วัน: 27 มกราคม 2026

ชลบุรี! **จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์** เหตุเสพยา

สำนักพระพุทธศาสนา จังหวัดชลบุรี สั่ง **จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์** “สำนักสงฆ์พรหมสุนทร” หลังตรวจพบการเสพยาเสพติด, พบสื่อลามกอนาจาร, และมีเครื่องบริหารอวัยวะเพศภายในกุฏิ เรื่องนี้สร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

เมื่อเวลา 14.20 น. ของวันที่ 27 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี ร่วมกับพระครูภัทรธีราภรณ์ เจ้าคณะตำบลอ่างศิลา, พระสมุห์อนันต์ อติภทฺโท พระวินยาธิการ สังกัดศูนย์พระวินยาธิการประจำจังหวัดชลบุรี, พ.อ.ศักดิ์ศิลป์ กำเนิดสินธุ์ กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี, นายคเณศ ศรีตระกูล ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี, นายวินัย พ้นภัยพาล นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในสำนักสงฆ์พรหมสุนทร ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

การบุกเข้าตรวจค้นครั้งนี้ พบพระโพธิ์สังฆ์ ซึ่งเป็นเจ้าสำนักสงฆ์ และพระลูกวัดอีก 3 รูป ได้แก่ พระศุภชัย จันทวงษ์ อายุ 35 ปี, พระวิรัตน์ มุกดาสนิท อายุ 45 ปี, และพระธนพล หมายซ่อนกลาง อายุ 59 ปี หลังจากการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด พบว่าพระลูกวัดทั้ง 3 รูปมีผลเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการให้ **จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์** ทันที นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของพระโพธิ์สังฆ์ พบว่าไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎร์ และมีสัญชาติกะเหรี่ยง ภายในที่พักของเจ้าสำนักสงฆ์ยังพบเงินสดจำนวน 89,000 บาท เครื่องฉายวิดีโอโป๊ที่ยังเปิดทิ้งไว้ และเครื่องบริหารอวัยวะเพศ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการจับสึกพระทั้งหมด

จากการสอบสวน อดีตพระศุภชัยให้การว่า ที่ตนเสพยาบ้าเนื่องจากมีอาการป่วยเป็นเบาหวาน ความดัน และปวดเมื่อยตามร่างกาย เมื่อเสพยาบ้าแล้วอาการจะทุเลาลง และสามารถทำงานได้ โดยอ้างว่าเสพมาได้เพียง 2-3 ปีเท่านั้น

พระครูภัทรธีราภรณ์ เจ้าคณะตำบลอ่างศิลา กล่าวว่า หลังจากการตรวจสอบพบว่ามีพระเสพยาเสพติดจริง จึงได้ทำการจับสึกทั้ง 3 รูป และจะส่งตัวไปบำบัดต่อไป การกระทำดังกล่าวถือเป็นการผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำที่เสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา ทำให้ชาวโลกติเตียน ท่านยังกล่าวอีกว่า เจ้าอาวาสที่ถูกจับสึกนั้น น่าจะเป็นคนต่างด้าวสัญชาติกะเหรี่ยง เนื่องจากชื่อที่ให้ไว้ไม่ปรากฏในทะเบียนราษฎร์ จึงได้จับสึกและส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายคเณศ ศรีตระกูล ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี และ พ.อ.ศักดิ์ศิลป์ กำเนิดสินธุ์ กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี ร่วมกันเปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นไปตามที่มีชาวบ้านร้องเรียนว่า มีพระในวัดดังกล่าวมีอาวุธปืนและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากการตรวจค้น พบว่ามีพระอยู่ 4 รูป ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบว่าพระลูกวัด 3 รูปมีสารเสพติดในร่างกาย ทั้งยาบ้าและยาไอซ์ ส่วนเจ้าสำนักสงฆ์ พบเงินสดจำนวนมาก เครื่องฉายวิดีโอโป๊ และเครื่องปั๊มอวัยวะเพศ และไม่พบชื่อในทะเบียนราษฎร์ จึงได้ดำเนินการ **จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์** โดยจะส่งตัวพระลูกวัดที่เสพยาเสพติดไปบำบัดรักษา และส่งตัวเจ้าสำนักสงฆ์ให้ตำรวจสอบสวนและส่งตัวให้ ตม. ดำเนินการผลักดันกลับประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ฝากให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลวัดต่างๆ ในพื้นที่ หากพบพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือประพฤตินอกรีต อันเป็นการกระทำที่เสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา ให้แจ้งมายังอำเภอเมืองชลบุรี หรือ กอ.รมน.จังหวัดชลบุรีได้ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันปกป้องพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์

ทำไมถึงต้องจับพระสึกหมดสำนักสงฆ์?

การตัดสินใจ **จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์** ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการกระทำที่ผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรง การเสพยาเสพติด การครอบครองสื่อลามกอนาจาร และการมีเครื่องบริหารอวัยวะเพศ ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และขัดต่อหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา การปล่อยให้พระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่ในสมณเพศต่อไป จะเป็นการทำลายศรัทธาของประชาชน และทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย

การดำเนินการครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปกป้องพระพุทธศาสนา และรักษาศีลธรรมอันดีงามของสังคม การจับสึกพระสงฆ์ที่กระทำผิด เป็นการส่งสัญญาณให้พระสงฆ์รูปอื่นๆ ตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และดำรงตนอยู่ในศีลในธรรม

นอกจากนี้ การที่หน่วยงานภาครัฐได้เข้ามาตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการสงฆ์จะไม่ถูกปล่อยปละละเลย และจะได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องตามกฎหมายและพระธรรมวินัย

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้พุทธศาสนิกชนทุกคน ร่วมกันสอดส่องดูแลพระสงฆ์ และวัดวาอารามในชุมชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม ควรรีบแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน จะช่วยให้พระพุทธศาสนาคงอยู่สืบไป และเป็นที่พึ่งทางใจของประชาชนตลอดไป

ที่มา – จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์ จ.ชลบุรี หลังตรวจพบเสพยา-มีเครื่องบริหารอวัยวะเพศ

“เท้ง” เชื่อ “หมอสุภัทร” ไม่มีเจตนาทุจริต ย้ำไม่โหวตนายกฯ ภท.

“เท้ง ณัฐพงษ์” เชื่อ “หมอสุภัทร” ไม่มีเจตนาทุจริต ไม่ขอตอบเป็นเกมการเมือง ขอคนไทยช่วยสอดส่อง เชื่อผู้สมัครพรรคประชาชนไม่เสียสมาธิ ย้ำจุดยืนไม่ร่วมพรรคกล้าธรรม-ไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ภูมิใจไทย

วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ หมอสุภัทร ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ถูกมติที่ประชุมอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.) ปลดออกจากราชการ ว่า ส่วนตัวขอยืนยันว่ามาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองเป็นจุดยืนของพรรคประชาชนที่ต้องอยู่สูงกว่ากฎหมาย และพรรคประชาชนมีกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มข้น สำหรับกรณีของ นพ.สุภัทร อยากจะชวนทุกคนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเราก็เห็นชัดแล้วว่า นพ.สุภัทร เป็นแกนนำนายแพทย์ชนบทที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพฯ ช่วงโควิด-19

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง เราก็เห็นกันอยู่ว่าเหตุการณ์หน้างาน การปฏิบัติตามระเบียบราชการอาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 และไม่สามารถรู้ได้ว่าจะต้องใช้ ATK ปริมาณเท่าไหร่ ในเหตุการณ์วิกฤติที่เกิดเฉพาะหน้า ส่วนตัวคิดว่าสิ่งหนึ่งของคนที่อาสาจะมาทำงานเป็นตัวแทนของประชาชนคือความกล้าหาญ ไม่ต้องมานั่งกลัวเรื่องระเบียบจัดซื้อจัดจ้างว่า ณ ตอนนั้นเป็นอย่างไร จนทำให้มีอุปสรรคติดขัดไปทั้งหมดและไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

อยากให้ทุกคนมองด้วยความเป็นธรรมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับ นพ.สุภัทร เป็นไปด้วยเหตุผลเบื้องหลังอะไร หากคิดว่าสิ่งที่ นพ.สุภัทร เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤติ ณ ตอนนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ระเบียบอาจจะเปิดช่องให้นำมาสู่การกลั่นแกล้งกัน ตนก็อยากให้ช่วยกันดูว่าการทำหน้าที่ที่ผ่านมาของ นพ.สุภัทร ใช้ช่องทางที่ตนเองมี จนประชาชนได้รับการแก้ไขเยียวยา แต่กลับมาต้องรับผิด

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการเมือง เพราะเกิดในช่วงการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างเข้มข้น เป็นการสกัดหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนก็อยู่ในสถานะที่วันหนึ่งหากผลสอบออกมาแล้วจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อจัดการคนภายใน ตนก็ต้องดำเนินการอย่างจริงจังเช่นกัน จึงขอสงวนความเห็นว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ แต่ย้ำว่าหลักการใช้อำนาจจะต้องมีความกล้าหาญ และสามารถพูดกับ นพ.สุภัทร ได้เลย เพราะครั้งหนึ่งตนก็เคยทำงานกับหน่วยแพทย์ชนบท และเข้าไปตรวจ ATK ให้กับประชาชนในพื้นที่ของตนเองที่วัดม่วง เขตบางแค ถึง 5,000 คน ก็ถือว่าช่วยปัญหาได้เยอะ จึงมั่นใจว่า ณ ตอนนั้นสิ่งที่ นพ.สุภัทร และแพทย์ชนบททำ มีเจตนาที่อยากจะช่วยเหลือประชาชน ส่วนจะถูกจะผิดในรายละเอียด หรือมีความตั้งใจในการทุจริตหรือไม่นั้น ส่วนตัวลึกๆ ของตนเองไม่เชื่อ แต่การกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ วันนี้ยังตอบไม่ได้ แต่อยากให้ทุกคนใช้สายตาสอดส่องดูแล

เมื่อถามว่าให้กำลังใจ นพ.สุภัทร อย่างไร หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่า นพ.สุภัทรไม่ได้เสียสมาธิ และเป็นคนที่ทำงานหนักมาโดยตลอด วันนี้ยังคงหาเสียงในพื้นที่อย่างเต็มที่ พรรครวมถึงตนเองก็เข้าใจดี และตนก็ขอเรียกร้องทุกคนดูกระบวนการที่เหลือ และคงไม่อยากเห็นคนที่ตั้งใจเข้ามาทำงานช่วยเหลือประชาชนหนีความกล้าหาญพยายามใช้อำนาจที่มีตามระเบียบราชการทุกอย่าง เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่กลับถูกนำมากลั่นแกล้งกัน

“เท้ง” เชื่อ “หมอสุภัทร” ไม่มีเจตนาทุจริต ย้ำ ปชน. ไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ภูมิใจไทย

สำหรับประเด็นที่ นพ.สุภัทร บอกว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการสกัดขาของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนจะยังสามารถร่วมกับพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า จุดยืนในการร่วมรัฐบาลเคยพูดไปแล้วว่าไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมและไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยได้ ส่วนโจทย์ที่เหลือของพรรคประชาชนเราจำเป็นจะต้องได้เสียงที่มากพอเพื่อที่จะตั้งรัฐบาล เพื่อกำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลได้ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ตราบใดที่ประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคมากเพียงพอ เสียงของเราเข้มแข็งเพียงพอ เราปฏิเสธรัฐมนตรีสีเทาได้ หรือหากใครมีประวัติสีเทาเราสั่งให้ออกจากตำแหน่งได้ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นจุดยืนที่ชัดเจนเพียงพอแล้ว.

ทำไม “เท้ง” ถึงเชื่อว่า “หมอสุภัทร” ไม่มีเจตนาทุจริต

เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการทำงานในสถานการณ์วิกฤต และความสำคัญของการพิจารณาเจตนาในการทำงานเพื่อส่วนรวม การตัดสินใจทางการเมืองควรคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ที่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “เท้ง” เชื่อ “หมอสุภัทร” ไม่มีเจตนาทุจริต ย้ำ ปชน. ไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ภูมิใจไทย

กกต. ตรวจเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก

กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก รับหลายพื้นที่แข่งขันสูง มีร้องเรียนทำผิดกฎหมาย สั่ง กกต.จังหวัดจับตา-ยังไม่พบซื้อเสียง เตือน ปชช. อย่าทำคอนเทนต์สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย

วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ จ.ระยอง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง ตรวจเยี่ยมการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ (กปส.) เตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ณ โรงเรียนนครระยองวิทยาคม (วัดโขดใต้) อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยได้มีการจำลองการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ กปน. และ กปส. ได้เข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการรับอุปกรณ์ รวมถึงขั้นตอนการนับคะแนนการเลือกตั้ง สส. และประชามติ รองรับการปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีกรรมการประจำหน่วยในเขตเทศบาลเมือง 80 หน่วยออกเสียงเข้าร่วม ทั้งนี้ จ.ระยอง มี 5 เขตเลือกตั้ง 197 หน่วยเลือกตั้ง

กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก
กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก

นายณรงค์ กล่าวว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมามีข้อผิดพลาด กรณีพระสงฆ์ไปแสดงตนเลือกตั้ง โดยมีรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และ กปน. ก็ให้เข้าไปใช้สิทธิจนเกิดปัญหาตามมา ซึ่งเข้าใจว่า กปน. ประจำหน่วยขณะนั้นไม่มีประสบการณ์ จึงปล่อยให้พระสงฆ์เข้าไปใช้สิทธิได้ โดยอยากให้เป็นข้อเตือนใจและไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะจะถูกร้องเรียนได้ และทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เป็นธรรม กกต. ให้ความสำคัญกับ กปน. ทุกหน่วย เพราะเหลือเพียง 12 วันก็จะถึงวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ซึ่งตนเองและคณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม พบว่าภาพรวมการตรวจความพร้อม ส่วนตัวมีความรู้สึกชื่นใจ ที่ทุกคนมีการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งเกือบ 100% แล้ว

กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก

จากนั้น นายณรงค์ มอบนโยบายให้แก่ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และชุดเคลื่อนที่เร็วของจังหวัดระยอง ณ สำนักงาน กกต.จังหวัดระยอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบนโยบายให้แก่ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และชุดเคลื่อนที่เร็วของจังหวัดระยอง ว่า ภาพรวมการลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง สส. และประชามติในพื้นที่ตะวันออก จากการลงพื้นที่เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) ที่จังหวัดตราด และจังหวัดจันทบุรี ซึ่งไปดูการ เตรียมความพร้อมหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้ยืนยันความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนถือว่าเป็นปกติสามารถจัดการเลือกตั้งได้พร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริงตามบริเวณแนวชายแดนก็มีแผนสำรองไว้แล้ว เพราะได้มีการออกข้อกำหนดและแผนไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงจะต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งอย่างไร

กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก
กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก

มีการร้องเรียนทำผิดกฎหมาย สั่ง กกต.จังหวัดจับตา

เมื่อถามว่าพื้นที่ไหนจะต้องมีการจับตาเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก นายณรงค์ กล่าวว่า กกต. ดูทุกพื้นที่ โดยพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง ก็ได้มีการมอบนโยบายให้มีการจับตาเป็นพิเศษ โดยใช้เครือข่ายผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อหาข่าวในจุดต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูง เพื่อให้การเลือกตั้งออกมาโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งได้มีการดำเนินการทุกวิถีทางแล้ว เพื่อให้การเลือกตั้งออกมาดีที่สุด ส่วนพื้นที่ใดต้องมีการจับตาเป็นพิเศษนั้นเห็นว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน

เมื่อถามว่าในแต่ละจังหวัดมีพื้นที่สีแดงหรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นเป็นพื้นที่สีแดง แต่เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงเท่านั้นเอง โดยพบในหลายจังหวัด นอกจากภาคตะวันออก

ประธาน กกต. ยอมรับว่า ได้มีการรายงานพบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือเตรียมซื้อสิทธิขายเสียงเข้ามาบ้าง กกต.จังหวัดในพื้นที่ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน เช่น รายงานเรื่องผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี พบว่า มีการจัดทำคลิปวิดีโอเผยแพร่ เนื้อหาเกี่ยวกับการนำธนบัตรแนบกับบัตรหาเสียง เมื่อ กกต. ได้ดำเนินการตรวจสอบ พบว่าเป็นประชาชนทั่วไป ดังนั้นจึงเรียกเจ้าของคลิปมาสอบสวน เมื่อรู้ว่า กกต. เอาจริง เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นการถ่ายคลิปเล่น ๆ บนโซเชียลทำนองสร้างคอนเทนต์ขึ้นมา ซึ่ง กกต. ก็ได้เข้าไปเตือน เพราะถือว่าประชาชนอาจจะไม่รู้กฎหมาย

กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก

“ซึ่งเจ้าตัวก็คงกลัว ถือว่าเป็นการกระทำผิด ไม่มีใครทำแบบนี้อีก หรือในส่วนที่แจ้งว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงจำนวนมาก กกต. ก็ได้ให้แนวทางสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดว่า ขอให้เรียกมาให้ข้อมูลกับ กกต. ว่าเอาข่าวมาจากไหน กกต. ก็จะดำเนินการ แต่ส่วนมากเรียกมาแล้วเขาก็จะบอกว่า ฟังมาอีกทีหนึ่ง มันก็ไม่มีข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น”

ส่วนกรณีการจัดทำคลิปร้องเรียนจับหัวคะแนนผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยที่เกิดขึ้นที่ จ.พิจิตร แต่เมื่อสอบพบว่า เป็นการกลั่นแกล้งกล่าวหาเท็จ นายณรงค์ กล่าวว่า ความจริงมีบทเรียนอยู่แล้วในเรื่องการกลั่นแกล้งต่าง ๆ ถือว่าผิดกฎหมาย กกต. ได้พยายามเตือนและประชาสัมพันธ์ว่าอย่าทำ หรืออย่าให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าตัวได้รับความเสียหาย ซึ่งคนที่ถูกกลั่นแกล้งก็เสียหาย

การ กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สามารถแจ้ง กกต. ในพื้นที่ของท่านได้ทันที

ที่มา – กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก เผยมีร้องเรียนทำผิดกฎหมาย สั่ง กกต.จังหวัดจับตา

ศาลอาญาระหว่างประเทศชี้ “ดูเตอร์เต” สุขภาพดี พร้อมขึ้นศาล

ศาลอาญาระหว่างประเทศชี้ “ดูเตอร์เต” สุขภาพดี พร้อมขึ้นศาลสู้คดีสังหารหมู่ “สงครามยาเสพติด”

ผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี มีคำวินิจฉัยว่า นายโรดริโก ดูแตร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ วัย 80 ปี มีความพร้อมทางร่างกายและสติปัญญาเพียงพอ และสามารถเข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดีอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากสงครามยาเสพติดก่อนการไต่สวนได้ โดยปฏิเสธข้อโต้แย้งของฝ่ายจำเลยที่อ้างว่าเขามีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา พร้อมกำหนดวันไต่สวนยืนยันข้อหาในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้

คณะผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) มีคำวินิจฉัยว่า นายโรดริโก ดูเตอร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ มีความพร้อมทางร่างกายและสติปัญญาเพียงพอที่จะเข้าร่วมการพิจารณาคดีในขั้นตอนก่อนเริ่มพิจารณาคดี โดยปฏิเสธคำร้องของฝ่ายจำเลยที่ระบุว่าเขามีภาวะเสื่อมถอยทางสติปัญญา

ทีมทนายความของนายดูเตอร์เต ซึ่งปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ที่กรุงเฮก พยายามโต้แย้งว่าอดีตผู้นำในวัย 80 ปี ไม่สามารถเข้ารับการพิจารณาคดีได้เนื่องจากปัญหาสุขภาพทางสมอง อย่างไรก็ตาม คณะผู้พิพากษาระบุในแถลงการณ์ว่า รายงานจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์อิสระยืนยันว่า นายดูเตอร์เตยังคงมีความสามารถในการเข้าใจและมีส่วนร่วมในคดีของตนเองได้

“ศาลมีความพึงพอใจในข้อกฎหมายว่า นายดูเตอร์เตสามารถใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงถือว่ามีความพร้อมที่จะเข้าร่วมการพิจารณาคดี” คำวินิจฉัยระบุ พร้อมเสริมว่าการพิจารณาความพร้อมไม่จำเป็นต้องรอให้บุคคลนั้นอยู่ในระดับสติปัญญาสูงสุด เพียงแค่มีความเข้าใจในขั้นตอนพื้นฐานของศาลก็เพียงพอแล้ว

ทั้งนี้ กรณีที่ไอซีซีจะตัดสินว่าผู้ต้องสงสัย แม้แต่ผู้สูงอายุ ก็ไม่เหมาะสมที่จะเข้ารับการพิจารณาคดีโดยสิ้นเชิง แทบไม่เคยเกิดขึ้น ไอซีซีไม่เคยตัดสินว่าผู้ต้องสงสัยรายใดไม่เหมาะสมที่จะเข้ารับการพิจารณาคดีเลย แม้จะมีคำร้องจากจำเลยรายอื่น ๆ อีกหลายรายก็ตาม

นายไมเคิล คอฟแมน ทนายความของดูเตอร์เต แสดงความผิดหวังต่อคำตัดสิน โดยระบุว่าฝ่ายจำเลยถูกปฏิเสธโอกาสในการเสนอหลักฐานทางการแพทย์ของตนเอง รวมถึงไม่มีโอกาสซักค้านผลตรวจของแพทย์อิสระ พร้อมประกาศจะยื่นอุทธรณ์โดยอ้างว่าดูเตอร์เตถูกละเมิดสิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรมที่เหมาะสม

อัยการไอซีซีเตรียมยื่นฟ้องนายดูเตอร์เตในข้อหาฆาตกรรม 3 กระทง ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยมีเหยื่อที่เกี่ยวข้องมากกว่า 75 ราย โดยอ้างว่าดูเตอร์เตเป็นผู้สร้าง สนับสนุนเงินทุน และติดอาวุธให้แก่ “หน่วยสังหาร” ในช่วงการทำสงครามปราบปรามยาเสพติดระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ระหว่างปี 2016-2022

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดราว 6,200 ราย แต่นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนยืนยันว่ายอดผู้เสียชีวิตจริงสูงกว่านั้นมาก โดยอัยการไอซีซีประเมินว่าอาจมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 30,000 ราย

ทั้งนี้ นายดูเตอร์เตซึ่งถูกจับกุมและส่งตัวไปยังกรุงเฮกเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ยังคงยืนกรานว่าเขาสั่งการให้ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมเฉพาะในกรณีป้องกันตัวเท่านั้น และประกาศต่อหน้าผู้สนับสนุนเสมอมาว่าเขา “พร้อมจะเน่าตายในคุก” หากนั่นหมายถึงการทำให้ฟิลิปปินส์ปลอดจากยาเสพติด.

ศาลอาญาระหว่างประเทศชี้ “ดูเตอร์เต” สุขภาพดี พร้อมขึ้นศาลสู้คดีสังหารหมู่ “สงครามยาเสพติด”

คดีของนายดูเตอร์เตนั้นมีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน ผลการพิจารณาของศาลอาญาระหว่างประเทศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศฟิลิปปินส์กับประชาคมโลก

ทำความเข้าใจประเด็น ศาลอาญาระหว่างประเทศชี้ “ดูเตอร์เต” สุขภาพดี

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ การที่ ศาลอาญาระหว่างประเทศชี้ “ดูเตอร์เต” สุขภาพดี พร้อมขึ้นศาลนั้น หมายความว่ากระบวนการยุติธรรมสามารถดำเนินต่อไปได้ และเหยื่อของสงครามยาเสพติดอาจได้รับความยุติธรรมในที่สุด อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ทางกฎหมายยังคงอีกยาวไกล และผลลัพธ์สุดท้ายยังไม่แน่นอน

การตัดสินใจของศาลอาญาระหว่างประเทศที่ชี้ว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศชี้ “ดูเตอร์เต” สุขภาพดี และพร้อมที่จะขึ้นศาลเพื่อต่อสู้คดีที่เกี่ยวข้องกับสงครามยาเสพติดของเขา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของศาลอาญาระหว่างประเทศในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แม้ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นอดีตประธานาธิบดีก็ตาม การที่ ศาลอาญาระหว่างประเทศชี้ “ดูเตอร์เต” สุขภาพดี ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้นำทั่วโลก ว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

  • การพิจารณาคดีนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • ความยุติธรรมสำหรับเหยื่อเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง
  • การต่อสู้ทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป

ในภาพรวม การที่ศาลอาญาระหว่างประเทศยืนยันว่าอดีตประธานาธิบดีดูเตอร์เตมีสุขภาพดีและสามารถขึ้นศาลได้นั้น ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญในคดีความที่เกี่ยวข้องกับสงครามยาเสพติดในฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติธรรมยังคงต้องดำเนินต่อไป และผลลัพธ์สุดท้ายยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ศาลอาญาระหว่างประเทศชี้ “ดูเตอร์เต” สุขภาพดี พร้อมขึ้นศาลสู้คดีสังหารหมู่ “สงครามยาเสพติด”

ระทึก! หนุ่มวัย 22 ขับเก๋งชน จยย. ตกเกาะกลาง

เปิดนาทีระทึก หนุ่มวัย 22 ขับเก๋งชนจักรยานยนต์หลายคัน ก่อนเสียหลักตกเกาะกลางถนน

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยนาทีระทึกขวัญ “หนุ่มวัย 22” ที่อยู่ในอาการมึนเมาจากการใช้ยาเสพติด ขับรถเก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์หลายคัน ก่อนเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนนอย่างจัง จนรถพลิกคว่ำหงายท้อง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.50 น. ของวันที่ 27 มกราคม 2569 โดยศูนย์วิทยุ สภ.เมืองแพร่ ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งสีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กง 1089 แพร่ ขับขี่ด้วยความประมาทหวาดเสียว และก่อเหตุชนรถจักรยานยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหายหลายคัน บริเวณถนนภูเก็ต คลองถมหน้าห้างมาร์คโฟร์แพร่ ก่อนที่จะขับหลบหนีไปตามถนนราษฎร์อุทิศ มุ่งหน้าไปยัง อบจ.แพร่

หลังได้รับแจ้งเหตุ พ.ต.ท.พิสิษฐ์ชัย ใจเขียวแก้ว สว.จร.สภ.เมืองแพร่ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองแพร่ออกตรวจสอบเส้นทางที่รถคันดังกล่าวใช้ในการหลบหนี พร้อมทั้งประสานไปยังหน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เฉี่ยวชน จนกระทั่งได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนเรนทร อบจ.แพร่ ว่าเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำ บริเวณหน้าศูนย์มิชลิน ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นรถคันที่ก่อเหตุ จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งหมายเลขทะเบียน กง 1089 แพร่ อยู่ในสภาพพลิกหงายท้อง เนื่องจากเสียหลักข้ามเกาะกลางถนน พุ่งชนเสาไฟจราจรของการรถไฟที่ติดตั้งไว้เพื่อเตือนเรื่องการก่อสร้าง จนได้รับความเสียหาย สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน ตรวจสอบพบคนขับคือ นายจ้นน้ำ อายุ 22 ปี ชาวบ้านสะบู ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ อยู่ในอาการมึนเมาและสับสนจากการใช้สารเสพติด ไม่สามารถให้การใดๆ ได้ และไม่ทราบว่าตนเองได้ขับรถไปชนใครมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการควบคุมตัวไว้ ก่อนประสานไปยังพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ เพื่อเข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุ

พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นรถคันดังกล่าวขับอยู่ในตัวเมืองแพร่ และเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์หลายคัน จึงได้ขับรถตามมาพร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยรถคันดังกล่าวขับมาจากในเมือง มุ่งหน้าไปยังบ้านสะบู ก่อนที่จะออกไปยังถนนบายพาสขาล่อง ด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถจึงเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนนจนพลิกคว่ำ โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนคนขับก็ไม่ได้รับอันตรายเช่นกัน

ประวัติคนขับ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ขับขี่รายนี้มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เคยเข้ารับการบำบัดที่จังหวัดเชียงใหม่ และเพิ่งกลับมาอยู่ที่บ้านได้ไม่นาน แต่คาดว่ายังคงเสพยาอยู่ จึงก่อเหตุดังกล่าว พนักงานสอบสวนจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมทั้งเก็บรักษารถยนต์ที่กีดขวางการจราจร เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป เหตุการณ์ เปิดนาทีระทึก หนุ่มวัย 22 ขับเก๋งชนจักรยานยนต์หลายคัน ก่อนเสียหลักตกเกาะกลางถนน กลายเป็นอุทาหรณ์สะท้อนปัญหายาเสพติดที่ยังคงเป็นภัยสังคม

เหตุการณ์ เปิดนาทีระทึก หนุ่มวัย 22 ขับเก๋งชนจักรยานยนต์หลายคัน ก่อนเสียหลักตกเกาะกลางถนน ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงอันตรายของการขับขี่ยานพาหนะภายใต้ฤทธิ์ยาเสพติด ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อตนเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้อื่นบนท้องถนนอีกด้วย เราทุกคนจึงควรตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้

ที่มา – เปิดนาทีระทึก หนุ่มวัย 22 ขับเก๋งชนจักรยานยนต์หลายคัน ก่อนเสียหลักตกเกาะกลางถนน

หาชมยาก! เสือโคร่ง “ณเดช” อวดโฉมหล่อ

นาทีประทับใจ! กล้องดักถ่ายสัตว์ป่าบันทึกภาพช่วงเวลาหาชมยากของ “ณเดช” เสือโคร่งตัวผู้สุดหล่อแห่งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อวดความน่ารักด้วยการเอาคางถูกับต้นไม้และอ้าปากหาวโชว์เขี้ยว เป็นภาพที่สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมข้อความบรรยายว่า เป็นช่วงเวลาพิเศษที่หาชมได้ยาก เมื่อ “ณเดช” (KKT02M) เสือโคร่งตัวผู้ แสดงพฤติกรรมธรรมชาติที่น่ารักและน่าประทับใจต่อหน้ากล้อง Camera Trap

ในคลิปวิดีโอเริ่มต้นด้วยภาพของ “ณเดช” ที่กำลังยืนเอาคางถูกับต้นไม้อย่างสบายอารมณ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมการทำเครื่องหมายกลิ่นเพื่อประกาศอาณาเขต จากนั้น “ณเดช” ก็เดินตรงมาที่หน้ากล้องอย่างมั่นใจและอ้าปากหาวกว้าง ราวกับจะโชว์ความหล่อให้ทุกคนได้ชื่นชม เป็นภาพที่หาชมได้ยากและเต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติ

กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าตัวนี้ ถูกติดตั้งไว้บริเวณด่านสัตว์ป่าตามเเม่น้ำเพชรบุรีตั้งแต่กลางปี 2568 และเพิ่งทำการเก็บกู้ข้อมูลไปเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ภาพที่ได้จึงถือเป็นของขวัญปีใหม่อันล้ำค่าสำหรับทีมงานและผู้ที่ห่วงใยสัตว์ป่าของไทย

เสือโคร่ง ณเดช

“ณเดช” ไม่ใช่เสือโคร่งหน้าใหม่สำหรับทีมติดตามเสือโคร่งในแก่งกระจาน เพราะเขาได้รับการบันทึกภาพไว้ตั้งแต่ปี 2562 และยังคงปรากฏตัวให้เห็นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน การที่สามารถติดตามเสือโคร่งตัวเดิมได้ยาวนานกว่า 7 ปี แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของระบบนิเวศและความปลอดภัยของผืนป่าแห่งนี้

การปรากฏตัวของเสือโคร่งอย่างต่อเนื่องในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ ที่มีฐานอาหารที่สมบูรณ์ มีประชากรสัตว์กีบที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่งอย่างเพียงพอต่อการดำรงชีพ นอกจากนี้ยังพบสัตว์ป่าหายากอีกมากมาย เช่น จระเข้น้ำจืด ลิง ค่าง สัตว์ตระกูลเสือชนิดอื่นๆ นกนานาพันธุ์ รวมถึงแมลงที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ

กลุ่มป่าแก่งกระจานจึงเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ที่พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันดูแลรักษา เพื่อให้ “ณเดช” และเพื่อนๆ ของเขายังคงมีบ้านที่ปลอดภัย มีพื้นที่ในการหากิน ทำเครื่องหมายอาณาเขต และใช้ชีวิตตามธรรมชาติ เพื่อให้ลูกหลานของเราได้มีโอกาสชื่นชมความงดงามของสัตว์ป่าเหล่านี้ในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณทีมงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่า

ช่วงเวลาหาชมยาก เสือโคร่ง “ณเดช”

ทำไมการพบเจอ “ณเดช” ถึงสำคัญ?

การพบเจอเสือโคร่ง “ณเดช” ในช่วงเวลาหาชมยากนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความน่ารักน่าประทับใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จในการอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าของไทย ที่แสดงให้เห็นว่าผืนป่าแก่งกระจานยังคงเป็นบ้านที่ปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์สำหรับสัตว์ป่านานาชนิด

  • ความต่อเนื่องของการปรากฏตัว: การที่ “ณเดช” ยังคงปรากฏตัวให้เห็นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 7 ปี แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของระบบนิเวศ
  • ความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร: การมีประชากรสัตว์กีบที่เพียงพอต่อการดำรงชีพของเสือโคร่ง เป็นสัญญาณที่ดีว่าผืนป่าแห่งนี้ยังคงมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์
  • ความหลากหลายทางชีวภาพ: การพบสัตว์ป่าหายากนานาชนิด แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของผืนป่าแก่งกระจาน

ดังนั้น การดูแลรักษาผืนป่าแก่งกระจานจึงไม่ใช่แค่การปกป้องสัตว์ป่าเพียงชนิดเดียว แต่เป็นการรักษาระบบนิเวศทั้งหมด เพื่อให้ “ณเดช” และเพื่อนร่วมโลกของเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืน และส่งต่อความงดงามของธรรมชาติให้กับคนรุ่นหลังต่อไป อย่าลืมร่วมกันสนับสนุนการอนุรักษ์ เพราะทุกการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเรา สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้

ที่มา – ช่วงเวลาหาชมยาก เสือโคร่ง “ณเดช” อวดเขี้ยวโชว์ความหล่อ หน้ากล้องดักถ่ายสัตว์ป่า

Rangers ยื่นซื้อ Naderi – ข่าวลือ

Rangers ยื่นซื้อ Naderi – ข่าวลือ จริงหรือ?

มีข่าวลือหนาหูว่า Rangers ยื่นข้อเสนอ 3 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัว ไรอัน นาเดรี กองหน้าจากทีม Hansa Rostock ในลีกดิวิชั่น 3 ของเยอรมนีมาเสริมทัพ (Florian Plettenberg บน X, external)

แหล่งข่าวระบุว่าสโมสรจากไอบรอกซ์กำลังเจรจาเพื่อเซ็นสัญญากับ นาเดรี วัย 22 ปี (STV, external)

ในขณะเดียวกัน สโมสร NEC จากเนเธอร์แลนด์มองว่า ดานิโล กองหน้าของ Rangers วัย 26 ปี เป็นตัวแทนที่มีศักยภาพของ เคนโตะ ชิโอกาอิ ที่เพิ่งย้ายไปร่วมทีม โวล์ฟสบวร์ก (Gelderlander – ภาษาดัตช์, external)

นอกจากเรื่องการซื้อขายนักเตะแล้ว อดีตผู้จัดการทีม Rangers และกองหลังทีมชาติสกอตแลนด์อย่าง รัสเซลล์ มาร์ติน เป็นหนึ่งในผู้สมัครที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม Leicester City หลังจากที่ มาร์ติ ซิฟูเอนเตส ถูกปลดออกจากตำแหน่ง (Football Insider, external)

Hearts manager Derek McInnes is also being considered by the Foxes. (Mail, external)

ข่าว Rangers ยื่นซื้อ Naderi จะเป็นจริงหรือไม่?

การที่ Rangers ให้ความสนใจในตัว Ryan Naderi ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจของสโมสรที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุก แม้ว่าปัจจุบันจะยังเป็นเพียงข่าวลือ แต่การยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของ Rangers ที่จะคว้าตัวแข้งรายนี้ให้ได้

Ryan Naderi เป็นนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามอง ด้วยวัยเพียง 22 ปี เขามีศักยภาพที่จะพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปอีกมาก การย้ายมาร่วมทีม Rangers จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเขาในการก้าวขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเจรจาซื้อขายนักเตะมักจะมีความซับซ้อนและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แฟนบอล Rangers คงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อรอดูว่าดีลนี้จะสำเร็จหรือไม่

การที่สโมสร NEC สนใจในตัว Danilo ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจเช่นกัน หาก Danilo ย้ายออกไปจริง Rangers ก็จะต้องหาผู้เล่นเข้ามาทดแทน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการซื้อขาย Ryan Naderi ได้

โดยสรุปแล้ว ข่าวลือเรื่อง Rangers ยื่นซื้อ Naderi ยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่แน่นอนคือ Rangers กำลังมองหาผู้เล่นใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม และ Ryan Naderi ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่น่าสนใจ

แฟนบอล Rangers มีความเห็นอย่างไรกับข่าวลือนี้? คิดว่า Naderi จะเป็นการเสริมทัพที่คุ้มค่าหรือไม่? หรือว่าควรจะมองหาผู้เล่นคนอื่นที่ดีกว่า?

ที่มา – Rangers bid for Hansa Rostock striker Naderi – gossip

กาลาตาซาราย สกัดแมนซิตี้? พรีเมียร์ลีกตุรกี!

กาลาตาซาราย ต้องการผลการแข่งขันที่ดีเพื่อหลีกเลี่ยงรอบเพลย์ออฟ แชมเปียนส์ลีก และไม่ใช่ทีมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยากเจอ

ในการพบกัน 4 นัดล่าสุดระหว่างสโมสรจากพรีเมียร์ลีกและทีมยักษ์ใหญ่จากตุรกี กาลาตาซารายไม่แพ้ใครเลย ต้องย้อนกลับไปถึงเดือนธันวาคม 2014 ซึ่งเป็นชัยชนะ 4-1 ของอาร์เซนอลในอิสตันบูล ครั้งสุดท้ายที่ทีมจากอังกฤษได้รับชัยชนะ

ในปี 2023 กาลาตาซารายจบอันดับเหนือกว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในกลุ่มแชมเปียนส์ลีก ส่งผลให้ลูกทีมของเอริค เทน ฮาก ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ด้วยชัยชนะ 3-2 ในการเยือนทางตะวันตกเฉียงเหนือ ก่อนที่จะพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธนี้ (20:00 GMT)

การเสมอ 3-3 ที่วุ่นวายในตุรกีตามมา จากนั้นในฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาเป็นฝ่ายมอบความพ่ายแพ้ในรอบแบ่งกลุ่มยูโรปาลีกเพียงครั้งเดียวให้กับท็อตแนม ซึ่งเป็นแชมป์ในที่สุด

เมื่อเร็วๆ นี้ ในแคมเปญแชมเปียนส์ลีกก่อนหน้านี้ กาลาตาซารายเอาชนะลิเวอร์พูลที่ฟอร์มไม่ดีไป 1-0 ด้วยจุดโทษในครึ่งแรกของวิคเตอร์ โอซิมเฮน

แล้วทำไมซิมบอม ซึ่งเป็นชื่อเล่นลึกลับของสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของตุรกี ถึงมีสถิติที่ดีกับทีมอังกฤษ?

จากข้อมูลของผู้ช่วยผู้จัดการทีม อิสมาเอล การ์เซีย โกเมซ เป็นเพราะลีกตุรกีมีความเป็นอังกฤษมากที่สุดนอกประเทศอังกฤษ และกาลาตาซารายก็เป็นสโมสรตุรกีที่มีความเป็นอังกฤษมากที่สุดด้วย

“ผมคิดว่าบางครั้งเกมที่ไดนามิกและการเปลี่ยนเกมที่เราเผชิญหน้ากับทีมจากอังกฤษ เราคุ้นเคยกับมันมาก” การ์เซีย โกเมซ กล่าวกับ BBC Sport

“ลีกตุรกีไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน แต่เรามีความเป็นพรีเมียร์ลีกมากกว่าลีกยุโรปอื่นๆ มากกว่าอิตาลีและสเปนที่จังหวะช้ากว่า ทีมอังกฤษ ทีมที่เราเผชิญหน้า เรารู้สึกสบายใจเพราะพวกเขาเปิดเกม”

“ฉันไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานในวงการฟุตบอลชายของอังกฤษ แต่ฉันเคยสัมผัสมันในฐานะแฟนบอล อังกฤษเพื่อแฟนบอล ฟุตบอลเพื่อแฟนบอลดีที่สุด”

“แต่ตุรกีไม่มีอะไรต้องอิจฉา บรรยากาศที่สร้างขึ้นในสนามกีฬานั้นน่าทึ่งมาก ฉันโชคดีที่ได้ทำงานทั่วยุโรป และความหลงใหลที่นี่อยู่ในระดับเดียวกับประเทศที่เราสามารถตั้งชื่อได้”

‘เรามั่นใจมาก’

แฟนบอลกาลาตาซารายนับพันจะนำความหลงใหลนั้นมาสู่แมนเชสเตอร์ในสัปดาห์นี้

หลังจากความพ่ายแพ้อย่างน่าตกใจที่โบโด/กลิมท์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้พบว่าตัวเองอยู่ในอันดับที่ 11 และอยู่นอกแปดอันดับแรกด้วยผลต่างประตูได้เสีย พวกเขาเป็นหนึ่งในแปดทีมที่มี 13 แต้มในตารางที่หนาแน่น โดยมีสามแต้มคั่นระหว่างอันดับสามและอันดับที่ 15

ซิตี้จำเป็นต้องชนะการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายและหวังว่าผลการแข่งขันอื่นๆ จะเป็นใจเพื่อหลีกเลี่ยงการผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ

ขณะที่กาลาตาซารายอยู่อันดับที่ 17 ด้วย 10 แต้ม หลังจากที่ชนะในยุโรป 3 นัดติดต่อกัน ซึ่งจุดประกายจากการเอาชนะลิเวอร์พูล ได้หลีกทางให้กับการแข่งขันที่ไม่ชนะ 3 นัด

แปดอันดับแรกนั้นเกินเอื้อม แต่การหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้จะทำให้พวกเขาได้ตำแหน่งเพลย์ออฟ

เช่นเดียวกับตอนที่พวกเขาเผชิญหน้ากับลิเวอร์พูล กาลาตาซารายจะเล่นกับทีมพรีเมียร์ลีกที่ฟอร์มไม่ดี แต่การ์เซีย โกเมซระมัดระวังรูปแบบการเล่นของซิตี้ ซึ่งไม่เหมือนทีมอังกฤษส่วนใหญ่

“สิ่งสำคัญที่สุดของพวกเขาคือการควบคุมเกม ดังนั้นมันจะยากขึ้น” เขากล่าว

“มันจะแตกต่างกันมาก ตอนที่เราเผชิญหน้ากับลิเวอร์พูลในเดือนตุลาคม มันเป็นช่วงเวลาที่แตกต่างกันในฤดูกาล แรงกดดันในตอนนี้คือการชนะสามแต้มและอาจจะผ่านเข้ารอบต่อไป”

“สำหรับพวกเขา การเข้าไปอยู่ในแปดอันดับแรกมีความสำคัญเท่ากับการที่เราจะผ่านเข้ารอบต่อไป แน่นอนว่าเราเป็นรองบ่อน มันเหมือนกันสำหรับ 95% ของสโมสรที่ซิตี้เผชิญหน้า การเสมอเป็นผลการแข่งขันที่ดี แต่ถ้าเราอยู่ในระดับที่ดี เราสามารถเผชิญหน้ากับอะไรก็ได้ เรามั่นใจมาก”

ความมั่นใจนั้นมาจากทีมที่มีประสบการณ์ในการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกมากมาย ในแดนหน้า โอซิมเฮนมี 6 ประตูจากการแข่งขันในยุโรป 5 นัด

‘ซาเน่และกุนโดกันเป็นการเซ็นสัญญาครั้งใหญ่’

กาลาตาซารายยังมีผู้เล่นหลักสองคนที่มีความคุ้นเคยกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นอย่างดี นั่นคือ เลรอย ซาเน่ และ อิลคาย กุนโดกัน

ซาเน่ ซึ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสองสมัยในสี่ฤดูกาลกับซิตี้ ลงเล่น 90 นาทีในแต่ละเกมแชมเปียนส์ลีก 5 นัดล่าสุดของกาลาตาซาราย

เมื่ออายุ 35 ปี กุนโดกันเป็นตัวหลักน้อยกว่า แต่ก็มอบความกล้าหาญและประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับทีมกองกลางของกาลาตาซาราย เขากลับมาสู่สนามที่คุ้นเคย หลังจากออกจากซิตี้ไปอิสตันบูลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจากการคุมทีมครั้งที่สองภายใต้การคุมทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา

กุนโดกันเป็นฮีโร่ของซิตี้ยุคใหม่ ช่วยให้พวกเขาคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกปี 2023 รวมถึงแชมป์ภายในประเทศอังกฤษ 5 สมัย

“ซาเน่และกุนโดกันเป็นการเซ็นสัญญาครั้งใหญ่” การ์เซีย โกเมซ กล่าว “ซาเน่หมดสัญญา และหลายทีมพยายามเซ็นสัญญากับเขา เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในช่วงห้าปีที่ผ่านมาในยุโรป”

“กุนโดกัน กวาร์ดิโอลากล่าวว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ฉลาดที่สุดที่เขาเคยฝึกสอน พวกเขากำลังให้คุณภาพในระดับสูงสุดแก่เรา ประสบการณ์ในด้านที่ไม่ใช่ฟุตบอลนั้นช่วยได้”

รวมแล้วมีอดีตผู้เล่นพรีเมียร์ลีก 6 คนในทีมชุดแรกของกาลาตาซาราย นอกจากซาเน่และกุนโดกันแล้ว ยังมีดาวินซอน ซานเชซ อดีตกองหลังของสเปอร์ส และกองกลางอย่าง ลูคัส ตอร์เรร่า มาริโอ เลมิน่า และ กาเบรียล ซาร่า ซึ่งเคยอยู่กับอาร์เซนอล วูล์ฟส์ และ นอริช ตามลำดับ

“ทีมและผู้เล่นพรีเมียร์ลีก เหมาะสมอย่างยิ่งในซูเปอร์ลีก” การ์เซีย โกเมซ กล่าว “ผู้เล่นที่มีร่างกายแข็งแกร่งและมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทำงานได้ดีที่นี่”

“ซาเน่เก่งในการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง ขณะที่กุนโดกันให้การควบคุมทีมของเขาได้มาก สำหรับแฟนๆ มันน่ารักมาก ฉันมีเพื่อนจากทั่วยุโรปที่ชอบดูเกมในตุรกี”

แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะชอบดู กาลาตาซาราย หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เกมนี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญว่า กาลาตาซาราย จะสามารถสร้างเซอร์ไพรส์และขัดขวางเส้นทางของแมนซิตี้ได้หรือไม่

ที่มา – How ‘Premier League’ Galatasaray can derail Man City

“รุทธพล” รับ สจ.เนย์ หนีออกนอกแล้ว อีกรายยังอุบ!

“รุทธพล” เผยความคืบหน้าล่าสุด คดี 2 สจ. พัวพันเว็บพนันออนไลน์ หนีออกนอกประเทศไปแล้ว! แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่ออีกรายได้ เนื่องจากยังไม่มีหมายจับ ส่วนผู้สมัคร สส. อีก 10 ราย ยังอยู่ในกระบวนการสืบสวน ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างแน่นอน

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีการออกหมายจับนายปฐนัญ จันดอน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ สจ.เนย์ และภรรยา ว่าจากการตรวจสอบพบว่าทั้งคู่ได้เดินทางออกนอกประเทศไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังมี สจ. อีก 1 คน ที่ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วเช่นกัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการหาหลักฐานเพิ่มเติม และจะขยายผลไปยังกลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

“รุทธพล” รับ สจ.เนย์ หนีออกนอกประเทศแล้ว อีกรายยังเปิดชื่อไม่ได้

สำหรับการดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 1 คน พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ในขณะนี้ และขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ตอบคำถามว่าบุคคลดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองใดหรือไม่ เนื่องจากหากยังไม่สามารถขออนุมัติหมายจับได้ แม้ว่าจะมีหลักฐานอยู่ในมือ ก็ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างเต็มที่ในทุกวิถีทาง

ส่วนในกรณีที่เคยมีการกล่าวถึงว่ามีนักการเมือง 10 ราย ที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ จะสามารถเปิดเผยรายชื่อได้หรือไม่นั้น พลตำรวจโท รุทธพล ระบุว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการดำเนินการไปเรื่อยๆ พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่เคยมีการตรวจค้นบ้านของ สจ. รายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีหลักฐานเพียงพอสำหรับการขอหมายค้น แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานที่เพียงพอต่อการจับกุม จึงไม่ได้มีการรายงานข่าวออกไป เนื่องจากต้องการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่อยากให้ถูกมองว่าเป็นเรื่องทางการเมือง สำหรับกรณีของสจ.เนย์นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายจับถึงสองครั้ง แต่ศาลได้ให้ความเป็นธรรม โดยพิจารณาว่าในครั้งแรก หลักฐานยังไม่เพียงพอต่อการออกหมายจับ จึงมีการยกคำร้อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมได้ให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน

คดี สจ.เนย์ หนีออกนอกประเทศ: ความคืบหน้าล่าสุด

สรุปได้ว่า ขณะนี้ สจ.เนย์ ได้หนีออกนอกประเทศไปแล้ว และยังมี สจ. อีกรายที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว ส่วนความคืบหน้าอื่นๆ ยังคงต้องรอการสืบสวนต่อไป

การที่ “รุทธพล” ออกมายืนยันว่า สจ.เนย์ หนีออกนอกประเทศแล้วนั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม การที่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อ สจ. อีกรายได้ ก็เป็นสิ่งที่ต้องเข้าใจ เพราะการเปิดเผยข้อมูลโดยที่ยังไม่มีหมายจับ อาจส่งผลเสียต่อรูปคดีได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อรวบรวมหลักฐานและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

ที่มา – “รุทธพล” รับ สจ.เนย์ หนีออกนอกประเทศแล้ว อีกรายยังเปิดชื่อไม่ได้