วัน: 11 มกราคม 2026

นราธิวาส ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหะสถาน 21.00-05.00 น.

สถานการณ์ล่าสุดในจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสประกาศเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลา 21.00 น. ถึง 05.00 น. ทั่วทั้งจังหวัด โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2569 เป็นต้นไป มาตรการนี้ถูกนำมาใช้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นราธิวาส ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหะสถาน 21.00-05.00 น.

พล.ต. ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ออกประกาศเรื่องมาตรการบริเวณเขตควบคุมพิเศษ โดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ประกาศที่ 29/2569 เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งรวมถึงการประกาศ นราธิวาส ประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกเคหะสถาน 21.00-05.00 น.

ประกาศนี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ โดยเฉพาะเหตุการณ์วางระเบิดและการก่อเหตุความไม่สงบต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชน ทางเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายพลเรือน ในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด

รายละเอียดมาตรการ นราธิวาส ประกาศเคอร์ฟิว

  • ห้ามออกนอกเคหะสถาน: ห้ามบุคคลใดๆ ออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลา 21.00 น. ถึง 05.00 น. ทั่วพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
  • ข้อยกเว้น: กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน สามารถขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่
  • เข้มงวดชายแดน: เพิ่มความเข้มงวดในการผ่านเข้า–ออกจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทยมาเลเซีย ตรวจสอบยานพาหนะทุกประเภท การเดินทางของประชาชน และการค้าขายสินค้าทุกชนิด
  • อำนาจเจ้าหน้าที่: มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารดำเนินการด้านยุทธการ การตรวจค้น และการรักษาความมั่นคงตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด

การ นราธิวาส ประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกเคหะสถาน 21.00-05.00 น. นี้มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานในช่วงเวลากลางคืน หรือผู้ที่ต้องเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการ เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่ง พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ลงนามในประกาศครั้งนี้ เพื่อยืนยันถึงความจำเป็นในการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว

สถานการณ์ในนราธิวาสยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การประกาศเคอร์ฟิวนี้ถือเป็นมาตรการที่เข้มงวด แต่มีความจำเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ

แม้ว่าการประกาศเคอร์ฟิวอาจสร้างความไม่สะดวกให้กับหลายๆ ท่าน แต่มาตรการนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสงบในพื้นที่ และเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ที่มา – นราธิวาส ประกาศเคอร์ฟิวทั้งจังหวัด ห้ามออกนอกเคหะสถาน 21.00-05.00 น.

ฟาลเคิร์กเหยียบคันเร่ง หวังติด 6 อันดับแรก

เมื่อเกือบสองปีที่แล้ว ฟาลเคิร์กเสมอกับเอดินบะระ ซิตี้ 2-2 ในลีกวันของสก็อตแลนด์

ตอนนี้ซิตี้รั้งท้ายลีกทู แต่ฟาลเคิร์กอยู่อันดับ 6 ในพรีเมียร์ชิพ หลังจากเลื่อนชั้นสองครั้งติดต่อกัน ชัยชนะ 2-0 เหนือเซนต์ เมียร์เรนเมื่อวันเสาร์ ทำให้พวกเขามีแต้มนำหน้าอเบอร์ดีนและดันดี ยูไนเต็ดอยู่ 5 แต้ม โดยมีเกมในมือมากกว่าทีมหลัง

การก้าวกระโดดครั้งใหญ่ภายใต้การจัดการที่ชาญฉลาดของจอห์น แม็กลินน์นั้นน่าประทับใจอย่างมาก และตอนนี้พวกเขาต้องได้รับการพิจารณาว่าเป็นคู่แข่งสำคัญสำหรับการจบใน 6 อันดับแรก

แฟนบอลฟาลเคิร์กอยู่ในแดนสวรรค์

อัฒจันทร์ทีมเยือนเต็มไปด้วยแฟนบอลที่มาชมชัยชนะของฟาลเคิร์กที่เพสลีย์ ผู้สนับสนุนกำลังอยู่ในความฝัน ขี่อยู่บนยอดคลื่นที่ดูเหมือนไม่มีใครหยุดได้ พวกเขาคงไม่เคยจินตนาการว่าสิ่งต่างๆ จะเป็นไปด้วยดีขนาดนี้

แม็กลินน์กล่าวว่า “พวกเขามีความสุขเหมือนที่เราเป็น เราต้องการให้เท้าของเราอยู่บนพื้น ไม่ต้องการให้หลงระเริงมากเกินไป แฟนๆ สนับสนุนเรา เรามีผู้ถือตั๋วปี 5,700 คน ผมไม่คิดว่าฟาลเคิร์กเคยมีแบบนี้มานานแล้ว พวกเขาชอบสิ่งที่พวกเขากำลังเห็น”

“ผมคิดว่าการเป็นแฟนบอลฟาลเคิร์กนั้นยอดเยี่ยมมาก การเป็นผู้จัดการทีมฟาลเคิร์กนั้นยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง และผมมั่นใจว่าผู้เล่นก็มีความสุขไม่แพ้กัน”

อะไรคือเบื้องหลังการขึ้นสู่จุดสูงสุดที่น่าทึ่งนี้?

อิทธิพลของแม็กลินน์นั้นไม่สามารถมองข้ามได้ เขาเก่งมากในงานของเขา เป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางจากการได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA Scotland ในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา และแน่นอนว่าเขาเป็นผู้ท้าชิงอีกครั้ง

เขาได้นำผู้เล่นหลักในการเดินทางครั้งนี้ – คาลวิน มิลเลอร์เป็นผู้เล่นที่โดดเด่น – และเพิ่มผู้เล่นที่มีคุณภาพที่เข้ากับสไตล์การเล่นที่น่าดึงดูดและวัฒนธรรมของสโมสร

มีความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงเกี่ยวกับทีม หลังจบเกม มิลเลอร์ ซึ่งเป็นคนทำประตูที่สอง ตอบอย่างรวดเร็วว่า “ไม่” หลังจากถูกถามว่าเขารู้สึกประหลาดใจกับตำแหน่งในลีกของพวกเขาหรือไม่ ไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง แค่ความมั่นใจ “เราเก่งพออย่างแน่นอน และนั่นคือความคิดที่เรามีมาตั้งแต่ลีกวัน ดังนั้นไม่ ผมเชื่อได้” เขากล่าว

มีคุณสมบัติพอติดท็อปซิกส์?

ตอนนี้ฟาลเคิร์กสะสมไปแล้ว 30 แต้มหลังจาก 21 เกม พวกเขาเก็บ 16 แต้มจากการออกไปเยือน พวกเขาเอาชนะอเบอร์ดีน มาเธอร์เวลล์ ดันดี ยูไนเต็ด คิลมาร์น็อค และตอนนี้เซนต์ เมียร์เรนในการเดินทาง

ลูกทีมของแม็กลินน์เสมอกับเรนเจอร์สทั้งในบ้านและนอกบ้าน พวกเขาบรรลุเป้าหมายทั้งหมดนี้ในขณะที่ยังคงยึดมั่นในสไตล์การเล่นที่กว้างขวาง โดยมีการใช้หลักการปฏิบัติจริงเมื่อจำเป็น

แอนดี้ ฮัลลิเดย์ กองกลางมาเธอร์เวลล์ กล่าวในรายการ Sportsound ของ BBC Scotland ว่าอะไรที่โดดเด่นสำหรับเขา “ผมประทับใจมากกับพลังงานของพวกเขาเมื่อไม่มีบอล ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นทีมที่นั่งลงและพยายามบดขยี้เพื่อคว้าชัยชนะหรือแต้ม พวกเขาไล่ตามทีม” เขากล่าว

“จอห์น แม็กลินน์เป็นโค้ชที่ดีมาก และเขาสร้างทีมที่ยอดเยี่ยม” ดังนั้น สิ่งต่อไปคืออะไร?

แม็กลินน์กล่าวว่า “เราต้องปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง แต่ผมคิดว่าทุกคนจะตระหนักดีว่าเราไม่ใช่ทีมที่โชคดีแค่ครึ่งฤดูกาล” “เราจะเหยียบคันเร่งต่อไป”

ฟาลเคิร์กเหยียบคันเร่ง เพื่อเป้าหมายอะไร?

การที่ฟาลเคิร์กเหยียบคันเร่งอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมในการรักษาโมเมนตัม และพยายามที่จะจบฤดูกาลในอันดับที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พวกเขากำลังท้าทายตัวเองให้ก้าวข้ามขีดจำกัดอย่างต่อเนื่อง

การที่ฟาลเคิร์กเหยียบคันเร่งอย่างไม่ลดละ จะทำให้พวกเขามีโอกาสที่ดีกว่าในการบรรลุเป้าหมายในการจบฤดูกาลใน 6 อันดับแรก ซึ่งจะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับสโมสร

การที่ฟาลเคิร์กเหยียบคันเร่งไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่นของทีมในการประสบความสำเร็จ

ดังนั้นแล้ว การตัดสินใจของฟาลเคิร์กที่จะฟาลเคิร์กเหยียบคันเร่งต่อ อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในฤดูกาลนี้ และพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขามีความสามารถที่จะแข่งขันกับทีมชั้นนำในลีกได้

ความสำเร็จของฟาลเคิร์กไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคช่วย แต่มาจากการทำงานหนัก การวางแผนที่ดี และความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อ หากพวกเขาสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมนี้ไว้ได้ พวกเขาก็มีโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์และสร้างความสุขให้กับแฟนบอลทั่วประเทศ

สำหรับทีมอย่างฟาลเคิร์ก การรักษาความสม่ำเสมอและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ การที่จะเหยียบคันเร่งต่อไปได้นั้น พวกเขาต้องรักษาแรงจูงใจและโฟกัสไปที่เป้าหมายระยะยาว

ที่มา – Falkirk will keep ‘foot to the floor’ in top six bid

Hyundai เผยโฉม New Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์


ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป เผยโฉม Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่พัฒนาโดยบอสตัน ไดนามิกส์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกภายในงาน CES 2026 ภายใต้แนวคิดการใช้หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์

ในช่วงที่ 1-2 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าบริษัทรถยนต์หลายแห่งได้ทำการวิจัยและพัฒนาการผลิต Humanoid Robot หรือ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่หน้าตาเหมือนกับมนุษย์ไม่มีผิดเพี้ยน

ล่าสุด ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป หรือ Hyundai ก็ได้วิจัยและพัฒนา Humanoid Robot ด้วยเช่นกัน โดยภายในงาน CES 2026 ฮุนไดได้โชว์เคสการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ AI ภายในเครือข่ายคุณค่าของกลุ่มบริษัท (Group Value Network) พร้อมนำเสนอกลยุทธ์ที่ผลักดันการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ AI มาใช้จริงในเชิงพาณิชย์ เพื่อดึงศักยภาพจากการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ และการบูรณาการเทคโนโลยีล้ำสมัยในการดำเนินธุรกิจของฮุนได

Hyundai เผยโฉม New Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์

เปิดตัวหุ่นยนต์ AI รุ่นใหม่ จากบอสตัน ไดนามิกส์

สำหรับ New Atlas อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างความฮือฮาภายในงาน CES 2026 คือการปรากฏตัวครั้งแรกของ New Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่โดยบอสตัน ไดนามิกส์ หรือ Boston Dynamics บริษัทในเครือฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป

โดย Atlas เจนเนเรชั่นใหม่นี้นับเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทในการสร้างหุ่นยนต์ที่เข้ามาเสริมความปลอดภัยและช่วยคนทำงานได้จริงในหลากหลายสถานการณ์

ฝึกฝนและขยายขีดความสามารถของหุ่นยนต์ AI ผ่านเครือข่ายกลุ่ม Partnering Human Progress

ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ยังได้เผยแผนเชิงกลยุทธ์ด้านการเรียนรู้ การฝึกฝน และการขยายขีดความสามารถหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ AI ผ่านเครือข่ายคุณค่าของกลุ่มบริษัทและแนวทางการสร้างโรงงานที่ใช้ซอฟต์แวร์จัดการกระบวนงาน (Software-Defined Factory หรือ SDF)

โดยแนวทาง Software-Defined Factory ของฮุนได จะใช้กลยุทธ์ด้านการผลิตล้ำสมัยและโรงงานอัจฉริยะขั้นสูงที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและซอฟต์แวร์ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัวตลอดกระบวนการผลิต

พร้อมเดินหน้าสู่สายการผลิตแห่งอนาคต ฮุนได วางแผนจัดการห่วงโซ่ทั้งหมดตั้งแต่การพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ AI ไปจนถึงการเรียนรู้ การฝึกฝน และการดำเนินงาน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพในหลายมิติ ทั้งการใช้ชิ้นส่วนหุ่นยนต์ ระบบโลจิสติกส์ และซอฟต์แวร์

ฮุนไดกับการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในอนาคต

สำหรับงาน CES 2026 ฮุนได ได้จัดนิทรรศการเพื่อนำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ AI ในโลกจริง ซึ่งผู้เข้าชมบูธได้สัมผัสกับการจำลองแบบอินเทอร์แอกทีฟที่แสดงสภาพแวดล้อมการทำงานและชีวิตประจำวันที่นำหุ่นยนต์ AI มาใช้งานได้ และการโชว์การวิจัยด้านหุ่นยนต์ของฮุนได

ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เข้าใจเทคโนโลยีได้อย่างเห็นภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการสาธิตหุ่นยนต์ AI หลากหลายรูปแบบ และการปรากฏตัวของ Atlas, Spot และ MobED ทุกชั่วโมง พร้อมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับขีดความสามารถของหุ่นยนต์แต่ละตัว

การที่ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ให้ความสำคัญกับการพัฒนา หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งน่าจับตามองว่าในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นหุ่นยนต์เหล่านี้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นแค่ไหน

ที่มา – Hyundai เผยโฉม New Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ พร้อมนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์เร็วๆ นี้

“ดร.เอ้” อ้อนขอคะแนน เลือก “ไทยก้าวใหม่” ทำได้จริง

“ดร.เอ้” ลุยหาเสียง เขต 15 คันนายาว-บึงกุ่ม อ้อนขอเลือก “ไทยก้าวใหม่” ชู เรียนฟรี-ปิดหนี้-แก้น้ำท่วมม้วนเดียวจบ ย้ำทุกนโยบาย การันตีทำได้จริง ชาวบ้านบอกเลือกแน่ อยากได้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน

วันที่ 11 ม.ค. 2569 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และ คุณณอร จิรกรภิรมย์ ผู้สมัคร สส. เขต 15 คันนายาว-บึงกุ่ม (เฉพาะแขวงคลองกุ่ม) พรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งที่ตลาดเช้าหมู่บ้านสหกรณ์ เพื่อพบปะพูดคุยกับชาวบ้านที่มาเดินตลาด รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่มาค้าขายในพื้นที่ บรรยากาศการลงพื้นที่ถือว่าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น

จากนั้นเดินทางต่อไปยังตลาดสายเนตร เพื่อลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งพร้อมชูนโยบายพรรคไทยก้าวใหม่ว่าความต้องการการเปลี่ยนแปลงของประชาชน และความมุ่งมั่นของพรรคในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ประชาชนต้องการเห็นประเทศไทยก้าวใหม่ ไม่ต้องการย่ำอยู่กับที่หรือเติมเต็มความขัดแย้ง พร้อมทั้งขอให้เชื่อมั่นในพรรคและผู้สมัครของพรรคไทยก้าวใหม่ ที่มุ่งมั่นสร้างคน ดูแลการศึกษา และสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น โดยเฉพาะเป้าหมายในการดูแลลูกหลานเยาวชนไทย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้อัตราการเกิดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ถดถอยไม่มีแรงจูงใจให้คนไทยมีลูก ดังนั้นหากพรรคไทยก้าวใหม่ได้เป็นรัฐบาล และ ดร.สุชัชวีร์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าจะดูแลลูกของคนไทยทุกคนเหมือนลูกผมเอง พร้อมทั้งชูนโยบาย ผู้หญิงตั้งครรภ์ รับเงินทันที เดือนละ 1,000 บาท ตลอดระยะเวลา 8 ปี และหากคลอดลูกมาแล้วยังจะมีเงินรับขวัญลูกอีกเดือนละ 5,000 บาท โดยเงินจำนวนนี้จะจ่ายให้เป็นระยะยาวนานถึง 8 ปี เมื่อลูกๆโตขึ้นจะได้เรียนโรงเรียนใกล้บ้านที่มีคุณภาพ ได้ทานอาหารเช้า อาหารกลางวันฟรี ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ และ เรียนรู้ด้านเทคโนโลยี เพื่อให้เยาวชนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนและเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมย้ำ “เรียนฟรีถึงปริญญาเอก”

พร้อมกันนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ยังขอให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งและเลือกพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เพื่อให้ทีมผู้บริหารของพรรคและทีมงานที่มีคุณภาพของพรรคไทยก้าวใหม่ได้มาทำหน้าที่ ทำงาน ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่าพรรคไทยก้าวใหม่ต้องการมาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนด้วยความจริงจังและจริงใจ ไม่มีเบื้องหลังผลประโยชน์ใดแอบแฝงอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ยังได้ฝาก น้องกุญแจ คุณณอร จิรกรภิรมย์ ผู้สมัคร สส. เขต 15 คันนายาว-บึงกุ่ม พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 10 ไว้เป็นทางเลือกใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน เลือกน้องกุญแจ เลือก ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ได้คนรุ่นใหม่ แนวคิดใหม่ มาพัฒนาบ้านเมืองให้ไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนแปลงบ้านเมืองใหม่ ๆ ให้โอกาสพรรคไทยก้าวใหม่ ได้มีโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชน ก้าวใหม่ให้ไทยสตรองไปทั้งประเทศ

“ดร.เอ้” อ้อนขอคะแนนเลือก “ไทยก้าวใหม่” ย้ำทุกนโยบายทำได้จริง

“ไทยก้าวใหม่” กับนโยบายที่จับต้องได้

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กำลังเดินหน้าหาเสียงอย่างเข้มข้น โดยเน้นย้ำถึงนโยบายที่สามารถทำได้จริงและตอบโจทย์ปัญหาของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การลดหนี้ หรือการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ทุกนโยบายล้วนผ่านการคิดวิเคราะห์มาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ

การลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตคันนายาว-บึงกุ่ม ทำให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาของคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดที่ทันสมัยและพร้อมที่จะพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป พรรคไทยก้าวใหม่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นอนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทย

หากพรรคไทยก้าวใหม่ได้รับโอกาสในการบริหารประเทศ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลเยาวชนไทยอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การให้เงินสนับสนุนในช่วงตั้งครรภ์ การดูแลเรื่องการศึกษา การจัดหาอาหารที่มีประโยชน์ ไปจนถึงการส่งเสริมทักษะด้านภาษาและเทคโนโลยี เพื่อให้เยาวชนไทยเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล การเลือก “ไทยก้าวใหม่” จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของชาติอย่างแท้จริง

พรรค “ไทยก้าวใหม่” ไม่ได้มีดีแค่นโยบาย แต่ยังมีทีมงานที่มีความสามารถและพร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง พรรคไทยก้าวใหม่จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เลือกพรรค “ไทยก้าวใหม่” เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสของประเทศไทย

เลือก “ไทยก้าวใหม่” เบอร์ 49 เพื่อโอกาสในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ที่มา – “ดร.เอ้” อ้อนขอคะแนนเลือก “ไทยก้าวใหม่” ย้ำทุกนโยบายทำได้จริง

ทบ. ประณามเหตุวางระเบิด-เผาปั๊มน้ำมัน ไร้มนุษยธรรม

กองทัพบก ประณามเหตุวางระเบิด-เผาปั๊มน้ำมัน 11 จุด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไร้มนุษยธรรม-จงใจทำผิดกฎหมาย ผบ.ทบ. สั่งการเร่งบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษ คืนความสงบสุขให้พื้นที่

วันที่ 11 มกราคม 2569 ตามที่เกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมันรวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา กองทัพบกขอประณามการกระทำอันไร้มนุษยธรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และระบบสาธารณูปโภคของพลเรือน ถือเป็นการมุ่งสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ความหวาดกลัว และบ่อนทำลายความสงบสุขในพื้นที่

พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์และสนับสนุนให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยด่วน พร้อมกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นกระบวนการที่จงใจละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ไร้ซึ่งมนุษยธรรม และส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนอย่างกว้างขวาง

โฆษกกองทัพบก เน้นย้ำด้วยว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนเจตนาในการใช้ความรุนแรง ซึ่งขัดกับหลักสันติวิธีตามมาตรฐานสากล ยืนยันว่าการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบไม่ใช่ทางออกของปัญหาและไม่อาจยอมรับได้ การกระทำนี้จึงไม่ใช่เรื่องของอุดมการณ์ แต่เป็นการเจตนากระทำผิดกฎหมายที่ไม่สามารถอ้างความชอบธรรมใดๆ ได้ ขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าวยุติการกระทำที่เป็นภัยต่อสังคม และขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิเสธกลุ่มผู้กระทำผิดเหล่านี้ โดยหลีกเลี่ยงการสนับสนุนทุกรูปแบบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการแจ้งเบาะแสเพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่พื้นที่อย่างยั่งยืน.

ทบ. ประณามเหตุวางระเบิด-เผาปั๊มน้ำมัน ไร้มนุษยธรรม

จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กองทัพบกได้ออกมาประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยมองว่าเป็นการกระทำที่ ทบ. ประณามเหตุวางระเบิด-เผาปั๊มน้ำมัน ไร้มนุษยธรรม และจงใจละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน การกระทำเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิต แต่ยังส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้หลายฝ่ายต้องหันกลับมาทบทวนถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธี การใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางออก และมีแต่จะนำไปสู่ความสูญเสียและความเจ็บปวดที่มากยิ่งขึ้น

กองทัพบกเร่งบังคับใช้กฎหมาย หลังเกิดเหตุ ทบ. ประณามเหตุวางระเบิด-เผาปั๊มน้ำมัน ไร้มนุษยธรรม

หลังจากเกิดเหตุการณ์ ทบ. ประณามเหตุวางระเบิด-เผาปั๊มน้ำมัน ไร้มนุษยธรรม ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม การดำเนินการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และแสดงให้เห็นว่าการใช้ความรุนแรงและการละเมิดกฎหมายจะไม่ได้รับการยอมรับ

  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
  • การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
  • การสร้างความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธี

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการสร้างความเข้าใจ สร้างความไว้วางใจ และส่งเสริมการพัฒนาในทุกด้าน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและมีความเจริญก้าวหน้า

เหตุการณ์ ทบ. ประณามเหตุวางระเบิด-เผาปั๊มน้ำมัน ไร้มนุษยธรรม ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงอย่างยั่งยืน โดยการสร้างความเข้าใจ การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธี และการพัฒนาในทุกด้าน เพื่อให้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ความสงบสุขและมีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

เราทุกคนมีบทบาทในการสร้างสันติสุขในพื้นที่ชายแดนใต้ การให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ การแจ้งเบาะแส และการสนับสนุนการพัฒนาในทุกด้าน ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาความรุนแรงและสร้างสังคมที่สงบสุขและเจริญก้าวหน้าได้

ที่มา – ทบ. ประณามไร้มนุษยธรรม เหตุวางระเบิด-เผาปั๊มน้ำมัน เร่งบังคับใช้กฎหมายจับผู้ก่อเหตุ

แบล็คสแตดเริ่มต้นที่สเปอร์สกับภารกิจ WSL ที่ยังไม่เสร็จ

จูลี่ แบล็คสแตด นักเตะใหม่ของท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ตั้งเป้าที่จะสร้างชื่อในศึกวีเมนส์ ซูเปอร์ลีก อีกครั้ง

ดาวเตะวัย 24 ปี ใช้เวลาสองปีที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2022 แต่ลงเล่นเพียง 36 นัด และถูกปล่อยยืมตัวไป บีเค ฮัคเค่น ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมฮัมมาร์บี้ในที่สุด

นับตั้งแต่นั้นมา เธอได้รับประสบการณ์อันมีค่า ซึ่งทำให้เธอเป็นเป้าหมายสำคัญในการเซ็นสัญญาของสเปอร์ส

เธอพร้อมที่จะประเดิมสนามให้ท็อตแนมในเกมวันอาทิตย์ที่จะพบกับเลสเตอร์ (12:00 GMT) และหวังที่จะสร้างชื่อในศึก WSL ในครั้งนี้

“ตอนที่ฉันมาครั้งแรก ฉันอายุน้อยกว่าเห็นได้ชัดสี่ปี มันเป็นการย้ายทีมที่แตกต่างออกไปในตอนนี้ และฉันรู้สึกว่าตัวเองมีประสบการณ์มากขึ้น” แบล็คสแตด กล่าวกับ BBC Sport

“ฉันพร้อมมากที่จะกลับมาที่นี่ ลีกมีการพัฒนาไปมากตั้งแต่นั้นมา และมันน่าตื่นเต้นมากที่ได้เห็นว่าเกมดีขึ้นกว่าเดิมมากแค่ไหน

“มันเป็นเป้าหมายของฉันที่จะได้กลับมาที่สหราชอาณาจักรและเล่นที่นี่อีกครั้ง ฉันได้ลงเล่นเกมมากขึ้นมาก และยังเปลี่ยนตำแหน่งด้วยตั้งแต่นั้นมา”

Manager Ho ‘big part’ of choosing Spurs

ดาวเตะทีมชาตินอร์เวย์กลับสู่ศึก WSL ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรง หลังจากที่ฉายแววให้กับฮัมมาร์บี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยทำไป 15 ประตูและ 6 แอสซิสต์ จาก 26 เกม

เธอยังทำได้สามประตูในแชมเปียนส์ลีก และเปลี่ยนไปเล่นในตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งซ้ายจากกองกลาง

ความสารพัดประโยชน์และ “ความสามารถในการบุก” ของเธอ ดึงดูดความสนใจของท็อตแนม และ แบล็คสแตด กล่าวว่า มาร์ติน โฮ ผู้จัดการทีม เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอตกลงเข้าร่วมทีม

“ฉันติดตามมาร์ตินในลีกที่นอร์เวย์มาตลอด โดยเล่นเจอกับเขาและเห็นวิธีการที่เขาโค้ช บรานน์” แบล็คสแตด กล่าว

“ฉันคิดว่าเขานำหลักการเดียวกันมาสู่ท็อตแนม สิ่งที่เราเห็นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์จนถึงตอนนี้เป็นการทำงานที่ให้ผลบวกจริงๆ

“เขามีส่วนร่วมกับเกมอย่างมากและให้ข้อเสนอแนะมากมาย ฉันชอบวิธีการที่เขาเห็นส่วนที่เป็นแท็กติกของเกมมาก เขาสามารถช่วยผู้เล่นแต่ละคนให้พัฒนาได้

“นั่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ฉันเลือกท็อตแนม เพราะในความคิดของฉัน มันสำคัญสำหรับฉันที่จะต้องเป็นผู้เล่นที่ดีขึ้นไปอีก ไม่ใช่แค่การชนะเกมเท่านั้น”

แบล็คสแตด เป็นหนึ่งในห้าผู้เล่นที่เข้าร่วมทีมท็อตแนมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ เนื่องจากพวกเขาหวังที่จะต่อยอดจากการเริ่มต้นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จ

ทีมของ โฮ รั้งอันดับที่ห้าของตาราง โดยมีหกชัยชนะจากการลงเล่น 11 นัดแรกในศึก WSL และตามหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงสองคะแนน

“เราสามารถต่อยอดจากสิ่งนั้นได้ แน่นอนว่ามีทีมที่ดีมากมายในศึก WSL และการแข่งขันสูงมาก แต่ฉันคิดว่าเรามีส่วนผสมของผู้เล่นที่ดี” แบล็คสแตด กล่าวเสริม

“ท็อตแนมเป็นสโมสรใหญ่ที่มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ และต้องการที่จะแข่งขันเพื่อไปให้ถึงสามอันดับแรกในตอนนี้ และในระยะยาว ต้องการที่จะเข้าไปเล่นในยุโรปและเล่นให้ดี

“เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการได้เล่นในเวทีใหญ่ๆ และเจอกับผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แชมเปียนส์ลีกเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ”

ทำไมจูลี่ แบล็คสแตด จึงเลือกมาที่ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์?

เหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ จูลี่ แบล็คสแตด เลือกย้ายมาเล่นให้กับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ คือผู้จัดการทีม มาร์ติน โฮ ที่มีสไตล์การทำทีมที่น่าสนใจและสามารถพัฒนาศักยภาพของผู้เล่นได้ นอกจากนี้ สโมสรยังมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการก้าวไปสู่ระดับท็อปของลีกและเข้าร่วมการแข่งขันในระดับยุโรป ซึ่งตรงกับความต้องการของแบล็คสแตดที่ต้องการพัฒนาตัวเองและเล่นในเวทีที่ใหญ่ขึ้น

การมาของ แบล็คสแตดเริ่มต้นที่สเปอร์สกับภารกิจ WSL ที่ยังไม่เสร็จ ถือเป็นการเสริมทัพที่สำคัญของทีม และน่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

แบล็คสแตดเริ่มต้นที่สเปอร์สกับภารกิจ WSL ที่ยังไม่เสร็จ ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลสเปอร์สอย่างแน่นอน

ที่มา – Blakstad starts at Spurs with unfinished WSL business

“กัณวีร์” ย้ำ สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ!

“กัณวีร์” หัวหน้าพรรคพลวัต ประณามเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำลายความสงบและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ลั่น สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ อย่าปล่อยให้เป็นเหตุรายวัน

วันที่ 11 มกราคม 2569 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนขอประณามการก่อเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 แห่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งทำลายความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ผ่านมา 22 ปี ไม่ควรปล่อยให้เป็นเหตุรายวัน ที่จับคนร้ายไม่ได้ สันติภาพชายแดนใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ

นายกัณวีร์ กล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครบรอบ 22 ปีมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา 4 มกราคม 2569 ผ่านมา 7 วันเกิดเหตุระเบิดใหญ่ในปั๊มน้ำมัน 11 แห่งในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส เมื่อคืนที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนัก

“แน่นอนนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุความรุนแรงเช่นนี้กับธุรกิจปั๊มน้ำมัน การพุ่งเป้าก่อเหตุระเบิดที่เป้าหมายธุรกิจน้ำมัน จะมีเหตุผลอื่นใดแอบแฝงหรือไม่ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงต้องสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุและจับตัวผู้กระทำผิดให้ได้”

หัวหน้าพรรคพลวัต ระบุว่า ในขณะที่ผู้ก่อเหตุหากยังใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด หรือจะก่อกวนสร้างสถานการณ์ ก็เป็นสิ่งที่ต้องประณามอย่างร้ายแรง เพราะเป็นการทำลายความสงบสุข ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนและเศรษฐกิจอย่างสิ้นเชิง และปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้งบประมาณไปกว่า 5 แสนล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้สันติภาพชายแดนใต้ สันติภาพปาตานี เป็นวาระแห่งชาติ

“อย่างที่ผมย้ำและเสนอแนะมาตลอดว่า การพูดคุยเพื่อสันติภาพต้องให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม ต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย การกระจายอำนาจโดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง การหาทางออกทางการเมืองร่วมกัน เป็นสิ่งที่ผู้นำรัฐบาลต้องทำให้ได้ ขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและแสดงความเสียใจกับทุกการสูญเสียครับ”

สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมายังไม่ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง การที่นายกัณวีร์เน้นย้ำว่า สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ นั้น เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการให้ความสนใจและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จากทุกภาคส่วนของสังคม

การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการพูดคุยสันติภาพ การกระจายอำนาจ และการหาทางออกทางการเมืองร่วมกัน เป็นแนวทางที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณา

อะไรคือความหมายของ “สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ”

เมื่อกล่าวถึง “สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ” นั้น หมายถึงการที่รัฐบาลและทุกภาคส่วนในสังคมไทย จะต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง โดยถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและบูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อสร้างสันติสุขและความมั่นคงให้กับพื้นที่

  • การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรอย่างเพียงพอ
  • การดำเนินนโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่
  • การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหา
  • การสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างทุกฝ่าย
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส

นอกจากนี้ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ในภาคใต้ และการส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดอคติและความขัดแย้ง และนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้

เราต้องไม่ลืมว่าเบื้องหลังเหตุการณ์ความรุนแรงแต่ละครั้ง คือชีวิตและความรู้สึกของผู้คน การสูญเสียและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ไม่ควรถูกมองข้าม การสร้างสันติภาพที่แท้จริง จึงไม่ใช่แค่การหยุดยั้งความรุนแรง แต่เป็นการสร้างสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

การทำให้ สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่แค่หน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน ที่จะร่วมกันสร้างสังคมที่สงบสุขและเป็นธรรมสำหรับทุกคน

ที่มา – “กัณวีร์” ประณามเหตุระเบิด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ำสันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ

คนร้ายป่วนยะลา ยิงปืนขึ้นฟ้า-วางระเบิด

คนร้ายป่วนยะลา ยิงปืนขึ้นฟ้า-วางระเบิด

สถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุคนร้ายป่วนยะลา โดยมีการยิงปืนขึ้นฟ้า ไล่เด็กปั๊ม และวางระเบิดหัวจ่ายน้ำมัน ทำให้เกิดเพลิงไหม้และความเสียหายในหลายพื้นที่ของจังหวัดยะลา เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกและความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 01.14 น. กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้รับรายงานว่าเกิดเหตุคนร้ายป่วนยะลา ลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมัน รวมถึงร้านสะดวกซื้อหลายแห่งในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าในพื้นที่จังหวัดยะลา มีการก่อเหตุ 4 จุดด้วยกัน:

  • ปั๊มน้ำมัน ปตท. พื้นที่บ้านบันนังดามา อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา
  • บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.บันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา
  • ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.บูเกะคละ ริมถนนสายยะลา–รามัน ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
  • ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนสาย 418 (ปัตตานี–ยะลา) ขาเข้าตัวเมืองยะลา ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

เหตุการณ์คนร้ายป่วนยะลา ครั้งนี้ ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าควบคุมสถานการณ์และปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย พร้อมทั้งรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน

จากการสอบสวนพยานแวดล้อม ทราบว่า ลักษณะของคนร้ายที่ก่อเหตุในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนสาย 418 (ปัตตานี–ยะลา) เป็นชายวัยรุ่น ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดแล้วยิงปืนขึ้นฟ้า ก่อนจะไล่ให้เด็กปั๊มออกไป และลงมือก่อเหตุวางระเบิดจำนวน 3 ลูกไว้ที่หัวจ่ายน้ำมันจนเกิดระเบิดและเพลิงไหม้

ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาเร่งติดตามสถานการณ์ คนร้ายป่วนยะลา

นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด และเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว พร้อมทั้งจะแจ้งความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นภัยคุกคามต่อความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดใกล้เคียง การกระทำของคนร้ายป่วนยะลา เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และต้องได้รับการประณามจากทุกภาคส่วนของสังคม

ทางหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และเสริมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและยั่งยืน โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างสันติสุขและความมั่นคงให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง การแก้ไขปัญหาความยากจน การส่งเสริมการศึกษา และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้คนในต่างวัฒนธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดเงื่อนไขที่นำไปสู่ความรุนแรงได้

เหตุการณ์ คนร้ายป่วนยะลา ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และร่วมมือกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปลอดภัยสำหรับทุกคน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว และความสงบสุขจะกลับคืนสู่พื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดชายแดนภาคใต้ในที่สุด

ที่มา – คนร้ายป่วนยะลา ยิงปืนขึ้นฟ้า-ไล่เด็กปั๊ม ก่อนวางระเบิดหัวจ่าย ไฟไหม้เสียหาย

ดุสิตโพล: คนเลือก สส.เขต-บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อันดับ 1

ผลสำรวจล่าสุดจากดุสิตโพลชี้ว่า หากมีการเลือกตั้ง สส.เขต-บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จะมาเป็นอันดับ 1 พร้อมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ยังอยากให้ “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปอีกด้วย มาดูกันว่าผลสำรวจนี้มีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจบ้าง

ดุสิตโพล: คนเลือก สส.เขต-บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อันดับ 1

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในหัวข้อ “คนไทยกับการเลือกตั้ง ปี 2569” โดยทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,682 คน ทั้งทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 6-9 มกราคม 2569 และได้สรุปผลออกมาดังนี้:

ผลสำรวจความนิยมพรรคการเมืองและผู้ที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี

1. หากมีการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ประชาชนจะเลือกพรรคใด:

  • อันดับ 1: พรรคประชาชน 34.23%
  • อันดับ 2: พรรคภูมิใจไทย 16.22%
  • อันดับ 3: พรรคเพื่อไทย 16.03%
  • อันดับ 4: อื่นๆ 11.12%
  • อันดับ 5: ยังไม่ตัดสินใจ 10.25 %
  • อันดับ 6: พรรคประชาธิปัตย์ 9.02%
  • อันดับ 7: พรรคเศรษฐกิจ 3.13%

2. ประชาชนจะเลือก สส.เขต สังกัดพรรคใด:

  • อันดับ 1: พรรคประชาชน 33.56%
  • อันดับ 2: พรรคเพื่อไทย 18.46%
  • อันดับ 3: พรรคภูมิใจไทย 16.29%
  • อันดับ 4: ยังไม่ตัดสินใจ 12.98%
  • อันดับ 5: อื่นๆ 8.65%
  • อันดับ 6: พรรคประชาธิปัตย์ 8.05%
  • อันดับ 7: พรรคเศรษฐกิจ 2.01%

3. ประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป:

  • อันดับ 1: นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) 31.99%
  • อันดับ 2: นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) 17.45%
  • อันดับ 3: นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) 15.14%
  • อันดับ 4: ยังไม่ตัดสินใจ 11.63%
  • อันดับ 5: นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) 10.81%
  • อันดับ 6: อื่นๆ 9.18%
  • อันดับ 7: พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) 3.80%

4. ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชน:

  • อันดับ 1: นโยบายที่แก้เศรษฐกิจและปากท้อง 52.35%
  • อันดับ 2: ผลงานจริงที่ผ่านมา 45.64%
  • อันดับ 3: ผู้นำและทีมบริหาร 38.03%
  • อันดับ 4: การดีเบต 35.35%
  • อันดับ 5: พรรคที่สังกัดและอุดมการณ์ทางการเมือง 33.52%

5. จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ประชาชนอยากบอกอะไรกับทหารไทย:

  • อันดับ 1: ขอสดุดี ยกย่องทหารไทยที่เสียสละทุ่มเท 37.15%
  • อันดับ 2: เป็นกำลังใจให้ทหารไทยที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย 31.16%
  • อันดับ 3: ขอให้ปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง 14.62%
  • อันดับ 4: ขอให้ได้พื้นที่ของไทยกลับคืนมา และสถานการณ์สู้รบยุติลงโดยเร็ว 11.47%
  • อันดับ 5: อยากให้กองทัพดูแล เยียวยา และเพิ่มสวัสดิการให้ทหารที่ปกป้องชายแดนไทย 5.60%

จากผลสำรวจนี้ เราจะเห็นได้ว่า ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ นโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องได้จริง รวมถึงผลงานที่ผ่านมาของพรรคการเมืองนั้นๆ ด้วย นอกจากนี้ ผู้นำและทีมบริหารก็เป็นอีกปัจจัยที่ประชาชนให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น พรรคประชาชน และพรรคอื่นๆ จึงควรให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้ เพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ผลสำรวจนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคิดเห็นของประชาชนเท่านั้น การตัดสินใจเลือกใครหรือพรรคไหนเป็นสิทธิและเสรีภาพของแต่ละบุคคล ขอให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลและเลือกคนที่ท่านคิดว่าจะสามารถนำพาประเทศชาติไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้

ที่มา – ดุสิตโพล คนเลือก สส.เขต-บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อันดับ 1 อยากให้ “เท้ง” เป็นนายกฯ