ยืนยัน! น้ำทะเลเปลี่ยนสี สงขลา ไม่เป็นอันตราย
เกิดปรากฏการณ์ น้ำทะเลเปลี่ยนสี ที่หาดสมิหลาและหาดชลาทัศน์ จังหวัดสงขลา สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ ล่าสุด ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง (ศวทล.) ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่เป็นอันตราย
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ศวทล. ได้รับรายงานการเกิด น้ำทะเลเปลี่ยนสี บริเวณหาดสมิหลาและหาดชลาทัศน์ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ทีมงานจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ทันที
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า น้ำทะเลเปลี่ยนสี เป็นสีน้ำตาลตลอดแนวชายฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ไม่พบผลกระทบต่อสัตว์น้ำในบริเวณดังกล่าว
สาเหตุของการเกิด น้ำทะเลเปลี่ยนสี ในครั้งนี้ เกิดจากการสะพรั่ง (Bloom) ของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอม ชนิด Chaetoceros spp. ซึ่งมีความหนาแน่นเฉลี่ย 66,400 เซลล์ต่อลิตร
สิ่งที่น่าสนใจคือ แพลงก์ตอนชนิดนี้ไม่สร้างสารพิษ ดังนั้น จึงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์น้ำ ผลการตรวจคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้น พบว่า:
- pH (ความเป็นกรด–ด่าง): 7.09–7.88
- ความเค็ม: 10.3–12.7 ppt
- อุณหภูมิน้ำทะเล: 29.9–30.6 °C
- ออกซิเจนละลาย: 6.35–6.62 mg/l
อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์วิจัยฯ ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพิ่มเติม เพื่อนำไปวิเคราะห์สารอาหารในห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดการสะพรั่งของแพลงก์ตอนในครั้งนี้
น้ำทะเลเปลี่ยนสี ที่สงขลา ไม่เป็นอันตราย
ทำไมน้ำทะเลถึงเปลี่ยนสี?
ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี เกิดจากการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของแพลงก์ตอนพืชหรือแพลงก์ตอนสัตว์ ซึ่งไม่เสมอไปว่าจะเป็นอันตราย บางครั้งก็เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามปกติ
Chaetoceros spp. ที่พบในครั้งนี้ เป็นแพลงก์ตอนที่ไม่สร้างสารพิษ การสะพรั่งของแพลงก์ตอนชนิดนี้ อาจเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้น หรือมีสารอาหารในน้ำเพิ่มขึ้น
ถึงแม้ว่าการสะพรั่งของแพลงก์ตอนอาจทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสัตว์น้ำจะได้รับอันตรายเสมอไป อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์วิจัยฯ จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อไป
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี
- ไม่ใช่ทุกครั้งที่น้ำทะเลเปลี่ยนสีจะเป็นอันตราย
- ชนิดของแพลงก์ตอนมีผลต่อความเป็นอันตราย
- สภาพแวดล้อมมีผลต่อการเกิดปรากฏการณ์
- การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ
ปรากฏการณ์ น้ำทะเลเปลี่ยนสี ครั้งนี้ แม้จะไม่เป็นอันตราย แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนให้เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางทะเล และความสำคัญของการดูแลรักษาระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้น หรือปริมาณสารอาหารที่เปลี่ยนไป สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ การเฝ้าระวังและศึกษาปรากฏการณ์เหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เราสามารถรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
ที่มา – ตรวจสอบแล้ว “น้ำทะเลเปลี่ยนสี” เป็นสีน้ำตาลที่ จ.สงขลา ศวทล. ยันไม่เป็นอันตราย






