วัน: 4 มกราคม 2026

เลือกตั้งล่วงหน้า: แห่ลงทะเบียน 1.2 ล้านคน

กกต. สรุปยอดลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 15 วันล่าสุด พบผู้ลงทะเบียนทะลุ 1.2 ล้านคน! และยอดขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตพุ่งสูงถึง 2 แสนคนแล้ว มาอัปเดตข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้กัน

แห่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว 1.2 ล้านคน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึง 3 มกราคม 2569 รวมทั้งสิ้น 1,264,103 คน โดยแบ่งเป็น:

  • ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง: 4,837 คน
  • ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต: 1,148,146 คน
  • ขอลงคะแนนออกเสียงนอกราชอาณาจักร: 111,120 คน

สำหรับการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า จัดขึ้นสำหรับผู้ที่มีกิจธุระจำเป็นที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ได้ รวมถึงผู้ที่อยู่นอกราชอาณาจักร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในวันเลือกตั้ง

หากใครที่ได้ลงทะเบียนไปแล้ว แต่เปลี่ยนใจ หรือไม่สะดวกไปใช้สิทธิในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สามารถยกเลิกการลงทะเบียนได้ เพื่อไปใช้สิทธิพร้อมกับการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ยอดลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตทะลุ 2 แสน

นอกจากนี้ กกต. ยังได้สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักร ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2569 โดยในวันแรก (3 มกราคม) มีผู้ลงทะเบียนรวม 225,920 คน แบ่งเป็น:

  • ขอใช้สิทธินอกเขตออกเสียงประชามติ: 207,439 คน
  • ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร: 18,418 คน

สำหรับการออกเสียงประชามติ จะไม่มีการลงคะแนนล่วงหน้า จะมีเพียงการลงคะแนนออกเสียงนอกเขตในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ดังนั้น หากใครไม่สามารถไปใช้สิทธิในเขตที่ตนเองมีภูมิลำเนา ก็สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตได้

การที่ประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและออกเสียงประชามตินอกเขตเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนชาวไทย อย่าลืมตรวจสอบสิทธิของตัวเอง และวางแผนการเดินทางไปใช้สิทธิกันให้เรียบร้อยนะครับ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศ

ที่มา – ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว 1.2 ล้านคน ส่วนยอดออกเสียงประชามตินอกเขตพุ่ง 2 แสนคนแล้ว

“อภิสิทธิ์” ขอบคุณผลโพล ขอเขต 3 กทม. ปักธง

“อภิสิทธิ์” ขอเขต 3 กทม. เป็นเขต “4 อภิ” ส่ง “อภิมุข” คว้าชัยเลือกตั้ง ดักทาง อย่าใช้ชาตินิยม-ปมชายแดนมาแข่งขัน ด้านโฆษกปชป. ขอบคุณคนสงขลา โพลนำคู่แข่งเกือบ 4 เท่า “ชัยชนะ” หาเสียงสมุทรสาคร เคาะประตูบ้านขอคะแนนเสียงสนับสนุน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 ม.ค. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำทีมคณะผู้บริหารพรรคเดินเคาะประตูบ้านขอคะแนนให้นายอภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 3 พรรค ปชป. เบอร์ 3 ในพื้นที่เขตบางคอแหลม-ยานนาวา ที่ซอยเจริญกรุง 103 (ตลาดริมคลอง) มีชาวบ้านแห่ต้อนรับพร้อมโชว์ภาพถ่ายนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายอภิมุขเมื่อครั้งเป็น ส.ก. เขตนี้ และมีลายเซ็นของนายอภิสิทธิ์ที่เซ็นให้เมื่อปี 2550 พร้อมบอกว่าเป็นแฟนคลับพรรคปชป. มานาน “คิดถึงและรอการกลับมานานแล้ว” โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีความผูกพันกับพื้นที่นี้ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นทางการเมืองของตนที่ได้เป็น สส. สมัยแรก อีกทั้งเขตนี้ถือว่าเป็นเขต “อภิ” เพราะตนเป็น สส. สมัยแรกที่นี่ ม.ล.อภิมงคล ก็เคยเป็น สส. และยังมีนายอภิรักษ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. จึงเป็น 3 อภิ และอยากให้มีอภิที่ 4 คือ อภิมุข แต่ถ้าจะให้ดีต้องมีอีกหนึ่งคือ อภินิหารที่จะคว้าชัยชนะ

“อภิสิทธิ์” ขอบคุณผลโพลสงขลา ขอเขต 3 กทม. ปักธง

ส่วนผลสำรวจของนิด้าโพล จ.สงขลา ที่พบว่า ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สส.เขตและบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนสูงสุด 40.67% นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอบคุณชาวสงขลา ซึ่งเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ได้พบชาวสงขลาที่รอคอยรัฐบาลเพื่อมาฟื้นฟู อ.หาดใหญ่ และเอาจริงเอาจังกับปัญหาหลายอย่างในจังหวัดสงขลา ส่วนที่บางพรรคตั้งข้อสังเกตถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าว่า อาจจะเป็นการทุจริตซื้อเสียงล่วงหน้านั้น ตนอยากให้กกต.มีความชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะก็มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว ซึ่งการเลือกตั้งล่วงหน้ากติกาหลายอย่างไม่เข้มงวดเท่าวันเลือกตั้งจริง เมื่อถามถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีการติดต่อซื้อเสียงโหวตเลือก อ. เป็นนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า ถ้าได้รับเลือกเป็น สส. นายอภิสิทธิ์ถึงกับหัวเราะ ก่อนกล่าวติดตลกว่า ชื่อ อ. มีหลายคน ขอให้ไปถามนายนิพิฏฐ์เองจะดีกว่า และนายนิพิฏฐ์ก็ยังไม่ได้รายงานอะไรมาถึงตน ทราบตามข่าวเท่านั้น

เป้าหมาย “อภิสิทธิ์”: ขอบคุณผลโพล ขอเขต 3 กทม. ปักธง

เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่กับการแข่งขันเลือกตั้งที่มีการใช้เงิน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไร สิ่งหนึ่งที่พยายามพูดคือ จะทำอย่างไรที่จะกอบกู้การเมืองสุจริต ไม่ให้ภาพลักษณ์ของสภา เป็นการหยิบยื่นผลประโยชน์ให้ สส. และไม่มีวินัยพรรค รวมไปถึงมีการจับกลุ่มแยกค่าย อะไรต่างๆ จะทำให้ประชาชนหมดศรัทธาในการเมือง ส่วนกรณีการปลุกกระแสให้ประชาชนเลือกข้างในการเลือกนักการเมืองนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ ส่วนที่มีการใช้กระแสชาตินิยมและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มาเป็นจุดขายในการหาเสียงเลือกตั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนพอใจที่กองทัพปฏิบัติการได้ดี และขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้กองทัพทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่จากนี้ไปจะเป็นงานของรัฐบาลที่ยากขึ้นในเรื่องการต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่า สิ่งที่ทุกคนเสียสละกันมานั้น จะไม่สูญเปล่า ไม่ถอยหลังกลับไปสู่ที่เดิม จึงอยากให้ทุกพรรคเอาใจช่วย และเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องนี้ ไม่ควรเอามาแบ่งแยกแข่งขันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

ด้าน นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชน กรณีผลสำรวจของนิด้าโพล เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนสงขลา” ที่สะท้อนกระแสนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ เพิ่มสูงขึ้นทิ้งห่างพรรคคู่แข่งในพื้นที่เกือบสี่เท่าตัวนั้น พรรคขอบคุณต่อกำลังใจและความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ถือเป็นแรงผลักดันในการทำงานที่รอบคอบ จริงจังยิ่งขึ้น ทั้งนี้ พรรคไม่มองผลโพลเป็นชัยชนะทางการเมือง แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่า ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่เฝ้ามอง รอการพิสูจน์ และยังไม่ตัดสินใจเลือก ซึ่งพรรคเคารพทุกความคิดเห็น และพร้อมพิสูจน์ตัวเองด้วยการลงมือทำ มากกว่าการใช้คำพูดหรือวาทกรรม ยืนยันพรรคพร้อมรับฟังทุกเสียง และพร้อมทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เป็นมืออาชีพ และมีความรับผิดชอบต่อความไว้วางใจที่ได้รับ พรรคขอขอบคุณทุกความไว้วางใจ ทุกกำลังใจอีกครั้ง และจะทำงานเต็มความสามารถให้สมกับความหวังที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่ จ.สมุทรสาคร นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่บริเวณชุมชนวัดน้อยนางหงส์ และชุมชนวัดชีผ้าขาว เทศบาลตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อช่วยนายภัคเมศฐ์ ธีระศิลาเวทย์ ผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 1 หมายเลข 2 แนะนำตัวและขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้กับผู้สมัครและพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับได้อวยพรพี่น้องประชาชนเนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2569

โดยนายชัยชนะ กล่าวว่า วันนี้ได้มาลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 1 ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของการทำประมง เพราะจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีการทำประมงเป็นหลัก โดยพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายในเรื่องของการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) และจะสนับสนุนการออกใบอนุญาตแบบ One Stop Service และยังมีในส่วนของนโยบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหามลพิษต่างๆ ที่จะสามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องในพื้นที่สมุทรสาคร รวมถึงหากได้เข้าไปเป็นรัฐบาลจะเข้าไปทำในเรื่องของสวัสดิการแรงงาน และการบริหารจัดการแรงงาน ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว

“ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ชูนโยบายไทยไม่ทนทุนเทา เราจะสร้างการเมืองสุจริตไปด้วยกัน ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนจะร่วมสร้างพลังใหม่ ปราบปรามการเมืองสีเทา ร่วมสร้างการเมืองใหม่ โดยการเชื่อมั่นหัวหน้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนทุกเขตในจังหวัดสมุทรสาครให้สนับสนุนผู้สมัครและพรรคประชาธิปัตย์” นายชัยชนะ กล่าว

การที่นายอภิสิทธิ์ออกมาขอบคุณผลโพลและขอเขต 3 กทม. นั้น แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ขอบคุณผลโพลสงขลา ขอเขต 3 กทม. ปักธงเป็น “4 อภิ” หลังเคยคว้าชัยมาแล้ว

กระบะชน“ช้างป่าเขาใหญ่” คนขับเจ็บ! จนท.เร่งช่วย

กระบะชน “ช้างป่าเขาใหญ่” คนขับบาดเจ็บ จนท.เร่งติดตามอาการช้างหนีเข้าป่า

อุบัติเหตุไม่คาดฝัน! กระบะตู้ทึบส่งน้ำแข็งชน “ช้างป่าเขาใหญ่” สภาพรถพังยับเยิน คนขับบาดเจ็บสาหัส ส่วนช้างป่าตกใจหนีเข้าป่าลึก ด้านหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สั่งชุดสายตรวจเร่งติดตามให้การช่วยเหลือช้างป่า

เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 4 มกราคม 2569 ร.ต.ท.สหรัถ สุพรรณเภสัช รอง สว.(สอบสวน) สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจาก นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หน.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ น.ส.รัชนี โชคเจริญ ผช.หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทำหน้าที่หัวหน้าเขตการจัดการอุทยานแห่งชาติที่ 1 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชน “ช้างป่าเขาใหญ่” บริเวณทางแยกเข้าสถานีวิจัยต้นน้ำมูล ถนนเส้นเหวปลากั้ง-แดรี่โฮม รถได้รับความเสียหาย และคนขับได้รับบาดเจ็บ ส่วนช้างคาดว่าได้รับบาดเจ็บและหนีเข้าป่าไป

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจและอาสากู้ภัยสว่างวิชชาธรรมสถานรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถกระบะตู้ทึบส่งน้ำแข็ง ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดอยู่บนถนน สภาพด้านหน้ารถพังยุบเสียหายอย่างหนัก มีเศษชิ้นส่วนรถกระจายเต็มพื้น

ผู้ขับขี่ ชื่อนายสุริยา อายุ 63 ปี ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ กู้ภัยฯ เร่งให้การช่วยเหลือนำตัวออกมา พบว่ามีแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพ-ปากช่อง ส่วนรถยนต์คันดังกล่าวถูกนำไปเก็บไว้ที่ สภ.หมูสี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เร่งติดตามอาการ “ช้างป่าเขาใหญ่” หลังถูกรถชน

นายชัยยา หน.อุทยานฯ เขาใหญ่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจอุทยานฯ เร่งติดตามหาทางช่วยเหลือ “ช้างป่าเขาใหญ่” ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ โดยจะทำการตรวจสอบว่าช้างได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ นายชัยยา ยังฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับรถบนถนนรอบอุทยานฯ และถนนธนะรัชต์ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสัตว์ป่ามักออกมาหากินนอกเขตอุทยานฯ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่แสงสว่างไม่เพียงพอ ขอให้ลดความเร็วและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากในหลายจุดมีป้ายเตือนระวังช้างและกระทิง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของคนและสัตว์ป่า

ร.ต.ท.สหรัถ กล่าวว่า จากการสอบถามชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ทราบว่ารถคันดังกล่าววิ่งมาจากสามแยกไฟแดงถนนธนะรัชต์ มุ่งหน้าไปตามถนนผ่านศึก คาดว่า “ช้างป่าเขาใหญ่” ออกมาหากินในช่วงหัวค่ำ และในช่วงเช้ามืดกำลังจะเดินข้ามถนนกลับเข้าเขตอุทยานฯ แต่ผู้ขับขี่มองไม่เห็นจึงชนเข้าอย่างจัง เนื่องจากถนนเส้นนี้ติดกับแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เคยเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนช้างป่าจนผู้ขับขี่เสียชีวิตมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน

อุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่า การขับรถด้วยความระมัดระวัง และการเคารพต่อถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน และรักษาสมดุลของระบบนิเวศ

ที่มา – กระบะชน “ช้างป่าเขาใหญ่” คนขับบาดเจ็บ จนท.เร่งติดตามอาการช้างหนีเข้าป่า

7 วันอันตราย สังเวย 207 ศพ! ขับรถเร็วสาเหตุหลัก

7 วันอันตราย วันที่ 5 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,185 ครั้ง ยอดผู้เสียชีวิตรวม 207 ศพ สาเหตุหลัก ขับรถเร็วเกินกำหนดและตัดหน้ากระชั้นชิด เตือนผู้ขับขี่ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง

วันนี้ (4 ม.ค. 69) เวลา 10.15 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 4 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ”

เกิดอุบัติเหตุ 191 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 188 คน ผู้เสียชีวิต 27 ศพ สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 33.51 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 22.51 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 72.62 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 84.82 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 40.84 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 31.41 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 09.01 – 12.00 น. 12.01 – 15.00 น. และ 18.01 – 21.00 น. ร้อยละ 16.75 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20 – 29 ปี ร้อยละ 16.28 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (10 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (10 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (3 ศพ)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วัน (30 ธ.ค. 68 – 3 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,185 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,141 คน ผู้เสียชีวิต รวม 207 ศพ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (47 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (51 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (18 ศพ) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 9 จังหวัด

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ในวันนี้ (4 ม.ค. 69) คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่าง ๆ ที่เป็นจังหวัดเศรษฐกิจ ทำให้มีปริมาณรถบนเส้นทางสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ศปถ. จึงได้เน้นย้ำจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด จุดบริการ เพื่อรองรับการเดินทางสัญจรของประชาชนในการเดินทางกลับ รวมถึงบริหารจัดการการจราจร ทั้งสายหลักและสายรอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดคับคั่ง

อีกทั้งเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย ตาม “มาตรการ 10 ข้อหาหลัก” กับผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง ทั้งการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และง่วงแล้วขับ ตลอดจนอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยของประชาชน ตรวจสอบประชาชนและนักท่องเที่ยวในสถานีขนส่งต่าง ๆ ให้เกิดความเรียบร้อย พร้อมให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทอย่างเคร่งครัด ทั้งความพร้อมของรถและพนักงานขับรถ โดยเฉพาะรถที่มีการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ต้องเข้ารับการตรวจความพร้อม ณ จุดตรวจ Check Point และจัดเตรียมรถโดยสารให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เพื่อป้องกันผู้โดยสารตกค้าง ดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานีขนส่ง และจัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะ รถรับจ้างส่วนบุคคล ให้สามารถรองรับการเดินทางและส่งต่อผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

ทั้งนี้ ในส่วนการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมความพร้อมบริการการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อรองรับผู้ประสบเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ทั่วประเทศ จำนวน 10,723 แห่ง โดยได้นำระบบ NDEMS (National Digital Emergency Medical Services) มาใช้ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เพื่อยกระดับการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 โดยระบบนี้สามารถระบุตำแหน่งจุดเกิดเหตุและติดต่อกับผู้ประสบเหตุผ่าน Video Call ได้ เพื่อให้ข้อมูลในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ ทำให้ได้ข้อมูลผู้ป่วยรวดเร็ว ลดเวลาในการช่วยเหลือ และเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตจากอุบัติเหตุ

โดยข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2569 มีผู้แจ้งเหตุผ่านสายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 เฉพาะเรื่องของอุบัติเหตุจราจร จำนวนกว่า 8,500 สาย ในส่วนของผลการดำเนินงานและการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2569) ได้มีการออกตรวจสะสม จำนวน 25,070 ราย พบความผิด จำนวน 1,543 ราย ร้าน/ผู้กระทำผิด จำนวน 170 ราย

สำหรับการดำเนินงานประเมินการมึนเมาสุราในชุมชน/ด่านชุมชน ได้มีการประเมินอาการมึนเมาสุรา จำนวน 394,566 ราย มีอาการมึนเมา 11,917 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.02 ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังคงจัดเตรียมทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขไว้บริการประชาชน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง และเฝ้าระวังการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด เพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุดื่มแล้วขับและให้ประชาชนเดินทางในช่วงปีใหม่อย่างปลอดภัย

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เปิดเผยว่า วันนี้ประชาชนมีการเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างๆ เป็นจำนวนมากต่อเนื่อง ศปถ. ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วและการขับรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดบนเส้นทางสายหลัก เนื่องจากเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนค่อนข้างสูง รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางทางเลือก และคำเตือนด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องผ่านทุกช่องทาง รวมถึงให้เตรียมความพร้อมของหน่วยกู้ชีพและกู้ภัย และระบบการช่วยเหลือต่าง ๆ ในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ และขอฝากให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเตรียมความพร้อมของยานพาหนะก่อนการเดินทาง ปฏิบัติตามกฎจราจร มีน้ำใจกับผู้ร่วมใช้เส้นทาง และประเมินสภาพความพร้อมในการขับขี่ของตนเองอยู่เสมอ

หากมีอาการง่วง อ่อนเพลีย หรือรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ขอให้แวะพักยังจุดพักรถหรือจุดบริการประชาชนที่ทางราชการจัดสรรไว้ให้ อย่าฝืนขับรถต่อเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้ นอกจากนี้ จากการพยากรณ์อากาศใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่า ภาคใต้ตอนล่างอาจมีฝนฟ้าคะนองกระจายบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางต้องเฝ้าระวังน้ำทะเล หนุนสูง ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้มีน้ำท่วมผิวจราจรบริเวณถนนพระราม 2 ขาเข้ากรุงเทพฯ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวด้วย

ท้ายนี้ ประชาชนที่ประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุสามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง และไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

7 วันอันตราย กับสถิติอุบัติเหตุที่น่าตกใจ

สถิติจาก7 วันอันตราย ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ แสดงให้เห็นว่าการขับรถเร็วเกินกำหนด ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน การลดความเร็วและขับขี่ด้วยความระมัดระวังจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยในช่วง 7 วันอันตราย

  • ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินทาง
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถ
  • ไม่ขับรถเร็วเกินกำหนด
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับรถ
  • คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
  • สวมหมวกนิรภัยหากขับขี่รถจักรยานยนต์
  • มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง

7 วันอันตราย ยังไม่จบ อย่าประมาทในการเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและเพื่อนร่วมทาง

ที่มา – 7 วันอันตราย สะสม 5 วัน ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 207 ศพ สาเหตุหลักขับรถเร็ว

โพลคนสงขลา: เลือก “พรรคประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ

โพลเผยคนสงขลาจะโหวตให้ “พรรคประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ

นิด้าโพลเผยผลสำรวจความคิดเห็นของชาวสงขลาเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 โดยผลสำรวจชี้ว่าผู้คนในจังหวัดสงขลามีแนวโน้มที่จะเลือก “พรรคประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์” เป็นนายกรัฐมนตรี

ผลสำรวจยังระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ติดอันดับ 3 ในขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ติดอันดับ 4 สำหรับพรรคการเมืองที่คาดว่าจะได้รับการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยพรรคประชาชนในอันดับ 3

การสำรวจนี้ดำเนินการโดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ระหว่างวันที่ 20 – 25 ธันวาคม 2568 โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดสงขลา จำนวน 1,067 หน่วยตัวอย่าง การสำรวจใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) และเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0

ผลสำรวจความคิดเห็น: ใครที่คนสงขลาอยากให้เป็นนายกฯ

เมื่อถามถึงบุคคลที่คนสงขลาจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า:

  • อันดับ 1: ร้อยละ 40.67 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
  • อันดับ 2: ร้อยละ 24.18 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
  • อันดับ 3: ร้อยละ 12.56 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
  • อันดับ 4: ร้อยละ 11.43 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 5: อื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ระบุชื่อบุคคลอื่นๆ เช่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และบุคคลจากพรรคเพื่อไทย พรรคไทยสร้างไทย และพรรคอื่นๆ รวมถึงผู้ที่ไม่ประสงค์ลงคะแนน

สำหรับพรรคการเมืองที่คนสงขลามีแนวโน้มจะเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า:

  • อันดับ 1: ร้อยละ 45.45 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 2: ร้อยละ 19.49 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
  • อันดับ 3: ร้อยละ 15.09 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน
  • อันดับ 4: อื่นๆ

ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มในการเลือก ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยพรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย

โดยสรุปแล้ว ผลสำรวจของนิด้าโพลแสดงให้เห็นว่า “พรรคประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์” ยังคงได้รับความนิยมจากชาวสงขลาเป็นอย่างมากในการเลือกตั้งที่จะมาถึง อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ที่ไม่ตัดสินใจอีกจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลการเลือกตั้งจริง

ทำไมผลโพลถึงชี้ไปที่ “พรรคประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์”?

เหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังคงได้รับความนิยมในสงขลาอาจมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น ฐานเสียงเดิมที่แข็งแกร่ง ความผูกพันกับพรรคที่มีมายาวนาน และภาพลักษณ์ของความเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจริงอาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อผลการเลือกตั้งได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามว่าผลการเลือกตั้งจริงจะเป็นไปตามผลสำรวจหรือไม่

การเลือก “พรรคประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์” หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนชาวสงขลาเอง โดยพิจารณาจากนโยบาย วิสัยทัศน์ และความสามารถของพรรคการเมืองและผู้สมัครแต่ละคน

ที่มา – โพลเผยคนสงขลาจะโหวตให้ “พรรคประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ

Toyota bZ3 Smart Home Edition 2026: สามห่วงทะลวงไฟฟ้า!

เริ่มต้นปี 2026 Toyota ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดควบคู่ไปกับทางเลือกใหม่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในอเมริกาเหนือและยุโรปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ใช่สามห่วงไฟฟ้าทุกรุ่นที่ผลิตในแดนมังกรจะวางจำหน่ายนอกประเทศจีนได้อย่างสะดวกโยธิน หนึ่งในรถรุ่นเด่นที่ไม่ได้ขายนอกประเทศจีนก็คือ Toyota bZ3 รถยนต์ซีดานไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ผลิตโดย FAW Toyota โดยมีการปรับปรุงใหม่สำหรับรุ่นปรับโฉมประจำปี 2026  พร้อมสร้างแรงดึงดูดด้วยการคงราคาไว้ไม่ให้แพงกว่าเดิม

bZ3 เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2022 เป็นรถยนต์ซีดานไฟฟ้าคันแรกของ Toyota สำหรับ bZ3 รุ่นปี 2024 มีการนำเทคโนโลยีช่วยขับปรับปรุงใหม่มาใช้ แต่แบรนด์สามห่วงก้าวไปอีกขั้นสำหรับ bZ3 รุ่นปรับโฉมประจำปี 2026 โดยเพิ่มอุปกรณ์ใหม่แต่ไม่ละทิ้งจุดประสงค์ดั้งเดิมนั่นก็คือความคงทนและบริการหลังการขายสไตล์พี่โตที่โน้มน้าวคนจีนให้หันมามอง

สำหรับรถสามห่วงไฟฟ้ารุ่นปรับโฉมใหม่นี้ใช้ชื่อว่า Toyota bZ3 Smart Home Edition  รูปลักษณ์ภายนอก ยังคงคล้ายกับรุ่นปี 2024 การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน คือ ติดตั้งชุด LiDAR บนหลังคา  เพิ่มจำนวนเซ็นเซอร์ในรถเป็น 32 ตัว ทำให้สามารถใช้งานฟีเจอร์ขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงได้มากขึ้น แต่ระบบช่วยขับอัตโนมัติยังคงอยู่ในระดับ 2 เท่านั้น 

การปรับปรุงภายนอก ใช้สีใหม่ที่เรียกว่า Dark Cloud Green  กราฟิกไฟท้าย LED ดดยภาพรวม bZ3  มีความยาว 4,725 มม. ระยะฐานล้อ 2,880 มม. ยาวกว่า Corolla รุ่นฐานล้อยาวของจีนเล็กน้อย

ภายในปรับปรุงใหม่  หน้าจอระบบสาระบันเทิงแนวตั้ง ขนาด 15.6 นิ้ว ซึ่งเป็นจอภาพแบบใหม่ แทนที่หน้าจอขนาด 12.8 นิ้ว  หน้าจอใหม่ ทำงานร่วมกับแผงหน้าปัดดิจิทัล เสริมด้วยฟีเจอร์และเทคโนโลยีช่วยขับ  ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สายสองแท่นคู่ หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา ระบบผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียง AI

bZ3 ปี 2026  ปรับปรุง Nvidia 5.0 และโปรเซสเซอร์ Snapdragon รุ่นใหม่ สามารถประมวลผลได้ 544 ล้านล้านครั้งต่อวินาที ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพการประมวลผลที่ทรงพลังอย่างมาก แม้จะมีฮาร์ดแวร์ที่ล้ำสมัย แต่ bZ3 2026 ยังใช้การขับขี่อัตโนมัติระดับ 2 เหมือนเดิม การปรับปรุงมาพร้อมกับระบบช่วยจอดรถระยะไกลแบบใหม่พร้อมการเรียกคืนหน่วยความจำเพื่อถอยหลัง การช่วยเหลือระแวดระวังสำหรับการขับขี่ทั้งในเมืองและบนไฮเวย์

bZ3 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม e-TNGA  ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade ของ BYD  มีให้เลือกสองรุ่น  รุ่นเริ่มต้น ใช้มอเตอร์เดี่ยว กำลัง 181 แรงม้า (135 กิโลวัตต์ / 184 PS)  อีกรุ่น เพิ่มกำลังเป็น 241 แรงม้า (180 กิโลวัตต์ / 245 PS)

รุ่น 181 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่ความจุ 49.9 kWh ให้ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน CLTC ที่ 517 กิโลเมตร ส่วนรุ่น 241 แรงม้าที่ทรงพลังกว่า ใช้แบตเตอรี่ความจุ 65.3 kWh  ให้ระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้นเป็น 616 กิโลเมตร ครอบคลุมการเดินทางระยะไกลได้ดี 

ปัจจุบัน FAW Toyota bZ3 Smart Home มีโปรโมชันสงครามราคาด้วย เริ่มต้นที่ 93,800 หยวน (13,400 ดอลลาร์สหรัฐ/421,900 บาท ) แต่โปรโมชั่นนี้ไม่อยู่นาน ราคาสี่แสนสองในจีน นี้ทำให้มันเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดที่สุดภายใต้แบรนด์ Toyota ในประเทศจีน  ถูกกว่ารถ SUV รุ่น bZ3X ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบเดียวกัน 

Toyota bZ3 ราคาปกติเริ่มต้นที่ 109,800 หยวน (15,700 ดอลลาร์สหรัฐ /494,000 บาท) สำหรับรุ่นเริ่มต้น bZ3 Smart Home Joy และ 129,800 หยวน (18,600 ดอลลาร์สหรัฐ / 585,700 บาท) สำหรับรุ่น Pro หากลูกค้าต้องการมอเตอร์ที่ทรงพลังกว่าและระยะทางวิ่งที่ไกลกว่า  สามารถเลือกรุ่น Pro+ ในราคา 139,800 หยวน (20,000 ดอลลาร์สหรัฐ /629,000 บาท) หรือรุ่นเรือธง Max ในราคา 159,800 หยวน (22,800 ดอลลาร์สหรัฐ /717,000 บาท) ดูไปแล้วก็ยังถูกกว่า Corolla Altis บ้านเราอยู่ดี 

ในปี 2026 ลูกค้าจีนสามารถเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า Toyota ได้ 5 รุ่น ซึ่งผลิตในประเทศจีน ผ่านบริษัทร่วมทุนระหว่าง Toyota กับ FAW และ GAC โดยประกอบด้วยรถซีดาน bZ3, รถเอสยูวี bZ3X, รถเอสยูวี bZ4X, รถครอสโอเวอร์ทรงคูเป้ bZ5 และรถซีดานรุ่นเรือธง bZ7.

Toyota bZ3 Smart Home Edition 2026 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน

Toyota bZ3 Smart Home Edition 2026

ทำไมต้องสนใจ Toyota bZ3 Smart Home Edition 2026

  • เทคโนโลยีล้ำสมัย: มาพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติ, หน้าจอขนาดใหญ่ และระบบประมวลผลที่รวดเร็ว
  • ราคาที่เข้าถึงง่าย: ด้วยโปรโมชั่นและราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจ ทำให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่า
  • ระยะทางที่เพียงพอ: สามารถวิ่งได้ไกลถึง 616 กิโลเมตร ทำให้ครอบคลุมการเดินทางระยะไกลได้

สรุปแล้ว Toyota bZ3 Smart Home Edition 2026 สามห่วงทะลวงไฟฟ้า เป็นรถที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่าและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย หากมีโอกาสได้ลองขับจริง จะยิ่งทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ที่มา – สามห่วงทะลวงไฟฟ้า Toyota bZ3 Smart Home Edition 2026

“มาดูโร” ถูกคุมขัง! ทรัมป์บริหารเวเนฯ

“มาดูโร” ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา ถูกคุมขังในเรือนจำนิวยอร์กแล้ว หลังถูกหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ จับกุมตัวออกจากประเทศ หลังจากการโจมตีกรุงการากัสครั้งใหญ่ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเวเนซุเอลาจะอยู่ภายใต้การบริหารของสหรัฐฯ อย่างมีประสิทธิภาพ

การประกาศของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนรุ่งสางวันเสาร์ (3 ม.ค.) ซึ่งหน่วยคอมมานโดจับกุม“มาดูโร”และนางซิเลีย ฟลอเรซ ภรรยาของเขา ขณะที่การโจมตีทางอากาศถล่มหลายจุดในและรอบๆ กรุงการากัส

นาย“มาดูโร” และภรรยาถูกนำตัวขึ้นเรือ และต่อด้วยเครื่องบิน ซึ่งได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศแห่งชาติสจวร์ตในรัฐนิวยอร์ก ห่างจากแมนฮัตตันไปทางเหนือประมาณ 97 กิโลเมตร ก่อนถูกนำตัวไปยังศูนย์กักกันเมโทรโพลิแทน ซึ่งเป็นสถานที่กักกันของรัฐบาลกลางในย่านบรูคลิน ซึ่งทั้งคู่จะถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อหาค้ายาเสพติดและอาวุธ

ทำเนียบขาวโพสต์วิดีโอใน X แสดงภาพมาดูโรถูกใส่กุญแจมือและสวมรองเท้าแตะ ถูกนำตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางผ่านสถานที่ของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งสหรัฐฯ ในนิวยอร์ก โดยนายยมาดูโรวัย 63 ปีกล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า “ราตรีสวัสดิ์ สวัสดีปีใหม่”

แม้ว่าการบุกโจมตีที่เสี่ยงอันตรายจะประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนั้นยังไม่แน่นอนอย่างยิ่ง ทรัมป์กล่าวว่าเขา “กำลังแต่งตั้งบุคคล” จากคณะรัฐมนตรีของเขาให้รับผิดชอบในเวเนซุเอลา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ในอีกเรื่องที่น่าประหลาดใจ ทรัมป์ระบุว่าอาจมีการส่งกองกำลังสหรัฐฯ เข้าไป โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ “ไม่กลัวที่จะส่งทหารลงพื้นที่” แต่ดูเหมือนเขาจะปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาจะยึดอำนาจ และกล่าวว่าเขาอาจจะทำงานร่วมกับเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาแทน

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นคือความสนใจของทรัมป์ในแหล่งน้ำมันสำรองมหาศาลของเวเนซุเอลา ทรัมป์กล่าวว่า “เราจะให้บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เข้าไป ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายอย่างหนัก” “เราจะขายน้ำมันในปริมาณมาก”

มาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “ชั่วโมงแห่งเสรีภาพมาถึงแล้ว” เธอเรียกร้องให้เอ็ดมุนโด กอนซาเลซ อูร์รูเตีย ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีจากพรรคฝ่ายค้านในปี 2024 เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี “ทันที”

แต่ทรัมป์กลับแสดงท่าทีเย็นชาอย่างน่าประหลาดใจต่อความคาดหวังที่ว่ามาชาโดจะกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของเวเนซุเอลา โดยกล่าวว่าเธอไม่ได้รับ “การสนับสนุนหรือความเคารพ” ที่นั่น ในทางกลับกัน เขาชื่นชมโรดริเกซ โดยกล่าวว่า “โดยพื้นฐานแล้วเธอยินดีที่จะทำในสิ่งที่เราคิดว่าจำเป็นเพื่อให้เวเนซุเอลากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ด้านโรดริเกซเรียกร้องให้ปล่อยตัวมาดูโรและให้คำมั่นว่าจะ “ปกป้อง” ประเทศ

เมื่อคืนวันเสาร์ ศาลฎีกาของเวเนซุเอลาสั่งให้โรดริเกซเข้ารับอำนาจประธานาธิบดี “ในฐานะรักษาการ” สะท้อนให้เห็นถึงความสับสน ทรัมป์ระบุว่าการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ น่าจะดำเนินต่อไปในระยะยาว เธอกล่าวว่า “เราจะอยู่ต่อไปจนกว่าการเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมจะเกิดขึ้นได้”

จีน พันธมิตรของเวเนซุเอลา กล่าวว่า “ประณามอย่างรุนแรง” ต่อปฏิบัติการของสหรัฐฯ ขณะที่ฝรั่งเศสเตือนว่า “ไม่สามารถกำหนดทางออกได้จากนอกประเทศ” ด้านนายอันโตนิโอ กูเตเรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า เขา “กังวลอย่างยิ่งที่กฎหมายระหว่างประเทศไม่ได้รับการเคารพ”

ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจากโซมาเลียแจ้งกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ตามคำร้องขอของเวเนซุเอลา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะประชุมในวันจันทร์เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ดังกล่าว

ชาวเวเนซุเอลาเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตี เนื่องจากกองกำลังสหรัฐฯ ใช้เวลาหลายเดือนในการระดมพลนอกชายฝั่ง ชาวกรุงการากัสเผชิญเสียงระเบิดและเสียงเฮลิคอปเตอร์ทหาร เมื่อเวลาประมาณ 2:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ การโจมตีทางอากาศได้พุ่งเป้าไปที่ฐานทัพหลักและฐานทัพอากาศ รวมถึงสถานที่อื่นๆ เป็นเวลานานเกือบหนึ่งชั่วโมง

พลเอกแดน เคน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐฯ กล่าวว่าปฏิบัติการที่ชื่อว่า “แอบโซลูท รีโซลฟ์” (Absolute Resolve) ต้องใช้เวลาวางแผนและซ้อมจริงนานหลายเดือน โดยกองกำลังต่าง ๆ ที่ร่วมปฏิบัติการต่างรอสภาพอากาศที่เหมาะสม เครื่องบิน 150 ลำเข้าร่วมปฏิบัติการ โดยสนับสนุนกองกำลังที่ลงจอดด้วยเฮลิคอปเตอร์เพื่อจับกุมมาดูโร ด้วยความช่วยเหลือจากข้อมูลข่าวกรองที่รวบรวมมาหลายเดือนเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเขา ตั้งแต่ “สิ่งที่เขากิน” ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงที่เขาเลี้ยง เขากล่าวว่า มาดูโรและภรรยา “ยอมจำนน” โดยไม่มีการต่อสู้ และ “ไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิต”

ทางการเวเนซุเอลายังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิต แต่ทรัมป์บอกกับนิวยอร์กโพสต์ว่า ชาวคิวบา “จำนวนมาก” ในหน่วยรักษาความปลอดภัยของมาดูโรเสียชีวิต

ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังปฏิบัติการ กรุงการากัสก็เงียบสงัด มีตำรวจประจำการอยู่ด้านนอกอาคารสาธารณะ และกลิ่นควันลอยฟุ้งไปทั่วท้องถนน

สหรัฐฯ และรัฐบาลยุโรปหลายประเทศไม่ยอมรับความชอบธรรมของมาดูโร โดยกล่าวว่าเขาโกงการเลือกตั้งในปี 2018 และ 2024 นายมาดูโร ซึ่งอยู่ในอำนาจตั้งแต่ปี 2013 หลังจากรับช่วงต่อจากฮูโก ชาเวซ ผู้เป็นที่ปรึกษาฝ่ายซ้าย ได้กล่าวหาทรัมป์มานานแล้วว่าพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเพื่อควบคุมแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา

ทรัมป์ได้ให้เหตุผลหลายประการสำหรับนโยบายที่ก้าวร้าวต่อเวเนซุเอลา โดยบางครั้งเน้นย้ำเรื่องการอพยพผิดกฎหมาย การค้ายาเสพติด และน้ำมัน แต่ก่อนหน้านี้เขาหลีกเลี่ยงการเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองอย่างเปิดเผย

สมาชิกสภาคองเกรสหลายคนตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของการปฏิบัติการนี้อย่างรวดเร็ว แต่ไมค์ จอห์นสัน พันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์ และผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่ามัน “สมเหตุสมผล”.

“มาดูโร” ถูกคุมขังในเรือนจำนิวยอร์ก ทรัมป์เผยสหรัฐฯ จะ “บริหาร” เวเนซุเอลา

อนาคตของเวเนซุเอลาหลัง “มาดูโร” ถูกคุมขัง

สถานการณ์ในเวเนซุเอลายังคงผันผวนและไม่แน่นอน การที่ “มาดูโร” ถูกคุมขังสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อประเทศและประชาชนชาวเวเนซุเอลาจะเป็นอย่างไรนั้น ยังต้องติดตามดูกันต่อไป

สิ่งสำคัญคือต้องจับตาดูการตัดสินใจของสหรัฐฯ และท่าทีของนานาชาติต่อวิกฤตการณ์นี้ รวมทั้งการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ ในเวเนซุเอลาเอง เพราะทุกฝ่ายต่างมีผลประโยชน์และเป้าหมายที่แตกต่างกัน

ประชาชนชาวเวเนซุเอลาหวังว่าสถานการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และประเทศจะกลับคืนสู่ความสงบและความเจริญรุ่งเรืองได้ในที่สุด

ที่มา – “มาดูโร” ถูกคุมขังในเรือนจำนิวยอร์ก ทรัมป์เผยสหรัฐฯ จะ “บริหาร” เวเนซุเอลา

ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ

รัฐบาลใจดี! ออกมาตรการ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ วงเงินไม่เกิน 5,000 บาท, 1 คน 1 สิทธิ์ ต่อ 1 รอบตั๋วจำนำ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 ใครที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุนระยะสั้น ห้ามพลาด!

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) ในฐานะหน่วยงานภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขานรับนโยบายของรัฐบาล มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน

“ขอเชิญชวนประชาชนใช้บริการจำนำทรัพย์ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน วงเงินจำนำ ไม่เกิน 5,000 บาท, 1 คน 1 สิทธิ์ ต่อ 1 รอบตั๋วจำนำ สามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 ทั้งนี้ เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่อง รับต้นปีแบบสบายใจ โปร่งใส และเป็นธรรม” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

สำนักงานธนานุเคราะห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมดูแลประชาชนทุกคน โดยประชาชนสามารถใช้บริการได้ ณ สถานธนานุเคราะห์ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และสาขาส่วนภูมิภาค ในพื้นที่ที่ประชาชนสะดวก

ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ

เงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน

มาตรการ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน นี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • วงเงินจำนำ: ไม่เกิน 5,000 บาท
  • ระยะเวลา: 1 – 31 มกราคม 2569
  • สิทธิ์: 1 คน 1 สิทธิ์ ต่อ 1 รอบตั๋วจำนำ
  • สถานที่: สถานธนานุเคราะห์ทั่วประเทศ

ทำไมต้องโรงรับจำนำของรัฐ?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเป็นโรงรับจำนำของรัฐ? เพราะโรงรับจำนำของรัฐมีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และเป็นธรรม อีกทั้งยังมีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับโรงรับจำนำเอกชนบางแห่ง นอกจากนี้ การใช้บริการโรงรับจำนำของรัฐยังเป็นการสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชนอีกด้วย

เตรียมตัวก่อนไปใช้บริการ

ก่อนที่จะเดินทางไปใช้บริการ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ ควรเตรียมตัวให้พร้อมดังนี้:

  • ตรวจสอบทรัพย์สินที่จะนำไปจำนำว่ามีมูลค่าเหมาะสมหรือไม่
  • เตรียมบัตรประชาชนตัวจริง
  • ศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ของโรงรับจำนำ

ทรัพย์สินอะไรบ้างที่สามารถนำไปจำนำได้?

โดยทั่วไปแล้ว ทรัพย์สินที่สามารถนำไปจำนำได้ที่โรงรับจำนำของรัฐ ได้แก่ ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ อัญมณี นาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องมือช่าง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบกับโรงรับจำนำแต่ละแห่งอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

มาตรการนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนระยะสั้นในช่วงต้นปี อย่ารอช้า รีบตรวจสอบทรัพย์สินของคุณและเตรียมตัวไปใช้บริการ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 กันได้เลย!

การที่รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนในลักษณะนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความพยายามในการบรรเทาภาระทางการเงินให้กับประชาชนในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ มาตรการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนอย่างเร่งด่วน

ที่มา – ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ ตั้งแต่ 1 – 31 ม.ค. 69

อโมริม ปฏิเสธ อธิบายความเห็นเรื่องการซื้อขายนักเตะ

รูเบน อโมริม หัวหน้าโค้ชของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปฏิเสธที่จะชี้แจงความคิดเห็นที่เขาได้แสดงไว้เกี่ยวกับงบประมาณการซื้อขายนักเตะของเขา โดยการตอบสนองที่คลุมเครือของเขาบ่งบอกถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นเบื้องหลัง

โดยปกติแล้ว อโมริมจะเปิดเผยในการแถลงข่าวกับสื่อ แต่เขากลับเงียบเมื่อถูกถามให้อธิบายสิ่งที่เขาพูดในวันคริสต์มาสอีฟเกี่ยวกับรูปแบบการเล่นที่เขาต้องการ

“ผมรู้สึกว่าถ้าเราต้องเล่นระบบ 3-4-3 ที่สมบูรณ์แบบ เราต้องใช้เงินจำนวนมากและต้องใช้เวลา” เขากล่าว “ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่ามันจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น บางทีผมอาจต้องปรับตัว”

ต่อมา อโมริมได้เปลี่ยนไปใช้แผนกองหลังสี่คนสำหรับชัยชนะ 1-0 เหนือนิวคาสเซิลเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ก่อนที่จะกลับไปใช้กองหลังห้าคนเมื่อยูไนเต็ดถูกทีมบ๊วยอย่างวูล์ฟแฮมป์ตันทำเสมอเมื่อสี่วันต่อมา

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม หนึ่งวันก่อนความคิดเห็นของอโมริม เจ้าหน้าที่ของยูไนเต็ดได้ยอมรับเป็นการส่วนตัวว่าการไล่ล่าตัว อ็องตวน เซเมนโย กองหน้าของบอร์นมัธที่มีมูลค่า 65 ล้านปอนด์นั้นจะต้องจบลงด้วยความล้มเหลว แม้ว่าพวกเขาจะเน้นย้ำว่าความตั้งใจไม่เคยใช้ผู้เล่นวัย 25 ปีเป็นวิงแบ็กก็ตาม

เมื่อพูดคุยกับนักข่าวก่อนเกมพรีเมียร์ลีกที่ทีมของเขาจะไปเยือนลีดส์ในวันอาทิตย์ อโมริมถูกถามให้อธิบายว่าทำไมเขาถึงไม่รู้สถานะเกี่ยวกับการสรรหานักเตะเมื่อเขาเข้าร่วมทีมยูไนเต็ดจากสปอร์ติงในเดือนพฤศจิกายน 2024

“ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น” เขากล่าว “ผมแค่โฟกัสไปที่เกมกับลีดส์”

อโมริมกล่าวต่อว่าเขาไม่เสียใจกับความคิดเห็นของเขาก่อนเกมกับนิวคาสเซิล ก่อนที่นักข่าวคนเดิมจะถามเขาอีกครั้งว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับงบประมาณการซื้อขายนักเตะหรือไม่ อีกครั้งที่เขาตอบว่า “ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น”

จากนั้น หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง และหลังจากที่เจ้าหน้าที่สื่อของยูไนเต็ดที่นั่งข้างอโมริมในการแถลงข่าวเริ่มจะบอกว่าใครจะเป็นคนถามคำถามต่อไป นักเตะชาวโปรตุกีสกล่าวเสริมว่า “แต่คุณฉลาดมาก ดังนั้น…”

ยังไม่มีการชี้แจงว่าอโมริมหมายถึงอะไร แต่ข้อสรุปที่ชัดเจนคือ นักข่าวสามารถคิดออกได้ด้วยตัวเอง และมันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขากำลังพูดถึง

ยูไนเต็ดเน้นย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพวกเขาจะเซ็นสัญญานักเตะในเดือนมกราคมก็ต่อเมื่อพวกเขาเหมาะสมกับแม่แบบระยะยาวของพวกเขาเท่านั้น

หลังจากเกมกับนิวคาสเซิล อโมริมกล่าวว่าบางครั้งเขาก็ขัดแย้งกับสโมสรเกี่ยวกับเป้าหมาย หนึ่งในนั้นเข้าใจกันว่าเป็นการตัดสินใจเซ็นสัญญากับ เซนเน ลามเมนส์ ผู้รักษาประตูชาวเบลเยียมในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะ แทนที่จะเป็น เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ของแอสตัน วิลลา ซึ่งเป็นเป้าหมายที่โค้ชต้องการ

อโมริมกล่าวหลังจากเกมกับนิวคาสเซิลว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เสียงของโค้ชจะต้องได้รับการรับฟัง เพราะเขาเข้าใจถึงคุณสมบัติที่จำเป็นในการเล่นในทีมของเขา

การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความเชื่อมั่นในตัว อโมริม ในหมู่แฟนบอลยูไนเต็ดลดลงอย่างมาก หลังจากผลงานในบ้านที่ย่ำแย่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซึ่งรวมถึงความพ่ายแพ้ต่อทีมเอฟเวอร์ตันที่เหลือผู้เล่น 10 คนหลังจากผ่านไปเพียงแปดนาที เสมอกับเวสต์แฮมและบอร์นมัธ ซึ่งอยู่ในช่วง 8 และ 10 เกมโดยไม่ชนะ และความหายนะจากวูล์ฟส์

ยูไนเต็ดยังคงอยู่ในอันดับที่หกในตาราง โดยพลาดโอกาสที่จะไต่อันดับขึ้นไปอยู่ในสี่อันดับแรกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มีแต้มนำหน้าฟูแล่มเพียงสามแต้ม ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 12

สโมสรไม่ได้ปิดบังข้อเท็จจริงที่ว่าการได้สิทธิ์ไปเล่นในยุโรปคือเป้าหมายของพวกเขาสำหรับฤดูกาลนี้ และจะมีข้อสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับอนาคตของ อโมริม หากเขาไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้

ยูไนเต็ดได้เรียกตัว โทบี้ คอลลีเยอร์ กองกลางกลับมาจากการยืมตัวที่เวสต์บรอมแล้ว แม้ว่านักเตะวัย 22 ปียังคงต้องพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บน่องที่ได้รับในการเสมอกับเบอร์มิงแฮมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน

มีความรู้สึกว่าผู้บริหารของยูไนเต็ดจะอนุมัติการมาถึงใหม่ในเดือนนี้ หาก โจชัว เซิร์กซี กองหน้า (ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งแรกกับวูล์ฟส์) หรือ ค็อบบี้ ไมนู กองกลางที่ได้รับบาดเจ็บ ได้รับการย้ายทีมแบบยืมตัวตามที่พวกเขาหวังไว้

อย่างไรก็ตาม อโมริมกล่าวว่าไม่มีผู้เล่นคนใด หรือใครก็ตามที่บอกเขาว่าพวกเขาต้องการย้ายออก

“ถ้าคุณดูทีมของเรา ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะย้ายออก” เขากล่าว “แต่พวกเขาต้องคุยกับ [ผู้อำนวยการฟุตบอล] เจสัน [วิลค็อกซ์]”

นอกเหนือจากวิงแบ็กแล้ว ยูไนเต็ดยังเป็นที่รู้กันดีว่ากระตือรือร้นที่จะสรรหากองกลางตัวกลาง แต่ไม่คิดว่าเป้าหมายหลักของพวกเขา ได้แก่ อดัม วอร์ตัน และ เอลเลียต แอนเดอร์สัน สองคู่หูชาวอังกฤษ รวมถึง คาร์ลอส บาเลบา ของไบรท์ตัน จะเป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้ในเดือนนี้

สโมสรยังมีความเชื่อมโยงกับ รูเบน เนเวส อดีตกัปตันทีมวูล์ฟส์ ซึ่งอนาคตของเขากับสโมสร อัล-ฮิลาล ในซาอุดีอาระเบียเป็นที่น่าสงสัย และ เจมส์ การ์เนอร์ อดีตผู้เล่นจากอะคาเดมี ซึ่งสร้างความประทับใจนับตั้งแต่ย้ายไปเอฟเวอร์ตันด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ในปี 2022

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ อโมริม แนะนำว่ายูไนเต็ดอาจเซ็นสัญญานักเตะอย่างน้อยหนึ่งรายในเดือนนี้ เขากล่าวว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะมีนักเตะใหม่เข้ามา

“เราไม่มีการพูดคุยกันในขณะนี้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในทีม” เขากล่าว

อโมริม ปฏิเสธ อธิบายความเห็นเรื่องการซื้อขายนักเตะ

ทำไม อโมริม ปฏิเสธ อธิบายความเห็นเรื่องการซื้อขายนักเตะ ถึงสำคัญ?

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผู้จัดการทีมและผู้บริหารสโมสรเกี่ยวกับการวางแผนการซื้อขายนักเตะ การที่ อโมริม อโมริม ปฏิเสธ อธิบายความเห็นเรื่องการซื้อขายนักเตะ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอำนาจในการตัดสินใจและความสอดคล้องของเป้าหมายระหว่างผู้จัดการทีมและผู้บริหาร

ดังนั้น การที่ อโมริม ปฏิเสธ อธิบายความเห็นเรื่องการซื้อขายนักเตะ จึงมีความหมายและน่าจับตา เพราะมันอาจส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมและความสามารถในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การที่สโมสรไม่สามารถเสริมทัพตามความต้องการของโค้ชอาจนำไปสู่ผลงานที่ไม่น่าพอใจ และส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของแฟนบอล

การที่อโมริม ปฏิเสธ อธิบายความเห็นเรื่องการซื้อขายนักเตะ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีความขัดแย้งภายในสโมสรที่ต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้ทีมสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ การสื่อสารและความเข้าใจที่ชัดเจนระหว่างผู้จัดการทีมและผู้บริหารจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีแผนการซื้อขายนักเตะที่ชัดเจนและสอดคล้องกับเป้าหมายของสโมสร การตัดสินใจเกี่ยวกับการซื้อขายนักเตะควรพิจารณาจากความต้องการของทีมและวิสัยทัศน์ของผู้จัดการทีม เพื่อให้ทีมสามารถสร้างทีมที่แข็งแกร่งและแข่งขันได้ในระดับสูง

ในท้ายที่สุด การที่ อโมริม ปฏิเสธ อธิบายความเห็นเรื่องการซื้อขายนักเตะ ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของการบริหารจัดการทีมฟุตบอล และความสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างผู้จัดการทีมและผู้บริหาร เพื่อให้ทีมสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสร้างความพึงพอใจให้กับแฟนบอล

ที่มา – Amorim refuses to explain cryptic transfer comment