วัน: 10 ธันวาคม 2025

เฟเรนซ์วารอส หวังเข้ารอบด้วยชัยเหนือ เรนเจอร์ส

ยูโรปาลีก: เฟเรนซ์วารอส พบ เรนเจอร์ส

สนาม: เฟเรนซ์วารอส สตาดิโอน, บูดาเปสต์ วันที่: พฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม คิกออฟ: 17:45 GMT

การถ่ายทอดสด: รับฟังทาง BBC Radio Scotland & Sounds, รายงานสดทางเว็บไซต์และแอป BBC Sport

ถึงแม้ว่าการเผชิญหน้าในยูโรปาลีกในวันพฤหัสบดีนี้อาจดูเหมือนไม่มีความหมายอะไรสำหรับเรนเจอร์ส แต่สำหรับเจ้าบ้านอย่างเฟเรนซ์วารอสแล้วไม่ใช่เช่นนั้น

พวกเขายังไม่แพ้ใครในการแข่งขันปีนี้ และสามารถเข้าใกล้การจบอันดับ Top 8 และผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยอัตโนมัติได้ด้วยชัยชนะเหนือเรนเจอร์ส

นั่นจะปิดฉากการตกรอบจากการแข่งขันของเรนเจอร์ส ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นสองเท่าสำหรับหัวหน้าโค้ชของเฟเรนซ์วารอส ร็อบบี้ คีน อดีตผู้เล่นและผู้สนับสนุนวัยเด็กของเซลติก

คีนเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่เดือนมกราคม นำสโมสรคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 7 ติดต่อกัน และเป็นสถิติสมัยที่ 36 โดยรวมในฤดูกาลที่แล้ว หลังจากเข้ารับตำแหน่งต่อจากปาสกาล แจนเซ่น ที่ย้ายไปนิวยอร์ก ซิตี้

อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เขาเสมอสองและแพ้สองจากสี่เกมแรกในลีกที่คุมทีม และต้องใช้เวลา 13 เกมที่ไม่แพ้ใครเพื่อแซงหน้าปุสกัส อคาเดเมียไปเพียงสามคะแนน

ฤดูกาลนี้ พวกเขานำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง แต่มีแต้มนำหน้ากยอร์เพียงสองคะแนนเมื่อเข้าใกล้ช่วงกลางฤดูกาล

สิ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดคือฟอร์มการเล่นนอกบ้านในยุโรป ชนะเกงค์ 1-0 ตามด้วยชัยชนะ 3-2 เหนืออาร์บี ซัลซ์บวร์ก และในการลงเล่นครั้งล่าสุด พวกเขาเสมอกับเฟเนร์บาห์เช่ 1-1

ทั้งหมดนี้หลังจากแพ้คาราบัค 5-4 ในรอบเพลย์ออฟแชมเปียนส์ลีก

เมื่อรวมผลงานนอกบ้านเหล่านั้นเข้ากับการเสมอในบ้าน 1-1 กับวิคตอเรีย พิลเซ่น – หลังจากเล่นไปมากกว่า 50 นาทีด้วยผู้เล่น 10 คนหลังจากการโดนใบแดงของเซบราอิล มาเคร็คคิส – และชนะลูโดโกเร็ตส์ 3-1 พวกเขาก็กำลังอยู่ในเส้นทางที่จะเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

เฟเรนซ์วารอส หวังเข้ารอบด้วยชัยเหนือ เรนเจอร์ส

หัวใจสำคัญของการแสวงหาความสำเร็จในบ้านและต่างประเทศคือ บาร์นาบาส วาร์กา กองหน้าชาวฮังการี

ถ้าชื่อนั้นคุ้นหู อาจเป็นเพราะช่วงเวลาที่น่าสะพรึงกลัวในยูโร 2024 กับสกอตแลนด์ เมื่อเขาปะทะกับแองกัส กันน์ และพวกเราที่อยู่ในสนามในคืนนั้นที่สตุตการ์ต เช่นเดียวกับผู้ชมหลายล้านคนทางบ้าน ต่างก็กลั้นหายใจ อธิษฐานขอให้เขาปลอดภัยขณะที่มีฉากกั้นรอบตัวเขาในขณะที่เขากำลังรับการรักษา

แม้หลังจากที่เขาถูกนำตัวออกจากเปลและนำส่งโรงพยาบาล ก็ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสวัสดิภาพของเขา โชคดีที่ถึงแม้จะหมดสติและกระดูกโหนกแก้มหัก เขาก็หายเป็นปกติและยังคงเป็นบุคคลสำคัญสำหรับสโมสรและประเทศ

เขาทำประตูชัยเหนือเกงค์ได้ และยังทำประตูได้ในเกมกับซัลซ์บวร์กและเฟเนร์บาห์เช่ หลังจากยิงไป 6 ประตูจาก 6 เกมในรอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีก สิบประตูจาก 15 นัดในลีกเน้นย้ำถึงความสำคัญของเขาต่อทีม

นอกจากประสบการณ์ของวาร์กา นาบี เกอิต้า อดีตผู้เล่นลิเวอร์พูล และคริสตอฟเฟอร์ ซาคาเรียสเซ่น กองกลางเพื่อนร่วมทีม – ผู้รอดชีวิตจากการเผชิญหน้ากับเซลติกในยูโรปาลีกในปี 2021 – เฟเรนซ์วารอสยังมีพรสวรรค์หนุ่มที่น่าจับตามองสองคนที่อาจสร้างปัญหาให้กับเรนเจอร์สได้

อเล็กซ์ โทธ กองกลางตัวกลางวัย 20 ปี เติบโตมาจากทีมเยาวชนของสโมสร และสร้างความประทับใจมากพอที่จะได้รับโอกาสลงประเดิมสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่ในเดือนมีนาคม และตอนนี้มีชื่อติดทีมชาติไปแล้ว 9 นัด

เช่นเดียวกัน ซซอมบอร์ กรูเบอร์ กองหน้า – ไม่เกี่ยวข้องกับฮันส์ แฟนหนัง Die Hard – ก้าวเข้าสู่แวดวงนานาชาติก่อนที่จะย้ายจากปุสกัส คู่แข่งแย่งแชมป์ในช่วงต้นปี และทำไปแล้ว 8 ประตูจาก 14 เกมในลีกฤดูกาลนี้

ถึงแม้ว่าน่าแปลกที่เขาถูกจำกัดเวลาเล่นเพียง 45 นาทีในยูโรปาลีก โดยได้ออกสตาร์ทในเกมแรกกับวิคตอเรีย พิลเซ่น

เฟเรนซ์วารอส หวังเข้ารอบด้วยชัยเหนือ เรนเจอร์ส ครั้งนี้

ดังนั้น เมื่อเฟเรนซ์วารอสและเรนเจอร์สพบกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทีมจากสกอตแลนด์ได้รับชัยชนะโดยรวมในคัพวินเนอร์สคัพปี 1960-61 ชาวฮังการีก็มีเหตุผลมากมายที่จะเชื่อว่าพวกเขาจะได้รับชัยชนะในครั้งนี้

ชัยชนะเหนือ เรนเจอร์ส จะเป็นก้าวสำคัญของ เฟเรนซ์วารอส ในการแข่งขันยูโรปาลีก ปีนี้ มาร่วมลุ้นและติดตามผลงานของพวกเขากันครับ!

ที่มา – Ferencvaros seek next round with win over Rangers

กต. ยันนายกฯ ไทย ไม่รับข้อเสนอมาเลเซีย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศได้ออกมาแถลงการณ์สำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่มีการรายงานข่าวว่าประเทศไทยตอบรับข้อเสนอจากมาเลเซียเกี่ยวกับการหยุดยิง

กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันนายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้ตอบรับข้อเสนอใด ๆ ของมาเลเซีย

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่สื่อต่างประเทศ เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลจากฝ่ายกัมพูชา นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญดังนี้

ประการแรก กรณีที่มีรายงานข่าวว่าไทยตอบรับข้อเสนอนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเกี่ยวกับการหยุดยิง นายนิกรเดชได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง นายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้ตอบรับข้อเสนอใด ๆ ของมาเลเซีย ทั้งสิ้น รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในหลักการและแนวทางที่ได้วางไว้

ประการที่สอง เกี่ยวกับการลงพื้นที่ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 คณะฯ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นของไทยในการให้ความร่วมมือกับอาเซียนในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง

ประการที่สาม ไทยได้รับคำชี้แจงจากกัมพูชาผ่านเลขาธิการสหประชาชาติเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวางทุ่นระเบิดใหม่ อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากกัมพูชาได้บ่ายเบี่ยงที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงมาโดยตลอด ดังนั้น ไทยจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะขอให้เลขาธิการสหประชาชาติอำนวยความสะดวกในการจัดตั้งคณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของอนุสัญญา และในระหว่างนี้ ไทยจะยังคงดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนต่อไป

แจ้งเตือนคนไทยในกัมพูชา พิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่

ประการสุดท้าย กระทรวงการต่างประเทศขอแจ้งเตือนคนไทยที่อยู่ในกัมพูชา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 600-1,200 คน ให้พิจารณาเดินทางออกจากกัมพูชา และงดเว้นการเดินทางเข้ากัมพูชาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

สถานการณ์ชายแดนยังคงมีความไม่แน่นอน ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการระมัดระวังตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ กระทรวงการต่างประเทศยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ กระทรวงฯ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าหน่วยงานไทยกำลังดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงความปลอดภัยของประชาชน และขอความร่วมมือให้ประชาชนบริโภคข่าวสารด้วยความระมัดระวัง เพื่อสื่อสารไปยังประชาคมระหว่างประเทศได้อย่างถูกต้อง

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันนายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้ตอบรับข้อเสนอใด ๆ ของมาเลเซีย และยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและความโปร่งใส

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การออกมาแถลงการณ์ที่ชัดเจนของกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้ ช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและนานาชาติ รวมถึงเป็นการยืนยันถึงจุดยืนของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยึดมั่นในหลักการสากล

ที่มา – กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันนายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้ตอบรับข้อเสนอใด ๆ ของมาเลเซีย

ผบ.ตร. สั่งทางหลวงตั้งจุดตรวจ ป้องกันภัยแทรกซ้อน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ผบ.ตร. สั่งยกระดับการป้องกันในพื้นที่ส่วนหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ ป้องกันภัยแทรกซ้อนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจดำเนินมาตรการตาม “แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” โดยเน้นการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญและความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

ผบ.ตร. สั่งตำรวจทางหลวงตั้งจุดตรวจ ป้องกันภัยแทรกซ้อนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ชายแดน โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อปฏิบัติตามข้อสั่งการของ ผบ.ตร. อย่างเคร่งครัด

ผบ.ตร. สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เป็นหน่วยหลักในการรับผิดชอบภารกิจกองกำลังป้องกันชายแดน สนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่ส่วนหน้า รักษาความปลอดภัยชายแดนเคียงข้างกองทัพ รวมถึงการอพยพครู-นักเรียนในโรงเรียน ตชด.

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 2 และ 3 ซึ่งมีพื้นที่ติดกับชายแดนไทย – กัมพูชา เตรียมพร้อมกำลังสนับสนุนการปฏิบัติ และกำชับให้ทุกหน่วยยกระดับการปฏิบัติการตามแผนพิทักษ์ส่วนหลัง โดยจัดชุดปฏิบัติการตำรวจออกตรวจตรา เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลทรัพย์สินและบ้านเรือนของประชาชนในช่วงที่มีการอพยพ

ตำรวจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในจังหวัดสระแก้ว อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจิตอาสา ช่วยเหลือประชาชนในการอพยพไปยังศูนย์พักพิงต่างๆ กว่า 110,000 ราย โดยระดมกำลังตำรวจกว่า 4,200 นาย เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในศูนย์พักพิง

พล.ต.อ.สำราญฯ เน้นย้ำให้ตำรวจติดตามและประเมินสถานการณ์ด้านการข่าว ประสานการปฏิบัติกับทุกภาคส่วน และเป็นหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติเมื่อได้รับการร้องขอ พร้อมกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการสอดส่องดูแลระวังภัย และป้องกันเหตุไม่สงบ รวมถึงตรวจตราบุคคลต้องสงสัยที่อาจสร้างความวุ่นวายในพื้นที่

ตำรวจทางหลวงเพิ่มความเข้มงวด ป้องกันภัยแทรกซ้อน

ในส่วนของตำรวจทางหลวง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. ได้มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล. บูรณาการกำลังตำรวจทางหลวงในพื้นที่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เพื่อสนับสนุนการอพยพประชาชนและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงวันที่ 7–9 ธันวาคมที่ผ่านมา

ตำรวจทางหลวงได้ตั้งจุดตรวจบนถนนสายยุทธศาสตร์ เพื่อ ป้องกันภัยแทรกซ้อนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง

ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ ได้กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการตรวจค้นรถต้องสงสัยที่อาจลักลอบขนอาวุธ เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด หรืออากาศยานไร้คนขับ (โดรน) โดยเฉพาะบนเส้นทางมุ่งสู่พื้นที่สำคัญ เช่น ค่ายทหาร สนามบิน โรงพยาบาล และศูนย์อพยพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุคุกคามต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการ ป้องกันภัยแทรกซ้อน ที่อาจเกิดขึ้น

หากประชาชนมีเบาะแส แจ้งเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทางสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานต่างๆ ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ที่มา – ผบ.ตร. สั่งตำรวจทางหลวงตั้งจุดตรวจ ป้องกันภัยแทรกซ้อนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

ข่าวลือ! สโมสรอังกฤษทาบทาม มัลลิแกน ฮิเบอร์เนียน

ข่าวลือล่าสุดในวงการฟุตบอล! สโมสรในอังกฤษให้ความสนใจ จอช มัลลิแกน มิดฟิลด์ดาวรุ่งของฮิเบอร์เนียน โดยมีชื่อของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และ ลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นสองทีมที่สอบถามความเป็นไปได้ในการย้ายทีมช่วงเดือนมกราคมนี้ (Daily Mail)

แคมมี่ เดฟลิน กองกลางฮาร์ทส์ ออฟ มิดโลเธียน กล่าวว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเกี่ยวกับสัญญาฉบับใหม่ แต่เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อำนวยการกีฬา เกรแฮม โจนส์ และตอนนี้เขาโฟกัสกับการเล่นให้ดีที่สุด (Edinburgh Evening News – subscription required)

เลช พอซนัน จะสามารถเซ็นสัญญาถาวรกับ หลุยส์ พัลมา ปีกจากเซลติกด้วยค่าตัว 3.9 ล้านปอนด์ได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้าเท่านั้น (Kanal Sportowy)

อองตวน คอมบูอาเร อดีตกองหลังอเบอร์ดีน ผู้เคยพาปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้าแชมป์เฟรนช์ คัพ 2 สมัย พร้อมที่จะรับงานคุมทีมอเบอร์ดีน (Press & Journal – subscription required)

กอร์ดอน สตราคัน ผู้อำนวยการด้านเทคนิคของดันดี บอกเป็นนัยว่าพวกเขาจะมองหาการเสริมทัพในตำแหน่งกองหลังในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม และสนับสนุนให้ สตีเวน เพรสลีย์ นำทีมรอดพ้นจากการตกชั้น (Open Goal)

อดัม เว็บบ์ เจ้าของทีมเซนต์ จอห์นสโตน กล่าวว่าทีมจะสนับสนุน ซิโม วาลาคาริ ผู้จัดการทีมในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม แต่จะเน้นการปรับปรุงทีมแบบเฉพาะจุดมากกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (Courier – subscription required)

เรนเจอร์ส อาจจะมี นาสเซอร์ ดิจา พร้อมลงสนามพบกับ ฮิเบอร์เนียน ในวันจันทร์นี้ แม้ว่าเซ็นเตอร์แบ็ครายนี้จะถูกเรียกตัวติดทีมชาติบูร์กินาฟาโซเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ (Herald – subscription required)

ขณะเดียวกัน แดนนี่ โรห์ล หัวหน้าโค้ชของเรนเจอร์ส หวังที่จะได้ทำงานเป็นนักวิจารณ์ทางทีวีในการแข่งขันฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์หน้า และคิดว่ามันจะช่วยให้เขาสามารถ scout นักเตะให้กับสโมสรได้ (Sun)

รอสส์ วิลสัน อดีตผู้อำนวยการกีฬาของเรนเจอร์ส กล่าวว่าเขาใช้เวลาในการตัดสินใจรับงานกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เพราะเขามีความสุขกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่ามันเป็นสิ่งที่ “ไม่ต้องคิดมาก” (Athletic – subscription required)

บอร์ดบริหารของ ลิเวอร์พูล ได้พูดคุยถึง สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตผู้จัดการทีมเรนเจอร์ส เป็นตัวเลือกผู้จัดการทีมที่เป็นไปได้ภายในสโมสร เนื่องจากแรงกดดันต่อ อาร์เน สล็อต เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การกลับคืนสู่แอนฟิลด์จากซาอุดีอาระเบียอาจถูกขัดขวางโดยกฎหมายภาษี (Football Insider)

พอล แฮนลอน กองหลังจากเรธ โรเวอร์ส วัย 35 ปี กล่าวว่าช่วงเวลาสั้นๆ ในการเป็นหัวหน้าทีมชั่วคราวของเขาได้กระตุ้นความปรารถนาที่จะก้าวไปสู่การเป็นโค้ชในอนาคต (Courier – subscription required)

เนย์มาร์ กองหน้าของซานโตส จะเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่าเพื่อรักษาความฝันในการลงเล่นในฟุตบอลโลกและเผชิญหน้ากับสกอตแลนด์ให้กับบราซิลในช่วงซัมเมอร์หน้า (Herald – subscription required)

สโมสรอังกฤษทาบทาม มัลลิแกน ฮิเบอร์เนียน

ข่าวลือการย้ายทีมของ จอช มัลลิแกน ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงต้นปี 2025 โดยมีหลายสโมสรในอังกฤษที่กำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ว่าฮิเบอร์เนียนจะยังไม่ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะปล่อยตัวดาวรุ่งรายนี้หรือไม่ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของมัลลิแกน ทำให้เป็นที่ต้องการของหลายทีม

ทำไมสโมสรอังกฤษถึงสนใจ มัลลิแกน ฮิเบอร์เนียน?

จอช มัลลิแกน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในสกอตแลนด์ ด้วยทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ การครองบอลที่เหนียวแน่น และความสามารถในการทำประตู ทำให้เขากลายเป็นกำลังสำคัญในทีมฮิเบอร์เนียน การที่สโมสรในอังกฤษให้ความสนใจนั้นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเขาและโอกาสที่จะพัฒนาฝีเท้าต่อไปในลีกที่สูงขึ้น

  • ความสามารถในการเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง
  • ทักษะการจ่ายบอลและการควบคุมเกมที่ดี
  • มีวิสัยทัศน์ในการเล่นและสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีม

การย้ายไปเล่นในอังกฤษถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญในอาชีพค้าแข้งของ จอช มัลลิแกน แต่ด้วยศักยภาพและความมุ่งมั่นของเขา เชื่อว่าเขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับลีกใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพต่อไป โดยเฉพาะหากเขาย้ายไปร่วมทีมน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หรือ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่มีสไตล์การเล่นที่น่าจะเข้ากับเขาได้ดี

การที่สโมสรต่างๆ ให้ความสนใจในตัวมิดฟิลด์จากฮิเบอร์เนียน สะท้อนให้เห็นถึงการ scout นักเตะที่ครอบคลุมมากขึ้น และการมองหาผู้เล่นที่มีศักยภาพจากลีกที่อาจจะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร แต่กลับมีเพชรเม็ดงามซ่อนอยู่

ที่มา – English clubs enquire about Hibs’ Mulligan – gossip

เอกนิติเรียกถก คสธก. ลุยตรวจสินค้านำเข้า

“เอกนิติ” เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายนัดแรก เร่งบูรณาการความร่วมมือ ลุยตรวจเข้มสินค้านำเข้า คุมแพลตฟอร์มออนไลน์ และไล่ตรวจนอมินีเต็มรูปแบบ พร้อมปิดช่องโหว่การค้า รักษาความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทยและความปลอดภัยของผู้บริโภค

เมื่อวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย (คสธก.) นัดประชุมหน่วยงานภายใต้ คสธก. ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายธนพล ภู่พันธ์ศรี ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนภินทร ศรีสรรพางค์) พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการจาก 21 ส่วนราชการ อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น เข้าร่วมหารือแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายให้มีประสิทธิภาพและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

นายเอกนิติฯ ประธาน คสธก. เปิดเผยว่า “การแก้ไขปัญหาสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และการป้องปรามธุรกิจต่างชาติที่ใช้นอมินีเป็นตัวแทน เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานทั้งด้านข้อมูลการบังคับใช้กฎหมาย และการปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันต่อสถานการณ์” พร้อมเน้นย้ำว่า การประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการร่วมกันวางแนวทางแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทั้งด้านการค้า ความปลอดภัยผู้บริโภค และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อดำเนินการเชิงรุกในการติดตามและเร่งรัดมาตรการในการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมทางการค้า แก้ไขปัญหาและปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทย ให้ชัดเจน เป็นรูปธรรม ครบถ้วนในทุกมิติ

ที่ผ่านมา ได้ดำเนินมาตรการเข้มงวดตรวจสอบสินค้านำเข้าทะลัก โดยเพิ่มอัตราเปิดตู้สินค้า FCL จาก 20% เป็น 30%, ตรวจ X-ray แบบ 100% บริเวณด่านเสี่ยงสูง (นครพนม และมุกดาหาร) และดำเนินคดีผู้กระทำผิดกว่า 86,087 คดี นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กรมศุลกากรจะจัดเก็บอากรนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยและ SMEs ที่ต้องแข่งขันกับสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศและป้องกันการนำเข้าสินค้าราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศ ขณะที่การปราบปรามนอมินี ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด 873 ราย และเตรียมให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตรวจเส้นทางการเงินธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินี พร้อมให้ตำรวจและดีเอสไอร่วมดำเนินคดีอย่างเป็นระบบ ด้านการกำกับแพลตฟอร์มออนไลน์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ออกประกาศให้แพลตฟอร์ม e-Commerce ต้องเปิดเผยข้อมูลผู้ขาย ข้อมูลสินค้า และจัดทำระบบ notice & takedown โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยสินค้าออนไลน์และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดออนไลน์ไทย นอกจากนี้ ยังได้มีการเร่งบูรณาการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ สร้างความเชื่อมั่นทำให้ประเทศคู่ค้า ตลอดจนรักษามาตรฐาน ภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของสินค้าไทยในตลาดโลก

นายเอกนิติฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแนวทางการดำเนินการภายใต้ คสธก. โดย

(1) จัดทำ (ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศ พ.ศ. …. เพื่อให้การกำหนดนโยบายและมาตรการในการบริหารจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศเป็นไปด้วยความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

(2) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีอธิบดีกรมศุลกากร และอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธานคณะอนุกรรมการร่วม และคณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว โดยมีอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นประธานคณะอนุกรรมการร่วม เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายและบูรณาการการทำงานแบบเชิงรุก

(3) สนับสนุนการตรวจสอบเส้นทางการเงินธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินี โดยได้บูรณาการข้อมูลร่วมระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตลอดจนพัฒนากลไกตรวจสอบผู้ถือหุ้น–เงินทุน–พฤติกรรมเสี่ยง เพื่อป้องกันต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง

นายเอกนิติฯ ย้ำชัดว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ การคุ้มครองผู้บริโภค และการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย โดยใช้ทั้งกฎหมาย เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเป็นเครื่องมือหลัก ทั้งนี้ การคุมเข้มนี้ไม่ใช่แค่บังคับใช้กฎหมาย แต่คือการฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศ ปกป้องคนไทยและผู้ประกอบการไทยไม่ให้เสียเปรียบ ปิดช่องโหว่ที่ต่างชาติเข้ามาใช้ประโยชน์ในระบบเศรษฐกิจไทยโดยไม่เป็นธรรม” พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดดำเนินมาตรการ เพื่อให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัยผู้บริโภค ความเป็นธรรมทางการค้า และเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

เอกนิติเรียกถก คสธก. ลุยตรวจสินค้านำเข้า

การประชุม เอกนิติเรียกถก คสธก. ลุยตรวจสินค้านำเข้า ครั้งแรกนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้านำเข้าที่ผิดกฎหมาย และการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในธุรกิจต่างๆ การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทำไมการ “เอกนิติเรียกถก คสธก. ลุยตรวจสินค้านำเข้า” ถึงสำคัญ?

การที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุม คสธก. เพื่อหารือแนวทางการจัดการปัญหาสินค้านำเข้าที่ผิดกฎหมายนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจและความเป็นธรรมทางการค้าของประเทศไทย การตรวจเข้มสินค้านำเข้าและสกัดนอมินีเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภค นอกจากนี้ การกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ให้มีการเปิดเผยข้อมูลผู้ขายและสินค้ายังช่วยสร้างความโปร่งใสและความมั่นใจให้กับผู้ซื้อสินค้าออนไลน์อีกด้วย

มาตรการต่างๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว การสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพ และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติอีกด้วย นโยบาย เอกนิติเรียกถก คสธก. ลุยตรวจสินค้านำเข้า จึงเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การแก้ไขปัญหาสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐานและการป้องปรามธุรกิจต่างชาติที่ใช้นอมินีเป็นตัวแทน ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและการปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันต่อสถานการณ์ จะช่วยสร้างความเป็นธรรมทางการค้าและปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทย

ดังนั้น การ เอกนิติเรียกถก คสธก. ลุยตรวจสินค้านำเข้า จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนควรให้ความสนใจและสนับสนุน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ที่มา – “เอกนิติ” เรียกถก คสธก. นัดแรก ลุยตรวจเข้มสินค้านำเข้า สกัดนอมินีเต็มรูปแบบ

“โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญแจงปมสแกมเมอร์

“รังสิมันต์ โรม” เผย วงกมธ.ความมั่นคงฯ พรุ่งนี้ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง.-หน่วยงานเกี่ยวข้องเพียบ ปมฟอกเงินกลุ่มทุนกัมพูชา โยงสแกมเมอร์ พ่วง MOU ดีอีกับธุรกิจในเครือ “เบน สมิธ” เรื่อง “โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง. แจงปมสแกมเมอร์ต่อพรุ่งนี้ กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด

วันที่ 10 ธ.ค. 2568 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยว่า พรุ่งนี้ (11 ธ.ค.) เวลา 9.30 น. กรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงฯ ตามกันต่อในกรณีของเบน สมิธ-ยิมเลียก และพวก ตลอดจนถึงกรณีของ Prime Opportunity Fund VCC ที่ปรากฏว่าเป็นเครือข่ายของนายเบน สมิธ โดยได้ทำ MOU กับกระทรวง DE มีความคืบหน้าอย่างไรจะได้รายงานพี่น้องประชาชนต่อไป

โดยสาระสำคัญในหนังสือนัดประชุมของ กมธ.ความมั่นคงฯ ระบุว่า จะพิจารณาศึกษาและติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ กรณีของ Huione Group นายฮุนโต และกรณีการทำ MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับบริษัท ไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วีซีซี ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการกรณีของนายเบน สมิธ และนายยิม เลียก

ทั้งนี้ กมธ.ความมั่นคงฯ มีการเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี รมว.ดีอี ประธานกรรมการธุรกรรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เลขาธิการ ปปง. เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) และผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.ตม.)

“โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง. แจงปมสแกมเมอร์ต่อพรุ่งนี้

การที่ กมธ.ความมั่นคงฯ เชิญบุคคลสำคัญหลายฝ่ายเข้าร่วมประชุม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว การฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ และ MOU ที่ทำกับบริษัท ไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วีซีซี ล้วนเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ทำไมเรื่อง “โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง. แจงปมสแกมเมอร์ต่อพรุ่งนี้ ถึงสำคัญ?

ประเด็นนี้มีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • ความมั่นคงของประเทศ: การฟอกเงินและการทำธุรกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
  • ผลกระทบต่อประชาชน: สแกมเมอร์และการหลอกลวงออนไลน์สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก การติดตามและแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
  • ความโปร่งใส: การทำ MOU กับบริษัทต่างชาติควรเป็นไปอย่างโปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการติดตามความคืบหน้า และหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการประชุม

จากการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น คาดว่าจะได้รับข้อมูลและความคืบหน้าในประเด็นต่างๆ ดังนี้:

  • ความคืบหน้าในการดำเนินการกับกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์
  • รายละเอียดและความโปร่งใสในการทำ MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ กับบริษัท ไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วีซีซี
  • แนวทางในการแก้ไขปัญหาการฟอกเงินและการหลอกลวงออนไลน์
  • มาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์ที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวม หวังว่าการประชุม “โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง. แจงปมสแกมเมอร์ต่อพรุ่งนี้ จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของทุกคน

การติดตามข่าวสารและข้อมูลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเราและสังคมโดยรวม

ที่มา – “โรม” เผย กมธ.มั่นคงฯ เชิญนายกฯ-รมว.ดีอี-ปปง. แจงปมสแกมเมอร์ต่อพรุ่งนี้

วุ่น! ชาวจีนกว่า 300 ก่อจลาจลในห้องกัก ตม.ตาก

เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายขึ้นที่จังหวัดตาก เมื่อชาวจีนกว่า 300 คน ก่อจลาจลในห้องกักขัง ตม.ตาก สร้างความปั่นป่วนโกลาหล เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังทั้งทหาร ตำรวจ ตชด. และรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ อ้างว่าต้องการให้ส่งตัวกลับประเทศจีนให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากลุ่มสแกมเมอร์จีนเทาได้จุดไฟเผาอาคารสำนักงานในพื้นที่ควบคุมของกะเหรี่ยงเคเอ็นยูอีกด้วย

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 10 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลา 23.30 น. ของคืนวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก (ตม.จว.ตาก) ได้รับแจ้งเหตุว่ามีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนจำนวนกว่า 300 คน ก่อเหตุจลาจลและสร้างความวุ่นวายในสถานที่ควบคุมตัวบุคคลต่างด้าว ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมและรอการส่งกลับชั่วคราว บริเวณด้านหลังกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ อย่างเร่งด่วน ทั้งฝ่ายทหารจากหน่วยเฉพาะกิจราชมนู อำเภอแม่สอด ทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 อำเภอแม่สอด ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 และตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรแม่สอด รวมถึงรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลท่าสายลวด เพื่อเข้าระงับเหตุการณ์ที่กำลังตึงเครียด กลุ่มชาวจีนกว่า 300 คน ก่อจลาจลในห้องกักขัง ตม.ตาก ได้ทำลายทรัพย์สินทางราชการหลายรายการ เช่น กล้องวงจรปิด ตู้เอกสาร และเก้าอี้พักคอย นอกจากนี้ยังเกิดการทะเลาะวิวาทกันเองภายในกลุ่ม จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

ชาวจีนกว่า 300 คน ก่อจลาจลในห้องกักขัง ตม.ตาก

ในการเข้าระงับเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งทีมเจรจาเข้าไปสอบถามถึงความต้องการของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ทำให้ทราบว่าความต้องการหลักของพวกเขาคือการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการส่งตัวกลับประเทศจีนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำเพื่อควบคุมสถานการณ์และเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้สำเร็จ โดยไม่มีการสูญเสียชีวิตเกิดขึ้นในเหตุการณ์นี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนและตรวจสอบจำนวนผู้ต้องควบคุมอย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่าไม่มีผู้ใดหลบหนีออกจากสถานที่ควบคุม

ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กำลังดำเนินการประสานข้อมูลรายละเอียดกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและเตรียมที่จะชี้แจงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพรวมต่อไป

เหตุสแกมเมอร์จีนเทาเผาสำนักงานในเมียวดี

นอกจากเหตุการณ์จลาจลในห้องกักขังแล้ว ยังมีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ได้แจ้งว่า กลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ที่ไม่ได้ออกมาจากแหล่งสแกมเมอร์ ได้ก่อเหตุเผาอาคารสแกมเมอร์ออนไลน์ บริเวณบ้านมินลาป่าน อำเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านห้วยมหาวงศ์และบ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

ชาวต่างชาติกลุ่มดังกล่าวได้ร่วมกันจุดไฟเผาอาคารที่ใช้เป็นสถานที่ทำงานและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงและมีกลุ่มควันดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากฝั่งประเทศไทย

เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งและมีการสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับฝ่ายเคเอ็นยู ทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปดับไฟได้ แม้ว่าจุดเกิดเหตุจะอยู่ใกล้กับแม่น้ำเมยก็ตาม คาดการณ์ว่าสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้อาจเกิดจากความกดดันและความคับข้องใจที่ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ เนื่องจากไม่สามารถข้ามมายังฝั่งประเทศไทยได้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความซับซ้อนของสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน และความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต ชาวจีนกว่า 300 คน ก่อจลาจลในห้องกักขัง ตม.ตาก เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

ที่มา – ชาวจีนกว่า 300 คน ก่อจลาจลในห้องกักขัง ตม.ตาก อ้างอยากให้ส่งกลับประเทศเร็วๆ

กัมพูชาเปิดฉากยิงถล่มไทยแต่เช้า!

ทภ.2  เผย วันเดียว กัมพูชา ยิงจรวด BM-21 ไป 125 ครั้ง กว่า 5,000 ลูก โจมตีไทย ดับ 4 เจ็บ 68 นาย ฝ่ายกัมพูชาเสียชีวิต 61 นาย เจ็บยังประเมินไม่ได้

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูช โดยสถานการณ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 17.00 น. ของวันนี้ ทหารกัมพูชาโจมตีฝ่ายเราอย่างหนัก การสู้รบ  ขยายวงกว้างและมีความรุนแรงด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ประมาณ 125 ครั้ง กระสุนลูกจรวด 5,000 นัด โดรนพลีชีพหรือโดรน FPV จำนวน 33 พื้นที่ ใส่ฐานและที่มั่นของฝ่ายเราในหลายแนวรบ โดยเฉพาะในพื้นที่ ช่องอานม้า และช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี, เถียงตาม็อก จังหวัดศรีสะเกษ และช่องคนา ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ฝ่ายเราตอบโต้ด้วยอาวุธอย่างได้สัดส่วน 

ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อยู่ตลอดแนวการวางกำลัง จากผลการปะทะกันอย่างหนักตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายเราได้สูญเสียนักรบกล้าสละชีพเพื่อพิทักษ์ชาติไปจำนวน 4 นาย บาดเจ็บรวม 68 นาย ฝ่ายกัมพูชาเสียชีวิต 61 นาย บาดเจ็บยังประเมินไม่ได้

กองทัพภาคที่ 2 จะดำเนินการทุกมาตรการเพื่อความมั่นคงปลอดภัย และรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มกำลัง

ติดตามช่องทางได้ที่ playkhao.com

ที่มา แนวหน้า

รมว.แรงงาน เปิดโครงการ ประกันสังคมห่วงใยใส่ใจผู้ประกันตน

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ประกันสังคมห่วงใยใส่ใจผู้ประกันตน” ณ จังหวัดสระแก้ว โดยมี นางพัชรี ศาลาศิลปะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม ผู้แทนสถานประกอบการ ผู้ประกันตน และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงาน ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า โครงการ ประกันสังคมห่วงใยใส่ใจผู้ประกันตน นี้แสดงให้เห็นว่า ‘ประกันสังคม’ ไม่ใช่แค่การส่งเงินสมทบทุกเดือน แต่เป็นการสร้าง ‘หลักประกัน’ ที่มั่นคงให้กับชีวิตของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่เกิด ประกันสังคมมีค่าฝากครรภ์ ค่าคลอด ค่าเลี้ยงดูบุตรจนถึงอายุ 6 ปี เมื่อเจ็บป่วยก็มีสถานพยาบาลคอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย เมื่อตกงานก็มีเงินทดแทนช่วยประคับประคองชีวิต และเมื่อเกษียณก็มีบำเหน็จบำนาญเป็นเงินออมให้พึ่งพาได้

ประกันสังคมห่วงใยใส่ใจผู้ประกันตน

รมว.แรงงาน ยังกล่าวอีกว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานเชิงรุกของสำนักงานประกันสังคมในการลงพื้นที่ดูแลผู้ประกันตนอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ และเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกันตนจะได้รับความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ ได้รับบริการตรวจสุขภาพพื้นฐาน รวมถึงได้ร่วมกิจกรรมจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานพร้อมให้การสนับสนุนทุกแนวทางที่จะช่วยให้แรงงานสามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลและการส่งเสริมสุขภาพได้อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ

“การจัดโครงการประกันสังคมห่วงใยใส่ใจผู้ประกันตน ณ จังหวัดสระแก้วในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในการเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประกันตน ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยในงานมีกิจกรรมสำคัญ ทั้งการตรวจสุขภาพเชิงรุกจำนวน 14 รายการ การให้บริการทันตกรรมผ่านรถทันตกรรมเคลื่อนที่ การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยการเอกซเรย์ทรวงอกร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดจนการให้บริการด้านงานประกันสังคมและกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มแข็ง” นางสาวตรีนุช กล่าว

ด้าน นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า นอกเหนือจากการจัดโครงการ ประกันสังคมห่วงใยใส่ใจผู้ประกันตน ในจังหวัดสระแก้วแล้ว สำนักงานประกันสังคมยังได้ดำเนินการจัดโครงการนี้ครอบคลุมอีก 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดหนองคาย จังหวัดสมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้จัดไปแล้วเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

ประกันสังคมห่วงใยใส่ใจผู้ประกันตน ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อยืนยันถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานประกันสังคมในการลงพื้นที่ดูแลผู้ประกันตนอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด พร้อมตอกย้ำว่ากระทรวงแรงงานพร้อมสนับสนุนทุกนโยบายและทุกมาตรการที่ส่งเสริมให้แรงงานไทยมีสุขภาพที่ดี และสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและการส่งเสริมสุขภาพได้อย่างเสมอภาคและยั่งยืน โครงการ ประกันสังคมห่วงใยใส่ใจผู้ประกันตน นี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทย

หากคุณเป็นผู้ประกันตน อย่าลืมตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของท่าน และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่สำนักงานประกันสังคมจัดขึ้น เพื่อให้ท่านได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ และสามารถใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

ที่มา – รมว.แรงงาน เปิดโครงการ “ประกันสังคมห่วงใยใส่ใจผู้ประกันตน” จ.สระแก้ว