วัน: 4 ธันวาคม 2025

ยิม เลียก ยันไม่รู้จัก แตงไทย พร้อมแจง ปปง.

สำนักงานกฎหมาย ตัวแทนของ “ยิม เลียก” และภรรยา ได้ออกแถลงการณ์เพื่อโต้แย้งและยืนยันว่าไม่รู้จักกับ “แตงไทย” ตามที่ ปปง. พยายามเชื่อมโยงเพื่อทำการอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ พร้อมทั้งให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 สำนักงาน บริษัท พิสุทธิ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด ได้เผยแพร่แถลงการณ์ชี้แจงในนามของ นาย ยิม เลียก (Mr. Leak Yim) และนางวิรินยา ยิมจ์ ภรรยา โดยระบุว่า สำนักงานฯ ได้รับมอบหมายจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำในต่างประเทศให้เป็นทนายความให้กับทั้งสองท่าน เกี่ยวกับกรณีที่เจ้าพนักงานได้ดำเนินการตามหมายค้นของศาลอาญา เข้าตรวจค้นที่พักอาศัยในกรุงเทพมหานครของลูกความ รวมถึงสถานที่ที่บุคคลในครอบครัวใช้ประโยชน์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568

ทางสำนักงานฯ ขอแถลงในนามของลูกความดังนี้ ลูกความทั้งสองไม่ได้เข้าร่วมการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 แต่ได้รับทราบในภายหลังว่ามีการนำเสนอข้อกล่าวหาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงหลายประการต่อสื่อมวลชน ลูกความจะชี้แจงข้อเท็จจริงในชั้นสอบสวนตามกระบวนการทางกฎหมาย และจะไม่ตอบโต้หรือแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางสาธารณะใดๆ

นาย ยิม เลียก ยอมรับว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมและธุรกิจของประเทศกัมพูชาและประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้มีความอ่อนไหวทางการเมืองระหว่างประเทศกัมพูชาและประเทศไทย ทำให้ชื่อของเขาถูกกล่าวถึงทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงในร่างกฎหมาย H.R. 5490 หรือ “Dismantle Foreign Scam Syndicates Act” ของสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาได้ถอดชื่อของ ยิม เลียก ออกจากร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว ซึ่งสามารถตรวจสอบได้

ทั้งนี้ ยิม เลียก ยืนยันว่าไม่เคยถือสัญชาติไทยหรือมีหนังสือเดินทางของประเทศไทย ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากราชกิจจานุเบกษาในส่วนของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การได้สัญชาติไทย

ทางสำนักงานฯ ขอชี้แจงว่าลูกความไม่ได้ “หลบหนี” แต่อย่างใด โดย ยิม เลียก เดินทางออกจากประเทศไทยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 และนางวิรินยา ยิมจ์ เดินทางออกจากประเทศไทยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568

ที่สำคัญคือ ยิม เลียก ยันไม่รู้จัก แตงไทย ที่สื่อมวลชนไทยอ้างถึง โดยเมื่อปี 2567 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้พยายามเชื่อมโยงบุคคลดังกล่าวกับลูกความเพื่อทำการยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ ซึ่งในขณะนั้น ปปง. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ทรัพย์สินดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงได้มีคำสั่งให้เพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินทุกรายการ ลูกความยังคงยืนยันในข้อเท็จจริงดังกล่าว และพร้อมให้ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าใจข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน

ยิม เลียก ยันไม่รู้จัก แตงไทย พร้อมแจง ปปง.

เรื่องราวดังกล่าวสร้างความสับสนและความเข้าใจผิดให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก การที่ ยิม เลียก ยันไม่รู้จัก แตงไทย และพร้อมให้ความร่วมมือกับ ปปง. ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของเขา

ทำไม ยิม เลียก ถึงต้องออกมายืนยันว่าไม่รู้จัก แตงไทย?

การที่ ยิม เลียก ต้องออกมาแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่รู้จักกับบุคคลที่ชื่อ “แตงไทย” เป็นเพราะ ปปง. พยายามเชื่อมโยงเขากับบุคคลดังกล่าวเพื่อทำการอายัดทรัพย์สิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของเขา ดังนั้น การออกมาปฏิเสธและให้ข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง

  • ข้อเท็จจริงที่สำคัญ:
    • ยิม เลียก ยืนยันว่าไม่รู้จัก “แตงไทย”
    • ปปง. เคยพยายามเชื่อมโยงทั้งสองคน แต่ล้มเหลว
    • ยิม เลียก พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ
  • สิ่งที่ควรทราบ:
    • ยิม เลียก เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง
    • เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองระหว่างประเทศ

การที่ ยิม เลียก ยันไม่รู้จัก แตงไทย กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก การแถลงการณ์ครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ในฐานะประชาชน เราควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจถึงข้อเท็จจริงที่แท้จริงของเรื่องราวนี้ การตัดสินสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยปราศจากข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความเสียหายได้

ที่มา – ตัวแทน “ยิม เลียก” และภรรยา ออกแถลงโต้ ยืนยันไม่รู้จัก “แตงไทย” พร้อมแจง ปปง.

นายกฯ ลงพื้นที่บุรีรัมย์ ตรวจแนวหลัง อย่าประมาท

“อนุทิน” เน้นย้ำปกป้องอธิปไตย ลงพื้นที่บุรีรัมย์ ตรวจแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังชายแดนไทย-กัมพูชา กำชับ ชรบ. อย่าประมาท แม้บรรยากาศดี

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ณ เทศบาลตลาดนิคมปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน 7 จังหวัด (บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และ สส.พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ พร้อมชุด ชรบ. ในพื้นที่บุรีรัมย์กว่า 2,500 คน ที่มาร่วมรับนโยบายอย่างพร้อมเพรียง

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้รายงานผลการดำเนินการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังของ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ได้มีการประสานข้อมูลกับกองทัพและฝ่ายความมั่นคง เพื่อเตรียมความพร้อมของพื้นที่ส่วนหลัง ทั้งการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์อพยพ พร้อมระบบคัดแยกกลุ่มเปราะบาง (เด็ก, ผู้สูงอายุ, คนมีครรภ์ และผู้ป่วยติดเตียง) และจัดชุด ชรบ. กว่า 115,393 คน ใน 7 จังหวัด เพื่อดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินของผู้อพยพในช่วงเกิดเหตุการณ์

นายอนุทินได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และชุด ชรบ. โดยเน้นย้ำว่า แม้สถานการณ์ชายแดนไทยและกัมพูชามีแนวโน้มที่ดีจากการร่วมกันสำรวจพื้นที่ข้อพิพาทและปักหมุดเขตแดนชั่วคราว แต่เจ้าหน้าที่และชุด ชรบ. ก็ไม่ควรประมาท เพราะสามารถเกิดเหตุได้ทุกเมื่อ แม้ตนเองจะงานยุ่งเหยิงก็ต้องมาพบกับพี่น้อง ชรบ. เป็นเครื่องหมายว่า รัฐบาลของท่านเน้นย้ำในการปกป้องแผ่นดินและอธิปไตยขอให้ทุกท่านอย่าพะวง ปกป้องอธิปไตยของชาติให้ดีพอ

นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำการปฏิบัติ 3 ด้านว่า ความมั่นคงชายแดนแนวหลังต้องพร้อมปกป้องเต็มที่  การให้ความปลอดภัยประชาชนและอพยพอย่างรวดเร็ว และการเตรียมพร้อมตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดยแบ่งบทบาทหน้าที่กำลังพล 4 แนว คือ ทหาร และกองสนับสนุนพื้นที่แนวรบ/ดูแลหมู่บ้าน/ศูนย์พักพิงอพยพ ซึ่งล้วนมี ชรบ. เข้าไปเกี่ยวข้อง

หลังการกล่าวให้กำลังใจ นายอนุทินได้เข้าเยี่ยมชมและสังเกตการณ์การซ้อมแผนเผชิญเหตุตามแผนพิทักษ์ส่วนหลังที่ อ.บ้านกรวดจัดขึ้นด้วย และหลังเสร็จสิ้นภารกิจนายอนุทินให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดน 7 จังหวัด เนื่องจากมีสัญญาณบอกเหตุตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยย้ำว่าไม่ประสงค์พูดเรื่องความไว้ใจหรือไม่ไว้ใจกัมพูชา แต่เน้นย้ำที่ความพร้อมของไทยเป็นสำคัญ

ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่าหากมีการยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม แล้วเกิดเหตุปะทะขึ้น นายอนุทินยืนยันว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้ถูกยุบไปด้วย ในช่วงนั้นผู้ว่าฯ จะสามารถเปิดพื้นที่ฉุกเฉินรับมือการปะทะได้ และรัฐบาลรักษาการจะสนับสนุนทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

สำหรับการที่ รมว.ต่างประเทศ ไปประชุมอนุสัญญาออตตาวาเพื่อนำเสนอท่าทีของไทยต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชา นายอนุทินระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่าการประท้วงไม่ได้ผล พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า หากไทยถูกทำร้ายหรือมีการรุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทย ไทยพร้อมตอบโต้ทุกรูปแบบ เพื่อรักษาอธิปไตย

นายกฯ ลงพื้นที่บุรีรัมย์ตรวจแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง กำชับ ชรบ. อย่าประมาทแม้บรรยากาศดี

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดยเน้นย้ำให้ ชรบ. อย่าประมาทแม้บรรยากาศดี

ความสำคัญของการลงพื้นที่บุรีรัมย์ตรวจแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง

การลงพื้นที่ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นตามแนวชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และชุด ชรบ. ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ นอกจากนี้ ยังเป็นการติดตามความคืบหน้าของแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ชรบ. เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง และการดูแลความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน

นายกฯ ลงพื้นที่บุรีรัมย์ตรวจแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง กำชับ ชรบ. อย่าประมาทแม้บรรยากาศดี เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกคน

สิ่งที่น่าสนใจคือการที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ส่วนหลัง แม้ว่าสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบันจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นก็ตาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการมองการณ์ไกล และความเข้าใจถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก

สำหรับประชาชนทั่วไป การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้เป็นการสร้างความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน

ถึงแม้สถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยเเละกัมพูชา จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเเต่การ นายกฯ ลงพื้นที่บุรีรัมย์ตรวจแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง กำชับ ชรบ. อย่าประมาทแม้บรรยากาศดี ก็ยังคงมีความจำเป็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นเเละความพร้อมให้เเก่ประชาชน

การเตรียมพร้อมอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าสถานการณ์ภายนอกจะดูสงบสุขก็ตาม การมีแผนสำรองและกำลังพลที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา – นายกฯ ลงพื้นที่บุรีรัมย์ตรวจแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง กำชับ ชรบ. อย่าประมาทแม้บรรยากาศดี

ทางด่วนฟรี 5 ธันวาคม 2568: ขึ้นฟรีวันพ่อ


เตรียมตัวให้พร้อม! ทางด่วนฟรี 5 ธันวาคม 2568 เนื่องใน “วันพ่อแห่งชาติ” การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดให้ประชาชนขึ้นทางด่วนฟรีถึง 3 สายทาง รวม 63 ด่าน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึง 24.00 น.

ไม่ต้องเสียค่าผ่านทาง ใครที่วางแผนเดินทางไกล หรือเดินทางในเมือง เตรียมเฮได้เลย! กทพ. กระทรวงคมนาคม ประกาศยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง ดังนี้:

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 21 ด่าน
  • ทางพิเศษศรีรัช จำนวน 32 ด่าน
  • ทางพิเศษอุดรรัถยา จำนวน 10 ด่าน

ในวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 ซึ่งตรงกับวันสำคัญ “วันพ่อแห่งชาติ” และวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึง 24.00 น. รวมระยะเวลา 1 วันเต็ม เป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี การยกเว้นค่าผ่านทางครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง กทพ. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (NECL) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนในช่วงวันหยุดยาว

ทางด่วนฟรี 5 ธันวาคม 2568 วันพ่อแห่งชาติ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทาง อย่าลืมตรวจสอบเส้นทางและช่วงเวลาที่เปิดให้ใช้บริการฟรี เพื่อความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางในช่วงวันหยุดยาวนี้ นอกจากนี้ การวางแผนการเดินทางล่วงหน้า จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงวันหยุดยาวเช่นกัน

เช็คเลย! ทางด่วนฟรี 5 ธันวาคม 2568 มีสายไหนบ้าง?

เพื่อความชัดเจน ขอย้ำอีกครั้งว่า ทางด่วนฟรี 5 ธันวาคม 2568 ที่เปิดให้ใช้บริการฟรี มีทั้งหมด 3 สายทางหลักๆ ได้แก่:

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร: หรือที่เรียกกันติดปากว่า ทางด่วนขั้นที่ 1 ครอบคลุมพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร
  • ทางพิเศษศรีรัช: หรือทางด่วนขั้นที่ 2 เชื่อมต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ทางพิเศษอุดรรัถยา: หรือที่รู้จักกันในชื่อทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ช่วยให้การเดินทางสู่ภาคเหนือสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

การยกเว้นค่าผ่านทางในวันพ่อแห่งชาติ ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลมอบให้แก่ประชาชน หวังว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวได้อย่างมีความสุข

อย่าลืมตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และพักผ่อนให้เพียงพอตลอดการเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและผู้ร่วมทาง

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยกเว้นค่าผ่านทาง สามารถติดตามข่าวสารและประกาศจาก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้โดยตรงผ่านช่องทางต่างๆ ของ กทพ. ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และช่องทางประชาสัมพันธ์อื่นๆ

การเดินทางในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว มักจะมีการจราจรหนาแน่นเป็นพิเศษ ดังนั้น การเผื่อเวลาในการเดินทาง และการวางแผนเส้นทางสำรองไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คุณเดินทางถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างราบรื่นและทันเวลา

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ และมีความสุขกับวันหยุดยาวในช่วงวันพ่อแห่งชาติ! หวังว่าข้อมูลเกี่ยวกับ ทางด่วนฟรี 5 ธันวาคม 2568 จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการเดินทางของทุกท่านนะคะ

ที่มา – ทางด่วนฟรี 5 ธันวาคม 2568 “วันพ่อแห่งชาติ” ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง

ศักดิ์ดา เร่งเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ ให้กลับสู่ปกติ

“ศักดิ์ดา” พร้อมปลัดมหาดไทย ลงพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ติดตามการลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม ฟื้นฟูทำความสะอาด และการให้บริการประชาชนทุกมิติ ย้ำ เร่งทำให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

นายศักดิ์ดา และคณะ เดินพบปะเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ตลอดจนนักศึกษาฝึกงานเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่กำลังอำนวยความสะดวกประชาชนในการลงทะเบียน พร้อมสร้างความเข้าใจถึงวิธีการดำเนินการรวมถึงเอกสารที่ใช้ในการลงทะเบียน และสอบถามถึงความสะดวกของประชาชนที่มาใช้บริการ รวมถึงการช่วยเหลือของรัฐบาล

จากการสอบถามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ทราบว่าได้มีการระดมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนของเทศบาลนครหาดใหญ่ รวมถึงนักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ในการให้บริการเอกสารลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ แบ่งเป็น 2 ผลัด ผลัดที่ 1 ตั้งแต่เวลา 07.00 – 13.30 น. และผลัดที่ 2 ตั้งแต่เวลา 13.30 – 18.30 น. โดยจะปิดรับหลังประชาชนที่มาเข้าแถวรอลงทะเบียนจะหมด นอกจากนี้ได้แบ่งเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อคีย์ข้อมูล เนื่องจากมีอุปกรณ์และระบบคอมพิวเตอร์ที่เสถียรกว่า

สำหรับจุดลงทะเบียนที่เทศบาลนครหาดใหญ่ แบ่งจุดยื่นเอกสาร ออกเป็นช่องที่ 1 เจ้าบ้านยื่นเอกสารด้วยตนเอง ช่องที่ 2 บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ช่องที่ 3 แมนชั่น อพาร์ทเม้นท์ หอพัก คอนโด และช่องที่ 4 บ้านตนเองไม่มีเลขที่ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เปิดจุดบริการทำบัตรประชาชน จุดแจ้งการตายเพื่อขอรับใบมรณบัตร รวมถึงจุดบริการอาหารประชาชน จุดบริการผูกบัญชีพร้อมเพย์ ในบริเวณด้วย

จากนั้นคณะเดินทางต่อไปยังที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ เพื่อพบปะเจ้าหน้าที่กลุ่มงานทะเบียนและบัตร และศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเนื่องจากอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมถึงสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการคีย์ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในขณะนี้ระบบมีความเสถียรและสามารถใช้การได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ต่อมาลงพื้นที่หลังที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ บริเวณถนนเพชรเกษมซอย 27 ติดตามการฟื้นฟูพื้นที่ ได้พบกับ นายวิชาญ แท่นหิน ผู้อำนวยการศูนย์ ปภ.เขต 7 สกลนคร ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าทำความสะอาดบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชน เข้ารายงานความก้าวหน้า โดยในวันนี้สามารถเก็บขยะไปแล้วกว่า 100 ลูกบาศก์เมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 260 เมตร โดย รมช.มหาดไทยยังได้สั่งการให้นำรถฉีดน้ำมาทำความสะอาด และเร่งดำเนินการขนย้ายและกำจัดขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว.

ศักดิ์ดา ติดตามลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งฟื้นฟูให้กลับสู่ปกติเร็วที่สุด

การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความตั้งใจจริงในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

ความคืบหน้าการเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่

การดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหาดใหญ่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือกันเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการมอบเงินช่วยเหลือ การฟื้นฟูที่อยู่อาศัย และการสนับสนุนด้านอื่นๆ เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

ที่มา – “ศักดิ์ดา” ติดตามลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งฟื้นฟูให้กลับสู่ปกติเร็วที่สุด

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยภัยใต้! ส่งมอบธารน้ำใจ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ส่งต่อธารน้ำใจ สู้มหาอุทกภัยภาคใต้ ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภค เร่งแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย บรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.พัทลุง

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ในหลายจังหวัด มอบหมาย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ เร่งกระจายทีมบรรเทาสาธารณภัย และทีมสังคมสงเคราะห์ ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภคที่ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาค บรรทุกรถเทรลเลอร์ พร้อมรถบรรทุกมูลนิธิฯ ออกเดินทางจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย มุ่งสู่ภาคใต้ต่อเนื่อง เพื่อมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ทันที โดยมี สมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมแจกจ่าย

โดยวันนี้ (4 ธันวาคม) นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และแผนกบรรเทาสาธารณภัย (คาราวานป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ สาย 2) ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภคบรรทุกรถเทรลเลอร์ และรถบรรทุกมูลนิธิฯ ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ ต.ลำปำ และ ต.ชัยบุรี อ.เมือง, ต.พนางตุง อ.ควนขนุน รวมจำนวน 1,000 ชุด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ติดชายทะเล และยังคงประสบอุทกภัยในขณะนี้ โดยมี พัทลุงการกุศลมูลนิธิ (ซ่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง) เป็นผู้ประสานงาน ร่วมแจกจ่าย รวมทั้งนำทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย และจิตอาสาจากโรงเรียนเทศบาลจุ่งฮั่ว พัทลุง ร่วมแพ็กถุงยังชีพ 

สำหรับการแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลา นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมสังคมสงเคราะห์ พร้อมทีมบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ (คาราวานป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ สาย 1) ได้ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภคบรรทุกรถเทรลเลอร์ 4 คัน ลงพื้นที่ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยได้เร่งแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ อาทิ ตำบลหาดใหญ่ ตำบลบ้านไร่ ตำบลควนลัง ตำบลระโนด จังหวัดสงขลา แล้วกว่า 2,900 ชุด

โดยขณะนี้ คาราวานป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ ทั้ง 2 สาย ยังคงลุยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป โดยสามารถอัปเดตข่าวสาร กิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือ ดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

นับตั้งแต่เกิดเหตุอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ส่งทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมอุปกรณ์ตอบโต้ภัยพิบัติ โรงครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพฉุกเฉินและเสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว ลงพื้นที่หาดใหญ่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ทันที ทั้งการอพยพประชาชน และสัตว์ ออกพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ และเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตนำส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ โดยมูลนิธิฯ ตั้งกองอำนวยการฯ ประสานงานรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือ และจัดตั้งโรงครัวเคลื่อนที่ประกอบอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องออกแจกจ่ายพร้อมน้ำดื่ม พร้อมนำถุงยังชีพฉุกเฉินบรรจุสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นและเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สละแรงกาย แรงใจ  สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ  ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ และที่กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่มีความประสงค์จะบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ แผนกบริจาคสัมพันธ์  การช่วยเหลือมูลนิธิฯ จะไม่มีการเรียกค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตั้งอยู่ที่พลับพลาไชย ตรงเยาวราช ไม่มีสาขาที่ใด และไม่มีนโยบายส่งเจ้าหน้าที่ออกไปเดินเรี่ยไรตามบ้านหรือสถานที่อื่นๆ กรุณาอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้าง ยกเว้นจะมีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งไปรับบริจาคเท่านั้น

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้

สถานการณ์ปัจจุบันและการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

สถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เราขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน

ที่มา – “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ส่งต่อธารน้ำใจ สู้อุทกภัยภาคใต้ ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภค แจกผู้ประสบภัย

ส่งกลับลอตสุดท้าย “สแกมเมอร์ชาวจีน” กว่าพันคน

ความคืบหน้าล่าสุดในการกวาดล้างกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศเมียนมา กองกำลังกะเหรี่ยง BGF ได้ควบคุมการส่งตัวกลุ่ม “สแกมเมอร์ชาวจีน” กลับประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วัน สรุปยอดรวมการส่งตัวอยู่ที่ 1,180 คน หลังจากการปราบปรามอย่างเข้มข้นในพื้นที่เมืองชเวก๊กโก่ และเคเคปาร์ค

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจ สภ.แม่สอด ได้ร่วมกันส่งตัวชาวจีนกลุ่มสแกมเมอร์จีนเทาชุดสุดท้ายกลับประเทศ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด จังหวัดตาก การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นเที่ยวสุดท้ายของการส่งตัวกลับ ทำให้ยอดรวมตลอด 4 วันของการปฏิบัติการอยู่ที่ 1,180 คน

พันโทหน่ายหม่องโซ โฆษกกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง BGF ได้ควบคุมการส่งกลับกลุ่มสแกมเมอร์ชาวจีนอย่างใกล้ชิด โดยเริ่มทยอยส่งตัวออกจากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีเจ้าหน้าที่ทางการทูตของจีนมารับตัวข้ามแดนมายังสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ก่อนนำตัวไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด เพื่อเดินทางกลับประเทศต้นทาง แต่ละคนจะมีป้ายสีเหลืองระบุตัวเลขกำกับไว้ที่คอ เพื่อใช้ในการตรวจสอบจำนวน

รัฐบาลจีนได้จัดเครื่องบินเช่าเหมาลำจากสายการบินไชน่า เซาเทิร์นแอร์ไลน์ มารับตัวสแกมเมอร์ชาวจีนกลับประเทศ โดยแบ่งการเดินทางเป็นหลายเที่ยวบิน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม (300 คน), 2 ธันวาคม (299 คน), 3 ธันวาคม (293 คน) และ 4 ธันวาคม (287 คน) ซึ่งในวันสุดท้าย มีการแบ่งเที่ยวบินย่อยๆ หลายเที่ยว โดยมีทั้งชายและหญิง แต่ส่วนใหญ่เป็นชาย อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวจีนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังถูกกักตัวอยู่ในเมียนมาเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพและโรคติดต่อ

ชาวจีนที่ถูกส่งตัวกลับในครั้งนี้ ส่วนใหญ่มาจากเมืองชเวก๊กโก่ และเมืองเคเคปาร์ค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รู้จักกันในชื่อ “บ้านเอ่งจี่เหมี่ยง” ในจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา พื้นที่เหล่านี้เป็นที่ตั้งของแก๊งค์สแกมเมอร์ออนไลน์ขนาดใหญ่ ซึ่งดำเนินการหลอกลวงเหยื่อผ่านทางอินเทอร์เน็ต การปราบปรามครั้งใหญ่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างทหารเมียนมา ตำรวจเมียวดี ตรวจคนเข้าเมือง และกองกำลังกะเหรี่ยง BGF ซึ่งนำไปสู่การทำลายอาคารสำนักงานที่ใช้ในการกระทำผิด

ส่งกลับลอตสุดท้าย “สแกมเมอร์ชาวจีน”

การส่งกลับสแกมเมอร์ชาวจีนครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่สร้างความเสียหายให้กับผู้คนจำนวนมาก การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

การกวาดล้างและส่งกลับกลุ่มสแกมเมอร์เหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดอาชญากรรมออนไลน์เท่านั้น แต่ยังมีผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอีกด้วย การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะยาว

การปราบปรามแก๊งค์สแกมเมอร์เหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เรายังคงต้องเฝ้าระวังและร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นอีกในอนาคต การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับกลโกงต่างๆ และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์

ที่มา – ส่งกลับลอตสุดท้าย “สแกมเมอร์ชาวจีน” หลังถูกกวาดล้างในเมียนมา 4 วัน รวมกว่าพันคน

สปส. ช่วยภัยน้ำท่วม 2568 แก่สถานประกอบการ

“กาญจนา” เลขาธิการ สปส. ลงพื้นที่สงขลา เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือสถานประกอบการ ผู้ประกันตนที่ประสบอุทกภัย พร้อมเยี่ยมศูนย์ประสานงานฯ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นางนงค์ลักษณ์ กอวรกุล รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นางสาวนมิตา วายนต์ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม และนายปฐพี จิระวรรณ ประกันสังคมจังหวัดสงขลา พร้อมทั้งผู้บริหารของสำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ตรวจเยี่ยมและชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือแรงงานที่ประสบอุทกภัยในสถานประกอบการ ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 5 และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา สาขาหาดใหญ่ รวมถึงตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กระทรวงแรงงาน เน้นย้ำ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลังสามารถ 

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ตามนโยบายเร่งด่วนของ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องผู้ใช้แรงงานและผู้ประกันตนในพื้นที่ประสบภัย พร้อมสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมดูแลช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเร่งด่วน ซึ่งในวันนี้ได้มีโอกาสลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นอย่างมาก 

ซึ่งในระหว่างการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ ณ บริษัท ซีเวลลท์ โฟรเซ่นฟู้ด จำกัด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และบริษัท ทรอปิคอล แคนนิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เลขาธิการ สปส. ได้ชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือ อาทิ การให้คำปรึกษาด้านโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและต้องการรักษาการจ้างงานเดิม รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิดการจ้างงาน การอำนวยความสะดวกด้านเอกสารจากเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม รวมถึงสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยให้ผู้ประกันตนที่นำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนประสบเหตุ โดยจะได้รับเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 180 วัน 

จากนั้น เลขาธิการ สปส. ได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา และสาขา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ภาค 5 และชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือลูกจ้างผู้ประกันตนที่ประสบอุทกภัย ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 5 หลังจากนั้นได้เดินทางตรวจเยี่ยม ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกระทรวงแรงงาน ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา สาขาหาดใหญ่ เพื่อติดตามการให้บริการแก่ประชาชน ผู้ใช้แรงงาน พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์วิกฤต 

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว กล่าวในตอนท้ายว่า การลงพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลาครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของสำนักงานประกันสังคมในการขับเคลื่อนมาตรการให้ความช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ในสถานการณ์อุทกภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และมีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำบทบาทของเจ้าหน้าที่ด่านหน้าในการดูแลประชาชนอย่างเต็มความสามารถในยาม

สปส. เดินหน้าช่วยสถานประกอบการ ผู้ประกันตน ประสบภัยน้ำท่วม 2568

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปี 2568, สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือสถานประกอบการและผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ มาตรการช่วยเหลือที่ สปส. ดำเนินการนั้นครอบคลุมหลายด้าน เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและธุรกิจได้โดยเร็วที่สุด

มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2568 จาก สปส.

  • การให้คำปรึกษาด้านโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน: เพื่อช่วยให้สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจสามารถรักษาสภาพการจ้างงานเดิม และสร้างโอกาสในการจ้างงานใหม่
  • การอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร: เจ้าหน้าที่ สปส. พร้อมให้ความช่วยเหลือในการจัดเตรียมและดำเนินการด้านเอกสารต่างๆ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการขอรับสิทธิประโยชน์
  • สิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย: สำหรับผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน จะได้รับเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 180 วัน

นอกจากมาตรการช่วยเหลือข้างต้น สปส. ยังได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลและบริการต่างๆ แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ของ สปส. พร้อมให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือในทุกด้าน เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

การดำเนินการช่วยเหลือจาก สปส. ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ สปส. ยังคงเดินหน้าพัฒนามาตรการและความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกันตนและสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง

สปส. เดินหน้าช่วยสถานประกอบการ ผู้ประกันตน ประสบภัยน้ำท่วม 2568 อย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข

ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ การได้รับความช่วยเหลือที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพจากหน่วยงานภาครัฐอย่าง สปส. ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

ที่มา – สปส. เดินหน้าช่วยสถานประกอบการ ผู้ประกันตน ประสบภัยน้ำท่วม 2568

นิวคาสเซิลหวังเป็น ‘สุดยอดสโมสรโลก’ ปี 2030

ปี 2030 สโมสรนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จะเป็น “ผู้ท้าชิงจ่าฝูงตลอดกาล” แข่งขันเพื่อชิงรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และ “อยู่ในกระบวนการโต้แย้งเพื่อเป็นสุดยอดสโมสรของโลก”

นี่คือวิสัยทัศน์ห้าปีอันกล้าหาญของเดวิด ฮ็อปกินสัน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของนิวคาสเซิลเมื่อเร็วๆ นี้

“ความก้าวหน้าแบบนั้นไม่ได้ใช้เวลานานอย่างที่คุณคิด” ชาวแคนาดากล่าวอย่างฮึกเหิม

“อันดับแรก เราต้องเห็นพ้องกันโดยสิ้นเชิงว่านั่นคือสิ่งที่เราต้องการทำ”

“เราต้องมีความกล้าที่จะเพิกเฉยต่อผู้ที่สงสัยในตัวเรา และแม้กระทั่งผู้ที่หัวเราะเยาะเรา เพราะจะมีคนแบบนั้นอยู่บ้าง”

ความสงสัยดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความสนใจ ในช่วงเวลาที่นิวคาสเซิลอยู่ในอันดับที่ 12 ในตารางพรีเมียร์ลีก แต่มีบริบทในการคิดของฮ็อปกินสันขณะที่เขาพูดถึง “การสร้างองค์กรที่มีจุดประสงค์เดียวคือการชนะ”

ก่อนหน้านี้ ฮ็อปกินสันใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพการงานของเขาที่ Maple Leaf Sports and Entertainment ซึ่งเขาดูแลกิจกรรมเชิงพาณิชย์ของ Toronto Maple Leafs และ Toronto Raptors

Raptors เป็นอย่างที่ฮ็อปกินสันพูดคือ “หลงทางอยู่ในป่า” ในปี 2014 ก่อนที่จะคว้าแชมป์ National Basketball Association (NBA) เป็นครั้งแรกในเวลาเพียงห้าปีต่อมา

อาจไม่มีรอบตัดเชือกให้หวนกลับมาในพรีเมียร์ลีก เหมือนกับที่มีในบาสเก็ตบอล แต่ฮ็อปกินสันเชื่อว่านิวคาสเซิลอยู่ในจุดตัดของ “โอกาสในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด” ในวงการกีฬา

ด้วยเหตุนี้ ชายวัย 54 ปีจึงไม่หลีกเลี่ยงกรอบเวลาที่กล้าหาญ แม้ว่านี่จะเป็นเกมที่แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าไม่มีกรอบเวลา มันก็เป็นเรื่องเพ้อฝัน” เขากล่าว

การลดช่องว่างรายได้มหาศาล

แต่เป็นที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แม้ว่าฮ็อปกินสันจะให้คะแนนเอ็ดดี้ ฮาว หัวหน้าโค้ชว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ “พิเศษ”

ฮ็อปกินสันได้ดำเนินการทบทวนเชิงลึกตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายน โดยส่งแผนการเปลี่ยนแปลงพร้อมเป้าหมายสำคัญที่หวงแหนอย่างใกล้ชิดสำหรับแต่ละฤดูกาลที่จะมาถึงให้กับเจ้าของสโมสร และเขาเป็นคนแรกที่ยอมรับว่ายังมี “งานอีกมากที่ต้องทำ”

รายได้ของนิวคาสเซิลคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 400 ล้านปอนด์ ซึ่งแสดงถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก140 ล้านปอนด์ที่โพสต์ในปี 2021

แต่พวกเขายังมีช่องว่างมหาศาลที่ต้องลดลง เช่นเดียวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งสร้างรายได้ 715 ล้านปอนด์เมื่อสองสามฤดูกาลก่อน

สิ่งนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ใช้จ่ายค่าจ้างมากกว่านิวคาสเซิลเกือบ 200 ล้านปอนด์ภายใต้กฎระเบียบทางการเงินในปี 2023-24 และในอดีต สโมสรที่มีค่าจ้างสูงสุดมักจะได้รับคะแนนสูงสุดในลีกเสมอ

ดังนั้นการหาวิธีเร่งรายได้อย่างมากจะเป็นจุดสนใจหลักสำหรับฮ็อปกินสัน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งประธานของ Madison Square Garden Sports และอาจมีความเกี่ยวข้องมากที่สุด หัวหน้าฝ่ายความร่วมมือระดับโลกที่เรอัล มาดริด

ไมเคิล ซัทเธอร์แลนด์ ซึ่งทำงานร่วมกับฮ็อปกินสันที่เรอัล มาดริด ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเปลี่ยนแปลงของสโมสร กล่าวว่าผู้บริหารได้นำ “โครงสร้างที่มากขึ้นและแนวทางที่เป็นมืออาชีพมากขึ้นในการจัดการการเป็นสปอนเซอร์”

“คุณอาจพูดได้ว่า ‘มันคือเรอัล มาดริด มันเป็นบทบาทที่ง่ายที่สุดในโลก เพราะใครบ้างไม่อยากเป็นสปอนเซอร์ให้กับสโมสร’” เขากล่าว “แต่มันสร้างปัญหาที่แตกต่างออกไป”

“โดยพื้นฐานแล้ว คุณกำลังขายแนวคิดของการอยู่กับสโมสรที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้น หากเรอัล มาดริดไม่มีฤดูกาลที่ดี และไม่ชนะการแข่งขันชิงแชมป์ นั่นจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อข้อเสนอคุณค่าของคุณต่อผู้สนับสนุน”

“แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากคือความซับซ้อนของประเภทพันธมิตรที่เราสามารถนำเสนอได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเร็วที่เราสามารถดำเนินการได้”

‘แมนเชสเตอร์ ซิตี้สามารถไปถึงที่นั่นได้ก่อนหน้านี้’

มีพื้นที่ที่อาจมีการปรับปรุงที่นิวคาสเซิล

แม้ว่าจำนวนพนักงานจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 550 คนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่นิวคาสเซิลยังมีช่องว่างในตำแหน่งอาวุโสที่สำคัญที่ต้องเติมเต็ม

ด้านดิจิทัลและข้อมูลของสโมสรต้องได้รับการปรับปรุงอย่างมาก และตามหลังคู่แข่งไปมาก

ฮ็อปกินสันยังอ้างถึง “โอกาสที่ไม่ชัดเจน” กับพันธมิตรระดับโลก นอกเหนือจากบริษัทที่เชื่อมโยงกับเจ้าของส่วนใหญ่ของนิวคาสเซิล กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (PIF) ของซาอุดีอาระเบีย

ครั้งหนึ่งเคยมีความกลัวอย่างจับต้องได้ในหมู่ผู้บริหารระดับสูงว่านิวคาสเซิลอาจทำข้อตกลงการเป็นสปอนเซอร์ที่ร่ำรวยเป็นพิเศษกับบริษัทซาอุดีอาระเบียผ่าน PIF

บุคคลสำคัญอีกคนหนึ่ง ซึ่งติดต่อพรีเมียร์ลีกในนามของสโมสรของเขาและอีก 10 สโมสร ได้ขอให้มีการแจ้งให้ทราบถึงการลงมติเพื่อแนะนำการห้ามการทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในระยะสั้น เพียงห้าวันหลังจากการเข้าซื้อกิจการในปี 2021

กฎการทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง (APT) ได้รับการลงมติโดยสโมสรชั้นนำส่วนใหญ่ในภายหลัง เพื่อให้แน่ใจว่าข้อตกลงเป็นไปตามมูลค่ายุติธรรมในตลาด

ส่งผลให้การสร้างนี้ค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น ดังที่เคียแรน แม็กไกวร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอลอธิบาย

“แมนเชสเตอร์ ซิตี้สามารถไปถึงที่นั่นได้ก่อนหน้านี้ เมื่อไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เมื่อคุณไม่ต้องผ่านขั้นตอนและข้อจำกัดมากมายก่อนที่จะสามารถเซ็นสัญญาสปอนเซอร์ได้ และพวกเขาได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้น” เขากล่าว

“ตอนนี้มันยากขึ้นมาก และถ้าคุณเป็นสปอนเซอร์ คุณจะพยายามไปหาใคร คุณจะไปหาสโมสรที่ได้ถ้วยรางวัลใหญ่ๆ มาใส่ไว้ข้างผลิตภัณฑ์ของพวกเขา”

“เราต้องยกระดับมาตรฐานอยู่เสมอ”

แน่นอนว่ามีวิธีอื่นๆ ในการเพิ่มกระแสรายได้ในระยะยาว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายได้ในวันแข่งขัน

แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอนาคตของเซนต์ เจมส์ พาร์ค และฮ็อปกินสันยอมรับว่าสโมสรจะอยู่ที่สนามกีฬาในรูปแบบปัจจุบัน “เป็นเวลาหลายปี” โดยไม่คำนึงว่าสนามจะได้รับการปรับปรุงใหม่หรือสร้างใหม่

“เรากำลังสร้างแบบจำลองสถานการณ์ต่างๆ มากมาย” เขากล่าว “แต่ถึงแม้ว่าเราจะตัดสินใจในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเราจะไม่ทำ ก็ยังต้องใช้เวลาหลายปีในการขออนุญาต วางแผน การเงิน การก่อสร้าง ฯลฯ นั่นคือกรณีไม่ว่าเราจะเลือกอะไรก็ตาม”

เห็นได้ชัดว่ามีการตัดสินใจครั้งใหญ่บางอย่างที่ต้องทำเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานโดยรวม

รอสส์ วิลสัน ผู้อำนวยการด้านกีฬา ซึ่งตามฮ็อปกินสันเข้ามาจากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ กล่าวว่ากำลังดำเนินการเพื่อให้ขนาดพื้นที่ของฐานฝึกซ้อมที่มีอยู่ของสโมสรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอย่างมีประสิทธิภาพ

แต่สโมสรตระหนักถึงข้อจำกัดของไซต์เบนตัน และกำลังวางแผนการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อสร้างสนามฝึกซ้อมที่ทันสมัยแห่งใหม่ที่อื่น

มันสรุปความท้าทายที่น่าทึ่งที่นิวคาสเซิลเผชิญอยู่ทั่วกระดานเพื่อที่จะบุกเข้าไปในกลุ่มชนชั้นนำได้ในวันหนึ่งได้อย่างลงตัว

เป้าหมาย นิวคาสเซิลหวังเป็น ‘สุดยอดสโมสรโลก’ ปี 2030

“การสนทนาจำนวนมากที่เรากำลังมี สโมสรอื่นๆ ก็มีเช่นกัน” วิลสันกล่าวเสริม “เราต้องยกระดับมาตรฐานของเราอยู่เสมอ เพราะคนอื่นๆ ก็กำลังยกระดับมาตรฐานในเวลาเดียวกัน”

โดยสรุปแล้ว สโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ตั้งเป้าที่จะเป็นหนึ่งในสโมสรชั้นนำของโลกภายในปี 2030 โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มรายได้ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาทีมงาน

การบรรลุเป้าหมาย นิวคาสเซิลหวังเป็น ‘สุดยอดสโมสรโลก’ ปี 2030 นี้ จำเป็นต้องมีการทำงานหนัก การลงทุนอย่างชาญฉลาด และการตัดสินใจที่ถูกต้องในทุกระดับของสโมสร

ความสำเร็จของวิสัยทัศน์ นิวคาสเซิลหวังเป็น ‘สุดยอดสโมสรโลก’ ปี 2030 นี้ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อแฟนบอลและเมืองนิวคาสเซิลเอง

ที่มา – Newcastle want to be ‘top club in world’ by 2030

จอร์แดน เจมส์: เลสเตอร์ตกชั้นไปลีกวัน? เป็นไปไม่ได้!

จอร์แดน เจมส์ กองกลางของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า การที่ทีมจะตกชั้นไปสู่ลีกวันนั้นเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลสิ้นดี และยืนยันว่าผู้เล่นของทีม “มองไปข้างหน้า” ในตารางแชมเปียนชิพเท่านั้น

ความพ่ายแพ้ต่อเซาแธมป์ตันและเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทั้งสองเกมเลสเตอร์เสียถึงสามประตูในครึ่งแรก ทำให้ทีมจากอีสต์มิดแลนด์ส์อยู่เหนือพื้นที่ตกชั้นเพียงหกอันดับและเจ็ดคะแนนเท่านั้น

แต่ เจมส์ นักเตะทีมชาติเวลส์ อธิบายว่าตารางคะแนนดิวิชั่นสองนั้น “ชุลมุน” โดยชี้ให้เห็นว่าเลสเตอร์ที่อยู่ในอันดับ 16 ยังคงอยู่ใกล้กับพื้นที่เพลย์ออฟหลังจากผ่านไป 18 เกม โดยมีคะแนนตามหลังบริสตอล ซิตี้ในอันดับที่ 6 เพียงห้าคะแนนเท่านั้น

“ถ้าคุณคิดว่าเลสเตอร์จะอยู่ในลีกวันได้ แสดงว่าคุณเสียสติไปแล้ว” นักเตะวัย 21 ปีกล่าวกับ BBC Radio Leicester

“นักเตะที่เรามีอยู่เป็นนักเตะระดับพรีเมียร์ลีก และมันจะแสดงให้เห็น ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ”

“ผมจะไม่ปล่อยให้สิ่งนั้น [การตกชั้นไปสู่ลีกวัน] เกิดขึ้น นักเตะหลายคนจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น ผู้นำในกลุ่มจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น”

“สำหรับเรา เรามองไปข้างหน้าเท่านั้น มันเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว”

จอร์แดน เจมส์: เลสเตอร์ตกชั้นไปลีกวัน? เป็นไปไม่ได้!

ขณะที่ภัยคุกคามจากการถูกตัดแต้มเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎการใช้จ่าย ซึ่งเลสเตอร์กำลัง ต่อสู้ทางกฎหมายกับพรีเมียร์ลีกอยู่ ทำให้สถานะที่แท้จริงของสโมสรไม่แน่นอน เจมส์ยืนยันว่าความท้าทายนอกสนามไม่ได้ทำให้เสียสมาธิ

“เราไม่ได้คิดถึงเรื่องการตัดแต้มมากนัก เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้ เรามีกี่แต้มในตอนนี้ และเราต้องมีกี่แต้มเพื่อให้ไปถึงจุดที่เราต้องการ” เขากล่าวกับ BBC East Midlands Today

“ถ้าการตัดแต้มมาถึง เราจะจัดการกับมันตอนนั้น ตอนนี้มันอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา”

สำหรับเลสเตอร์ที่ฟอร์มสะดุดในการกลับสู่แชมเปียนชิพในฤดูกาลนี้ เจมส์ที่ยืมตัวมาในช่วงซัมเมอร์เป็นผู้เล่นที่ไว้ใจได้และมักจะโดดเด่น

ลูกยิงสุดสวยของเขาในนาทีที่ 83 ช่วยให้เลสเตอร์มีความหวังว่าจะกลับมาได้ในเกมกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หลังจากที่สเตฟี มาวิดิดี ยิงประตูตีไข่แตกให้เจ้าบ้านไปแล้ว

แต่ก็ไม่มีดราม่าในช่วงท้ายเกมอีกต่อไป เนื่องจากทีมดาบคู่รักษาสกอร์เอาไว้ได้และชนะไป 3-2 ซึ่งสร้างความกดดันให้กับมาร์ติ ซิฟูเอนเตส กุนซือทีมจิ้งจอกสยาม

เจมส์ปกป้องผู้จัดการทีมของเขา โดยกล่าวว่าผลงานในครึ่งหลังเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทีมจิ้งจอกสยาม

“เรามุ่งเน้นไปที่การคว้าสามแต้มเพื่อทีมของเราและเพื่อเขา เพราะเขาคู่ควรได้รับมัน” เขากล่าวเสริม

“เมื่อวันก่อน [ตามหลัง 3-0 ในช่วงพักครึ่ง] มันไม่ดีพอ และเรารู้ว่ามันไม่ดีพอ เราขอโทษแฟนๆ สำหรับ 10 นาทีแรกนั้น”

“ในช่วงพักครึ่ง เราบอกว่า ‘นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราเป็น นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากเป็น’ และเราแสดงให้เห็นในครึ่งหลัง การต่อสู้มันแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง”

“เรารู้ว่าแฟนๆ ผิดหวัง เราเห็นและรู้สึกได้ และมันเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องไปเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น”

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปกับเลสเตอร์? และโอกาสในการตกชั้นไปลีกวัน?

สถานการณ์ของเลสเตอร์ ซิตี้ยังคงน่าติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าจอร์แดน เจมส์จะเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าการตกชั้นไปสู่ลีกวันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่ฟุตบอลก็มักจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญคือทีมจะต้องรักษาความสามัคคี มุ่งมั่น และทำงานหนักต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

การสนับสนุนจากแฟนๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การที่แฟนบอลยังคงให้กำลังใจทีมต่อไป จะเป็นแรงผลักดันให้ทีมสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

ดังนั้น ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ทีมและแฟนบอลยังคงอยู่เคียงข้างกัน และร่วมกันต่อสู้เพื่อความสำเร็จ

จอร์แดน เจมส์มุ่งมั่นที่จะป้องกันไม่ให้ เลสเตอร์ตกชั้นไปลีกวัน และผลักดันให้ทีมกลับไปสู่พรีเมียร์ลีกให้ได้ในอนาคต

เขาส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเขาและเพื่อนร่วมทีมพร้อมที่จะต่อสู้และทำทุกวิถีทางเพื่อความสำเร็จของสโมสร

การที่เขาออกมาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้เป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนถึงแฟนบอลว่าพวกเขามุ่งมั่นที่จะ เลสเตอร์ตกชั้นไปลีกวัน

สถานการณ์ของ เลสเตอร์ตกชั้นไปลีกวัน ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – Foxes in League One? Out of your mind, says James