วัน: 3 มกราคม 2026

ไดช์ขอความเป็นธรรมท่ามกลางฟอร์มย่ำแย่ของฟอเรสต์

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เคยอยู่อันดับสามของตารางและต่อสู้เพื่อตำแหน่งในแชมเปียนส์ลีกเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้เป้าหมายหลักของพวกเขาคือการหลีกเลี่ยงการตกชั้นไปแชมเปียนชิพ

ความพ่ายแพ้ 3-1 ต่อแอสตันวิลลาเมื่อวันเสาร์เป็นการตอกย้ำช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังจากแพ้ให้กับฟูแล่ม, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเอฟเวอร์ตัน

กุนซือ ฌอน ไดช์ กระตือรือร้นที่จะสร้างความประทับใจว่าทีมของเขามีความสม่ำเสมอและพัฒนาขึ้น จนกระทั่งการไร้ชัยชนะเมื่อเร็วๆ นี้

เขาไม่สงสัยเลยว่าฟอเรสต์มีความสามารถที่จะอยู่รอดได้ และฟอร์มที่ย่ำแย่ในปัจจุบันบิดเบือนเรื่องราว หลังจากชนะ 7 จาก 12 เกมแรกนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งในเดือนตุลาคม

สถานการณ์ที่กดดันเกิดขึ้นเมื่อฟอเรสต์อยู่เหนือโซนตกชั้นในพรีเมียร์ลีกเพียง 4 คะแนน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แตกต่างจากฤดูกาลที่แล้วอย่างมาก เมื่อพวกเขาเคยลุ้นอันดับต้นๆ และจบอันดับที่ 7 ในที่สุด

ไดช์ย้ำว่าทีมของเขายังอยู่ในช่วงพัฒนา และไม่มีอาการตื่นตระหนกใดๆ จากผู้จัดการทีมที่ต้องการให้พิจารณาผลงานของผู้เล่นของเขาก่อนเกมเยือนเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในวันอังคาร

‘ความผิดพลาดพื้นฐาน’ ที่ทำให้ฟอเรสต์ต้องเสียแต้ม

ในช่วงสุดสัปดาห์แรกของปี 2025 ฟอเรสต์เอาชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 เพื่อรักษาตำแหน่งในสามอันดับแรกของพรีเมียร์ลีก

นั่นเป็นการชนะ 6 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สโมสรไม่เคยทำได้ในลีกสูงสุดในฤดูกาลเดียวตั้งแต่ปี 1966-67 และพวกเขานำหน้านิวคาสเซิลในอันดับ 5 อยู่ 5 คะแนน

ตอนนี้ พวกเขาแพ้ 4 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2023 ซึ่งเป็นช่วงที่ สตีฟ คูเปอร์ ต้องเสียตำแหน่งที่ซิตี้ กราวนด์

ไดช์เป็นผู้จัดการทีมคนที่สามของฟอเรสต์ในฤดูกาลนี้ และได้รับการแต่งตั้งในเดือนตุลาคมหลังจากช่วงเวลาสั้นๆ และเสียหายของ อังเก้ ปอสเตโคกลู

อดีตบอสของเอฟเวอร์ตันและเบิร์นลีย์เริ่มต้นได้ดี แต่การลดลงขององค์กร สมาธิ และฟอร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังๆ มานี้ ถือว่ารุนแรง

ที่วิลลา พวกเขาถูกทำลายโดยความผิดพลาดง่ายๆ: การขาดสมาธิโดยรวมทำให้ โอUnai Emery ลี วัตกินส์ ทำประตูเปิดเกม ตามมาด้วยความผิดพลาดของ John Victor ที่บุกขึ้นมา 40 หลาจากประตู ทำให้ John McGinn ทำประตูที่สาม

“คุณไม่สามารถให้ความผิดพลาดพื้นฐานแก่ทีมอย่างนี้ในพรีเมียร์ลีกได้” ไดช์ กล่าวกับ BBC Match of the Day

“สภาพจิตใจอยู่ที่นั่น แต่คุณไม่สามารถสร้างภูเขาให้ตัวเองปีนขึ้นไปได้เรื่อยๆ ผู้เล่นขาดสมาธิในเรื่องพื้นฐาน เราได้ทำงานในเรื่องนี้และแสดงให้พวกเขาเห็น แต่นี่คืองาน ผมไม่เคยคาดหวังว่ามันจะง่ายเมื่อผมมาที่นี่”

จนกระทั่งวัตกินส์ทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก แผนการเล่นของฟอเรสต์ก็เป็นไปได้ด้วยดี แม้ว่าจะเป็นแบบระมัดระวังอย่างมาก วิลลาถูกจำกัดโอกาสเพียงครั้งเดียว เมื่อผู้รักษาประตู John ปฏิเสธ Watkins ในช่วงต้นเกม

แต่ฟอเรสต์ก็พังทลาย McGinn ทำประตูแรกจากสองประตูของเขาในนาทีที่ 49 เพื่อให้วิลลาที่กำลังมาแรงนำ 2-0

แม้ว่าประตูของมอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ จะทำให้สกอร์เป็น 2-1 และให้ความหวังแก่ฟอเรสต์ในช่วงสั้นๆ แต่ก็มีสัญญาณเพียงเล็กน้อยที่บ่งบอกว่าพวกเขาจะสามารถกลับมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

กิ๊บส์-ไวท์ กล่าวกับ Sky Sports ว่า “ผมรู้สึกว่าเรายึดมั่นในแผนการเล่นในครึ่งแรก มีแง่บวกมากมายที่ต้องนำไปใช้ ผมรู้ว่าเราต้องการแต้ม แต่เราแสดงให้เห็นถึงจรรยาบรรณในการทำงานและความปรารถนา”

“เรารู้อยู่เสมอว่าวิลลาเริ่มต้นด้วยการกดดันสูง ดังนั้นกุญแจสำคัญคือการดูดซับแรงกดดันนั้นและทำให้แฟนๆ เงียบลง เราโชคไม่ดีที่เสียประตูก่อนหมดเวลาครึ่งแรก”

การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดอาจมีความชัดเจนมากขึ้นในวันอังคาร

การเดินทางไปลอนดอน สเตเดียมในวันอังคารมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับฟอเรสต์

แฮมเมอร์สชนะเพียง 3 เกมเท่านั้นในฤดูกาลนี้ โดยชัยชนะนอกบ้านเพียงครั้งเดียวเกิดขึ้นที่ City Ground ในเกมสุดท้ายของนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ที่คุมทีมฟอเรสต์

ช่วงเวลาของนูโน่ในน็อตติงแฮมจบลงอย่างขมขื่น หลังจากที่เป็นความฝัน อดีตบอสของวูล์ฟแฮมป์ตันช่วยให้พวกเขารอดพ้นจากการตกชั้น และนำสโมสรกลับสู่ยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

เวสต์แฮมแต่งตั้งเขาเป็นบอสใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากการออกจากทีมฟอเรสต์

ความสัมพันธ์ที่แตกหักของนูโน่กับ Edu ผู้อำนวยการกีฬาของฟอเรสต์ และ Evangelos Marinakis เจ้าของทีม เพิ่มความร้อนแรงให้กับเกม ซึ่งตอนนี้มีความรู้สึกว่าเป็นการตัดสินฤดูกาลสำหรับทั้งสองฝ่าย

ฌอน ไดช์ กำลังมองหาที่จะรักษาสติท่ามกลางความผันผวนในการคุมทีมฟอเรสต์ของเขา

เขา กล่าวว่า “ตำแหน่งในลีกดีกว่าตอนที่เรามาที่นี่ นั่นน่ากังวล ตอนที่ผมมาที่นี่ เราอยู่ห่างจากโซนตกชั้นเพียง 2 คะแนน”

“ดังนั้น นั่นคือความจริง ผมไม่เคยคิดว่าเราจะหลุดพ้นจากมันไปได้ และอยู่ในท็อป 7 เชื่อผมสิ ดังนั้นผมคิดว่ามันเป็นงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ มันยังเป็นอยู่”

“การเติบโตที่คุณเห็น ผมคิดว่าเราทำประตูได้ 1 หรือ 2 ประตูใน 6 เกมก่อนหน้านี้ ตอนนี้เราทำไป 13 ประตูใน 13 เกม มันอาจไม่เหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรามีแต้มในกระดานมากขึ้น ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดี”

“สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเรื่องราวคือ เมื่อคุณรวมตัวกันอย่างที่เราเคยทำ ผมต้องมองความเป็นจริง ไม่ใช่เสียงรบกวน ผมมักจะเตือนผู้เล่นเสมอว่ามีความจริงในทุกเรื่องราว และนั่นคือความจริงของเรา”

ไดช์ขอความเป็นธรรมท่ามกลางฟอร์มย่ำแย่ของฟอเรสต์

การที่ฌอน ไดช์ออกมาเรียกร้องให้มองอย่างเป็นธรรมต่อผลงานของทีมท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของผู้จัดการทีมในการรักษาความมั่นใจและความมุ่งมั่นของทีมในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้ การเน้นย้ำถึงความคืบหน้าและพัฒนาการที่เกิดขึ้น แม้จะไม่สะท้อนออกมาในผลการแข่งขันล่าสุด เป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังผู้เล่นและแฟนบอล ว่าทีมยังคงเดินหน้าต่อไป แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ

การพิจารณาถึงความเป็นจริงของสถานการณ์ และการหลีกเลี่ยงการถูกครอบงำโดยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและปรับปรุงผลงาน การที่ไดช์ให้ความสำคัญกับการทำงานหนักและการยึดมั่นในแผนการเล่น เป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสมาธิและวินัยในการเผชิญหน้ากับความท้าทาย

ในระยะยาว การที่ทีมสามารถรักษาสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง และเรียนรู้จากความผิดพลาด จะเป็นปัจจัยสำคัญในการก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ การสนับสนุนและความเชื่อมั่นจากผู้จัดการทีมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างแรงบันดาลใจและผลักดันให้ทีมกลับสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ

ดังนั้นการที่ฌอน ไดช์ออกมาเรียกร้องให้มองอย่างเป็นธรรมต่อทีมฟอเรสต์ จึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ทีมก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และกลับมาแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา

ที่มา – Dyche wants perspective amid Forest’s worrying slump

จีนประณามสหรัฐฯ โจมตีอธิปไตยเวเนซุเอลา

จีนประณามสหรัฐฯ โจมตีอธิปไตยเวเนซุเอลา ชี้ละเมิด ก.ม.ระหว่างประเทศ

สถานการณ์ระหว่างประเทศกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อจีนออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาอย่างรุนแรง โดยมองว่าเป็นการ จีนประณามสหรัฐฯ โจมตีอธิปไตยเวเนซุเอลา และเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความมั่นคงในภูมิภาคลาตินอเมริกาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 เมื่อกระทรวงต่างประเทศของจีนได้ออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X ประณามการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ซึ่งนำไปสู่การจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร และภริยา โดยมีรายงานว่าทั้งสองถูกส่งตัวไปยังสหรัฐฯ เพื่อดำเนินคดี

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้แสดงความตกใจและประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำของสหรัฐฯ โดยระบุว่าการใช้กำลังอย่างโจ่งแจ้งต่อรัฐอธิปไตยและการกระทำต่อประธานาธิบดีมาดูโรนั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

ทำไมจีนถึงออกมาประณามสหรัฐฯ อย่างรุนแรง?

การ จีนประณามสหรัฐฯ โจมตีอธิปไตยเวเนซุเอลา นั้น มีเหตุผลหลายประการ จีนมองว่าการกระทำของสหรัฐฯ เป็นการละเมิดอธิปไตยและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ จีนยังมีความกังวลว่าการกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคลาตินอเมริกา ซึ่งจีนมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองอยู่ด้วย

จีนได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าคัดค้านการกระทำของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ และยุติการละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศอื่น

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของเวเนซุเอลาและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การแทรกแซงจากภายนอกไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม มักจะนำมาซึ่งความไม่มั่นคงและความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการ จีนประณามสหรัฐฯ โจมตีอธิปไตยเวเนซุเอลา ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลก:

  • ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐฯ: เหตุการณ์นี้อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจแย่ลงไปอีก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือในประเด็นสำคัญระดับโลก
  • ความไม่มั่นคงในภูมิภาคลาตินอเมริกา: การแทรกแซงจากภายนอกอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความไม่มั่นคงทางการเมืองในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้า
  • ผลกระทบต่อตลาดน้ำมัน: เวเนซุเอลาเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างกะทันหันอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก

จีนและสหรัฐฯ เป็นสองประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลก การที่ทั้งสองประเทศมีความขัดแย้งกันย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและสันติภาพของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีและการเคารพอธิปไตยของแต่ละประเทศเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เกิดความมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

อนาคตของเวเนซุเอลายังคงไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือการแทรกแซงจากภายนอกไม่ใช่ทางออก การสร้างความปรองดองและความร่วมมือภายในประเทศเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เวเนซุเอลาสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและสร้างอนาคตที่สดใสกว่าเดิม

การ จีนประณามสหรัฐฯ โจมตีอธิปไตยเวเนซุเอลา เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในเวทีโลก และความสำคัญของการเคารพอธิปไตยของแต่ละประเทศ เพื่อรักษาสันติภาพและความมั่นคง

ที่มา – จีนประณามสหรัฐฯ โจมตีอธิปไตยเวเนซุเอลา ชี้ละเมิด ก.ม.ระหว่างประเทศ

ทรัมป์เผย พามาดูโรฯ มาสหรัฐฯ ด้วยเรือรบ

เรื่องราวสุดฮือฮาจากอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมาเปิดเผยว่า กำลังนำตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมภริยา มายังสหรัฐอเมริกาด้วยเรือรบ ยูเอสเอส อิโวจิมะ เรื่องนี้สร้างความตกตะลึงและเป็นที่จับตามองของทั่วโลก

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 (วันที่ระบุในข่าวต้นฉบับ) โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ซึ่งนำไปสู่การจับกุมตัว นายนิโคลัส มาดูโร และภริยา เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในสหรัฐฯ หลายข้อหา นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่น่าเหลือเชื่อ

ทรัมป์เผย พามาดูโรฯ มาสหรัฐฯ ด้วยเรือรบ

ใจความสำคัญอยู่ที่การยืนยันของทรัมป์ว่า มาดูโรและภริยาอยู่บนเรือ ยูเอสเอส อิโวจิมะ จริงๆ และเรือกำลังมุ่งหน้าไปยังนิวยอร์ก ทำให้เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์

“ใช่แล้ว เรืออิโวจิมะ พวกเขาอยู่บนเรือลำนั้น” ทรัมป์กล่าวย้ำในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ Fox News เช้าวันเสาร์ “พวกเขากำลังมุ่งหน้าสู่นิวยอร์ก เฮลิคอปเตอร์พาตัวพวกเขาออกมา พวกเขาเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ในเที่ยวบินที่สะดวกสบาย ผมมั่นใจว่าพวกเขาคงจะชอบมัน แต่พวกเขา … พวกเขาฆ่าคนมาเยอะมาก อย่าลืมข้อนั้นด้วย” คำพูดของทรัมป์แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งและความซับซ้อนของสถานการณ์

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ทรัมป์เผย พามาดูโรฯ มาสหรัฐฯ ด้วยเรือรบ

เมื่อถูกถามถึง “ทางออก” หรือข้อเสนอที่เคยให้กับมาดูโร ทรัมป์ตอบว่า “พื้นฐานเลยคือผมบอกว่า คุณต้องยอมแพ้ คุณต้องมอบตัว” นี่คือเงื่อนไขที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา

ทรัมป์ยังเสริมว่าเขาได้พูดคุยกับมาดูโรเมื่อสัปดาห์ก่อน “นี่เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญมาก และเรา—ผมได้มีการหารือกัน ผมได้คุยกับเขาด้วยตัวเองเลย แต่ผมบอกว่า คุณต้องยอมแพ้ คุณต้องมอบตัว” การสนทนาโดยตรงนี้เน้นย้ำถึงความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ผ่านทางการเจรจา

เรื่องราวของ ทรัมป์เผย พามาดูโรฯ มาสหรัฐฯ ด้วยเรือรบ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ (ในขณะนั้น) แต่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา

มีหลายประเด็นที่น่าสนใจให้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้:

  • ความถูกต้องของข้อมูล: ข้อมูลที่ทรัมป์เปิดเผยนั้นเป็นความจริงหรือไม่?
  • เหตุผลเบื้องหลังการกระทำ: อะไรคือแรงจูงใจที่แท้จริงของทรัมป์ในการนำตัวมาดูโรมายังสหรัฐฯ?
  • ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: เหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ, เวเนซุเอลา, และประเทศอื่นๆ อย่างไร?

ทรัมป์เผย พามาดูโรฯ มาสหรัฐฯ ด้วยเรือรบ ถือเป็นข่าวที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลก และยังคงเป็นประเด็นที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป การตัดสินใจและผลลัพธ์ที่ตามมาจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเมืองระหว่างประเทศในอนาคต

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความสำคัญของการตัดสินใจของผู้นำในการกำหนดทิศทางของโลก แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะมาจากแหล่งข่าวในปี 2569 แต่ก็ยังเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับพลวัตของอำนาจและการเมืองระหว่างประเทศ

ที่มา – ทรัมป์เผย กำลังพามาดูโรมาสหรัฐฯ ด้วยเรือรบ ยูเอสเอส อิโวจิมะ

พรรครักชาติ ชู 6 นโยบายไม่ยกร่าง รธน.ใหม่

พรรครักชาติ ชู 6 นโยบายไม่ยกร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับ พร้อมย้ำไม่ใช่พรรคทหารหนุนหลัง

“เจษฎ์-ชัยวุฒิ” พรรครักชาติ ลงพื้นที่ตลาดประชานิเวศน์ และสยาม ด้าน “เจษฎ์” ขอเสียงวัยรุ่น ชู 6 นโยบาย ไม่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ พร้อมย้ำ รช. ไม่ใช่พรรคทหารหนุนหลัง

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 ม.ค. 2569 ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 พื้นที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พรรครักชาติ(รช.) นำโดยนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกฯลำดับที่ 2 ลงพื้นที่ช่วยน.ส.สุวีรา เติมรุ่งเรืองเลิศ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 8 หมายเลข 10 หาเสียง พร้อมทีมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ โดยนายเจษฎ์ เปิดเผยว่า เสียงสะท้อนจากประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นการเมืองที่ใสสะอาดและผู้แทนที่เข้ามาพัฒนาบ้านเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เข้ามาเพื่อกอบโกย ทั้งนี้ พรรคจะนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงแผนนโยบายให้ตอบโจทย์และนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงในแต่ละท้องที่

นายเจษฎ์ ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและพื้นที่ทับซ้อนว่า แม้การใช้กำลังปะทะกันจะไม่ใช่ทางออก แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องยืนหลังตรงในเวทีโลก เพื่อแสดงให้เห็นถึงสิทธิอันชอบธรรมในการสืบสิทธิเหนือดินแดนที่มีมาตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคม เราต้องทำให้ประชาคมโลกประจักษ์ว่า ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยรุกรานใคร แต่หากวันนี้เราถูกรุกราน เราต้องรักษาอธิปไตยและกำหนดเส้นเขตแดนของเราให้ชัดเจน ก่อนที่จะเจรจากันอย่างตรงไปตรงมา โดยให้ชาวโลกเป็นสักขีพยานและสนับสนุนฝ่ายที่ถูกต้อง

ด้านนายชัยวุฒิ กล่าวถึงทางเลือกในสนามเลือกตั้งว่า อยากให้ประชาชนมองข้ามขนาดของพรรคการเมือง แต่มองที่อุดมการณ์เป็นหลัก หากพรรคใหญ่ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ การเลือกพรรคเล็กที่มีอุดมการณ์ตรงกันจะช่วยให้มีตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น

จากนั้น ช่วงบ่าย นายชัยวุฒิ นายเจษฎ์ นำทีมผู้สมัคร สส.ของพรรค ลงพื้นที่สยามขอคะแนนกลุ่มวัยรุ่นเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยนายเจษฎ์กล่าวถึงนโยบายพรรครช.ที่ยื่นกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ว่า มีทั้งหมด 6 เรื่อง

6 นโยบายหลักของพรรครักชาติ ที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  • รณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจและเห็นประโยชน์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเน้นการแก้ไขเฉพาะมาตราที่จำเป็นหรือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาเสถียรภาพและรับฟังความเห็นของประชาชนโดยไม่ต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับ
  • เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจรายย่อย (SMEs) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผ่านการขยายวงเงินสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย และใช้มาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจและส่งเสริมการทำธุรกิจ
  • ผลักดันตลาดหุ้นไทยให้โดดเด่นในสายตานักลงทุนระดับโลก พร้อมมาตรการดูแลและสร้างความมั่งคั่งให้แก่นักลงทุนรายย่อยอย่างยั่งยืน
  • สร้างกิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เช่น สวนสนุกระดับโลก, มหกรรมกีฬาสากล และคอนเสิร์ตระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงและกีฬาไทย
  • ขยายโครงการ EEC ไปสู่ภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ
  • ปราบปรามสแกมเมอร์ ด้วยการแก้กฎหมาย และตั้งหน่วยงานดูแลเฉพาะ จัดประชุมนานาชาติ เพื่อจัดทำอนุสัญญาปราบปรามสแกมเมอร์ระดับโลก

ส่วนที่ขณะนี้กระแสการเมืองแบ่งเป็น อนุรักษ์นิยม และ ก้าวหน้า ซึ่งพรรครช.ถูกว่าเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม โหนกระแสรักชาติ โหนกระแสทหารนั้น นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พรรครักชาติเป็นเรื่องอุดมการณ์ของพรรค เพราะไม่อยากให้คนคิดไม่ดีกับบ้านเมือง ชังชาติ เราจึงชื่อพรรครช.ไม่ได้มีกองทัพหรือทหารหนุนหลัง และไม่ได้อนุรักษ์นิยมแบบสุดโต่ง

อย่างไรก็ตามในการลงพื้นที่พรรครักชาติยังมีการเต้นท่าเกาหลัง ซึ่งมีความหมายว่า ไม่โกง ไม่เทา ไม่เกาหลัง เพราะเกาหลังคือการสมรู้รวมคิด ฮั้วทุจริตคอร์รัปชันอีกด้วย

โดยรวมแล้ว พรรครักชาติ พยายามนำเสนอแนวทางที่แตกต่าง โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการเมือง โดยไม่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งเป็นจุดยืนที่น่าสนใจและอาจได้รับความสนใจจากประชาชนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง แต่ไม่อยากเห็นความวุ่นวายทางการเมือง

ที่มา – พรรครักชาติ ชู 6 นโยบายไม่ยกร่าง รธน. ใหม่ทั้งฉบับ พร้อมย้ำไม่ใช่พรรคทหารหนุนหลัง

ฟันธง! แมนฯ ซิตี้ ชนะลีก – โจนส์

ศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้กำลังเข้มข้น แฟนบอลต่างจับจ้องว่าทีมใดจะคว้าแชมป์ไปครอง ฟิล โจนส์และดีออน ดับลิน นักวิเคราะห์จากบีบีซีสปอร์ตได้ออกมาแสดงทรรศนะถึงทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์ โดยทั้งคู่ต่างมองว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้มีความได้เปรียบเหนืออาร์เซนอลและแอสตัน วิลลา

ฟันธง! แมนฯ ซิตี้ ชนะลีก – โจนส์

โจนส์กล่าวว่า “ผมไม่เห็นว่าจะมีทางใดที่แมนฯ ซิตี้จะไม่ชนะลีก” เขามั่นใจในศักยภาพของทีมเรือใบสีฟ้าที่มีทั้งผู้เล่นระดับโลกและกุนซือมากฝีมืออย่างเป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่สำคัญคือประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์ที่เหนือกว่าทีมอื่น ๆ

ดับลินเสริมว่า “แมนฯ ซิตี้มีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง พวกเขาสามารถรับมือกับโปรแกรมการแข่งขันที่หนักหน่วงได้ดีกว่าทีมอื่น” เขายังชี้ให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในการเล่นของแมนฯ ซิตี้ที่มักจะทำผลงานได้ดีในช่วงท้ายฤดูกาลซึ่งเป็นช่วงตัดสินแชมป์

อย่างไรก็ตาม ทั้งโจนส์และดับลินก็ไม่ได้ตัดโอกาสของอาร์เซนอลและแอสตัน วิลลา พวกเขายอมรับว่าทั้งสองทีมมีพัฒนาการที่น่าประทับใจในฤดูกาลนี้ แต่อาจจะยังขาดประสบการณ์และความเฉียบคมในการตัดสินใจในสถานการณ์ที่กดดัน

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการลุ้นแชมป์

  • ฟอร์มการเล่นของผู้เล่นหลัก: การที่ผู้เล่นสำคัญของแต่ละทีมรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีได้อย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเก็บแต้ม
  • การจัดการทีมของผู้จัดการทีม: การวางแผนการเล่น การแก้เกม และการบริหารจัดการขุมกำลังของผู้จัดการทีมจะมีผลต่อผลการแข่งขัน
  • โชคและสถานการณ์: บางครั้งโชคก็มีส่วนสำคัญในการตัดสินผลแพ้ชนะ รวมถึงสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การบาดเจ็บของผู้เล่น หรือการตัดสินของผู้ตัดสิน

การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ยังคงเปิดกว้างให้กับหลายทีม แต่จากทรรศนะของฟิล โจนส์และดีออน ดับลิน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ดูเหมือนจะเป็นทีมที่มีความได้เปรียบมากที่สุด อย่างไรก็ตาม การแข่งขันยังไม่จบลงจนกว่าจะถึงนัดสุดท้าย ดังนั้นเราจึงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าทีมใดจะสามารถคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือเราจะได้เห็นการแข่งขันที่สนุกและตื่นเต้นจนถึงวินาทีสุดท้ายอย่างแน่นอน การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จะเป็นที่จดจำไปอีกนาน

การที่กุนซือสามารถบริหารจัดการทีมได้อย่างลงตัวถือเป็นแต้มต่ออย่างมากในการแข่งขันที่ยาวนานและเข้มข้นเช่นนี้ การตัดสินใจที่เฉียบคมและการปรับแก้แผนที่รวดเร็วสามารถเปลี่ยนสถานการณ์จากร้ายกลายเป็นดีได้ในพริบตา

ดังนั้น การที่ทีมใดจะประสบความสำเร็จได้นั้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำงานเป็นทีม ความเข้าใจในแทคติก และการมีผู้นำที่สามารถนำพาให้ทีมก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไปได้อีกด้วย แล้วคุณล่ะ คิดว่าทีมไหนจะคว้าแชมป์ไปครอง?

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“มนพร” ซัดใครบิดเบือน? โฆษกภูมิใจไทยไม่แมน

“มนพร เจริญศรี” ฟาดกลับ โฆษกภูมิใจไทย ใครกันแน่ที่บิดเบือน ยันปราศรัยข้อเท็จจริงยืนยันต่อประชาชน เรื่องเงินดิจิทัลถูกพับ ซัดไม่แมนเอาไปร้องเรียน ฝากถาม กกต.ผิดสัญญาว่าจะให้ หรือไม่ ปม “อนุทิน” แถลงขอใช้หนี้ประชาชน 2,400 บาท

วันที่ 3 มกราคม 2569 นางมนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 1 นครพนม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณี โฆษกพรรคภูมิใจไทย ออกมาให้ข่าวกล่าวหาว่า ตนปราศรัยบิดเบือนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับปมเงินดิจิทัลวอลเล็ตถูกพับ ถามคืนใครกันแน่ที่บิดเบือน แทนที่จะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ทำไมรัฐบาลอนุทิน ไม่สานต่อดิจิทัลวอลเล็ต กลายมาเป็นคนละครึ่ง แต่กลัวเสียเครดิตทางการเมือง ทำงานการเมืองไม่แมน

ขออนุญาตกราบเรียนพี่น้องประชาชนอย่างนี้ว่า ในเวทีของการปราศรัยทุก ๆ เวที ฉันเองได้พูดถึงนโยบายของรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยตลอด 2 ปีที่ผ่านมาว่า นโยบายที่เราชูกับพี่น้องประชาชนเราทำอะไรไปบ้าง อย่างเช่น นโยบายในเรื่อง 30 บาทรักษาทุกที่ เกิดประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน โครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนถามว่า เดิมทีนโยบายที่เราผลักดันไปถึงพี่น้องประชาชนคือโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะให้ประชาชนคนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป แต่ทำไมการที่เราแจกไป 2 เฟส นั้นถึงเด็กถึงไม่ได้ แล้วประชาชนที่เหลือถึงไม่ได้ ดิฉันได้นำเรียนพี่น้องประชาชนว่า จริง ๆ แล้วการที่เราไปเป็นรัฐบาล เราจะต้องบริหารเงินงบประมาณ ไม่ใช่เพียงแค่ดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเดียว ยังมีความจำเป็นทางด้านอื่นๆ อีกมากมาย เราจึงต้องจัดสรรแล้วจ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเฟส โดยเฟสแรกเราจ่ายให้ผู้ที่ถือบัตรประชาชน บัตรคนจน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ในสองเฟสแรก แล้วเฟสต่อไปเราคิดว่าในขณะที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลจากท่านนายกฯ เศรษฐา มาเป็นนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เราได้มีการพิจารณาว่าในงบประมาณปี 2568 – 2569 มีความจำเป็นต้องใช้อะไรบ้าง

เราจะได้จัดสรรงบประมาณมาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนที่ยังไม่ได้ แต่ในช่วงรอยต่อที่ท่านนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้ดำรงตำแหน่งนั้น มีการเปลี่ยนรัฐบาล มาเป็นรัฐบาลของนายกฯ อนุทิน แต่ยังมีงบประมาณ เรียกว่างบกลางเหลืออยู่ เราเข้าใจว่าในงบประมาณ ปลายปี 2568 เราจะได้มีโอกาสได้จัดสรรเงินดิจิทัลวอลเล็ตไปส่วนที่เหลือให้กับพี่น้องประชาชนบางกลุ่ม ฉันก็ได้ชี้แจงไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้บิดเบือน ไม่ได้ใส่ร้าย สิ่งที่ดิฉันได้พูดคือเป็นความจริงจากแนวทางปฏิบัติ ไม่ว่าในช่วงของการพิจารณางบประมาณในช่วงของการพิจารณางบประมาณในปี 68 คณะรัฐมนตรีเอง ยังบอกว่ามีงบกลางที่เหลืออยู่ แล้วก็จะดูความจำเป็นว่าเราจะทำดิจิทัลวอลเล็ต ต่อหรือไม่ นี่คือขั้นตอนของงบประมาณ การจะทำพิจารณางบประมาณจำเป็นเดือดร้อน ทุก ๆ ครั้ง คณะรัฐมนตรี จะขอนายกรัฐมนตรีของบกลาง เราจะใช้งบกลาง

โดยงบกลางต้องผ่านมติ ครม. คณะรัฐมนตรีตอนนั้นต้องเห็นชอบหมดทุกพรรคที่เข้าร่วมเป็นคณะรัฐมนตรี และตอนที่ฉันเองอยู่ร่วมรัฐบาล ฉันเห็นทางพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ยกมือแล้วไม่มีใครคัดค้านในที่ประชุม ครม. แต่เมื่อวันหนึ่งที่ฉันออกมาหลังจากยุบสภา พี่น้องประชาชนถามว่าทำไมพี่น้องประชาชนบางส่วนถึงไม่ได้ ฉันได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่างบประมาณปี 2569 เราไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เอาเงินงบประมาณที่ผ่านพิจารณา มาทำเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นอำนาจรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี สามารถทำได้ ทั้งหมดคือความจริง แล้วทางโฆษกพรรคภูมิใจไทย ควรจะได้ชี้แจงต่อประชาชนด้วยซ้ำว่าทำไมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ท่านถึงไม่ทำต่อ ทำไมไม่ทำต่อเพราะอะไร แต่ขณะเดียวกันท่านควรจะขยายความต่อว่าการไม่ทำต่อนั้น เป็นเพราะอะไร แล้วท่านถึงมาเปลี่ยนเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการคนละครึ่งพลัสบ้าง เช่นเดียวกันคนละครึ่งพลัส ท่านเองก็ไม่สามารถอนุมัติให้พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ท่านยังมีจำนวนคงเหลือพี่น้องประชาชนตกค้างอีกหลายล้านคนที่ยังไม่สามารถได้โครงการคนละครึ่งพลัส

“แถมท่านนายกฯ อนุทิน ยังมาแถลงกับพี่น้องประชาชนว่าท่านกลับมาเป็นนายกฯ จะได้ใช้หนี้ ติดค้างประชาชนไว้อีก 2,400 บาทนั้น นี่จะไม่ใช่เป็นการที่สัญญาว่าจะให้เหรอคะ ฝากถาม กกต.”

นางมนพร กล่าวอีกว่า ดิฉันเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีโอกาสได้สื่อสารกับพี่น้องประชาชน มีโอกาสได้ชี้แจงว่าเงินตรงนี้เราไปทำอะไรบ้าง และเงินตรงนี้รัฐบาล เอาไปทำอะไรบ้าง ท่านควรจะใช้เวทีตรงนี้ ชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน แล้วทำความเข้าใจ โดยการที่จะเอาคำปราศรัยของดิฉันไปยื่นร้องต่อ กกต. ฉันคิดว่ามันไม่แมน เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่ดิฉันมองว่า การที่นักการเมืองคนหนึ่งได้ลุกขึ้นมาปราศรัยแล้วก็ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาถึงการใช้จ่ายงบประมาณ มันคือเรื่องจริงทั้งหมด แต่หันกลับไปดูว่าท่านในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาชี้แจงเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือไม่

“มนพร” ซัดโฆษกภูมิใจไทย ไม่แมนเอาคำปราศรัยไปร้องเรียน ชี้ใครกันแน่บิดเบือน

“มนพร” ซัดใครบิดเบือน?

จากกรณีที่นางมนพร เจริญศรี ออกมาตอบโต้โฆษกพรรคภูมิใจไทย ทำให้เกิดคำถามว่าใครกันแน่ที่บิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นางมนพรยืนยันว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริงและเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบถึงเหตุผลที่โครงการดิจิทัลวอลเล็ตไม่สามารถดำเนินการได้อย่างที่วางแผนไว้แต่แรก นอกจากนี้ เธอยังตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการที่โฆษกพรรคภูมิใจไทยนำคำปราศรัยของเธอไปร้องเรียนต่อ กกต. โดยมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่แมน

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การสื่อสารข้อเท็จจริงและความโปร่งใสในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล นางมนพรพยายามชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยสัญญาไว้กับสิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังทำอยู่ การที่โครงการดิจิทัลวอลเล็ตไม่ได้รับการสานต่อและเปลี่ยนไปเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และนางมนพรต้องการให้โฆษกพรรคภูมิใจไทยออกมาชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจนกว่านี้

การออกมาตอบโต้ของนางมนพรไม่ได้เป็นเพียงแค่การปกป้องตัวเอง แต่ยังเป็นการเรียกร้องให้เกิดความรับผิดชอบและความโปร่งใสในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล การที่นักการเมืองออกมาให้ข้อมูลที่แตกต่างกันอาจทำให้ประชาชนสับสน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายสามารถนำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้พิจารณาข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง

การเมืองไทยมักเต็มไปด้วยการกล่าวหากันไปมา แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่นักการเมืองทุกคนยึดมั่นในหลักการของความจริงและความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

การออกมาตอบโต้ของ “มนพร” ซัดโฆษกภูมิใจไทย ไม่แมนเอาคำปราศรัยไปร้องเรียน ชี้ใครกันแน่บิดเบือน สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ หวังว่าทุกฝ่ายจะหันมาให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ที่มา – “มนพร” ซัดโฆษกภูมิใจไทย ไม่แมนเอาคำปราศรัยไปร้องเรียน ชี้ใครกันแน่บิดเบือน

ยุโรปตอบโต้! สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา จับมาดูโร


ชาติยุโรปเริ่มออกมาแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ต่อการโจมตีเวเนซุเอลา จับกุมประธานาธิบดีมาดูโรของสหรัฐฯ แล้ว โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เบลารุสประณามสหรัฐฯ อย่างรุนแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป กับชาติยุโรปอื่นๆ เริ่มออกมาแสดงความเห็นกันแล้ว หลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา พร้อมประกาศจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร กับภริยา และกำลังพาตัวทั้งสองไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ

นาย อันโตนิโอ กอสต้า ประธานสภายุโรป กล่าวว่าเขากำลังติดตามสถานการณ์ด้วยความกังวลอย่างยิ่ง และเรียกร้องให้มีการลดระดับความตึงเครียด “สหภาพยุโรปจะยังคงสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสันติ เป็นประชาธิปไตย และครอบคลุมทุกภาคส่วนในเวเนซุเอลา”

ขณะที่นาง เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โพสต์ข้อความบน X ว่า คณะกรรมาธิการ “ยืนหยัดเคียงข้างชาวเวเนซุเอลา และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติและเป็นประชาธิปไตย แนวทางแก้ไขใดๆ จะต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ”

ด้านนาย อันดรีย์ ซิบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ระบุผ่าน X ว่า “ประชาชนชาวเวเนซุเอลาต้องมีโอกาสที่จะมีชีวิตปกติ มีความปลอดภัย ความเจริญรุ่งเรือง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” และเสริมว่า ประเทศของเขาไม่ยอมรับความชอบธรรมตามกฎหมายของมาดูโร หลังจัดการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยการทุจริต และการใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วง

ส่วนนาง มาเรีย สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า ประเทศของเธอ “เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า นิโคลัส มาดูโร ขาดความชอบธรรม” แต่เสริมว่า “อย่างไรก็ตาม ทุกรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ การเคารพกฎหมายระหว่างประเทศถือเป็นผลประโยชน์ด้านนโยบายความมั่นคงในระยะยาวของสวีเดน”

กระทรวงการต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์เรียกร้องให้มีการ “ลดระดับความตึงเครียด การยับยั้งชั่งใจ และการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงข้อห้ามในการใช้กำลังและหลักการเคารพในบูรณภาพแห่งดินแดน” พร้อมระบุว่าเชื่อว่าไม่มีพลเมืองสวิสได้รับผลกระทบจากการโจมตี และกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นางวีโอซา ออสมานี ประธานาธิบดีโคโซโว กล่าวว่าประเทศของเธอ “ยืนหยัดอย่างมั่นคง” เคียงข้างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ “เมื่ออเมริกาเป็นผู้นำ เราภาคภูมิใจที่ได้ยืนหยัดร่วมกัน เพราะเสรีภาพโดยรวมของเราขึ้นอยู่กับสิ่งนี้” เธอโพสต์ผ่าน X

ขณะที่นายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส ได้ออกมา “ประณามอย่างเด็ดขาด” ต่อการกระทำของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ตามรายงานจากสำนักข่าวเบลตาของรัฐบาลเบลารุส ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเบลารุสระบุเช่นกันว่า “การก้าวร้าวทางทหาร” ของสหรัฐฯ เป็น “ภัยคุกคามโดยตรง” ต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

ด้าน เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่า จำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเขาจะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา โดยย้ำด้วยว่า “ผมพูดและเชื่อเสมอว่าเราทุกคนควรยึดถือตามกฎหมายระหว่างประเทศ”

เซอร์สตาร์เมอร์ยืนยันว่า สหราชอาณาจักร “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าทางใดก็ตาม” ในการโจมตีกรุงคารากัส

ส่องปฏิกิริยายุโรป หลังสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา จับกุมประธานาธิบดีมาดูโร

สถานการณ์ในเวเนซุเอลายังคงเป็นประเด็นร้อนแรงที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปฏิกิริยาจากนานาชาติ ต่อการโจมตีเวเนซุเอลา จับกุมประธานาธิบดีมาดูโรโดยสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความกังวลและความขัดแย้งในหลายภาคส่วน

ทำไมปฏิกิริยาของยุโรปต่อการโจมตีเวเนซุเอลา จับกุมประธานาธิบดีมาดูโรจึงสำคัญ

ยุโรปมีบทบาทสำคัญในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจขององค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ปฏิกิริยาของประเทศในยุโรปต่อสถานการณ์ในเวเนซุเอลา จึงอาจส่งผลกระทบต่อท่าทีของนานาชาติต่อวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น

จากที่กล่าวมาข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าชาติยุโรปส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การรักษากฎหมายระหว่างประเทศ และการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี แม้ว่าหลายประเทศจะไม่ยอมรับความชอบธรรมของรัฐบาลมาดูโร แต่ก็ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพอธิปไตยของเวเนซุเอลา

แม้ว่าสถานการณ์ในเวเนซุเอลายังคงมีความไม่แน่นอน แต่การตอบสนองของประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุโรป แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และส่งเสริมการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี

ที่มา – ส่องปฏิกิริยายุโรป หลังสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา จับกุมประธานาธิบดีมาดูโร

รัสเซียจี้สหรัฐฯ ชี้แจง ปมโจมตีเวเนฯ จับมาดูโร

ความตึงเครียดระหว่างประเทศทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อรัสเซียออกมาเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาชี้แจงถึงปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับนานาชาติ และถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบที่จะตามมา

รัสเซียจี้สหรัฐฯ ชี้แจง ปมโจมตีเวเนซุเอลา จับมาดูโร

กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานเกี่ยวกับการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมภริยา โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ “ก้าวร้าว” และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยทันที

แถลงการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำว่า หากรายงานดังกล่าวเป็นความจริง การกระทำของสหรัฐฯ จะถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของเวเนซุเอลาอย่างร้ายแรง ซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเคารพอธิปไตยของรัฐเอกราช

ท่าทีของรัสเซียต่อการแทรกแซงเวเนซุเอลา

ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ออกมาประณามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าข้ออ้างใดๆ ที่สหรัฐฯ นำมาใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ “ฟังไม่ขึ้น” และไม่สามารถยอมรับได้

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและปฏิบัติการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยอ้างว่ามีการขนส่งยาเสพติดจากเวเนซุเอลาไปยังสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่การปะทะและการยึดเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำที่ถูกกล่าวหาว่าขนส่งน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากเวเนซุเอลา เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

สถานการณ์ในเวเนซุเอลายังคงเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและมีความอ่อนไหวสูง การแทรกแซงจากภายนอกยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น การเจรจาและการหาทางออกทางการทูตจึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ

การที่รัสเซียออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชี้แจงถึงกรณี รัสเซียจี้สหรัฐฯ ชี้แจง ปมโจมตีเวเนซุเอลา จับมาดูโร แสดงให้เห็นถึงความกังวลของรัสเซียต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และความพยายามที่จะรักษาสมดุลอำนาจในภูมิภาคลาตินอเมริกา รัสเซียมองว่าการกระทำของสหรัฐฯ เป็นการคุกคามอธิปไตยของเวเนซุเอลา และอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงในภูมิภาค

การตอบสนองของสหรัฐฯ ต่อข้อเรียกร้องของรัสเซียจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง และจะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ในเวเนซุเอลาในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การที่นานาชาติจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี และการเคารพอธิปไตยของทุกประเทศ

สถานการณ์นี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการรักษากฎหมายระหว่างประเทศ และการแก้ไขข้อพิพาททางการเมืองด้วยสันติวิธี การใช้กำลังทหารและการแทรกแซงจากภายนอกไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืน และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น การที่รัสเซียออกมาแสดงบทบาทในการปกป้องอธิปไตยของเวเนซุเอลา สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาสมดุลอำนาจในเวทีโลก และการต่อต้านการแทรกแซงจากมหาอำนาจ

อนาคตของเวเนซุเอลาขึ้นอยู่กับการเจรจาและการประนีประนอมของทุกฝ่าย การที่นานาชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยให้เวเนซุเอลาสามารถก้าวข้ามวิกฤตและสร้างสันติภาพและความมั่นคงในระยะยาวได้ การ รัสเซียจี้สหรัฐฯ ชี้แจง ปมโจมตีเวเนซุเอลา จับมาดูโร เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความซับซ้อนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นจากการ รัสเซียจี้สหรัฐฯ ชี้แจง ปมโจมตีเวเนซุเอลา จับมาดูโร นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่เปราะบาง และต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง การเจรจาและการเคารพอธิปไตยของทุกประเทศเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันความขัดแย้ง และสร้างโลกที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรืองสำหรับทุกคน

ที่มา – รัสเซียจี้สหรัฐฯ ชี้แจง หลังโจมตีเวเนซุเอลา จับกุม ปธน.มาดูโร

รศ.อาจารย์ ม.ดัง ดับ! รถชนประสานงาที่ร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ดเกิดอุบัติเหตุรถยนต์อเนกประสงค์ชนประสานงา บนถนนปัทมานนท์ สายร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย หนึ่งในนั้นคือ รศ.อาจารย์มหาวิทยาลัยดัง ดับสลด ประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาที่ จ.ร้อยเอ็ด นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย ตำรวจ สภ.จังหาร อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง

เมื่อเวลา 16.35 น. ของวันที่ 3 มกราคม 2569 ร.ต.อ.ธีพล เกื้อกูล รองสารวัตรสอบสวน สภ.จังหาร ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์อเนกประสงค์ชนประสานงา บนถนนปัทมานนท์ สายร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ บริเวณทางโค้งบ้านแซงแหลม ตำบลแสนชาติ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด มีผู้บาดเจ็บหลายรายติดภายในรถ จึงรุดออกตรวจสอบพร้อม กู้ชีพ อบต.ดงสิงห์ กู้ภัยเมตตาธรรมจังหาร หน่วยกู้ชีพ รพ.จังหาร กู้ภัยทางหลวงร้อยเอ็ด กู้ภัยอโสกร่องคำ

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณทางโค้ง บนถนน 4 ช่องจราจร ไม่มีเกาะกลางถนน พบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กต 5110 ร้อยเอ็ด มีรอยเฉี่ยวชนบริเวณหน้ารถด้านซ้ายยุบพังเสียหาย พบคนขับเป็นชาย ทราบชื่อ นายถนัด กรมรินทร์ อายุประมาณ 42 ปี เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาล นำส่งโรงพยาบาลจังหาร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ใกล้กันพบ รถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน กฉ 6590 กาฬสินธุ์ มีรอยเฉี่ยวชนบริเวณด้านหน้ารถฝั่งซ้าย ยุบพังเสียหายถึงห้องโดยสาร ตรวจสอบภายในรถ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 4 ราย และหญิง 1 ราย ติดภายในเบาะนั่งข้างคนขับ เป็นหญิงอายุ 51 ปี หมดสติ ไม่มีชีพจร อาสาสมัครกู้ภัยจึงเร่งให้การช่วยเหลือนำเครื่องตัดถ่าง นำผู้บาดเจ็บออกมาจากรถ ก่อนให้การช่วยเหลือ CPR และใช้เครื่อง AED เพื่อกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา คือ รองศาสตราจารย์ ดร.นรากร คณาศรี อายุ 51 ปี อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ข่าวเศร้า รศ.อาจารย์มหาวิทยาลัยดัง ดับสลด ประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาที่ จ.ร้อยเอ็ด สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน

สอบถามพลเมืองดี นางสาวสุรีภรณ์ แก้วขอนแก่น เจ้าพนักงานฉุกเฉินทางการแพทย์ โรงพยาบาลเสลภูมิ พลเมืองดีที่ลงให้การช่วยเหลือ เล่าว่า ตนขับรถมาถึงก็พบว่ารถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันแล้ว โดยพบว่ามีผู้บาดเจ็บหลายราย ด้วยความที่ตนเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านนี้อยู่แล้ว จึงได้กลับรถมาเพื่อลงให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เพื่อจะได้เร่งนำส่งโรงพยาบาล

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเวร ได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อบันทึกภาพหลักฐานลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนี้จะได้สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ และประจักษ์พยานที่อยู่ในรถ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงเย็นที่ผ่านมา รศ. ดร.นรากร คณาศรี กำลังพาครอบครัวเดินทางกลับไปทำงานที่ จ.ขอนแก่น กระทั่งมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

รศ.อาจารย์มหาวิทยาลัยดัง ดับสลด ประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาที่ จ.ร้อยเอ็ด

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุบัติเหตุ รศ.อาจารย์มหาวิทยาลัยดัง ดับสลด ประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาที่ จ.ร้อยเอ็ด

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกท่านใช้ความระมัดระวังในการขับรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางเป็นจำนวนมาก การพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อม และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนร่วมงานของ รศ.อาจารย์มหาวิทยาลัยดัง ดับสลด ประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาที่ จ.ร้อยเอ็ด และขอให้ผู้บาดเจ็บหายเป็นปกติโดยเร็ว

ที่มา – รศ.อาจารย์มหาวิทยาลัยดัง ดับสลด ประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาที่ จ.ร้อยเอ็ด