะทำให้เงินหมดไปอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน

ดังนั้น สิ่งที่ควรทำหลังจากที่รู้ว่าตัวเองถูกรางวัลคือ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน เพื่อวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมและยั่งยืน รวมถึงการแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญ หรือช่วยเหลือสังคม เพื่อเป็นการตอบแทนสิ่งดีๆ ที่ได้รับมา

สุดท้ายนี้ อยากให้ทุกคนที่ซื้อสลากเสี่ยงโชคอย่างมีสติ และขอให้โชคดีมีชัย ได้เป็นเศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล ในงวดต่อๆ ไปนะครับ!

ที่มา – เศรษฐีใหม่สุดปัง ถูกรางวัลที่ 1 “สลากดิจิทัล” งวด 1/12/68 รวมเป็นเงิน 162 ล้าน

“บิ๊กเกรียง” ยุตัดหัวประจาน ปล่อยเฟกนิวส์ผู้เสียชีวิตน้ำท่วมพุ่งพัน

สว.มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ “บิ๊กเกรียง” ฉุนคนปล่อยเฟกนิวส์ผู้เสียชีวิตน้ำท่วมพุ่งพันคน ยุให้ตัดหัวประจาน ทำลายขวัญกำลังใจประชาชน ด้าน “สว.พิบูลย์อัฑฒ์” แจงเขต 8 ไล่ยิงเจตสกี เพราะไปขับแข่งเรือเล่นกันในพื้นที่

วันที่ 1 ธ.ค. 2568 ที่รัฐสภา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา รับมอบเงินและสิ่งของจากนายนิรุตติ สุทธินนท์ สว. ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน คณะกรรมาธิการแรงงาน วุฒิสภา ที่นำคณะศิษย์เก่านักศึกษาหลักสูตรปรม. รุ่น 22 สถาบันพระปกเกล้า ส่งมอบให้กับ สว.ภาคใต้นำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อาทิ พาวเวอร์แบงก์ ปลั๊กไฟ อุปกรณ์จำเป็นส่งให้ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ วุฒิสภามีงบประมาณกว่า 4 แสนบาทและได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย รวมเป็น 6 แสนบาท จะส่งให้วุฒิสภาในพื้นที่จัดทำถุงยังชีพ ซื้อสิ่งของต่างๆแจกจ่ายประชาชน วุฒิสภาไม่ทอดทิ้งประชาชน เมื่อถามว่า ข้อมูลในโซเชียลมีเดียระบุมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พล.อ.เกรียงไกรตอบว่า สื่อต้องช่วยกันดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร บางส่วนเอามาจากไหน บอกมีผู้เสียชีวิตน้ำท่วมพุ่งพันคน ถ้าไม่จริงน่าเอาไปตัดหัวประจาน เพราะทำให้ขวัญประชาชนตกต่ำ ไม่รู้ต่อไปการแจ้งเตือนของหน่วยงานจะเชื่อถือหรือไม่ เพราะไม่รู้หน่วยงานปลอมหรือจริง พอแจ้งข่าวเท็จ ประชาชนก็ตื่นตระหนกจนเคยชิน ไปออกเฟกนิวส์ไม่เป็นความจริง อย่าซ้ำเติมประชาชน วิงวอน สื่อต้องช่วยประจานคนออกข่าวไม่จริง

นายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ สว. กล่าวว่า การบอกว่าเขต 8 ยิงกันนั้น ต้องบอกว่าพวกเจตสกีไปแข่งเรือเล่นกัน บางส่วนเขาเลยโกรธ คนหาดใหญ่ไม่ได้ร้าย หลังจากนั้น พวกเจตสกีไม่มีใครกล้าลงไป ตนบอกเดี๋ยวลงเองก็ไม่มีอะไร ทุกคนก็ยกมือไหว้ เอาข้าวไปให้ น่ารักทุกคน

“บิ๊กเกรียง” ยุให้ตัดหัวประจาน พวกปล่อยเฟกนิวส์ผู้เสียชีวิตน้ำท่วมพุ่งพันคน

จากกรณีที่มีข่าวลือและข่าวปลอมเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีการอ้างจำนวนผู้เสียชีวิตน้ำท่วมพุ่งพันคน พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลดังกล่าวอย่างเข้มงวด

พล.อ.เกรียงไกร จี้สื่อช่วยกันประจานคนปล่อยข่าวปลอมผู้เสียชีวิตน้ำท่วมพุ่งพัน

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ข่าวปลอมเหล่านี้สร้างความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก และยังบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่แจ้งเตือนภัย หากข้อมูลไม่ถูกต้อง ประชาชนอาจไม่เชื่อถือการแจ้งเตือนในอนาคต ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่มากขึ้นกว่าเดิมได้ ดังนั้น สื่อมวลชนจึงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและนำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของข่าวปลอม

นอกจากนี้ พล.อ.เกรียงไกร ยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ปล่อยข่าวปลอม เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และอย่าหลงเชื่อข่าวลือหรือข่าวปลอมที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย

การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นสิ่งสำคัญ แต่การจัดการกับข่าวปลอมที่สร้างความตื่นตระหนกก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เราทุกคนมีหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเผยแพร่ต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและความวุ่นวายในสังคม

ที่มา – “บิ๊กเกรียง” ยุให้ตัดหัวประจาน พวกปล่อยเฟกนิวส์ผู้เสียชีวิตน้ำท่วมพุ่งพันคน

กกต.ไฟเขียว! ช่วยน้ำท่วม โฆษณาตัวเองได้

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุญาตให้นักการเมืองและพรรคการเมืองสามารถบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ โดยสามารถโฆษณาตัวเองได้ว่าเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ

กกต. ไฟเขียว นักการเมือง-พรรคการเมือง บริจาคเงิน สิ่งของ ช่วยน้ำท่วมโฆษณาตัวเองได้

นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงว่า นักการเมืองและพรรคการเมืองสามารถบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้โดยไม่จำกัดจำนวน แต่จำกัดวงเงินบริจาคไม่เกิน 300,000 บาทต่อวัน นอกจากนี้ ยังสามารถบริจาคสิ่งของ เช่น ข้าวสาร และสามารถโฆษณาได้ว่าเป็น สส. ในพื้นที่นั้นๆ

ในการประชุมชี้แจงการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติ นายเกรียงไกรกล่าวถึงระเบียบ กกต. ว่าด้วยจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการให้ตามประเพณีหรือเมื่อมีเหตุอันสมควรและการยื่นคัดค้านเกี่ยวกับการบันทึกค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำหนดว่า การให้ในแต่ละโอกาสตามประเพณี เช่น งานศพ งานบุญ งานขึ้นบ้านใหม่ พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สามารถบริจาคได้ไม่เกิน 3,000 บาท

บริจาคช่วยน้ำท่วม โฆษณาตัวเองได้

สำหรับกรณีภัยพิบัติ นายเกรียงไกรกล่าวว่า ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สามารถบริจาคได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อครั้ง ส่วนพรรคการเมืองสามารถบริจาคได้ไม่เกิน 3,000,000 บาทต่อครั้ง หากบริจาคเกินกว่าที่กำหนด กกต. จะกันยอดเงินส่วนที่เกินไปไว้ใช้สำหรับการเลือกตั้งครั้งถัดไป เพื่อป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบ

“กกต. ไม่ได้ปิดกั้นการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สส. สามารถบริจาคได้เต็มที่ภายใต้วงเงินที่กำหนด ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน พรรคไหน ใครมีศักยภาพก็ไปดูแลประชาชนในพื้นที่ของตัวเองได้ และหาก สส. จะบริจาคข้าวสาร หรือสิ่งของก็สามารถโฆษณาได้ว่าเป็น สส. ในพื้นที่นี้ เป็นพรรคการเมืองนี้ได้ จะติดสติ๊กเกอร์ของบริจาคได้เต็มที่” นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกรยังกล่าวถึงความแตกต่างจากกรณีการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า หากอยู่ในช่วง 180 วันก่อนครบวาระ นักการเมืองท้องถิ่นจะบริจาคหรือทำอะไรก็อาจมีความเสี่ยง แต่สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถทำได้ตามมาตรา 65 โดยสามารถอนุมัติงบประมาณใหม่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้มีการกล่าวถึงชื่อนายกฯ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เป็นการชี้นำ ซึ่งอาจนำไปสู่การผิดกฎหมายได้

เมื่อถามถึงการตรวจสอบและป้องกันการบริจาคเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดผ่านญาติหรือนอมินี นายเกรียงไกรกล่าวว่า เดิมทีเข้าใจว่านักการเมืองสามารถบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อเหตุการณ์ แต่ในความเป็นจริงคือ สามารถบริจาคได้หลายครั้งในเหตุการณ์ภัยพิบัติเดียวกัน แต่การบริจาคแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 300,000 บาท ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องให้ผู้อื่นไปบริจาคแทน

สรุปคือ ภายใต้มติกกต. นักการเมืองและพรรคการเมืองสามารถบริจาคเงินและสิ่งของช่วยน้ำท่วมโฆษณาตัวเองได้ โดยสามารถบริจาควันละ 300,000 บาทได้เรื่อยๆ เพราะภัยพิบัติไม่ได้เกิดขึ้นเพียงวันเดียว

การที่ กกต. อนุญาตให้นักการเมืองและพรรคการเมืองบริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมพร้อมทั้งโฆษณาตัวเองได้นั้น เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความพร้อมสามารถเข้ามาช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้ เพื่อป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง และให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ที่มา – กกต. ไฟเขียว นักการเมือง-พรรคการเมือง บริจาคเงิน สิ่งของ ช่วยน้ำท่วมโฆษณาตัวเองได้

แบงก์ชาติ สำรองเงินสดหลังน้ำท่วม เพิ่มแลกธนบัตรชำรุดทุกวัน

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก รวมถึงธนบัตรที่อาจได้รับความเสียหายจนไม่สามารถนำไปใช้ได้ตามปกติ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชน แบงก์ชาติ สำรองเงินสดรองรับความต้องการใช้หลังน้ำท่วม เพิ่มช่องทางแลกธนบัตรชำรุดทุกวัน ตลอดเดือนธันวาคม

แบงก์ชาติ สำรองเงินสดรองรับความต้องการใช้หลังน้ำท่วม เพิ่มช่องทางแลกธนบัตรชำรุดทุกวัน

นางบุษกร ธีระปัญญาชัย ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายโครงสร้างพื้นฐานและบริการระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้เตรียมความพร้อมในการสำรองธนบัตร เพื่อรองรับความต้องการใช้เงินสดของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยได้สำรองธนบัตรในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการเบิกจ่ายที่อาจสูงกว่าปกติ และได้สำรองธนบัตรเพิ่มเติมที่ศูนย์จัดการธนบัตรจังหวัดใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนหากมีความต้องการใช้เงินสดในพื้นที่ประสบภัยเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ธปท. ยังได้ประสานงานกับสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อให้เตรียมความพร้อมในการกระจายธนบัตรไปยังประชาชนผ่านสาขาและตู้ ATM ที่เปิดให้บริการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเงินสดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ช่องทางพิเศษ! แลกธนบัตรชำรุดได้ทุกวัน

สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และมีธนบัตรที่เสียหาย ชำรุด จนไม่สามารถนำไปใช้จ่ายหรือทำธุรกรรมได้ตามปกติ ธปท. ได้เพิ่มช่องทางในการแลกธนบัตรชำรุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยสามารถนำธนบัตรชำรุดไปแลกได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาที่เปิดทำการทุกวัน

เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ธนาคารพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและบริเวณใกล้เคียงที่เปิดให้บริการ ได้ให้ความร่วมมือในการเปิดรับแลกธนบัตรชำรุดได้ทุกวันตลอดเดือนธันวาคม 2568 (จากเดิมที่เปิดให้แลกเฉพาะวันพุธ) ทำให้ประชาชนสามารถนำธนบัตรชำรุดไปแลกเปลี่ยนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ธปท. ยังมีแผนที่จะจัดกิจกรรม “คลินิกธนบัตร” โดยจะเดินสายลงพื้นที่เพื่อให้ประชาชนสามารถนำธนบัตรชำรุดมาแลกเปลี่ยนได้โดยง่าย ซึ่งจะมีการแจ้งวัน เวลา และจุดรับแลกให้ทราบต่อไป

สำหรับธนบัตรพอลิเมอร์ ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้มีความทนทานต่อความชื้นและสิ่งสกปรก ประชาชนสามารถนำมาล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งก็จะสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่หากธนบัตรพอลิเมอร์ยังคงชำรุดเสียหาย ก็สามารถนำมาแลกเปลี่ยนได้ตามช่องทางที่ได้กล่าวมาข้างต้น

มาตรการ แบงก์ชาติ สำรองเงินสดรองรับความต้องการใช้หลังน้ำท่วม เพิ่มช่องทางแลกธนบัตรชำรุดทุกวัน นี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความมุ่งมั่นของธนาคารแห่งประเทศไทยในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเตรียมความพร้อมด้านธนบัตรและการเพิ่มช่องทางในการแลกธนบัตรชำรุด จะช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

การดูแลรักษาสภาพธนบัตรให้ดีอยู่เสมอ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ธนบัตรมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ต่างๆ

ที่มา – แบงก์ชาติ สำรองเงินสดรองรับความต้องการใช้หลังน้ำท่วม เพิ่มช่องทางแลกธนบัตรชำรุดทุกวัน

พอดแคสต์: ฮาร์ตส์ & เซลติกแต้มเท่า และบอลถ้วย!

ฟุตบอลสก็อตติชกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง! ในพอดแคสต์วันนี้ เราจะมาเจาะลึกสถานการณ์ล่าสุดของลีก โดยมีไฮไลท์อยู่ที่:

พอดแคสต์: ฮาร์ตส์ & เซลติกแต้มเท่า และบอลถ้วย!

  • การขับเคี่ยวแย่งแชมป์: ฮาร์ตส์และเซลติกมีแต้มห่างกันเพียงสองแต้มเท่านั้น ทำให้การแข่งขันแย่งแชมป์ลีกเป็นไปอย่างดุเดือด
  • บอลถ้วยสก็อตติช: ทีมใหญ่เตรียมลงสนามในบอลถ้วยสก็อตติช ซึ่งจะเพิ่มความเข้มข้นให้กับการแข่งขันมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เรายังจะพูดถึง:

  • ผลการแข่งขันที่น่าสนใจในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • ฟอร์มการเล่นของนักเตะคนสำคัญ
  • การวิเคราะห์แทคติกของแต่ละทีม

ไฮไลท์เพิ่มเติมในพอดแคสต์: ฮาร์ตส์ & เซลติกแต้มเท่า และบอลถ้วย!

ชัยชนะเหนือฮิเบอร์เนียนลดช่องว่างที่ด้านบนของตารางสก็อตติชพรีเมียร์ชิปลงเหลือสองแต้มหลังจากฮาร์ตส์เสมอกับมาเธอร์เวลล์ เรนเจอร์ส์ดิ้นรนเสมอกับฟอล์เคิร์ก อเบอร์ดีนขยับขึ้นมาอยู่ที่เจ็ดและรอบที่สี่ของสกอตติชคัพทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่น่าดึงดูดใจเมื่อออคินเล็ก ทาลบอตจะเผชิญหน้ากับเซลติก เรารวบรวมประเด็นพูดคุยทั้งหมดของการแข่งขันสุดสัปดาห์กับโจนาธาน ซัทเทอร์แลนด์, แจ็กกี้ แม็คนามารา และแอนดี้ ฮัลลิเดย์

อย่าพลาด! มาร่วมวิเคราะห์เจาะลึกฟุตบอลสก็อตติชไปกับเราในพอดแคสต์นี้! พบกับการวิเคราะห์เกมที่เฉียบคม ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจ และความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลทีมไหน หรือแค่ชื่นชอบฟุตบอลสก็อตติช ห้ามพลาดพอดแคสต์ตอนนี้! มาร่วมติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และเรื่องราวที่น่าสนใจในวงการฟุตบอลสก็อตติชไปกับเรา

ร่วมพูดคุยและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพอดแคสต์: ฮาร์ตส์ & เซลติกแต้มเท่า และบอลถ้วย! ได้ในช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา

ฟังพอดแคสต์นี้แล้ว คุณจะเข้าใจฟุตบอลสก็อตติชมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน!

อย่าลืมกดติดตาม (Subscribe) เพื่อไม่พลาดตอนใหม่ๆ!

แล้วพบกันใหม่ในพอดแคสต์ตอนหน้า!

ที่มา – Podcast: Only two points separate Hearts & Celtic and big guns enter Scottish Cup

ไทยเบฟฯ มอบผ้าห่มรักษ์โลก เชียงใหม่ ต้านภัยหนาวปี 26

ไทยเบฟฯ ส่งมอบผ้าห่มรักษ์โลก สานต่อต้านภัยหนาวปีที่ 26 ณ จ.เชียงใหม่! ผู้บริหารนำทีมส่งมอบผ้าห่มจากขวดรีไซเคิล 15,000 ผืน ช่วยผู้ประสบภัยหนาว

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดพิธีส่งมอบผ้าห่มในโครงการ “ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว” ณ โรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยมีนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟฯ, นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ และคณะผู้บริหารเข้าร่วม

โครงการนี้ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 26 แล้ว โดยเริ่มต้นในปี 2543 จากปณิธานของคุณเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่เดือดร้อนจากภัยหนาว โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการฯ ได้ส่งมอบผ้าห่มรักษ์โลกผืนเขียวกว่า 5,200,000 ผืน พร้อมทั้งขยายความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ทั้งอาหาร น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค สาธารณสุข การศึกษา กีฬา ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

ในปี 2563 ไทยเบฟฯ เริ่มผลิตผ้าห่มรักษ์โลกจากขวดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ภายใต้โครงการเก็บกลับ-รีไซเคิล ปัจจุบันสามารถเก็บขวดพลาสติกเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้กว่า 45 ล้านขวด และส่งมอบผ้าห่มรักษ์โลกไปแล้ว 1,200,000 ผืน โดยผ้าห่ม 1 ผืน เทียบเท่ากับการรีไซเคิลขวดพลาสติก 38 ขวด

ไทยเบฟฯ ส่งมอบผ้าห่มรักษ์โลก สานต่อต้านภัยหนาวปีที่ 26 ณ จ.เชียงใหม่

นายฐาปนกล่าวว่า คาราวานผ้าห่มผืนเขียวเดินทางมาถึง อ.แม่แตง พร้อมมอบความอบอุ่นให้ชาวเชียงใหม่ 15,000 ผืน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การคัดแยกขยะจาก Beta Young, Chang Mobile Football Clinic, และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก

ไทยเบฟฯ มอบผ้าห่มรักษ์โลก ช่วยชาวเชียงใหม่ ต้านภัยหนาว

นายรัฐพลกล่าวว่า สภาพพื้นที่เชียงใหม่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง ทำให้อุณหภูมิค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะบนดอย ในช่วงฤดูหนาวมีความต้องการผ้าห่มสูงถึง 490,000 ผืน การสนับสนุนของไทยเบฟฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นความช่วยเหลือที่สำคัญ

ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ได้แก่ บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด, มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก, โรงพยาบาลรวมแพทย์ ยโสธร, บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน), บริษัท เอฟแอนด์เอ็น ยูไนเต็ด จำกัด, บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด และกระทรวงมหาดไทย ที่สนับสนุนโครงการฯ มาโดยตลอด

โครงการ “ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว” ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความหนาวเย็น แต่ยังส่งเสริมการรีไซเคิลและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง

ที่มา – ไทยเบฟฯ ส่งมอบผ้าห่มรักษ์โลก สานต่อต้านภัยหนาวปีที่ 26 ณ จ.เชียงใหม่