วัน: 3 มกราคม 2026

เกม EFL และ National League สุดสัปดาห์โดนพิษอากาศหนาว

สุดสัปดาห์นี้ แฟนบอลอังกฤษต้องผิดหวังกันเป็นแถว เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวจัดส่งผลกระทบต่อการแข่งขันฟุตบอลหลายรายการ โดยเฉพาะเกมในลีก EFL (English Football League) และ National League ที่ต้องเลื่อนออกไปหลายคู่ เนื่องจากอุณหภูมิที่ลดต่ำลงจนพื้นสนามกลายเป็นน้ำแข็ง ทำให้ไม่สามารถทำการแข่งขันได้

เกม EFL และ National League สุดสัปดาห์โดนพิษอากาศหนาว

เกมลีกทู (League Two) คู่ระหว่าง Notts County พบ Gillingham และ Walsall พบ Fleetwood ที่มีกำหนดการแข่งขันในวันอาทิตย์ถูกเลื่อนออกไปอย่างเป็นทางการ เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

นอกจากนี้ ยังมีเกมใน National League ที่ถูกยกเลิกไปถึง 6 คู่ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้แก่:

  • Aldershot พบ Solihull Moors
  • Rochdale พบ Brackley Town
  • Woking พบ Hartlepool United
  • Southend พบ Truro City

ก่อนหน้านี้ เกมคู่ระหว่าง Boreham Wood พบ York City (คู่หัวตาราง) และ Scunthorpe United พบ Sutton United ก็ถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่วันศุกร์

สำหรับเกมที่ Meadow Lane ของ Notts County ถูกยกเลิกหลังจากการตรวจสอบสภาพสนามเมื่อเช้าวันเสาร์ แม้ว่าจะมีการใช้แผ่นกันความเย็น (frost sheets) มาตั้งแต่เกมที่พวกเขาแพ้ให้กับ Accrington ในวันขึ้นปีใหม่ก็ตาม ในขณะที่เกมของ Saddlers ที่ Pallet-Track Bescot Stadium ก็ต้องเลื่อนออกไปเช่นกัน

แถลงการณ์จากสโมสรในลีกทูทุกแห่งระบุว่า การแข่งขันที่ถูกเลื่อนออกไปจะถูกจัดตารางใหม่ในโอกาสต่อไป

มาตรการป้องกันที่ทำไปก่อนเกม EFL และ National League สุดสัปดาห์โดนพิษอากาศหนาว

ในส่วนของ National League แถลงการณ์จาก Aldershot ระบุว่า “สโมสรต้องการยืนยันกับแฟนๆ ว่าได้มีการดำเนินมาตรการที่ถูกต้องแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าการแข่งขันมีโอกาสที่จะดำเนินต่อไปได้มากที่สุด แต่สภาพอากาศข้ามคืนทำให้สนามไม่สามารถใช้งานได้สำหรับการแข่งขันในวันนี้”

เกมระหว่าง Aldershot กับ Solihull Moors ถูกกำหนดตารางใหม่เป็นวันเสาร์หน้า ที่ 10 มกราคม โดยจะเริ่มการแข่งขันในเวลา 15:00 GMT

Rochdale มีกำหนดลงเล่นกับ Brackley ที่สนาม Wham Stadium ของ Accrington Stanley ซึ่งพวกเขาเคยใช้เป็นสนามเหย้าในการพบกับ Hartlepool United เมื่อวันอังคาร ก่อนที่จะแพ้ไป 2-1 เนื่องจากสนามของตัวเองยังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง

“แม้ว่าทีมงานดูแลสนามของ Accrington Stanley จะพยายามอย่างเต็มที่ โดยมีการปูผ้าคลุมกันความเย็นทันทีหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันในวันอังคาร แต่อุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งข้ามคืนหมายความว่าพื้นสนามไม่สามารถใช้งานได้” แถลงการณ์ระบุ

สนามของ Woking ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานได้ในวันศุกร์ แต่พวกเขากล่าวว่า “อุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งข้ามคืน” หมายความว่าเกมของพวกเขาไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

“เราขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขออภัยต่อผู้สนับสนุนทีมเยือนที่เดินทางมาจากทางเหนือ” สโมสรจาก Surrey กล่าวเสริม

ยังไม่มีการกำหนดวันที่ใหม่สำหรับการแข่งขันของ Rochdale, Woking และ Southend

คำเตือนสีเหลืองเกี่ยวกับหิมะและน้ำแข็งมีผลบังคับใช้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของอังกฤษตั้งแต่เที่ยงคืนของวันพฤหัสบดี และยังคงมีผลจนถึงเที่ยงวันศุกร์

คำเตือนเพิ่มเติม ได้ถูกออกสำหรับการช่วงสุดสัปดาห์และต้นสัปดาห์หน้า

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งสำหรับผู้จัดการแข่งขันและแฟนบอลเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

ที่มา – Cold snap hits weekend EFL & National League games

“เท้ง” หาเสียงขอนแก่น: แม่ค้าไล่-ด้อมส้มให้กำลังใจ

ชาวบ้านขอนแก่น ฝาก “เท้ง ณัฐพงษ์” ให้ระวังเรื่องปาก ไม่งั้นจะพลาด ก่อนถูกแม่ค้าไล่ เรื่องแก้ 112 ขณะเดินอ้อนคะแนนในตลาดบางลำภู ส่วนด้อมส้มรอรับนำพวงมาลัยและส้มมาให้กำลังใจล้นหลาม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ม.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ตลาดบางลำภู นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พา ทนายป็อก นายวีรนันท์ ฮวดศรี ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 1 เดินเท้าอ้อนคะแนนเสียงในตลาดสดบางลำภูช่วงเช้านั้น มีชาวบ้านเข้ามาพูดคุยกับนายณัฐพงษ์ โดยบอกว่า “ตั้งใจหน่อย และให้ระวังเรื่องปาก ไม่งั้นจะพลาด ถ้าพลาดก็ต้องรีบแก้ให้ไวอย่าช้า เพราะคำพูดจากปากไปเร็วและสร้างความเสียหายเร็ว มันจะอธิบายยากเพราะเขาไม่ฟังเรา ก่อนจะพูดทิ้งท้ายกับคุณเท้งว่า อย่าปากเสีย” และในจุดนี้เองมีแม่ค้าอีกท่านหนึ่ง ไล่ให้ไปที่อื่น เพราะแก้ 112 ด้อยค่าทหาร ยุ่งวุ่นวายกับทหาร แล้วแม่ค้าท่านนั้น ก็เดินเลี่ยงเข้าไป

นอกจากนี้ในขณะที่นายณัฐพงษ์ เดินขอคะแนนเสียงในตลาดจอมพล ก็มีชาวบ้านเข้ามาขอถ่ายภาพ พร้อมกับให้กำลังใจเชียร์ และถึงกับร้องไห้ออกมา ด้วยความดีใจที่ได้เจอกับนายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าจะเลือกพรรคส้มเหมือนเดิม ในขณะเดียวกันก็มีชาวขอนแก่นอีกหลายคนที่เข้ามาให้กำลังใจนำดอกดาวเรืองมาคล้องคอโดยตั้งใจมาหาโดยเฉพาะ และนอกจากดอกดาวเรืองแล้วยังมีส้ม ที่ชาวขอนแก่นนำมามอบให้เพื่อให้กำลังใจด้วยเช่นกัน

“เท้ง” หาเสียงขอนแก่น เจอแม่ค้าไล่ ชาวบ้านแนะระวังเรื่องปาก-ด้อมส้มแห่ให้กำลังใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เมื่อวานนี้ (2 มกราคม 2568) นายณัฐพงษ์ ยังได้ไปหาเสียง ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเมืองพล ช่วย อ.ฝน กมลชนก สุพรรณฝ่าย ผู้สมัคร สส.ขอนแก่นเขต 9 ได้มีแม่ค้าควักมือเรียกมาถามว่าถ้าได้เข้ามาบริหารประเทศ จะบริหารช่วยเหลือพี่น้องประชาชนยังไงเป็นอันดับแรก โดย นายณัฐพงษ์ บอกว่า อันดับแรกเราจะต้องทำให้การเมืองดี เมื่อการเมืองดีก็จะมีเงินภาษีเยอะ เพราะเงินภาษีในแต่ละปีโดนทุจริตไปเยอะ หายไปหลายแสนล้านต่อปี เมื่อได้เงินภาษีกลับคืนมาก็จะพัฒนาต่อในเรื่องของปากท้องประชาชนในด้านเศรษฐกิจ เงินในกระเป๋าก็จะเพิ่มขึ้น รวมถึงสวัสดิการซึ่งพรรคเรามีนโยบายที่สามารถทำได้ดี และเราก็จะทำโครงการคนละครึ่งต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งแม่ค้าในตลาดยังได้ถามเรื่องของทหารกับนายณัฐพงษ์ด้วยว่า จะทำยังไง ซึ่งคุณเท้งยืนยันว่าอำนาจปกป้องอธิปไตยของประเทศเป็นหน้าที่ของทหาร ซึ่งจะสนับสนุนเต็มที่ และแม่ค้ายังได้ถามถึงเรื่อง ม.112 ด้วย โดย นายณัฐพงษ์บอกว่า เรื่องนี้เรายังไม่สามารถแก้ได้ เพราะมีข้อจำกัดทางการเมือง ซึ่งแม่ค้าขอ นายณัฐพงษ์ว่าอย่าเพิ่งแก้ ประชาชนทุกคนขอเพียงเรื่องนี้ถ้าทำได้รับประกันว่า นายณัฐพงษ์จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป โดย นายณัฐพงษ์รับปากว่าสิ่งที่แม่ค้าพูดมานั้นทางพรรคสามารถทำได้หมดเลย ก่อนที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจะมาขอถ่ายรูปเซลฟี่ด้วย ซึ่งมีแฟนคลับหลายคนทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ต่างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ท่ามกลางบรรยากาศที่ชื่นมื่นภายในตลาดสดเทศบาลเมืองเมืองพล

แม่ค้าถามเรื่อง 112 กับ “เท้ง” หาเสียงขอนแก่น

จากรายงานพบว่า ประเด็นเรื่องมาตรา 112 เป็นสิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในการลงพื้นที่หาเสียงของนายณัฐพงษ์ หรือ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในสังคม

สิ่งที่เกิดขึ้นในการลงพื้นที่“เท้ง” หาเสียงขอนแก่น แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของความคิดเห็นและข้อเรียกร้องจากประชาชนในพื้นที่ การที่ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รับทั้งกำลังใจและการติติง แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังและความกังวลของประชาชนที่มีต่อการเมืองและนโยบายต่างๆ

การลงพื้นที่ ““เท้ง” หาเสียงขอนแก่น” ครั้งนี้ เป็นบทเรียนสำคัญที่นักการเมืองต้องรับฟังและทำความเข้าใจถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง การสร้างความสมดุลระหว่างการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องต่างๆ และการรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ

การเมืองเป็นเรื่องของการรับฟังและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เหตุการณ์ที่ “เท้ง” หาเสียงขอนแก่น เป็นเครื่องเตือนใจให้นักการเมืองทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารและการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชน

ที่มา – “เท้ง” หาเสียงขอนแก่น เจอแม่ค้าไล่ ชาวบ้านแนะระวังเรื่องปาก-ด้อมส้มแห่ให้กำลังใจ

5 เกม SPFL เลื่อนเพราะหิมะ ถ่ายทอดสด

ห้าเกมในรายการ Scottish Professional Football League (SPFL) ของวันเสาร์ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวจัดทั่วสกอตแลนด์

คู่ระหว่าง Cove Rangers พบ Montrose ในลีกวัน และ Elgin City พบ East Kilbride ในลีกทู ถูกยกเลิกไปเมื่อวันศุกร์เนื่องจากหิมะตกทางตะวันออกเฉียงเหนือ

การพบกันใน Championship ระหว่าง Dunfermline Athletic และ Ross County ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากพื้นสนามเป็นน้ำแข็งในเช้าวันเสาร์ เช่นเดียวกับ Hamilton Academical กับ East Fife ในลีกวัน และ Stirling Albion กับ Annan Athletic ในลีกทู

ก่อนหน้านี้มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเกมของ Hamilton โดยผู้เล่นพิจารณาที่จะไม่เล่นหลังจากไม่ได้รับค่าจ้างตรงเวลา Darian MacKinnon ผู้จัดการทีมรักษาการณ์รับรองกับแฟนๆ ว่าเขาจะสามารถส่งทีมลงสนามได้หากเกมดำเนินต่อไปที่ Broadwood Stadium แต่ยอมรับว่าสโมสรอยู่ในภาวะ “วิกฤต”

อย่างไรก็ตาม คู่ระหว่าง Spartans กับ Dumbarton ในลีกทู รอดพ้นจากการตรวจสอบสนามในวันเสาร์

5 เกม SPFL เลื่อนเพราะหิมะ ถ่ายทอดสด

สรุปเกมที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ เลื่อนการแข่งขัน

รายละเอียดการเลื่อน 5 เกม SPFL เลื่อนเพราะหิมะ ถ่ายทอดสด

Championship

  • Dunfermline Athletic v Ross County – เลื่อนเนื่องจากพื้นสนามเป็นน้ำแข็ง

League 1

  • Cove Rangers v Montrose – เลื่อนเนื่องจากหิมะ
  • Hamilton Academical v East Fife – เลื่อนเนื่องจากพื้นสนามเป็นน้ำแข็ง

League 2

  • Elgin City v East Kilbride – เลื่อนเนื่องจากหิมะ
  • Stirling Albion v Annan Athletic – เลื่อนหลังจากการตรวจสอบในวันเสาร์

สถานการณ์การเลื่อนการแข่งขันเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งในกีฬาฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่สภาพอากาศมีความรุนแรง การตัดสินใจเลื่อนการแข่งขันนั้นมีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นและแฟนบอลเป็นสำคัญ รวมถึงเพื่อให้มั่นใจว่าเกมการแข่งขันจะสามารถดำเนินไปได้อย่างยุติธรรมและมีคุณภาพ

สำหรับแฟนบอลที่ตั้งตารอชมเกมที่ถูกเลื่อนออกไป สามารถติดตามข่าวสารและประกาศจากสโมสรและลีกอย่างใกล้ชิดเพื่อทราบกำหนดการแข่งขันใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสในการรับชมทีมที่คุณชื่นชอบลงทำการแข่งขัน

การเปลี่ยนแปลงตารางการแข่งขันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวงการฟุตบอล แต่สิ่งสำคัญคือการปรับตัวและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ยังคงสามารถสนับสนุนและให้กำลังใจทีมโปรดของเราได้อย่างเต็มที่

บางครั้ง การเลื่อน 5 เกม SPFL เลื่อนเพราะหิมะ ถ่ายทอดสด อาจทำให้แฟนบอลผิดหวัง แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเกมกีฬาที่เราต้องเข้าใจและยอมรับ

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการมีแผนสำรองและเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ

สำหรับทีมที่ได้รับผลกระทบ การเลื่อนการแข่งขันอาจส่งผลต่อโมเมนตัมและความต่อเนื่องในการเล่น อย่างไรก็ตาม การได้พักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายก็อาจเป็นประโยชน์เพื่อให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในขณะที่หลายเกมถูกเลื่อน 5 เกม SPFL เลื่อนเพราะหิมะ ถ่ายทอดสด แต่บางคู่ก็ยังสามารถแข่งขันได้ตามปกติ แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่

การตัดสินใจเกี่ยวกับการเลื่อนการแข่งขันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและรักษาผลประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกทีมที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ และขอให้แฟนบอลทุกคนอดทนรอคอยและให้การสนับสนุนทีมโปรดของท่านต่อไป

ที่มา – Five SPFL games off because of snow

“โรม” แปลกใจ เจ้ากรมข่าวทหารบกโพสต์ด้อยค่า ปชช.

จากกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชช.) ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ พล.ท. ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้องกับวาทกรรมด้อยค่ากองทัพและการเป็นทหารนั้น ได้ก่อให้เกิดการตอบโต้กันไปมาในสังคมออนไลน์

นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า ตนรู้สึกแปลกใจที่เจ้ากรมข่าวทหารบกออกมาโพสต์ข้อความในลักษณะที่ด้อยค่าพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคประชาชน (ปชช.) พร้อมทั้งแนะนำให้วางตัวเป็นกลางทางการเมืองเหมือนกับผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ผ่านมา

“โรม” แปลกใจ เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์ด้อยค่า ปชช.

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและบทบาทของทหารมืออาชีพเป็นอย่างมาก และขอให้ทหารทุกคนยึดแบบอย่างการวางตัวของ ผบ.ทบ. เป็นหลัก พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่มุ่งด้อยค่าพรรคประชาชน

พล.ท. ธีรนันท์ โต้กลับ ประเด็น “โรม” แปลกใจ เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์ด้อยค่า ปชช.

ในขณะที่ พล.ท. ธีรนันท์ ได้โพสต์ข้อความชี้แจงตอบโต้ว่า สิ่งที่ตนโพสต์นั้นเป็นการอธิบายว่า วาทกรรมด้อยค่าต่างๆ ที่บั่นทอนความรู้สึกของทหารทั้งกองทัพ โดยมีคนพยายามอธิบายว่าหมายถึงนายพลบ้าง หรือหมายถึงทหารไม่ดีบ้าง ทำให้ทหารที่เหลือต้องยอมให้นักการเมืองและผู้สนับสนุนใช้วาทกรรมด้อยค่าพวกเขา

พล.ท. ธีรนันท์ ยังกล่าวว่า ตนเขียนข้อความอย่างชัดเจน แต่กลับมีหลายคนไม่อ่านและเข้ามาตอบโต้ด้วยถ้อยคำต่างๆ นานา แต่ตนไม่ได้รู้สึกโกรธหรือรู้สึกอะไรเลย เพราะหลายคนไม่รู้จักตน และที่สำคัญคือหลายคนไม่อ่านสิ่งที่ตนเขียน

พล.ท. ธีรนันท์ อธิบายเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ตนต้องการสื่อคือ ทหารคนอื่นไม่เกี่ยวกับการกระทำของทหารเลว และการใช้วาทกรรมด้อยค่าเหมารวมนั้นกระทบความรู้สึกและความภูมิใจในอาชีพของทหารที่เหลือ นอกจากนี้ การปรามาสว่ากองทัพรบที่ไหนก็แพ้ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง และการใช้คำพูดที่สร้างความแตกแยกในกองทัพเป็นสิ่งที่ต้องเคลียร์กัน

ในส่วนของประเด็นที่มีผู้สงสัยว่าตนเคยไปรบหรือไม่ พล.ท. ธีรนันท์ กล่าวว่า ตนไม่จำเป็นต้องบอกใครว่าตนทำอะไรมาบ้าง เพราะภารกิจมีความหลากหลายและมีชั้นความลับ

เรื่องทั้งหมดนี้ พล.ท. ธีรนันท์ โพสต์ใน Facebook ส่วนตัวของตนเอง และไม่ได้มีเจตนาให้เป็นไวรัล หากทำให้ใครเดือดร้อนก็ขออภัย

ข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็น “โรม” แปลกใจ เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์ด้อยค่า ปชช.

  • หลายคนไม่อ่านสิ่งที่โพสต์และเข้ามาแสดงความเห็นโดยไม่ได้ทำความเข้าใจ
  • หากต้องการวิพากษ์วิจารณ์ทหารคนใด ก็ควรกระทำโดยไม่เหมารวมทหารทั้งกองทัพ
  • หากมีการพูดจาพาดพิง ดูถูกเหยียบย่ำ ก็ควรขอโทษ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่พูด

จากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนและการทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกและความภาคภูมิใจของผู้คน การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างและหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่สร้างความแตกแยก เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสังคมที่สงบสุขและปรองดอง

ที่มา – “โรม” แปลกใจ เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์ด้อยค่า ปชน.- “พล.ท. ธีรนันท์” โต้กลับทันที

“ธนาธร” หาเสียงลำพูน หนุนสู้อำนาจเป็นของประชาชน

“ธนาธร” ลงพื้นที่หาเสียงที่ลำพูน ควงนายก อบจ. อ้อนขอคะแนนเสียงให้พรรคประชาชน บอกเปลี่ยนลำพูนยังไม่พอ ขอเป็นรัฐบาลเปลี่ยนประเทศ พร้อมโพสต์ภาพแฟนคลับเขียนจดหมายให้กำลังใจ บอกสักวันอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมหาเสียงที่ลำพูน กับ นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์ 1 และนายชัชพีร์ วรรณาพิรัชย์ ผู้สมัคร สส. เขต 2 เบอร์ 3 โดยมีนายกเฮง นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ. ลำพูนช่วยหาเสียง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการต้อนรับจากพ่อค้าแม่ขายและประชาชนอย่างอบอุ่น โดยนายธนาธรระบุว่าลำพูนมีปัญหาหลักคือเรื่องเกษตร และเรื่องสวัสดิการผู้สูงวัย

“สำหรับลำพูน นโยบายที่คนสนใจเยอะเป็นเรื่องลำไย พืชผลการเกษตรราคาตกต่ำ ซึ่งนโยบายของเรารอบนี้มีคูปองเพื่อเกษตรกร สนับสนุนการทำเกษตรทันสมัย ปรุงดิน ใช้ปุ๋ยแม่นยำ ลดเผา และยังมีคูปองอุดหนุนเกษตรกรที่นำสินค้าเกษตรไปแปรรูปอีกรายละ 50,000 บาท เป็นการอุดหนุนแบบตรงเป้า ไม่ใช่แจกเงินอย่างเดียว แต่เป็นการให้เงินอุดหนุนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรทำการเกษตรอย่างได้ผล ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าผลผลิตได้ในระยะยาว”

นายธนาธรยังกล่าวอีกด้วยว่าตลอด 10 เดือนที่พรรคประชาชนได้รับโอกาสให้บริหารลำพูน นายกเฮงและทีมงาน รวมถึงตนเอง ได้ทำงานเต็มที่เพื่อเปลี่ยนคุณภาพชีวิตคนลำพูน ตอนนี้คนเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง เช่น การรับมือน้ำท่วมทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบแจ้งเตือนและเฝ้าระวังน้ำที่ทันสมัย มีการเปิดเส้นทางขนส่งสาธารณะใหม่ๆ ในลำพูนโดยใช้รถ EV ให้บริการ และยังมีอีกหลายโครงการที่จะทยอยเสร็จในปีนี้ แต่เปลี่ยนแค่ลำพูนยังไม่พอ ขอโอกาสในการเลือกตั้งครั้งนี้ เลือก สส. เขตพรรคประชาชนทั้ง 2 เขตที่ลำพูน เพื่อให้รัฐบาลประชาชนได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศ

“ธนาธร” หาเสียงลำพูน โพสต์ภาพจดหมายแฟนคลับ หนุนให้สู้จนกว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

นอกจากนี้ นายธนาธร ยังโพสต์ภาพจดหมายที่แฟนคลับส่งให้ พร้อมระบุข้อความว่า ได้รับจดหมายฉบับนี้ระหว่างการเดินทางพบปะประชาชนรอบนี้ที่ภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน) มีเวลาอ่านเมื่อขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ

ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจพวกเรา และยังยืนหยัดต่อสู้ร่วมกัน มาเดินทางร่วมกันต่อไป จนกว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ขอบคุณจริงๆ

ขณะที่ข้อความในจดหมาย ระบุว่า ถึง คุณธนาธร และทุกคนตั้งแต่อนาคตใหม่จนถึงประชาชน

ขอบคุณครับที่พวกคุณได้ปลูกต้นไม้

ที่ชื่อว่าประชาธิปไตยนั้นมาอีกครั้ง ต้นไม้ต้นนี้

ยังค่อย ๆ เติบโตท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ

สักวันต้นไม้ต้นนี้จะเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์

และสวยงาม

การเลือกตั้งหลังจากนี้ขอให้ทุกคน

อย่ายอมแพ้นะครับ มีผู้คนอีกมากมายที่จะคอย

เป็นกำลังข้างหลังพวกคุณและสู้ไปด้วยกัน

สู้ๆ ครับ

สักวันอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน

“ธนาธร” เดินหน้าหาเสียงที่ลำพูน มั่นใจอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

การลงพื้นที่หาเสียงของ “ธนาธร” ที่ลำพูนครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาชนในการผลักดันนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนในระดับท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ การได้รับกำลังใจจากแฟนคลับผ่านจดหมายยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ “ธนาธร” และทีมงานเดินหน้าต่อไป เพื่อให้ “อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน” อย่างแท้จริง

สำหรับประชาชนชาวลำพูน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกผู้แทนที่สามารถผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น หรือจะเลือกผู้แทนที่จะนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ประชาชนต้องการ “ธนาธร” และพรรคประชาชนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากชาวลำพูน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่า

การที่ “ธนาธร” โพสต์ภาพจดหมายจากแฟนคลับที่ให้กำลังใจในการต่อสู้เพื่อให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนประชาธิปไตย จดหมายฉบับนี้เป็นสัญลักษณ์ของการสนับสนุนและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อ “ธนาธร” และพรรคประชาชน

การเมืองไม่ใช่เรื่องของนักการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่มีสิทธิมีเสียง ทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ การเลือกตั้งจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกคนจะได้แสดงพลัง และเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ทิศทางที่ต้องการ

ดังนั้น อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และเลือกผู้แทนที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง มาร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรม และให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงกันเถอะ

ที่มา – “ธนาธร” หาเสียงลำพูน โพสต์ภาพจดหมายแฟนคลับ หนุนให้สู้จนกว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

เกาะสมุยฮือฮา! คนถูกหวย 60 ล้าน


เกาะสมุยฮือฮา! หนุ่มดวงเฮง ถูกหวย รางวัลที่ 1 รับโชคก้อนโต 60 ล้านบาท! กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วทั้งเกาะสมุยและประเทศไทย ทำเอาหลายคนอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว แต่เรื่องราวกลับพลิกผันเล็กน้อย เมื่อ จ.ส.ต. ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เกาะสมุย ออกมาชี้แจงว่าที่จริงแล้วแค่ยืมเอฟซีถ่ายรูปสร้างคอนเทนต์เท่านั้นเอง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน!

ที่มาของข่าวฮือฮาคนถูกหวย 60 ล้าน

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Pariwat Kliangkham” ได้นำลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 2 มกราคม 2569 หมายเลข 837706 จำนวน 10 ใบ นำมาโพสต์ลงโซเชียล ในเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง พร้อมระบุข้อความว่า “ให้ภาพ บรรยาย 10 ใบพอ แค่บอกให้รู้ว่ารางวัลที่ 1 อยู่ที่เกาะสมุย แค่พรีเซนเตอร์ งวดหน้าขอถูกเอง งวดนี้ให้เค้าก่อน”

ภาพหลังจากที่ข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีคนเข้าไปแสดงความยินดี และแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนนึกว่าเจ้าของโพสต์ถูกหวยเอง กลายเป็นที่ฮือฮา ในสื่อโซเชียล บนเกาะสมุย และ ทั่วประเทศ แทบทุกหน้าเพจ จะพบแต่ภาพของ Pariwat Kliangkham ที่สวมเครื่องแบบตำรวจ ที่นำลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 ที่ถูกในอำเภอเกาะสมุย

ความจริงเบื้องหลังภาพไวรัล

ล่าสุดผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปพบกับ เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัด สภ.เกาะสมุย ทราบชื่อ จ.ส.ต.ปริวัฒน์ เกลี้ยงขำ ตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเกาะสมุย เป็นพลขับรถสายตรวจรถยนต์ และเป็นนายตำรวจสายสร้างคอนเทนต์ ชอบถ่ายคลิป และภาพ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเชิงสร้างสรรค์ และทำคอนเทนต์ สายทำกับข้าวลงเผยแพร่ในสื่อโซเชียล ซึ่งมีผู้ติดตามหลายหมื่นคน

จากการสอบถาม จ.ส.ต.ปริวัฒน์ เปิดเผยว่า จากในภาพที่ลงมีผู้โชคดีถูกหวยรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ใบ เข้ามาลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.เกาะสมุย ซึ่งในขณะนั้นตน เป็นช่วงเย็นของวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ จำนวน 10 ใบ จำนวนเงิน 60 ล้านบาท เป็นชายหนุ่ม อาศัยอยู่ในตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย แต่ตนไม่ขอเอ่ยชื่อ โดยตนกำลังเข้าเวรอยู่พอดี และคนที่ถูกรางวัลที่ 1 ก็รู้จักกัน หลังลงบันทึกประจำวันเรียบร้อย ตนได้ขอถ่ายรูปกับลอตเตอรี่ ชุดดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าของก็อนุญาต และ เป็น FC ของตนอยู่แล้ว หลังถ่ายเสร็จ ตนก็ได้นำมาโพสต์ลงสื่อโซเชียล จนเป็นกระแส และทำให้คนเข้าใจว่าตนเป็นคนถูก

ซึ่งตน ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีรางวัลที่ 1 มูลค่า 60 ล้านบาท เผื่อคนถูกจะแบ่งให้ผมบ้าง และฝากถึงประชาชน ให้ช่วยติดตามเพจของตน ในช่องทางเฟซบุ๊ก ชื่อ “ Pariwat Kliangkham” และในช่องทางติ๊กต็อก “ชื่อครัวจ่ากริช”

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชายหนุ่มดังกล่าวที่ดวงเฮง รับปีใหม่ 2569 ถูกหวยรางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ จำนวน 10 ใบ มูลค่า 60 ล้านบาท ภายหลังนำลอตเตอรี่ ไปลงบันทึกประจำวันที่ สารวัตรเวร สภ.เกาะสมุย แล้ว ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อนำรางวัลไปรอขึ้นเงินแล้ว.

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการเสพข่าวในโซเชียลมีเดียต้องใช้วิจารณญาณ และอย่าด่วนสรุปอะไรง่ายๆ นะคะ! แต่ถึงอย่างไรก็ขอแสดงความยินดีกับเศรษฐีใหม่ป้ายแดงด้วยนะคะ ใครจะรู้ งวดหน้าอาจจะเป็นคุณก็ได้!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รทสช.ย้ำ! “เลือกตั้ง-ประชามติ” ต้องใช้สิทธิ

“ศศิกานต์” รองโฆษก รทสช. ย้ำลงทะเบียนล่วงหน้า “เลือกตั้ง-ประชามติ” ต้องไปใช้สิทธิให้ครบ พลาดวันเดียวถูกตัดสิทธิการเมือง 2 ปี

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า จากการประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำหนดให้มีการลงทะเบียนขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร รวมถึงการออกเสียงประชามติ ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 นั้น พบว่าประชาชนจำนวนมากยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับขั้นตอนและวันเวลาในการไปใช้สิทธิ จึงขอเน้นย้ำกำหนดการสำคัญเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อม โดยการใช้สิทธิลงคะแนนล่วงหน้าในครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 วัน คือ

  1. วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ล่วงหน้า สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง หรือนอกราชอาณาจักรไว้
  2. วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตพื้นที่ไว้

ประชาชนที่ได้ทำการลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าไว้ทั้งสองส่วน จำเป็นต้องเดินทางไปลงคะแนนให้ครบทั้ง 2 วัน หากผู้ที่มีชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนนอกเขตไว้ ไม่เดินทางไปใช้สิทธิในวันออกเสียงประชามติ คือ วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และไม่ได้ดำเนินการแจ้งเหตุจำเป็น หรือแจ้งความประสงค์ งดออกเสียง ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด จะส่งผลให้ผู้นั้นถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี

รทสช.ย้ำ! “เลือกตั้ง-ประชามติ” ต้องใช้สิทธิ

การพลาดการใช้สิทธิเพียงครั้งเดียวในการเลือกตั้งและประชามติ อาจนำมาซึ่งผลกระทบต่อสิทธิทางการเมืองของคุณอย่างมาก ดังนั้นการเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจในกระบวนการเลือกตั้ง รวมถึงการออกเสียงประชามติจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นย้ำถึงความสำคัญของการไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งและประชามติ เพื่อให้เสียงของทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศ การที่ประชาชนแต่ละคนออกมาใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ จะทำให้เกิดการตัดสินใจที่สะท้อนความต้องการของสังคมโดยรวมอย่างแท้จริง

ทำไมการ “เลือกตั้ง-ประชามติ” ถึงสำคัญ?

การเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่ประชาชนเลือกผู้แทนของตนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา เพื่อออกกฎหมายและบริหารประเทศ การออกเสียงประชามติก็เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสำคัญต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติโดยรวม ทั้งสองกระบวนการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

การใช้สิทธิในการเลือกตั้งและประชามติ ไม่ได้เป็นเพียงการทำตามหน้าที่พลเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน การที่ประชาชนละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญกับการใช้สิทธิของตนเอง อาจทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่เป็นไปตามความต้องการของสังคมส่วนใหญ่ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ดังนั้น การที่พรรครวมไทยสร้างชาติออกมาเน้นย้ำให้ประชาชนไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งและประชามติ จึงเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิและหน้าที่ของตนเอง และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์และมีความหมาย

อย่าลืมตรวจสอบสิทธิของท่าน เตรียมตัวให้พร้อม และไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งและประชามติ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยของเรา

ที่มา – รองโฆษก รทสช. ย้ำ “เลือกตั้ง-ประชามติ” ต้องไปใช้สิทธิให้ครบ พลาดวันเดียวถูกตัดสิทธิการเมือง 2 ปี

กองทัพเรือรับคนไทย 162 คน กลับประเทศผ่าน“ด่านบ้านแหลม”

กองทัพเรืออำนวยความสะดวกในการรับคนไทย 162 คน กลับประเทศผ่าน “ด่านบ้านแหลม” พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนการคัดกรองและตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้การเดินทางกลับเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปลอดภัย และเป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดย น.อ.ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับการกองกำลังเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการอำนวยความสะดวกให้แก่บุคคลสัญชาติไทย จำนวน 162 คน ที่เดินทางกลับประเทศไทย ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้การเดินทางกลับประเทศของคนไทย 162 คน กลับประเทศผ่าน “ด่านบ้านแหลม” เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นระบบ และปลอดภัย ภายใต้กรอบของกฎหมายและมาตรการที่กำหนด โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงของประเทศเป็นสำคัญ

สำหรับบุคคลสัญชาติไทยที่เดินทางกลับเข้าประเทศ ซึ่งบางส่วนเป็นผู้ที่ถูกทางการต่างประเทศเนรเทศกลับมานั้น ทางการไทยจะดำเนินการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดและรอบคอบ โดยจะพิจารณาถึงสาเหตุและที่มาของการถูกเนรเทศ รวมถึงตรวจสอบว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมายใดหรือไม่ และมีความเกี่ยวข้องหรือเข้าร่วมกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบต่างๆ หรือไม่ ทั้งนี้ จะดำเนินการตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม

กองทัพเรือรับคนไทย 162 คน กลับประเทศผ่าน“ด่านบ้านแหลม”

บุคคลทั้งหมดที่เดินทางกลับมาจะเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ตรวจสอบ และดำเนินการตามขั้นตอนของหน่วยงานสาธารณสุข สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน

ขั้นตอนการรับคนไทย 162 คน กลับประเทศผ่าน “ด่านบ้านแหลม”

  • ตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น
  • ตรวจสอบเอกสารการเดินทาง
  • สอบสวนประวัติและสาเหตุการเดินทางกลับ
  • ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (หากมี)

การที่กองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันอำนวยความสะดวกให้แก่คนไทย 162 คน กลับประเทศผ่าน “ด่านบ้านแหลม” แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความรับผิดชอบของรัฐบาลไทยที่มีต่อประชาชนชาวไทยในทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ การดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบประวัติและคัดกรองโรคยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงและสุขภาพของประชาชนในประเทศอีกด้วย

การเดินทางกลับประเทศของคนไทยกลุ่มนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีระบบการจัดการที่ดีในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต การเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและทรัพยากรจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรนำไปเป็นแบบอย่างในการจัดการกับสถานการณ์อื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและดูแลคนไทยในต่างแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ประสบปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ การมีช่องทางการติดต่อที่สะดวกและรวดเร็ว รวมถึงการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ จะช่วยให้คนไทยในต่างแดนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ที่มา – กองทัพเรือ อำนวยความสะดวก รับคนไทย 162 คน กลับประเทศผ่าน “ด่านบ้านแหลม”

“นิพิฏฐ์” แฉ เลือกตั้ง 69 ซื้อเสียงหัวละ 2,000

อดีตรัฐมนตรี “นิพิฏฐ์” แฉเลือกตั้ง 69 เงินเทาซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 2,000 บาท ชวนคนพัทลุงสั่งสอน รับเงินแต่ไม่เลือก “ให้มันจบที่พัทลุง”

วันที่ 3 มกราคม 2569 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้ง สส. ในหัวเรื่อง “ให้มันจบที่พัทลุง” มีสาระใจความว่า การซื้อเสียงในภาคใต้ เริ่มต้นที่ จ.พัทลุง ในปี 2562 ด้วยการนำ “บุรีรัมย์โมเดล” มาใช้ คือการถ่ายบัตรประชาชน แล้วซื้อเสียงตามจำนวนบัตรที่ได้ถ่ายมา เมื่อวิธีการนี้ใช้ได้ผล วิธีการนี้ก็ระบาดไปทั่วภาคใต้ กลายเป็นการซื้อเสียงที่เรียกว่า “พัทลุงโมเดล”

นายนิพิฏฐ์ ระบุว่า เมื่อมันเริ่มที่พัทลุง จึงเป็นหน้าที่ของชาวพัทลุง ต้องร่วมมือกัน “กำจัด” วิธีการนี้เสีย ด้วยการ “รับเงินแล้วลงโทษด้วยการไม่เลือก”

วันนี้ มีการพูดกันว่า จะซื้อเสียงด้วยเงินเทา หัวละ 1,500-2,000 บาท ซึ่งถือว่า สูงที่สุดในประเทศไทย “เมื่อการซื้อเสียงนี้มันเริ่มต้นที่พัทลุง ก็ต้องทำให้มันจบที่พัทลุง”

“นิพิฏฐ์” แฉ เลือกตั้ง 69 ซื้อเสียงหัวละ 2,000

สถานการณ์การเมืองไทยในช่วงใกล้วันเลือกตั้งนั้น มีความร้อนแรงและมีการแข่งขันกันอย่างสูงในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการเลือกตั้งทุกครั้ง แม้ว่าจะมีกฎหมายและมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อป้องกันและปราบปราม แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเด็ดขาด

ล่าสุด นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรี ได้ออกมาแฉถึงสถานการณ์การซื้อเสียงในการ เลือกตั้ง 69 ที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่ามีการใช้เงินเทาในการซื้อเสียงในราคาสูงถึงหัวละ 2,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย นายนิพิฏฐ์ยังได้ชี้ให้เห็นว่าการซื้อเสียงในภาคใต้นั้นเริ่มต้นที่จังหวัดพัทลุง และเรียกร้องให้ชาวพัทลุงร่วมมือกันกำจัดการซื้อเสียงให้หมดสิ้นไป

ทำไม “นิพิฏฐ์” ถึงออกมาแฉเรื่อง เลือกตั้ง 69?

การออกมาแฉเรื่องการซื้อเสียงของนายนิพิฏฐ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงปัญหาการซื้อเสียงที่กำลังเกิดขึ้น และร่วมมือกันป้องกันและปราบปรามการซื้อเสียงให้หมดสิ้นไป เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

การซื้อเสียงไม่เพียงแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยและทำให้การเมืองไทยเสื่อมทรามลง การซื้อเสียงทำให้ผู้ที่ไม่มีความสามารถหรือไม่มีคุณธรรมเข้ามามีอำนาจ และทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างล่าช้า ดังนั้น การป้องกันและปราบปรามการซื้อเสียงจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม

การ เลือกตั้ง 69 ที่กำลังจะมาถึง จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้แสดงพลังและร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้เกิดขึ้น โดยการไม่ขายเสียง ไม่สนับสนุนผู้ที่ซื้อเสียง และเลือกผู้แทนที่ซื่อสัตย์สุจริตและมีความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ

นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโทษของการซื้อเสียง และการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันและปราบปรามการซื้อเสียงได้อย่างยั่งยืน

การที่นายนิพิฏฐ์ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องการซื้อเสียงในการ เลือกตั้ง 69 ถือเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน เพราะเป็นการกระตุ้นให้สังคมตื่นตัวและร่วมกันแก้ไขปัญหาการซื้อเสียงอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาการซื้อเสียงไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม

ดังนั้น เราทุกคนจึงต้องร่วมมือกันเพื่อให้การ เลือกตั้ง 69 เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และเป็นการเลือกตั้งที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้นให้กับประเทศไทย

ที่มา – “นิพิฏฐ์” แฉเลือกตั้ง 69 เงินเทาซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 2,000 ชวนคนพัทลุงสั่งสอน รับเงินแต่ไม่เลือก