วัน: 28 ธันวาคม 2025

ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม

เปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หนึ่งเดียวของ “พรรคกล้าธรรม” ส่ง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สู้ศึกเลือกตั้ง 2569

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นผู้ขึ้นจับสลากเบอร์พรรค โดยได้ลำดับในการขึ้นจับสลากเบอร์พรรคเป็นลำดับที่ 34 ซึ่งปรากฏว่า ได้หมายเลข 42 ในการใช้หาเสียงเลือกตั้ง 2569

ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม เพียงคนเดียว

พรรคกล้าธรรมชู ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพียงหนึ่งเดียวในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ สร้างความน่าสนใจและจับตามองถึงนโยบายและแนวทางการบริหารประเทศ

  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม กล่าวภายหลังพรรคกล้าธรรมได้หมายเลข 42 ว่า ได้หมายเลขนี้เป็นหมายเลขที่พอใจ ส่วนพรรคการเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน คาดว่าพี่น้องประชาชนคงรู้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นหมายเลขของพรรควันนี้เราคุยกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนางปวีณา หงสกุล ก็มองว่าเราได้อะไร ก็ล้วนเป็นเลขมงคลสำหรับพรรคเรา ซึ่งทำให้ทุกคนในพรรคมีกำลังใจในการเดินหน้าต่อ

หลังจากนี้จะมีแผนในการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน รวมทั้งการจัดเวทีปราศรัย 17 เวทีทั่วกรุงเทพฯ โดยจะให้ทางหัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์ดำเนินการวางแผน ส่วนสิ่งที่เป็นห่วงต้องบอกว่าไม่ได้เป็นการหลีกเลี่ยงเวทีปราศรัยต่างๆ เนื่องจากตนเป็นนักการเมืองที่มองว่ายังคงมีความจำเป็นที่จะต้องออกหาเสียงเพื่อสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นเวทีต่างๆ ที่เชิญมา อาจจะมอบหมายให้คนอื่นไป

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ เผยว่า พรรคกล้าธรรมมี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพียงหนึ่งคน จึงจำเป็นต้องจัดสรรเวลาอย่างรอบคอบ เพื่อให้แคนดิเดตลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครในแต่ละเขตอย่างทั่วถึง หากขาดการลงพื้นที่อาจกระทบฐานเสียงได้ โดยพรรควางแผนจัดเวทีใหญ่ถึง 17 เวทีทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์หลักในการสื่อสารกับประชาชน ส่งผลให้บางเวทีดีเบตอาจไม่สามารถเข้าร่วมได้ครบถ้วน จึงขออภัยต่อทุกเวทีที่เชิญมา.

ทำความรู้จัก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใครเป็นผู้นำประเทศ การทำความรู้จักกับ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ละท่านถือเป็นสิ่งสำคัญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้แสดงวิสัยทัศน์และนโยบายที่น่าสนใจหลายด้าน ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ

พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ การสนับสนุนพรรคกล้าธรรมจึงเป็นการสนับสนุนวิสัยทัศน์และนโยบายเหล่านั้น

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย การตัดสินใจเลือก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่เหมาะสมที่สุดจึงเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน

อย่าลืมติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคกล้าธรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ดังนั้น อย่าลืมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของคุณ เพื่อกำหนดอนาคตประเทศไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “ธรรมนัส พรหมเผ่า” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม เพียงคนเดียว

เลือกตั้ง 2569: สุดารัตน์ แคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย

การเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ พรรคไทยสร้างไทยได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว นำทีมโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พร้อมด้วยพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร และนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย เตรียมพร้อมสำหรับการสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคไทยสร้างไทยได้ประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง 2569 ที่ใกล้เข้ามาทุกที

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคไทยสร้างไทยมีดังนี้:

  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
  • พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร
  • นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย

คุณหญิงสุดารัตน์

ทำความรู้จักกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์: อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองมายาวนาน และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร: อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้มีประสบการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย: ผู้บริหารบริษัท ขอนแก่น พัฒนาเมือง (KKTT) จำกัด ผู้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมือง

นอกจากนี้ นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ ลูกสาวของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้จับสลากเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยสร้างไทย ได้หมายเลข 48 ในการเลือกตั้ง 2569 ที่จะถึงนี้

จินนี่ ยศสุดา

การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 ซึ่งเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าพรรคไทยสร้างไทยจะนำเสนอนโยบายอะไร และจะได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างไรบ้าง

การมีตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประชาธิปไตย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรศึกษาข้อมูลของผู้สมัครแต่ละท่านอย่างละเอียด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย “สุดารัตน์-ภราดร-สุรเดช”

“โอกาสใหม่” เปิดตัว 3 ขุนพล ชิงนายกฯ

พรรคโอกาสใหม่ เสนอชื่อ 3 แคนดิเดตนายกฯ “จตุพร-ทศพร-ประภัสร์” ผสานพลัง “เทคโนแครต–นักการเมือง–นักบริหาร” พร้อมรับมือความท้าทายของประเทศ

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 พรรคโอกาสใหม่ หมายเลข 44 สร้างความฮือฮาในการเมืองไทย ด้วยการเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีถึง 3 คนต่อ กกต. แสดงให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ที่ต้องการผสมผสาน “ประสบการณ์จากภาครัฐ” เข้ากับ “การเมืองที่จับต้องได้” เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการนำพาประเทศไปข้างหน้า โดยรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ประกอบด้วย:

  • นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคฯ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ซึ่งสั่งสมประสบการณ์ในระบบราชการมาอย่างยาวนาน มีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นด้านการบริหารเชิงนโยบายและการขับเคลื่อนงานภาครัฐ
  • นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ผู้มีบทบาททั้งในเวทีการเมืองและด้านสาธารณสุข ถือเป็นตัวแทนของนักการเมืองที่เชื่อมโยงปัญหาปากท้องของประชาชนเข้ากับนโยบายสาธารณะ
  • และนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้มีประสบการณ์ตรงในการบริหารรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ สะท้อนแนวคิดของพรรคที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม และการปฏิรูปองค์กรภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ

“โอกาสใหม่” เสนอ 3 ขุนพล ชิงนายกฯ

การวางตัวแคนดิเดตทั้ง 3 ท่านนี้ ถูกมองว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง “เทคโนแครต–นักการเมือง–นักบริหาร” เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่ประเทศกำลังเผชิญ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การปฏิรูประบบราชการ และการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

การเสนอรายชื่อในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการเข้ามาบริหารประเทศ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน หัวหน้าพรรค“โอกาสใหม่” ย้ำว่าพรรคต้องการเป็น “โอกาสใหม่ของประเทศ” ท่ามกลางการแข่งขันทางการเมืองที่ดุเดือด และทางเลือกที่หลากหลายในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ พรรค“โอกาสใหม่” มั่นใจว่าจะได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน

ทำไมต้องเลือก “โอกาสใหม่”?

พรรค“โอกาสใหม่” ไม่ได้เป็นเพียงแค่พรรคการเมือง แต่เป็นความหวังใหม่ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ด้วยการผสมผสานประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน เราเชื่อว่าการมีผู้นำที่เข้าใจทั้งระบบราชการ การเมือง และการบริหาร จะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ

เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้ทุกคนได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การปฏิรูประบบการศึกษา และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับลูกหลานของเรา

พรรคโอกาสใหม่เชื่อว่าประเทศไทยต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถ และมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เราพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศ เลือกพรรคโอกาสใหม่ เลือกอนาคตที่ดีกว่า

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน มาร่วมกันสร้าง “โอกาสใหม่” ให้กับประเทศไทยของเรา

ที่มา – “โอกาสใหม่” เสนอ 3 ขุนพล ชิงนายกฯ ผสมเทคโนแครต–นักการเมือง

สาวอุดรขอโชค! เลขเด็ดองค์ปู่มุจลินท์นาคราช วัดภูตะเภาทอง

เมื่อปีที่แล้วเคยได้โชค ทำให้สาวอุดรติดใจ ชวนครอบครัวมาทำบุญที่วัดภูตะเภาทอง เพื่อขอโชคลาภจาก “องค์ปู่มุจลินท์นาคราช-ตอตะเคียนทอง” พร้อมจุดธูปเสี่ยงทายและล้วงไหขอเลขเด็ดองค์ปู่มุจลินท์นาคราช งวด 2/1/68

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 มีพุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว สายบุญ สายพญานาค และคอหวย ต่างเดินทางกลับภูมิลำเนาและทยอยมาเที่ยวทำบุญที่วัดภูตะเภาทอง ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี กันเป็นจำนวนมาก

ผู้ที่มาเยือนเริ่มจากการสะเดาะเคราะห์รอดหินเรือสำเภาทอง กราบขอพร ขอโชคลาภ ความรัก หน้าที่การงาน และการค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง ต่อองค์พ่อปู่อริยทรัพย์ ปู่หินหยก องค์ปู่มุจลินท์นาคราช และตอตะเคียนพันปี 2 พี่น้อง เจ้าแม่ตะเคียนทอง-ทิพย์ ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในเรื่องการให้โชคลาภแก่ผู้ที่มีความเชื่อและความศรัทธา

เลขเด็ดองค์ปู่มุจลินท์นาคราช วัดภูตะเภาทอง

หนึ่งในผู้ที่เดินทางมา คือ น.ส.ณัฏฐภัทร ทัศนิยม หรือ เพียว อายุ 35 ปี ชาว จ.อุดรธานี ได้เดินทางมาพร้อมครอบครัวเพื่อทำบุญแก้บนและกราบขอพรขอโชคลาภเลขเด็ดองค์ปู่มุจลินท์นาคราช และตอตะเคียนพันปี 2 พี่น้อง เจ้าแม่ตะเคียนทอง-ทิพย์ หลังจากที่ปีที่ผ่านมาได้รับโชคหลักหมื่น

น.ส.ณัฏฐภัทร เปิดเผยว่า วันนี้ตนและครอบครัวเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จึงถือโอกาสมาแก้บน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มากราบขอพร ขอโชคลาภ หน้าที่การงาน กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดภูตะเภาทองแห่งนี้ หลังจากเมื่อปีที่แล้วได้รับโชคถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว จำนวน 6 ใบ จึงมาทำบุญแก้บน และขอโชคลาภต่อในหลักแสน หลักล้าน หรือรางวัลที่ 1 ซึ่งวันพรุ่งนี้ก็ตรงกับวันเกิดครบรอบ 35 ปีของตนเองด้วย

เลขเด็ดจากธูปเสี่ยงทายและไหเจ้าแม่ตะเคียน

น.ส.ณัฏฐภัทร ยังเล่าอีกว่า ก่อนที่จะขับรถมาที่บ้านเกิด ปู่มุจลินท์ได้มาเข้าฝัน ปรากฏกายอยู่ในสระน้ำ เหมือนกับว่าท่านอยากให้มาหา มาแก้บนในสิ่งที่ตนเคยกล่าวเอาไว้กับท่านเมื่อปีที่ผ่านมา ในครั้งนี้ได้จุดธูปเสี่ยงทายตัวเลขกับองค์ปู่มุจลินท์ ซึ่งได้เลข 588 และล้วงไข่ในไหเจ้าแม่ตะเคียนทอง-ทิพย์ ได้เลข 378 ซึ่งตรงกับหมายเลขทะเบียนรถยนต์ที่ขับมาจาก จ.ชลบุรี

  • เลขธูปเสี่ยงทาย: 588
  • เลขจากไหเจ้าแม่ตะเคียน: 378

หากถูกรางวัลที่ 1 หรือรางวัลใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา จะกลับมาแก้บนและร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างโบสถ์ลอยฟ้าที่วัดภูตะเภาทอง ที่กำลังดำเนินการสร้างยังไม่แล้วเสร็จอย่างแน่นอน

วัดภูตะเภาทองยังคงเป็นสถานที่ที่ผู้คนหลั่งไหลมาด้วยความหวังและศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นการขอพร ขอโชคลาภ หรือแม้แต่การแก้บนสำหรับสิ่งที่เคยได้รับ การเดินทางมายังวัดแห่งนี้จึงเป็นมากกว่าการแสวงหาตัวเลข แต่เป็นการเติมเต็มความเชื่อและความหวังให้กับชีวิต

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ผู้อพยพ จ.สระแก้ว กลับที่พัก 31 ธ.ค.นี้

ข่าวดีสำหรับผู้อพยพ จ.สระแก้ว! กองกำลังบูรพาแจ้งให้ทราบว่า ประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่สามารถเดินทางกลับเข้าที่พักอาศัยได้ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ยกเว้น 4 หมู่บ้านในพื้นที่ชายแดน

ตามที่กองทัพภาคที่ 1 ได้โพสต์ประกาศเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 20.20 น. ระบุว่า กองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) และจังหวัดสระแก้วได้หารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางการให้ประชาชนใน 4 อำเภอชายแดนของจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นผู้อพยพ จ.สระแก้ว ได้กลับเข้าสู่ที่พักอาศัยของตนเอง หลังจากสถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลายลง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ กำหนดการให้ผู้อพยพ จ.สระแก้ว สามารถเดินทางกลับที่พักได้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

ผู้อพยพ จ.สระแก้ว กลับเข้าที่พักได้ 31 ธ.ค. เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อยกเว้นสำหรับ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านคลองแผง, บ้านตาพระยา, บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน ซึ่งยังไม่อนุญาตให้ประชาชนเดินทางกลับเข้าพื้นที่ในทันที เนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) จะต้องเข้าตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยเสียก่อน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะมีการแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวทราบอีกครั้งหนึ่ง

รายละเอียดสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับการกลับเข้าที่พักของผู้อพยพ

  • วันเริ่มต้นการกลับเข้าที่พัก: 31 ธันวาคม 2568
  • พื้นที่ที่ยังไม่อนุญาตให้กลับ: บ้านคลองแผง, บ้านตาพระยา, บ้านหนองหญ้าแก้ว, บ้านหนองจาน
  • เหตุผลที่ยังไม่อนุญาต: เพื่อความปลอดภัยในการเข้าตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ของชุด EOD
  • การติดตามข้อมูลข่าวสาร: ขอให้ติดตามข่าวสารและการประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน ขอความร่วมมือประชาชนรับฟังข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำจากส่วนราชการอย่างใกล้ชิด และขอให้เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยความระมัดระวัง

สถานการณ์ชายแดนยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ท่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถวางแผนการเดินทางกลับได้อย่างปลอดภัย ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

ที่มา – ผู้อพยพ จ.สระแก้ว กลับเข้าที่พักได้ 31 ธ.ค. เป็นต้นไป ยกเว้น 4 หมู่บ้านชายแดน

ปัญหาลูกตั้งเตะลิเวอร์พูล ‘ร้ายกาจ’ – ฟาน ไดจ์ค

ปัญหาลูกตั้งเตะของลิเวอร์พูล ‘ทำร้าย’ และจังหวะสองของลูกตั้งเตะเป็น ‘สิ่งที่ร้ายกาจ’ สำหรับพวกเขา นี่คือสิ่งที่เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมกล่าวถึงสถานการณ์ที่ทีมกำลังเผชิญอยู่

ทีมของอาร์เน สล็อต เสียไปแล้ว 12 ประตูจากลูกตั้งเตะในฤดูกาลนี้ ซึ่งมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ร่วมกับบอร์นมัธและน็อตติงแฮม ฟอเรสต์

ในเกมลีกนัดล่าสุดที่แอนฟิลด์ ซึ่งลิเวอร์พูลชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 ซานติอาโก บูเอโน ทำประตูให้วูล์ฟส์จากลูกเตะมุม และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ริชาร์ลิซอน ทำประตูให้ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ หลังจากที่ทีมหงส์แดงเคลียร์ลูกเตะมุมไม่สำเร็จ

“มีหลายเกมที่เราป้องกันลูกตั้งเตะได้ดีมาก แต่ความจริงก็คือเราเสียประตูจากลูกตั้งเตะมากเกินไป และเราทำประตูได้ไม่มากพอ” ฟาน ไดจ์คกล่าว

“มันเป็นสิ่งที่เราต้องปรับปรุง ผมจะบอกว่าอย่างน้อย 75% หรือมากกว่านั้น มันไม่ได้เกี่ยวกับจังหวะแรกด้วยซ้ำ มันคือจังหวะสองที่ร้ายกาจยิ่งกว่า”

“มันเป็นเรื่องของจิตใจหรือเปล่า? ผมหวังว่าไม่นะ ถ้ามันอยู่ในหัวคุณ มันก็เป็นปัญหา ส่วนตัวแล้ว มันไม่ได้อยู่ในหัวผม”

เมื่อไม่นับรวมลูกโทษ ลิเวอร์พูลทำประตูจากลูกตั้งเตะได้เพียง 3 ประตูในลีก ผลต่างของพวกเขาที่ลบเก้าประตูเป็นผลงานที่แย่ที่สุดในฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

“เราป้องกันลูกตั้งเตะได้ดีมากๆ ในหลายๆ ครั้ง แต่เราก็เสียประตูแบบนั้นมากเกินไป และมันเจ็บปวด เราต้องปรับปรุงเรื่องนั้นให้ดีขึ้น การฝึกซ้อมเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ดีขึ้นได้” ฟาน ไดจ์คกล่าวเสริม

“มันยังดีไม่พอ เราทุกคนตระหนักถึงเรื่องนั้น เราได้พูดคุยกันแล้ว เราต้องพลิกสถานการณ์ให้ได้ นั่นคือเหตุผลที่เราฝึกซ้อมเรื่องนี้ในเกือบทุกช่วงการฝึกซ้อม”

อาร์เน สล็อต ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลกล่าวว่า “น่าเสียดายที่เราอาจจะเป็นทีมเดียวที่ไม่ค่อยทำประตูจากลูกตั้งเตะเลย และที่แย่กว่านั้นคือเราเสียประตูอย่างต่อเนื่อง”

“แต่ผมคิดว่าผมเคยพูดไปเมื่อสอง สาม หรือสี่สัปดาห์ก่อน ว่าเราต้องทำให้แน่ใจว่าเมื่อมีสิ่งที่ไม่เป็นใจเกิดขึ้นกับเรา ไม่ว่าจะเป็นลูกตั้งเตะ หรือสิ่งอื่นๆ เราก็ยังต้องหาทางที่จะชนะให้ได้”

“ในสองเกมล่าสุด เราเสียประตูจากลูกตั้งเตะ แต่เราก็สามารถเอาชนะได้ และสิ่งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในฤดูกาลนี้ นั่นคือความก้าวหน้าสำหรับผม แต่มันชัดเจนว่ายังมีสิ่งอื่นๆ อีกมากมายที่เราต้องปรับปรุง และนี่คือหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน”

“ผมคิดว่าเราโชคร้ายในหลายสถานการณ์ในลูกตั้งเตะของเรา ตอนนี้เป็น 18 เกมแล้ว และเราต้องปรับปรุง”

ชัยชนะในลีก 3 นัดติดต่อกันของลิเวอร์พูลทำให้พวกเขาขึ้นไปอยู่อันดับที่ 4 ในตารางคะแนน

ปัญหาลูกตั้งเตะลิเวอร์พูล

ปัญหาลูกตั้งเตะของลิเวอร์พูลกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงหลัง ถึงแม้ว่าทีมจะมีความสามารถในการเล่นเกมรุกที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่การเสียประตูจากลูกตั้งเตะอย่างสม่ำเสมอได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อโอกาสในการคว้าชัยชนะ

ฟาน ไดจ์คชี้จุดอ่อนลูกตั้งเตะ

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมลิเวอร์พูล ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาลูกตั้งเตะลิเวอร์พูล โดยชี้ให้เห็นว่าจังหวะสองของลูกตั้งเตะเป็นจุดที่ทีมต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน คำพูดของเขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสมาธิและวินัยในการป้องกันลูกตั้งเตะ รวมถึงความจำเป็นในการฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อแก้ไขจุดอ่อนนี้

สถิติที่น่าเป็นห่วง: ลิเวอร์พูลเสียประตูจากลูกตั้งเตะไปแล้วถึง 12 ประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก การเสียประตูจากลูกตั้งเตะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของทีมและทำให้การไล่ล่าตำแหน่งแชมป์เป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งขึ้น

การแก้ไขปัญหา: อาร์เน สล็อต ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไข ปัญหาลูกตั้งเตะลิเวอร์พูล โดยเน้นการฝึกซ้อมและปรับปรุงแท็คติกในการป้องกันลูกตั้งเตะ นอกจากนี้ เขายังกระตุ้นให้ผู้เล่นมีความมุ่งมั่นและสมาธิในการป้องกันลูกตั้งเตะ เพื่อลดโอกาสในการเสียประตู

อนาคตของลิเวอร์พูล: การแก้ไข ปัญหาลูกตั้งเตะลิเวอร์พูล ถือเป็นกุญแจสำคัญในการกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะของทีม การปรับปรุงในส่วนนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้เล่นและทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ปัญหาลูกตั้งเตะของลิเวอร์พูลเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน หากทีมต้องการประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้ การฝึกซ้อม, การปรับปรุงแท็คติก, และความมุ่งมั่นของผู้เล่นจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกสถานการณ์

ที่มา – Liverpool set-piece problems a ‘killer’ – Van Dijk

ปิดศูนย์แถลงข่าวฯ สู่ “ศูนย์ข่าวต้านเฟกนิวส์-ข่าวยั่วยุ”

การปิดศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และส่งไม้ต่อให้ “ศูนย์ข่าวต้านเฟกนิวส์-ข่าวยั่วยุ” เป็นไปตามข้อ 15 ใน joint statement เพื่อตอบโต้ข่าวสารที่มีการบิดเบือนที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์อำนวยการร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ททบ.5 ว่า ศูนย์อำนวยการร่วมฯ ได้ปรับรูปแบบการแถลงข่าว โดยเปลี่ยนจากการรายงานสถานการณ์เป็นการตอบคำถามและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นหลังจากการลงนามใน joint statement (JS) ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

การปิดศูนย์แถลงข่าวที่ ททบ.5 ในครั้งนี้ถือเป็นการแถลงข่าวครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานข่าวข้อมูล หรือมีเดียเซ็นเตอร์ ตามข้อ 15 ของ JS โดยมีเป้าหมายเพื่อรับช่วงต่อในการชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบโต้ข่าวสารที่มีการบิดเบือนต่างๆ อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแถลงข่าวในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยผู้ร่วมรายการได้เปลี่ยนจากเครื่องแบบสนามทางทหารมาเป็นชุดสูทสากล ซึ่งเป็นการลดระดับความตึงเครียดจากสถานการณ์หลังจากการลงนามข้อตกลงหยุดยิง พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวถึงภารกิจสำคัญของศูนย์ฯ ว่า

ภารกิจหลักของ “ศูนย์ข่าวต้านเฟกนิวส์-ข่าวยั่วยุ”

ภารกิจหลักของศูนย์ฯ คือการพิจารณาข่าวที่อาจมีลักษณะยั่วยุ หรือส่งผลกระทบในเชิงนัยสำคัญต่อความขัดแย้ง โดยจะทำการติดต่อประสานงานเพื่อตรวจสอบว่าข่าวดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ หากทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือเป็น “เฟกนิวส์” ทางศูนย์ฯ จะดำเนินการแจ้งให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที การดำเนินการนี้จะอาศัยเครื่องมือและวิธีการตรวจสอบที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เผยแพร่นั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

สำหรับ “ศูนย์ข่าวต้านเฟกนิวส์-ข่าวยั่วยุ” ที่จะถูกจัดตั้งขึ้นใหม่นั้น ทางศูนย์ฯ กำลังดำเนินการหาสถานที่ทำการที่เหมาะสม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านจากศูนย์อำนวยการฯ แห่งเดิมเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการประชุมเสมือนจริง (virtual meeting) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอบคำถามและข้อสงสัยต่างๆ ของประชาชนผ่านรูปแบบ QA (Question and Answer) ที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้

นอกจากนี้ สื่อมวลชนยังสามารถสอบถามหรือเชิญเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ไปตอบข้อสงสัยต่างๆ ได้โดยตรง โครงสร้างการทำงานของศูนย์ฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็ววัน ซึ่งภารกิจทั้งหมดนี้เป็นไปตามแถลงการณ์ข้อ 15 และขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว รอเพียงคำสั่งที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น

“ศูนย์ข่าวต้านเฟกนิวส์-ข่าวยั่วยุ” กับอนาคตของการสื่อสาร

การเกิดขึ้นของ “ศูนย์ข่าวต้านเฟกนิวส์-ข่าวยั่วยุ” ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดการกับปัญหาข่าวปลอมและข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็วและโปร่งใส จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากข่าวปลอม และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน

การดำเนินงานของศูนย์ฯ ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของข่าวปลอมเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการตรวจสอบข้อมูลและการรับข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่าอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร จะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจและดำเนินการต่างๆ ได้อย่างมีเหตุผลและรอบคอบ

การปรับตัวเข้ากับภูมิทัศน์ข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง การมี “ศูนย์ข่าวต้านเฟกนิวส์-ข่าวยั่วยุ” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และส่งเสริมการสื่อสารที่ถูกต้องและโปร่งใส การดำเนินการดังกล่าวนำไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีขึ้นและความไว้วางใจของสาธารณชน

ที่มา – ปิดศูนย์แถลงข่าวฯ สู้รบ ส่งไม้ต่อ “ศูนย์ข่าวต้านเฟกนิวส์- ข่าวยั่วยุ”

มิยาซาวะ ต่อสัญญาระยะยาวกับแมนยู

ฮินาตะ มิยาซาวะ (Hinata Miyazawa) ได้เซ็นสัญญาระยะยาวฉบับใหม่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนถึงปี 2029

นักเตะทีมชาติญี่ปุ่นรายนี้ กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญภายใต้การคุมทีมของมาร์ค สกินเนอร์ (Marc Skinner) นับตั้งแต่เข้าร่วมทีมในปี 2023

มิยาซาวะเซ็นสัญญาเดิมกับสโมสรเป็นเวลาสามปี ซึ่งจะทำให้สัญญาของเธอหมดอายุในเดือนมิถุนายน 2026

ดาวเตะวัย 26 ปีรายนี้ ลงเล่นให้ทีมชาติมากกว่า 50 นัด และเป็นผู้ชนะรางวัลรองเท้าทองคำ (Golden Boot) ในการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง 2023 โดยทำไป 5 ประตู

เธอสร้างความประทับใจในฤดูกาลนี้ โดยได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตลอด 22 นัดที่ยูไนเต็ดลงเล่นในรายการ วีเมนส์ ซูเปอร์ลีก (Women’s Super League), แชมเปียนส์ลีก (Champions League) และ ลีกคัพ (League Cup)

“ฉันสนุกกับการเล่นฟุตบอลที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาก และฉันมีความสุขมากที่จะได้สานต่อการเดินทางของฉันที่นี่” มิยาซาวะกล่าวกับสื่อของสโมสร

มิยาซาวะ ต่อสัญญาระยะยาวกับแมนยู

การต่อสัญญาของ มิยาซาวะ ต่อสัญญาระยะยาวกับแมนยู แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเธอต่อทีม และความเชื่อมั่นที่สโมสรมีต่อเธอในระยะยาว การที่เธอเป็นผู้เล่นหลักและทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้แฟนบอลต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นเธอโลดแล่นในสีเสื้อปีศาจแดงต่อไปอีกหลายปี

มิยาซาวะ ต่อสัญญาระยะยาวกับแมนยู นับเป็นข่าวดีสำหรับทีม เพราะนอกจากความสามารถเฉพาะตัวแล้ว เธอยังเป็นผู้เล่นที่มีความมุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับทีมอย่างเต็มที่ สิ่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ทีมประสบความสำเร็จ

ความสำคัญของมิยาซาวะต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

  • เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งในด้านการทำประตู การสร้างโอกาส และการเล่นเกมรับ
  • มีความเข้าใจในแท็กติกของทีม และสามารถปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
  • เป็นผู้นำในสนาม และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมทีม

การที่ มิยาซาวะ ต่อสัญญาระยะยาวกับแมนยู จะช่วยสร้างความต่อเนื่องและความมั่นคงให้กับทีมในระยะยาว สโมสรสามารถวางแผนและสร้างทีมโดยมีเธอเป็นศูนย์กลางได้ นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของสโมสรในระดับนานาชาติอีกด้วย

นอกเหนือจากผลงานในสนามแล้ว มิยาซาวะยังเป็นนักเตะที่มีบุคลิกดีและเป็นที่รักของแฟนบอล การที่เธอต่อสัญญากับทีมจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสโมสรและแฟนบอลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โดยรวมแล้ว การต่อสัญญาของมิยาซาวะเป็นข่าวที่น่ายินดีสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็นการยืนยันว่าสโมสรยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างทีมที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จในอนาคต

ด้วยความสามารถ, ความมุ่งมั่น และความทุ่มเทของเธอ มิยาซาวะจะยังคงเป็นกำลังสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปอย่างแน่นอน

ที่มา – Miyazawa signs long-term deal with Man Utd

เลขเด็ดหลวงพ่อห้ามจน! ไข่ 5,000 ฟองแก้บน

คู่สามีภรรยาสมหวัง ธุรกิจอสังหาฯ ได้ยอดขายดีตามคำขอ นำไข่ไก่ 5,000 ฟองมาแก้บน “องค์หลวงพ่อห้ามจน” วัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) จ.เพชรบูรณ์ ไม่พลาดล้วงไหเสี่ยงโชคแบ่ง “เลขเด็ด” ให้คอหวยลุ้นปีใหม่

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) หรือ วัดหลวงพ่อห้ามจน ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังทราบว่า มีสองสามีภรรยาพร้อมญาติ ขนไข่ไก่จำนวน 5,000 ฟอง มาถวายแก้บนต่อองค์หลวงพ่อห้ามจน หลังทั้งคู่เข้ามาขอพร แล้วประสบความสำเร็จ สมปรารถนาในหน้าที่การงาน

ได้พบกับนายณรงค์ฤทธิ จิตจำนงค์ อายุ 44 ปี และนางสาวสิริรัตน์ เรี่ยวสกุลชาติ อายุ 45 ปี สองสามีภรรยาชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมญาติพี่น้องกว่า 10 คน ที่กำลังช่วยกันยกไข่ไก่ลงจากรถยนต์กระบะ จำนวน 5,000 ฟอง เพื่อทำการแก้บนต่อหลวงพ่อห้ามจน

หลังจากก่อนหน้านี้ สองสามีภรรยาได้เข้ามากราบไหว้ขอพร ให้ธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ จ.ชลบุรี สามารถทำยอดได้ตามเป้าที่ขอไว้ เมื่อประสบความสำเร็จตามที่หวัง จึงนำไข่ไก่ 5,000 ฟอง มาแก้บน พร้อมทั้งขอพรให้ธุรกิจ ค้าขายเข้าตามเป้าต่อไปในปีหน้า

โดยนายณรงค์ฤทธิ เปิดเผยว่า ตนเองนั้นทำอาชีพนายหน้าอสังหา ได้มาบนขอเรื่องการงานเอาไว้ แล้วพอได้ตามที่ขอ ก็เลยนำไข่ไก่ 5,000 ฟองมาแก้บน พร้อมขอพรต่อ และไม่พลาดที่จะขอล้วงไหเสี่ยงโชค เพื่อให้ทุกคนได้มีโชครับปีใหม่ร่วมกัน

จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าองค์หลวงพ่อห้ามจน พร้อมล้วงไหขึ้นมาทีละลูก จำนวน 3 ครั้ง ได้เลขเด็ด 347 ตามลำดับ สร้างความฮือฮาแก่ผู้ที่เดินทางมาวัดและนักท่องเที่ยว ต่างก็ไม่พลาดที่จะจดเลขเด็ด หวังนำไปเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง รับปีใหม่กันถ้วนหน้า

เลขเด็ดหลวงพ่อห้ามจน

เรื่องราวของสองสามีภรรยาที่นำไข่ไก่ 5,000 ฟองมาแก้บนที่วัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) หรือวัดหลวงพ่อห้ามจน กลายเป็นที่สนใจของนักเสี่ยงโชคเป็นอย่างมาก หลายคนต่างเดินทางมาที่วัดเพื่อขอพรและเสี่ยงโชคตามรอยสองสามีภรรยาคู่นี้

ทำไมต้องเป็นไข่ไก่ 5,000 ฟอง?

การนำไข่ไก่จำนวนมากมาแก้บนนั้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ว่าการถวายสิ่งของจำนวนมาก จะเป็นการแสดงความขอบคุณและแสดงถึงความศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเคารพนับถือ ซึ่งในกรณีนี้ สองสามีภรรยาเชื่อว่าการนำ ไข่ไก่ 5,000 ฟองแก้บน จะเป็นการตอบแทนที่องค์หลวงพ่อห้ามจนได้ประทานพรให้ธุรกิจของพวกเขาประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ การล้วงไหเสี่ยงโชคเพื่อหา เลขเด็ดหลวงพ่อห้ามจน ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักเสี่ยงโชคที่เดินทางมายังวัดแห่งนี้ เพราะเชื่อว่าเลขที่ได้จากการล้วงไห เป็นเลขนำโชคที่จะนำพาความโชคดีมาให้

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดเพื่อเสี่ยงโชคในช่วงปีใหม่นี้ ลองพิจารณาเลข 347 ที่ได้จากการล้วงไหของสองสามีภรรยาคู่นี้ดูนะคะ หรือหากมีโอกาส ก็ลองเดินทางไปที่วัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) เพื่อขอพรและเสี่ยงโชคด้วยตัวเองก็ย่อมได้ ขอให้ทุกท่านโชคดีรับปีใหม่ค่ะ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ