วัน: 27 ธันวาคม 2025

นโยบายพรรคพลังประชารัฐ ดูแลประชาชน ตรงเป้า!

ส่องนโยบายพรรคพลังประชารัฐ มุ่งเน้นการดูแลประชาชนตรงเป้า เสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ ปกป้องอธิปไตย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจ ลดภาระค่าครองชีพ ยัน เป็นต้นตำรับ “คนละครึ่ง”

วันที่ 27 ธันวาคม 2568 การเลือกตั้งครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลากพรรคการเมืองเดินหน้าเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงนโยบายที่จะให้หาเสียง เพื่อให้ประชาชนเลือกเข้ามาเป็นผู้แทนในสภาฯ

นโยบายพรรคพลังประชารัฐ ดูแลประชาชนตรงเป้า

ทางด้านพรรคพลังประชารัฐ ได้กำหนดนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน ครอบคลุมมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยยึดหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกฎหมาย ความมีวินัยทางการคลัง และการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ นโยบายที่ต้องใช้งบประมาณได้กำหนดวงเงิน แหล่งที่มา ความคุ้มค่า ประโยชน์ รวมถึงผลกระทบและความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้จริง โปร่งใส และตรวจสอบได้

ทั้งนี้ นโยบายของพรรคมุ่งเน้นการดูแลประชาชนอย่างตรงเป้า การเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจ และการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้และการบริหารงบประมาณของรัฐ เพื่อให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างยั่งยืนและไม่สร้างภาระทางการคลังเกินสมควร ภายใต้สโลแกน “มั่นคงทันยุค เศรษฐกิจทันเกม ชีวิตทันใจ” และ “พึ่งพาได้ ทำได้จริง ไม่ทิ้งกัน” ยืนยันว่าทุกนโยบายทำได้ไม่ขายฝัน

นโยบายความมั่นคง ปกป้องอธิปไตย ที่น่าจับตา

  • สร้างกำแพงเขตแดน ไทย-กัมพูชา
  • ไม่แก้รัฐธรรมนูญปราบโกง
  • เลิก MOU 43-44 พร้อมเจรจาฉบับใหม่ให้เป็นธรรม
  • ตัดเส้นเงิน สแกมเมอร์ อายัดทรัพย์สิน
  • ทหารเกณฑ์ก้าวหน้า
  • ส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
  • ไฟฟ้าประชารัฐชายแดน
  • การทูตทันกาล

นโยบายห่วงใยประชารัฐ ต้นตำรับ “คนละครึ่ง” ช่วยเหลือสังคม ค่าครองชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน

  • บัตรประชารัฐ 700 บาท/เดือน Extra-Plus (กลุ่มเปราะบาง)
  • สูงวัยประชารัฐ ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง อายุ 60 ขึ้นไป รับเงินช่วยเหลือ 2,000 / 3,000 / 4,000 / 5,000 บาทต่อเดือน
  • มารดาประชารัฐ (กลุ่มเปราะบาง)
    – ตั้งครรภ์ เดือนที่ 4–9 รับ 1,500 บาท/เดือน
    – เด็กแรกเกิดรับ 1,000 บาท/ เดือน ต่อเนื่องถึงอายุ 6 ขวบ
  • ยกระดับ อสม. เป็นนักบริบาล
  • นำ หมอ AI ถึงบ้าน

นโยบายเศรษฐกิจ (เงินผันประชารัฐ)

  • ทุนชุมชนประชารัฐ (S/M/L) วงเงิน 1/2/3 ล้านบาท/ปี ต่อเนื่อง 3 ปี
  • บำเหน็จเกษียณ กำนัน 15,000 บาท, ผู้ใหญ่บ้าน 13,000 บาท

ลดค่าครองชีพ

  • อุดหนุน ค่ารถไฟฟ้า ชั่วโมงเร่งด่วน จากชานเมืองสู่ใจกลางเมือง
  • ลดราคาก๊าซหุงต้ม 50 บาท/ถัง (คนไทย First) 
  • เพิ่มปริมาณและราคารับซื้อ ไฟฟ้า โซลาร์ ครัวเรือน

เพิ่มโอกาส SMEs

  • เพิ่มมูลค่า SMEs ในการทำธุรกิจ
  • กำกับธนาคารให้ SMEs เข้าถึงแหล่งทุน

พรรคพลังประชารัฐมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ หากพิจารณาจากนโยบายที่นำเสนอ จะเห็นได้ว่าพรรคให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มเปราะบางและการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเป็นสำคัญ นโยบายพรรคพลังประชารัฐ ดูแลประชาชนตรงเป้า หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคล

การตัดสินใจเลือกผู้แทนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเป็นไปได้และผลกระทบของนโยบายต่างๆ ที่แต่ละพรรคได้นำเสนอ เพื่อให้การตัดสินใจนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – นโยบายพรรคพลังประชารัฐ ดูแลประชาชนตรงเป้า-ป้องอธิปไตย ชูต้นตำรับ “คนละครึ่ง”

ดาวรุ่งนอก 5 ลีกดัง ที่น่าจับตา

การสร้างชื่อในลีกใหญ่ของยุโรปเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างชื่อเสียงในฐานะนักเตะดาวรุ่งที่มีอนาคต แต่ก็มีผู้เล่นที่น่าตื่นเต้นมากมายที่กำลังก้าวขึ้นมาจากลีกที่อาจจะไม่ได้รับความสนใจมากนักเช่นกัน

CIES Football Observatory กลุ่มวิจัย ได้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อรวบรวมรายชื่อ, externalของผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดที่เกิดในปี 2006 หรือหลังจากนั้น ซึ่งเล่นนอกลีกชั้นนำ 5 อันดับแรกของยุโรป (พรีเมียร์ลีก, บุนเดสลีกา, ลาลีกา, ลีกเอิง และ เซเรียอา) หนึ่งใน ดาวรุ่งนอก 5 ลีกดัง ที่น่าจับตามอง

ระเบียบวิธี, externalนี้ใช้ข้อมูลสำหรับการเล่นลูกกลางอากาศ การแย่งบอล การจ่ายบอล การเลี้ยงบอล (เลี้ยงบอลอย่างน้อยแปดเมตรเข้าหาประตูของคู่ต่อสู้) การสร้างโอกาส และการจบสกอร์

นี่คือ 10 อันดับแรกของผู้เล่นที่ได้รับการตัดสินจากเกณฑ์เหล่านั้น ซึ่งเป็นโอกาสที่อาจกลายเป็นชื่อที่คุ้นเคยมากขึ้นในปี 2026 และเป็น ดาวรุ่งนอก 5 ลีกดัง ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง:

ดาวรุ่งนอก 5 ลีกดัง ที่น่าจับตา

ทำความรู้จักกับ ดาวรุ่งนอก 5 ลีกดัง ที่น่าจับตามอง

Givairo Read – แบ็คขวา, เฟเยนูร์ด

นักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี วัย 19 ปี เป็นตัวหลักของเฟเยนูร์ดในลีกดัตช์ในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา เขามีความสามารถทางเทคนิคและร่างกายที่น่าประทับใจ และถูกมองว่าเป็นวิงแบ็คสมัยใหม่ที่น่าตื่นเต้นในแบบของ Jeremie Frimpong และ Jurrien Timber

Geovany Quenda – ปีกขวา, สปอร์ติง

Quenda อายุเพียง 18 ปี แต่ใกล้จะลงเล่นในลีกให้กับสปอร์ติงครบ 50 นัดแล้ว และศักยภาพของเขาก็เตะตาเชลซี ซึ่งตกลงที่จะเซ็นสัญญากับเขาในซัมเมอร์หน้า วัยรุ่นรายนี้เล่นได้สบายทั้งในตำแหน่งวิงแบ็คและปีก มีความโดดเด่นในด้านความเร็วและความสามารถในการเลี้ยงบอล

Caleb Yirenkyi – กองกลาง, เอฟซี นอร์ดเจลแลนด์

Yirenkyi อายุเพียง 19 ปี แต่ติดทีมชาติกานาไปแล้ว 9 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหวังของเขา กองกลางรายนี้ลงเล่นในลีกสูงสุดของเดนมาร์กไปแล้ว 17 นัดในฤดูกาลนี้ เขาเป็นที่รู้จักในด้านความสามารถรอบด้าน โดยเคยเล่นในตำแหน่งแบ็คขวาให้กับทีมชาติของเขา

Rodrigo Mora – กองกลาง/ปีก, เอฟซี ปอร์โต

กองกลางชาวโปรตุเกสวัย 18 ปีรายนี้สร้างความประทับใจในช่วงปีที่ผ่านมา เขาทำประตูและแอสซิสต์ได้ในการออกสตาร์ทครั้งแรกให้กับปอร์โต และในศึก Club World Cup เมื่อฤดูร้อนที่แล้ว เขากลายเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเมนต์เมื่อเขายิงประตูใส่ Al-Ahly

Kees Smit – กองกลาง, AZ อัลค์มาร์

กองกลางชาวดัตช์ Smit วัย 19 ปี ได้รับความสนใจจากเชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเรอัล มาดริด หลังจากที่เขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ในรายการ European Under-19 Championship ที่โรมาเนียในเดือนมิถุนายน

Pedro Henrique – กองหน้า, เอฟเค เซนิต

กองหน้าวัย 19 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ Pedrinho หรือ Pedro มีทักษะการควบคุมบอลที่ยอดเยี่ยมและความมั่นใจที่โดดเด่น ซึ่งทำให้ผู้สังเกตการณ์หลายคนแนะนำว่าเขาอาจเป็นซูเปอร์สตาร์ชาวบราซิลคนต่อไป

Rayan Vitor – กองหน้า, วาสโก ดา กามา

วัยรุ่นชาวบราซิลที่น่าตื่นเต้นอีกคน กองหน้าวัย 19 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ Rayan เพิ่งช่วยประเทศของเขาคว้าแชมป์ South American Under-20 Championship เขายังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี 2025 Campeonato Brasileiro และจบในตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุดในรายการ 2025 Copa do Brasil ด้วยจำนวน 5 ประตู

Jorge Salinas – กองหลัง, Racing Santander

Salinas กองหลังชาวสเปนวัย 18 ปี สามารถเล่นได้ทั้งในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คและแบ็คซ้าย ทะลุขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ Racing Santander ในเดือนธันวาคม 2024 เขาลงเล่นในลาลีกาไปแล้ว 13 นัดในฤดูกาลนี้

Joane Gadou – กองหลัง, RB Salzburg

Gadou อายุเพียง 18 ปี แต่ก็เป็นกองหลังตัวกลางที่น่าเกรงขามด้วยความสูง 6 ฟุต 5 นิ้ว วัยรุ่นที่เกิดในฝรั่งเศสรายนี้เติบโตมาจากระบบเยาวชนของ Paris St-Germain ก่อนที่จะเข้าร่วมทีม RB Salzburg ในเดือนกันยายน 2024 เขาลงเล่นอย่างสม่ำเสมอทั้งในลีกสูงสุดของออสเตรียและยูโรปาลีกในฤดูกาลนี้

Alvaro Montoro – กองกลาง, Botafogo

กองกลางวัย 18 ปีจากอาร์เจนตินาเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่สร้างความตื่นเต้นมากมายในอเมริกาใต้ Montoro สามารถเล่นได้ดีในพื้นที่แคบและมีทักษะการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม

ผู้เล่นดาวรุ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยม แม้จะไม่ได้อยู่ในลีกใหญ่ แต่พวกเขาก็มีโอกาสที่จะพัฒนาและก้าวขึ้นไปสู่ระดับโลกได้ในอนาคต การติดตาม ดาวรุ่งนอก 5 ลีกดัง เหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – The best wonderkids outside big five leagues

ถนนสายเอเชีย รถผ่านต่อเนื่อง ปีใหม่ 2569

การจราจรบนถนนสายเอเชีย รถผ่านต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ประชาชนจำนวนมากเดินทางมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 ทำให้การจราจรหนาแน่นในหลายช่วง

ถนนสายเอเชีย รถผ่านต่อเนื่อง คนมุ่งหน้าขึ้นเหนือช่วงวันหยุดปีใหม่ 2569

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น. มีรายงานสถานการณ์การจราจรบนถนนสายเอเชีย รถผ่านต่อเนื่องในเส้นทางขาขึ้น ช่วงจังหวัดนครสวรรค์ที่ตัดผ่านจังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่รอยต่ออำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผ่านเข้าเขตอำเภอเมืองและอำเภอไชโย มุ่งหน้าสู่อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี พบว่าปริมาณรถยนต์ยังคงหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร

ประชาชนจำนวนมากยังคงเดินทางอย่างต่อเนื่องเพื่อกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในจังหวัดทางภาคเหนือในช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ส่งผลให้ความเร็วเฉลี่ยของการเดินทางอยู่ที่ประมาณ 70-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีการชะลอตัวในบางจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาไชโย บริเวณกิโลเมตรที่ 59 – 60 ตำบลจรเข้ร้อง อำเภอไชโย

การจราจรที่หนาแน่นเช่นนี้คาดว่าจะเป็นต่อเนื่องไปตลอดช่วงวันหยุดยาว ดังนั้น ผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางในช่วงนี้ควรเตรียมตัวให้พร้อม วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และตรวจสอบสภาพการจราจรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด

สถานีตำรวจภูธรไชโยได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้าอำนวยความสะดวกและจัดการจราจรบริเวณทางเข้า-ออกปั๊มน้ำมัน ปตท. เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและลดผลกระทบจากการจราจรที่หนาแน่น

ในขณะเดียวกัน การจราจรที่มุ่งหน้าสู่อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ก็ยังคงมีปริมาณรถยนต์หนาแน่นอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าในช่วงเย็นไปจนถึงค่ำของวันนี้ (27 ธันวาคม 2568) จะมีปริมาณรถยนต์สัญจรผ่านจังหวัดอ่างทองโดยใช้ถนนสายเอเชีย รถผ่านต่อเนื่องเช่นเดียวกับช่วงเวลากลางวัน ดังนั้นผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวควรเพิ่มความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง

วางแผนก่อนเดินทางบนถนนสายเอเชียช่วงปีใหม่

  • ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถ
  • ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสมและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า
  • หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ
  • ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

การเดินทางในช่วงเทศกาลที่มีการจราจรหนาแน่นอาจทำให้เกิดความเครียดและเหนื่อยล้าได้ง่าย ดังนั้น ควรพักผ่อนเป็นระยะๆ และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

ถนนสายเอเชีย รถผ่านต่อเนื่องเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเทศกาลแห่งความสุขได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพและมีความสุขกับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างเต็มที่

ที่มา – ถนนสายเอเชีย รถผ่านต่อเนื่อง คนมุ่งหน้าขึ้นเหนือช่วงวันหยุดปีใหม่ 2569

สานฝันวีรบุรุษเนิน 350 สร้างบ้านใหม่ให้ครอบครัว

ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ และ ผบ.มทบ.25 ร่วมลงพื้นที่เพื่อเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัวของ “พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา” เพื่อสานฝันสุดท้ายและตอบแทนความเสียสละของ “วีรบุรุษเนิน 350” ผู้กล้าที่ได้อุทิศตนเพื่อชาติ

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 จิตอาสา และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 37 หมู่ 5 ตำบลห้วยติ๊กชู อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจครอบครัวของ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ผู้ซึ่งเสียสละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ บริเวณ “เนิน 350” การลงพื้นที่ครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อเตรียมความพร้อมในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัวของวีรบุรุษผู้กล้า

การสร้างบ้านหลังใหม่นี้ถือเป็นความตั้งใจที่จะตอบแทนความกล้าหาญและความเสียสละของพลทหาร ภานุพัฒน์ และครอบครัว เพื่อให้พวกเขามีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย

นางสาว พิชญ์สินี เสาร์สา มารดาของพลทหาร ภานุพัฒน์ และสมาชิกในครอบครัว ได้ร่วมกันเลือกแบบบ้านที่เหมาะสม และรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการก่อสร้าง รวมถึงระยะเวลาในการก่อสร้าง โดยเน้นย้ำถึงความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการใช้ประโยชน์สูงสุดจากพื้นที่ การสร้างบ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การมอบที่อยู่อาศัย แต่เป็นการส่งมอบความขอบคุณจากประชาชนชาวไทยทุกคนต่อความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของวีรบุรุษผู้กล้า

โครงการนี้เป็นความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ที่ต้องการร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคม และเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

สานฝันวีรบุรุษเนิน 350

การดำเนินการสร้างบ้านให้ครอบครัวของพลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความสามัคคี และน้ำใจของคนไทย ที่พร้อมจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

สานฝันวีรบุรุษเนิน 350: ความเสียสละที่ควรจดจำ

ความเสียสละของพลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักชาติ และการทำเพื่อส่วนรวม

โครงการสานฝันวีรบุรุษเนิน 350 เป็นมากกว่าการสร้างบ้าน เพราะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย และเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของคนในชุมชน

สานฝันวีรบุรุษเนิน 350 นี้แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีของคนในสังคม ที่พร้อมจะร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อตอบแทนคุณงามความดีของผู้ที่เสียสละเพื่อชาติ

การสร้างบ้านใหม่ให้ครอบครัวพลทหาร ภานุพัฒน์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างที่อยู่อาศัย แต่เป็นการเติมเต็มความหวังและอนาคตให้กับครอบครัวที่ต้องสูญเสียเสาหลักไปอย่างไม่มีวันกลับ นี่คือการแสดงความขอบคุณอย่างแท้จริงต่อวีรบุรุษผู้กล้า

ที่มา – สานฝันวีรบุรุษเนิน 350 ลงพื้นที่เตรียมสร้างบ้านใหม่ให้ครอบครัว “พลทหาร ภานุพัฒน์”

วิเคราะห์แผน: กวาร์ดิโอลาพาแมนซิตี้ลุ้นแชมป์อีกครั้ง

กลางฤดูกาล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอลอยู่สองแต้ม โดยทั้งสองทีมชนะ 12 จาก 17 เกมลีกที่ผ่านมา

หลังจากฤดูกาลที่แล้วที่น่าผิดหวัง เมื่อสโมสรที่คว้าแชมป์ 6 สมัยใน 7 ปี ทำได้เพียงอันดับสามในวันสุดท้ายของฤดูกาล และเริ่มต้นฤดูกาลปัจจุบันอย่างยากลำบาก ซึ่งพวกเขาแพ้ 2 ใน 3 เกมแรก ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็กลับมาอยู่ในฟอร์มที่แข็งแกร่งอีกครั้ง

มีความเชื่ออย่างแพร่หลายเกี่ยวกับลักษณะของทีมกวาร์ดิโอลา แต่ทุกตำแหน่งแชมป์ลีกที่ชาวสเปนได้รับนั้น ได้มาด้วยระบบที่ไม่เหมือนใคร

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เวอร์ชันปัจจุบันไม่เหมือนสิ่งที่เราเคยเห็นจากพวกเขามาก่อน แล้วกวาร์ดิโอลาปรับปรุงทีมของเขาในเชิงแทคติกได้อย่างไร?

11 ตัวจริงใหม่ของแมนซิตี้เป็นอย่างไร

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เป๊ปดูเหมือนจะตัดสินใจเลือกทีมที่ดูเหมือนจะเป็นแบบนี้:

การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเพียงอย่างเดียวที่เห็นได้ในทีมแมนซิตี้ชุดนี้คือเมื่อ Tijjani Reijnders เล่นแทนที่ Jeremy Doku โดยกองกลางชาวเนเธอร์แลนด์จะรับตำแหน่งตรงกลางของ Foden และชายชาวอังกฤษจะย้ายไปทางซ้าย

มาดูกันอย่างใกล้ชิดว่าผู้เล่น 12 คนเหล่านี้ได้รับมอบหมายให้ทำอะไรบ้าง

ทำไมกองกลางตัวรุกสองคนถึงเล่นเป็นฟูลแบ็กได้ผล

เมื่อกวาร์ดิโอลาปรับปรุงระบบของเขา การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นโดยพิจารณาจากผู้เล่นที่เขามีมากกว่าแนวคิดที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับระบบที่เขาต้องการเล่น

ซิตี้มีตัวเลือกมากมายในตำแหน่งฟูลแบ็กในปีนี้ – นาธาน อาเก้ เสนอโปรไฟล์เกมรับที่บริสุทธิ์ เหมือนที่เขาทำในฤดูกาลที่ซิตี้คว้าทริปเปิลแชมป์ ในขณะที่ รายาน ไอต์-นูริ และ ริโก้ ลูอิส ให้ความคล่องตัวในตำแหน่งและคุณภาพเกมรุกในพื้นที่แคบๆ

แต่กวาร์ดิโอลากลับใช้นิโก้ โอ’เรลลี และ มาเธอุส นูเนส ในบทบาทเหล่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสามารถของพวกเขาในการครอบคลุมระยะทางไกลด้วยความเร็วทั้งในเกมรุกและเกมรับ

รูปร่างทางกายภาพของพวกเขาช่วยให้พวกเขามีอำนาจเหนือกว่าในการดวลเกมรับ รวมถึงกลับมาป้องกันการโต้กลับด้วย

นอกจากนี้ยังช่วยให้พวกเขาสามารถดันขึ้นไปสูงในสนาม ทำหน้าที่เป็นกองหน้า โดยปกติในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจากสองรูปแบบ

ฟูลแบ็กทั้งสองสามารถเล่นได้กว้าง ซึ่งเปิดโอกาสให้ปีกของซิตี้ย้ายเข้าสู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในฤดูกาลนี้

เมื่อได้บอล พวกเขาสามารถเปิดบอลจากตำแหน่งเหล่านี้ด้วยเท้าที่ถนัดของพวกเขาได้ด้วย

อีกทางเลือกหนึ่ง เมื่อปีกอยู่ในตำแหน่งที่กว้างขึ้น ฟูลแบ็กทั้งสองมีความสามารถในการสอดแทรกปีก เข้าไปยังพื้นที่อันตรายตรงกลาง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอ’เรลลี แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกที่แข็งแกร่งในการทำประตูผ่านการวิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษในช่วงท้ายเกม ซึ่งยากต่อการติดตามสำหรับคู่ต่อสู้ เนื่องจากกองหลังที่รับผิดชอบโดยตรงต่อฟูลแบ็กของซิตี้ มักจะเป็นปีกของฝ่ายตรงข้าม

ประสบการณ์ของพวกเขาในฐานะกองกลางตัวรุกให้ความสะดวกสบายในระดับหนึ่งเมื่อเล่นในพื้นที่สุดท้ายของฝ่ายตรงข้ามด้วยวิธีนี้ ในขณะที่ความหลากหลายของโซลูชันที่พวกเขานำเสนอร่วมกับปีกสร้างความคาดเดาไม่ได้ในการเล่นของซิตี้ ทำให้คู่ต่อสู้เตรียมตัวสำหรับการโจมตีแต่ละครั้งได้ยากขึ้น

การอัดแน่นตรงกลางสนามด้วยปีกที่เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ

การใช้ปีกของกวาร์ดิโอลาในฤดูกาลนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่ง และได้ผลส่วนหนึ่งต้องขอบคุณฟูลแบ็กอเนกประสงค์

ในบางเกม กวาร์ดิโอลาได้มอบอำนาจให้ผู้เล่นอย่าง Doku, Rayan Cherki และ Foden เข้ายึดตำแหน่งตรงกลาง ใกล้กัน

ใบอนุญาตนี้ในการเดินเตร่และโต้ตอบซึ่งกันและกันอย่างอิสระมากขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากสิ่งที่เราเคยเห็นจากซิตี้ในอดีต และมีเหตุผลบางประการสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้

สิ่งแรกกลับมาที่กฎที่เรากำหนดไว้ในช่วงเริ่มต้นของบทความ กวาร์ดิโอลาวางผู้เล่นของเขาตามความแข็งแกร่งของพวกเขา

หลังจากที่บอร์นมัธแพ้ให้กับซิตี้ 3-1 อันโดนี อิราโอลา ผู้จัดการทีมเชอร์รี่กล่าวว่า: “แม้ว่าคุณจะรัดกุมและไม่อนุญาตให้พวกเขามีพื้นที่มากนัก Cherki และ Foden ก็สามารถเล่นแบบสัมผัสเดียวได้ การประสานงาน [ของพวกเขา] นั้นน่าทึ่งมาก”

ผู้เล่นทั้งสองที่กล่าวถึงยังทำประตูได้อย่างน่าประทับใจจากนอกกรอบเขตโทษในฤดูกาลนี้

เมื่อตระหนักถึงอันตรายที่ผู้เล่นเหล่านี้มีอยู่ กองหลังจะถูกดึงดูดไปยังกองหน้าของซิตี้ ซึ่งจะเปิดพื้นที่ในพื้นที่กว้าง ทำให้ นูเนส และ โอ’เรลลี รับบอลได้โดยไม่มีใครประกบ

ข้อดีอีกอย่างของการอัดแน่นตรงกลางสนามด้วยผู้เล่นจำนวนมากคือ ทำให้มั่นใจว่าซิตี้อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการเพรสซิ่งหรือชนะบอลที่สอง

เมื่อเสียบอล นอกเหนือจากการครอบครองบอล ผู้เล่นจำนวนมากในตำแหน่งตรงกลางป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้รุกคืบลงมาตรงกลาง สิ่งนี้ช่วยลดจำนวนการโต้กลับที่เป็นอันตรายที่กองหลังของซิตี้ต้องเผชิญ

เมื่อได้บอล มันยังได้ผลโดยการให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ใกล้เคียง เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในการส่งบอลให้ หลังจากบอลยาวไปถึงเขา ทำให้ซิตี้สามารถสร้างการโต้กลับของตัวเองได้

ภัยคุกคามจากการโต้กลับครั้งใหม่ของซิตี้ยากที่จะหยุด

โดยทั่วไปแล้ว ภายใต้การคุมทีมของกวาร์ดิโอลา ซิตี้ให้ความสำคัญกับการครองบอลและจังหวะการเล่นที่ช้าลงเพื่อรักษาการควบคุมและพลังงาน พร้อมทั้งลดจำนวนการเสียบอลและโอกาสที่เสียไป

แม้ว่านี่จะยังคงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในฤดูกาลนี้ เราได้เห็นซิตี้มุ่งเน้นไปที่การโจมตีในช่วงเปลี่ยนผ่านด้วยความเร็วที่มากขึ้น

กวาร์ดิโอลาได้ใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของผู้เล่นอย่าง ฮาแลนด์, Foden, Reijnders และ โอ’เรลลี โดยการโจมตีอย่างรวดเร็วในระยะทางไกล

ผลที่ตามมาคือ ซิตี้ทำประตูจากการโต้กลับเร็วมากกว่าฤดูกาล 23-24 และ 24-25 รวมกัน 27 ครั้ง การโต้กลับเร็วทั้งหมดของพวกเขามากกว่าทีมอื่นใดในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้เช่นกัน

นี่เป็นส่วนหนึ่งเนื่องจากทักษะของผู้เล่นของพวกเขา แต่น่าจะเป็นการตอบสนองต่อการเพิ่มขึ้นของการเพรสซิ่งแบบตัวต่อตัวอย่างเข้มข้น

โดยการเล่นบอลยาวและโดยตรง แรงกดดันของฝ่ายตรงข้ามสามารถถูกข้ามไปได้ และสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่เปิดขึ้นสูงในสนามได้

การเข้ามาของแฌร์กี้สู่ทีมได้นำมาซึ่งระดับการจ่ายบอลและความคิดสร้างสรรค์จากแนวลึกที่ช่วยให้ซิตี้เล่นข้ามแรงกดดันนี้สำหรับกองหน้าที่วิ่งเข้าข้างหลัง ซึ่งเป็นลักษณะที่พวกเขาพลาดไปหลังจากเควิน เดอ บรอยน์จากไป

‘มันยังไม่พอ เราต้องเล่นให้ดีกว่านี้’ – กวาร์ดิโอลา

ซิตี้ชนะ 7 จาก 8 เกมพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมา ดังนั้นดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงจะใช้งานได้ แต่กวาร์ดิโอลามีมาตรฐานที่ไม่ย่อท้อและเห็นศักยภาพในการปรับปรุง

แม้จะชนะเวสต์แฮม 3-0 เขาก็ยังไม่พอใจอย่างสมบูรณ์

“ถ้าผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งของพวกเขา เราสามารถสร้างสรรค์ได้มากกว่าและเสียประตูน้อยกว่า [แต่] เราไม่ได้ทำอย่างนั้น” เขากล่าว โดยบ่งบอกว่าเขาต้องการให้ผู้เล่นของเขายึดครองโซนที่เฉพาะเจาะจงในสนามในลักษณะที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่เราเคยเห็นจากซิตี้ในอดีต อย่างน้อยก็กับทีมอย่างเวสต์แฮม

อีกสิ่งหนึ่งที่บอกเกี่ยวกับความต้องการที่จะกลับมาแนะนำแนวคิดที่คุ้นเคยมากขึ้นอย่างช้าๆ มาจากการแถลงข่าวเดียวกัน ซึ่งเขาชื่นชมความเข้มข้นของซิตี้

“ฉันชอบ [ที่เราวิ่งมากแค่ไหน] ฤดูกาลที่แล้วเราไม่มีแบบนั้น แต่มันยังไม่พอ เราต้องเล่นให้ดีกว่านี้ [ดังนั้น] เราจะได้วิ่งน้อยลง”

โดยการโจมตีในลักษณะที่มีโครงสร้างมากขึ้น ซิตี้มีแนวโน้มที่จะเสียบอลน้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้มีการป้องกันที่เข้มข้นน้อยลงและเสียโอกาสน้อยลง

อะไรต่อไปสำหรับซิตี้ในฤดูกาลนี้?

รู้สึกเหมือนว่ากวาร์ดิโอลากำลังมองหาความสมดุล โดยต้องการให้ทีมของเขาเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้กลยุทธ์ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นของพวกเขา ในขณะที่มั่นใจว่าการควบคุมและโครงสร้างของฤดูกาลที่ผ่านมายังคงอยู่

ซิตี้ไม่ได้คว้าแชมป์ลีก 4 สมัยติดต่อกันภายใต้การคุมทีมของกวาร์ดิโอลาโดยไม่มีความใส่ใจในรายละเอียดนี้ ในขณะที่จำนวนโซลูชันที่เขาสามารถเลือกได้ในขณะนี้ ควบคู่ไปกับทีมที่น่าประทับใจของพวกเขา รวมกันเพื่อทำให้ซิตี้อยู่ในตำแหน่งที่น่าหวัง

สำหรับความดีที่พวกเขาเป็นมา มันน่ากลัวที่จะคิดว่านี่ไม่ใช่รูปแบบสุดท้ายของพวกเขา โดยมีกองกลางโรดรี้กลับมา และ อ็องตวน เซเมนโย กองหน้าของบอร์นมัธอาจจะเข้าร่วมทีมในเดือนมกราคมด้วย

ที่มา – How Guardiola made Man City title contenders again – tactical analysis

ถึงเส้นตายหยุดยิง 12.00 น. กันทรลักษ์ยังปะทะ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาล่าสุด: ถึงเส้นตายหยุดยิง 12.00 น. หลายพื้นที่เริ่มเงียบสงบ แต่ที่ กันทรลักษ์ ยังคงมีการปะทะเกิดขึ้น

ถึงเส้นตายหยุดยิง 12.00 น. หลายแนวชายแดนเริ่มเงียบสงบ กันทรลักษ์ ยังคงมีปะทะ

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ตรงข้ามบ้านโอคอม อำเภอสลักกาว จังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา เพื่อหารือเรื่องการยุติการสู้รบ ผลจากการประชุมคือการลงนามในข้อตกลงหยุดยิงอย่างมีเงื่อนไข

เงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงคือ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้หยุดยิงทันที โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. (เวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ข้อตกลงนี้ครอบคลุมอาวุธทุกชนิด รวมถึงการโจมตีพลเรือน เป้าหมายและโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือน ตลอดจนเป้าหมายทางทหารของแต่ละฝ่าย ทั้งสองฝ่ายต้องหลีกเลี่ยงการโจมตีที่ไม่ได้มาจากการยั่วยุ ให้ทหารประจำการอยู่ในที่ตั้งปัจจุบัน ห้ามเคลื่อนไหวหรือลาดตระเวนเข้าไปในฝั่งตรงข้าม และห้ามเพิ่มกำลังทหารตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการเพิ่มความตึงเครียด

สถานการณ์ล่าสุด: ถึงเส้นตายหยุดยิง 12.00 น.

ล่าสุด เมื่อเวลา 12.05 น. มีรายงานว่าในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ เสียงปืนได้เงียบลงแล้ว ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 11.55 น. ยังคงได้ยินเสียงปืนใหญ่ตอบโต้กันในพื้นที่ใกล้ปราสาทตาควายและเนิน 350 แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงปืนใหญ่ตอบโต้กันอีก อย่างไรก็ตาม บริเวณแนวชายแดนกันทรลักษ์ สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง แม้จะเลยเวลาถึงเส้นตายหยุดยิง 12.00 น. ไปแล้วก็ตาม

สถานการณ์ที่กันทรลักษ์ยังคงน่าเป็นห่วง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การปะทะที่เกิดขึ้นแม้จะมีการทำข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาและความจำเป็นในการเจรจาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดน

การที่หลายพื้นที่ชายแดนเริ่มเงียบสงบหลังเส้นตายหยุดยิง ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่การปะทะที่ยังคงมีอยู่ที่กันทรลักษ์เน้นย้ำถึงความท้าทายในการบังคับใช้ข้อตกลงอย่างเต็มที่ การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและนำมาซึ่งความสงบสุขที่แท้จริง

การแก้ไขปัญหาชายแดนต้องอาศัยความอดทนและความมุ่งมั่นในการเจรจาเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ การให้ความสำคัญกับการลดความตึงเครียดและการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นก้าวสำคัญในการสร้างอนาคตที่มั่นคงและมั่งคั่งสำหรับประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน

ที่มา – ถึงเส้นตายหยุดยิง 12.00 น. หลายแนวชายแดนเริ่มเงียบสงบ กันทรลักษ์ ยังคงมีปะทะ

คุมพลโท-ร้อยเอก ฝากขังศาล คดีขืนใจ ร.ท.หญิง

ด่วน! ตำรวจ สน.บางพลัด ได้ควบคุมตัว พล.ท. และ ร.อ. เพื่อนำไปฝากขังที่ศาลอาญาตลิ่งชันแล้ว หลังจากที่อดีตนายพลเข้ามอบตัว และมีการบุกจับกุม ร.อ. ได้ที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี สืบเนื่องจากคดีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับการขืนใจและถ่ายคลิปข่มขู่ “ร.ท.หญิง”

คดีนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้นำทหารหญิงยศ “ร.ท.” อายุ 29 ปี ซึ่งสังกัดกรมทหารแห่งหนึ่ง เข้าร้องเรียนว่าถูก “พล.ท.” เกษียณราชการเลี้ยงเป็นนางบำเรอ และถูกทำร้ายร่างกาย เมื่อต้องการบอกเลิก พล.ท. ได้วางแผนอุ้มขึ้นรถ มัดมือ ปิดปาก ปิดตา พาไปทำร้าย ข่มขืน และถ่ายคลิปวิดีโอในโรงแรมม่านรูด พร้อมข่มขู่ว่า “ถ้า X แจ้งความ X ตายแน่” โดยมีลูกน้องชายยศ “ร.อ.” ร่วมด้วย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้เสียหายได้เข้าพบ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7, พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.อัครพล จั่นเพชร ผกก.สน.บางพลัด เพื่อให้การเพิ่มเติมที่ สน.บางพลัด และเร่งรัดให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ

คุมพลโท-ร้อยเอก ฝากขังศาล คดีขืนใจ ร.ท.หญิง

ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 27 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่าพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ได้ควบคุมตัว พล.ท. และ ร.อ. สังกัดหน่วยงานกองทัพแห่งหนึ่ง ไปผัดฟ้องฝากขังในคดีอื้อฉาวที่ศาลอาญาตลิ่งชัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่าได้รับการติดต่อจาก พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. ว่าหลังจากนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปผัดฟ้องฝากขังแล้ว จะให้ ร.ท.หญิง ผู้เสียหายไปดำเนินการคัดค้านการประกันตัวต่อศาลด้วย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ พล.ท. และ ร.อ. ในข้อหาต่างๆ ได้แก่ ร่วมกันกระทำชำเรา, ร่วมกันทำร้ายร่างกาย, ร่วมกันข่มขืนใจไม่ให้กระทำการใด และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย พล.ท. ได้เข้ามอบตัวที่ บก.สส.บช.น. ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ในขณะที่ตำรวจได้เข้าจับกุม ร.อ. ได้ที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี และควบคุมตัวส่งศาลตลิ่งชันในเช้าวันนี้ ทางตำรวจได้ยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อศาลแล้ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีอัตราโทษสูง

ความคืบหน้าล่าสุด คดีขืนใจ ร.ท.หญิง

ความคืบหน้าของคดี คุมพลโท-ร้อยเอก ฝากขังศาล คดีขืนใจ ร.ท.หญิง ยังคงเป็นที่จับตามองของประชาชน เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจและมีพฤติกรรมที่ร้ายแรง การที่ตำรวจดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

สิ่งที่น่าสนใจในคดีนี้:

  • การทำงานอย่างรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุมผู้ต้องหา
  • การให้ความช่วยเหลือของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีแก่ผู้เสียหาย
  • การที่ศาลจะพิจารณาคดีนี้อย่างยุติธรรมและโปร่งใส

คดี คุมพลโท-ร้อยเอก ฝากขังศาล คดีขืนใจ ร.ท.หญิง นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครก็ตาม และเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่มีอำนาจพึงระลึกถึงจริยธรรมและคุณธรรมในการดำรงชีวิต

ที่มา – คุมพลโท-ร้อยเอก ฝากขังศาลคดีอื้อฉาว ขืนใจ-ถ่ายคลิปขู่ “ร.ท.หญิง” โดน 4 ข้อหาหนัก

คึกคัก! จับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

การจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางความไม่มั่นใจของ “เรืองไกร” เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของ พปชร. ในขณะที่ “อิ่ม ธีรรัตน์” จากเพื่อไทย ได้เบอร์จำง่ายและมั่นใจว่าจะสามารถปักธงใน กทม. ได้มากกว่า 1 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 บรรยากาศการรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตของกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างคึกคัก หลังเวลา 08:30 น. กกต.ประจำเขตเลือกตั้งได้ให้ผู้สมัครจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เพื่อเรียงลำดับการยื่นเอกสาร ซึ่งในหลายเขต หลังจากจับสลากในรอบแรกเสร็จสิ้น ก็สามารถตกลงกันได้ว่าจะใช้หมายเลขนั้นเป็นหมายเลขของผู้สมัคร ทำให้การรับสมัครเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมให้กำลังใจผู้สมัครที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 พร้อมกับกองเชียร์ที่ส่งเสียงเชียร์ผู้สมัครของตนเองอย่างเต็มที่

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เขาตัดสินใจลงสมัคร สส.เขต หลังจากได้พูดคุยกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เมื่อสองวันที่แล้ว แม้ว่าพลเอกประวิตรจะวางมือทางการเมืองและไม่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ แต่เขาก็ต้องการเป็นตัวแทนของพรรค เนื่องจากที่ผ่านมาได้ทำงานในการตรวจสอบและร้องเรียนเรื่องสำคัญมาโดยตลอด และล่าสุดเพิ่งยื่นร้องเรียนเรื่องที่ทำผิดกฎหมายประชาชาติ

นายเรืองไกรยังกล่าวอีกว่า เขายังไม่แน่ใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ด้านนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 20 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเธอจับได้หมายเลข 11 ซึ่งเป็นหมายเลขที่จดจำได้ง่าย และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกตั้ง สส.ในกรุงเทพมหานครมากกว่า 1 ที่นั่งอย่างแน่นอน ส่วนตัวเธอจะพยายามทำให้ดีที่สุด และเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ จะให้โอกาสพรรคเพื่อไทยที่ชูนโยบายด้านเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นสำคัญ เมื่อถูกถามว่าคะแนนจะออกมาสูสีอีกหรือไม่ นางสาวธีรรัตน์ตอบว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน

ด้านนายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 พรรคภูมิใจไทย และอดีตผู้ประกาศข่าว ยอมรับว่าได้รับการทาบทามจากนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ให้มาลงสมัคร เนื่องจากเขามีความสนใจในเรื่องการเมืองอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เคยทำงานให้กับพรรคโอกาสใหม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจมาลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย และเชื่อว่าผลงานของรัฐบาลนายอนุทินจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน

ด้านนายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 พรรคประชาชน ซึ่งเป็นอดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวว่า ที่ผ่านมานางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.ในพื้นที่ ได้นำเขาลงพื้นที่และให้คำปรึกษา ทำให้เขามั่นใจว่าเข้าใจปัญหาของชาวเขต 2 เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นเขตชั้นในที่มีชุมชนบ้านเรือนหนาแน่น ส่วนข้อกังวลว่าเขาเคยเป็นนักเคลื่อนไหวนั้น นายเสกสิทธิ์กล่าวว่า เขาต้องการเข้ามาทำการเมืองในสภาเพื่อช่วยผลักดันแก้ไขปัญหา และเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจในความตั้งใจของเขา

จับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

สรุปการจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

สรุปโดยรวมแล้ว การจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและคึกคัก ผู้สมัครแต่ละคนต่างมีความมั่นใจในโอกาสของตนเอง และพร้อมที่จะลงสนามแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย และเป็นโอกาสของประชาชนในการเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง อย่าลืมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของคุณ!

ที่มา – จับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต คึกคัก “เรืองไกร” ไม่มั่นใจเป็นเลือกตั้งครั้งสุดท้าย พปชร.

ทลายเครือข่าย 2 เว็บพนัน เงินหมุน 100 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์บุกทลาย 2 เครือข่ายเว็บพนันในกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี พบสมาชิกกว่า 10,000 คน และเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาทต่อปี! ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการพนันที่มอมเมาประชาชน

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้มีการแถลงผลการปฏิบัติการทลายเครือข่ายเว็บพนันในกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วยทีมงาน

พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร. ที่ต้องการให้เร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นภัยต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

ทลายเครือข่าย 2 เว็บพนันในกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี

เครือข่ายแรกที่ถูกทลายคือเว็บไซต์ “pgz168” ซึ่งเปิดให้บริการพนันออนไลน์หลากหลายรูปแบบ เช่น หวย สล็อต พนันฟุตบอล บาคาร่า มีสมาชิกกว่า 10,000 คน และมียอดเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาทต่อปี ตำรวจสืบสวนพบว่าเว็บไซต์นี้มีฐานที่ตั้งอยู่ในโครงการบ้านเอื้ออาทรย่านสายไหม กรุงเทพฯ

ต่อมา พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 2 จุด จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ น.ส.ฐิติพร สังขกร, นายวชิระ ไตรทอง และ น.ส.พรนภา งอกงาม ซึ่งทำหน้าที่เป็นแอดมินของเว็บไซต์ พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก เช่น โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต สมุดบัญชีธนาคาร และคอมพิวเตอร์

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ตอบแชทลูกค้า เติมเครดิต และโอนเงินคืนให้ลูกค้า โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 12,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 2 ราย ซึ่งทำหน้าที่บัญชีม้า

ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

การทลายเว็บพนันในอุบลราชธานี

สำหรับเครือข่ายที่สอง พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.2 นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในซอยสรรพสิทธิ์ 12 จังหวัดอุบลราชธานี จับกุมนายอดิศร มูลศรี อายุ 25 ปี พร้อมยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ หลังสืบทราบว่าเป็นแอดมินให้กับเว็บพนันในกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ชื่อ “123hengheng” ซึ่งมีสมาชิกกว่า 2,000 คน และมียอดเงินหมุนเวียนกว่า 4 ล้านบาทต่อปี

จากการสอบสวน นายอดิศรให้การว่าได้รับค่าจ้างเดือนละ 9,000 บาท ตำรวจได้ขยายผลจับกุมนายชัยยา ละออเหล่า อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นแอดมินเว็บไซต์เดียวกัน และเป็นผู้ชักชวนให้นายอดิศรมาทำงาน

ทั้งสองถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันกับกลุ่มแรก คือ “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

การทลายเครือข่ายเว็บพนันในกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และปกป้องประชาชนจากภัยการพนัน

การพนันออนไลน์เป็นภัยร้ายที่ทำลายทั้งอนาคตและครอบครัว การป้องกันและแก้ไขปัญหาจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม หากพบเห็นการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน

ที่มา – บุกทลายเครือข่าย 2 เว็บพนันในกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี เงินหมุนกว่า 100 ล้านบาทต่อปี