วัน: 15 ธันวาคม 2025

ศรีสุวรรณร้อง กกต. สอบ “ธนาธร-ปิยบุตร” ครอบงำพรรคส้ม

“ศรีสุวรรณ” ยื่นร้อง กกต. สอบ “ธนาธร-ปิยบุตร-พิธา-ชัยธวัช” ชี้อยู่เบื้องหลังคอยครอบงำพรรคส้ม หลังร่วมกิจกรรม “ปิกนิก พรรคประชาชน”

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน ได้เข้าร่วมกิจกรรม “ปิกนิก พรรคประชาชนพบประชาชน ขอโทษจากใจ ขอไปต่อด้วยกัน” โดยนายศรีสุวรรณเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการควบคุม ครอบงำพรรคส้ม หรือชี้นำพรรคประชาชน

นายศรีสุวรรณให้เหตุผลว่า บุคคลทั้ง 4 เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และถูกห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ตามลำดับ ดังนั้น การที่บุคคลเหล่านี้กลับมามีบทบาทในพรรคประชาชนจึงอาจขัดต่อข้อบังคับพรรคประชาชน พ.ศ. 2567 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560

ศรีสุวรรณ จรรยา ร้อง กกต. สอบแก๊ง “ธนาธร-ปิยบุตร” ครอบงำพรรคส้ม หลังร่วม “ปิกนิก พรรคประชาชน”

นายศรีสุวรรณกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่บุคคลทั้ง 4 กลับมาร่วมกิจกรรมและแสดงความคิดเห็นในเวทีของพรรคประชาชน แสดงให้เห็นว่าบุคคลเหล่านี้ยังคงให้การสนับสนุนและช่วยเหลือพรรคประชาชนอยู่เบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 และการสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการควบคุม ครอบงำพรรคส้ม หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม

การกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อมาตรา 29 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ซึ่งกำหนดข้อห้ามไว้ และมีบทลงโทษตามมาตรา 108 คือ จำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ พรรคประชาชนเองก็อาจมีความผิดฐานปล่อยให้บุคคลซึ่งมิใช่สมาชิกพรรคเข้ามาควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรค ซึ่งอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ตามมาตรา 92(3)

หาก กกต. ไม่รับพิจารณา?

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า หาก กกต. ไม่รับพิจารณาคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ตนก็อาจจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องร้อง กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมืองต่อ ป.ป.ช. ฐานทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนจริยธรรมต่อไป

ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายพรรคการเมือง และอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของพรรคประชาชน รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – “ศรีสุวรรณ จรรยา” ร้อง กกต. สอบแก๊ง “ธนาธร-ปิยบุตร” ครอบงำพรรคส้ม หลังร่วม “ปิกนิก พรรคประชาชน”

ตม.เข้ม! กัมพูชา-ต่างชาติ ฟรีวีซ่าเข้าไทย

สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ส่งผลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ที่มาจากกัมพูชาและชาติอื่นๆ ที่ได้รับสิทธิ์ฟรีวีซ่า เนื่องจากมีความกังวลว่าอาจมีกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแฝงตัวเข้ามาในประเทศ

ตม.เข้ม กัมพูชา-ต่างชาติ ฟรีวีซ่าเข้าไทย เพื่อป้องกันการแทรกซึมของกลุ่มบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคง หลังจากมีกระแสข่าวว่าอาจมีนักรบรับจ้างพยายามใช้ช่องทางดังกล่าวเข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทย

ตม.เข้ม กัมพูชา-ต่างชาติ ฟรีวีซ่าเข้าไทย

พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ สตม. มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น

มาตรการคุมเข้ม ตม. ตรวจสอบ กัมพูชา-ต่างชาติ ฟรีวีซ่าเข้าไทย

มาตรการที่สำคัญคือการตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ของผู้เดินทางอย่างละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มนักรบรับจ้างจากยุโรปตะวันออกและเอเชียตอนบน รวมถึงชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้าไทยด้วยสิทธิฟรีวีซ่า เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงนี้ดูผิดปกติวิสัย

หากพบว่ามีบุคคลใดมีพฤติการณ์ที่น่าสงสัย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง จะถูกปฏิเสธการเข้าเมืองทันที นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานข่าวความมั่นคงเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด

ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา มีการปฏิเสธการเข้าเมืองไปแล้ว 185 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ตม. อย่างไรก็ตาม ทาง สตม. ยืนยันว่าจะพยายามดำเนินการโดยไม่กระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้าประเทศไทยโดยสุจริต

ผลกระทบและความท้าทาย

มาตรการคุมเข้มดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการตรวจคนเข้าเมือง โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น แต่ทางเจ้าหน้าที่ ตม. ได้พยายามจัดกำลังพลเต็มอัตราเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางให้มากที่สุด คาดว่าระยะเวลาในการรอคิวจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของคนไทย

ข้อแนะนำสำหรับผู้เดินทาง

  • ตรวจสอบเอกสารการเดินทางให้พร้อม
  • เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการเดินทางให้ชัดเจน
  • ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ
  • เผื่อเวลาในการเดินทางมากขึ้น

สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนส่งผลให้ ตม. ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น แม้มาตรการดังกล่าวอาจสร้างความไม่สะดวกบ้าง แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ

การดำเนินการของ ตม. เป็นไปตามสถานการณ์และความจำเป็น เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ที่มา – ตม.เข้ม กัมพูชา-ต่างชาติ ฟรีวีซ่าเข้าไทย หวั่นเป็นทหารรับจ้าง ปฏิเสธเข้าเมืองแล้ว 185 ราย

ด่วน! พล.ต.ต.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง จบชีวิตตัวเอง

ข่าวเศร้า! พล.ต.ต.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี ได้ก่อเหตุจบชีวิตตัวเองภายในรถยนต์ สร้างความตกใจและเสียใจให้กับผู้ที่ทราบข่าว โดยท่านเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี ได้เพียง 2 เดือนกว่าเท่านั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต

เมื่อเวลา 08.32 น. ของวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ร.ต.ท.ธนกฤต แว่นแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้ทำร้ายตัวเองที่บ้านพักในพื้นที่ หมู่ 14 ตำบลวัดไทร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งประสานแพทย์เวรจากโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเจ้าพ่อกวนอู-กู้ภัยนครสวรรค์ ให้เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบ พบร่างของ พล.ต.ต.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง อายุ 59 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี (ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี) อยู่ภายในรถเก๋งทะเบียน ขก 2541 นครสวรรค์ โดยใช้ปืนพกประจำกายยิงตัวเองเสียชีวิต บริเวณเบาะด้านข้างคนขับที่จอดอยู่ภายในบ้านพัก เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการสอบสวนพยานแวดล้อมและบุคคลใกล้ชิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

พล.ต.ต.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา การจากไปอย่างกะทันหันของท่าน สร้างความเสียใจให้กับเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างยิ่ง

พล.ต.ต.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง จบชีวิตตัวเอง

เหตุการณ์นี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการตำรวจ และเป็นเรื่องที่น่าสลดใจอย่างยิ่ง การสูญเสียบุคคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์เช่นท่าน เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย

ประวัติโดยย่อของ พล.ต.ต.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง

แม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของ พล.ต.ต.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง จะยังไม่ถูกเผยแพร่อย่างละเอียด แต่จากตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความไว้วางใจที่ท่านได้รับในการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในจังหวัดอุทัยธานี

การจากไปของท่าน ไม่เพียงแต่เป็นการสูญเสียบุคคลากรสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการสูญเสียบุคคลที่เป็นที่รักและเคารพของเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย

ทางทีมงานขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติมิตรของ พล.ต.ต.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติ

ผลกระทบต่อวงการตำรวจ

การเสียชีวิตของ พล.ต.ต.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานีในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งดำเนินการสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งแทน เพื่อให้การปฏิบัติงานของตำรวจในพื้นที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

  • การสืบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิตของท่าน จะเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้ความช่วยเหลือและดูแลครอบครัวของท่านอย่างเต็มที่
  • เพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา จะร่วมกันรำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน

ข้อคิดจากเหตุการณ์

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตใจของตนเองและคนรอบข้าง ความเครียดและความกดดันในการทำงาน อาจนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพจิตได้ หากท่านหรือคนใกล้ชิดกำลังประสบปัญหา ขอให้กล้าที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ หรือพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ เพื่อหาทางออกร่วมกัน

ท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก ขอให้ทุกท่านผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – ด่วน พล.ต.ต.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี จบชีวิตตัวเองในรถยนต์

บวรศักดิ์หารือ กกต. ถามไทม์ไลน์เลือกตั้ง

“บวรศักดิ์” นำทีมหารือ กกต. ถามความชัดเจนไทม์ไลน์จัดเลือกตั้ง และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เผยเตรียมนำเรื่องการทำประชามติเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. พรุ่งนี้ พร้อมย้ำชัดหากสิ่งใดไม่สามารถดำเนินการต่อได้ รัฐบาลชุดนี้จะไม่ฝืนทำอย่างแน่นอน

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 09.43 น. ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และนางณัฐฏ์จารี อนันต์ศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เข้าหารือร่วมกับ กกต. นำโดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. การหารือในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีรักษาการ ภายหลังจากการมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการต่างๆ ที่ต้องใช้งบประมาณตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องขออนุญาตจาก กกต. นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

บวรศักดิ์หารือ กกต. ถามไทม์ไลน์เลือกตั้ง

นายบวรศักดิ์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนก่อนที่จะเริ่มการหารือว่า ประเด็นเรื่องวันเลือกตั้งที่ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันว่าอาจจะเป็นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น จำเป็นต้องสอบถามความชัดเจนจาก กกต. โดยตรง เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ในการกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอน ดังนั้น การหารือในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนจากผู้มีอำนาจโดยตรง นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดการทำประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงข้อกฎหมายและข้อจำกัดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส

คำถามประชามติ และอำนาจของ กกต.

เมื่อถูกถามถึงความแตกต่างระหว่างคำถามประชามติที่ ครม. เป็นผู้เสนอ กับคำถามที่รัฐสภาเสนอผ่าน ครม. นายบวรศักดิ์ ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดในทันที โดยกล่าวว่าเรื่องนี้จะมีการหารือกันในที่ประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้ สำหรับประเด็นเรื่องระยะเวลาที่เหลืออยู่ในการจัดการประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งนั้น นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องหารือกับ กกต. อย่างละเอียดอีกครั้ง แต่โดยส่วนตัวแล้ว เขาเห็นว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถดำเนินการได้ทัน

นอกจากประเด็นเรื่องการเลือกตั้งและการทำประชามติแล้ว นายบวรศักดิ์ ยังกล่าวถึงโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลได้เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ และคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจก็ได้มีการหารือกันในประเด็นนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่าการอนุมัติโครงการดังกล่าวอาจเป็นการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง นายบวรศักดิ์ จึงกล่าวว่าจำเป็นต้องสอบถามความเห็นจาก กกต. ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ หาก กกต. เห็นว่าไม่สามารถทำได้ รัฐบาลก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามและจะไม่ฝืนดำเนินการใดๆ ที่อาจขัดต่อกฎหมาย

การหารือระหว่างรัฐบาลเเละ กกต. ครั้งนี้เเสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการทำงานร่วมกับองค์กรอิสระอย่าง กกต. เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ การเปิดโอกาสให้ กกต. ได้เเสดงความคิดเห็นเเละให้คำเเนะนำ จะช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินงานได้อย่างรอบคอบเเละหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

  • โครงการคนละครึ่งเฟส 2: ยังคงต้องรอความชัดเจนจาก กกต.
  • วันเลือกตั้ง: กกต. จะเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน
  • ประชามติ: อยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดพร้อมกับการเลือกตั้ง

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการหารือร่วมกับ กกต. ในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเเละการทำประชามตินั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเเสดงความคิดเห็นเเละให้ข้อเสนอเเนะ จะช่วยให้การตัดสินใจต่างๆ เป็นไปอย่างรอบด้านเเละเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม

โดยสรุปเเล้ว การหารือระหว่างนายบวรศักดิ์เเละ กกต. ในครั้งนี้ เป็นการหารือที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างความชัดเจนเเละความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเเละการทำประชามติ รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของ กกต. เเละปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเเละยุติธรรม

การหารือนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตยอย่างเเท้จริง เเละพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้การเลือกตั้งดำเนินไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม เเละได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

ที่มา – “บวรศักดิ์” หารือ กกต. ถามความชัดเจนไทม์ไลน์จัดเลือกตั้ง เผยชงคำถามประชามติเข้า ครม. พรุ่งนี้

คิม จองอึน ต้อนรับทหารกลับจากยูเครน

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จัดพิธีต้อนรับทหารที่เดินทางกลับประเทศ หลังเสร็จสิ้นภารกิจร่วมรบในสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยยกย่องความกล้าหาญและมอบยศวีรชนแก่ผู้เสียชีวิต นี่เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซีย ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระดับโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 สื่อทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด ได้เข้าร่วมพิธีต้อนรับทหารหน่วยวิศวกรรมกองทัพประชาชนเกาหลีที่เดินทางกลับจากแคว้นคูร์สก์ของรัสเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

พิธีต้อนรับจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงเปียงยาง โดย คิม จองอึน ได้กล่าวสดุดีความกล้าหาญของกองพันวิศวกรรมที่ 528 ซึ่งปฏิบัติภารกิจเป็นเวลาประมาณ 120 วัน ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ภารกิจของพวกเขาครอบคลุมทั้งการรบและการเก็บกู้วัตถุระเบิดในบริเวณที่กองกำลังยูเครนเคยยึดครองไว้

ผู้นำเกาหลีเหนือเน้นย้ำว่า หน่วยทหารเหล่านี้สามารถแปรเปลี่ยนพื้นที่อันตรายให้กลับมาปลอดภัยได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่ากองทัพเกาหลีเหนือไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่อาวุธที่ทันสมัยเหมือนกับกองกำลังตะวันตก แต่ยังมีความเข้มแข็งด้านจิตใจและความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่ง

ในระหว่างพิธี คิม จองอึน ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียทหาร 9 นาย และประกาศมอบเครื่องอิสริยาภรณ์ “อิสระภาพและเอกราช” ให้แก่หน่วยทหารดังกล่าว เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและความเสียสละของพวกเขา ทหารที่เสียชีวิตจะได้รับการยกย่องให้เป็น “วีรชนแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี”

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ยืนยันว่า ทหารเกาหลีเหนือมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือกองทัพรัสเซียในการผลักดันกองกำลังยูเครนออกจากแคว้นคูร์สก์ รวมถึงการปฏิบัติภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดอย่างต่อเนื่อง รายงานระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือด้านการป้องกันระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือได้ส่งทหารประมาณ 14,000 นายไปสนับสนุนรัสเซีย โดยมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บประมาณ 3,000–4,000 นาย

คิม จองอึน ต้อนรับทหารกลับจากยูเครน

ความหมายทางการเมืองเบื้องหลังการต้อนรับทหารของคิม จองอึน

พิธีต้อนรับทหารที่กลับจากยูเครนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงความขอบคุณต่อความเสียสละของทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญอีกด้วย การที่คิม จองอึน เข้าร่วมพิธีด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่เกาหลีเหนือมีต่อความสัมพันธ์กับรัสเซีย และความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในสถานการณ์ความขัดแย้ง

  • การเสริมสร้างความสัมพันธ์กับรัสเซีย: ท่ามกลางการถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ เกาหลีเหนือพึ่งพารัสเซียในด้านเศรษฐกิจและการทหาร
  • การแสดงแสนยานุภาพทางการทหาร: การมีส่วนร่วมในสงครามยูเครนถือเป็นการทดสอบและแสดงศักยภาพของกองทัพเกาหลีเหนือ
  • การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหาร: การยกย่องวีรกรรมของทหารช่วยสร้างความภาคภูมิใจและความจงรักภักดีต่อประเทศ

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์โลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราต้องติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทยและภูมิภาคของเรา

ที่มา – “คิม จองอึน” สวมกอดต้อนรับทหารที่กลับจากการร่วมรบสงครามรัสเซีย-ยูเครน

โค้งสุดท้าย! เลขเด็ด 16/12/68 มาแรง

โค้งสุดท้าย! เลขเด็ด 16/12/68 จากหลวงปู่ศิลาและหลวงพ่อรวยมาแรงสุดๆ คอหวยแห่ซื้อเกลี้ยงแผง หวังรวยรับปีใหม่ เสี่ยงโชคงวด 16 ธันวาคม 2568 นี้!

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ตลาดภาษีซุง จังหวัดชัยนาท พบว่ามีนักเสี่ยงโชคออกมาหาซื้อสลากเลขที่ตนเองชื่นชอบกันอย่างคึกคัก เพราะถือเป็นโค้งสุดท้ายก่อนการออกรางวัลในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ ทุกคนต่างหวังที่จะได้รับโชคใหญ่เพื่อฉลองปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

นางวันดี ขาวสนิท หรือป้าเหมียว แม่ค้าขายสลาก เปิดเผยว่า เลขเด็ด 16/12/68 ที่มาแรงและเป็นที่ต้องการของนักเสี่ยงโชคในงวดนี้คือเลขที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ศิลา ซึ่งเศรษฐีนีได้ถวายรถ Mercedes-Benz Maybach 580 สีทอง ราคา 12 ล้านบาท เพื่อใช้ในงานกิจนิมนต์ ทำให้คอหวยต่างพากันหาซื้อเลขทะเบียนรถ 3544 รวมถึงเลข 517 ซึ่งเป็นเลขธูปในวันครบรอบ 4 ปีรูปปั้นหลวงปู่ศิลา

นอกจากนี้ อีกกระแสที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือเลข 96, 75, 19 ซึ่งเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก ที่เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2464 และมรณภาพเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 สิริอายุ 75 พรรษา ส่งผลให้เลขชุดนี้ถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงแผง หรือไม่ก็ถูกจองจนหมดแล้ว

ส่วนเลขดังจากโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ เลข 990, 40 ซึ่งเป็นเลขทะเบียนรถพระที่นั่งที่ในหลวงเสด็จพระราชทานถ้วยรางวัลแก่นักกีฬาเรือใบในการแข่งขันภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้าครั้งที่ 37 นอกจากนี้ยังมีเลขมงคลอื่นๆ เช่น 89, 09, 98, 59, 05, 70 รวมถึงเลขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 68, 68, 25, 26 และเลขที่เกี่ยวข้องกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย ได้แก่ 58, 59, 32, 23

สำหรับเลขอื่นๆ ที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ เลขทะเบียนรถป้ายแดงของศิลปินดังแบมแบม 119, 197, 11, 79, 97 เลขซีเกมส์ 47, 33, 547 เลขปฏิทินจีน 539, 653, 39, 65, 69 เลขแป๊ะตังกวย 13, 16, 18 และเลขที่ต้องระวังเบิ้ล 11, 44, 99

สรุปเลขเด็ด 16/12/68 ที่มาแรง

สรุปอีกครั้งสำหรับ เลขเด็ด 16/12/68 ที่นักเสี่ยงดวงให้ความสนใจเป็นพิเศษ:

  • เลขหลวงปู่ศิลา: 3544 (ทะเบียนรถ), 517 (เลขธูป)
  • เลขหลวงพ่อรวย: 96, 75, 19
  • เลขทะเบียนรถพระที่นั่ง: 990, 40
  • เลขมงคลต่างๆ: 89, 09, 98, 59, 05, 70
  • เลขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่: 68, 68, 25, 26
  • เลขนายกฯ อนุทิน: 58, 59, 32, 23
  • เลขอื่นๆ: 119, 197, 11, 79, 97, 47, 33, 547, 539, 653, 39, 65, 69, 13, 16, 18, 11, 44, 99

ทำไมเลขเด็ดงวดนี้ถึงได้รับความนิยม?

ความนิยมของ เลขเด็ด 16/12/68 ในงวดนี้มาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความศรัทธาในหลวงปู่ศิลาและหลวงพ่อรวย ซึ่งเป็นที่เคารพของคนจำนวนมาก รวมถึงกระแสเลขมงคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในช่วงนี้ นอกจากนี้ การที่เลขเหล่านี้มีการเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียก็มีส่วนทำให้เกิดกระแสความนิยมอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และเล่นอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการเงินและชีวิตประจำวัน

ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคงวดนี้!

ที่มา – โค้งสุดท้าย “เลขเด็ด” มาแรงงวด 16/12/68 เลขหลวงปู่ศิลา-หลวงพ่อรวย คอหวยเหมาเกลี้ยง

กัมพูชาย้ำ บินเข้าออกไทยได้ปกติ แม้ปิดด่านบก

กัมพูชาย้ำว่า เที่ยวบินระหว่างกัมพูชาและไทยยังคงให้บริการตามปกติ แม้รัฐบาลกัมพูชาจะสั่งระงับการเดินทางผ่านด่านพรมแดนทางบกทั้งหมด ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบอย่างต่อเนื่องตามแนวชายแดน

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 โฆษกสำนักเลขาธิการการบินพลเรือนแห่งรัฐกัมพูชาแถลงว่า เที่ยวบินเส้นทางพนมเปญ–เสียมราฐ–กรุงเทพฯ ยังดำเนินการตามปกติ และเปิดให้บริการแก่ผู้โดยสารทุกสัญชาติ โดยย้ำว่าคำสั่งระงับการเดินทางผ่านด่านพรมแดนทางบก เป็นการจำกัดเฉพาะด่านพรมแดนทางบกเท่านั้น ไม่กระทบต่อการเดินทางทางอากาศ

การชี้แจงมีขึ้นหลังจากกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ประกาศระงับการเดินทางผ่านด่านกัมพูชา-ไทย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติ ส่งผลให้เกิดความกังวล โดยเฉพาะในฝั่งรัฐบาลไทย

อย่างไรก็ตาม โฆษกฯ ยืนยันว่า กัมพูชาไม่มีเจตนาขัดขวางการเดินทางกลับประเทศของพลเมืองไทย และการเดินทางทางอากาศยังคงเปิดตามพันธกรณีระหว่างประเทศทุกประการ โดยอ้างคำแถลงของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ขอให้ประชาชนทั้งสองประเทศหลีกเลี่ยงพื้นที่ชายแดน เนื่องจากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคง พร้อมกล่าวอ้างว่ากองทัพไทยมีการใช้เครื่องบินรบโจมตีหลายพื้นที่

พร้อมกันนี้ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาจะคุ้มครองความปลอดภัยของชาวไทยที่พำนักอยู่ในประเทศ ขณะเดียวกันแนะนำให้แรงงานกัมพูชาในไทยชะลอการเดินทางกลับ จนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลาย.

กัมพูชาย้ำ ยังบินเข้า-ออกไทยได้ตามปกติ แม้ปิดด่านบก

จากสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียด ทำให้หลายคนกังวลเกี่ยวกับการเดินทางระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา แต่ล่าสุดมีข่าวดีคือ กัมพูชาย้ำว่าการเดินทางทางอากาศยังคงเป็นไปได้ตามปกติ แม้ว่าด่านพรมแดนทางบกจะถูกปิดชั่วคราวก็ตาม ข่าวนี้ช่วยคลายความกังวลให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางระหว่างสองประเทศได้มากทีเดียว

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กัมพูชาย้ำ ยังบินเข้า-ออกไทยได้ตามปกติ แม้ปิดด่านบก

โฆษกสำนักเลขาธิการการบินพลเรือนแห่งรัฐกัมพูชาได้ออกมาแถลงอย่างชัดเจนว่า เที่ยวบินระหว่างพนมเปญ เสียมราฐ และกรุงเทพฯ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติสำหรับผู้โดยสารทุกสัญชาติ นั่นหมายความว่า หากคุณวางแผนจะเดินทางไปกัมพูชา หรือจากกัมพูชามายังประเทศไทย คุณยังสามารถใช้บริการเที่ยวบินได้โดยไม่มีปัญหา

การระงับการเดินทางผ่านด่านพรมแดนทางบกนั้นมีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชายืนยันว่า พวกเขาไม่มีเจตนาที่จะขัดขวางการเดินทางกลับประเทศของพลเมืองไทย และพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางทางอากาศอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ขอให้ประชาชนของทั้งสองประเทศหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนในช่วงนี้ เพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคล และรัฐบาลกัมพูชายังให้คำมั่นว่าจะดูแลความปลอดภัยของชาวไทยที่อาศัยอยู่ในกัมพูชาอีกด้วย

สำหรับแรงงานชาวกัมพูชาที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย ทางรัฐบาลกัมพูชาแนะนำให้ชะลอการเดินทางกลับประเทศไปก่อน จนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลายลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ข่าวนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรทราบสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาในช่วงนี้ แม้ว่าการเดินทางทางบกอาจไม่สะดวก แต่การเดินทางทางอากาศยังคงเป็นทางเลือกที่เปิดกว้าง และได้รับการยืนยันจากรัฐบาลกัมพูชาแล้ว

ดังนั้น หากคุณมีแผนที่จะเดินทาง อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินและสถานการณ์ล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางเข้าออกประเทศไทยและกัมพูชาในช่วงนี้ อย่าลืมอัปเดตข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน และตรวจสอบรายละเอียดของเที่ยวบินก่อนเดินทางเสมอ เพื่อให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยนะคะ ข่าวที่ กัมพูชาย้ำ เรื่องการบินเข้าออกไทยได้ตามปกติ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เราวางแผนการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – กัมพูชาย้ำ ยังบินเข้า-ออกไทยได้ตามปกติ แม้ปิดด่านบก

ผลกระทบ AFCON ต่อทีมพรีเมียร์ลีกคืออะไร?

ผลกระทบ AFCON ต่อทีมพรีเมียร์ลีกคืออะไร?

การแข่งขัน AFCON (Africa Cup of Nations) หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติแอฟริกา เป็นทัวร์นาเมนต์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อหลายทีมในพรีเมียร์ลีก เนื่องจากหลายสโมสรต้องเสียผู้เล่นหลักที่ต้องเดินทางไปร่วมทีมชาติของตนในช่วงกลางฤดูกาล ทำให้เกิดปัญหาในการจัดทีมและรักษาผลงาน

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก AFCON

  • การขาดหายไปของผู้เล่นหลัก: หลายทีมต้องเสียผู้เล่นสำคัญในตำแหน่งต่างๆ ทำให้ความแข็งแกร่งของทีมลดลง
  • ปัญหาการจัดทีม: ผู้จัดการทีมต้องปรับเปลี่ยนแผนการเล่นและหาผู้เล่นทดแทน ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการเล่น
  • ผลกระทบต่อผลงาน: การขาดผู้เล่นหลักและปัญหาการจัดทีมอาจทำให้ทีมมีผลงานที่ไม่สม่ำเสมอ และพลาดโอกาสในการเก็บคะแนนสำคัญ
  • ความเหนื่อยล้าของผู้เล่น: ผู้เล่นที่กลับมาจาก AFCON อาจมีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากต้องเดินทางไกลและลงเล่นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมที่มีผู้เล่นแอฟริกันจำนวนมาก จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ทีมอย่าง ลิเวอร์พูล ที่มี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ เป็นกำลังหลัก หรือ อาร์เซนอล ที่มี โธมัส ปาร์เตย์ ก็ต้องวางแผนรับมือกับการขาดหายไปของผู้เล่นเหล่านี้

แต่ในอีกมุมหนึ่ง AFCON ก็ถือเป็นโอกาสสำหรับผู้เล่นสำรองที่จะได้แสดงศักยภาพ และพิสูจน์ตัวเองให้กับทีม การปรับตัวและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกสโมสรในช่วงเวลาดังกล่าว

การวางแผนระยะยาว การมีทีมงานสนับสนุนที่แข็งแกร่ง และการเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทีมในพรีเมียร์ลีกสามารถรับมือกับผลกระทบจาก AFCON ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่หลายทีมต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญจากทวีปแอฟริกาไปในช่วงกลางฤดูกาล ทำให้เห็นถึงความสำคัญของนักเตะจากทวีปแอฟริกาที่มีต่อทีมในพรีเมียร์ลีกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าการมีทีมที่แข็งแกร่งและมีตัวเลือกที่หลากหลายนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทีมชั้นนำ

ผลกระทบ AFCON ต่อทีมพรีเมียร์ลีกคืออะไร? การขาดหายไปของผู้เล่นหลัก ความเหนื่อยล้าของผู้เล่น และปัญหาในการจัดทีม เหล่านี้คือสิ่งที่ทีมต่างๆ ต้องเผชิญ

ผลกระทบ AFCON ต่อทีมพรีเมียร์ลีกคืออะไร? ยังคงเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

ผมมองว่าช่วงเวลาที่ผู้เล่นไปเล่น AFCON จะเป็นบททดสอบสำคัญของทีมต่างๆ ในพรีเมียร์ลีก ว่าทีมไหนจะสามารถปรับตัวและรักษาผลงานได้ดีที่สุด

ที่มา – How will Afcon impact Premier League teams?

โรเจอร์สสร้างอิทธิพลต่อแอสตันวิลลาอย่างไร

โรเจอร์สสร้างอิทธิพลต่อแอสตันวิลลาอย่างไร

ในการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นระหว่างเวสต์แฮมและแอสตันวิลลา นักวิเคราะห์จาก Match of the Day อย่าง Theo Walcott และ Joe Hart ได้ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ Morgan Rogers ที่มีต่อทีมแอสตันวิลลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมที่แอสตันวิลลากลับมาเอาชนะเวสต์แฮมไปได้อย่างสุดมันส์ด้วยสกอร์ 3-2 พวกเขาเน้นย้ำว่า Rogers เป็นผู้เล่นที่ “สุขุมและมั่นใจ” และเป็นคนที่ โรเจอร์สสร้างอิทธิพลต่อแอสตันวิลลาอย่างไร ในการกำหนดทิศทางของเกม

West Ham 2-3 Aston Villa: Match Highlights (สำหรับผู้ใช้งานในสหราชอาณาจักรเท่านั้น)

โรเจอร์สสร้างอิทธิพลต่อแอสตันวิลลาอย่างไร

Walcott และ Hart ต่างเห็นพ้องกันว่า Rogers ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้เล่นที่มีทักษะ แต่ยังเป็นผู้นำที่สามารถยกระดับฟอร์มการเล่นของเพื่อนร่วมทีมได้อีกด้วย ความสามารถในการควบคุมจังหวะเกม การตัดสินใจที่เฉียบคม และความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ ทำให้ Rogers กลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมแอสตันวิลลา

ทำไมโรเจอร์สถึงมีความสำคัญต่อแอสตันวิลลา?

หลายคนอาจสงสัยว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ Rogers มีความสำคัญต่อแอสตันวิลลามากขนาดนี้ นอกเหนือจากทักษะทางฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมแล้ว Rogers ยังมีคุณสมบัติความเป็นผู้นำที่โดดเด่น เขาสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมทีม และทำให้พวกเขามีความมั่นใจที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ นอกจากนี้ Rogers ยังเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในการปรับตัวสูง สามารถเล่นได้ในหลายตำแหน่ง และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อทีม

ความสำเร็จของแอสตันวิลลาในฤดูกาลนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการมีผู้เล่นอย่าง Rogers ที่สามารถสร้างความแตกต่างในเกมได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำประตู การสร้างโอกาส หรือการป้องกัน Rogers พร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีม และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้เล่นคนอื่นๆ

เมื่อพิจารณาถึงฟอร์มการเล่นของ Rogers และบทบาทสำคัญของเขาที่มีต่อทีมแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่ Walcott และ Hart จะยกย่องให้เขาเป็นผู้เล่นที่ โรเจอร์สสร้างอิทธิพลต่อแอสตันวิลลาอย่างไร อย่างแท้จริง แอสตันวิลลาโชคดีที่มีผู้เล่นอย่าง Rogers อยู่ในทีม และหวังว่าเขาจะสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมนี้ต่อไปได้

การมีผู้เล่นที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับทีมได้นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความสำเร็จในระยะยาว แอสตันวิลลาภายใต้การนำของ Rogers แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการก้าวไปข้างหน้า และสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้ในอนาคต

นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า หาก Rogers สามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมนี้ต่อไปได้ เขาอาจจะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก และเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติในอนาคต

ดังนั้น การที่ โรเจอร์สสร้างอิทธิพลต่อแอสตันวิลลาอย่างไร จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะเขาคือฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนทีมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ที่มา – How ‘influential’ Rogers sets the tone for Aston Villa