วัน: 15 ธันวาคม 2025

เบนินพิสูจน์ตนเองใน AFCON หลังช้ำบอลโลก

เบนินมุ่งมั่นที่จะสร้างความประทับใจในการแข่งขัน Africa Cup of Nations (Afcon) 2025 ที่โมร็อกโก โดยทีมกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการปรากฏตัวครั้งที่ห้าในการแข่งขันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีป

The Cheetahs เปิดตัวรอบชิงชนะเลิศในปี 2004 แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากทีมพลาดโอกาสในการเข้าร่วมการแข่งขันทั้งในปี 2021 และ 2023

หลังจากเกือบจะเข้าถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก Fifa เป็นครั้งแรก ผู้ช่วยโค้ชและหัวหน้าแมวมอง Tunde Adelakun หวังว่าจะดึงแรงบันดาลใจจากผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาใน Afcon ในปี 2019 เมื่อเบนินเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ

“ผมต้องการให้ทีมของผมเล่นฟุตบอลที่ดี และให้สโมรู้ว่ามันคุ้มค่าที่จะปล่อย [ผู้เล่น] ในช่วงเวลาที่ยากลำบากของฤดูกาล” Adelakun กล่าวกับ BBC Sport Africa

“ผมอยากจะชนะการแข่งขัน การเดินทางจะยากลำบาก [แต่] สิ่งที่ผมมีในตอนนี้คือรอบชิงชนะเลิศ Afcon เจ็ดรอบที่จะต้องนำทาง”

Gernot Rohr หัวหน้าโค้ชได้แต่งตั้งทีมที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้เล่นที่สร้างความประทับใจระหว่างการคัดเลือกสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 โดยมี Steve Mounie กัปตันทีมเป็นผู้นำ

แคมเปญดังกล่าวทำให้เบนินเข้าใกล้การคว้าตำแหน่งในการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อย่างน่าเสียดาย แต่ต้องเจอเรื่องน่าเศร้าในช่วงท้ายเกมกับไนจีเรีย ซึ่งสุดท้ายก็แพ้ให้กับแอฟริกาใต้ที่ได้แชมป์กลุ่ม

ตอนนี้ทีมจากแอฟริกาตะวันตกมาถึงโมร็อกโก ซึ่งพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับเซเนกัล ดีอาร์ คองโก และบอตสวานา ในกลุ่ม D โดยกระตือรือร้นที่จะเปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นการออกนอกบ้าน Afcon ที่น่าจดจำ

“การพลาด [ในการ] รอบคัดเลือกสำหรับฟุตบอลโลกเป็นยาขมที่เราพบว่ามันยากที่จะกลืนกิน” Adelakun กล่าว

“เราทิ้งมันไว้ข้างหลังแล้ว ไม่มีความเสียใจ [และ] เราภูมิใจในสิ่งที่เราทำ ได้เวลาขึ้นเวทีแอฟริกาและพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าเราทำมาจากอะไร”

กลุ่มที่เต็มไปด้วย ‘คุณภาพ’

เบนินมีสถานที่ที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ Afcon ในฐานะทีมแรกที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของการแข่งขันโดยไม่บันทึกชัยชนะใดๆ เลย

ในการแข่งขันปี 2019 The Cheetahs เสมอทั้งสามนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ทำได้เพียงพอที่จะผ่านเข้ารอบในฐานะหนึ่งในสี่ทีมอันดับสามที่ดีที่สุด

ทีมจากแอฟริกาตะวันตกสร้างความประหลาดใจให้กับโมร็อกโกในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยเสมอกัน 1–1 หลังต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่จะคว้าชัยชนะในการดวลจุดโทษ 4–1 ที่น่าจดจำ

จากนั้นการวิ่งของเบนินก็สิ้นสุดลงในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งพวกเขาพ่ายแพ้ต่อเซเนกัล รองแชมป์ในที่สุด 1-0

Adelakun ไม่มีภาพลวงตาเกี่ยวกับภารกิจในครั้งนี้ในแอฟริกาเหนือ

“เรารู้ว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับอะไร” เขากล่าว

“เราเล่นกับเซเนกัลเมื่อประมาณหนึ่งปีครึ่งที่แล้วในเกมกระชับมิตร และเราก็ทำได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เด็กๆ เหล่านี้ฮึกเหิม พวกเขารู้ว่านี่คือการแสดงของพวกเขา”

เบนินจะเริ่มแคมเปญในวันอังคารที่ 23 ธันวาคมกับ DR Congo ซึ่งเป็นทีมที่เอาชนะทีมยักษ์ใหญ่อย่างแคเมอรูนและไนจีเรียในการเพลย์ออฟระดับทวีปสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกปีหน้าในอเมริกาเหนือ

“พวกเขา (DR Congo) มีสายเลือดที่ยิ่งใหญ่” Adelakun ยอมรับ

“นี่คือทีมที่มีคุณภาพในทุกแผนกของสนาม”

“เราได้ทำงานของเราแล้ว เรารู้ว่าพวกเขาสามารถทำอะไรได้ และเรา [กำลัง] เตรียมพร้อมสำหรับพวกเขา”

ดีเอ็นเอไนจีเรีย

ผู้เล่นเชื้อสายไนจีเรีย รวมถึง Junior Olaitan และ Tosin Aiyegun ได้เติบโตขึ้นมาเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในทีมชาติเบนิน โดยมีบทบาทสำคัญในความก้าวหน้าล่าสุดของทีม

Adelakun ซึ่งเป็นชาวไนจีเรียและอดีตสมาชิกทีมงานเบื้องหลังของ Rohr ในช่วงที่ Franco-German คุมทีม Super Eagles อธิบายว่าผู้เล่นเหล่านี้ “มีการแข่งขัน” และมีความ “ปรารถนา” ที่จะชนะ

“ผู้เล่นเหล่านี้มี DNA ของไนจีเรีย” Adelakun เปิดเผย

“พวกเขากำลังเล่นอยู่ในทีมที่มีสิ่งที่จำเป็นในการออกไปข้างนอกและสร้างความประทับใจ”

ในขณะที่ยอมรับว่าเป็น “สิทธิพิเศษ” ที่ยอดเยี่ยมที่มีผู้เล่นเชื้อสายไนจีเรียในทีม Adelakun รีบเน้นย้ำถึงความคล้ายคลึงกันอย่างมากระหว่างผู้เล่นเหล่านั้นกับเพื่อนร่วมทีมเบนิน โดยเน้นย้ำถึงความคิด ความมุ่งมั่น และความสามัคคีที่เหมือนกันภายในทีม

“เราตัดคุณสมบัติทางกายภาพเดียวกัน, DNA ทางกายภาพ [และ] ความคิดเดียวกัน” Adelakun อธิบาย

“เป็นการผสมผสานที่ดีระหว่างแกนหลักของเบนินดั้งเดิมและ [ผู้เล่นที่มี] ต้นกำเนิดจากไนจีเรีย”

“นั่นคือสิ่งที่นำพาฟุตบอลเบนินออกมา”

ทำไมเบนินถึงต้องพิสูจน์ตนเองใน AFCON

การพลาดโอกาสไปเล่นฟุตบอลโลกเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ แต่ทีมเบนินก็พร้อมที่จะลืมเรื่องนั้นและมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานที่น่าจดจำใน AFCON 2025 ด้วยผู้เล่นมากพรสวรรค์และจิตใจที่แข็งแกร่ง พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายและแสดงให้โลกเห็นถึงศักยภาพของฟุตบอลเบนิน

เบนินพิสูจน์ตนเองใน AFCON ครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำของทวีปได้ และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลของประเทศ

เบนินพิสูจน์ตนเองใน AFCON ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความสามารถ และความสามัคคีของทีมชาติเบนิน

เบนินพิสูจน์ตนเองใน AFCON คือเป้าหมายที่ชัดเจน และพวกเขาก็พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

ที่มา – Benin have point to prove at Afcon after World Cup pain

สดุดีวีรบุรุษ ยกหนี้ ธ.ก.ส. กรณีพิเศษ

รัฐบาลแสดงความเสียใจและสดุดีวีรบุรุษทหารกล้าที่สละชีวิตปกป้องอธิปไตยจากเหตุความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมทั้งอนุมัติ ยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตของวีรบุรุษผู้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาเอกราช และอธิปไตยของชาติ รัฐบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของทหารกล้า และขอสดุดีวีรกรรมอันหาญกล้าของทุกท่าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวของวีรบุรุษอย่างเต็มที่ ตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นทหาร หรือ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงให้ความช่วยเหลือแก่บิดา มารดา หรือ คู่สมรส ที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ของวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิต

สดุดีวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิต -ยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ

มาตรการช่วยเหลือที่สำคัญคือ การยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ โดยให้ธนาคารยกหนี้ในส่วนของต้นเงินกู้ทุกสัญญา และยกหนี้ในส่วนของดอกเบี้ยค้างรับและดอกเบี้ยปรับทั้งหมด ภายใต้สัญญาที่ใช้แหล่งเงินทุน ธ.ก.ส.

รายละเอียดการ ยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ

  • ยกหนี้ต้นเงินกู้ทั้งหมด
  • ยกหนี้ดอกเบี้ยค้างรับทั้งหมด
  • ยกหนี้ดอกเบี้ยปรับทั้งหมด
  • ครอบคลุมสัญญาที่ใช้แหล่งเงินทุน ธ.ก.ส.

รัฐบาลยืนยันว่าจะยืนหยัดเคียงข้างเหล่านักรบ ทหารกล้าของไทย และพี่น้องประชาชนคนไทย เพื่อก้าวผ่านวิกฤติการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาไปด้วยกัน รัฐบาลจะเร่งดำเนินการทุกมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทั่วถึง

การดำเนินการยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการดูแลและเยียวยาครอบครัวของวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ เป็นการแสดงความขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชน

ยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการได้อย่างแท้จริงและทันท่วงที

การเสียสละของวีรบุรุษทุกท่านเป็นสิ่งที่มิอาจประเมินค่าได้ และรัฐบาลจะจดจำคุณงามความดีของทุกท่านตลอดไป การช่วยเหลือครอบครัวของวีรบุรุษเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งของรัฐบาล และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัวเหล่านี้จะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

ที่มา – สดุดีวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิต -ยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ

สาวแก้บนกุมารเจ้าสัวเฮง จุดประทัดเจอเลขเด็ด!

สาวหอบสิ่งของมาแก้บน กุมารเจ้าสัวเฮง ที่อาศรมฤาษีเณร จุดประทัดเจอ “เลขเด็ด” เตรียมนำไปเสี่ยงโชคงวด 16/12/68

วันที่ 15 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่อาศรมฤาษีเณร ถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ต. โพแตง อ. บางไทร จ. พระนครศรีอยุธยา ในช่วงใกล้วันหวยออก มีชาวบ้านที่ศรัทธา ทยอยเดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรม

ไม่ว่าจะเป็น การขอพรปู่ฤาษีพรหมเมศองค์ใหญ่ ท้าวเวสสุวรรณ 9 หน้า สูง 16 เมตร องค์ปู่เกล็ดแก้วนาคราช กุมารทองเจ้าสัวเฮง เจ้าเงาะในถ้ำจินดามณี หลายคนที่ประสบความสำเร็จตามที่ขอ ก็จะนำสิ่งของกลับแก้บนตามที่ได้บอกไว้ สิ่งของต่าง ๆ ที่ประชาชนนำมาแก้บน ทางอาศรมจะนำไปบริจาคต่อยังโรงเรียน โรงพยาบาล และคนยากไร้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งนอกจากการขอพรแล้ว หลายคนยังได้ร่วมพิธีถวายข้าวสาร ยกพ่อแก่ เสกกระเป๋าสตางค์ ให้อาจารย์ฤาษีเณรลงนะพระลักษณ์หน้าทอง เจิมมือเปิดดวงเศรษฐี

น.ส.ปรารถนา อายุ 24 ปี ชาวสมุทรปราการ ซึ่งวันนี้นำน้ำแดงและประทัดมาจุดถวายแก้บนกุมารเจ้าสัวเฮง หลังจากครั้งที่แล้ว มาขอโชค กลับไปได้โชคประมาณ 20,000 บาท วันนี้เลยนำน้ำแดงและประทัดมาจุดถวายแก้บน พร้อมโชว์เลขหางประทัด 537 และ 20 ให้ดู พร้อมจะได้นำไปเสี่ยงโชคในงวดวันที่ 16 ธ.ค.นี้ด้วย

สาวแก้บนกุมารเจ้าสัวเฮง จุดประทัดเจอเลขเด็ด

เรื่องราวของความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน และการขอโชคลาภจาก กุมารเจ้าสัวเฮง ที่อาศรมฤาษีเณรก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้วันหวยออก ที่ผู้คนต่างแสวงหาเลขเด็ดเพื่อนำไปเสี่ยงโชค

เลขเด็ดจากประทัด: สาวแก้บนกุมารเจ้าสัวเฮง

จากกรณีของ น.ส.ปรารถนา ชาวสมุทรปราการ ที่ได้นำน้ำแดงและประทัดมาจุดถวายแก้บนกุมารทองเจ้าสัวเฮง หลังจากที่ได้รับโชคจากการขอพรในครั้งก่อน และในครั้งนี้ เธอก็ได้โชว์เลขหางประทัดที่ได้จากการจุดถวายแก้บน ซึ่งก็คือเลข 537 และ 20 เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวดวันที่ 16 ธันวาคมนี้

ปรากฏการณ์เช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อและความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และความหวังที่จะได้รับโชคลาภจากการเสี่ยงโชค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของสังคมไทย

อาศรมฤาษีเณร นอกจากจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ผู้คนนำสิ่งของมาแก้บนเมื่อประสบความสำเร็จตามที่ขอ ซึ่งสิ่งของเหล่านั้นก็จะถูกนำไปบริจาคให้กับโรงเรียน โรงพยาบาล และคนยากไร้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องส่วนบุคคล ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมและกำลังทรัพย์ของตนเองก่อนตัดสินใจ และไม่ควรยึดติดกับการเสี่ยงโชคเพียงอย่างเดียว ควรให้ความสำคัญกับการทำงานและการสร้างรายได้ที่มั่นคงด้วย

ไม่ว่าเลขเด็ดที่ได้มาจากการจุดประทัดแก้บน กุมารเจ้าสัวเฮง จะนำโชคมาให้หรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท และการทำความดีเพื่อสร้างบุญกุศลให้กับตนเอง

ที่มา – สาวแก้บนกุมารเจ้าสัวเฮง จุดประทัดเจอเลขเด็ด เสี่ยงโชคงวด 16/12/68

กลุ่มเฉลิมชัย ซบกล้าธรรมพรุ่งนี้! ยศสิงห์มาด้วย

“ก๊วนเฉลิมชัย” เตรียมเปิดตัวเข้าร่วมพรรคกล้าธรรม (กธ.) อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ พร้อมด้วยนายยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในขณะที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง ขอเว้นวรรคทางการเมืองและส่งบุตรชายลงสมัครแทน

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตา โดยพรรคกล้าธรรมเตรียมเปิดตัวอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) จากกลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย ซึ่งนำโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในปี 2569 ที่จะมาถึงนี้

รายชื่อผู้ที่จะเข้าร่วมพรรคกล้าธรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย:

  • นายประมวล พงศ์ถาวราเดช อดีต สส.ประจวบคีรีขันธ์
  • นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ อดีต สส.ประจวบคีรีขันธ์
  • นายชาตรี หล้าพรหม อดีต สส.สกลนคร
  • นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อดีต สส.อุบลราชธานี
  • น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต สส.พัทลุง
  • ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ อดีต สส.นครศรีธรรมราช
  • พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ อดีต สส.สงขลา
  • นายยูนัยดี วาบา อดีต สส.ปัตตานี
  • นายฐิตินัย ตั้งบูรพากิจ สจ. ประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยตนเอง

ในส่วนของนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.สงขลา เขต 5 จะไม่ลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่จะส่งนายวงศ์วชิระ ขาวทอง บุตรชาย ลงสมัครแทน นอกจากนี้ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ภรรยาของนายเดชอิศม์ อดีต สส.สงขลา เขต 6 ก็จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเช่นกัน โดยจะส่งผู้สมัครคนอื่นลงแทน ส่วนนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง บุตรชายอีกคนของนายเดชอิศม์ ยังคงสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีต สส.ฉะเชิงเทรา พลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายสันต์ แซ่ตั้ง อดีต สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แกนนำกลุ่มชลบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะเปิดตัวเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมในวันที่ 16 ธันวาคม พร้อมกับ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะมาร่วมงานด้วย

เหตุผลสำคัญในการเข้าร่วมพรรคกล้าธรรมของนายชัยวัฒน์คือเรื่องของพื้นที่เขตในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและไม่ทับซ้อนกับนายอิทธิ ศิริลัทธยากร

กลุ่มเฉลิมชัย กับก้าวต่อไปทางการเมือง

การเปิดตัวใหญ่ของผู้สมัคร สส. ทั่วประเทศของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในวันที่ 2 ธันวาคม และเลื่อนมาเป็นวันที่ 22 ธันวาคม ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวพร้อมกันภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครและมีการจับเบอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้การย้ายเข้ากลุ่มเฉลิมชัยครั้งนี้ เป็นที่น่าจับตามอง

ทำไมการเข้าร่วมพรรคกล้าธรรมของกลุ่มเฉลิมชัยจึงน่าสนใจ?

การตัดสินใจของ กลุ่มเฉลิมชัย ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมืองที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกตั้งที่จะมาถึง การที่อดีต สส. และ สจ. ที่มีประสบการณ์มารวมตัวกัน จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรคกล้าธรรม และเพิ่มโอกาสในการได้รับเลือกตั้งมากขึ้น นอกจากนี้ การที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง เว้นวรรคและส่งบุตรชายลงสมัครแทน ก็เป็นการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

การตัดสินใจของ กลุ่มเฉลิมชัย ในการเข้าร่วมพรรคกล้าธรรม สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและนำเสนอนโยบายใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน การเลือกตั้งครั้งหน้าจึงเป็นโอกาสสำคัญที่พรรคกล้าธรรมจะได้พิสูจน์ตัวเอง และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารประเทศ

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศไทยในอนาคต การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้ผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ที่มา – กลุ่มเฉลิมชัย เข้าซบกล้าธรรมพรุ่งนี้ “ยศสิงห์” มาด้วย ส่วน “เดชอิศม์” ขอเว้นวรรค

DSI ยึด **ไม้เถื่อน** 300 ล้านจากโกดังจีน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และจังหวัดหนองคาย ทำการตรวจยึดไม้เถื่อนลักลอบตัดจากเขตอุทยานแห่งชาติภายในโกดังของนายทุนชาวจีน พบไม้ประดู่ ไม้สัก และชิงชัน จำนวนมากที่เตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 น. นายไพทูรย์ มหาชื่นใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม, นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, และนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการตรวจยึดไม้เถื่อนจากเขตอุทยานแห่งชาติในโกดังของนายทุนชาวจีนในจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท

ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า การตรวจยึดไม้เถื่อนในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบตัดไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติในภาคเหนือ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สั่งการให้กองกิจการอำนวยความยุติธรรมทำการสืบสวนในคดีเลขสืบสวนที่ 114/2568 โดยเจ้าหน้าที่กองกิจการอำนวยความยุติธรรมได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พบว่ามีรถบรรทุกสิบล้อขนส่งไม้เถื่อนผิดกฎหมายที่ลักลอบตัดจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ ลำปาง และจังหวัดอื่นๆ ทางภาคเหนือ ส่งไปยังโกดังของ 2 บริษัท ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ซึ่งทั้งสองบริษัทตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน

เมื่อรถบรรทุกขนส่งไม้ดังกล่าวมาถึง จะทำการแปรรูปไม้ทันที และออกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายไม้ เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยมีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เข้ามารับไม้ภายในโกดัง และนำส่งต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และไม้บางส่วนจะถูกขนส่งต่อไปยังโกดังในจังหวัดฉะเชิงเทรา

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำโดย นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 245 นำหมายค้นของศาลจังหวัดหนองคายเลขที่ ค193/2568 และเลขที่ ค 194/2568 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เข้าทำการตรวจค้นโกดังของทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว

จากการตรวจค้นบริษัทแรก พบ นางสาวกัญญาณัฐ และนายอาทิตย์ ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการภายในบริษัท ดำเนินกิจการรับซื้อแปรรูปไม้และส่งออกมาแล้วประมาณ 1 ปี และอยู่ระหว่างขออนุญาตโรงงานแปรรูปไม้ด้วยแรงคน ส่วนการตรวจค้นอีกบริษัท พบ นาย WU JIAXIN อายุ 21 ปี สัญชาติจีน, ชาวเวียดนาม 2 คน และชาวลาว 8 คน โดยมีนายอู้อู่เผิง เป็นเจ้าของโกดังและเป็นผู้ดำเนินงานภายในโกดังทั้งหมด โดยบริษัทแรกเป็นผู้จัดทำเอกสารและดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกให้

คณะพนักงานสืบสวนฯ ได้บูรณาการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ทำการสกัดจับรถยนต์บรรทุกหัวลากพร้อมตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นไม้ที่เคลื่อนย้ายออกจากโกดังของบริษัทฯ ดังกล่าวในคืนวันที่ 12 ธันวาคม 2568 จากการตรวจสอบพบไม้ประดู่แปรรูปจำนวนมาก จึงทำการควบคุมผู้ขับขี่กลับมาจังหวัดหนองคาย และจากการตรวจนับและจัดทำรายละเอียดบัญชีไม้ของกลาง พบว่ามีไม้จำนวนประมาณ 350 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท

DSI ยึด **ไม้เถื่อน** มูลค่า 300 ล้าน

ทำไมการยึด **ไม้เถื่อน** ครั้งนี้ถึงสำคัญ?

การตรวจยึดไม้เถื่อนครั้งใหญ่นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานภาครัฐในการปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และการค้าไม้ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ การดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิด จะช่วยปกป้องรักษาป่าไม้และสัตว์ป่าให้คงอยู่ต่อไป

การลักลอบตัดไม้ทำลายป่าไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของเราทุกคน การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มาจากแหล่งที่ยั่งยืน สามารถช่วยลดความต้องการไม้เถื่อนและส่งเสริมการจัดการป่าไม้ที่รับผิดชอบ

ที่มา – ตรวจยึดไม้เถื่อน จากโกดังชาวจีน มูลค่า 300 ล้าน เตรียมส่งออกต่างประเทศ

เพื่อไทยแนะ ปกป้องอธิปไตยไทย-ตอบโต้กัมพูชา

“จุลพันธ์”แจงจุดยืน5ข้อเพื่อไทยสถานการณ์ไทย-กัมพูชา แนะปกป้องอธิปไตย-ตอบโต้อย่างมีสติ สร้างความชอบธรรมในเวทีโลก ภายใต้ยุทธศาสตร์ “โลกล้อมกัมพูชา”

วันที่ 15 ธ.ค.2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและคนไทยคนหนึ่ง ผมติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง รู้สึกเจ็บปวดและเศร้าใจทุกครั้งที่ทราบข่าวความสูญเสีย มีทหารและพลเรือนเสียชีวิตแล้วเกือบ 20 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น มีประชาชนอพยพมากกว่า 2.6 แสนคน ในศูนย์พักพิง 996 แห่งทั่วทั้ง 8 จังหวัด โรงพยาบาลต้องปิดบริการ 12 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมประจำตำบล ต้องปิด 218 แห่ง

ในนามของพรรคเพื่อไทย ผมขอย้ำอีกครั้งว่า เราคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อป้องกันประเทศ อธิปไตย และสังคมของเรา และขอย้ำถึงจุดยืนของพรรค 5 ข้อ ว่า

1. ปกป้องอธิปไตยไทย การวางกับระเบิดใหม่ที่ชายแดนเป็นการละเมิดสนธิสัญญาออตตาวา ทำลายหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่สิ่งที่มิตรประเทศควรทำต่อกัน เราต้องปกป้องอธิปไตยและเอกราชของชาติไทย

2. ตอบโต้อย่างได้สัดส่วน  แม้เราจะปกป้องอธิปไตยอย่างมั่นคง แต่เราต้องตอบโต้อย่างมีสติ มีเหตุมีผล ได้สัดส่วนที่เหมาะสม ยึดหลักการสากล การตอบโต้ที่ชาญฉลาดนั้น สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและแสนยานุภาพของเรา แต่เราจะไม่ประมาทในการคุ้มครองประชาชนและผลประโยชน์ของชาติ

3. โลกล้อมกัมพูชา  ยึดกรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เร่งสื่อสารกับนานาชาติอย่างโปร่งใส น่าเชื่อถือ เน้นให้เห็นถึงข้อเท็จจริง เพื่อให้เข้าใจถึงความจำเป็นในการปกป้องตนเองและการตอบโต้ สร้างความชอบธรรมเพื่อเป็นเกราะกำบังประเทศไทยในเวทีโลกในระยะยาว ภายใต้ยุทธศาสตร์ “โลกล้อมกัมพูชา”

4. ชีวิตคนไทยต้องมาก่อน  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชนคนไทย ทั้งคนในพื้นที่ชายแดนและคนไทยที่ไปทำมาหากินในกัมพูชา รัฐบาลต้องดูแลทุกด้าน ทั้งการอพยพ ที่พักชั่วคราว สาธารณูปโภค โรงพยาบาล โรงเรียน และการเยียวยารายได้ ต้องไม่ทิ้งผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบางไว้ในพื้นที่เสี่ยง เราตระหนักดีว่า ในทุกวันของความขัดแย้งและปะทะ ก็ยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ผมจึงได้มอบหมายให้นายสรวงศ์ เทียนทอง นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ และอดีต สส.ของพรรคเพื่อไทยอีกหลายคน ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนแล้ว หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อช่องทางโซเชียลมีเดียของพรรคเพื่อไทยได้

และ 5. ขอขอบคุณทหารไทยทุกนาย ที่เสียสละปกป้องแผ่นดิน พิทักษ์อธิปไตยและความมั่นคงของชาติ คือกำแพงที่แข็งแกร่งของประเทศ เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

ตนและพรรคเพื่อไทย ขอส่งกำลังใจให้ทหารไทยทุกหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เพื่อไทย แนะปกป้องอธิปไตยไทย-ตอบโต้กัมพูชาอย่างมีสติ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด พรรคเพื่อไทยได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องอธิปไตยไทย-ตอบโต้กัมพูชาอย่างมีสติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชน การตอบโต้อย่างได้สัดส่วนและการสร้างความชอบธรรมในเวทีโลกถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้

ทำไมต้อง ปกป้องอธิปไตยไทย-ตอบโต้กัมพูชา อย่างมีสติ?

การปกป้องอธิปไตยไทย-ตอบโต้กัมพูชาอย่างมีสติ ไม่ได้หมายถึงการเพิกเฉยต่อการกระทำที่ละเมิดอธิปไตยของไทย แต่เป็นการดำเนินการด้วยความรอบคอบและมีเหตุผล โดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การตอบโต้อย่างรุนแรงอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อทั้งสองฝ่าย การดำเนินการทางการทูตและการเจรจาจึงเป็นทางออกที่ควรให้ความสำคัญ

พรรคเพื่อไทยย้ำว่าการปกป้องอธิปไตยไทย-ตอบโต้กัมพูชาต้องมาพร้อมกับการดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการอพยพ การจัดหาที่พักพิงชั่วคราว และการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน การสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชนเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

  • การดำเนินการทางการทูตและการเจรจา
  • การบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ
  • การสร้างความร่วมมือกับนานาชาติ
  • การดูแลและช่วยเหลือประชาชน

การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การสร้างความเข้าใจและความสามัคคีในชาติเป็นสิ่งสำคัญในการเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อเรามีความเข้มแข็งและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เราจะสามารถปกป้องอธิปไตยไทย-ตอบโต้กัมพูชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – เพื่อไทย แนะปกป้องอธิปไตยไทย-ตอบโต้กัมพูชาอย่างมีสติ

สว.สำรองทวงถาม! คดีฮั้ว สว. เร่ง กกต.สอบ

สว.สำรอง ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. หวังประธาน กกต.คนใหม่เร่งสะสางให้ความเป็นธรรม จี้ประเมินผลงาน “แสวง” หลังไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เพื่อสอบถามความคืบหน้าการสอบสวนคดี ฮั้ว สว. นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนเองและ สว.สำรองมีความกังวลใจเกี่ยวกับความสุจริตในการทำงานของ กกต. ชุดปัจจุบัน และขอแสดงความยินดีกับประธาน กกต. คนใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งคาดหวังว่าจะทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม

นายอัครวัฒน์กล่าวต่อว่า ผ่านมา 1 ปี 5 เดือนแล้ว เหตุใดคดี ฮั้ว สว. ยังไม่มีผลเป็นที่ประจักษ์เลย และสิ่งที่ประชาชนติดตามอยู่จะเห็นผลเมื่อไหร่ ทั้งนี้ อยากให้มีการประเมินการทำงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าสมควรดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ ซึ่งตนเองเห็นว่าตลอดระยะเวลาในการทำหน้าที่ของนายแสวง ไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ถึงเวลาแล้วที่ประธาน กกต. คนใหม่จะต้องพิจารณาและเลือกเลขาธิการ กกต. คนใหม่ที่มีความสามารถและเป็นที่ยอมรับ

เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด การดำเนินการที่ล่าช้าและความไม่ชัดเจนในการสอบสวนคดี ฮั้ว สว. ยิ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสและความยุติธรรมในการทำงานของ กกต. การที่ สว.สำรองออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลใจและความต้องการที่จะให้มีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

การเข้ามาดำรงตำแหน่งของประธาน กกต. คนใหม่ ถือเป็นความหวังของหลายฝ่ายที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในองค์กร กกต. การเร่งสะสางคดีที่ค้างคาอยู่ การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความโปร่งใส และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ล้วนเป็นสิ่งที่ประธาน กกต. คนใหม่จะต้องให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างเร่งด่วน

ความคาดหวังที่มีต่อประธาน กกต. คนใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งให้กับประชาชน และการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม

การเรียกร้องให้ประเมินผลงานของเลขาธิการ กกต. ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ การมีเลขาธิการ กกต. ที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย จะช่วยให้การดำเนินงานของ กกต. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งเลขาธิการ กกต. อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น

โดยสรุปแล้ว การยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดี ฮั้ว สว. ของ สว.สำรอง เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลใจและความต้องการที่จะให้มีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน กกต. การเข้ามาดำรงตำแหน่งของประธาน กกต. คนใหม่ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กร กกต.

สว.สำรองทวงถาม! คดีฮั้ว สว. เร่ง กกต.สอบ

ทำไมคดีฮั้ว สว. ถึงต้องเร่งสะสาง?

คดี ฮั้ว สว. เป็นประเด็นที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา การปล่อยให้คดียืดเยื้อโดยไม่มีความคืบหน้า จะยิ่งบ่อนทำลายความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อองค์กรอิสระอย่าง กกต. การเร่งสะสางคดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อแสดงให้เห็นว่า กกต. ให้ความสำคัญกับการรักษาความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ คดี ฮั้ว สว. ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อน การดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจึงต้องเป็นไปอย่างละเอียดรอบคอบและเป็นธรรม การเร่งรัดคดีโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง อาจส่งผลเสียต่อรูปคดีและนำไปสู่การตัดสินที่ไม่ยุติธรรมได้ ดังนั้น การดำเนินการทุกขั้นตอนจึงต้องเป็นไปตามหลักการของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

การที่ สว.สำรองออกมาเรียกร้องให้มีการเร่งสะสางคดี ฮั้ว สว. แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความกังวลใจเกี่ยวกับภาพลักษณ์และบทบาทของวุฒิสภา การที่ สว. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ขาดความน่าเชื่อถือ ย่อมส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ดังนั้น การเร่งสะสางคดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาเกียรติภูมิของวุฒิสภา

คดี ฮั้ว สว. เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับ กกต. ชุดใหม่ ว่าจะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรได้หรือไม่ การดำเนินการที่โปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ กกต. ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง ในทางตรงกันข้าม หาก กกต. ยังคงปล่อยให้คดียืดเยื้อต่อไป ก็จะยิ่งทำให้ประชาชนหมดศรัทธาและตั้งคำถามถึงความสามารถในการทำหน้าที่ของ กกต.

ที่มา – สว.สำรอง ยื่นหนังสือทวงถาม คืบหน้าคดีฮั้ว สว. หวัง ประธาน กกต.คนใหม่เร่งสะสางให้ความเป็นธรรม

บ้านใหญ่มาตามนัด! สุชาติ-วราวุธ ซบ ภท. สู้ศึกเลือกตั้ง 69

“ภูมิใจไทย” คึกคัก บ้านใหญ่มาตามนัด กลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” มาครบ สมัครสมาชิกพรรค จับตา อดีต สส. เพื่อไทย-ปชป. จ่อร่วมทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 2569

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยในช่วงเช้าวันนี้ เป็นไปอย่างคึกคัก ถือเป็นวันแรกที่พรรคภูมิใจไทย เปิดรับสมัครสมาชิกพรรคที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เพื่อให้ทันกรอบระยะเวลา 30 วันที่ผู้สมัครต้องสังกัดพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา อดีต สส. และกลุ่มการเมืองต่างทยอยเดินทางเข้าสมัครสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มใหญ่ที่น่าจับตา เช่น “กลุ่ม 16” นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนายสุชาติ ยืนยันว่า อดีต สส.ในกลุ่มจะเดินทางมาสมัครครบทั้ง 16 คนในวันนี้

ขณะเดียวกัน นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้นำ สส. ในสังกัดเข้าร่วมสมัครกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในปี 2569 เช่นกัน

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้เดินทางเข้ามาที่พรรคภูมิใจไทย โดยเอกนัฏจะเข้ามารับผิดชอบพื้นที่เขตเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ นางสาวศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนไฮไลต์อยู่ที่ช่วงเที่ยงวันนี้ เวลา 12:30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จะสลัดเสื้อสีชมพู มาสวมเสื้อสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สส. อีก 12 คน เข้าสังกัดพรรคอย่างเป็นทางการ

ส่วนในช่วงบ่ายวันนี้ พรรคภูมิใจไทยจะมีการประชุมพรรค ซึ่งถือเป็นการคิกออฟ สู่สนามการเลือกตั้งอย่างเต็มตัว โดยมีวาระสำคัญคือการเตรียมความพร้อมและคัดเลือกผู้สมัครที่จะลงรับเลือกตั้ง ซึ่งพรรคตั้งเป้าหมายจะต้องส่งผู้สมัครให้ครบ 500 คน แบ่งเป็น สส.เขต 400 คน และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ยังมีอดีต สส.กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน ที่พรรคเดิมไม่ได้ส่งลงสมัครต่อ มาติดต่อขอเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยด้วย

นอกจากนี้ นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพันลภ อดีต สส.อุบลราชธานี และนางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร อดีต สส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จะเดินทางมาแสดงเจตจำนงเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทยแล้ว ยังมีอดีต สส.พรรคเพื่อไทยอีกหลายคน จ่อตามมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยด้วย

บ้านใหญ่มาตามนัด กลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” เข้าสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย สู้ศึกเลือกตั้ง 69

การย้ายพรรคครั้งใหญ่ของกลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า และเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ ว่าการแข่งขันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้จะดุเดือดอย่างแน่นอน การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถดึงดูดนักการเมืองมากประสบการณ์และมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งเช่นกลุ่มนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าสนใจของพรรคในการเป็นทางเลือกทางการเมือง

ทำไมการย้ายพรรคของกลุ่มนี้ถึงสำคัญต่อการเลือกตั้ง 69

การที่กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น, นายวราวุธ ศิลปอาชา, และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง 69 นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย ด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • เสริมสร้างความแข็งแกร่งของพรรคภูมิใจไทย: การได้นักการเมืองมากประสบการณ์และมีฐานเสียงที่มั่นคงเข้ามา จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของพรรคในการเลือกตั้ง
  • เปลี่ยนแปลงขั้วการเมือง: การย้ายพรรคของกลุ่มนี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในขั้วทางการเมือง และอาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมในรูปแบบใหม่
  • สร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง: กลุ่มของนายสุชาติ, นายวราวุธ, และนายเอกนัฏ ต่างก็มีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในพื้นที่ของตนเอง การเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับเลือกตั้ง

บ้านใหญ่มาตามนัด การย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยของกลุ่มใหญ่ จะส่งผลต่อการแข่งขันในการเลือกตั้ง 69 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป

จับตาดูให้ดี! การเลือกตั้งครั้งหน้าสนุกแน่นอน มาร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่านเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

ที่มา – บ้านใหญ่มาตามนัด กลุ่ม “สุชาติ-วราวุธ-เอกนัฏ” เข้าสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย สู้ศึกเลือกตั้ง 69

แทงดับหน้าโรงเหล้าพระราม 2 เหตุพระเก๊

เหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นเมื่อหนุ่มวัย 43 ปี ใช้มีดแทงการ์ดร้านบาร์โฮสถึง 9 แผล เสียชีวิตบริเวณลานจอดรถหน้าโรงเหล้าชื่อดัง ย่านถนนพระราม 2 ชนวนเหตุของการทะเลาะวิวาทครั้งนี้นำไปสู่การฆาตกรรม เกิดจากความขัดแย้งเรื่องพระเก๊ โดยมีการโต้เถียงกันเกี่ยวกับเหรียญหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง

เมื่อเวลา 04.30 น. ของวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ร.ต.ท.รัฐธิปก แก่นพิทักษ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ท่าข้าม ได้รับแจ้งเหตุชายถูกทำร้ายเสียชีวิต บริเวณโรงเหล้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นสถานบันเทิงชื่อดัง ย่านพระราม 2 บริเวณลานจอดรถด้านหน้า พบศพนายกิตติธัช เพิ่มวรัญญู หรือทัด อายุ 36 ปี การ์ดของร้านบาร์โฮส สภาพศพมีบาดแผลถูกแทงและฟันรวม 9 แผล ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนพก และปลอกกระสุนปืน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายกิตติธัช เพิ่มวรัญญู ผู้ตาย และนายวิทยาธร พันสาย อายุ 30 ปี เด็กเสิร์ฟ ได้มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับนายปวัล สโณวรรณ์ อายุ 43 ปี อาชีพขับรถโม่ปูน ซึ่งชื่นชอบการเล่นพระเครื่อง และพวก รวม 3 คน โดยสาเหตุมาจากเรื่อง แทงดับหน้าโรงเหล้าพระราม 2 เพราะถกเถียงกันเรื่องพระเก๊ โดยนายปวัลกล่าวหานายวิทยาธรว่าสวมเหรียญหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง (ย่านบางขุนเทียน) ของปลอม ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ร้านอาหารตามสั่ง บริเวณลานจอดรถหน้าโรงเหล้า

ต่อมา นายกิตติธัชได้ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ลานจอดรถของโรงเหล้า และพบกับนายปวัล ขณะกำลังจะขับรถกระบะกลับที่พัก ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันอีกครั้ง และมีเสียงดังคล้ายอาวุธปืนดังขึ้น 2-3 นัด ส่งผลให้นายกิตติธัชเสียชีวิต ส่วนนายปวัลได้ขับรถกระบะหลบหนีไป

พนักงานสอบสวนได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่ รพ.ศิริราช

หลังจากนั้น นายปวัล สโณวรรณ์ ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่สน.ท่าข้าม พร้อมอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง อ้างว่าผู้ตายได้ใช้อาวุธปืนยิงตนก่อน ตนจึงใช้อาวุธมีดแทงและฟันเพื่อป้องกันตัว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาใช้อาวุธมีดทำร้ายผู้อื่นเสียชีวิต และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แทงดับหน้าโรงเหล้าพระราม 2

สาเหตุของการ แทงดับหน้าโรงเหล้าพระราม 2

  • ทะเลาะวิวาทเรื่องพระเก๊
  • ผู้ตายเป็นคนแทงก่อน
  • ป้องกันตัว

เหตุการณ์ แทงดับหน้าโรงเหล้าพระราม 2 ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราควบคุมอารมณ์ และหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา การถกเถียงเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลไม่ควรนำไปสู่การสูญเสียชีวิต

ที่มา – แทงดับหน้าโรงเหล้าชื่อดัง พระราม 2 ชนวนเหตุเริ่มจากทะเลาะวิวาทกันเรื่องพระเก๊