วัน: 1 ธันวาคม 2025

โรห์ลเตือนนักเตะเรนเจอร์ส – ข่าวลือ

แดนนี่ โรห์ล ส่งสัญญาณเตือนไปยังนักเตะ เรนเจอร์ส บางรายว่าโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองกำลังจะหมดลง (Sun), external

เดวิด เกรย์ หัวหน้าโค้ช ฮิเบอร์เนียน หวังว่าการถอนตัวของ นิคกี้ แคดเด้น ในเกมที่แพ้ต่อ เซลติก จะหมายความว่าอาการบาดเจ็บที่น่องของเขาจะไม่รุนแรงมากนัก ขณะที่ จอร์แดน โอบิต้า รู้สึกตึง ซึ่ง “ไม่มีนัยสำคัญ” (Edinburgh Evening News – subscription required), external

อดีตกรรมการผู้ตัดสินสองคนกล่าวว่า คอลบี้ โดโนแวน ฟูลแบ็คของ เซลติก ควรถูกไล่ออกจากสนามจากการเข้าปะทะ โอบิต้า ในเกมที่ทีมเยือนชนะ 2-1 ที่สนามอีสเตอร์ โร้ด (The Ref’s View via Record, external)

สตีฟ คอนรอย และ เดส โรช ก็ตำหนิถึงความไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับกฎแฮนด์บอล (The Ref’s View via Glasgow Times, external)

เลียม สเกลส์ กองหลังของ เซลติก เชื่อว่าการตัดสินให้จุดโทษจากการแฮนด์บอล หลังจากที่มีการตรวจสอบ VAR ในเกมที่พวกเขาชนะ ฮิเบอร์เนียน นั้นเป็นการตัดสินที่ถูกต้อง (Sun), external

โรห์ลเตือนนักเตะเรนเจอร์ส – ข่าวลือ

สถานการณ์ภายในทีมเรนเจอร์สกำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากที่แดนนี่ โรห์ล ออกมาเตือนนักเตะในทีมถึงเรื่องโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองที่เหลือน้อยลง ข่าวลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ และการออกมาเตือนของโรห์ลในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความไม่แน่นอนในอนาคตของนักเตะบางราย

โรห์ลเตือนนักเตะเรนเจอร์ส ให้เร่งฟอร์มก่อนสายเกินแก้ ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากุนซือรายนี้กำลังต้องการยกระดับทีม และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง หากนักเตะไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ การแข่งขันภายในทีมจึงทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักเตะแต่ละคนต่างต้องพยายามแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาให้มากที่สุด เพื่อรักษาตำแหน่งในทีม

ผลกระทบจากคำเตือนของโรห์ล

คำเตือนของโรห์ล อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศภายในทีม เรนเจอร์ส ไม่ว่าในทางบวกหรือทางลบ นักเตะบางคนอาจได้รับแรงกระตุ้นให้พยายามมากขึ้น ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกกดดันและสูญเสียความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนคือ ทุกคนจะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการทำงานหนักและการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากโค้ชและเพื่อนร่วมทีม

ข่าวลือเกี่ยวกับนักเตะที่อาจถูกปล่อยตัวออกจากทีม เรนเจอร์ส เริ่มแพร่สะพัด การออกมาเตือนของโรห์ล จึงเสมือนเป็นการยืนยันว่าทีมกำลังอยู่ในช่วงของการประเมินผลงานนักเตะอย่างเข้มข้น นักเตะที่ยังไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ อาจต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน

นอกจากเรื่องของ โรห์ลเตือนนักเตะเรนเจอร์ส ยังมีประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ ในลีกสก็อตแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตัดสินของกรรมการที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง หรืออาการบาดเจ็บของนักเตะฮิเบอร์เนียน ซึ่งส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นของทีม

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ภายในทีมเรนเจอร์สกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คำเตือนของแดนนี่ โรห์ล ถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับนักเตะทุกคน และเป็นสิ่งที่น่าติดตามว่าพวกเขาจะสามารถตอบสนองต่อความท้าทายนี้ได้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะที่กำลังจะมาถึง อาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากนักเตะบางรายไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้

ถึงแม้ว่าคำเตือนของโรห์ล จะสร้างแรงกดดันให้กับนักเตะเรนเจอร์ส แต่ก็อาจเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาพัฒนาตัวเองและยกระดับทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือการที่นักเตะทุกคนต้องมีความมุ่งมั่นและทำงานหนัก เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของโค้ชและแฟนบอลได้

ที่มา – Rohl issues warning to Rangers players – gossip

“ไชยชนก” ชง ครม. อนุมัติใช้ระบบ Tomorrow.io

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมเสนอโครงการสำคัญเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติ “ไชยชนก” ชง ครม. อนุมัติใช้ระบบ Tomorrow.io ยกระดับการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำเอาระบบดาวเทียมตรวจสอบสภาพอากาศของ Tomorrow.io ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีภูมิอากาศแถวหน้าของโลกมาใช้ โดย Tomorrow.io ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำมากมาย เช่น NASA, U.S. Air Force และ Bill & Melinda Gates Foundation ระบบนี้ใช้ดาวเทียมรุ่นใหม่ถึง 9 ดวง ที่มีระบบ Microwave Sounder สามารถสแกนบรรยากาศโลกได้ถี่มาก ต่ำกว่าชั่วโมงต่อรอบ และยังส่งรายงานผลประมวลผลด้วย AI ได้ทุกๆ 15 นาที ทำให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและรวดเร็วทันต่อสถานการณ์

ข้อมูลที่ได้จะครอบคลุมทั้งพายุ, ปริมาณฝน, น้ำท่วมฉับพลัน, ฟ้าผ่า, กระแสลม และสภาพอากาศทางทะเล นอกจากนี้ ยังมีการสร้างแบบจำลองสภาพอากาศที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจ เพื่อนำมาบูรณาการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตุนิยมวิทยาของประเทศไทย

“ไชยชนก” ชง ครม. อนุมัติใช้ระบบ Tomorrow.io

นายไชยชนก กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาจำเป็นต้องยกระดับความสามารถในการพยากรณ์อากาศ โดยการวิเคราะห์สภาพอากาศที่แม่นยำ และการพยากรณ์เหตุการณ์ภัยพิบัติล่วงหน้า เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที

ทำไม “ไชยชนก” ชง ครม. อนุมัติใช้ระบบ Tomorrow.io

แพลตฟอร์มของ Tomorrow.io ยังสามารถแปลงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่ซับซ้อนให้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานรัฐ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนทั่วไปใช้ในการตัดสินใจที่รวดเร็วและเป็นระบบ ช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรง ศักยภาพเหล่านี้จะทำให้กรมอุตุนิยมวิทยาเป็นศูนย์กลางของการเฝ้าระวังภัยพิบัติแห่งชาติ สร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน จึงเตรียมนำเรื่องนี้เสนอต่อ ครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณ

นอกจากนี้ รัฐมนตรีไชยชนกยังได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งต้องมีระบบสำรองฉุกเฉินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

การที่ “ไชยชนก” ชง ครม. อนุมัติใช้ระบบ Tomorrow.io นี้ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการรับมือภัยพิบัติของประเทศไทย เพราะระบบนี้จะช่วยให้กรมอุตุนิยมวิทยาสามารถพยากรณ์อากาศได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น และแจ้งเตือนประชาชนได้ทันท่วงที ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ

การลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากภัยพิบัติ และเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา – “ไชยชนก” ชง ครม. อนุมัติใช้ระบบ Tomorrow.io ยกระดับการรับมือภัยพิบัติ

เงินน้ำท่วม 9,000 บาท เข้าบัญชี 3 จังหวัด

ปภ. เผย เงินน้ำท่วม 9,000 บาท โอนเข้าบัญชีผู้ได้รับผลกระทบที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ซึ่งผูกกับพร้อมเพย์ วันนี้ (1 ธ.ค.68) รวม 26,571 ครัวเรือน ใน 3 จังหวัดใต้ สงขลา สตูล และปัตตานี  ใครที่รอรับเงินอยู่เช็คบัญชีด่วนเลย!

วันที่ 1 ธ.ค. 68 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานการโอนเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68 และวันที่ 18, 25 พ.ย. 68 ซึ่งจะช่วยเหลือเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 แบบเหมาจ่ายในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยเป็นการจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 4 รูปแบบ ดังนี้ 

  • ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย 
  • ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วันขึ้นไป 
  • ที่อยู่อาศัยประจำที่ถูกน้ำล้อมรอบจนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป
  • ที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป 

โดยในวันนี้ ธนาคารออมสินจะโอนเงินน้ำท่วม 9,000 บาทช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 ครัวเรือนละ 9,000 บาท ให้แก่ผู้ประสบภัยที่ได้ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้วในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ รวมจำนวน 26,571 ครัวเรือน ได้แก่ จังหวัดสงขลา (4,563 ครัวเรือน) สตูล (8,772 ครัวเรือน) และจังหวัดปัตตานี (13,236 ครัวเรือน) เป็นเงินทั้งสิ้น 239,139,000 บาท ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกไว้กับหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน ติดต่อธนาคารใดก็ได้ เพื่อดำเนินการผูกบัญชีโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความขัดข้องในการโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และให้การช่วยเหลือเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว

เงินน้ำท่วม 9,000 บาท โอนเข้าบัญชีวันนี้ 3 จังหวัด สงขลา สตูล และปัตตานี

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทยนั้นสร้างความเสียหายอย่างมากให้กับประชาชน การที่ภาครัฐเร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง และการจ่ายเงินน้ำท่วม 9,000 บาท ในครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ได้เป็นอย่างดี

ใครบ้างที่ได้รับ เงินน้ำท่วม 9,000 บาท นี้?

สำหรับผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยาในครั้งนี้ คือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2568 และมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ 4 ข้อ ได้แก่:

  • ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
  • ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วันขึ้นไป
  • ที่อยู่อาศัยประจำที่ถูกน้ำล้อมรอบจนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป
  • ที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป

ดังนั้น หากท่านเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบและมีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาข้างต้น อย่าลืมตรวจสอบบัญชีพร้อมเพย์ของท่าน เพื่อตรวจสอบว่าเงินน้ำท่วม 9,000 บาท ได้ถูกโอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วหรือไม่

หากใครที่ยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน จะต้องรีบไปดำเนินการที่ธนาคารโดยด่วนนะครับ เพื่อให้การรับเงินเยียวยาเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว

การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และการที่รัฐบาลดำเนินการอย่างรวดเร็วในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง อย่างไรก็ตาม การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – เงินน้ำท่วม 9,000 บาท โอนเข้าบัญชีวันนี้ 3 จังหวัด สงขลา สตูล และปัตตานี

จับชายยิงปืนไล่หลังอาสาฯ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อชายคนหนึ่งก่อเหตุ จับชายยิงปืนไล่หลังอาสาฯ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ โดยอ้างว่ามีผู้ป่วยอาการสาหัสต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่อาสากู้ภัยกำลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่

ตามรายงานข่าวเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 บริเวณชุมชนบ้านเกาะหมี ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ็ตสกีที่ขับผ่าน ต่อมาตำรวจภูธรภาค 9 ได้ทำการสืบสวนและกดดันจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายเริงชัย อายุ 30 ปี ซึ่งได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 พร้อมอาวุธปืนพกสั้นอัตโนมัติ ยี่ห้อกล็อก 19 ขนาด 9 มม. ที่ใช้ในการก่อเหตุ

นายเริงชัยให้การว่า ในวันเกิดเหตุมีคนเกิดอาการช็อกและมีอาการสาหัสถึงขั้นต้องปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต เขาพยายามเรียกเจ็ตสกีที่ขับผ่านให้จอดเพื่อช่วยเหลือ แต่เนื่องจากเสียงดังทำให้คนขับไม่ได้ยิน ด้วยความเป็นห่วงผู้ป่วย เขาจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนของน้องชายซึ่งเป็นตำรวจ ยิงขึ้นฟ้าไป 2 นัด เพื่อเรียกให้เจ็ตสกีกลับมาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่เป็นผล ปัจจุบันผู้ป่วยที่ช็อกยังคงรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

นายเริงชัยได้กล่าวขอโทษผู้ขับขี่เจ็ตสกีและอาสากู้ภัยที่ทำให้ตกใจ โดยยืนยันว่าเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายใคร เพียงแต่ต้องการช่วยเหลือผู้ป่วยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะ” และส่งตัวนายเริงชัยให้พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จับชายยิงปืนไล่หลังอาสาฯ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

เหตุการณ์ จับชายยิงปืนไล่หลังอาสาฯ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนอะไร

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดและความสิ้นหวังที่อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน แม้ว่าเจตนาของผู้ก่อเหตุคือการช่วยเหลือชีวิต แต่การใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะถือเป็นความผิดทางกฎหมายและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่นายเริงชัยอ้างว่ามีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนเพื่อเรียกความสนใจจากอาสากู้ภัย เนื่องจากสถานการณ์ฉุกเฉินและความยากลำบากในการสื่อสารในภาวะน้ำท่วม ทำให้เกิดคำถามว่า มีวิธีการอื่นใดที่สามารถใช้ในการขอความช่วยเหลือในสถานการณ์เช่นนี้ได้ หรือไม่

นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกอบรมและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งสำหรับประชาชนทั่วไปและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์ จับชายยิงปืนไล่หลังอาสาฯ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ ยังแสดงให้เห็นถึงความเสียสละของอาสากู้ภัยที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงและอุปสรรคต่างๆ ก็ตาม

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาในสังคม และความจำเป็นในการพิจารณาถึงเจตนาและแรงจูงใจของผู้กระทำควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย

การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการสร้างความเข้าใจและหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน

บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์นี้:

  • การใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะเป็นสิ่งผิดกฎหมายและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น
  • การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • การฝึกอบรมและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็น
  • ความเสียสละของอาสากู้ภัยเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง
  • การแก้ไขปัญหาในสังคมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ในท้ายที่สุด เหตุการณ์ จับชายยิงปืนไล่หลังอาสาฯ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราควรให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ และสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การตัดสินใจที่รวดเร็วและเด็ดขาดเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้อื่นด้วย การมีสติและการไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมและหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

ถึงแม้ว่านายเริงชัยจะอ้างว่ามีเจตนาดี แต่การกระทำของเขาก็ยังคงเป็นความผิดทางกฎหมาย การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายและการใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหา จะช่วยลดโอกาสในการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคตได้

ที่มา – จับชายยิงปืนไล่หลังอาสาฯ ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ อ้างมีคนสาหัส ต้องการเรียกให้จอด

กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวทหารกัมพูชายึด “ผาอินทรีย์”

กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวทหารกัมพูชายึด “ผาอินทรีย์” ในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พร้อมเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมที่สร้างความสับสนและตื่นตระหนกให้กับประชาชน

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกระแสข่าวที่แพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีที่มีกำลังทหารกัมพูชาเข้ามายึดครองพื้นที่บริเวณ “ผาอินทรีย์” ในอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชน

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า หน่วยงานความมั่นคงที่รับผิดชอบพื้นที่โดยตรง ได้แก่ ตชด.216 และฝ่ายปกครองอำเภอบ้านกรวด ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันดังกล่าว เวลา 10.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้รถจักรยานยนต์ในการเข้าถึงพื้นที่ เนื่องจากสภาพเส้นทางไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ยานยนต์ขนาดใหญ่ ทั้งนี้ “ผาอินทรีย์” ตั้งอยู่บริเวณสายตรี 6 ใต้ ตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด ห่างจากถนนสาย 224 ประมาณ 12 กิโลเมตร และเคยเป็นที่ตั้งของฐาน ตชด.216 ที่ถูกยุบเลิกไปเมื่อปี พ.ศ. 2533 ทำให้ทางราชการมีข้อมูลและประวัติการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างชัดเจน

ผลจากการตรวจสอบพื้นที่ในเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่ ตชด.216 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไม่พบหลักฐานหรือข้อบ่งชี้ใดๆ ที่แสดงว่ามีกำลังทหารกัมพูชาเข้ามาตั้งฐาน ปรับปรุงพื้นที่ หรือก่อสร้างเส้นทางภายในเขตแดนไทย ตามที่มีการกล่าวอ้าง นอกจากนี้ ภาพถ่ายดาวเทียมและการสำรวจสภาพภูมิประเทศภาคสนาม ก็ไม่ปรากฏการเคลื่อนกำลังหรือกิจกรรมทางยุทธวิธีใดๆ ของฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ดังกล่าว

บริเวณโดยรอบ “ผาอินทรีย์” ยังคงเป็นป่ารกทึบ และมีเพียงร่องรอยถนนเก่าที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน จากการตรวจสอบในเบื้องต้นจึงสรุปได้ว่า ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ที่เข้าข่ายการล่วงละเมิดอธิปไตยของประเทศไทย หรือเป็นภัยต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดน อย่างไรก็ตาม หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ยังคงปฏิบัติการลาดตระเวนและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อยืนยันสถานการณ์ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนและความตื่นตระหนก เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลดังกล่าวแล้ว และอยู่ในระหว่างการดำเนินการแจ้งความตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กับผู้เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และต่อภารกิจการดูแลความมั่นคงชายแดนของหน่วยงานภาครัฐ

กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวทหารกัมพูชายึด “ผาอินทรีย์”

กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือประชาชนในการติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานทางการเท่านั้น และขอยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 2 ยังคงปฏิบัติภารกิจในการป้องกันชายแดนด้วยความรอบคอบ เข้มแข็ง และยึดมั่นในหลักความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและความมั่นคงของชาติ

ความสำคัญของการตรวจสอบข่าวสารเกี่ยวกับ “ผาอินทรีย์”

การตรวจสอบข่าวสารที่ถูกต้องและแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ ข่าวปลอมหรือข้อมูลที่บิดเบือนสามารถสร้างความตื่นตระหนกและความเข้าใจผิด ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบที่ร้ายแรงได้ ดังนั้น การติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะเผยแพร่ข้อมูลต่อ จึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทุกคน

นอกจากนี้ การที่กองทัพภาคที่ 2 ออกมาแถลงการณ์อย่างรวดเร็วและชัดเจน ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและลดโอกาสในการแพร่กระจายของข่าวปลอม

การดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับ กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวทหารกัมพูชายึด “ผาอินทรีย์” ถือเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก และเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ในสังคม

ในยุคปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว การมีสติและวิจารณญาณในการรับข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เราควรตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล พิจารณาความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว และเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนที่จะเชื่อถือหรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ การทำเช่นนี้จะช่วยให้เราสามารถแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้องออกจากข้อมูลที่ผิดพลาด และหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวทหารกัมพูชายึด “ผาอินทรีย์” เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบข่าวสารและข้อมูลก่อนที่จะเชื่อถือหรือเผยแพร่ต่อ การมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทุกคน

ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวทหารกัมพูชายึด “ผาอินทรีย์” บุรีรัมย์ จ่อเอาผิดคนปล่อยข่าวมั่ว

อาร์เซนอลสมควรนำ? ใครไล่ตาม? | ดูบอลสด

ทุกทีมที่ไล่ตามอาร์เซนอลยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง – สำหรับเชลซี การขาดวินัยเป็นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงหากพวกเขาต้องการท้าชิงตำแหน่งแชมป์

การถูกไล่ออกของมอยเซส ไกเซโดในเกมที่เสมอกับอาร์เซนอล 1-1 เมื่อวันอาทิตย์เป็นครั้งที่สี่ใน 13 เกมพรีเมียร์ลีกที่ผู้เล่นเชลซีถูกไล่ออกในฤดูกาลนี้

หนึ่งในใบแดงเหล่านั้นคือมาโล กุสโต้ที่เจอกับฟอเรสต์ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลการแข่งขัน แต่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไบรท์ตัน และตอนนี้อาร์เซนอล พวกเขาเหลือผู้เล่นน้อยกว่าในช่วงสำคัญของแต่ละนัด

พวกเขาได้เพียงแต้มเดียวจากเก้าแต้มที่เป็นไปได้ในเกมเหล่านั้น และแน่นอนว่าใบแดงมีผลกระทบต่อแต่ละผลลัพธ์

เกมกับอาร์เซนอล เชลซีมีความสุขกับแต้มเดียวในสถานการณ์นั้น เพราะวิธีที่พวกเขาตอบสนองเมื่อเหลือ 10 คน และประตูที่พวกเขาทำได้ แม้กระทั่งตอนที่พวกเขาเสียประตู พวกเขาก็ทำให้กันเนอร์สลำบาก ซึ่งไม่สามารถเจาะพวกเขาเข้าไปได้

แต่ด้วยวิธีที่ทีมของเขาเล่นด้วยผู้เล่น 10 คน ผมยังคิดว่าเอนโซ มาเรสกา นายใหญ่ของสิงห์บลูส์จะมองว่ามันเป็นโอกาสที่พลาดไปในการลดช่องว่างกับผู้นำ

ไม่นานมานี้ อาร์เซนอลเป็นทีมที่เสียใจกับใบแดงราคาแพงในการแข่งขันชิงแชมป์ – พวกเขาทำแต้มหลุดมือในสามจากแปดนัดแรกของฤดูกาลที่แล้ว และทั้งสามครั้งเกิดขึ้นหลังจากที่มีผู้เล่นถูกไล่ออก

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้ สถิติทางวินัยของพวกเขาดีขึ้นมาก ใช่ พวกเขาโดนใบเหลืองไป 6 ใบในวันอาทิตย์ในเกมลอนดอนดาร์บี้ที่ดุเดือด แต่พวกเขายังคงมีผู้เล่น 11 คนในสนาม

นั่นคือสิ่งที่ทีมของมิเกล อาร์เตต้าทำได้ในทั้ง 20 เกมที่พวกเขาเล่นในทุกรายการในฤดูกาลนี้ และเป็นตัวอย่างที่เชลซีต้องเริ่มทำตาม

เชลซีขาดความสม่ำเสมอ

ก่อนเริ่มฤดูกาล ผมไม่ได้มองว่าเชลซีเป็นคู่แข่งแย่งแชมป์ – ผมมองว่าพวกเขาอยู่ในและรอบๆ ท็อปโฟร์ – แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะชนะคลับเวิลด์คัพในช่วงซัมเมอร์ และพวกเขาก็ทำให้ผมประหลาดใจที่นั่น

อาจจะเหมาะกับพวกเขาที่ตอนนี้ไม่มีใครมองว่าพวกเขาเป็นคู่แข่งแย่งแชมป์เช่นกัน แม้ว่าเกมวันอาทิตย์จะเป็นการพบกันระหว่างอันดับหนึ่งกับอันดับสองก่อนสุดสัปดาห์

พวกเขายังอยู่ในตำแหน่งที่ดีหลังจากการเสมอ แต่ผมคิดว่าพวกเขาจะชนะพรีเมียร์ลีกจากตรงนี้ไหม? ไม่ ผมไม่คิดอย่างนั้น

พวกเขาจะชนะได้ไหม? ใช่ แน่นอน… แต่พวกเขาจะต้องปรับปรุงมากกว่าแค่สถิติทางวินัยเพื่อให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น

ความไม่สม่ำเสมอของพวกเขาทำให้พวกเขาต้องเสียมากกว่าสิ่งอื่นใด ในเกมอย่างการแพ้ซันเดอร์แลนด์ 2-1 ในบ้านที่ไม่ได้มีใบแดงเป็นต้นเหตุ เพราะสิ่งที่เริ่มต้นฤดูกาลได้ดีสำหรับพวกเขา อาจจะดีกว่านี้ได้อีก

แมนฯ ซิตี้ปล่อยให้มีโอกาสมากเกินไป

แอสตัน วิลลาอาจจะอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในบรรดาทีมที่ตามหลังอาร์เซนอลสมควรนำ? ยูไน เอเมรีและลูกทีมของเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อเร็วๆ นี้และอยู่ในช่วงที่กำลังไปได้สวย

แต่จากห้าอันดับแรกของฤดูกาลที่แล้ว มีเพียงกันเนอร์สเท่านั้นที่พบกับความสม่ำเสมอ – อีกสี่ทีมขึ้นๆ ลงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลิเวอร์พูลและนิวคาสเซิล แต่รวมถึงเชลซีด้วย

เรื่องราวเดียวกันกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งตอนนี้อยู่ในอันดับที่สอง แต่ยังคงดูคลอนแคลนในแนวรับและเปิดโอกาสให้คู่แข่งมากเกินไป

ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะที่สำคัญได้เมื่อวันอาทิตย์ แต่ผมยังไม่เห็นว่าแชมป์เก่าจะกลับเข้าสู่การแข่งขันเพื่อชิงแชมป์ได้ในตอนนี้

แต่เป้าหมายของพวกเขาอาจจะเป็นการคว้าตำแหน่งแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาควรทำได้ด้วยความสามารถในทีมของพวกเขา

เกมของพวกเขากับเวสต์แฮมเป็นอีกเกมที่ผมดูสำหรับ Match of the Day หลังจากฟอร์มที่ดีของหงส์แดง พวกเขาอยู่ในช่วงที่ผลงานที่ดีไม่สำคัญ เพราะพวกเขาแค่ต้องการผลการแข่งขันที่ดี

ปรากฎว่าพวกเขาได้ทั้งสองอย่าง มันเป็นสามแต้มที่สำคัญ เพราะอาร์เน สล็อตอยู่ภายใต้ความกดดัน และเขาตัดสินใจครั้งใหญ่ที่จะไม่ส่งโมฮาเหม็ด ซาลาห์ลงสนาม แต่มันได้ผลสำหรับเขา

มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอเล็กซานเดอร์ อิซัคที่ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีกให้กับลิเวอร์พูลได้เช่นกัน เขาต้องรอนานกว่าที่เขาต้องการ และแฟนบอลลิเวอร์พูลก็ต้องรอเช่นกัน

ประตูของเขากับเวสต์แฮมเป็นการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมด้วยลูกวอลเลย์ครึ่งหนึ่ง และมันก็เป็นประตูที่สำคัญเช่นกัน เพราะมันเปลี่ยนเกม

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณภาพของอิซัคมีอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นเขาสังหารด้วยการยิงที่ฉลาดเช่นนั้น

สิ่งสำคัญคือการที่เขาฟิตสมบูรณ์หลังจากพลาดการฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นส่วนใหญ่ และทีมคุ้นเคยกับวิธีที่เขาต้องการเล่น และนั่นคือสิ่งที่เขาและลิเวอร์พูลยังคงทำงานอยู่

อาร์เซนอลสมควรนำ? ห่าง 5 แต้ม

สิ่งที่อาร์เซนอลสมควรนำ? ไม่ได้เปลี่ยนแปลงในสุดสัปดาห์นี้คืออาร์เซนอลยังคงเป็นทีมที่ต้องเอาชนะ

คุณอาจโต้แย้งได้ว่าพวกเขาควรทำได้มากกว่านี้เมื่อเจอกับเชลซีที่มีผู้เล่น 10 คน และพวกเขาอาจผิดหวังที่ไม่สามารถสร้างโอกาสได้มากกว่านี้หลังจากใบแดง และได้แค่ผลเสมอ

แต่มองภาพรวมที่ใหญ่กว่า พวกเขาออกมาจากสัปดาห์ที่ยากลำบากมากในแชมเปี้ยนส์ลีกและพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะที่น่าประทับใจเหนือท็อตแนม และบาเยิร์น มิวนิก และตอนนี้ได้ผลเสมอในการไปเยือนทีมที่อยู่ใกล้พวกเขาที่สุดในตาราง

เกมกับเชลซี พวกเขาขาดเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเลือกแรกทั้งสองคน กาเบรียลและวิลเลียม ซาลิบา และผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญที่ไม่มีพวกเขา พวกเขาเสียประตูจากลูกตั้งเตะของเชลซี และไม่ได้ดูเป็นภัยคุกคามเหมือนปกติจากลูกตั้งเตะของตัวเอง

นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่การเก็บแต้มนี้จะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ดี และอาร์เตต้าจะไม่มองว่าผลการแข่งขันนี้เป็นสองแต้มที่หลุดไป

อาร์เซนอลเสมอเกมเยือนสองนัดหลังสุด แต่พวกเขายังคงเป็นทีมที่มีความสม่ำเสมอมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขานำอยู่ห้าแต้ม

อาร์เซนอลสมควรนำ? และใครเหมาะสมที่จะตามล่า?

ตารางคะแนนลีกไม่ได้โกหกในขณะนี้ และมันไม่เคยทำ พวกเขาสมควรที่จะอยู่ในจุดที่พวกเขาอยู่ เพราะพวกเขาเป็นทีมที่โดดเด่นที่สุดจนถึงตอนนี้ และพวกเขาจะทำให้ตามทันได้ยากเช่นกัน

สรุปแล้ว อาร์เซนอลยังคงเป็นทีมที่น่าจับตามอง แต่ทีมอื่น ๆ ก็มีโอกาสเช่นกัน หากพวกเขาสามารถแก้ไขจุดบกพร่องของตนเองได้ การแข่งขันเพื่อชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกยังคงเปิดกว้าง และเราจะได้เห็นอะไรที่น่าตื่นเต้นอีกมากมายแน่นอน

ที่มา – ‘Arsenal deserve to be clear – but who’s best placed to challenge?’

กปภ.หาดใหญ่ เร่งซ่อมระบบน้ำท่วม ขออภัยประชาชน


สถานการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ส่งผลกระทบต่อระบบประปาอย่างหนัก การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาหาดใหญ่กำลังทำงานอย่างหนักตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อกปภ.หาดใหญ่ เร่งซ่อมระบบ-เครื่องสูบน้ำที่ถูกน้ำท่วม และเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด หลังระบบผลิตน้ำและเครื่องสูบน้ำได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วม

กปภ.หาดใหญ่ เร่งซ่อมระบบ-เครื่องสูบน้ำที่ถูกน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจสถานีผลิตน้ำหาดใหญ่ พบว่าระดับน้ำสูงกว่า 4 เมตร ซึ่งสูงกว่าปี 2553 ทำให้เครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำที่ยกสูงไว้แล้วยังคงถูกน้ำท่วม ส่งผลให้ต้องมีการซ่อมแซมระบบใหม่ทั้งหมด รวมถึงการตรวจสอบระบบไฟฟ้าของมอเตอร์ผลิตน้ำประปา

น.ส.กฤติกา ธรรมสโร ผู้จัดการ กปภ. สาขาหาดใหญ่ กล่าวว่า ขณะนี้สามารถจ่ายน้ำได้ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และบางส่วนที่เป็นท่อเหล็ก ส่วนพื้นที่อื่น ๆ กำลังเร่งซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำและมอเตอร์ผลิตน้ำให้ได้มากที่สุด เนื่องจากมอเตอร์ทุกตัวจมน้ำและต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมด

ทาง กปภ. สาขาหาดใหญ่ ขออภัยประชาชนสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อกระจายน้ำให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด แม้จะมีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่น้ำท่วมในปีนี้มีความรุนแรงและสูงมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้

สถานการณ์การจ่ายน้ำและการแก้ไขปัญหา

เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างทั่วถึง กปภ.สาขาหาดใหญ่ ได้ปรับแผนการจ่ายน้ำในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในโซนบ้านพรุ ซึ่งมีการเปิดจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลาเพื่อแบ่งปันน้ำให้ทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมกัน

  • โซนบ้านพรุล่าง: เปิดจ่ายน้ำเวลา 05.00 น. – 12.00 น. และ 19.00 น. – 22.00 น. (บ้านหน้าควน, พรุธานี, สันติวิถี, คลองหวะ)
  • โซนบ้านพรุบน: เปิดจ่ายน้ำเวลา 12.00 น. – 19.00 น. (บริเวณแยกคลองหวะ – พรุค้างคาว, ถ.ชุมแสง, ถ.เทพประชาเหนือ, ถ.กาญจนวนิช, ถ.คลองยาเหนือ/ออก/ใต้/ตก, พื้นที่โดยรอบเทศบาลเมืองบ้านพรุ)

การปรับแผนนี้อาจส่งผลให้บางพื้นที่ในโซนบ้านพรุบนมีน้ำไหลอ่อนหรือหยุดจ่ายน้ำเป็นบางช่วงเวลา แต่ กปภ. จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอาจพบว่าในช่วงแรกน้ำประปาอาจไหลอ่อนและมีความขุ่นเล็กน้อย ทาง กปภ.สาขาหาดใหญ่ขออภัยในความไม่สะดวกและจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ความร่วมมือและการสนับสนุน

ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ การประปาจากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนในการซ่อมแซมระบบอย่างเร่งด่วน แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการแก้ไขวิกฤต

กปภ.หาดใหญ่ เร่งซ่อมระบบ-เครื่องสูบน้ำที่ถูกน้ำท่วม อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนกลับมามีน้ำประปาใช้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด การทำงานตลอด 24 ชั่วโมงและการปรับแผนการจ่ายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะบรรเทาความเดือดร้อนให้มากที่สุด

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบป้องกันและรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและโครงสร้างพื้นฐาน

ในการกปภ.หาดใหญ่ เร่งซ่อมระบบ-เครื่องสูบน้ำที่ถูกน้ำท่วมครั้งนี้ เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่และความเสียสละของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและการสื่อสารที่โปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ที่มา – กปภ.หาดใหญ่ เร่งซ่อมระบบ-เครื่องสูบน้ำที่ถูกน้ำท่วม ขอโทษประชาชนที่เดือดร้อน

อนุทินมอบนโยบายงบฯ ปี 70 เจอภัย 4 ด้าน

“นายกฯ อนุทิน” มอบนโยบายจัดทำงบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ย้ำเร่งเยียวยาน้ำท่วม บอกอยากนามสกุล “หลีกภัย” แต่กลับเจอภัย 4 ด้าน ลั่นต้องไม่มีขาที่แปด หากมีปะทะต้องชนะเท่านั้น

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในงานมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 0.2%

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะทำให้รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงการประกาศวาระสำคัญของประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยยึดแนวทางจากแผนการคลังระยะปานกลาง คือช่วงปี 2570 – 2573 และในปีนี้ถึงแม้จะยังเป็นการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล แต่รัฐบาลตั้งใจที่จะลดการขาดดุลของงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณในอนาคต และรักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม โดยอยู่บนหลักการรักษาวินัยการเงิน การคลัง และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2570 เป็นปีที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำ ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ทำให้ต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการปรับตัวป้องกันภัยพิบัติ และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องปรับตัวให้ทันสมัยโดยนำระบบดิจิทัล และเทคโนโลยี มาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ มีการติดตามประเมินผลเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณโปร่งใสตรวจสอบได้ ดังนั้น งบประมาณปี 2570 ต้องตอบโจทย์ได้ครบสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การดูแลสังคม และการรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศ 5 ด้าน ดังนี้

1. ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลจะดำเนินมาตรการให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างเป็นระบบ โดยเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะสั้นควบคู่กับการวางแผนเศรษฐกิจในระยะยาว ตามนโยบาย Quick Big Win ซึ่งนโยบายนี้มีนัยว่าเป็นการกระตุ้นสั้น ได้ผลยาว และกระจายตัว โดยช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นการเติบโตในไตรมาสที่ 4 ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท

ขณะที่ การลงทุนเพื่ออนาคตมีการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสร้างความยั่งยืน ยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตบนเส้นทางเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อลดข้อจำกัดด้านการส่งออก และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร รวมถึงการออกมาตรการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ

2. ด้านการต่างประเทศ รัฐบาลกำลังเร่งเจรจาเพื่อแก้ไขผลกระทบจากสงครามการค้า รวมทั้งผลักดันให้ประเทศไทย ได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ให้แล้วเสร็จภายในปี 2573 หากประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิก เราจะเป็นประเทศที่สร้างความเชื่อมั่น สร้างความเชื่อถือ และสามารถดึงดูดความมั่นใจแก่ประเทศผู้ค้าต่างๆ ทั่วโลก เพื่อให้เกิดการลงทุนในประเทศของเราได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงด้านความมั่นคงซึ่งรัฐบาลมุ่งเน้นแนวทางสันติวิธี ในการแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างประเทศของเรากับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ให้เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ รัฐบาลยังดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก นำประเทศไทยกลับเข้ามาสู่จอเรดาร์อีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจ และสร้างบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก

3. ด้านสังคม รัฐบาลจะจัดการอย่างเร่งด่วนกับปัญหาสแกมเมอร์หรือการหลอกลวงทางเทคโนโลยี การพนัน อาชญากรรมข้ามชาติ และยาเสพติด รวมถึงการแก้ไขปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง และพวกพ้อง โดยยึดหลักนิติธรรม และความโปร่งใส เพื่อยุติการคอร์รัปชัน ขอย้ำว่า รัฐบาลนี้แสดงทีท่าอย่างชัดเจนว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของสแกมเมอร์ ยาเสพติด และเจ้าของบ่อนการพนัน เจ้าของธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ตนได้พิสูจน์ให้เห็นว่าได้ให้ความร่วมมือในการดำเนินทุกนโยบาย ที่จะทำให้สังคมเหล่านี้พ้นไปจากประเทศไทยซึ่งผลงานก็เห็นอยู่

4. ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจะพัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะพื้นที่ประสบภัยอุทกภัยเป็นประจำ หรือพื้นที่มีความเสี่ยงสูงด้านหมอกควัน พร้อมเร่งเยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบภัยให้กลับสู่สภาพวิถีชีวิตปกติให้เร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่ในหลายจังหวัดหลายครั้ง เพื่อตรวจสถานการณ์ และหาวิธีช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ ได้เห็นว่าสถานการณ์ปีนี้รุนแรง เช่น น้ำท่วมอย่างหนัก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเยียวยาโดยเร็ว ครอบคลุม, ทั่วถึง และลดขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้เงินช่วยเหลือ และนโยบาย เข้าถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ หากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน มีการจัดประชุม อีเว้นท์ หรืออบรมสัมมนา ช่วงปลายปี ขอให้พิจารณาจัดในจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น อ.หาดใหญ่ ซึ่งทุกภาคส่วนได้เตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว และนักกีฬาซีเกมส์ไว้แล้ว แต่ต้องชะลอไปเพราะสภาพพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยให้จัดการแข่งขัน ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก จากการต้องยกเลิกการเดินทางของนักกีฬา นักท่องเที่ยว และกองเชียร์ จึงขอฝากหัวหน้าส่วนราชการทุกท่าน ตนไม่ได้ตัดงบประมาณสำหรับการประชุมหรือสัมมนาภายในประเทศ แต่ขอให้เลือกจังหวัดที่กำลังประสบภัย เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบดีขึ้นจากการมีเงินหมุนเวียนในพื้นที่

ขณะที่ ด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจะผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net zero หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 หากไม่เริ่มวันนี้อีกไม่กี่สิบปีก็อาจสายเกินไป ดังนั้น เราจำเป็นต้องเป็นผู้ริเริ่มให้ได้ เพื่อบรรลุเป้าหมาย 100% ภายใน 25 ปี

5. ด้านการบริหารงานภาครัฐ รัฐบาลจะปฏิรูประบบราชการและกฎหมาย มุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลให้บริการอย่างสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส เปิดเผยข้อมูล แก้ไข รวมถึงยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจาก 5 ด้าน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการวางรากฐานประเทศ ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว ทั้งด้านการศึกษา ระบบสุขภาพ การส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบคมนาคม และโลจิสติกส์ ด้านพลังงานทดแทน นวัตกรรมประหยัดพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีคุณภาพ

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ช่วงเวลาที่รัฐบาลของตนได้บริหารประเทศ ตนอยากนามสกุล “หลีกภัย” แต่กลับได้นามสกุลเจอภัย ทั้งภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยสังคม และภัยธรรมชาติ ตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน มีภัยเศรษฐกิจ ซึ่งเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก จึงต้องเร่งดำเนินมาตรการ Quick Big Win ซึ่งประชาชนมีความพึงพอใจ มีความเชื่อมั่น รัฐบาลก็พยายามทำต่อเพื่อให้ประชาชนมีขวัญกำลังใจ

ส่วนภัยความมั่นคง เรามีปัญหาพิพาทกับกัมพูชา ตนขอเอ่ยชื่อเลย ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตนได้เห็นความทุ่มเทเสียสละอดทนเป็นอย่างยิ่งของคนไทย ตลอดจนความอดทน ความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาปกป้องอธิปไตย รักษาบ้านเมือง ของทางกองทัพ ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครอง ตนเข้ามาในช่วงที่พีคพอดี

“จะไม่มีขาที่แปด ถ้ามีขาที่แปด เราต้องแสดงให้คนคิดว่าประเทศไทยของเราเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้ ผมเชื่อว่าพี่น้อง และกองทัพ คงทราบดีว่าเราคงต้องให้เขาได้ยินว่าประเทศไทยเป็นอย่างไร ผมยังเชื่อมั่น แม้เรามีบทกลอนสอนว่า “ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด” ผมได้พบกับพี่น้อง เพื่อนข้าราชการฝ่ายความมั่นคงมาตลอด เชื่อว่าไทยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องรักษาเอกราชของชาติ รักษาเกียรติภูมิเกียรติยศ และไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากชนะลูกเดียวหากต้องมีการต่อสู้กัน นี่คือนโยบายที่จะบอกว่า รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนกองทัพในการรักษาอธิปไตยอย่างเต็มที่”

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สำหรับภัยธรรมชาติ พายุ น้ำท่วม จากสภาพอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง เราจะต้องทำให้งบประมาณสอดรับกับสถานการณ์ของประเทศ และสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป โดยมีเป้าหมายเพื่อประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งในปี 2570 ตน และสำนักงบประมาณช่วยกันพิจารณาจัดทำงบประมาณ เพื่อพัฒนาและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และจะต้องหากลยุทธ์ทุกรูปแบบ เพื่อให้การจัดทำงบประมาณนี้ช่วยให้ประชาชนพ้นจากภัย 4 ข้อข้างต้น โดยขอให้สำนักงบประมาณ พิจารณาปัจจัยของภัยทั้ง 4 และจัดหางบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เนื่องจากสถานการณ์ภาคการคลังของประเทศไทย ได้ส่งสัญญาณเตือนหลายด้าน สัดส่วนรายได้ของรัฐบาลต่อจีดีพีลดลงต่อเนื่อง ขณะที่สัดส่วนรายจ่ายรัฐบาลต่อจีดีพีมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นลำดับ รัฐบาลจึงเน้นฟื้นฟูสภาพการคลังของประเทศ กำหนดเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณไม่เกินร้อยละ 3 ของปี 2572 และควบคุมสัดส่วนหนี้สาธารณะให้ไม่เกิน 70% ต่อจีดีพี ขอให้ข้าราชการทุกฝ่าย ช่วยกันบริหารการจ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อไม่ให้ประเทศต้องเจอวิกฤตการณ์ด้านการเงินการคลังในอนาคต

ทั้งนี้ งบประมาณรายจ่ายของปี 2570 กำหนดวงเงินไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท ขอให้ทุกหน่วยงานได้พิจารณาจัดทำคำขอให้มีประสิทธิภาพ และไม่ควรเพิ่มเกินร้อยละ 20 ของปีที่แล้ว ส่วนที่เพิ่มขึ้นควรจะเป็นรายจ่ายการลงทุน ไม่ใช่รายจ่ายที่ใช้แล้วหายไป ต้องไม่เป็นการเพิ่มรายจ่ายประจำที่เป็นภาระงบประมาณในระยะยาว ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ รัฐบาลขอความร่วมมือทุกท่าน ร่วมกันปรับเปลี่ยนการทำงานของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด การใช้งบประมาณต้องมีความโปร่งใสและต้องมีความคุ้มค่า ขอเน้นย้ำว่าเนื่องจากรายจ่ายประจำเพิ่มสูงขึ้นมาก ขอให้ใช้รายจ่ายประจำเฉพาะส่วนที่จำเป็น จะได้มีเม็ดเงินเพื่อการลงทุนเข้ามามากขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะยึดหลักการทำงานที่จะดำรงไว้ซึ่งการพิทักษ์รักษาชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและยึดมั่นในหลักนิติธรรม ใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมบนหลักธรรมาภิบาล

อนุทิน มอบนโยบายจัดทำงบฯ ปี 70 บอกอยากนามสกุล “หลีกภัย” แต่กลับเจอภัย 4 ด้าน

อนุทิน มอบนโยบายจัดทำงบฯ ปี 70

การที่นายกฯ อนุทิน ได้มอบนโยบายจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน แม้จะเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ก็ตาม การให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่ออนาคตและการบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและสร้างความเจริญรุ่งเรืองได้ในระยะยาว การจัดทำงบประมาณปี 70 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

รัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ และมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประชาชนทุกคน มาร่วมกันสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

ที่มา – นายกฯ มอบนโยบายจัดทำงบฯ ปี 70 บอกอยากนามสกุล “หลีกภัย” แต่กลับเจอภัย 4 ด้าน

คอหวยส่อง “เลขเด็ด” แม่ศรีมณีทอง ลุ้นโชค!

คอหวยแห่ส่องปริศนาคำใบ้ “เลขเด็ด” แม่ศรีมณีทอง วัดหลวงพ่อจ้อย จ.นครสวรรค์ หวังนำไปลุ้นโชคงวดนี้ 1/12/68 คึกคักเป็นพิเศษ มาดูกันว่างวดนี้จะมีเลขอะไรเด่น ๆ บ้าง!

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่จังหวัดนครสวรรค์ บรรดาคอหวยและนักเสี่ยงโชคจากทั่วสารทิศต่างเดินทางมาที่วัดศรีอุทุมพร (วัดหลวงพ่อจ้อย) ตำบลหนองกรด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อกราบไหว้สรีระสังขารของหลวงพ่อจ้อย เกจิอาจารย์ชื่อดัง และที่พลาดไม่ได้คือการแวะเวียนไปส่อง “เลขเด็ด” แม่ศรีมณีทอง ที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของการให้โชคลาภ

บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนต่างพากันเดินไปยังบริเวณด้านหลังวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของต้นตะเคียนอันศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าเป็นที่สิงสถิตของแม่ศรีมณีทอง ระหว่างทางเดิน ชาวบ้านหลายคนต่างอธิษฐานขอโชคลาภจากแม่ศรีมณีทอง เพื่อให้สมหวังดังใจปรารถนา

หลังจากกราบไหว้ขอพรกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บรรดาคอหวยต่างไม่พลาดที่จะเข้าไปส่อง “เลขเด็ด” แม่ศรีมณีทอง บริเวณลำต้นตะเคียน ซึ่งมีกระดาษเขียนข้อความและตัวเลขติดอยู่ โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า “จิ้งจกมันร้องว่าเจ็ดสี่ห้าแปดไปบนตาย หงส์หกหัวลงล่างสองตัวลงล่างตาย” พร้อมด้วยเลข 7458 26 ซึ่งถือเป็นคำใบ้ที่เหล่าคอหวยต่างตีความหมายกันไปต่างๆ นานา ตามความเชื่อและโชคลาภของแต่ละคน

หลังจากได้เลขเด็ดกันไปแล้ว คอหวยต่างพากันไปหาซื้อลอตเตอรี่ตามแผงที่ตั้งอยู่บริเวณวัดกันอย่างคึกคัก หลายคนหวังว่า “เลขเด็ด” แม่ศรีมณีทอง ที่ได้มานั้น จะนำพาโชคลาภมาให้ในงวดนี้

คอหวยส่อง “เลขเด็ด” แม่ศรีมณีทอง

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง

ส่องเลขเด็ดแม่ศรีมณีทองงวดนี้

สำหรับใครที่กำลังมองหาแนวทางในการเสี่ยงโชค อย่าลืมพิจารณาเลขที่ได้จากแม่ศรีมณีทอง แต่ก็อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ควรเล่นแต่พอดี และไม่ควรทำให้ตนเองเดือดร้อน

  • เลขเด่นที่ได้จากคำใบ้: 7458, 26
  • เลขที่คอหวยให้ความสนใจ: ลองนำไปตีความกันดู

นอกจากการเสี่ยงโชคแล้ว การทำบุญก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต หากมีโอกาสก็อย่าลืมทำบุญทำทาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

การเดินทางไปวัดหลวงพ่อจ้อยนอกจากจะได้เสี่ยงโชคแล้ว ยังถือเป็นการทำบุญและพักผ่อนจิตใจไปในตัวอีกด้วย หากใครมีโอกาสก็ลองแวะไปสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลได้นะครับ

ที่มา – คอหวยส่องปริศนาคำใบ้ “เลขเด็ด” แม่ศรีมณีทอง หวังนำไปลุ้นโชคงวดนี้