วัน: 11 ธันวาคม 2025

“เท้ง” ยัน “ภูมิใจไทย” ไม่ทำตามเอ็มโอเอ

“เท้ง” ยืนยัน “ภูมิใจไทย” ไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอเอ พลิกมติหน้างาน ไม่เชื่อโน้มน้าวสว.ไม่ได้ ยังพอใจอย่างน้อยคำถามประชามติข้อ 1 ผ่านสภา หวังครม.นำไปปฏิบัติ

เมื่อเวลา 23.27 น. วันที่ 11 ธ.ค. 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันไม่สามารถยอมรับอำนาจของสว.ในการร่วมโหวตร่างรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็รู้จุดยืนของพรรคประชาชนดีอยู่แล้ว จึงอยากให้ประชาชนร่วมติดตามในการทำหน้าที่ว่าเอ็มโอเอที่ถูกฉีกเกิดจากใครกันแน่ ยืนยันพยายามทำตามกรอบที่จำกัดภายในอำนาจที่มีอยู่ ทุกจังหวะย่างก้าวเราพยายามใช้ทุกเสียงที่เรามีผลักดันอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ได้เป็นร่างหลัก เป็นร่างที่ยังพอรับได้

แต่สิ่งที่ได้คุยกับสมาชิกพรรคภูมิใจไทยบางส่วนก็รู้สึกผิดหวังไม่อยากให้เป็นแบบนี้ มีการปรับหน้างานให้เป็นแบบนี้ทั้งที่มีมติวิปกันไปแล้ว หลังจากนี้จะไว้ใจภูมิใจไทยได้อีกหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า วันนี้ชัดแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข เหตุการณ์ที่ทุกคนบอกว่าเกิดขึ้นหน้างาน แต่อย่างน้อยวันนี้คำถามประชามติครั้งที่1 ยังผ่านที่ประชุมร่วมรัฐสภาได้ อย่างน้อยคณะรัฐมนตรีควรจะมีมติทำประชามติ

หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวอีกว่า เอ็มโอเอคือสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เราไม่ได้ตัดสินใจบนความเชื่อใจกันอย่างเดียว แต่ตัดสินใจด้วยข้อตกลงเอ็มโอเอ ขอย้ำว่ามติก่อนหน้านี้ก็ยืนตามกมธ.เสียงข้างมาก ต้องถามกลับไปยังภูมิใจไทยว่าทำไมจู่ๆถึงเปลี่ยนมติ

เมื่อถามว่าภราดร ปริศนานันทกุล บอกไม่สามารถสั่งสว.ได้ เชื่อหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชนบอกว่าต้องไปดูว่าทำไมสามารถผ่านวาระหนึ่งมาได้ หากบอกว่าไม่สามารถโน้มน้าวได้ ในมุมหนึ่งหากโหวตตามกมธ.เสียงข้างมาก ยังเหลือเวลาอีก 15 วันในการทำความเข้าใจกับสว. ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีกว่า

“เท้ง” ยืนยัน “ภูมิใจไทย” ไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอเอ ไม่เชื่อโน้มน้าว สว. ไม่ได้

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุ ล่าสุด “เท้ง” ออกมายืนยันว่าพรรค “ภูมิใจไทย” ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงเอ็มโอเอ (Memorandum of Agreement) ที่ได้ให้ไว้ก่อนหน้านี้ ประเด็นนี้สร้างความไม่พอใจและเกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือของพรรคภูมิใจไทยในการร่วมงานทางการเมืองต่อไปในอนาคต

ทำไม “เท้ง” ถึงยืนยันว่า “ภูมิใจไทย” ไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอเอ?

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมากล่าวถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าพรรคภูมิใจไทยได้มีการ “พลิกมติหน้างาน” ซึ่งขัดแย้งกับข้อตกลงที่เคยมีร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้ หัวหน้าพรรคประชาชนยังแสดงความผิดหวังต่อการกระทำดังกล่าว และตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของพรรคภูมิใจไทยในอนาคต

การออกมาให้สัมภาษณ์ของ “เท้ง” ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวที่เกิดขึ้นระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในภาพรวม การที่พรรคการเมืองหนึ่งออกมากล่าวหาอีกพรรคหนึ่งอย่างตรงไปตรงมาถึงการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนักสำหรับการทำงานร่วมกันในอนาคต

นอกจากประเด็นเรื่องการไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอเอแล้ว “เท้ง” ยังได้กล่าวถึงอำนาจของ สว. ในการร่วมโหวตร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความขัดแย้งในวงกว้าง พรรคประชาชนมีความชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการที่ สว. มีอำนาจในการโหวตร่างรัฐธรรมนูญ และมองว่าการกระทำของพรรคภูมิใจไทยเป็นการยอมรับอำนาจดังกล่าว

แม้จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้น แต่ “เท้ง” ก็ยังแสดงความพอใจที่อย่างน้อยคำถามประชามติข้อที่ 1 ได้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา และหวังว่าคณะรัฐมนตรีจะนำไปปฏิบัติจริง การทำประชามติถือเป็นกระบวนการสำคัญในการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของประเทศ

สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย ความน่าเชื่อถือของพรรคการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล และบทบาทของ สว. ล้วนเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศในวันหน้า

การที่พรรคภูมิใจไทยถูกกล่าวหาว่า “ไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอเอ” ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของพรรคในสายตาประชาชนและพรรคการเมืองอื่นๆ การแก้ไขสถานการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับพรรคภูมิใจไทยว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้อย่างไร

สถานการณ์นี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองทุกคนว่า การรักษาคำพูดและปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากประชาชน หากนักการเมืองไม่สามารถรักษาคำพูดได้ ก็ยากที่จะได้รับการสนับสนุนและความเคารพจากประชาชน

มาร่วมกันติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด และร่วมกันสร้างสังคมที่นักการเมืองมีความรับผิดชอบและเคารพในคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

ที่มา – “เท้ง” ยืนยัน “ภูมิใจไทย” ไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอเอ ไม่เชื่อโน้มน้าว สว. ไม่ได้

แม็คโทมิเนย์พลาดชิงรางวัลน่าเสียดาย?

มีการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล BBC Sports Personality of the Year ประจำปี 2025 จำนวน 6 คน ซึ่งบางคนไม่พอใจที่ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ กองกลางของนาโปลี ไม่ได้รับเลือก

ผู้ได้รับการเสนอชื่อ ได้แก่ ฮันนาห์ แฮมป์ตัน และ โคลอี้ เคลลี นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอังกฤษ, เอลลี คิลดันน์ นักกีฬารักบี้, ลุค ลิตเลอร์ นักกีฬาปาเป้า, รอรี่ แม็คอิลรอย นักกอล์ฟ และ แลนโด นอร์ริส นักแข่งรถสูตร 1

การลงคะแนนจะมีขึ้นระหว่างการออกอากาศในวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม โดยมี Gabby Logan, Alex Scott และ Clare Balding เป็นผู้ดำเนินรายการสดจาก MediaCityUK ใน Salford

‘ประเด็นขัดแย้งสำหรับแฟนบอลชาวสก็อตแลนด์’

นักข่าว Henry Winter โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียแสดงความประหลาดใจที่กองกลางชาวสกอตแลนด์ไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Sports Personality of the Year เขายังถามว่า แม็คโทมิเนย์พลาดชิงรางวัลน่าเสียดาย?

“สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ พลาดจากรายชื่อผู้เข้าชิง SPOTY อย่างน่าประหลาดใจหรือไม่” เขาเขียน “ชนะ Scudetto, ได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นแห่งปีของ Serie A, ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Ballon d’Or, ช่วยให้สกอตแลนด์ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก, ทำประตูสำคัญ/น่าทึ่งกับเดนมาร์ก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผู้ท้าชิงรางวัล Puskas Awards ปีที่น่าทึ่ง”

Ben Borland บรรณาธิการ Scottish Daily Express กล่าวเสริมว่า “ใครใน [ผู้ได้รับการเสนอชื่อ] สามารถพูดได้อย่างแท้จริงว่ามีปีที่ดีกว่าแม็คโทมิเนย์ การรวมสมาชิกสองคนของทีม Lionesses ความกล้าหาญและ ‘สร้างแรงบันดาลใจ’ อย่างที่พวกเขาอาจเป็น จะเป็นประเด็นขัดแย้งพิเศษสำหรับแฟนบอลชาวสกอตแลนด์ และแน่นอนว่าแฟนบอลทั่วโลก”

รายชื่อผู้เข้าชิงอิงตามความสามารถด้านกีฬาและได้รับการคัดเลือกโดยคณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือกจากความเชี่ยวชาญและตัวแทนในแวดวงกีฬา

โฆษกของ BBC กล่าวว่า “ผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากได้รับการตรวจสอบและอภิปรายโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ซึ่งบรรลุข้อตกลงร่วมกันในรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย”

อะไรทำให้ปีนี้เป็นปีที่น่าจดจำสำหรับแม็คโทมิเนย์?

แม็คโทมิเนย์อยู่ในฟอร์มที่ดีนับตั้งแต่เข้าร่วมทีมนาโปลีในช่วงซัมเมอร์ปี 2024 จากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

เขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในขณะที่ทีมจากอิตาลีคว้าแชมป์ Serie A ในเดือนพฤษภาคม 2025 โดยทำประตูได้ 13 ครั้งจากการลงเล่น 36 นัด รวมถึงลูกยิงจักรยานอากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจกับกายารีในวันสุดท้ายของฤดูกาลซึ่งส่งให้นาโปลีคว้าแชมป์ลีก

เขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้เล่นแห่งปีของ Serie A และได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งใน 20 ผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกที่ Ballon d’Or

ความสำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นเพียงแชมป์ Serie A ครั้งที่สี่ในประวัติศาสตร์ของนาโปลี และแม็คโทมิเนย์กลายเป็นใบหน้าของการปฏิวัติของอันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีม

ฤดูกาลนี้ นาโปลีร่วมเป็นจ่าฝูงของ Serie A และแม็คโทมิเนย์ทำไปแล้ว 5 ประตูจากการลงเล่น 20 นัด

ประตูสุดสวยและการคัดเลือกฟุตบอลโลกสำหรับสกอตแลนด์

นักเตะวัย 29 ปีรายนี้ยังสร้างความประทับใจในระดับนานาชาติให้กับสกอตแลนด์ โดยทำประตูเปิดเกมด้วยลูกยิงโอเวอร์เฮดคิกสุดสวยขณะที่พวกเขาเอาชนะเดนมาร์ก 4-2 เพื่อคว้าตำแหน่งในการแข่งขันฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์หน้า ซึ่งเป็นครั้งแรกของสกอตแลนด์นับตั้งแต่ปี 1998

ในเวลานั้น สตีฟ คลาร์ก บอสใหญ่ของสกอตแลนด์กล่าวถึงเป้าหมายของเขาว่าเป็น “ลูกยิงเหนือศีรษะที่ดีที่สุดที่ฉันเคยเห็น”

นับตั้งแต่ต้นปี 2023 แม็คโทมิเนย์มีส่วนร่วมใน 15 ประตูให้กับสกอตแลนด์ มากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ 6 หกประตู และเขาทำประตูได้มากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ มากกว่าสองเท่า

แม็คโทมิเนย์พลาดชิงรางวัลน่าเสียดาย? แน่นอนว่ามีหลายคนที่คิดเช่นนั้น

รางวัลอื่นๆ มอบให้ในค่ำคืน SPOTY ได้แก่ Young Sports Personality of the Year, Team of the Year, Coach of the Year, Lifetime Achievement และ Helen Rollason Award

รางวัล World Sport Star ซึ่งเปิดให้มีการลงคะแนนเสียงก็จะมีการมอบให้เช่นกัน

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าชิงรางวัลนี้ในปีนี้ แต่ผลงานของ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เขาคือผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างให้กับทั้งสโมสรและทีมชาติ และเป็นที่รักของแฟนบอล

ที่มา – Was McTominay unlucky to not get Spoty nomination?

ตั๋วชิงบอลโลกแพงหูฉี่! ราคาเริ่มต้น 1.1 แสน

แฟนบอลที่หวังจะเข้าร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ ในปีหน้า เตรียมตัวจ่ายค่าตั๋วราคาแพงมหาศาล โดยตั๋วใน “ระดับราคาสำหรับแฟนบอล” เริ่มต้นที่ 3,119 ปอนด์ (4,185 ดอลลาร์สหรัฐ) หรือราว 110,000 บาท

กลุ่มแฟนบอล Football Supporters Europe กล่าวว่า พวกเขารู้สึก “ประหลาดใจ” กับกลยุทธ์การตั้งราคาที่ “สูงเกินไป” ของ FIFA

ราคาสูงสำหรับเกมรอบแบ่งกลุ่มและรอบชิงชนะเลิศได้รั่วไหลออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เนื่องจาก FIFA แจ้งให้สมาคมฟุตบอลแห่งชาติทราบถึงการจัดสรรตั๋ว

หมายความว่า ราคาตั๋วที่ถูกที่สุดสำหรับงานใหญ่ของ FIFA เพิ่มขึ้นเกือบเจ็ดเท่าเมื่อเทียบกับฟุตบอลโลก 2022 ราคาตั๋วที่ต่ำที่สุดที่เปิดขายในกาตาร์คือ 450 ปอนด์

BBC Sport เข้าใจว่าตั๋วสำหรับ “ระดับมาตรฐานสำหรับแฟนบอล” ราคา 4,162 ปอนด์ (5,560 ดอลลาร์สหรัฐ) เทียบกับ 747 ปอนด์ในปี 2022

“ระดับพรีเมียมสำหรับแฟนบอล” ราคา 6,615 ปอนด์ (8,860 ดอลลาร์สหรัฐ) ในขณะที่ราคาเดียวกันนี้อยู่ที่ 1,197 ปอนด์ที่สนามกีฬาลูเซลเมื่อสามปีที่แล้ว

FSE ได้เรียกร้องให้หยุดการขายตั๋วโดยทันที โดยกล่าวเสริมว่าการที่ไม่มีตั๋วในหมวดราคาถูกที่สุดถือเป็น “การทรยศครั้งใหญ่ต่อประเพณีของฟุตบอลโลก โดยเพิกเฉยต่อการมีส่วนร่วมของผู้สนับสนุนต่อการแข่งขัน” เห็นได้ชัดว่าราคาตั๋วชิงบอลโลกที่สูงเกินเอื้อมนี้สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลจำนวนมาก

การจับสลากตั๋วรอบที่สามจะเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี ในวันจันทร์ สมาชิกของสโมสรผู้สนับสนุนแห่งชาติจะมีโอกาสเข้าร่วมการจับฉลากแบบสุ่มสำหรับเกมแต่ละนัด หรือเพื่อติดตามทีมของตนไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ

มีตั๋วประมาณ 4,000 ใบสำหรับแต่ละเกมที่จำหน่ายผ่านกลุ่มผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ตั๋วอื่นๆ ทั้งหมดจะถูกจัดสรรผ่านกระบวนการจับฉลากแบบสุ่ม นอกเหนือจากตั๋วที่ FIFA เก็บไว้สำหรับพันธมิตรองค์กร

ความจุของสนามกีฬามีตั้งแต่ 94,000 ที่นั่งที่สนามกีฬาดัลลัส ซึ่งอังกฤษจะลงเล่นกับโครเอเชีย ไปจนถึง 45,000 ที่นั่งที่สนามกีฬาโทรอนโต

ในการเปลี่ยนแปลงจากทัวร์นาเมนต์ล่าสุด เกมรอบแบ่งกลุ่มมีการกำหนดราคาตามความน่าดึงดูดใจของเกม แทนที่จะเป็นอัตราคงที่

ในกาตาร์ การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มมีราคาคงที่ที่ 68.50 ปอนด์, 164.50 ปอนด์ และ 219 ปอนด์

แต่สำหรับเกมที่อังกฤษพบกับโครเอเชียในวันที่ 17 มิถุนายน ราคาตั๋วอยู่ที่ 198 ปอนด์, 373 ปอนด์ หรือ 523 ปอนด์

เกมสองนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มของสกอตแลนด์มีราคาถูกกว่า เมื่อเจอกับเฮติ ราคาจะอยู่ที่ 134 ปอนด์, 298 ปอนด์ หรือ 372 ปอนด์ ส่วนเกมกับโมร็อกโก ราคาอยู่ที่ 163 ปอนด์, 320 ปอนด์ และ 447 ปอนด์ เกมสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มมีราคาเท่ากับเกมอังกฤษพบโครเอเชีย

ไม่มีตั๋วประเภทสี่สำหรับแฟนๆ แม้ว่าจะเป็นกรณีเดียวกันในปี 2022 ซึ่งสงวนไว้สำหรับผู้อยู่อาศัยในกาตาร์เท่านั้น

FSE เรียกร้องให้เจรจาเรื่องราคาตั๋วชิงบอลโลกที่สูงเกินไป

FSE ได้เรียกร้องให้ FIFA ยุติกระบวนการขายตั๋ว โดยเชื่อว่าจำเป็นต้องทบทวนนโยบายการกำหนดราคาใหม่

FSE กล่าวว่า FIFA ควร “หยุดการขายตั๋ว PMA [Participating Member Association allocation] โดยทันที มีส่วนร่วมในการปรึกษาหารือกับทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ และทบทวนราคาตั๋วและการกระจายประเภท จนกว่าจะพบทางออกที่เคารพประเพณี ความเป็นสากล และความสำคัญทางวัฒนธรรมของฟุตบอลโลก”

FSE กล่าวต่อว่า “ในตารางราคาที่ FIFA ค่อยๆ เปิดเผยอย่างเป็นความลับ ตั๋วที่จัดสรรให้กับสมาคมแห่งชาติ ซึ่งโดยทั่วไปจะแจกจ่ายผ่านกลุ่มผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการหรือโปรแกรมความภักดีให้กับแฟนๆ ที่ภักดีที่สุด กำลังมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก”

แฟนบอลทีมชาติจะต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนนี้ในช่วงต้นปี 2026 เพื่อมีโอกาสติดตามทีมของตนไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ

“สิ่งที่น่าเสียใจกว่านั้นคือ หมวดราคาต่ำสุดจะไม่สามารถใช้ได้กับผู้สนับสนุนที่ทุ่มเทที่สุดผ่านทางสมาคมแห่งชาติ เนื่องจาก FIFA เลือกที่จะสงวนตั๋วประเภทสี่จำนวนน้อยไว้สำหรับการขายทั่วไป ซึ่งอยู่ภายใต้การกำหนดราคาตั๋วแบบไดนามิก”

“เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่จะไม่มีการเสนอราคาที่สอดคล้องกันในทุกเกมรอบแบ่งกลุ่ม แต่ FIFA กำลังแนะนำนโยบายการกำหนดราคาแบบแปรผันโดยขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่คลุมเครือ เช่น ความน่าดึงดูดใจของเกมที่รับรู้ ดังนั้นแฟน ๆ ของทีมชาติต่าง ๆ จะต้องจ่ายราคาที่แตกต่างกันสำหรับหมวดเดียวกันในขั้นตอนเดียวกันของการแข่งขัน โดยไม่มีความโปร่งใสใด ๆ เกี่ยวกับโครงสร้างราคาที่ FIFA บังคับใช้”

“เอกสารการประมูลที่เผยแพร่ในปี 2018 สัญญาว่าจะให้ตั๋วราคาต่ำถึง 21 ดอลลาร์ ตั๋วเหล่านี้อยู่ที่ไหน? การเดินทางเต็มรูปแบบสู่รอบชิงชนะเลิศ ตามหนังสือประมูลเดียวกัน ควรมีราคา 2,242 ดอลลาร์ในหมวดที่ถูกที่สุด สัญญานี้หายไปนานแล้ว”

ทำไมราคาตั๋วชิงบอลโลกถึงแพงขึ้น?

สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาตั๋วชิงบอลโลกแพงขึ้นมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น หรือแม้แต่การเก็งกำไรจากผู้ขายต่อ อย่างไรก็ตาม แฟนบอลหลายคนมองว่า FIFA ควรมีมาตรการควบคุมราคาให้ดีกว่านี้ เพื่อให้แฟนบอลทั่วไปสามารถเข้าถึงการแข่งขันได้

ที่มา – ‘Monumental betrayal’ – cheapest World Cup final ticket to cost £3,119

“แนน บุณย์ธิดา” ยัน ภูมิใจไทย ไม่พลิก MOA

“แนน บุณย์ธิดา” ลั่น “ภูมิใจไทย” ไม่ได้พลิก MOA แม้แต่ข้อเดียว ย้ำเรายังยืนอยู่บนเส้นทางตามข้อตกลงทุกอย่าง อย่ากล่าวหาผิดๆ พอไม่ได้ดั่งใจ ก็อย่ามางอแงจะเอาทุกอย่าง

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก แนน สมชัย ระบุว่า “ภูมิใจไทย ไม่ได้พลิก MOA แม้แต่ข้อเดียว เรายังยืนอยู่บนเส้นทางตามข้อตกลงทุกอย่าง อย่ากล่าวหาเราผิดๆ พอไม่ได้ดั่งใจ ก็อย่ามางอแงจะเอาทุกอย่าง”

“แนน บุณย์ธิดา” ลั่น ภูมิใจไทย ไม่พลิก MOA

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของข้อตกลงหรือ Memorandum of Agreement (MOA) ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการบริหารประเทศ หลายฝ่ายต่างออกมาแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ และตั้งข้อสังเกตต่างๆ นานา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข่าวลือหรือกระแสข่าวที่ไม่เป็นความจริงแพร่สะพัดออกไป อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและความสับสนในหมู่ประชาชนได้

ล่าสุด นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีการพลิก MOA แม้แต่ข้อเดียว และยังคงยืนอยู่บนเส้นทางตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อสื่อสารไปยังประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเนื้อหาที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

ความสำคัญของการรักษาข้อตกลง MOA

การรักษาข้อตกลง MOA ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อพรรคการเมืองและนักการเมือง การที่พรรคภูมิใจไทยออกมาแสดงความยืนยันว่าจะยึดมั่นในข้อตกลงเดิม จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคให้ความสำคัญกับการรักษาคำมั่นสัญญาและพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้

อย่างไรก็ตาม การออกมาปฏิเสธและยืนยันความบริสุทธิ์ของพรรค อาจยังไม่เพียงพอที่จะคลายความสงสัยของประชาชนได้ทั้งหมด สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องแสดงให้เห็นถึงการกระทำที่เป็นรูปธรรม และสามารถพิสูจน์ได้ว่าการดำเนินงานของพรรคเป็นไปตามข้อตกลง MOA อย่างแท้จริง การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ประชาชน และการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและคลายความกังวลของประชาชนได้

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป: การเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร จะมีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการยืนยันถึงการปฏิบัติตาม MOA อย่างแท้จริงหรือไม่ และที่สำคัญที่สุด ประชาชนจะให้การตอบรับต่อท่าทีและการดำเนินการของพรรคภูมิใจไทยอย่างไร ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

บทสรุป: เรื่องราวของข้อตกลง MOA และท่าทีของพรรคภูมิใจไทยเป็นประเด็นที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการรักษาคำมั่นสัญญาในทางการเมือง การที่พรรคการเมืองและนักการเมืองสามารถสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชนได้ จะนำไปสู่การเมืองที่มีเสถียรภาพและสามารถพัฒนาประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ “แนน บุณย์ธิดา” จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรค่าแก่การติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างไรต่อไป

ที่มา – “แนน บุณย์ธิดา” ลั่นอย่ากล่าวหาผิดๆ “ภูมิใจไทย” ไม่ได้พลิก MOA แม้แต่ข้อเดียว

กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังสภาตีตก


การประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2566 เป็นที่น่าจับตา เมื่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ในการลงมติ ทำให้ต้องตัดสินใจ กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกจากการพิจารณาของสภา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสมาชิกรัฐสภามีการนับคะแนนรายคนในมาตรา 256/28 ซึ่งเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผลปรากฏว่า กมธ.เสียงข้างน้อยเป็นฝ่ายชนะในการลงมติครั้งแรก แม้จะมีการนับคะแนนรอบสอง ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม คือ กมธ.เสียงข้างน้อยยังคงได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่า

จากผลการลงมติที่ไม่เป็นไปตามความคาดหมาย ในเวลา 22.07 น. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานกรรมาธิการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ได้แถลงต่อประธานสภาว่า เนื่องจากผลคะแนนเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับมาตราดังกล่าว กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ได้เสนอมา เพื่อนำกลับไปพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขต่อไป

หลังจากนั้น นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ประธานกรรมาธิการฯ ได้ปรึกษาหารือกับพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วหรือไม่ ซึ่งนายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ยืนยันว่า ได้มีการปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้แล้วก่อนที่จะตัดสินใจ กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกจากการพิจารณาของสภา

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและหลากหลายของความคิดเห็นในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การที่ กมธ. ตัดสินใจถอนร่างออกไป ถือเป็นการเปิดโอกาสให้มีการทบทวนและปรับปรุงเนื้อหา เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความสมบูรณ์และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายมากยิ่งขึ้น

เบื้องหลังการตัดสินใจถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การตัดสินใจถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ กมธ. ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผล การพ่ายแพ้ในการลงมติถึงสองครั้ง แสดงให้เห็นว่าร่างที่เสนอไปยังมีข้อบกพร่องหรือประเด็นที่ยังไม่ได้รับการเห็นพ้องจากสมาชิกรัฐสภาจำนวนมาก การถอนร่างจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ กมธ. ได้มีเวลาในการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของทุกฝ่ายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การปรึกษาหารือกับพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ร่วมกันเสนอร่าง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นที่ยอมรับ การที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ยืนยันว่าได้มีการปรึกษาหารือกันแล้ว แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความเข้าใจและหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้

อย่างไรก็ตาม การถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป ก็อาจก่อให้เกิดความผิดหวังในหมู่ประชาชนบางส่วนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การชะลอหรือเลื่อนการพิจารณาออกไป อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการเมืองได้

ดังนั้น การที่ กมธ. จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับมาพิจารณาอีกครั้ง จึงต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ออกมามีความสมบูรณ์ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน

  • การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
  • การพิจารณาข้อดีข้อเสียของร่างแก้ไขอย่างรอบด้าน
  • การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่ กมธ. ตัดสินใจถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากการพิจารณาของสภา สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองที่ซับซ้อน การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

แน่นอนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย การที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกถอนออกไป ไม่ได้หมายความว่าความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสิ้นสุดลง กมธ. จะต้องนำบทเรียนที่ได้รับมาปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และนำกลับมาเสนอต่อสภาอีกครั้งในอนาคต

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันด้วยความจริงใจ เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงได้

ที่มา – กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากการพิจารณาของสภา หลังคะแนนเสียงแพ้

ด่วน! “จุลพันธ์” เรียกประชุม สส.เพื่อไทย 12 ธ.ค.

เกิดอะไรขึ้น? จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรียกประชุม สส. พรรคเพื่อไทยด่วน ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ เพื่อหารือและพิจารณาประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีสถานการณ์เร่งด่วนที่ต้องจัดการอย่างทันที

เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศนัดหมายการประชุม สส. พรรคเพื่อไทย อย่างเร่งด่วน โดยได้แจ้งผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เนื่องจากมีสถานการณ์เร่งด่วนที่ต้องพิจารณาแก้ไข ขอนัดหมาย สส. พรรคเพื่อไทย ประชุมด่วนในวันพรุ่งนี้ (12 ธ.ค.) เพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญต่างๆ ในเวลา 9.00 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย” ทำให้เกิดความสงสัยว่า สถานการณ์เร่งด่วนที่ว่านั้นคืออะไร และมีประเด็นใดที่ทำให้ต้องเรียกประชุมด่วนขนาดนี้

“จุลพันธ์” เรียกประชุม สส.เพื่อไทย 12 ธ.ค.

การเรียกประชุม สส.พรรคเพื่อไทยอย่างเร่งด่วนครั้งนี้ สร้างความสนใจให้กับสื่อมวลชนและประชาชนเป็นอย่างมาก หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า อาจมีประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ หรือสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยโดยตรง ทำให้ต้องมีการหารือและตัดสินใจอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

สถานการณ์เร่งด่วนคืออะไร? ทำไมต้อง “จุลพันธ์” เรียกประชุม สส.เพื่อไทย 12 ธ.ค. นี้

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์เร่งด่วนที่ทำให้ต้องมีการเรียกประชุมด่วนในครั้งนี้ แต่มีความเป็นไปได้หลายประการที่อาจเป็นสาเหตุของการเรียกประชุมด่วนดังกล่าว อาทิ

  • การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญ: อาจมีการเปลี่ยนแปลงในขั้วการเมือง หรือการปรับ ครม. ที่ส่งผลกระทบต่อบทบาทและทิศทางของพรรคเพื่อไทย
  • ปัญหาภายในพรรค: อาจมีข้อขัดแย้ง หรือความเห็นที่ไม่ตรงกันภายในพรรค ที่ต้องมีการแก้ไขและหาทางออกร่วมกัน
  • ประเด็นทางกฎหมาย: อาจมีประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย หรือสมาชิกพรรค ที่ต้องมีการพิจารณาและดำเนินการอย่างเร่งด่วน
  • สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ: อาจมีสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และรัฐบาลต้องเร่งแก้ไข ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องหารือเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดที่แท้จริงของการประชุมด่วนครั้งนี้ จะต้องรอการแถลงอย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทยต่อไป

การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีเหตุผล การที่ “จุลพันธ์” เรียกประชุม สส.เพื่อไทย 12 ธ.ค. นี้ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในแวดวงการเมืองไทยก็เป็นได้

การประชุม สส.เพื่อไทย 12 ธ.ค. ที่ถูกเรียกโดย “จุลพันธ์” ในครั้งนี้ คงต้องจับตาดูว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร และจะมีผลกระทบอะไรต่ออนาคตทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย รวมถึงประเทศไทยโดยรวมต่อไป

การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราทุกคนควรให้ความสนใจ เพราะการตัดสินใจของนักการเมืองมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการติดตามข่าวสารอย่างรอบด้านและมีวิจารณญาณจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ที่มา – “จุลพันธ์” เรียกประชุม สส.เพื่อไทย 12 ธ.ค. เนื่องจากมีสถานการณ์เร่งด่วน

กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดน กัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมือ

กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนฝั่ง จ.สระแก้ว ระบุมีกำลังพลเสียชีวิต 2 คน ขณะที่การดำเนินกลยุทธ์ยึดพื้นที่ “บ้านคลองแผง-บ้านหนองจาน” ยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางการระดมยิงจรวด BM-21 และปืนใหญ่จากกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาสำคัญคือปัจจุบันกัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมือในการปล่อยตัวคนไทยกลับประเทศ

กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดน กัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมือ

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ได้สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ประจำวัน โดยกองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) ยังคงปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 4 แล้ว สรุปการปฏิบัติที่สำคัญได้ดังนี้

สถานการณ์ล่าสุดตามพื้นที่ชายแดน: กองทัพภาคที่ 1 สรุป

  • พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา: การดำเนินกลยุทธ์เพื่อยึดพื้นที่ยังคงดำเนินอยู่ ฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิงอย่างต่อเนื่องด้วยอาวุธ BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิด
  • พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง: สามารถยึดครองพื้นที่ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 และได้วางกำลังตั้งรับตามแนวอ้างสิทธิ์ ฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิงด้วยอาวุธ BM-21 ประมาณ 40 นัด, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิด
  • พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง: อยู่ระหว่างการดำเนินกลยุทธ์เพื่อยึดพื้นที่เช่นกัน โดยฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิงด้วยอาวุธ BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง
  • พื้นที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ: มีการวางกำลังคุ้มครองพื้นที่ นอกจากนี้ บริเวณด่านถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ ฝ่ายไทยได้เตรียมการเปิดด่านเพื่อรับคนไทยจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชากลับประเทศ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรับตัวและคัดกรองตามขั้นตอน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการคัดแยกและตรวจสอบหลักฐานการเข้า-ออกประเทศตามกฎหมายต่อไป ที่สำคัญคือจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชาในการปล่อยตัวคนไทยกลับเข้าประเทศ ซึ่งยังคงอยู่ระหว่างการเจรจาของทั้งสองฝ่าย
  • พื้นที่ อ.คลองหาด: วางกำลังคุ้มครองพื้นที่

สถานการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บเดิม 14 นาย แต่มีกำลังพลสูญเสียเพิ่มเติมคือเสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 20 นาย ทำให้สรุปยอดกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน มีผู้บาดเจ็บรวม 34 นาย และเสียชีวิต 2 นาย

กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันว่าจะปฏิบัติงานตามภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยการปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินการภายใต้กฎการปะทะและสิทธิในการป้องกันตนเอง จนกว่าภัยคุกคามในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว จะยุติลง เพื่อรักษาอธิปไตยของไทยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เห็นความสำคัญของการรักษาความมั่นคงของชาติ และความเสียสละของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย การติดตามข่าวสารและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เป็นสิ่งที่เราทำได้ในฐานะประชาชนคนไทย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่กัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมือในการส่งคนไทยกลับประเทศ การเจรจาและหาทางออกร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ

ที่มา – กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดน กัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมือส่งคนไทยกลับบ้าน

TOYOTA เปิดประกวด โตโยต้า รถยนต์ในฝัน 2026

TOYOTA พร้อมเปิดโครงการประกวดวาดภาพระบายสี โตโยต้า รถยนต์ในฝัน หรือ TOYOTA Dream Car Art Contest 2026 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด หรือ TOYOTA เดินหน้าเปิดโครงการประกวดวาดภาพระบายสี ซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 เชิญชวนเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในโครงการ โตโยต้า รถยนต์ในฝัน TOYOTA Dream Car Art Contest 2026 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมโอกาสในการเป็นตัวแทนประเทศไทย ชิงรางวัลระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่น

สำหรับโครงการ Toyota Dream Car Art Contest ดำเนินต่อเนื่องภายใต้แนวคิด รถยนต์ในฝัน เป็นเวทีศิลปะสำหรับแสดงทักษะการวาดภาพ และเป็นกิจกรรมการประกวดระดับนานาชาติโดยผลงานชนะเลิศในระดับประเทศจะได้รับการคัดเลือกไปประกวดต่อในเวทีโลก ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

นับเป็นโครงการสำคัญที่โตโยต้าดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปีทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพ พัฒนาความรู้ และเสริมสร้างทักษะทางศิลปะ พร้อมทั้งส่งเสริมจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ อีกทั้งยังเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความสนใจต่อเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต

ในปีนี้ บริษัทฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้ที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดในระดับประเทศ สำหรับเยาวชนที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อันดับ 1 ของทั้ง 3 รุ่น และบริษัทฯ จะมอบทุนการศึกษา

พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้กับเยาวชนที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม พร้อมกับการนำผลงานของผู้ชนะเลิศทั้ง 9 ผลงาน ส่งเข้าร่วมประกวด TOYOTA Dream Car Art Contest ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วกว่า 47 รางวัล

ขณะเดียวกันโครงการนี้ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้การสนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการ รวมถึงการประสานความร่วมมือในการส่งผลงานจากสถานศึกษาในสังกัดเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งจากโรงเรียนภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนกลุ่มเด็กด้อยโอกาส และเด็กกำพร้า เพื่อเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้ถ่ายทอดความฝัน และจินตนาการผ่านผลงานศิลปะ

ตลอดจนผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศที่ให้การสนับสนุนและร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ด้านศิลปะแก่นักเรียนก่อนการประกวด ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้อย่างเต็มที่

สำหรับรายละเอียดของโครงการ และการรับสมัครเข้าประกวด ดังนี้ การประกวดแบ่งออกเป็น 3 รุ่นระดับอายุคือ ระดับอายุต่ำกว่า 8 ปี, ระดับอายุ 8 – 11 ปี และระดับอายุ 12 – 15 ปี โดยการประกวดระดับประเทศ คณะกรรมการจะทำการคัดเลือกผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์จินตนาการที่ยอดเยี่ยมที่สุด ในแต่ละรุ่นจำนวน 3 ผลงาน รวมทั้งสิ้น 9 ผลงาน และประกาศผลผู้ชนะการประกวดใน เดือนมิถุนายน 2569

ทั้งนี้คณะกรรมการตัดสินการประกวดประธานคณะกรรมการ ได้แก่ดร. สังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร, ผศ.ดร.อภิชาติ พลประเสริฐ หัวหน้าภาควิชาศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, อาจารย์ธีร์พาทิศ บุญวิจิตรนิธิพร หัวหน้าภาควิชาจิตรกรรม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ดร.ปทุมมา บำเพ็ญทาน อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ คุณศิริวรรณ เต็มผาติ ที่ปรึกษาโครงการฯ และ Founder ink creative studio

สำหรับช่องทางการสมัครสามารถดาวน์โหลดเอกสาร และสมัครออนไลน์ได้ที่ www.toyota.co.th/toyotadreamcarthailand ติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Toyota Dream Car Art Contest

TOYOTA รถยนต์ในฝัน 2026 เปิดโอกาสให้เยาวชนไทย

โครงการ โตโยต้า รถยนต์ในฝัน 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การประกวดวาดภาพ แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพทางศิลปะและความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ การเข้าร่วมโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะพัฒนาทักษะด้านศิลปะ แต่ยังเป็นการส่งเสริมจินตนาการและความคิดนอกกรอบ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเติบโตและพัฒนาในโลกยุคปัจจุบัน

ทำไมต้องเข้าร่วมโครงการ โตโยต้า รถยนต์ในฝัน 2026

  • พัฒนาทักษะทางศิลปะ: โอกาสในการฝึกฝนและพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสี
  • เสริมสร้างจินตนาการ: กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
  • โอกาสในการแสดงผลงาน: เวทีระดับประเทศและนานาชาติ
  • ชิงรางวัลและทุนการศึกษา: รางวัลอันทรงเกียรติและโอกาสในการศึกษาต่อ

โตโยต้า รถยนต์ในฝัน 2026 เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ อย่าพลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดีๆ ที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทย

เตรียมพร้อมสำหรับการประกวดวาดภาพระบายสี โตโยต้า รถยนต์ในฝัน 2026 แล้วหรือยัง? ร่วมสร้างสรรค์จินตนาการของคุณให้เป็นจริง!

ที่มา – TOYOTA พร้อมเปิดโครงการประกวดวาดภาพระบายสี โตโยต้า รถยนต์ในฝัน 2026

ซาลาห์คิดถูกหรือไม่ที่รู้สึกว่า ‘ถูกทอดทิ้ง’?

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ให้สัมภาษณ์ที่สร้างความฮือฮาโจมตี อาร์เน สล็อต หัวหน้าโค้ชของ ลิเวอร์พูล และสโมสร หลังจากที่เขาถูกทิ้งไว้ข้างสนามในเกมที่เสมอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด มีประเด็นหนึ่งที่โดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใด

คือการอ้างสิทธิ์ของนักเตะวัย 33 ปีที่ว่าเขาถูก “ทอดทิ้ง” หลังจากอาชีพที่รุ่งโรจน์กับ ลิเวอร์พูล ที่คว้าแชมป์รายการใหญ่ทั้งหมดและยิงไป 250 ประตู ทำให้เขาอยู่ในอันดับสามของทำเนียบผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของสโมสร

การระเบิดอารมณ์ของซาลาห์เกิดขึ้นหลังจากที่เขาถูกทิ้งไว้บนม้านั่งสำรองเป็นเกมที่สามติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก เนื่องจากสล็อตพยายามยุติสถิติแพ้ 9 นัดจาก 12 เกม

ชาวอียิปต์ไม่ได้ปิดบังความเชื่อของเขาว่าเขาถูกทำให้เป็นแพะรับบาป ทำให้เกิดการโต้เถียงที่แตกแยกในขณะที่สล็อตและ ลิเวอร์พูล ต้องการความเป็นเอกภาพและความสงบ – แต่การอ้างสิทธิ์ของเขามีเหตุผลหรือไม่?

ซาลาห์คิดถูกหรือไม่ที่รู้สึกว่า ‘ถูกทอดทิ้ง’?

ซาลาห์มีความเห็นแก่ตัวและความภาคภูมิใจซึ่งเป็นคุณสมบัติของยอดนักเตะทุกคน – ดังที่เห็นได้เมื่อเอริก เตน ฮาก ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวดัตช์ของสล็อต ดร็อป คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในช่วงท้ายของการคุมทีมครั้งที่สองที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในเดือนพฤศจิกายน 2022

การตอบสนองของโรนัลโด้คือการให้สัมภาษณ์กับเพียร์ส มอร์แกน ทาง TalkTV ซึ่งเขาบ่นเช่นเดียวกับที่ซาลาห์ทำในตอนนี้ว่าเขา “ถูกสโมสรทรยศ”

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และโรนัลโด้ ตกลงที่จะยกเลิกสัญญาของเขาภายในไม่กี่วัน

สัญญาของซาลาห์จะไม่ถูกยกเลิก

ลิเวอร์พูล หากพวกเขาขาย จะเรียกค่าตัวจำนวนมากสำหรับบุคคลระดับโลกที่เซ็นสัญญาใหม่สองปีในเดือนพฤษภาคม แต่ด้วยความรู้สึกที่แข็งแกร่งของชาวอียิปต์ การประนีประนอมจึงดูยาก

ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าซาลาห์จะได้รับการอำลาตามที่เขาบอกใบ้หรือไม่เมื่อ ลิเวอร์พูล เล่นกับไบรท์ตันในวันเสาร์ ก่อนที่เขาจะเดินทางไปแอฟริกาคัพออฟเนชันส์

ดังนั้น หลักฐานสนับสนุนการยืนยันของซาลาห์ที่ว่า “เป็นที่ชัดเจนมากว่ามีคนต้องการให้ฉันเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด” และ “มีคนไม่ต้องการให้ฉันอยู่ในสโมสร” หรือไม่?

ซาลาห์เป็นเงาของตัวเองในฤดูกาลนี้ เป็นครั้งแรกที่คนที่ดูเหมือนอยู่ในจุดสูงสุดของพละกำลังและความสามารถทางฟุตบอลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เริ่มดูแก่ลง

ความแตกต่างในตัวเลขมีความชัดเจนและไม่น่าพอใจ

เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์สมัยที่ 20 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยยิงไป 34 ประตูจากการออกสตาร์ท 50 นัดในทุกรายการ ในฤดูกาลนี้ เขาออกสตาร์ท 16 นัด ทำได้เพียง 5 ประตู

ความสามารถของซาลาห์ในการทำงานสกปรกในการป้องกันก็ถูกตั้งคำถามเช่นกัน โดยมาร์ก กูกูเรย่า ของ เชลซี แนะนำว่าพวกเขาเล็งเป้าไปที่ปีกขวาของ ลิเวอร์พูล ในเกมที่พวกเขาชนะ 2-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเดือนตุลาคม เพราะเขา “พร้อมที่จะโจมตีเสมอ”

ไม่ใช่ปัญหาเมื่อซาลาห์ทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถูกนำมาเน้นย้ำเมื่อพวกเขาแห้งเหือด

อย่างไรก็ตาม ซาลาห์รู้สึกว่าเขาถูกต้องที่จะชี้ให้เห็นว่าเขาแทบจะไม่ใช่ปัญหาเดียวของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้

เขามากกว่าใครๆ ที่คิดถึงเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลังจากย้ายไปเรอัล มาดริด ทั้งคู่สร้างความร่วมมือที่ยอดเยี่ยมในขณะที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์รายการใหญ่ รวมถึงพรีเมียร์ลีกสองสมัยและแชมเปี้ยนส์ลีก

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จ่ายบอลทะลุไลน์ให้ซาลาห์ 147 ครั้งเมื่อคว้าแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งมากที่สุดที่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งจ่ายให้เพื่อนร่วมทีมในพรีเมียร์ลีก

สตีเฟน วอร์น็อค อดีตกองหลัง ลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤษ กล่าวกับ BBC Sport ว่า “การจากไปของเทรนต์ส่งผลกระทบต่อซาลาห์ ความร่วมมือของพวกเขา หากไม่ได้สังเกตอย่างแม่นยำ ก็ถือว่ารับรู้ได้ พวกเขาเป็นบุคคลระดับโลก แต่ก็เป็นหุ้นส่วนด้วย”

“พวกเขาเติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง เทรนต์สามารถเข้าไปข้างใน ดึงคนเข้ามาหาเขา ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ซาลาห์มากขึ้น และเมื่อซาลาห์ขับเคลื่อนใส่ผู้คน เขามีความสามารถในการป้อนบอลให้เทรนต์เพราะทีมต่างๆ ถอยร่น”

ซาลาห์ยังสามารถชี้ไปที่คนอื่นๆ ในทีม ลิเวอร์พูล และสงสัยว่าทำไมคนอื่นๆ ถึงไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน

ฟอร์มที่ไม่ดีของอิบราฮิมา โกนาเต้ ไม่เกี่ยวข้องเนื่องจากเขาเป็นกองหลังตัวกลางและ ลิเวอร์พูล ขาดตัวสำรอง แต่ผลงานของโคดี้ กัคโป ทางปีกซ้ายนั้นผ่านมาอย่างรวดเร็วในฤดูกาลนี้ นักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์คาดเดาได้มากเกินไป

ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ เสนออะไรเล็กน้อยนับตั้งแต่ย้ายมาจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ ในขณะที่อเล็กซานเดอร์ อิซัค ซึ่งเป็นสถิติการซื้อตัวของอังกฤษด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ จาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้เพียงประตูเดียว

แต่ซาลาห์คือคนที่ถูกเสียสละ

ซาลาห์ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร แต่เป็นที่เข้าใจได้ว่าผู้เล่นระดับโลกและหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของ ลิเวอร์พูล จะรู้สึกว่าเขาถูกเลือกปฏิบัติ

ข้อโต้แย้งมีข้อดี การแสดงออกของมันไม่ได้ผล

การตัดสินใจของสล็อตในการตัดซาลาห์ออกส่งผลดีหรือไม่

หัวหน้าโค้ชของ ลิเวอร์พูล – ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม – จะต้องจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่จะสรุปอาชีพของซาลาห์ที่แอนฟิลด์ในที่สุด งานนี้ตกเป็นของสล็อต

ข้อเท็จจริงที่ว่ามันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่ซาลาห์ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ ผู้สื่อข่าวยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอล รวมถึงผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีก และรางวัลรองเท้าทองคำ ทำให้เกิดการโต้แย้งมากยิ่งขึ้น

ไม่มีผู้เล่นคนใดได้รับเครดิตไม่จำกัด – ลองนึกถึงสตีเวน เจอร์ราร์ด ที่เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผลักดันให้ไปที่ประตูแอนฟิลด์ในปี 2015

การไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่ทางเลือก การดร็อปซาลาห์เป็นการเลือกเชิงปฏิบัติเพื่อหยุด ลิเวอร์พูล ให้เปราะบางและมั่นคงในการป้องกันมากขึ้น แชมเปี้ยนส์เสียไป 24 ประตูจาก 15 เกมในลีกเทียบกับ 41 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

สล็อตยังใช้เงิน 450 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า ลิเวอร์พูล กำลังเข้าสู่ยุคใหม่

ในที่สาธารณะ สล็อตให้ความเคารพต่อซาลาห์ แต่ผู้เล่นมั่นใจว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาขาดสะบั้นแล้ว

สล็อตกล่าวหลังจากที่ซาลาห์ถูกดร็อปไปนั่งสำรองในเกมที่ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นครั้งแรกในเกมพรีเมียร์ลีกตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 ว่า “ไม่ว่าเขาจะเล่นได้ดีหรือไม่ดี ไม่ว่าเขาจะเล่นหรือไม่เล่น เขาจะเป็นมืออาชีพชั้นนำเสมอ และนั่นคือสิ่งที่เขาเป็นในช่วงสองวันที่ผ่านมา”

ควรสังเกตด้วยว่าซาลาห์นั่งสำรองเพียงสามเกมในหกวันก่อนที่จะหยุดให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่เอลแลนด์ โร้ด ซึ่งเป็นเรื่องยาก แต่มีการคำนวณไว้อย่างรอบคอบเสมอ

สล็อตยังต้องวางแผนสำหรับระยะสั้นและระยะยาว โดยที่ซาลาห์จะเดินทางไป Afcon หลังจากเกมกับไบรท์ตัน

ชาวดัตช์ต้องจัดการกับความเป็นจริงไม่ใช่ความรู้สึก เขาต้องการผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว และตัวเลขของซาลาห์ก็ไม่อ่านดี

ขาของซาลาห์ไม่ได้วิ่งด้วยความเร็วเหมือนเดิม ความสำเร็จในการเลี้ยงบอลของเขาลดลงเหลือ 23% ในฤดูกาลนี้ เทียบกับ 56% ในฤดูกาลแรกของเขา เขายังสามารถผ่านผู้เล่นไปได้หรือไม่?

สล็อตให้ความสำคัญกับการชนะการดวล และอัตราของซาลาห์ลดลงเหลือ 28% จาก 38.7% ในฤดูกาลแรกของเขา

การตัดซาลาห์ออกไปในระดับหนึ่งได้ผล โดยที่ ลิเวอร์พูล ชนะสองครั้งและเสมอสองครั้งในการไม่มีเขา รวมถึงชัยชนะที่สำคัญในแชมเปี้ยนส์ลีกเหนืออินเตอร์ มิลาน ที่ซาน ซิโร่

การเลือกของสล็อตที่เวสต์แฮมเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงชีวิตที่ไม่มีซาลาห์ เนื่องจากความแข็งแกร่งรอบด้านของโดมินิค โซบอสซ์ไล ถูกนำไปใช้ในบทบาทปีกขวาของเขา โดยมีเวิร์ตซ์หลุดไปอยู่ด้านหลังกองหน้าเพื่อดึงสาย

จากนั้นเขาใช้กองกลางรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนในมิลาน โดยมีเวอร์ตซ์อยู่บนม้านั่งสำรอง และอิซัคและฮูโก้ เอคิติเก้ เป็นกองหน้าคู่

ซึ่งหมายความว่าสล็อตสามารถชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครเลยนับตั้งแต่ดร็อปซาลาห์

อย่างไรก็ตาม ข้อโต้แย้งจะดำเนินต่อไป

บทสรุปเกี่ยวกับ ซาลาห์คิดถูกหรือไม่ที่รู้สึกว่า ‘ถูกทอดทิ้ง’?

ถึงแม้ว่าการตัดสินใจดร็อปซาลาห์อาจมีผลในระยะสั้น แต่ผลกระทบระยะยาวต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นและสโมสรยังคงไม่แน่นอน การสื่อสารที่เปิดเผยและการจัดการที่มีความละเอียดอ่อนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลิเวอร์พูลในการนำทางสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนนี้และรักษาความสามัคคีในทีม

ที่มา – Is Salah right to feel ‘thrown under the bus’?