วัน: 9 ธันวาคม 2025

แม็คเคิลส์ฟิลด์ พบ คริสตัล พาเลซ เอฟเอคัพ

แม็คเคิลส์ฟิลด์ (Macclesfield) สโมสรนอกลีก จะได้เป็นเจ้าบ้านต้อนรับ คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) แชมป์เก่า ในศึกเอฟเอ คัพ รอบสาม

นอกจากนี้ ยังมีคู่บิ๊กแมตช์ที่เป็นการพบกันของทีมจากพรีเมียร์ลีกถึง 4 คู่ ได้แก่ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จะเปิดบ้านพบกับ แอสตัน วิลลา, ซันเดอร์แลนด์ จะบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จะต้อนรับ บอร์นมัธ ที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านพบกับ ไบรท์ตัน

ขณะที่ เวสตัน-ซูเปอร์-แมร์ (Weston-super-Mare) อีกหนึ่งสโมสรจากนอกลีก จะต้องเดินทางไปเยือน กริมสบี (Grimsby) ทีมจากลีกทู

อาร์เซนอล ทีมนำของพรีเมียร์ลีก จะบุกไปเยือน พอร์ทสมัธ (Portsmouth) ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) จะเปิดบ้านพบกับ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ (Exeter City) จากลีกวัน และลิเวอร์พูล (Liverpool) จะได้เล่นในบ้านพบกับ บาร์นสลีย์ (Barnsley) ทีมจากลีกวัน

การแข่งขันทั้งหมดจะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2026

สิ่งที่แตกต่างจากปีที่ผ่านๆ มาคือ จะไม่มีการแข่งขันนัดรีเพลย์หากผลการแข่งขันจบลงด้วยผลเสมอ ทุกคู่จะต้องต่อเวลาพิเศษ และหากจำเป็น จะต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

แม็คเคิลส์ฟิลด์ พบ คริสตัล พาเลซ เอฟเอคัพ

สรุปผลการจับสลาก เอฟเอ คัพ รอบสาม

  • วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ชรูว์สบิวรี ทาวน์
  • ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส พบ เซาแธมป์ตัน
  • ท็อตแนม พบ แอสตัน วิลลา
  • พอร์ท เวล พบ ฟลีตวูด
  • เปรสตัน นอร์ท เอนด์ พบ วีแกน แอธเลติก
  • อิปสวิช ทาวน์ พบ แบล็คพูล
  • เร็กซ์แฮม พบ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์
  • ชาร์ลตัน แอธเลติก พบ เชลซี
  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้
  • เวสต์แฮม พบ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส
  • เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ พบ เบรนท์ฟอร์ด
  • ฟูแลม พบ มิดเดิลสโบรห์
  • เอฟเวอร์ตัน พบ ซันเดอร์แลนด์
  • ลิเวอร์พูล พบ บาร์นสลีย์
  • เบิร์นลีย์ พบ มิลล์วอลล์
  • นอริช พบ วอลซอลล์
  • พอร์ทสมัธ พบ อาร์เซนอล
  • ดาร์บี เคาน์ตี พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด
  • สวอนซี พบ เวสต์บรอมวิช
  • ซัลฟอร์ด พบ สวินดอน
  • บอร์แฮม วูด พบ แบร็คลีย์ ทาวน์ หรือ เบอร์ตัน อัลเบียน
  • กริมสบี พบ เวสตัน-ซูเปอร์-แมร์
  • ฮัลล์ ซิตี้ พบ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
  • นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พบ บอร์นมัธ
  • เอ็มเค ดอนส์ พบ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด
  • เชลท์แนม ทาวน์ พบ เลสเตอร์ ซิตี้
  • เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด พบ เบอร์มิงแฮม ซิตี้
  • บริสตอล ซิตี้ พบ วัตฟอร์ด
  • สโต๊ค ซิตี้ พบ โคเวนทรี
  • แม็คเคิลส์ฟิลด์ พบ คริสตัล พาเลซ
  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน
  • เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ แมนส์ฟิลด์ ทาวน์

การที่ แม็คเคิลส์ฟิลด์ ได้เจอกับ คริสตัล พาเลซ ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของการจับสลากในครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนี่คือการพบกันของทีมเล็กๆ ที่มาจากนอกลีกกับแชมป์เก่าที่ต้องการจะรักษาแชมป์เอาไว้ให้ได้ แน่นอนว่า แม็คเคิลส์ฟิลด์ จะต้องเจอกับงานที่ยากลำบากอย่างแน่นอน แต่พวกเขาก็มีโอกาสที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้เช่นกัน หากพวกเขาสามารถเล่นได้อย่างเต็มที่และใช้ความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าบ้านให้เป็นประโยชน์

สำหรับแฟนบอลของ คริสตัล พาเลซ นี่คือโอกาสดีที่จะได้เห็นทีมรักของพวกเขาลงเล่นในเกมที่พวกเขาเป็นต่ออย่างมาก แต่ก็ต้องไม่ประมาท แม็คเคิลส์ฟิลด์ เพราะในฟุตบอลถ้วย อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ การเตรียมตัวให้พร้อมและเล่นอย่างเต็มที่เท่านั้นที่จะทำให้พวกเขาผ่านเข้ารอบต่อไปได้อย่างแน่นอน

โดยรวมแล้ว การจับสลากเอฟเอ คัพ รอบสามในครั้งนี้ ถือว่าน่าสนใจและมีหลายคู่ที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง แฟนบอลชาวไทยอย่าพลาดชมกันนะครับ

แน่นอนว่าเกมระหว่าง แม็คเคิลส์ฟิลด์ พบ คริสตัล พาเลซ จะเป็นเกมที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ และหวังว่าเราจะได้เห็นเกมที่สนุกและตื่นเต้น เร้าใจ

ที่มา – Non-league Macclesfield to host cup holders Palace

ศาลสั่งคุก! **หญิงผู้แบล็กเมล “ซน ฮึง-มิน”**

หญิงผู้แบล็กเมล “ซน ฮึง-มิน” นักฟุตบอลชื่อดังชาวเกาหลีใต้ ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ในข้อหากรรโชกทรัพย์ โดยชายผู้สมรู้ร่วมคิดก็โดนด้วยเช่นกัน คดีนี้สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนบอลทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของนักเตะชื่อดัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ หญิงผู้ก่อเหตุแบล็กเมล “ซน ฮึง-มิน” อ้างว่าเธอตั้งครรภ์ลูกของนักฟุตบอลหนุ่มและขู่เรียกเงินหลายร้อยล้านวอน ศาลเกาหลีใต้จึงตัดสินจำคุกเธอเป็นเวลา 4 ปี ในข้อหากรรโชกทรัพย์ และยังลงโทษผู้สมรู้ร่วมคิดอีกด้วย

ตามรายงานของสื่อเกาหลีใต้ ศาลแขวงกรุงโซลได้รับข้อมูลว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวได้เข้าหา ซน ฮึง-มิน เมื่อปีที่ผ่านมา โดยอ้างว่ากำลังตั้งท้องลูกของเขา ทั้งที่จริงๆ แล้วเธอไม่รู้ว่าตัวเองตั้งท้องจริงหรือไม่

เธอได้กรรโชกทรัพย์จากซนเป็นเงินกว่า 300 ล้านวอน (ราว 6.5 ล้านบาท) และขู่ว่าจะเผยแพร่ข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อสาธารณะหากเขาไม่ยอมทำตาม ก่อนนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

อัยการกล่าวว่า ผู้หญิงคนนี้พยายามวาดภาพตัวเองเป็นเหยื่อ แต่คำกล่าวอ้างของเธอไม่เป็นความจริง และมีการวางแผนก่ออาชญากรรมอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ชายวัย 40 ปี ผู้สมรู้ร่วมคิด ข่มขู่ ซน ฮึง-มิน ถึง 15 ครั้งเพื่อให้ได้เงิน ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี ในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์

เมื่อลงมือสำเร็จครั้งหนึ่ง ชายหญิงคู่นี้จึงพยายามเรียกร้องเงินเพิ่มอีก แต่คราวนี้ ซน ฮึง-มิน ตัดสินใจแจ้งความกับตำรวจ นำไปสู่การดำเนินคดี

ผู้พิพากษากล่าวว่า หญิงรายนี้และผู้สมรู้ร่วมคิด ใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของ ซน ฮึง-มิน ในการก่ออาชญากรรม ทำให้เขาต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างรุนแรง

ซน ฮึง-มิน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดของเอเชีย ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในเกาหลีใต้และทั่วโลก

ตอนที่เขายังเล่นให้กับสโมสรทอตแนมฮอตสเปอร์ ซนกลายเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำของพรีเมียร์ลีก

**หญิงผู้แบล็กเมล “ซน ฮึง-มิน”**

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจถึงภัยของการกรรโชกทรัพย์และการแบล็กเมล ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนดังหรือคนทั่วไป และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง

ผลกระทบต่อชื่อเสียงของซน ฮึง-มิน

แม้ว่า ซน ฮึง-มิน จะเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ แต่ชื่อเสียงของเขาก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข่าวการแบล็กเมลและการกรรโชกทรัพย์ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และความสงสัยในตัวเขา อย่างไรก็ตาม แฟนบอลส่วนใหญ่ยังคงให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของเขา

บทเรียนจากคดี **หญิงผู้แบล็กเมล “ซน ฮึง-มิน”**

คดีนี้สอนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการระมัดระวังในการติดต่อกับผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เราไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว นอกจากนี้ ยังสอนให้เรากล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาและดำเนินการทางกฎหมายเมื่อถูกคุกคาม

  • อย่าหลงเชื่อคำขู่หรือการกรรโชกทรัพย์
  • รวบรวมหลักฐานและแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • ปรึกษาทนายความเพื่อขอคำแนะนำทางกฎหมาย

การที่ ซน ฮึง-มิน ตัดสินใจแจ้งความต่อตำรวจ ถือเป็นการกระทำที่ถูกต้องและกล้าหาญ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม

สรุป คดีหญิงผู้แบล็กเมล “ซน ฮึง-มิน” เป็นคดีที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการกรรโชกทรัพย์และการแบล็กเมลในสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเหยื่อทั้งทางร่างกายและจิตใจ การดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิดเท่านั้น ที่จะสามารถยับยั้งอาชญากรรมเหล่านี้ได้

ที่มา – หญิงผู้แบล็กเมล “ซน ฮึง-มิน” นักบอลดังเกาหลีใต้ ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี

เอฟวันส์ลาบทบาทแมนยูฯ หลัง 6 เดือน

อดีตกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จอนนี่ เอฟวันส์ ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายปล่อยยืมตัวและพัฒนาเส้นทางของสโมสรแล้ว

เอฟวันส์ วัย 37 ปี ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือนมิถุนายน หลังจากรีไทร์เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024-25

ในเวลานั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า บทบาทของเขาจะเกี่ยวข้องกับการเป็นผู้นำในการย้ายทีมแบบยืมตัวสำหรับผู้เล่นดาวรุ่งของสโมสร ทำงานร่วมกับผู้อำนวยการฟุตบอล เจสัน วิลค็อกซ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาผู้เล่นและเตรียมความพร้อมผู้มีความสามารถรุ่นเยาว์สำหรับทีมชุดใหญ่

เป็นที่เข้าใจกันว่าอดีตนักเตะทีมชาติไอร์แลนด์เหนือต้องการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น และการจากไปของเขาเป็นไปอย่างฉันมิตร

เอฟวันส์ ซึ่งลงเล่นให้ยูไนเต็ด 241 นัด ก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของพวกเขา และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, แชมเปี้ยนส์ลีก, คลับเวิลด์คัพ, เอฟเอคัพ และลีกคัพ 2 สมัยกับสโมสร

นอกเหนือจากสองช่วงเวลาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เอฟวันส์ยังเล่นในพรีเมียร์ลีกให้กับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และเลสเตอร์ ซิตี้ และเคยถูกยืมตัวไปซันเดอร์แลนด์สองครั้ง

เขายังได้รับรางวัล 107 แคปสำหรับไอร์แลนด์เหนืออีกด้วย

เอฟวันส์ลาบทบาทแมนยูฯ หลัง 6 เดือน

การจากไปของ เอฟวันส์ลาบทบาทแมนยูฯ หลัง 6 เดือน สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลหลายคน แม้ว่าจะเป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นการตัดสินใจส่วนตัวเพื่อใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบต่อแผนการพัฒนาผู้เล่นดาวรุ่งของทีมมากน้อยเพียงใด

บทบาทของเอฟวันส์ในการพัฒนาดาวรุ่ง

ก่อนหน้านี้ เอฟวันส์มีบทบาทสำคัญในการดูแลและให้คำปรึกษาแก่ผู้เล่นดาวรุ่งที่ถูกปล่อยยืมตัวไปยังสโมสรอื่นๆ เขาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างอะคาเดมี่กับทีมชุดใหญ่ ช่วยให้ดาวรุ่งปรับตัวเข้ากับการเล่นในระดับที่สูงขึ้น และพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ การขาดหายไปของเขาอาจทำให้เกิดช่องว่างในการสนับสนุนผู้เล่นเหล่านี้

เอฟวันส์ลาบทบาทแมนยูฯ หลัง 6 เดือน และแน่นอนว่าสโมสรจะต้องเร่งหาบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แทน เพื่อสานต่อนโยบายการพัฒนาดาวรุ่งอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้ที่แมนฯ ยูไนเต็ดจะพิจารณาแต่งตั้งอดีตนักเตะของสโมสรที่มีประสบการณ์ในการทำงานกับเยาวชนเข้ามาทำหน้าที่นี้ หรืออาจจะมีการปรับโครงสร้างทีมงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

สำหรับอนาคตของเอฟวันส์เอง ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาจะกลับไปทำงานในวงการฟุตบอลอีกครั้งหรือไม่ แต่ด้วยประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่เขามี เชื่อว่าเขาจะเป็นที่ต้องการของหลายสโมสรอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทของการเป็นโค้ช ผู้จัดการทีม หรือแม้แต่ผู้บริหาร

การที่ เอฟวันส์ลาบทบาทแมนยูฯ หลัง 6 เดือน อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงภายในสโมสร หรืออาจเป็นเพียงการตัดสินใจส่วนตัวของเขา แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร การจากไปของเขาก็ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่าสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาดาวรุ่งของสโมสรต่อไป และเราหวังว่าพวกเขาจะสามารถหาบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาสานต่องานที่เอฟวันส์เคยทำไว้ได้ เพื่อสร้างผู้เล่นที่มีคุณภาพให้กับทีมในอนาคต

ที่มา – Evans leaves Man Utd role after six months