วัน: 18 มกราคม 2026

จับสาวขับบีเอ็ม ใช้ป้ายทะเบียนปลอม: อัปเดตล่าสุด

ตำรวจทางหลวงจับกุมสาวขับ BMW ใช้ป้ายทะเบียนปลอมและภาษีปลอม สารภาพว่าซื้อรถหลุดจำนำผ่านเฟซบุ๊กในราคา 270,000 บาท เพื่อใช้งานข้ามจังหวัด ก่อนที่จะถูกจับกุมได้ในที่สุด นอกจากนี้ ที่จังหวัดชุมพร ยังมีการจับกุมสาวอีกรายที่ขับรถโตโยต้า โดยใช้หมวกตำรวจวางไว้ที่หน้าคอนโซลรถ และพบว่าติดป้ายภาษีปลอม ซึ่งเลขตัวถังไม่ตรงกับตัวรถ

จับสาวขับบีเอ็ม ใช้ป้ายทะเบียนปลอม พร้อมสาวอีกรายใช้หมวกตำรวจ

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล. และ พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สวญ.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม น.ส.นริษา อายุ 32 ปี ในข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” พร้อมของกลางเป็นรถเก๋งยี่ห้อ BMW สีขาว, แผ่นป้ายทะเบียนปลอมจำนวน 2 แผ่น และเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีปลอม จำนวน 1 แผ่น โดยจับกุมได้บนทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงกิโลเมตรที่ 883–884 ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา

สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. ได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ และพบรถเก๋ง BMW คันดังกล่าวจอดอยู่ริมถนน โดยติดแผ่นป้ายทะเบียนที่มีลักษณะผิดปกติ ไม่ตรงตามรูปแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จึงขอตรวจสอบอย่างละเอียด จนพบว่าแผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีเป็นเอกสารที่ทำปลอมขึ้น เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัวผู้ขับขี่พร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวน น.ส.นริษา ให้การรับสารภาพว่า สามีของเธอเป็นผู้ติดต่อซื้อรถคันดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊กที่ประกาศขายรถหลุดจำนำตั้งแต่เมื่อปี 2567 โดยไปรับรถและชำระเงินที่จังหวัดนครปฐมในราคา 270,000 บาท ส่วนแผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีนั้นติดมากับรถตั้งแต่แรก หลังจากนั้นได้นำรถมาใช้งานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและพังงา กระทั่งถูกตรวจพบและจับกุมในที่สุด เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองพังงา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อีกคดี: สาวใช้หมวกตำรวจวางหน้ารถ พร้อมป้ายภาษีปลอม

ในอีกคดีหนึ่ง พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. และ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. พร้อมกำลัง ได้ทำการจับกุม น.ส.ดวงดาว อายุ 43 ปี ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม พร้อมรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กษ 7015 นครศรีธรรมราช โดยจับกุมได้บนถนนทล.41 กม.23 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร

สืบเนื่องจากตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ได้ตั้งด่านจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรม บริเวณถนนทล.41 กม.23 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร พบรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์ทองคันดังกล่าว ขับเข้ามายังจุดตรวจ ภายในรถมี น.ส.ดวงดาว เป็นผู้ขับ และมีหมวกลักษณะคล้ายหมวกของตำรวจตั้งอยู่บริเวณคอนโซลหน้าของรถ นอกจากนี้ ยังพบแผ่นป้ายภาษีด้านซ้ายที่ติดไว้มีลักษณะพิรุธ น่าสงสัย ไม่ตรงกับที่ขนส่งออกมาให้ จึงขอให้แกะออกมาตรวจสอบ กลับไม่มีข้อมูลในระบบ เมื่อตรวจสอบเลขตัวถัง พบว่าเป็นรถคนละทะเบียน ส่วนแผ่นป้ายภาษีมีข้อความแสดงเลขตัวถังไม่ถูกต้องและสีของตัวหนังสือจาง ไม่ใช่แบบที่สำนักงานขนส่งฯ เป็นผู้ออกให้

เบื้องต้น น.ส.ดวงดาว ให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม นำตัวส่ง สภ.สวี จ.ชุมพร ดำเนินคดีต่อไป

การ จับสาวขับบีเอ็ม ใช้ป้ายทะเบียนปลอม และการจับกุมผู้ที่ใช้เอกสารราชการปลอมอื่นๆ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมและความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน หากคุณกำลังพิจารณาซื้อรถมือสอง ควรตรวจสอบเอกสารและที่มาของรถอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การ จับสาวขับบีเอ็ม ใช้ป้ายทะเบียนปลอม เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่คิดจะใช้รถยนต์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้รับรู้ว่า การกระทำดังกล่าวมีความผิดและมีโทษทางอาญา การใช้รถที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความสบายใจและความปลอดภัยในการเดินทาง

ที่มา – จับสาวขับบีเอ็ม ใช้ป้ายทะเบียนปลอม อีกรายใช้หมวกตำรวจวางหน้ารถ-ติดป้ายภาษีปลอม

กองทัพแจง! เก็บกู้ทุ่นระเบิดภารกิจมนุษยธรรม

กองทัพแจงปมชายแดนไทย-กัมพูชา ยันเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นภารกิจมนุษยธรรม คุ้มครองชีวิตพลเรือน ลดความเสี่ยงในพื้นที่ ปัดรุกรานกัมพูชา ย้ำ ไทยยึดมั่นปกป้องอธิปไตย วอนใช้ถ้อยคำสร้างสรรค์ลดตึงเครียด

วันที่ 18 มกราคม 2569 ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ชี้แจงถึงกรณีพบทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ชายแดนไทย ว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของทหารและประชาชนในพื้นที่ชายแดน การตรวจพบทุ่นระเบิดเป็นผลจากการปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ไทยยืนยันว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองชีวิตพลเรือน และลดความเสี่ยงในพื้นที่ ไม่ใช่การกระทำเชิงรุกหรือยั่วยุทางทหาร พร้อมให้มีการตรวจสอบร่วมในกรอบกลไกที่เหมาะสม

ส่วนความกังวลว่าทหารไทยเสี่ยงอันตรายจากทุ่นระเบิดจำนวนมาก ไทยมีมาตรการอย่างไรนั้น กองทัพไทยได้เพิ่มมาตรการป้องกันความเสี่ยง ทั้งด้านยุทธวิธี อุปกรณ์ และการฝึกเฉพาะทาง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างรอบคอบที่สุด ขอย้ำว่า ภารกิจหลักคือการป้องกันอธิปไตยควบคู่กับการคุ้มครองชีวิต โดยยึดหลักมนุษยธรรมและความรับผิดชอบสูงสุด

สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับโดรนพลีชีพของกัมพูชา ซึ่งไทยรับทราบข้อมูลที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ตามหลักการไทยขอหลีกเลี่ยงการขยายความจากข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ และขอให้สื่อและสาธารณชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือบานปลายโดยไม่จำเป็น

ขณะที่กรณีชาวบ้านและผู้พำนักอาศัยบริเวณตลาดชายแดนร้องเรียนเรื่องการตรวจของเจ้าหน้าที่นั้น การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกฎหมายและมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงสถานการณ์อ่อนไหว ไทยรับฟังข้อกังวลของประชาชน และพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชนโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความมั่นคงและความปลอดภัยโดยรวมเป็นสำคัญ

ทางด้านประเด็นที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าไทยรุกราน และยึดที่ดินชาวกัมพูชา เรื่องนี้ประเทศไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง ไทยยึดหลักการปกป้องอธิปไตยของตนเองมาโดยตลอด โดยไม่รุกล้ำดินแดนของประเทศอื่น ส่วนการคงกำลังตามแนววางกำลังเป็นไปเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ และลดระดับความตึงเครียดตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วมที่สองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาใดๆ ควรได้รับการพิสูจน์ผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ ไม่ใช่ผ่านการกล่าวหาในสื่อหรือโซเชียลมีเดียฝ่ายเดียว

ขณะเดียวกัน ในเรื่องที่กัมพูชาอ้างว่าการกระทำของไทยขัดกับข้อตกลงให้พลเรือนกลับพื้นที่ (ข้อ 4) จริงหรือไม่ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ชี้แจงว่า ไทยเราเคารพถ้อยแถลงร่วมและหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด การดำเนินการใดๆ ในพื้นที่มีเป้าหมายเพื่อความปลอดภัยของพลเรือนเป็นหลัก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงจากอาวุธหรือทุ่นระเบิด ไทยพร้อมหารือในกรอบกลไกร่วมเพื่อให้การกลับเข้าพื้นที่ของพลเรือนเป็นไปอย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรีและยั่งยืน

นอกจากนี้ กรณีที่สื่อกัมพูชาขอให้ใช้คำว่าประเทศไทยรุกรานกัมพูชานั้น ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ถ้อยคำที่สร้างสรรค์ ไม่ยั่วยุ และไม่ตัดสิน การใช้ถ้อยคำรุนแรง หรือกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนและบั่นทอนความพยายามในการลดความตึงเครียด ไทยสนับสนุนการใช้ภาษาที่สะท้อนข้อเท็จจริงและการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา

ส่วนกรณีการสร้างภาพยนตร์ Ghost Mountain: Second Killing Field ที่กล่าวหาไทยรุนแรง ไทยรับทราบข้อมูลดังกล่าว และขอเน้นย้ำว่างานสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือบิดเบือนทางประวัติศาสตร์หรือปลุกเร้าอารมณ์ความเกลียดชัง ไทยเชื่อว่าการนำเสนอเรื่องราวความขัดแย้งควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

กรณีที่ทางกัมพูชาให้สัตยาบันอนุสัญญา UNCLOS มีนัยต่อสถานการณ์ชายแดนหรือไม่ ในการให้สัตยาบัน United Nations Convention on the Law of the Sea (UNCLOS) เป็นสิทธิของรัฐภาคีและเกี่ยวข้องกับกรอบกฎหมายทางทะเล ไทยมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้อง และไม่ควรถูกนำมาเชื่อมโยงหรือใช้เป็นเหตุผลขยายความขัดแย้งทางบก และขอให้แต่ละประเด็นได้รับการพิจารณาในกรอบที่เหมาะสม

สำหรับสารหลักที่ไทยต้องการสื่อสารต่อประชาคมโลก คือ ไทยยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตยตามกฎหมายระหว่างประเทศ การใช้กำลังอย่างจำกัด และรับผิดชอบ, การคุ้มครองพลเรือนและหลักมนุษยธรรม และการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและกลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน ไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันลดความตึงเครียด และมุ่งสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

กองทัพแจงเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นภารกิจมนุษยธรรม

ทำไมการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจึงมีความสำคัญ

การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นภารกิจมนุษยธรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดน การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องพลเรือน แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการดำรงชีวิตประจำวันอีกด้วย

การที่กองทัพไทยออกมาแสดงความชัดเจนว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นภารกิจมนุษยธรรมนั้น เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดูแลประชาชนและความรับผิดชอบต่อสังคม การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานสากลและมีความโปร่งใส เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจได้ว่าการปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือการใช้ถ้อยคำที่ยั่วยุ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้น การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์และการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ประเทศไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง จึงเป็นแนวทางที่ยั่งยืนในการรักษาความสงบสุขและการพัฒนาในภูมิภาค

จะเห็นได้ว่าการดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นภารกิจมนุษยธรรมนั้นมีเป้าหมายเพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับประชาชน ดังนั้น เราทุกคนควรให้การสนับสนุนและร่วมมือในการสร้างสังคมที่สงบสุข

ที่มา – กองทัพแจงเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นภารกิจมนุษยธรรม ไทยยึดมั่นป้องอธิปไตย ปัดรุกรานกัมพูชา

ผู้ประกันตน: เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ปี 69 ง่ายๆ

ข่าวดี! ประกันสังคมเปิดให้เปลี่ยนโรงพยาบาล ปี 2569 สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 แล้ววันนี้! สามารถดำเนินการได้ง่ายๆ ผ่าน 4 ช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2569 ใครที่อยากเปลี่ยนโรงพยาบาลต้องรีบเลย

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมเปิดให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกสถานพยาบาลที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง โดยมีช่องทางให้บริการดังนี้

ช่วงวันที่ 16 – 19 ธันวาคม 2568: ยื่นแบบเลือกสถานพยาบาล (สปส.9-02) ด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ

ช่วงวันที่ 20 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569: งดให้บริการที่สำนักงานฯ ชั่วคราว เนื่องจากอยู่ระหว่างการถ่ายโอนข้อมูลเพื่อรองรับระบบ SSO Core (ระบบบริการข้อมูลใหม่) แต่ยังสามารถใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตามปกติ

ช่องทางออนไลน์สำหรับเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ปี 2569

ในช่วงที่สำนักงานประกันสังคมงดให้บริการชั่วคราว (20 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569) ท่านยังสามารถดำเนินการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ปี 2569 ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ 4 ช่องทางดังนี้:

  • เว็บไซต์ สปส.: www.sso.go.th (ระบบ E-self service)
  • แอปพลิเคชัน: SSO Plus
  • Line Official: @ssothai
  • แอปพลิเคชัน: ทางรัฐ

สำคัญ! การใช้สิทธิรักษาพยาบาลจะมีผลตามช่วงเวลาที่ยื่นเรื่องดังนี้:

  • ยื่นระหว่าง 20 – 31 ธันวาคม 2568: สิทธิการรักษาจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569
  • ยื่นระหว่าง 1 – 4 มกราคม 2569: สิทธิการรักษาจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569

หลังจากวันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ท่านสามารถยื่นเรื่องเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ปี 2569 ได้ทั้งช่องทางออนไลน์และยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่สะดวก

นางสาวกาญจนา แนะนำเพิ่มเติมว่า เพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการ ควรเลือกสถานพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดที่ทำงานหรือพักอาศัยอยู่ เพื่อให้สามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลในระบบประกันสังคมได้จากนายจ้าง หรือผ่านทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งผลการเปลี่ยนสถานพยาบาลให้ทราบผ่านสถานประกอบการของนายจ้าง ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 จะได้รับการแจ้งเตือนผ่าน SMS บนหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้กับสำนักงานประกันสังคม

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถศึกษารายละเอียดได้จากเว็บไซต์ www.sso.go.th หรือสอบถามได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 กด 1 ให้บริการฟรีทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง อย่ารอช้า รีบตรวจสอบสิทธิของท่านและดำเนินการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ปี 2569 หากต้องการ เพื่อให้ได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด

การเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมเป็นสิทธิของผู้ประกันตนทุกคน อย่าละเลยที่จะใช้สิทธิของท่าน เพื่อให้ได้รับการบริการทางการแพทย์ที่ตรงกับความต้องการและสะดวกสบายมากที่สุด

ที่มา – ผู้ประกันตนเช็กด่วน ประกันสังคม เปิดให้เปลี่ยนโรงพยาบาล ปี 2569 ผ่าน 4 ช่องทางออนไลน์ง่ายๆ

ดันดี ปัดข้อเสนอพอร์ทสมัธ ซื้อ เกรแฮม – ข่าวลือ

ข่าวลือล่าสุดในวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์และอังกฤษ! ดันดีปฏิเสธข้อเสนอจากพอร์ทสมัธสำหรับ ลุค เกรแฮม! นอกจากนี้ยังมีข่าวเชื่อมโยง Motherwell กับ แบร์รี่ แบนนอน และการพบเห็น Eythor Bjorgolfsson ที่ Fir Park

ดันดี ปัดข้อเสนอพอร์ทสมัธ ซื้อ เกรแฮม – ข่าวลือ

ดันดี ได้ปฏิเสธข้อเสนอจำนวน 6 หลักจาก พอร์ทสมัธ สำหรับ ลุค เกรแฮม กองหลังดาวรุ่งวัย 21 ปี ก่อนเกมที่พวกเขาเอาชนะ Kilmarnock ในศึกสกอตติช คัพ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สตีเวน เพรสลีย์ เฮดโค้ชของดันดีได้ยืนยันว่ามีการยื่นข้อเสนอจริง แต่สโมสรได้ปฏิเสธไปแล้ว

ขณะเดียวกัน Motherwell กำลังให้ความสนใจ Eythor Bjorgolfsson กองหน้าวัย 25 ปีที่หมดสัญญากับ Umea ในสวีเดน โดยเขาถูกพบเห็นที่สนาม Fir Park ในเกมที่ Motherwell เอาชนะ Ross County ในสกอตติช คัพ

นอกจากนี้ เยนส์ เบอร์เทล แอสคู ผู้จัดการทีม Motherwell กล่าวว่าสโมสรของเขาจะพยายามรั้งตัว Tawanda Maswanhise เอาไว้ แม้ว่าจะมีข่าวว่า มาร์ติน โอนีล ผู้จัดการทีม เซลติก ได้มาชมเกมที่ Fir Park เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเพื่อดูฟอร์มของเขา โดยกองหน้าชาวซิมบับเววัย 23 ปีเป็นคนทำประตูชัยในเกมกับ Ross County

ในส่วนของ เซลติก เอง มาร์ติน โอนีล ไม่มีแผนที่จะปล่อยตัว Yang Hyun-jun ออกจากทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้ แม้ว่าฟอร์มของปีกวัย 23 ปีจะดีขึ้นหลังจากที่ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ แสดงความสนใจเมื่อเดือนที่แล้ว

เชลซี เตรียมเรียกตัว David Datro Fofana เป้าหมายของ เซลติก กลับจากการยืมตัวกับ Fatih Karagumruk ในตุรกี เพื่อหาทางขายกองหน้าชาวไอวอรี่โคสต์วัย 23 ปีรายนี้ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม

นูโน เอสปิริโต ซานโต ผู้จัดการทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของ Callum Wilson กองหน้าที่เคยมีข่าวเชื่อมโยงกับ เซลติก แม้ว่านักเตะวัย 33 ปีจะทำประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นในเกมกับ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์

Franko Kovacevic จะไม่ย้ายไปร่วมทีมเซลติก โดยกองหน้าชาวโครเอเชียวัย 26 ปีรายนี้ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ Ferencvaros หลังจากที่สโมสรจากสโลวีเนียอย่าง Celje ตกลงค่าตัว 2.6 ล้านปอนด์ได้แล้ว แม้ว่าเซลติกจะให้ความสนใจในตัวเขาอยู่ก็ตาม

ฮอฟเฟนไฮม์ กำลังเจรจาขั้นสูงเพื่อเซ็นสัญญากับ Michael Noonan กองหน้าของ Shamrock Rovers แต่ เซลติก ก็ยังอยู่ในวงโคจรหลังจากยื่นข้อเสนอสำหรับนักเตะวัย 17 ปีรายนี้

Shamrock Rovers ปฏิเสธข้อเสนอประมาณ 870,000 ปอนด์จาก ฮอฟเฟนไฮม์ สำหรับ Michael Noonan เนื่องจากต่ำกว่าราคาประเมินของพวกเขา

Hayato Inamura กองหลังของ เซลติก รู้สึกอับอายเกี่ยวกับความล้มเหลวของเขาในช่วง 6 เดือนในวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์ หลังจากที่นักเตะวัย 23 ปีรายนี้กลับไปญี่ปุ่นด้วยสัญญายืมตัวกับ โตเกียว

Motherwell เป็นหนึ่งในสองสโมสรที่ไม่ใช่ Old Firm ในสกอตติช พรีเมียร์ชิพที่สนใจในตัว Barry Bannan กองกลางวัย 36 ปีของ Sheffield Wednesday โดยมี Millwall, Preston North End และ Stoke City ให้ความสนใจเช่นกัน

Ryan Fraser ปีกทีมชาติสกอตแลนด์วัย 31 ปี เดินทางไปออสเตรเลียเพื่อสรุปข้อตกลงยืมตัวกับ Western Sydney Wanderers จาก Southampton

ด้วยเหตุที่ Jack Hamilton ผู้รักษาประตูมือสองได้รับบาดเจ็บ Livingston กำลังพิจารณาที่จะยื่นข้อเสนอสำหรับ Jamie Smith ผู้รักษาประตูวัย 23 ปีของ Hamilton Academical

St Johnstone ปฏิเสธข้อเสนอครั้งที่สองสำหรับ Adama Sidibeh จาก Stockport County แม้ว่าจะมีการเพิ่มข้อเสนอจาก 40,000 ปอนด์เป็น 6 หลัก และสโมสรจากลีกวันหวังที่จะเซ็นสัญญากับกองหน้าวัย 27 ปีรายนี้ล่วงหน้าสำหรับฤดูกาลหน้า

St Johnstone ไม่น่าจะตกลงขาย Adama Sidibeh ในขณะที่ยังขาดแคลนตัวเลือกในแนวรุก หลังจากที่ปฏิเสธข้อเสนอจาก Stockport County และ Northampton Town ก็ให้ความสนใจในตัวนักเตะทีมชาติแกมเบียรายนี้ด้วย

Queen’s Park ปฏิเสธข้อเสนอ 5 หลักจาก Amiens สโมสรในลีกเอิง 2 ของฝรั่งเศส สำหรับ Josh Fowler กองหน้าวัย 24 ปี ซึ่งได้รับความสนใจจาก Aberdeen, St Mirren และสโมสรในไอร์แลนด์

คาร์โล อันเชล็อตติ หัวหน้าโค้ชทีมชาติ บราซิล เปิดเผยว่าเขาจะทิ้งสไตล์การเล่นเกมรุกเต็มรูปแบบอันเลื่องชื่อของทีมและเปลี่ยนให้เป็นทีมที่เน้นเกมรับเพื่อคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6

Steven Moreira กองหลังของ Columbus Crew เชื่อว่า Wilfried Nancy ที่ปรึกษาของเขาล้มเหลวที่ เซลติก เพราะฟุตบอลสก็อตแลนด์แย่มากเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเห็นเมื่อไปชมเกม Old Firm derby เมื่อเร็วๆ นี้

Jamie Swinney ประธานบริหารของ Falkirk เปิดเผยว่าสโมสรในพรีเมียร์ชิพได้ลงมติให้แบ่งปันเงินสนับสนุนจากยูฟ่ากับคู่แข่งในระดับดิวิชั่น 2 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้ว่าอาจจะต้องเสียเงินถึง 100,000 ปอนด์

ดันดี ปฏิเสธข้อเสนอพอร์ทสมัธ: เพราะอะไร?

การที่ดันดีปฏิเสธข้อเสนอจากพอร์ทสมัธ อาจเป็นเพราะมองว่าลุค เกรแฮม เป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม และต้องการเก็บเขาไว้ใช้งานต่อไป หรืออาจเป็นเพราะข้อเสนอดังกล่าวยังไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับสโมสรก็เป็นได้

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการตัวของผู้เล่นดาวรุ่งในวงการฟุตบอล และความสำคัญของการประเมินมูลค่าผู้เล่นให้เหมาะสมกับศักยภาพของพวกเขา

ที่มา – ‘Dundee reject Portsmouth bid for Graham’ – gossip

ทำไมไม่ลองสิ่งใหม่ๆ: แนวคิดจาก Pfannenstiel

ทำไมไม่ลองสิ่งใหม่ๆ

Lutz Pfannenstiel ผู้อำนวยการกีฬาของ Aberdeen กระตุ้นให้วงการฟุตบอลสก็อตแลนด์ “อย่าคิดแต่เรื่องในอดีต” หลังจากที่เขา “ประหลาดใจเล็กน้อย” กับปฏิกิริยาที่เขาเข้าร่วมกับ Peter Leven ผู้จัดการทีมชั่วคราวในซุ้มม้านั่งสำรองในช่วงหลายเกมที่ผ่านมา

หลังจากที่ Jimmy Thelin ถูกไล่ออกเมื่อต้นปี มีการประกาศว่าชาวเยอรมันจะสนับสนุน Leven ในช่วงที่เขาทำหน้าที่ชั่วคราว

ถึงกระนั้น การปรากฏตัวของเขาในซุ้มม้านั่งสำรองในช่วงสองนัดล่าสุด ซึ่งเป็นการพ่ายแพ้ติดต่อกันให้กับ Rangers ได้ทำให้หลายคนในวงการฟุตบอลสงสัย

“ผมไม่คิดว่าใครควรจะกังวลว่าผมนั่งตรงไหน แม้ว่าผมนั่งอยู่บนหลังคาของสนามกีฬา มันก็ไม่สำคัญ” Pfannenstiel กล่าวกับ BBC Scotland

“เวลาเดินหน้าไป และในประเทศอื่นๆ มันเป็นเรื่องปกติมาก ผมไม่คิดว่าทุกอย่างจะต้องอยู่ในกรอบเดิมๆ หากมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น วงการฟุตบอลสก็อตแลนด์ก็ทำไมไม่ลองสิ่งใหม่ๆ ล่ะ”

เหตุผลที่ Pfannenstiel ชวนให้ทำไมไม่ลองสิ่งใหม่ๆ

Pfannenstiel ซึ่งมาถึง Aberdeen ในช่วงปลายเดือนตุลาคม กระตือรือร้นที่จะย้ำว่าเขาไม่ได้อยู่ข้างสนามเพื่อ “เล่นเป็นผู้จัดการทีม” และ Leven คือคนที่ทำการตัดสินใจ

ชายวัย 52 ปีมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลทั่วโลกในหลากหลายบทบาทตลอดอาชีพการงานของเขา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสเกมในสหราชอาณาจักร

“ผมได้ยินคนพูดว่า ‘ผมไม่เคยเห็นผู้อำนวยการกีฬาในห้องแต่งตัว’ นี่เป็นความเขลาอย่างแท้จริง เพราะในสโมสรส่วนใหญ่ทั่วโลก ผู้อำนวยการฟุตบอลจะเข้าไปในห้องแต่งตัวก่อนเกม หลังเกม หรือแม้แต่ช่วงพักครึ่งเวลา”

“นั่นเป็นเรื่องปกติมากในวัฒนธรรมฟุตบอลส่วนใหญ่ ดังนั้นผมไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไร ผมคิดว่าผู้คนไม่รู้จริงๆ ว่างานของผู้อำนวยการกีฬาคืออะไร”

“มันไม่ใช่บทบาทด้านการบริหาร แต่เป็นบทบาทด้านฟุตบอล การอยู่ข้างล่างนั้น และสัมผัสได้ถึงอารมณ์ในแคมป์เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผมในการพิจารณาเมื่อถึงช่วงการซื้อขายนักเตะครั้งต่อไป”

ด้วย Aberdeen ที่กำลังดิ้นรนในสนาม Pfannenstiel จะเป็นศูนย์กลางของกลยุทธ์ในการทำให้สิ่งต่างๆ กลับมาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ส่วนสำคัญของสิ่งนั้นคือการแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เขากำลังเป็นผู้นำ เมื่อผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาแล้ว เราจะยังคงเห็นชาวเยอรมันอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรองต่อไปหรือไม่

“หวังว่าคงจะไม่ แต่ผมยังไม่รู้ ผมอาจจะอยู่ก็ได้ มันขึ้นอยู่กับว่าผู้จัดการทีมมาจากไหน อาจเป็นผู้จัดการทีมที่ต้องการแบบนั้น หรืออาจเป็นผู้จัดการทีมที่ไม่สนใจเรื่องนั้น ดังนั้นผมจึงยังไม่ได้ตัดสินใจ”

“โดยปกติแล้ว ผมมองว่าตัวเองอยู่ในอัฒจันทร์มากกว่า ผมคิดว่ามันดีกว่าสำหรับผมที่จะมองจากด้านบน แต่ตอนนี้มันเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป และเราจะแก้ไขปัญหานี้เมื่อผู้จัดการทีมคนใหม่มาถึง”

โดยรวมแล้ว การที่ Pfannenstiel เข้ามามีบทบาทในซุ้มม้านั่งสำรอง และเน้นย้ำเรื่องการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เป็นสิ่งที่น่าสนใจและอาจเป็นประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์ที่กำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา ทำไมไม่ลองสิ่งใหม่ๆ ดูบ้าง อาจจะสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้อย่างไม่น่าเชื่อ การลองสิ่งใหม่ๆ อาจจะทำให้ Aberdeen กลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง รวมถึงการนำเทคนิคและมุมมองใหม่ๆ มาใช้ในการจัดการทีม และพัฒนาศักยภาพของนักเตะให้เต็มที่

ที่มา – ‘Why not look into new things?’ – Pfannenstiel on Aberdeen dugout noise

“จุรินทร์” มั่นใจ เลือกตั้ง 2569 ปชป. ทวงคืน สส.กทม.


“จุรินทร์” มั่นใจ เลือกตั้ง 2569 พรรคประชาธิปัตย์ปักธงทวงคืน สส.กทม. ได้เเน่นอน! พร้อมช่วยหลานชาย “ก๊อด ภาณุพงศ์” หาเสียง เน้นย้ำขอเสียงคนกรุง เลือกทั้งคนทั้งพรรค ด้าน “สาทิตย์” บี้พรรคประชาชน พูดให้ชัดประเด็นเเก้รัฐธรรมนูญ หมวด 1-2

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เเละอดีตหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนเชวง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ร่วมลงพื้นที่เขตลาดพร้าว-บึงกุ่ม เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ หรือ ก๊อด ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 13 ที่ตลาดโพธิ์สุวรรณ นวลจันทร์ 56 โดยเดินเท้าเเจกเอกสารเเนะนำตัวให้กับประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาด ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีทั้งทักทาย ขอถ่ายรูป จับมือ เเละมอบดอกไม้ให้กำลังใจ บางคนก็นำขนมเเละน้ำมามอบให้ จากนั้นจึงขึ้นรถเเห่ไปตามถนนนวลจันทร์ – มัสยิดมิฟตาฮุ้ลยีนาน – หมู่บ้านสวนทอง เเละสิ้นสุดที่วัดนวลจันทร์

“จุรินทร์” มั่นใจ เลือกตั้ง 2569 พรรคประชาธิปัตย์ปักธงทวงคืน สส.กทม. ได้แน่

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มี สส. ใน กทม. ติดต่อกัน 2 ครั้งเเล้ว เเต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะสามารถปักธงในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ จากเสียงตอบรับที่ดีขึ้นจากพี่น้องชาวกรุงเทพฯ รวมถึงผลสำรวจ เเละการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯให้โอกาสพรรค มาร่วมกันสร้างการเมืองที่สุจริตกับพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการเลือกผู้สมัครของพรรคทั้ง 33 เขตใน กทม. รวมทั้งบัญชีรายชื่อพรรคเบอร์ 27 ให้มากที่สุด เพราะการเมืองสุจริตจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ประเทศดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เเละความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนกรุงเทพฯ เเละคนไทยทุกคน

นายจุรินทร์ยังได้กล่าวถึง นายภาณุพงศ์ หรือ ก๊อด ผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ เขตลาดพร้าว 13 ลาดพร้าว-บึงกุ่ม ว่าเป็นหลานชายของตน เพราะเป็นลูกของน้องสาว จบ ป.ตรี กฎหมายจากรามคำแหง เเละอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จากธรรมศาสตร์ จบ ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเป็นคณะทำงานของตนตอนที่เป็น รมว. พาณิชย์ จากนั้นมาเป็นผู้ช่วย สส. ของนายชวน หลีกภัย เเละเป็นคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มาหลายปี มีประสบการณ์พอสมควรที่จะรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครได้ ขอพี่น้องเขตลาดพร้าว 13 ลาดพร้าว-บึงกุ่ม พิจารณาเลือกไปทำงานด้วย จึงขอฝากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสองใบ ทั้งใบผู้สมัคร สส. เขตของพรรคในพื้นที่ กทม. ทุกคน ทุกเขต กับใบผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เบอร์ 27 ไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง

“จุรินทร์” ชูความพร้อม ปชป. ทวงคืนเก้าอี้ สส.กทม. ในการเลือกตั้ง 2569

ขณะที่วันเดียวกันนี้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการลงประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จากการลงพื้นที่พบปะประชาชน พบว่าชาวบ้านยังสับสนเเละกังวลกันมาก โดยมีสาเหตุมาจากคำถามที่รัฐบาลเเละพรรคภูมิใจไทยตั้งคำถามที่ไม่ชัดเจน เเละทำให้ตีความได้หลายทาง โดยเฉพาะในเรื่องที่ประชาชนเกรงว่าจะมีการเเก้ไขในหมวด 1 เเละหมวด 2 จากการดีเบตเมื่อคืนที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคประชาชนก็ไม่ได้ยกมือ

เมื่อถูกถามว่าพรรคไหนไม่เเก้หมวด 1 หมวด 2 เเละยังมีการอ้างว่ารัฐธรรมนูญมีมาตรา 255 ล็อคไว้เเล้ว ถือเป็นการพูดกำกวม ให้เสมือนว่าเมื่อมีมาตรา 255 ล็อคไว้เเล้ว จะเเก้หมวด 1 หมวด 2 ไม่ได้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนมาก เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 เเม้จะมีการเขียนบังคับไว้ว่าจะเเก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐมิได้ก็จริง แต่ในกระบวนการทำประชามติจะมีการเพิ่มหมวดใหม่ ที่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้น จึงมิใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในความหมายของมาตรา 255

นายสาทิตย์ระบุทิ้งท้ายว่า “ยิ่งไปกว่านั้น ในการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 อาจกระทบกับสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ โดยไม่ขัดกับมาตรา 255 ซึ่งในการแก้ไขมาตรา 256 ครั้งล่าสุด ก่อนยุบสภาฯ ก็ยังมีเงื่อนไขกำกับว่าไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมโดยเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการที่มี สส. ของพรรคประชาชนเป็นประธานด้วย และได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาอีกด้วย ดังนั้น การยอมให้มีการแก้หมวด 1 หมวด 2 ของหัวหน้าพรรคประชาชน โดยอ้างว่ามีมาตรา 255 ล็อกไว้แล้วนั้นจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และจะทำให้มีผู้ลังเลที่จะให้ความเห็นชอบในการลงประชามติเพิ่มขึ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้พรรคประชาชนได้ทบทวนท่าทีดังกล่าวเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในการลงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้”

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของกรุงเทพฯ และประเทศไทย มาร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้แทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง “จุรินทร์” มั่นใจ เลือกตั้ง 2569 จะเป็นปีที่พรรคประชาธิปัตย์กลับมายืนหยัดในพื้นที่ กทม. อีกครั้ง

ที่มา – “จุรินทร์” มั่นใจ เลือกตั้ง 2569 พรรคประชาธิปัตย์ปักธงทวงคืน สส.กทม. ได้แน่

อนุทินย้ำชัด! “สีหศักดิ์ – ศุภจี – เอกนิติ” คนภูมิใจไทย

“อนุทิน” มั่นใจประชาชนอยากให้ทำงานรับใช้ ลั่นชัดเจนไม่รู้จะชัดยังไงแล้ว “สีหศักดิ์ – ศุภจี – เอกนิติ” คนพรรคน้ำเงิน ย้อนพรรคส้ม ย้อนฟังคำพูด“ปลัดตุ๋ม” พร้อมลาออก หากพัวพันสีเทา

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 18 ม.ค. 2569 นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่เป็นอย่างไรว่า การลงพื้นที่อบอุ่นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ต้องขอบคุณประชาชน รู้สึกได้ว่าเขามั่นใจที่จะให้พรรคภูมิใจไทยทำงานรับใช้ในการบริหารบ้านเมือง สำหรับพื้นที่ กทม. เราคาดหวัง ไม่ใช่เฉพาะ กทม. แต่หวังทุกพื้นที่ให้เลือกทั้งแบบ สส.เขตและ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งการลงพื้นที่แบบนี้ไม่ได้มาหาเสียง แต่ถือว่ามาฟังเสียงประชาชนว่าเขาต้องการอะไร ยังขาดอะไรที่ไม่ได้ทำ และที่ทำไปแล้วจะต่อยอดอย่างไร โดยสิ่งที่เราจะโน้มน้าวให้คนเลือกพรรคภูมิใจไทยอย่างไรนั้น เราโน้มน้าวไม่ได้ แต่ต้องทำงานให้เขาเห็นและใช้วิจารณญาณในการมอบโอกาสให้พรรคภูมิใจไทย เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งอาจมีการสาดโคลนกันเพิ่มขึ้นเตรียมรับมืออย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสาดโคลนด้วยการใช้วาทกรรม ก็เอาที่สบายใจไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย

ลุยตลาดวังหลังชาวบ้านแห่ถ่ายภาพ

จากนั้นเวลา 12.30 น. นายอนุทิน และคณะลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง เพื่อช่วย น.ส.ศุภิกา พัฒน์ธนันภู ผู้สมัคร สส.เขตบางกอกน้อย หาเสียง ได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้า ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และทวงโครงการคนละครึ่งพลัส รวมถึงได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก โดยนายอนุทิน ได้แนะนำนายสีหศักดิ์ รัฐมนตรีต่างประเทศและบอกว่า เอาไปสู้กับเขมร พร้อมสอบถามแม่ค้าว่า ให้เปิดด่านหรือไม่ โดยแม่ค้าบอกว่า ไม่เปิด ช่วงหนึ่งมีแม่ค้าบอกว่า “ตอนนั้นให้ลุงตู่” นายอนุทินจึงบอกว่า “ตอนนี้ให้น้องหนู”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดวังหลังมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยานายอนุทิน มาร่วมลงพื้นที่หาเสียงด้วย

จุดยืน ไม่แตะหมวด 1-2 ตลอดกาล

เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนในการแก้รัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับหมวด 1 หมวด 2 ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยบังอาจไปก้าวล่วงพรรคอื่น พรรคภูมิใจไทยก็มีความชัดเจน ที่จะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีขั้นตอน ถ้าเสียงประชามติของประชาชนเป็นอย่างไร เราก็ไม่ค้าน แต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดำรงพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ต้องไม่มีผลกระทบ ตอนนี้มีข่าวเฟคนิวส์ในโซเชียลว่าพรรคภูมิใจไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เราไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตี เราพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เมื่อมีแคมเปญที่อยากได้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน อย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากการร่างของ คสช. ก็ฟังว่ามีเหตุผลแต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดำรงอยู่ เมื่อถามว่า มีบางพรรคบอกว่า ไม่ต้องล็อก หมวด 1 หมวด 2 ไว้ ถ้าไม่ล็อกไว้จะทำให้กระทบกระเทือนต่อสถาบันหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า นี่ไงก็ไม่ได้ล็อกไว้ ก็ไม่รู้ จะมีการสอดแทรกหรือไม่ ควรจะพูดให้ชัดเจน เพราะทุกพรรคพูดชัดเจนหมดแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าตนไปแทรกแซงพรรคอื่น ขอย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องแตะหมวด 1 หมวด 2 และไม่แตะเรื่องพระราชอำนาจ เรื่องความมั่นคง เรื่องของสถาบัน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ สามารถพูดคุยกันได้ เรื่องนี้ ประกาศมาตั้งแต่ปี 62 ปี 66 และปี 69 และปีต่อๆไปในอนาคต จนกว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีอยู่ในสารบบการเมือง

พร้อมลาออก หากพัวพันสีเทา

นายอนุทิน ยังกล่าวกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงาน หรือไม่ว่าจะมีการขยายผลเครือข่ายนักการเมืองเชื่อมโยงสแกมเมอร์ หลังมีการจับกุมผู้สมัคร สส. จ.ตาก พรรคประชาชน ว่า ตนบอกแล้วว่าปิดชื่อถือพฤติกรรม ตนไม่รู้สึกยินดียินร้ายว่าใครจะโดนจับหรือไม่โดนจับ ตนรู้สึกยินดี ที่ประชาชนได้เห็นว่าสแกมเมอร์ สิ่งที่ทำผิดกฎหมาย อาจจะอาชญากรรมข้ามชาติ เว็บพนันเถื่อนถูกจับ ซึ่งตนรู้สึกยินดี เพราะทำให้เห็นว่าหน่วยงานด้านการปราบอาชญากรรมปฏิบัติตามนโยบายของตนอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้เรียกร้องให้รับผิดชอบและจัดการคนในรัฐบาล ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ตอนนี้จะเรียกร้องไปยังผู้บริหารพรรคประชาชนให้ รับผิดชอบบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ไปดูที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ พูดในเวทีดีเบตโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวทีดีเบต นายจตุพร ได้ตอบคำถามนายณัฐพงษ์ เรียงปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ถามว่าถ้าหลังจากนี้มีคนในพรรคเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา จะทำอย่างไร โดยนายจตุพร ตอบว่า “ถ้าเป็นผม หัวหน้าพรรคต้องลาออก เพราะเป็นคนที่คัดเลือกเข้ามา”

“สีหศักดิ์ – ศุภจี – เอกนิติ” คนพรรคน้ำเงิน

นายอนุทิน  ให้สัมภาษณ์กรณีที่โพสต์ แนะ นายสุทธิชัย หยุ่น และ นายวีระ ธีรภัทร ที่วิเคราะห์ผ่านรายการหนึ่งว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ต้องแบกพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน หันไปถามนายสีหศักดิ์ ที่ยืนอยู่ด้านข้างว่า “หนักไหมครับพี่อ้วน แบกพรรคภูมิใจไทย” ก่อนที่นายสีหศักดิ์ จะตอบว่า นโยบายตรงกัน และนโยบายที่วางร่วมกัน กับพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้หนักอะไร และคิดว่าสิ่งที่ทำมานั้นมาถูกทาง และได้รับการตอบรับจากประชาชน มีผลงานเป็นรูปธรรม

ย้ำจำเป็นต้องชี้แจงให้ชัด

ด้านนายอนุทิน กล่าวเสริม ว่า ที่ชี้แจงสวนไปในเฟซบุ๊ก เพราะว่ามีการให้ความเห็น ที่ไม่ใช่ความจริง มีการบอกว่า นางศุภจี นายเอกนิติ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่พรรคภูมิใจไทย นำมาเป็นนายแบก นางแบก และบอกลักษณะประมาณว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญญาทำ ซึ่งแน่นอนถ้าเราไม่มีปัญญาทำนู่นทำนี่ เราถึงต้องไปหาคนที่มีปัญญา คนที่ถูกต้อง คนที่มีความรู้ความสามารถมาทำ ส่วนนายสีหศักดิ์ ยิ่งกว่าเป็นสมาชิกพรรคเพราะเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค ยิ่งกว่าชัดเจน ไม่รู้จะชัดยังไง ตนก็เกรงว่า หากมีการให้ข้อมูลผิดพลาดต่อประชาชน และยิ่งใกล้เลือกตั้งแล้วในฐานะหัวหน้าพรรคก็มีความจำเป็น ชี้แจงแถลงไขให้เกิดความชัดเจน

อนุทินชี้แจงชัดเจน “สีหศักดิ์ – ศุภจี – เอกนิติ” คนภูมิใจไทย

จากกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์, และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในพรรคภูมิใจไทย ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ย้ำถึงความชัดเจนว่าบุคคลทั้งสามคือคนของพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน

นายอนุทินยังกล่าวถึงการทำงานร่วมกันว่า บุคคลเหล่านี้มีความรู้ความสามารถและมีส่วนสำคัญในการผลักดันนโยบายของพรรคให้เป็นรูปธรรม การที่ออกมาให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้งเช่นนี้ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและสร้างความกระจ่างในบทบาทของแต่ละบุคคลภายในพรรค

ดังนั้น ข้อสงสัยที่ว่า “สีหศักดิ์ – ศุภจี – เอกนิติ” เป็นใคร และมีความเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยอย่างไร จึงได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากหัวหน้าพรรคแล้วว่า ทั้งสามท่านคือบุคคลสำคัญที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพรรคภูมิใจไทยไปข้างหน้า

การที่นายอนุทินออกมาให้ความกระจ่างในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – “อนุทิน” ย้อน พรรคส้ม ให้ฟังคำพูด“ปลัดตุ๋ม” ย้ำชัด “สีหศักดิ์ – ศุภจี – เอกนิติ” คนพรรคน้ำเงิน

ศิริกัญญา หาเสียง หวังนนทบุรีเป็นสีส้มทั้งจังหวัด



การเลือกตั้งใกล้เข้ามาทุกที พรรคต่างๆ ก็เร่งลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนและนำเสนอนโยบาย หนึ่งในนั้นคือพรรคประชาชน ที่ล่าสุด “ศิริกัญญา” นำทีมผู้สมัครลงพื้นที่หาเสียง หวัง นนทบุรีเป็นสีส้มทั้งจังหวัด อีกครั้ง

“ศิริกัญญา” นำผู้สมัครหาเสียงขอคะแนน หวังนนทบุรีเป็นสีส้มทั้งจังหวัด

“ศิริกัญญา” พร้อมด้วย “สุรเชษฐ์” ร่วมลงพื้นที่นนทบุรี ชูนโยบายสวัสดิการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นเพื่อนำไปผลักดันเป็นนโยบายของรัฐบาลประชาชน ตั้งเป้าหมาย นนทบุรีเป็นสีส้มทั้งจังหวัด อีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งนี้

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมกับ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายวุฒากร นุตยกุล ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 และนายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือ ทนายโป้ง ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 7 โดยได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างอบอุ่นตลอดการลงพื้นที่

น.ส.ศิริกัญญา ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้ ประชาชนได้สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง รวมถึงแสดงการตอบรับต่อการทำงานของพรรคประชาชนที่ผ่านมา เช่น การร่วมผลักดันการปรับสูตรบำนาญประกันสังคมเพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการสอบถามเกี่ยวกับนโยบายของพรรคประชาชน เช่น การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในอัตรา 1,000-1,500 บาทต่อเดือน ซึ่งสอดคล้องกับสถานะทางการคลังของประเทศในปัจจุบัน ทั้งนี้ ตนได้รับฟังทุกความคิดเห็นเพื่อนำไปผลักดันเป็นนโยบายของรัฐบาลประชาชนต่อไป

เป้าหมาย นนทบุรีเป็นสีส้มทั้งจังหวัด

น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวอีกว่า ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเป็นอย่างดี พรรคประชาชนทำงานบนพื้นฐานของข้อมูล และจะทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้จังหวัดนนทบุรีเป็นสีส้มทั้งจังหวัดอีกครั้ง และเพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลประชาชน เข้าไปแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การลงพื้นที่หาเสียงครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาชนในการเข้าไปแก้ไขปัญหาของประชาชน และความตั้งใจที่จะทำให้จังหวัดนนทบุรีเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค

นโยบายที่น่าสนใจของพรรคประชาชน

  • เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000-1,500 บาทต่อเดือน
  • ผลักดันการปรับสูตรบำนาญประกันสังคมให้เป็นธรรม
  • แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน

พรรคประชาชนเชื่อมั่นว่า ด้วยนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาของประชาชน และการทำงานอย่างหนัก จะทำให้พรรคได้รับการสนับสนุนจากประชาชนชาวนนทบุรี และสามารถทำให้ นนทบุรีเป็นสีส้มทั้งจังหวัด ได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

จับตาดูการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ว่าพรรคประชาชนจะสามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ และประชาชนชาวนนทบุรีจะให้การสนับสนุนพรรคมากน้อยแค่ไหน

ที่มา – “ศิริกัญญา” นำผู้สมัครหาเสียงขอคะแนน หวังนนทบุรีเป็นสีส้มทั้งจังหวัดอีกครั้ง

บราฮิม ดิอาซ: ไอคอนโมร็อกโกผู้เกิดในมาลาก้า

บราฮิม ดิอาซ เกิดที่มาลาก้า แต่กลายเป็นไอคอนระดับชาติของโมร็อกโกในการไล่ล่าแชมป์ Africa Cup of Nations สมัยที่สองในวันอาทิตย์นี้

กองหน้าวัย 26 ปีของเรอัลมาดริด ซึ่งเคยลงเล่นให้สเปน 1 นัด เปลี่ยนไปเล่นให้โมร็อกโกในปี 2023 และเป็นผู้ทำประตูสูงสุดใน Afcon ปีนี้

คุณแม่ของดิอาซชื่อ ปาตริเซีย มาจากมาลาก้า เมืองที่เหมือนกับเมืองชายทะเลส่วนใหญ่ ซึ่งหล่อหลอมโดยการเคลื่อนไหวข้ามวัฒนธรรม คุณพ่อของเขาชื่อ ซูเฟียล เกิดที่เมลียา เมืองสเปนที่ตั้งอยู่ชายฝั่งแอฟริกาเหนือ ในครอบครัวชาวโมร็อกโก ตั้งแต่เนิ่นๆ บราฮิมเติบโตมาโดยเข้าใจว่าเอกลักษณ์ไม่จำเป็นต้องเป็นเอกพจน์

เมื่อตอนเป็นเด็ก เขาเดินทางไปที่นาโดร์หลายครั้งเพื่อเยี่ยมคุณยายและลูกพี่ลูกน้อง ที่นั่นเขาแต่งกายเหมือนเด็กชายชาวโมร็อกโกคนอื่นๆ ในภาพถ่ายครอบครัว เขาปรากฏตัวข้างคุณยาย โดยสวมผ้าคลุมหน้าแบบโมร็อกโกดั้งเดิม บราฮิมมักจะสรุปอย่างง่ายๆ ว่า “ผมรู้สึกว่าเป็นชาวสเปน 100% และเป็นชาวโมร็อกโก 100% เสมอ”

ก่อนฟุตบอล 11 คน บราฮิมได้รับการหล่อหลอมจากฟุตซอล ตอนอายุสี่หรือห้าขวบ เขาได้เรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆ อิทธิพลนั้นยังคงปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน: การควบคุมบอลอย่างใกล้ชิด การเลี้ยงบอลในพื้นที่แออัด การเร่งความเร็วแบบระเบิด และความสามารถในการเตะด้วยปลายเท้าเมื่อไม่มีเวลาปรับตัว

ต่อมาเขาย้ายไปเล่นฟุตบอล 7 คน โดยเล่นให้กับทีมเล็กๆ ในมาลาก้า เช่น Tiro Pichon และ Mortadelo มาลาก้าต้องการเซ็นสัญญากับเขาเมื่ออายุเพียงห้าหรือหกขวบ แต่พ่อของเขาเลือกที่จะอดทน: ทีมเล็กๆ ฟุตซอล เรียนรู้โดยไม่เร่งรีบ

เมื่อเข้าร่วมมาลาก้าในที่สุดและเริ่มโดดเด่น ก่อนอายุ 16 ปี ยุโรปก็เริ่มสังเกต ในปี 2010 ในทัวร์นาเมนต์ที่จัดโดยตำนานวิทยุของสเปน โฆเซ รามอน เด ลา โมเรนา บราฮิมได้รับรางวัล MVP ทีมมาลาก้าของเขาตกรอบรองชนะเลิศโดยเรอัลมาดริด แต่เขาทิ้งร่องรอยไว้ โดยทำประตูใส่ลูก้า ซีดาน

จากนั้นแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็มาพร้อมกับโครงการระยะยาวที่ชัดเจน บราฮิมย้ายไปอังกฤษในปี 2015 เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่การศึกษาเป็นศูนย์กลางของครอบครัวเสมอ หนึ่งปีต่อมาเขาเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรก ซิตี้ไม่ได้เป็นแค่สโมสรใหญ่ พวกเขามีความทะเยอทะยาน โครงสร้าง และอะคาเดมี่ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก วันนี้บราฮิมพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วและรู้สึกว่าเขาได้รับการวางรากฐานที่แข็งแกร่งมากในแมนเชสเตอร์

ในขณะที่ผู้เล่นดาวรุ่งหลายคนยอมรับการยืมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ บราฮิมปฏิเสธทางลัด เมื่ออายุ 17 ปี สโมสรชั้นนำของสเปนที่ค่อนข้างเล็กต้องการยืมตัวเขา เขากล่าวว่าไม่ ในความคิดของเขา มีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น: ความสม่ำเสมอและสภาพแวดล้อมชั้นยอด ทั้งครอบครัวของเขาย้ายไปแมนเชสเตอร์กับเขา

ก้าวต่อไปรู้สึกหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในปี 2019 เข้าร่วมเรอัลมาดริดด้วยราคา 21 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่เป็นสถิติในขณะนั้นสำหรับผลิตภัณฑ์จากอะคาเดมี่ของซิตี้ โอกาสนั้นไม่อาจต้านทานได้ แต่ช่วงแรกๆ ของเขาในมาดริดถูกขัดขวางด้วยอาการบาดเจ็บหลายครั้งที่ขัดขวางไม่ให้เขาปรับตัวและเสริมสร้างความต่อเนื่องที่เบอร์นาเบว

ตามมาด้วยการยืมตัวสามฤดูกาลที่เอซีมิลาน ที่นั่น อาชีพของเขามาถึงช่วงเวลาที่สำคัญ: การสวมเสื้อหมายเลข 10 อันเป็นสัญลักษณ์ และมีบทบาทสำคัญในการคว้าแชมป์เซเรียอาของมิลาน เขาส่งมอบประตูสำคัญๆ โดดเด่นในค่ำคืนยุโรปครั้งใหญ่ และแสดงความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าอายุของเขา และสิ่งที่รูปร่างเล็กน้อยของเขาอาจบ่งบอก

จากนั้นก็ถึงคราวที่เขากลับมาที่มาดริด

ที่เรอัลมาดริด เขาไม่ได้ลงเล่นมากเท่าที่เขาต้องการ แทบจะไม่มีใครทำอย่างนั้น แต่เขายอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ “ทุกอย่างจะมา” เขาบอกกับคนที่ใกล้ชิดเขา

สิ่งที่ใช้ได้ผล เขาไม่เปลี่ยน หลังจากแมตช์ ครอบครัวของเขา ซึ่งยังคงอาศัยอยู่ใกล้ๆ จะมารับเขาและพาเขากลับบ้าน ความปกติ ความมั่นคง

การฉลองประตูของเขาบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง บราฮิมยกข้อศอกและมือขึ้นราวกับจะพูดว่า “เห็นไหม สิ่งที่ดูยากจะง่ายถ้าคุณทำเพื่อมัน” มันเป็นท่าทางแห่งการเอาชนะส่วนตัว

ซูเฟียล ปาตริเซีย และน้องสาวทั้งสี่คนของเขาจำได้ว่าเขาทำท่าทางเดิมซ้ำๆ เมื่อตอนเป็นเด็ก หลังจากชนะการแข่งขันหรือแม้แต่เกมกระดาน สิ่งที่เริ่มต้นจากการแสดงออกถึงชัยชนะส่วนตัว ซึ่งเป็นข้อความแห่งความเพียรพยายาม

เขากากบาทตัวเองก่อนเกม แต่เขาก็เคารพมรดกของพ่ออย่างสุดซึ้ง เขาศึกษา ติดตามชีวิตในโมร็อกโกอย่างใกล้ชิด และกำลังพยายามเรียนภาษาอาหรับ “ยากมาก” เขายอมรับ แต่เขามุ่งมั่น

การปรากฏตัวครั้งแรกของเขาในนามทีมชาติโมร็อกโกที่ Afcon สร้างภาพที่ทรงพลัง หลังจากเพลงชาติ มกุฎราชกุมาร พระราชโอรสของกษัตริย์ ทรงทักทายผู้เล่นแต่ละคน เมื่อถึงคราวของบราฮิม เขาแสดงท่าทางแบบโมร็อกโกดั้งเดิม จับมือ และโน้มตัวเข้าใกล้เล็กน้อย สนามกีฬาปะทุขึ้น แต่โมร็อกโกตกหลุมรักเขานานแล้ว

ความสนใจของโมร็อกโกมีมานานหลายปี แม้กระทั่งก่อนฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย บราฮิมเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสเปนชุดอายุต่ำกว่า 21 ปีและรอ คณะกรรมการโค้ชทีมชาติสเปนยืนยันในภายหลังว่าบราฮิมได้รับเลือกให้อยู่ในทีมชาติสเปนชุดแรก เขาไม่ได้ถูกตัด เขาต้องเลือก สมาพันธ์โมร็อกโกแสดงความรักใคร่อย่างต่อเนื่อง อธิบายประเทศ ขนบธรรมเนียม และวิสัยทัศน์ บราฮิมตัดสินใจ

ประตูไม่ได้มาทันทีหลังจากที่เขาเปิดตัวกับโมร็อกโกในปี 2024 แต่ทุกครั้งที่เขาสัมผัสบอลก็มีความตื่นเต้นในอากาศ ความรู้สึกว่ากำลังจะมีบางอย่างเกิดขึ้น ตอนนี้ตัวเลขสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกนั้น: 13 ประตูใน 21 เกม เขายิงได้ในทุกรอบจนถึงรอบรองชนะเลิศที่ Afcon นี้ ไม่มีผู้เล่นโมร็อกโกคนใดเคยทำได้มาก่อน อีกหนึ่งประตูจะทำให้เขาเทียบเท่ากับ Ahmed Faras ในฐานะผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของโมร็อกโกในทัวร์นาเมนต์นี้

บราฮิม ดิอาซ: ไอคอนโมร็อกโกผู้เกิดในมาลาก้า

ตอนนี้ทีมหมุนรอบตัวเขา โมร็อกโกชนะ Afcon เพียงครั้งเดียว แต่ความคาดหวังนั้นยิ่งใหญ่มาก

เช่นเดียวกับที่เรอัลมาดริด การชนะคือข้อกำหนดขั้นต่ำ พวกเขาเป็นเจ้าภาพการแข่งขันในสนามกีฬาที่งดงาม มีการลงทุนอย่างหนัก ดังนั้นความกดดันจึงมหาศาล ชัยชนะที่นี่คืออิทธิพล อำนาจ การแถลงการณ์ระดับชาติ แม้แต่การเสมอกับมาลีก็ยังถูกโห่

แฟนๆ เชื่อว่ามันถูกเขียนไว้แล้ว แต่ไม่มีอะไรเป็นเช่นนั้น พวกเขาต้องการบราฮิมในฟอร์มที่ดีที่สุดและทีมต้องทำงานร่วมกัน ฟอร์มของเขามีส่วนช่วย เช่นเดียวกับประสบการณ์ของเขาในสถานการณ์ที่มีแรงกดดันสูง ประตูสำคัญสำหรับมิลาน การมีส่วนร่วมที่สำคัญสำหรับเรอัล การยิงประตูใส่คู่ต่อสู้ชั้นนำเช่น แอตเลติโกมาดริด เมื่อระยะห่างนั้นบางเฉียบและเดิมพันสูงที่สุด

ในโมร็อกโก ประเทศที่ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมฟุตบอลสเปนอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเรอัลมาดริดและบาร์เซโลน่าครอบงำชีวิตประจำวัน บราฮิม ดิอาซ: ไอคอนโมร็อกโกผู้เกิดในมาลาก้า ได้กลายเป็นไอคอนระดับชาติ

เมื่อเขาโพสต์อะไรบางอย่างบนโซเชียลมีเดีย ปฏิกิริยาจะเกินกว่าที่ดาวดังอย่าง อัชราฟ ฮาคิมิ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และวิคเตอร์ โอซิมเฮน ได้รับ เขาเป็นหน้าตาของบริษัทที่เปิดตัว 5G ในโมร็อกโก รูปของเขาปรากฏบนป้ายโฆษณา สถานีบริการน้ำมัน และเสื้อเชิ้ตที่มีหมายเลข 10 ของเขา เขายังทำงานเพื่อสร้างมูลนิธิฟุตบอล โดยมีเป้าหมายที่จะทิ้งมรดกที่ยั่งยืนไว้

เขาไม่ได้คุยกับสื่อโมร็อกโก เขาอาศัยอยู่ในบังเกอร์ ทั้งเรอัลมาดริดและสมาพันธ์โมร็อกโกไม่ต้องการสิ่งรบกวน เขาให้สัมภาษณ์เพียงครั้งเดียว ในสัปดาห์ที่เขาประกาศการตัดสินใจเป็นตัวแทนของโมร็อกโก ตามคำร้องขอของประธานสมาพันธ์ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตั้งแต่นั้นมา

จากนั้นก็มีการเต้นรำ เมื่อเขาฉลองประตูในรอบแบ่งกลุ่มกับมาลี แม้แต่คนที่ใกล้ชิดเขาก็ยังประหลาดใจ “ฉันเคยเห็นการเต้นนี้ในโมร็อกโก ก็เลยพยายาม” เขากล่าว ไม่มีใครรู้ว่ามันถูกเตรียมไว้ มันแพร่ระบาด ตอนนี้ฝูงชนฉลองชัยชนะในลักษณะเดียวกัน

บราฮิม ดิอาซ มาถึงรอบชิงชนะเลิศ Africa Cup of Nations ในฐานะสัญลักษณ์ของโมร็อกโกที่ทันสมัยและมีความทะเยอทะยาน แต่รู้สึกว่าการชนะในรอบชิงชนะเลิศเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว เขาอยู่กับความกดดันนั้นมาตั้งแต่เขาเป็นมืออาชีพ ดังนั้นเพื่อนร่วมทีมของเขารู้ว่าพวกเขาต้องทำอะไร มอบบอลให้เขา

อนาคตของบราฮิม ดิอาซ: ไอคอนโมร็อกโกผู้เกิดในมาลาก้า

การที่บราฮิม ดิอาซ กลายเป็นไอคอนของโมร็อกโก แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและความมุ่งมั่นของเขา การผสมผสานระหว่างรากเหง้าของสเปนและโมร็อกโก ทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนบอล และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนทีมชาติโมร็อกโกไปข้างหน้า

ที่มา – How Malaga-born Diaz became Morocco’s national icon