วัน: 5 ธันวาคม 2025

ยืนยัน! น้ำทะเลเปลี่ยนสี สงขลา ไม่เป็นอันตราย

เกิดปรากฏการณ์ น้ำทะเลเปลี่ยนสี ที่หาดสมิหลาและหาดชลาทัศน์ จังหวัดสงขลา สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ ล่าสุด ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง (ศวทล.) ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่เป็นอันตราย

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ศวทล. ได้รับรายงานการเกิด น้ำทะเลเปลี่ยนสี บริเวณหาดสมิหลาและหาดชลาทัศน์ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ทีมงานจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ทันที

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า น้ำทะเลเปลี่ยนสี เป็นสีน้ำตาลตลอดแนวชายฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ไม่พบผลกระทบต่อสัตว์น้ำในบริเวณดังกล่าว

สาเหตุของการเกิด น้ำทะเลเปลี่ยนสี ในครั้งนี้ เกิดจากการสะพรั่ง (Bloom) ของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอม ชนิด Chaetoceros spp. ซึ่งมีความหนาแน่นเฉลี่ย 66,400 เซลล์ต่อลิตร

สิ่งที่น่าสนใจคือ แพลงก์ตอนชนิดนี้ไม่สร้างสารพิษ ดังนั้น จึงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์น้ำ ผลการตรวจคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้น พบว่า:

  • pH (ความเป็นกรด–ด่าง): 7.09–7.88
  • ความเค็ม: 10.3–12.7 ppt
  • อุณหภูมิน้ำทะเล: 29.9–30.6 °C
  • ออกซิเจนละลาย: 6.35–6.62 mg/l

อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์วิจัยฯ ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพิ่มเติม เพื่อนำไปวิเคราะห์สารอาหารในห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดการสะพรั่งของแพลงก์ตอนในครั้งนี้

น้ำทะเลเปลี่ยนสี ที่สงขลา ไม่เป็นอันตราย

ทำไมน้ำทะเลถึงเปลี่ยนสี?

ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี เกิดจากการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของแพลงก์ตอนพืชหรือแพลงก์ตอนสัตว์ ซึ่งไม่เสมอไปว่าจะเป็นอันตราย บางครั้งก็เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามปกติ

Chaetoceros spp. ที่พบในครั้งนี้ เป็นแพลงก์ตอนที่ไม่สร้างสารพิษ การสะพรั่งของแพลงก์ตอนชนิดนี้ อาจเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้น หรือมีสารอาหารในน้ำเพิ่มขึ้น

ถึงแม้ว่าการสะพรั่งของแพลงก์ตอนอาจทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสัตว์น้ำจะได้รับอันตรายเสมอไป อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์วิจัยฯ จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อไป

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี

  • ไม่ใช่ทุกครั้งที่น้ำทะเลเปลี่ยนสีจะเป็นอันตราย
  • ชนิดของแพลงก์ตอนมีผลต่อความเป็นอันตราย
  • สภาพแวดล้อมมีผลต่อการเกิดปรากฏการณ์
  • การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ

ปรากฏการณ์ น้ำทะเลเปลี่ยนสี ครั้งนี้ แม้จะไม่เป็นอันตราย แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนให้เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางทะเล และความสำคัญของการดูแลรักษาระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้น หรือปริมาณสารอาหารที่เปลี่ยนไป สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ การเฝ้าระวังและศึกษาปรากฏการณ์เหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เราสามารถรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

ที่มา – ตรวจสอบแล้ว “น้ำทะเลเปลี่ยนสี” เป็นสีน้ำตาลที่ จ.สงขลา ศวทล. ยันไม่เป็นอันตราย

แผน AI บอลโลกอังกฤษ: ปั้นแชมป์ด้วย AI!

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างผลกระทบอย่างมากในวงการฟุตบอลระดับสูง และอังกฤษเป็นผู้นำในการใช้ AI ในเกมระดับนานาชาติชาย

ตั้งแต่การเตะลูกโทษที่สมบูรณ์แบบ การเพิ่มพลังความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เล่น ไปจนถึงการกำหนดเป้าหมายจุดอ่อนทางยุทธวิธีของคู่แข่ง AI เป็นรากฐานสำคัญของแผนการของทีมชาติอังกฤษสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกในช่วงซัมเมอร์หน้า

เทคโนโลยีที่กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงโลกของเรา สามารถช่วยให้อังกฤษได้รับชัยชนะในอเมริกาเหนือได้จริงหรือ?

AI บอลโลกอังกฤษ: ปฏิวัติลูกโทษด้วยAI

เช่นเดียวกับโค้ชและนักกายภาพบำบัดที่นั่งข้างๆ หัวหน้าโค้ช โธมัส ทูเคิล บนม้านั่งสำรอง ทีมงานของอังกฤษประกอบด้วยนักวิเคราะห์ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในองค์กร

พวกเขาใช้เครื่องมือ AI ที่แตกต่างกัน – บางส่วนซื้อจากบริษัทเทคโนโลยีภายนอก บางส่วนสร้างขึ้นภายใน FA – เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ค้นหาข้อมูลที่น่าสนใจ และสร้างงานนำเสนอที่ใช้ในการประชุมเพื่อให้ข้อมูลที่ซับซ้อนเป็นที่เข้าใจได้สำหรับโค้ชและผู้เล่น

แนวคิดคือผู้เล่นของอังกฤษจะสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นในสนาม รวมถึงวิธีการเข้าหาการเตะลูกโทษ

“AI สามารถแสดงแนวโน้มบางอย่างว่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเตะลูกโทษไปที่ใด ซึ่งเราอาจไม่ได้คิดถึง” Rhys Long หัวหน้าฝ่ายข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของ FA ซึ่งทำงานมาตั้งแต่ปี 2016 อธิบาย

“เมื่อเราไปถึงฟุตบอลโลก เรามีข้อมูลของ 47 ทีมที่จะทำโปรไฟล์ – ผู้เล่นทุกคนในทุกทีมเตะลูกโทษไปที่ใดบ้างตั้งแต่พวกเขาอายุ 16 ปี?”

“เมื่อก่อนเราใช้เวลาห้าวันในการรวบรวมข้อมูลการเตะลูกโทษของหนึ่งทีม การใช้ AI สามารถลดลงเหลือประมาณห้าชั่วโมง จากนั้นก็จะกลายเป็นบทสนทนาห้านาทีกับผู้รักษาประตูของเรา เป็นเวลาห้าวินาทีที่พวกเขาหวังว่าจะเซฟลูกโทษได้”

ในทางทฤษฎี ข้อมูลลูกโทษที่ติดอยู่บนขวดน้ำของ จอร์แดน พิกฟอร์ด ผู้รักษาประตู มีความแม่นยำและละเอียดกว่าที่เคย

และผลลัพธ์ที่ได้จนถึงตอนนี้ก็แข็งแกร่ง

นับตั้งแต่ Long มาถึง สถิติการเตะลูกโทษของอังกฤษดีขึ้นอย่างมาก และการใช้ AI ของนักวิเคราะห์ยังใช้เพื่อลดแรงกดดันทางจิตใจสำหรับผู้เล่นอังกฤษในการเลือกว่าจะวางลูกโทษที่ใด

“เรื่องลูกโทษเปิดโลกทัศน์ของผมจริงๆ” Conor Coady สมาชิกทีมชาติอังกฤษในยูโร 2020 และฟุตบอลโลก 2022 อธิบาย

“เรามีการประชุมใหญ่ก่อนยูโร – มีแผนภาพบนกระดานว่าคุณมีแนวโน้มที่จะทำคะแนนได้ที่ไหนมากกว่า จากนั้นพวกเขาจะให้ข้อมูลเฉพาะบุคคลว่าพวกเขาคิดว่าที่ไหนดีที่สุดสำหรับคุณที่จะไป”

ภาพดังกล่าวอิงตามแนวโน้มของผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้าม เช่น พวกเขามักจะพุ่งไปด้านใดด้านหนึ่งบ่อยกว่า และการวิเคราะห์ว่าผู้เล่นอังกฤษแต่ละคนชอบเตะบอลอย่างไร

“การที่พวกเขาบอกคุณว่าจะไปที่ไหนช่วยลดแรงกดดัน เพราะพวกเขาเป็นคนพูดว่า – ‘มันอยู่ที่เรา’” Coady กล่าว “มันคือสิ่งที่เราต้องการ”

สิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของการวิเคราะห์เช่นนั้น คือความเต็มใจของผู้เล่นที่จะมีส่วนร่วมกับข้อมูลและเข้าใจข้อมูลที่ได้รับ

“ผู้เล่นเริ่มคุ้นเคยกับการตีความข้อมูลของตนเองมากขึ้น” Long กล่าว

“ปริมาณข้อมูลที่เราพยายามทำความเข้าใจได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก คุณต้องกรองข้อมูลทั้งหมดนั้นลงเพื่อให้มีการสนทนาที่ดีกับโค้ช จากนั้นก็เป็นผู้เล่น

“มันคืองานแปล”

อังกฤษนำหน้าด้านเทคโนโลยี

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซอฟต์แวร์ฟุตบอล AI ได้พัฒนาไปถึงขนาดที่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวและเหตุการณ์ในสนามนับหมื่นรายการได้ในทุกวินาที สามารถแท็กรูปแบบทางยุทธวิธีระหว่างการเล่นสด เพื่อให้นักวิเคราะห์สามารถค้นหาได้ทันทีในวิดีโอสำหรับการปรับเปลี่ยนในเกมและการตอบรับในช่วงพักครึ่ง และสามารถสร้างกราฟิกได้ทันที

ในขณะที่สเปน ฝรั่งเศส และอาร์เจนตินา ประสบความสำเร็จมากกว่าในการแข่งขันระดับนานาชาติล่าสุด – และจะเป็นหนึ่งในทีมเต็งในปีหน้า – แต่เป็นอังกฤษ เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ที่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำในการใช้ AI เพื่อพยายามสร้างความได้เปรียบ

“อังกฤษมีทรัพยากรจำนวนมากและลงทุนอย่างมากในเรื่องนี้” Allistair McRobert ศาสตราจารย์ด้านการวิเคราะห์ประสิทธิภาพที่ Liverpool John Moores University กล่าว “พวกเขามีวิศวกรข้อมูล นักวิเคราะห์ข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญด้านประสิทธิภาพอยู่เบื้องหลังในทุกทีม ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงระดับอาวุโส

“เราได้ทำงานร่วมกับนักวิเคราะห์คนหนึ่งที่ทำงานที่อังกฤษเกี่ยวกับการสร้างความรู้ทางยุทธวิธี

“เมื่อเราเปลี่ยนจากข้อมูลเป็นโต๊ะขนาดใหญ่สไตล์ Subbuteo เพื่อสาธิต ผู้เล่นมีส่วนร่วมอย่างมากในด้านยุทธวิธี เพราะพวกเขารู้ถึงทรัพย์สินที่ผู้รักษาประตูของพวกเขามี และมันเปลี่ยนวิธีที่พวกเขาเล่นกับฝ่ายตรงข้าม”

การตัดสินใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เล่นมีอิทธิพลจากAI

อังกฤษไม่ได้ใช้ AI แค่เรื่องในสนามเท่านั้น พวกเขายังใช้มันเพื่อตรวจสอบความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เล่นด้วย

“สิ่งที่ AI กำลังทำคือการแสดงสิ่งต่างๆ ขึ้นมา – มันสามารถดูสิ่งที่ส่งผลกระทบทางร่างกาย ยุทธวิธี หรือเทคนิคต่อผู้เล่นได้” Long กล่าว “มันอาจตรวจพบบางสิ่งในข้อมูลสุขภาพที่เราเก็บรวบรวมจากผู้เล่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการฝึกซ้อมของพวกเขา”

“จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของแพทย์ นักกายภาพบำบัด โค้ช หรือนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญในการสนทนากับผู้เล่นและตรวจสอบให้แน่ใจว่าเราได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากพวกเขา

“การพยายามทำทั้งหมดนั้นอย่างรวดเร็วจนเคยใช้เวลาหลายวัน ตอนนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมง ในอนาคตอาจใช้เวลาไม่กี่นาที”

Coady อธิบายกระบวนการ: “คุณตื่นนอนทุกเช้าและในขณะที่คุณกำลังลงไปทานอาหารเช้า ก็จะมีพื้นที่สุขภาพที่คุณกรอกแบบฟอร์มบน iPad

“’คุณนอนหลับอย่างไร? คุณรู้สึกอย่างไรในเช้าวันนี้? คุณเหนื่อยล้าหรือไม่?’ จากนั้นคุณแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมัน – อาจจะ ‘เอ็นร้อยหวายของฉันเจ็บจากการฝึกซ้อมเมื่อวานนี้’ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จัดเตรียมสิ่งที่คุณต้องการให้คุณในช่วงระหว่างวัน ในแง่ของสิ่งที่คุณต้องการในการฝึกซ้อม อาหารของคุณ วิธีที่พวกเขาจัดเซสชั่น

“รายละเอียดที่ใส่ใจคุณเป็นรายบุคคล แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือทีมนั้น นอกโลกนี้”

AIจะแทนที่โค้ชที่เป็นมนุษย์หรือทำร้ายชาติน้อยกว่าหรือไม่?

บริษัทเทคโนโลยี AI ใหม่ๆ ถูกสร้างขึ้นทุกวัน และซอฟต์แวร์ชิ้นหนึ่งอาจมีราคาสูงถึงหลายแสนปอนด์สำหรับสมาพันธ์ระดับชาติ

“มันไม่ใช่เรื่องของการไล่ตามของเล่น AI ใหม่ๆ ทุกชิ้น และใช้มันเพื่อประโยชน์ของมันเอง” Long กล่าว “สิ่งที่คุณต้องทำคือถามว่ามันจะช่วยด้านประสิทธิภาพได้จริงหรือไม่”

เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง มีความเสี่ยงที่บางประเทศที่ร่ำรวยน้อยกว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

“ผมคิดว่า AI จะขยายช่องว่าง” Tom Goodall ซึ่งทำงานด้านการวิเคราะห์ให้กับไอซ์แลนด์กล่าว “อังกฤษ ยกตัวอย่างเช่น มีทรัพยากร เงิน และเจ้าหน้าที่ที่ไม่จำกัด เราอยู่ตรงกันข้ามกับสิ่งนั้นโดยสิ้นเชิง

“ผมเป็นนักวิเคราะห์เต็มเวลาเพียงคนเดียวที่นี่ และเงินทุนก็มีจำกัด เป็นเรื่องยากมากสำหรับเราที่จะเสี่ยงโชคกับเทคโนโลยีราคาแพง”

นอกจากนี้ยังมี มีความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่องาน ในอนาคต

“สิ่งที่เราต้องจำไว้คือมันไม่ใช่กระสุนเงิน” Long กล่าว “AI จะทำให้ทุกอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เป็นเรื่องของการมีคนในวงการกีฬาที่สามารถเข้าใจวิธีใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ได้เป็นอย่างดี

“เราจะไม่แทนที่มนุษย์ – มันเกี่ยวกับการเสริมการตัดสินใจของพวกเขา AI จะไม่เลือกทีมและจะไม่เล่นเกม

“แต่ถ้าคุณสามารถทำให้โค้ชของคุณใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในทางกลับกันมันช่วยผู้เล่นของเราได้ นั่นคือความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ดี ซึ่งหวังว่าจะช่วยให้เราข้ามเส้นชัยได้”

AI บอลโลกอังกฤษ: โอกาสและความท้าทาย

การใช้ AI ในฟุตบอลกำลังเปลี่ยนแปลงเกมอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มันนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ ในการปรับปรุงประสิทธิภาพของผู้เล่นและทีม แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับความเท่าเทียมกันและการถูกแทนที่ของงานเช่นกัน การนำ AI มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็นประโยชน์ต่อทุกคนในวงการฟุตบอล

ที่มา – England’s AI World Cup masterplan – from perfecting penalties to powering players

ผบ.ทสส. ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า ฟื้นฟูสงขลา

จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลาที่ผ่านมา แม้ว่าสถานการณ์ฉุกเฉินจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ภารกิจการฟื้นฟูยังคงดำเนินต่อไป ล่าสุด ผบ.ทสส. ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า เพื่อสานต่อภารกิจสำคัญนี้

ผบ.ทสส. ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า เพื่อฟื้นฟูสงขลาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้ลงนามในคำสั่งจัดตั้ง “ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทยส่วนหน้า” หรือ ศบภ.ทท. (สน.) อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสานต่อภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ทำให้ประกาศและคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องสิ้นสุดลงตามไปด้วย

วัตถุประสงค์หลักของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า

ศบภ.ทท. (สน.) ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน คือ การอำนวยการและประสานงานเพื่อให้การปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทุกด้าน โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทย และมอบหมายให้รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนที่ 1 และรองเสนาธิการทหารคนที่ 1 ทำหน้าที่กำกับดูแลและสั่งการในภาพรวม

การแบ่งมอบความรับผิดชอบให้กับหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ ได้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด:

  • สำนักงานปลัดบัญชีทหารและฝ่ายงบประมาณ: สนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อให้การดำเนินงานมีทรัพยากรเพียงพอ
  • กรมส่งกำลังบำรุงทหาร: สนับสนุนการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปยังพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ
  • กรมยุทธการทหาร: วางแผนและประสานงานด้านยุทธการเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปตามแผนที่วางไว้
  • กรมแผนที่ทหาร: สนับสนุนข้อมูลด้านแผนที่และภูมิประเทศเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างแม่นยำ

การสนับสนุนจากหน่วยงานเหล่านี้จะช่วยให้การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่การช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน ไปจนถึงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะยาว

การที่ ผบ.ทสส. ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสถานการณ์ฉุกเฉินจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยเร็ว

การจัดตั้งศูนย์ฯ นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูจังหวัดสงขลา เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการให้ความช่วยเหลือ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากภาครัฐและกองทัพไทย การที่ ผบ.ทสส. ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้

สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทยส่วนหน้า หรือหน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อรับการช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป

ที่มา – “ผบ.ทสส.” ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า สานต่อภารกิจฟื้นฟูน้ำท่วมสงขลา

สพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ช่วยน้ำท่วมใต้ ฟื้นฟู 800 แห่ง

สพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ลงใต้ ส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนหลังสถานศึกษากว่า 800 แห่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ หนุนรถบรรทุกเสริมกำลังขนส่งสิ่งของ ขณะรัฐมนตรีศึกษาธิการย้ำยืนเคียงข้างครู–นักเรียนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

วันที่ 5 ธ.ค. 68 มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ สวนวันครู สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ นำโดย ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “คาราวานช่วยเหลืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ประจำปี 2568” เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่สถานศึกษา นักเรียน ครู และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายจังหวัดในภาคใต้

ภายในงานมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, รองเลขาธิการ กพฐ., ผู้บริหาร สพฐ., ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

หนึ่งในกำลังสำคัญของภารกิจครั้งนี้คือ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธาน พว. ซึ่งประกาศสนับสนุน รถบรรทุกสำหรับขบวนคาราวาน เพื่อใช้ลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภค ชุดยังชีพ วัสดุฟื้นฟูสถานศึกษา และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ลงสู่พื้นที่ประสบภัยใน 10 จังหวัดภาคใต้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งและความรวดเร็วในการเข้าถึงโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก

จากรายงานสถานการณ์เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 68 พบว่า อุทกภัยรอบนี้ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้ถึง 813 แห่ง จากทั้งหมด 7,012 แห่ง คิดเป็นกว่า 11.59% ของสถานศึกษาในพื้นที่ นักเรียนที่ได้รับผลกระทบมีมากถึง 90,453 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะเดียวกันครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบมีจำนวน 8,206 คน

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดศูนย์พักพิงในสถานศึกษา 142 แห่ง รองรับผู้ประสบภัยรวมกว่า 12,433 คน ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี สตูล สงขลา พัทลุง และนราธิวาส

เลขาธิการ กพฐ. รายงานว่า สพฐ. ได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงานผู้ประสบอุบัติภัย ที่ส่วนกลางและในพื้นที่ พร้อมจัดสรรงบเยียวยาระยะสั้นแล้วกว่า 3.15 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและครู รวมถึงลงพื้นที่มอบสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ระหว่างการฟื้นฟูสถานศึกษาในรอบแรก

ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ระบุว่า คาราวานครั้งนี้สะท้อนความห่วงใยของกระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ. ที่มีต่อสถานศึกษาในภาคใต้ พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าช่วยเหลือและฟื้นฟูด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสวัสดิการ ความปลอดภัย และการดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนและครู เพื่อให้ทุกโรงเรียนสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้โดยเร็วที่สุด

ภายหลังพิธีเปิด ขบวนคาราวานจาก สพฐ. พร้อมรถบรรทุกที่ได้รับการสนับสนุนจาก ประธานสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ หรือ พว. ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ได้ออกเดินทางลงสู่พื้นที่ทันที เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกในพื้นที่จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการช่วยเหลือเชิงรุกของ สพฐ. และพันธมิตรทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันยืนหยัดเคียงข้างสถานศึกษาภาคใต้จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลายอย่างสมบูรณ์.

สพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ช่วยน้ำท่วมใต้ เร่งฟื้นฟูสถานศึกษากว่า 800 แห่ง

จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อสถานศึกษาและนักเรียนจำนวนมาก สพฐ. ได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยการระดมคาราวานใหญ่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ

สถานการณ์น้ำท่วมและความช่วยเหลือจาก สพฐ.

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนกว่า 800 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้การเรียนการสอนต้องหยุดชะงัก สพฐ. ตระหนักถึงความเดือดร้อนของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จึงได้ระดมความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

  • การส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วน: สพฐ. ได้ส่งมอบสิ่งของจำเป็น เช่น เครื่องอุปโภคบริโภค ชุดยังชีพ และวัสดุฟื้นฟูสถานศึกษา ให้แก่โรงเรียนและผู้ประสบภัย
  • การจัดตั้งศูนย์พักพิง: มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงในสถานศึกษาเพื่อรองรับผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
  • การสนับสนุนงบประมาณ: สพฐ. ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อเยียวยาความเสียหายและฟื้นฟูสถานศึกษา

การระดมคาราวานใหญ่ช่วยน้ำท่วมใต้ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ สพฐ. ในการดูแลและช่วยเหลือสถานศึกษาและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เราหวังว่าความช่วยเหลือนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สพฐ. มุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือสถานศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป เพื่อให้การศึกษาดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีคุณภาพ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก การฟื้นฟูสพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ช่วยน้ำท่วมใต้เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และโรงเรียนทุกแห่งจะสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ การสพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ช่วยน้ำท่วมใต้ ฟื้นฟู 800 แห่งเป็นเป้าหมายหลักที่เราจะมุ่งไปให้ถึง

ที่มา – สพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ช่วยน้ำท่วมใต้ เร่งฟื้นฟูสถานศึกษากว่า 800 แห่ง

บอลโลกหนุน! เงินล้านสู่รากหญ้าเวลส์

การได้ไปเล่นฟุตบอลโลกปีหน้า อาจสร้างรายได้ให้เวลส์มากกว่า 10 ล้านปอนด์ ซึ่งจำนวนเงินจำนวนมากนี้จะถูกนำไปลงทุนในฟุตบอลระดับรากหญ้า

นี่คือคำกล่าวของ Noel Mooney ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมฟุตบอลเวลส์ (FAW) ซึ่งกล่าวว่าโบนัสจากผู้สนับสนุนเพิ่มเติมอาจสร้างรายได้อีกหลายล้านเพื่อปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกทั่วประเทศ

เวลส์ต้องการชัยชนะอีกเพียงสองนัดเพื่อผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน และเป็นครั้งที่สามในประวัติศาสตร์ของพวกเขา

ทีมของ Craig Bellamy จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟในวันที่ 26 มีนาคม และหากได้รับชัยชนะ จะพบกับอิตาลีหรือไอร์แลนด์เหนือในคาร์ดิฟฟ์ในอีกห้าวันต่อมาเพื่อแย่งชิงตำแหน่งในฟุตบอลโลก 2026

การจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลกจะมีขึ้นที่วอชิงตัน ดี.ซี. ในวันศุกร์

หมายความว่าทุกทีมจะได้รู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับใครในรอบแบ่งกลุ่มในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโกในช่วงซัมเมอร์หน้า หากพวกเขาผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟได้สำเร็จ

Mooney กล่าวว่าการเข้าร่วมมีมูลค่าประมาณ 10.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.9 ล้านปอนด์) สำหรับเวลส์ ก่อนที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การจ่ายเงินให้ผู้เล่นและทีมงานจะลดตัวเลขนั้นลงเหลือประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3 ล้านปอนด์)

แต่เขากล่าวเสริมว่า: “นอกจากนี้ คุณยังกำลังมองหาโบนัสจากผู้สนับสนุนและความสนใจรอบๆ สมาคมที่เพิ่มขึ้น คุณมีผู้สนับสนุนที่ระบุจำนวนเงินที่เข้ามาหาเรา”

“เราเห็นความคืบหน้า [ในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกระดับรากหญ้า] แต่ยังมีอะไรอีกมากมายที่ต้องทำ ดังนั้นหากเราไปถึงฟุตบอลโลก คุณกำลังมองหาเงิน 3 หรือ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่จะนำไปสู่เกมระดับรากหญ้า”

สิ่งอำนวยความสะดวก ‘โลกที่สาม’

การปรับปรุงฟุตบอลระดับรากหญ้าในเวลส์เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับ FAW ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดย Mooney ก่อนหน้านี้ได้อธิบายสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะของประเทศว่าเป็น “โลกที่สาม”

FAW ได้ใช้จ่ายเงิน 26 ล้านปอนด์ในโครงการต่างๆ ทั่วเวลส์ผ่านทางแขนการกุศล Cymru Football Foundation ซึ่งเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2022 แต่ Mooney เชื่อว่านี่เป็นเพียง “การเกาพื้นผิว” เท่านั้น

“ครั้งล่าสุด [เวลส์ผ่านเข้ารอบในปี 2022] นั้นยอดเยี่ยมสำหรับฟุตบอลเวลส์” เขากล่าวเสริม

“เรานำเงิน 4 ล้านยูโร (3.5 ล้านปอนด์) ที่เราได้จากฟุตบอลโลกและเงินสำรองของเรา และเรานำไปใส่ใน Cymru Football Foundation ซึ่งหลายสโมสร – 200 แห่งทั่วเวลส์ – ได้รับประโยชน์แล้วจากการสร้างสนามและห้องแต่งตัวและอื่นๆ”

“ดังนั้นฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดจึงเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับเงิน 26 ล้านปอนด์ที่เราแจกจ่ายโดยได้รับความช่วยเหลือจาก DCMS [Department for Digital, Culture, Media and Sport], รัฐบาลเวลส์ และหน่วยงานท้องถิ่น และสโมสรเอง”

“ตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้ว ตามที่เราได้กล่าวไว้ในแผน 10 ปีที่เรากำลังดำเนินการอยู่ สิ่งอำนวยความสะดวกในระดับรากหญ้ายังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเวลส์ นี่คือสิ่งที่เราแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเรามุ่งมั่นที่จะแก้ไข”

“เรากำลังจะให้เงินอีกจำนวนหนึ่งในเร็วๆ นี้ แต่ยังมีหนทางอีกยาวไกล เรายังคงเกาพื้นผิวของสิ่งนั้นอยู่”

นอกเหนือจากฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์หน้า FAW ยังจะได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติมอีกมากมายเมื่อเวลส์เป็นเจ้าภาพร่วมในการแข่งขัน Euro 2028 และฟุตบอลโลกหญิงปี 2035

“หากคุณดูที่การเป็นเจ้าภาพ Euro 2028 ด้วยวิธีที่กำหนดไว้กับสองตำแหน่งสำรอง เราคาดหวังอย่างเต็มที่ว่าจะได้เล่นในทัวร์นาเมนต์ โดยจะเริ่มต้นที่นี่ในคาร์ดิฟฟ์” Mooney กล่าว

“สิ่งนั้นเพียงอย่างเดียวมีรายได้ซึ่งนำมาซึ่งประมาณ 10 ล้านยูโร (8.75 ล้านปอนด์) จากมุมมองของการมีส่วนร่วม แต่ก็ยังมีโบนัสการเป็นเจ้าภาพซึ่งมีมูลค่าไม่กี่ล้านปอนด์”

“เราไม่มีข้อสงสัยเลยว่าสิ่งนั้นอาจมีมูลค่าสุทธิ 7-8 ล้านปอนด์สำหรับ FAW”

“ในทำนองเดียวกันกับฟุตบอลโลกหญิง แม้ว่าในขณะนี้เงินรางวัลและโบนัสการเป็นเจ้าภาพยังไม่ใกล้เคียงกับผู้ชาย แต่ภายในปี 2035 การคาดเดาที่ดีที่สุดของเราคือสิ่งนั้นใกล้เคียงกันมากขึ้นเพราะเกมของผู้หญิงกำลังเติบโตอย่างมาก”

“ดังนั้นถึงเวลานั้นเราคาดว่าจะได้รับผลกำไรที่ดีสำหรับสมาคมสำหรับเกมของผู้หญิง”

บอลโลกหนุนรากหญ้าเวลส์อย่างไร?

เงินทุนจากฟุตบอลโลกจะช่วยพัฒนาสนาม, อุปกรณ์ และโครงการฝึกสอนเยาวชน ทำให้ **บอลโลกหนุน! เงินล้านสู่รากหญ้าเวลส์** อย่างแท้จริง การลงทุนนี้จะช่วยให้เยาวชนมีโอกาสได้พัฒนาศักยภาพและสร้างนักเตะคุณภาพในอนาคต นอกจากนี้, การเป็นเจ้าภาพร่วมยูโร 2028 และฟุตบอลโลกหญิง 2035 จะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างรายได้และพัฒนาฟุตบอลในประเทศอย่างยั่งยืน โอกาสที่ **บอลโลกหนุน! เงินล้านสู่รากหญ้าเวลส์** ไม่ได้จำกัดแค่ปัจจุบัน แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่สดใสของวงการฟุตบอลเวลส์

บอลโลกหนุน! เงินล้านสู่รากหญ้าเวลส์

การที่เวลส์ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จในสนาม แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ การลงทุนในฟุตบอลระดับรากหญ้าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว ทำให้เยาวชนมีสุขภาพที่ดี มีระเบียบวินัย และมีโอกาสในการพัฒนาตนเอง การที่ **บอลโลกหนุน! เงินล้านสู่รากหญ้าเวลส์** เป็นการแสดงให้เห็นว่าฟุตบอลไม่ได้เป็นแค่เกมกีฬา แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคมได้อีกด้วย

การลงทุนในรากหญ้าเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้วงการฟุตบอลของประเทศ หากไม่มีรากฐานที่แข็งแกร่ง ก็ยากที่จะสร้างทีมชาติที่ประสบความสำเร็จได้ การที่ **บอลโลกหนุน! เงินล้านสู่รากหญ้าเวลส์** เป็นการลงทุนในอนาคตของฟุตบอลเวลส์อย่างแท้จริง

ที่มา – ‘World Cup could earn millions for Welsh grassroots’

อิ๊งค์โพสต์ภาพคู่ทักษิณ ขอให้พ่อแข็งแรง

“อิ๊งค์ แพทองธาร” โพสต์ภาพคู่ “ทักษิณ ชินวัตร” สุขสันต์วันพ่อ ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ อดทนไว้แล้วเราจะได้ไปเที่ยวรอบโลกด้วยกัน ก่อนทิ้งท้าย คิดถึงทุกวันเหมือนเดิม

เมื่อเวลาประมาณ 11.50 น. วันที่ 5 ธันวาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ในวันพ่อแห่งชาติ เป็นภาพของตนเอง และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นบิดา ซึ่งปัจจุบันนายทักษิณ ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีการแท็กไปยังอินสตาแกรมของนายทักษิณด้วย พร้อมระบุข้อความว่า “สุขสันต์วันพ่อ คุณพ่อสุดที่รักของลูก ลูกขอให้พ่อสุขภาพแข็งแรง ทั้งกาย และใจ อดทนไว้นะคะพ่อ แล้วเราจะได้ไปเที่ยวรอบโลกด้วยกันสักทีค่ะคิดถึงทุกวันเหมือนเดิม” พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยแฮชแท็ก #daddysgirl

ในวันพ่อปีนี้ หลายคนคงใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและคนที่รัก เช่นเดียวกับคุณอิ๊งค์ แพทองธาร ที่ถึงแม้คุณพ่อจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ยังคงส่งความรักและความคิดถึงให้กำลังใจคุณพ่อทักษิณเสมอ ภาพและข้อความที่โพสต์นั้นแสดงให้เห็นถึงความผูกพันในครอบครัวชินวัตรอย่างชัดเจน

อิ๊งค์โพสต์ภาพคู่ทักษิณ ขอให้พ่อแข็งแรง

เรื่องราวความรักและความผูกพันในครอบครัวเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ การที่อิ๊งค์ แพทองธาร โพสต์ภาพคู่คุณทักษิณ ชินวัตร ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของสายสัมพันธ์ในครอบครัว และเป็นกำลังใจให้ทั้งคุณทักษิณและครอบครัว

การโพสต์ภาพและข้อความให้กำลังใจคุณพ่อทักษิณในวันพ่อแห่งชาติ ถือเป็นการแสดงความรักและความกตัญญูที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง แม้ว่าคุณทักษิณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แต่ความรักและความอบอุ่นจากครอบครัวก็ยังคงเป็นพลังใจสำคัญ

ทำไมอิ๊งค์โพสต์ภาพคู่ทักษิณ

การที่อิ๊งค์โพสต์ภาพคู่กับคุณทักษิณ อาจมีเหตุผลหลายประการ นอกเหนือจากความรักและความคิดถึงที่มีต่อคุณพ่อแล้ว อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงความเข้มแข็งของครอบครัว และเป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงยืนหยัดเคียงข้างคุณทักษิณเสมอ นอกจากนี้ อาจเป็นการส่งข้อความถึงสังคมว่า พวกเขายังคงมีความหวังและพร้อมที่จะก้าวต่อไป

ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังการโพสต์ภาพจะเป็นอะไร สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ อิ๊งค์ แพทองธาร ต้องการส่งกำลังใจและความรักให้กับคุณพ่อทักษิณในวันพ่อปีนี้ และหวังว่าคุณพ่อจะสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ เพื่อที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขอีกครั้ง

สถานการณ์ที่คุณทักษิณต้องเผชิญอยู่เป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่กำลังใจจากครอบครัวและคนที่รักย่อมเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ก้าวผ่านอุปสรรคไปได้ การที่อิ๊งค์ แพทองธาร ออกมาแสดงความรักและความห่วงใยต่อคุณพ่ออย่างเปิดเผยเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับหลายๆ คนที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์คล้ายคลึงกัน

การใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อสื่อสารและแสดงความรู้สึกเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน การที่อิ๊งค์เลือกที่จะโพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ย่อมเป็นการเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมาก และเป็นการส่งต่อความรู้สึกดีๆ ไปยังผู้ที่ติดตามเธออีกด้วย

หวังว่าคุณทักษิณจะได้รับรู้ถึงความรักและความคิดถึงจากอิ๊งค์และครอบครัว และมีกำลังใจที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ เราขอเป็นกำลังใจให้คุณทักษิณและครอบครัวชินวัตรด้วยเช่นกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าความรักและความผูกพันในครอบครัวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก กำลังใจจากคนที่รักสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ และช่วยให้เราก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้

ดังนั้น ในวันปกติ หรือวันพิเศษต่างๆ เราควรให้ความสำคัญกับการแสดงความรักและความห่วงใยต่อคนในครอบครัว เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจและเป็นกำลังใจให้กันและกันตลอดไป ลองหาเวลาอยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรมร่วมกัน หรือเพียงแค่พูดคุยและรับฟังกัน ก็เป็นสิ่งที่สร้างความสุขและความอบอุ่นในครอบครัวได้

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกครอบครัว ให้มีความสุขและเข้มแข็งเสมอ

ที่มา – “อิ๊งค์” โพสต์ภาพคู่ “ทักษิณ” ขอพ่อแข็งแรงทั้งกาย-ใจ อดทนไว้แล้วจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน

GISTDA วิเคราะห์น้ำท่วมหาดใหญ่ เสียหายกว่าแสนหลัง

GISTDA วิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมเทศบาลนครหาดใหญ่ พบอาคารได้รับผลกระทบกว่าแสนหลัง-วงเงินฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนเบื้องต้นอาจสูงถึงกว่า 1,200 ล้านบาท

จากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทีมวิเคราะห์เชิงพื้นที่ของ GISTDA ได้ติดตามและประมวลผลข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมร่วมกับแบบจำลองระดับน้ำสามมิติ (3D) เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ผลวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่จำนวนมากมีระดับน้ำสูงตั้งแต่ 1 เมตรไปจนถึงกว่า 4 เมตร โดยเฉพาะบริเวณลุ่มต่ำและพื้นที่ชุมชนหนาแน่นซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก

โดยข้อมูลที่ประมวลจากระบบภูมิสารสนเทศพบว่าอาคารบ้านเรือนในเทศบาลนครหาดใหญ่มีจำนวนกว่า 102,520 หลัง ในจำนวนนี้มี 7,693 หลังที่ถูกน้ำท่วมทั้งหลัง และ 59,845 หลังที่ท่วมบางส่วน ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพรวมของผลกระทบที่กระจายเป็นวงกว้างทั่วทั้งเมือง

ความเสียหายต่อบ้านเรือน: ข้อมูลที่สะท้อนความจริงจากพื้นที่

ประเมินค่าเสียหาย: ซ่อมบ้านหนึ่งหลังต้องใช้งบเท่าไหร่?

GISTDA ใช้ข้อมูลเชิงวิศวกรรมและเศรษฐกิจในการประเมินต้นทุนความเสียหายจริงของอาคารและทรัพย์สินภายในบ้าน โดยพิจารณาความเสียหายตามระดับความลึกของน้ำท่วม: เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ในระดับน้ำ (เช่น ทีวี ตู้เย็น) อาจเสียหายสูงถึง 6,990 – 18,000 บาท สำหรับเฟอร์นิเจอร์ ต่างๆในบ้าน ห้องน้ำ และห้องครัว อาจมีค่าเสียหายอยู่ที่ระหว่าง 6,000 – 9,900 บาท 

นอกจากนี้ ยังมีค่าซ่อมแซมโครงสร้าง เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา พื้น–ผนัง รวมถึงส่วนประกอบโครงสร้างอื่น ๆ อยู่ที่ประมาณ 3,000 – 10,000 บาทขึ้นไป

ค่าใช้จ่ายฟื้นฟูโดยเฉลี่ยต่อครัวเรือน: การคำนวณตามน้ำหนักความเสียหายตามระดับความลึกและประเภทอาคาร พบว่าค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมต่อครัวเรือนโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 15,000 – 35,000 บาทต่อหลัง โดยพื้นที่ที่น้ำท่วมลึกเกิน 3 เมตรจะมีความเสียหายต่อโครงสร้างและระบบไฟฟ้าสูงที่สุด

ฟื้นฟูบ้านเรือนในเทศบาลนครหาดใหญ่อาจต้องใช้งบเพิ่มกว่า 1,200 ล้านบาท จากการประเมินต้นทุนการซ่อมแซมที่แท้จริง หากคำนวณจากบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบมากกว่าแสนหลัง พบว่าอาจต้องมีงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนสามารถซ่อมบ้านและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้มาจากการคาดเดา แต่เป็นผลลัพธ์จากข้อมูลเชิงพื้นที่ ข้อมูลระดับน้ำจริง และแบบจำลองที่ประมวลผลอย่างเป็นระบบตามหลักวิทยาศาสตร์

ข้อมูลภูมิสารสนเทศช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้น: เพราะข้อมูลจากดาวเทียมและเทคโนโลยี GIS ทำให้เรามองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น ทั้งระดับน้ำ ความหนาแน่นอาคาร รวมถึงพื้นที่ที่ควรเร่งเข้าฟื้นฟูก่อน ช่วยให้การวางแผนใช้งบประมาณเป็นไปอย่างตรงจุด โปร่งใส และตรวจสอบได้

ดูพื้นที่น้ำท่วมในรูปแบบ 3 มิติ (3D) ได้ที่นี่ เพื่อให้ประชาชน หน่วยงาน และผู้สนใจสามารถสำรวจระดับน้ำและพื้นที่ได้รับผลกระทบได้ด้วยตัวเอง

https://gistdaportal.gistda.or.th/portal/apps/instant/3dviewer/index.html?appid=c21c32105a8342e08fdb79e453df9da8

GISTDA วิเคราะห์น้ำท่วมหาดใหญ่ บ้านเรือนเสียหายกว่าแสนหลัง

สถานการณ์ GISTDA วิเคราะห์น้ำท่วมหาดใหญ่ บ้านเรือนเสียหายกว่าแสนหลังนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเชิงพื้นที่ช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์และวางแผนการช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญของการวิเคราะห์น้ำท่วมหาดใหญ่

การ GISTDA วิเคราะห์น้ำท่วมหาดใหญ่ บ้านเรือนเสียหายกว่าแสนหลัง ไม่ใช่แค่การประเมินความเสียหาย แต่เป็นการวางแผนเพื่ออนาคต เพื่อให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันได้อย่างดีขึ้นในอนาคต ข้อมูลที่ GISTDA รวบรวมมานั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการวางผังเมืองที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ

การฟื้นฟูหลัง GISTDA วิเคราะห์น้ำท่วมหาดใหญ่ บ้านเรือนเสียหายกว่าแสนหลัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง การสนับสนุนและความเข้าใจจากทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ที่มา – GISTDA วิเคราะห์น้ำท่วมหาดใหญ่ บ้านเรือนเสียหายกว่าแสนหลัง คาดฟื้นฟูกว่า 1.2 พันล้านบาท

มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” ขอโทษครอบครัวครั้งแรก

นายเท็ตสึยะ ยามากามิ ผู้ต้องหาในคดีลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้แสดงความรู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อครอบครัวอาเบะเป็นครั้งแรกในศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าตนเองได้ก่อความทุกข์ทรมานให้แก่ครอบครัวอดีตผู้นำมานานกว่าสามปี

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า นายเท็ตสึยะ ยามากามิ ซึ่งก่อนหน้านี้ยอมรับสารภาพผิดในข้อหาฆาตกรรม ได้แถลงต่อศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (4 ธ.ค.) ว่า เขารู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อ นางอากิเอะ อาเบะ ภริยาของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ

ยามากามิถูกกล่าวหาว่าใช้ปืนที่ผลิตเองลอบยิงอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่เมืองนารา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2022 จนเป็นเหตุให้นายอาเบะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในวันเดียวกัน การเสียชีวิตของเขาได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก

นายยามากามิกล่าวต่อศาล ตามการรายงานของสื่อท้องถิ่นว่า “ผมได้ก่อความทุกข์ทรมาน (ให้แก่ครอบครัว) มาเป็นเวลาสามปีครึ่ง ผมไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ” 

ก่อนหน้านี้ นายยามากามิได้แจ้งกับพนักงานสอบสวนว่า เขาลงมือก่อเหตุเพราะเชื่อว่าอาเบะมีส่วนในการส่งเสริมโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งยามากามิอ้างว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้มารดาของเขาและครอบครัวต้องประสบภาวะล้มละลาย

ข้อกล่าวหาของยามากามิได้นำไปสู่การสืบสวนลัทธิโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งมีต้นกำเนิดในเกาหลีใต้และเป็นที่รู้จักจากการจัดพิธีสมรสหมู่ โดยในเดือนมีนาคมปีนี้ ศาลโตเกียวได้มีคำสั่งยุบลัทธิดังกล่าว ซึ่งประกาศว่าจะ “ต่อสู้คดีจนถึงที่สุด”

โบสถ์แห่งความสามัคคีเคยเป็นที่ถกเถียงในประเด็นทางศาสนาและสังคมมาแล้วก่อนการลอบสังหารอาเบะ โดยมีรายงานว่านายโนบุสึเกะ คิชิ ปู่ของชินโซ อาเบะ ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเช่นกัน เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโบสถ์นี้ เนื่องจากมีแนวคิดต่อต้านคอมมิวนิสต์ และตัวอาเบะเองก็เคยกล่าวปราศรัยในงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ด้วย

ในการพิจารณาคดีเมื่อเดือนที่แล้ว อัยการได้อ่านแถลงการณ์ของนางอากิเอะ อาเบะ ซึ่งระบุว่า “ความเศร้าโศกจากการสูญเสียสามีจะไม่ได้รับการบรรเทาลงเลย”

มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งรก

คดีของนายเท็ตสึยะ ยามากามิ มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” ยังคงเป็นที่สนใจของสังคมญี่ปุ่นเเละทั่วโลก ความเสียใจที่เขากล่าวต่อครอบครัวอาเบะเป็นครั้งแรก ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในกระบวนการยุติธรรม

ทำไม มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” ถึงลงมือ?

แรงจูงใจในการลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของนายยามากามิ มีความซับซ้อนเเละเกี่ยวข้องกับความเชื่อส่วนตัวเกี่ยวกับโบสถ์เเห่งความสามัคคี ซึ่งนำไปสู่ปัญหาทางการเงินของครอบครัวเขา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางสังคมเเละการเมืองที่ฝังรากลึกในสังคมญี่ปุ่น

ความเชื่อมโยงระหว่างอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะกับโบสถ์แห่งความสามัคคี ได้จุดประกายให้เกิดการตรวจสอบอย่างละเอียดถึงความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองและองค์กรศาสนาในญี่ปุ่น การล่มสลายทางการเงินของครอบครัวยามากามิ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการบริจาคให้กับโบสถ์แห่งความสามัคคี ได้สร้างความไม่พอใจและความโกรธแค้นให้กับยามากามิ จนนำไปสู่การตัดสินใจลงมือก่อเหตุร้าย

การพิจารณาคดีของนายยามากามิ ไม่เพียงแต่เป็นการตัดสินความผิดของบุคคล มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” เท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโปงปัญหาที่ซับซ้อนในสังคมญี่ปุ่นอีกด้วย เรื่องราวนี้สร้างความตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เเละตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับองค์กรศาสนา

คดีนี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกประเทศทั่วโลก ในเรื่องของการป้องกันความรุนแรงทางการเมือง และการส่งเสริมความเข้าใจและความอดทนในสังคมที่มีความหลากหลายทางความคิดและความเชื่อ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวอาเบะเป็นเรื่องน่าเศร้าใจอย่างยิ่ง และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถนำความสงบสุขมาสู่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้

ที่มา – มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งรก

ยกเว้นค่าไฟเดือน พ.ย. 68: ช่วยน้ำท่วมสงขลา

“ภราดร” เผย ยอดโอนเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย 4 วันโอนสำเร็จแล้ว 548,126 ครัวเรือน วันนี้โอนอีก 566 ล้านบาท โฆษกรัฐบาลย้ำยกเว้นค่าไฟเดือน พ.ย. 68 ในพื้นที่สงขลา บรรเทาความเดือดร้อนบ้านน้ำท่วม

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังการประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา การดำเนินการและการประสานความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทยส่วนหน้า หรือ ศบภ.ทท.ส่วนหน้า โดยศูนย์จะทำหน้าที่อำนวยการ ควบคุม และบูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยทหารในพื้นที่ รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สำหรับความคืบหน้าการโอนเงินเยียวยาแก่ผู้ประสบอุทกภัย ตัวเลขจากธนาคารออมสินในช่วงวันที่ 1-4 ธันวาคม 2568 พบว่า มียอดโอนสำเร็จแล้ว 548,126 ครัวเรือน เป็นวงเงินรวม 4,933,134,000 บาท และในวันนี้ (5 ธันวาคม) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินเยียวยาเพิ่มเติมอีก 62,935 ครัวเรือน วงเงิน 566,415,000 บาท ซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา

นายภราดร กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้บริหารท้องถิ่น หน่วยทหาร อาสาสมัคร และประชาชนที่ร่วมแรงร่วมใจฟื้นฟูพื้นที่อย่างไม่ย่อท้อ พร้อมฝากข้อความถึงพี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลจะเดินหน้าฟื้นฟูชุมชนและเศรษฐกิจ เยียวยาความเดือดร้อนให้กลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด

ทางด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา เดินหน้าไปอย่างมาก ปัจจุบันสามารถนำประชาชนกลับบ้านไปได้กว่า 90% รวมถึงการทำความสะอาดฟื้นฟูเมือง การบริหารจัดการขยะ หรือแม้แต่ความช่วยเหลือทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค ขณะที่ระบบสาธารณูปโภค ปัจจุบันสามารถผลิตและส่งจ่ายน้ำประปาให้บริการประชาชนได้แล้ว 100% ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สามารถจ่ายไฟฟ้าให้สถานที่ราชการสำคัญและโรงพยาบาลได้ครบ 100% ขณะที่บ้านประชาชนยังมีบางรายไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ โดย กฟภ. ได้ติดตั้งชุด Power Kit (แผงเมนสวิตช์) ชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้มีไฟฟ้าใช้เบื้องต้นก่อน ในส่วนการซ่อมแซมจะได้บูรณาการและเร่งรัดแก้ไขโดยเร็ว

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุ แม้ว่ามีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา แต่การฟื้นฟูและการเยียวยายังคงเป็นเหมือนเดิม โดยความช่วยเหลือด้านค่าไฟฟ้า ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลาที่ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จะได้รับการยกเว้นค่าไฟเดือน พ.ย. 68 ในประเภทบ้านอยู่อาศัย ซึ่งมีจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ 451,211 ราย คิดเป็นค่าไฟฟ้า 420 ล้านบาท (รวม Ft และ VAT) โดยค่าไฟฟ้าต่อเดือนจะใช้จากเงินรายได้ของ กฟภ. เอง

ยกเว้นค่าไฟเดือน พ.ย. 68

มาตรการยกเว้นค่าไฟเดือน พ.ย. 68 ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมสงขลา

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลา รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน หนึ่งในมาตรการที่สำคัญคือ การยกเว้นค่าไฟเดือน พ.ย. 68 ให้กับผู้ประสบภัยที่อยู่ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

การได้รับยกเว้นค่าไฟเดือน พ.ย. 68 นั้น ถือเป็นความช่วยเหลือที่ตรงจุด เพราะไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน ทั้งการให้แสงสว่าง การทำอาหาร การติดต่อสื่อสาร รวมถึงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ การยกเว้นค่าไฟเดือน พ.ย. 68 จึงช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถลดภาระค่าใช้จ่าย และนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นอื่นๆ ได้

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เร่งดำเนินการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เช่น ถนน สะพาน ระบบไฟฟ้า และระบบประปา เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

มาตรการยกเว้นค่าไฟเดือน พ.ย. 68 เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือที่รัฐบาลมอบให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดสงขลา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความช่วยเหลือเหล่านี้ จะช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – ยกเว้นค่าไฟเดือน พ.ย. 68 ผู้ประสบภัยบ้านน้ำท่วมสงขลา วันนี้โอนเยียวยาอีก 556 ล้าน