วัน: 18 มกราคม 2026

ไทยก้าวใหม่สระบุรี ชู พัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา

พรรคไทยก้าวใหม่ ลุยหาเสียงสระบุรี รับฟังเสียงประชาชน ชูนโยบายพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา หัวใจสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งชุมชน วางรากฐานอนาคตประเทศอย่างมั่นคง

วันที่ 18 มกราคม 2569 นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ และนายเจมส์ สุจินดา เสงี่ยมไพศาล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วยคณะทำงานพรรค และผู้สมัคร สส.ของพรรคในจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน รับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวทางการพัฒนาประเทศ โดยเน้นประเด็นด้านการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรค

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ ครอบคลุมหลายพื้นที่สำคัญของจังหวัดสระบุรี ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 1 ณ ตลาดอิ่มเอม อ.เมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี, เขตเลือกตั้งที่ 2 ณ ตลาดนัดแก่งคอย อ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี และเขตเลือกตั้งที่ 4 ณ วัดพระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยมีผู้สมัคร สส. ของพรรคไทยก้าวใหม่ ในจังหวัดสระบุรีร่วมลงพื้นที่ ได้แก่ ดร.วิทูลย์ แก้วสุวรรณ ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดสระบุรี พล.ต.ต.ศุภากรณ์ จันทาบุตร ผู้สมัคร สส. เขต 2 จังหวัดสระบุรี และ ผศ.ดร.วสันต์ ศรีสอาด ผู้สมัคร สส. เขต 4 จังหวัดสระบุรี

ในส่วนของบรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาและความคาดหวังต่อผู้แทนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะประเด็นค่าครองชีพ โอกาสในการประกอบอาชีพ และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า จากการรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ พบว่าการเข้าถึงการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพยังเป็นโจทย์สำคัญของหลายครอบครัว พรรคไทยก้าวใหม่จึงให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ในระยะยาว เพื่อให้คนไทยมีทักษะที่สอดคล้องกับโลกการทำงานยุคใหม่ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ยืนยันความตั้งใจในการนำข้อเสนอและเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ไปพัฒนานโยบายให้ตอบโจทย์ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น เชื่อมั่นว่าการพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา คือหัวใจสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และวางรากฐานอนาคตประเทศอย่างมั่นคง

ไทยก้าวใหม่ชู พัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา ที่สระบุรี

พรรคไทยก้าวใหม่มุ่งเน้น พัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน การลงทุนในการศึกษาและการพัฒนาทักษะเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และสร้างโอกาสในการทำงานที่ดีขึ้น

ทำไมการพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษาจึงสำคัญ?

การพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มพูนความรู้ แต่ยังเป็นการสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบัน ทักษะเหล่านี้รวมถึงทักษะด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นทักษะที่นายจ้างต้องการและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองในระยะยาว การลงทุนในด้านนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว

นอกจากนี้ การพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา ยังมีส่วนช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยการให้โอกาสทางการศึกษาแก่ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคมอย่างไรก็ตาม เมื่อทุกคนมีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ก็จะสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ และมีโอกาสในการทำงานที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเป็นธรรมและความเสมอภาคในสังคม

พรรคไทยก้าวใหม่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ จึงได้กำหนดนโยบายที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู การปรับปรุงหลักสูตร และการสนับสนุนเทคโนโลยีทางการศึกษา นอกจากนี้ พรรคยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพ การฝึกอบรม และการให้คำปรึกษา เพื่อให้คนไทยมีทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

การลงพื้นที่ของพรรคไทยก้าวใหม่ในจังหวัดสระบุรีครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อนำไปพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น พรรคเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จะสามารถสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้

การที่พรรคไทยก้าวใหม่ให้ความสำคัญกับนโยบาย พัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน เพราะการศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ หากคนในประเทศได้รับการศึกษาที่ดี ก็จะนำไปสู่การพัฒนาในด้านอื่นๆ ได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – ไทยก้าวใหม่ลุยหาเสียงสระบุรี ชู พัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา วางรากฐานอนาคตประเทศ

เที่ยวฟินๆ ที่ เชียงใหม่ Night Market สันกำแพง

เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะ ททท. จับมือ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดงานยิ่งใหญ่ตระการตา “เชียงใหม่ Night Market” เนรมิตถนนคนเดินสันกำแพงให้สว่างไสวด้วยแสงสีเสียงสุดอลังการ ทุกวันเสาร์ยาวไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เลยทีเดียว ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และอยากสัมผัสบรรยากาศสุดชิลล์ ห้ามพลาดเด็ดขาด!

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ณ “ข่วง” อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของถนนคนเดินชื่อดังที่เปิดทุกวันเสาร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานเปิดตัว “เชียงใหม่ Night Market” อย่างเป็นทางการ โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายชาครีย์ ขัติรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลสันกำแพง เจ้าของพื้นที่ถนนคนเดิน ร่วมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน เจ้าหน้าที่เทศบาล และพ่อค้าแม่ค้า มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดงานครั้งนี้อย่างคับคั่ง

ภายในงาน “เชียงใหม่ Night Market” ทาง ททท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเนรมิตถนนคนเดินสันกำแพงให้เต็มไปด้วยสีสันและความน่าสนใจ โดยสะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่นตลอดเส้นทางเดิน ด้วยการนำเทคนิคแสง สี เสียง และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการจัดแสดงถึง 10 จุด ไฮไลท์คือการแสดง Light Installation – Mapping สุดอลังการ พร้อมกับฟรีคอนเสิร์ตที่จัดเต็มตลอดการจัดงาน ใครที่เป็นสายดนตรีห้ามพลาดเลย

เชียงใหม่ Night Market: สวรรค์ของนักช้อป นักชิม

นอกจากนี้ เชียงใหม่ Night Market ยังเป็นสวรรค์ของนักช้อปและนักชิมอีกด้วย เพราะคุณจะได้พบกับสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง อาหารอร่อยขึ้นชื่อ และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย ที่พ่อค้าแม่ค้านำมาวางจำหน่ายกันอย่างจุใจ รับรองว่าเดินกันเพลินจนลืมเวลาแน่นอน

สิ่งที่น่าสนใจของถนนคนเดินสันกำแพง คือการที่สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าทำมือ และเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ทำให้ผู้ที่มาเดินเที่ยวได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวเชียงใหม่อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ราคาของสินค้าก็ไม่แพงจนเกินไป ทำให้สามารถซื้อของฝากกลับบ้านได้อย่างสบายกระเป๋า

งาน “เชียงใหม่ Night Market” จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00 – 22.00 น. (ยกเว้นวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569) ใครที่กำลังวางแผนจะมาเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่าลืมแวะมาสัมผัสบรรยากาศสุดคึกคักของถนนคนเดินสันกำแพงกันนะคะ

Highlight เด็ดที่ไม่ควรพลาดใน เชียงใหม่ Night Market

  • ชมการแสดง Light Installation – Mapping สุดอลังการ
  • สนุกกับฟรีคอนเสิร์ต
  • ชิมอาหารอร่อยขึ้นชื่อของเชียงใหม่
  • เลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง
  • สัมผัสบรรยากาศสุดชิลล์ของถนนคนเดิน

การจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” ในครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของเชียงใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ใครที่ยังไม่เคยมาเที่ยวถนนคนเดินสันกำแพง บอกเลยว่าต้องลองมาสักครั้ง แล้วคุณจะหลงรักเสน่ห์ของเชียงใหม่มากยิ่งขึ้น

ที่มา – “เชียงใหม่ Night Market” ถนนคนเดินสันกำแพง ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นดึงนักท่องเที่ยว

“เท้ง” หาเสียงตลาดสดหางดง อ้อนเลือกพรรคประชาชน

“เท้ง” หาเสียงตลาดสดหางดง อ้อนเลือกพรรคประชาชน

“เท้ง ณัฐพงษ์” ลงพื้นที่ช่วย “ตี๋ ภัทรพงษ์” หาเสียงที่ตลาดสดหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมอ้อนขอคะแนนเสียงให้ “รัฐบาลประชาชน” ขอบคุณชาวเชียงใหม่ที่สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ชวนประชาชนร่วมสานต่อภารกิจเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วย นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 พรรคประชาชน ในการหาเสียงที่ตลาดสดเทศบาลตำบลหางดง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น มอบส้มและดอกไม้เป็นกำลังใจ

นายณัฐพงษ์เริ่มต้นการพบปะประชาชนและถ่ายรูปบริเวณหน้าตลาด โดยมีประชาชนให้กำลังใจและอวยพรให้ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ จากนั้นได้เดินเท้าเข้าไปทักทายพ่อค้าแม่ขายภายในตลาดสดเทศบาลหางดง และรับมอบดอกไม้จากประชาชนที่ให้การสนับสนุน ในช่วงหนึ่งของการลงพื้นที่ นายณัฐพงษ์ได้กล่าวขอบคุณประชาชนว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาเป็นแรงใจแรงเชียร์ หลายคนบอกว่ามารอตั้งแต่ 7 โมงเช้า ต้องขออภัยที่ทำให้รอนานนิดหนึ่ง คราวที่แล้วตอนสมัยพิธามาที่นี่ (หางดง) บอกว่าหางดงไม่ห่างเหิน วันนี้ไม่ห่างเหินจริงๆ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นความหวังของทุกคนจริงๆ เป็นภารกิจที่พวกเราทุกคนต้องร่วมสร้างรัฐบาลประชาชน โดยผลโพลนิด้าออกมาล่าสุด ชาวเชียงใหม่พร้อมแล้วที่จะกาให้กับพรรคประชาชน”

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หาเสียง

บรรยากาศการหาเสียงที่ตลาดสดหางดง

ต่อมา นายณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจของนิด้าโพลที่ระบุว่า ชาวเชียงใหม่ส่วนใหญ่สนับสนุนให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนตน พวกเราเชื่อว่าประชาชนทุกคนไม่ได้เป็นเจ้าของโดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และยังมีประชาชนอีกกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกใคร ซึ่งเป็นหน้าที่ของตนในฐานะหัวหน้าพรรคที่จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งต่อนโยบาย ความตั้งใจ และภารกิจในการสร้างรัฐบาลประชาชน

“วันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยในช่วงเย็นจะเดินทางไปที่แม่ริมเพื่อพบปะกับประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ และยังมีแผนที่จะไปอีกหลายพื้นที่ ฝากทุกคนช่วยกันติดตามการทำงานของพรรคประชาชน และช่วยกันสานต่อภารกิจเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์

ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์มีกำหนดการหาเสียงที่จังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่องไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (19 มกราคม 2569) ก่อนที่จะเดินทางไปช่วยหาเสียงที่จังหวัดเชียงรายในวันที่ 20 มกราคม 2569 ต่อไป

พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขตในเชียงใหม่

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งหมด 10 เขตเลือกตั้ง พรรคประชาชนได้ส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขต ได้แก่

  • เขต 1 น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู
  • เขต 2 น.ส.การณิก จันทดา
  • เขต 3 นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล
  • เขต 4 น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์
  • เขต 5 นายสมชิด กันธะยา
  • เขต 6 อรพรรณ จันตาเรือง
  • เขต 7 นายสมดุลย์ อุตเจริญ
  • เขต 8 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์
  • เขต 9 นายฉัตรณพัฒน์ สมศักดิ์เกตุกร
  • เขต 10 นายอิทธิธัญกร ตาคำ

ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน

พรรคประชาชน

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ การตัดสินใจของประชาชนทุกคนจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศไทยในอนาคต ดังนั้น ขอให้ทุกท่านพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกผู้แทนที่ท่านไว้วางใจ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารประเทศและพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ที่มา – “เท้ง” หาเสียงตลาดสดหางดง อ้อนเลือกพรรคประชาชน ขอบคุณคนเชียงใหม่ หนุนนั่งนายกฯ

“ดุสิตโพล” ชี้ ชาวบ้านคาดหวังนโยบายพรรคใหม่

“ดุสิตโพล” ชี้ชาวบ้านคาดหวังนโยบาย พร้อมให้โอกาสกับพรรคการเมืองใหม่ นี่คือสิ่งที่ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับเรื่อง “นโยบายกับพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง 69” โดยทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,586 คน ทั้งทางออนไลน์และภาคสนาม ในช่วงวันที่ 13-16 มกราคม 2569

ผลสำรวจพบว่า พรรคประชาชนมีความได้เปรียบในด้านนโยบายถึง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการเมืองและความมั่นคง (ร้อยละ 38.14), ด้านการศึกษา (ร้อยละ 43.93), ด้านการเกษตร (ร้อยละ 35.82) และด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน (ร้อยละ 39.89) ในขณะที่พรรคเพื่อไทยมีความได้เปรียบในด้านปากท้อง/ค่าครองชีพ (ร้อยละ 35.63)

หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะเลือกพรรคประชาชน (ร้อยละ 34.11) รองลงมาคือพรรคเพื่อไทย (ร้อยละ 18.37) และจะเลือก สส. เขตจากพรรคประชาชน (ร้อยละ 33.14) รองลงมาคือพรรคเพื่อไทย (ร้อยละ 19.49) บุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปคือ ณัฐพงษ์ (จากพรรคประชาชน) ด้วยคะแนนร้อยละ 34.34

“ดุสิตโพล” ชี้ชาวบ้านคาดหวังนโยบาย พร้อมให้โอกาสกับพรรคการเมืองใหม่

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ได้ให้ความเห็นว่า พรรคประชาชนมีนโยบายที่โดดเด่นใน 4 จาก 5 นโยบายหลัก และยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ กลยุทธ์การหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองที่จะนำมาใช้ในการช่วงชิงคะแนนเสียงในช่วงต่อจากนี้ และความสามารถในการเปลี่ยนความได้เปรียบเชิงนโยบายให้กลายเป็นชัยชนะในวันเลือกตั้ง

ผลสำรวจดุสิตโพล

ผศ.ภาวินี รอดประเสริฐ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้อธิบายว่า ในการเลือกตั้ง 69 ประชาชนคาดหวังกับแนวนโยบายของพรรคการเมืองใหม่ที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศในหลากหลายมิติ ที่น่าสนใจคือ ประชาชนพร้อมที่จะให้โอกาสกับพรรคการเมืองใหม่ หรือพรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบที่ยังไม่มีโอกาสในการบริหารประเทศ ให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองและความมั่นคง การศึกษา การเกษตร หรือการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

ทำไมชาวบ้านถึง “คาดหวังนโยบาย พร้อมให้โอกาสกับพรรคการเมืองใหม่”?

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า มากกว่าร้อยละ 35 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความคาดหวังดังกล่าว นอกจากนี้ ทิศทางในการเลือกพรรคการเมือง หรือตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็น สส. และความคาดหวังในบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็สอดคล้องกับการเลือกนโยบายของพรรคการเมือง สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนยังคงมองหา “ของใหม่” ทั้งในแง่ของตัวบุคคลและพรรคการเมืองที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารประเทศมาก่อน

หากพรรคการเมืองใหม่ได้รับโอกาสในการบริหารประเทศในครั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การทำหน้าที่ของพวกเขาเป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้จริงหรือไม่

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงของประชาชน และความหวังว่าพรรคการเมืองใหม่จะสามารถนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้จริง อย่างไรก็ตาม การได้มาซึ่งความไว้วางใจของประชาชนนั้น ต้องอาศัยการพิสูจน์ผลงานในระยะยาว ว่าพรรคการเมืองเหล่านั้นมีความสามารถในการบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “ดุสิตโพล” ชี้ชาวบ้านคาดหวังนโยบาย พร้อมให้โอกาสกับพรรคการเมืองใหม่

ซ่อมท่อประปาแตก! ถนนพระราม 2 คืนผิวจราจรแล้ว

หลังจากเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการซ่อมท่อประปาแตกขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรบนถนนพระราม 2 เป็นเวลานาน ในที่สุดการซ่อมแซมก็เสร็จสิ้นและพร้อมคืนผิวจราจรให้ประชาชนได้ใช้งานตามปกติ

ซ่อมท่อประปาแตก 16 ชั่วโมง ถนนพระราม 2 กลับสู่สภาพเดิม

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เทศบาลนครสมุทรสาครรายงานความคืบหน้าการแก้ไขท่อประปาหลักแตกบริเวณถนนคู่ขนาน ถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หน้าร้านค้าโชคทวีค้าไม้ ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร ได้สั่งการให้รองนายกเทศมนตรีและผู้อำนวยการกองการประปาลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามการซ่อมแซมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นายวีรยุทธ ทองวัชรานนท์ ผู้อำนวยการกองการประปา เปิดเผยว่า การซ่อมท่อประปาแตกครั้งนี้สำเร็จลุล่วงตามแผนที่วางไว้ หลังจากเจ้าหน้าที่ระดมกำลังและเครื่องจักรหนักทำงานต่อเนื่องกว่า 16 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ขุดเปิดแนวท่อ ไปจนถึงการซ่อมแซมเชิงเทคนิคที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ขณะนี้ทางเทศบาลได้เริ่มปล่อยน้ำเข้าสู่ระบบประปาเพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลสามารถใช้น้ำประปาได้ตามปกติแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง

ผลกระทบจากท่อประปาแตกและการแก้ไข

เหตุการณ์ท่อประปาแตกส่งผลให้เกิดน้ำซึมและการยุบตัวของถนนพระราม 2 สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก การเร่งซ่อมท่อประปาแตกและคืนผิวจราจรจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่เทศบาลนครสมุทรสาครให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

สำหรับบริเวณหน้างาน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งคืนสภาพผิวจราจรและเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ ออกจากพื้นที่ คาดว่าจะสามารถเปิดการจราจรให้รถยนต์สัญจรได้ตามปกติภายในเวลาอันใกล้นี้ เทศบาลนครสมุทรสาครได้กล่าวขออภัยประชาชนสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมทั้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่จนสามารถแก้ไขสถานการณ์และคืนความปกติให้กับพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

การแก้ไขปัญหาท่อประปาแตกครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการจัดการกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด และเพื่อให้ระบบสาธารณูปโภคกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว

ที่มา – ซ่อม 16 ชั่วโมง ท่อประปาแตก ทำน้ำซึม ถนนพระราม 2 ยุบ เตรียมคืนพื้นที่ เปิดการจราจร

อนุทินหาเสียงตลาดคลองลัดมะยม พร้อมลูกชายเป๊ก!

อนุทินหาเสียงตลาดคลองลัดมะยมสุดคึกคัก! ควงคู่ สีหศักดิ์ พรรคภูมิใจไทย พบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้ารุมจับมือถ่ายรูป แถม “เป๊ก เศรณี” ลูกชาย มาให้กำลังใจ ความฮอตไม่แพ้คุณพ่อ!

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เพื่อช่วยนายธนพล ชื่นพาณิชยกุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม. หาเสียง

วันนี้ นายอนุทิน มาในลุคเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำเงินทับด้วยเสื้อกั๊กสีน้ำเงิน ทันทีที่เดินทางถึงตลาด ประชาชนก็แห่กันเข้ามาขอถ่ายรูปและจับมืออย่างเนืองแน่น นายอนุทินกล่าวติดตลกว่า “คุ้มกะลาหัวหน่อย” จากนั้นได้แวะทักทายแม่ค้าขายมะนาว พร้อมอวยพรให้ขายดิบขายดี และไม่ลืมที่จะทำสัญลักษณ์พลัส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย

ระหว่างเดินตลาด นายอนุทินได้แวะซื้อมะพร้าวน้ำหอม แม่ค้าตั้งใจจะให้ฟรี แต่นายอนุทินยืนยันที่จะจ่ายเงิน นอกจากนี้ ยังโชว์ความรู้เรื่องพระเครื่อง เมื่อเห็นพ่อค้าสวมสร้อยหลวงปู่ทวด พุทธซ้อน ปี 2509 ก็ขอชมด้วยความสนใจ ตลอดเส้นทางในตลาดคลองลัดมะยม มีประชาชนตะโกนให้กำลังใจ “ภูมิใจไทย 37” อย่างต่อเนื่อง หลายคนบอกว่าชื่นชอบโครงการคนละครึ่งมาก ทำให้นายอนุทินชี้มาที่ตัวเองพร้อมบอกว่า “นี่ก็คนแก่เหมือนกัน” แต่ชาวบ้านรีบตอบกลับว่า “ยังไม่แก่นะคะ”

นายเอกนัฏ ได้กล่าวกับชาวบ้านว่า “ชอบคนละครึ่ง แต่คะแนนไม่เอาคนละครึ่งนะ” ซึ่งชาวบ้านตอบกลับด้วยเสียงหนักแน่นว่า “คะแนนเต็ม คะแนนเต็มร้อยเลย” พร้อมตะโกน “ภูมิใจไทย 37” และทำท่าพลัสตอบรับ ทำให้นายอนุทินต้องทำท่าพลัสตอบกลับเช่นกัน พร้อมกับแนะนำนายสีหศักดิ์ และนายพัฒนา ให้ประชาชนรู้จัก ในช่วงที่แวะร้านขายหมูทอด แม่ค้าตะโกนเรียก “นายกฯ” พร้อมป้อนหมูทอดให้นายอนุทิน และกล่าวว่า “นายกฯ ติดอยู่ 2,000 บาท พูดแล้วทำด้วยนะคะ”

อนุทินหาเสียงตลาดคลองลัดมะยม

เซอร์ไพรส์! ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายเศรณี ชาญวีรกูล หรือ เป๊ก ลูกชายของนายอนุทิน ได้เดินทางมาให้กำลังใจคุณพ่อด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนไม่แพ้กัน ต่างพากันมาขอถ่ายรูปและมอบผลไม้ให้ พร้อมแซวว่า “พ่อยังไม่มา ถ่ายกับลูกก่อน” บางคนถึงกับบอกว่าลูกสาวตัวเองยังโสด

บรรยากาศการหาเสียงของอนุทินที่ตลาดคลองลัดมะยม

  • ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
  • พ่อค้าแม่ค้าให้กำลังใจและสนับสนุน
  • “เป๊ก เศรณี” ลูกชาย มาให้กำลังใจ สร้างสีสัน

อนุทินหาเสียงตลาดคลองลัดมะยมครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่พรรคภูมิใจไทยได้รับจากประชาชนในพื้นที่ การลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด การรับฟังปัญหา และการนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด เป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนมั่นใจและพร้อมที่จะสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยต่อไป

การที่ “เป๊ก เศรณี” ลูกชายของนายอนุทิน มาร่วมให้กำลังใจในการอนุทินหาเสียงตลาดคลองลัดมะยมครั้งนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชน เพราะแสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นและความเป็นกันเองของครอบครัวชาญวีรกูล

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะสามารถคว้าใจประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามดูกันต่อไป!

ที่มา – “อนุทิน” ควง “สีหศักดิ์” หาเสียงตลาดคลองลัดมะยม “เป๊ก” มาให้กำลังใจ เนื้อหอมไม่แพ้พ่อ

นาซาเคลื่อนจรวด SLS เตรียมภารกิจอาร์ทิมิส 2

องค์การนาซาเคลื่อนจรวด SLS สู่ฐานยิง เตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์รอบ 50 ปี การเคลื่อนย้ายครั้งสำคัญนี้เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่จะส่งมนุษย์ไปโคจรรอบดวงจันทร์อีกครั้งในรอบครึ่งศตวรรษ โดยมีเป้าหมายที่จะเริ่มการเดินทางในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้

นาซาเคลื่อนจรวด SLS สู่ฐานยิง เตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์รอบ 50 ปี

เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา องค์การนาซาได้ทำการเคลื่อนย้ายจรวด Space Launch System (SLS) และยานอวกาศโอไรออนจากอาคารประกอบยานไปยังแท่นยิง 39B ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดีในฟลอริดา การเคลื่อนย้ายจรวด SLS ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ซึ่งเป็นภารกิจที่มีเป้าหมายเพื่อส่งมนุษย์ไปโคจรรอบดวงจันทร์

การเคลื่อนย้ายจรวด SLS และยานโอไรออนเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมงในการเคลื่อนย้ายระยะทาง 6.5 กิโลเมตร การเคลื่อนย้ายนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการทดสอบระบบขั้นสุดท้ายก่อนที่ภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” จะเริ่มขึ้น

เป้าหมายของภารกิจ อาร์ทิมิส 2

ภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” มีกำหนดการปล่อยตัวในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน นักบินอวกาศ 4 คน ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน 3 คนและชาวแคนาดา 1 คน จะเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์เป็นเวลา 10 วัน แม้จะไม่มีการลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ แต่ภารกิจนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ตั้งไว้

นักบินอวกาศทั้ง 4 คน ได้แก่ รีด ไวส์แมน, วิคเตอร์ โกลเวอร์, คริสตินา คอค และ เจเรมี แฮนเซน ได้เดินทางมาชมจรวด SLS ในวันที่ทำการเคลื่อนย้าย โดยแฮนเซนกล่าวว่าเขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าภารกิจนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามนุษย์สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้เป็นจริงได้

นาซากำลังเร่งดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หลังจากที่โครงการล่าช้ามาเป็นเวลานาน การกำหนดเป้าหมายใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ถูกมองว่าเป็นการแข่งขันกับจีนในการสำรวจอวกาศ จีนมีแผนที่จะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ภายในปี 2030 และกำลังเตรียมภารกิจไร้คนขับ “ฉางเอ๋อ 7” เพื่อสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ในปี 2026

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภารกิจอาร์ทิมิส 2 จะมีความคืบหน้าอย่างมาก แต่ภารกิจอาร์ทิมิส 3 ซึ่งเป็นการลงจอดบนดวงจันทร์ที่วางแผนไว้ในปี 2027 อาจต้องถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากความล่าช้าในการพัฒนาจรวดสตาร์ชิปของสเปซเอ็กซ์ ซึ่งจำเป็นสำหรับการนำนักบินลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์

การที่นาซามุ่งมั่นที่จะผลักดันภารกิจ นาซาเคลื่อนจรวด SLS สู่ฐานยิง เตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์รอบ 50 ปี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์และการสำรวจจักรวาล ถึงแม้จะมีความท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า แต่ความสำเร็จของภารกิจนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในการใฝ่หาความรู้และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่ออนาคต

ภารกิจ นาซาเคลื่อนจรวด SLS สู่ฐานยิง เตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์รอบ 50 ปี นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเดินทางไปดวงจันทร์ แต่เป็นการเปิดศักราชใหม่ของการสำรวจอวกาศอย่างแท้จริง

ที่มา – นาซาเคลื่อนจรวด SLS สู่ฐานยิง เตรียมภารกิจ “อาร์ทิมิส 2” ส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์รอบ 50 ปี

ฝันขอแต่งงานพัง! ถูกล้วงกระเป๋าแหวนเพชร

เรื่องราวสุดช้ำใจเกิดขึ้นกับหนุ่มผู้ตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงาน แต่ฝันหวานกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อเขาถูกล้วงกระเป๋าขโมยแหวนเพชรไปกลางงานคอนเสิร์ต EDC ที่ภูเก็ต เรื่องราวฝันขอแต่งงานพังครั้งนี้ กลายเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์

ฝันขอแต่งงานพัง หนุ่มถูกล้วงกระเป๋าแหวนเพชร

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Acare Alice ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือ โดยระบุว่าแฟนของเธอถูกล้วงกระเป๋าในงาน EDC ภูเก็ต ทรัพย์สินที่หายไปคือกระเป๋าเงินและแหวนเพชรที่มีสลักชื่อ Acare&Golf ซึ่งเป็นของสำคัญที่มีความหมายกับทั้งคู่

หลังจากโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจ และช่วยกันแชร์เรื่องราว เพื่อหวังว่าจะได้ทรัพย์สินคืน

นายกอล์ฟ ผู้เสียหาย เล่าว่า เขาและแฟนสาวเดินทางมาจากเชียงใหม่เพื่อมาร่วมงานคอนเสิร์ต EDC Thailand 2026 ที่ภูเก็ต ขณะที่อยู่ในงาน เวลาประมาณ 21.00 น. เขาได้รับ SMS แจ้งเตือนจากธนาคารว่ามีการใช้บัตรเครดิตของเขาไปเป็นเงินรวมประมาณ 300,000 บาท

เมื่อตรวจสอบกระเป๋าคาดอก พบว่าซิปถูกเปิดออก และกระเป๋าเงินยี่ห้อ Louis Vuitton ได้หายไป ภายในกระเป๋ามีทรัพย์สินหลายรายการ ทั้งบัตรประชาชนของเขาและแฟนสาว ใบขับขี่ แหวนเพชรมูลค่าประมาณ 300,000 บาท เงินสด 2,500 บาท และบัตรเครดิตอีกหลายใบ

นายกอล์ฟได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเลแล้ว แต่ตำรวจแจ้งว่าคดีลักษณะนี้ติดตามตัวคนร้ายได้ยาก เว้นแต่คนร้ายนำแหวนเพชรไปขาย จึงจะสามารถสืบหาตัวได้

ทำไมถึงพกแหวนเพชรไปงานคอนเสิร์ต?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงพกแหวนเพชรราคาแพงไปงานคอนเสิร์ต นายกอล์ฟเปิดเผยว่า เขาทราบว่าในงานมีโซนสำหรับขอแต่งงาน จึงตั้งใจจะเซอร์ไพรส์แฟนสาว แต่กลับเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเสียก่อน เขาจึงขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันแชร์ข้อมูล เพื่อให้คนร้ายนำแหวนเพชรและเอกสารสำคัญมาคืน โดยเฉพาะบัตรประชาชน

เหตุการณ์ฝันขอแต่งงานพังครั้งนี้ เป็นอุทาหรณ์ให้เราต้องระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัวเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านเช่นงานคอนเสิร์ต การเก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ในที่ปลอดภัยและระมัดระวังคนรอบข้างอยู่เสมอ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้

เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า ความสุขและความหวัง อาจถูกพรากไปได้ในพริบตา ดังนั้นการใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทและการดูแลทรัพย์สินของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เรื่องราวนี้ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการทำประกันภัยทรัพย์สินส่วนบุคคล ซึ่งอาจช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้นายกอล์ฟและแฟนสาว กลับมามีความสุขและสมหวังกับการขอแต่งงานในอนาคต หวังว่าแหวนเพชรจะถูกนำกลับคืนมาในเร็ววัน

ที่มา – ฝันขอแต่งงานพัง หนุ่มพกแหวนเพชรหวังเซอร์ไพรส์แฟน ถูกล้วงกระเป๋ากลางงานคอนเสิร์ต

โพลเลือกตั้ง 2569: คนเชียงใหม่หนุน “เท้ง”

นิด้าโพล สำรวจคนเชียงใหม่ เลือกตั้ง 2569 หนุน “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วน “ยศชนัน” ตามมาอันดับ 2 เล็งเลือก สส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์จากพรรคประชาชน เป็นอันดับ 1 รองลงมาคือพรรคเพื่อไทย

วันที่ 18 มกราคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนเชียงใหม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9-14 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงใหม่ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น 1,067 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปี 69 ของคนจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อถามถึงบุคคลที่คนเชียงใหม่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 31.40 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 2 ร้อยละ 19.40 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 3 ร้อยละ 15.65 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
  • อันดับ 4 ร้อยละ 12.09 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
  • อันดับ 5 ร้อยละ 4.12 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.66 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)
  • อันดับ 7 ร้อยละ 3.19 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 8 ร้อยละ 2.53 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.78 ระบุว่าเป็น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 10 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)
  • ร้อยละ 5.15 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย), พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย), ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม), นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน), นางสาวกชพร เวโรจน์ (พรรคก้าวอิสระ), นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่), นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี), นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์), นายกัณวีร์ สืบแสง (พรรคพลวัต), นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย), นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์), นายแพทย์ไกร ดาบธรรม (พรรคเพื่อไทย), นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

สำหรับพรรคการเมืองที่คนเชียงใหม่มีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 37.39 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
  • อันดับ 2 ร้อยละ 31.68 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 3 ร้อยละ 13.50 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
  • อันดับ 4 ร้อยละ 5.15 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 4.03 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 6 ร้อยละ 2.81 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.69 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทยร้อยละ 3.75 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคโอกาสใหม่ พรรคก้าวอิสระ พรรคไทยภักดี พรรคพลวัต 
  • และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนเชียงใหม่มีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 37.39 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
  • อันดับ 2 ร้อยละ 30.08 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 3 ร้อยละ 14.06 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
  • อันดับ 4 ร้อยละ 5.25 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 3.85 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.09 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.69 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
  • อันดับ 8 ร้อยละ 1.31 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็น พรรคไทยก้าวใหม่
  • ร้อยละ 1.88 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคเสรีรวมไทย พรรคก้าวอิสระ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคปวงชนไทย พรรคพลวัต พรรคพลังประชารัฐ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ หนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ จ่อเลือก สส.พรรคประชาชน

จากผลสำรวจ โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจกับการเมืองและพร้อมที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะมาถึง การสนับสนุนพรรคประชาชนและตัวของ “เท้ง ณัฐพงษ์” สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงและความหวังใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศ

ทำไมผลโพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ จึงน่าสนใจ

ผลสำรวจ โพลเลือกตั้ง 2569 ที่ทำการสำรวจในจังหวัดเชียงใหม่มีความน่าสนใจด้วยหลายเหตุผล จังหวัดเชียงใหม่มักถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางความคิดและมีประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมือง การที่พรรคประชาชนได้รับการสนับสนุนอย่างมากจึงเป็นสัญญาณที่น่าจับตามอง

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตัวบุคคล การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดบ่งบอกว่าประชาชนให้ความสำคัญกับผู้นำที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์

พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่งและความผูกพันกับประชาชนในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นและยังมีเวลาอีกมากก่อนถึงการเลือกตั้งจริง สถานการณ์ทางการเมืองอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิด และพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกใคร

การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศไทย มาร่วมกันใช้สิทธิใช้เสียงของเราเพื่อสร้างสรรค์ประเทศที่เราต้องการ

ที่มา – โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ หนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ จ่อเลือก สส.พรรคประชาชน