วัน: 6 กุมภาพันธ์ 2026

“อนุทิน” เตรียมปราศรัยใหญ่ พูดไม่พร้อม ทำงานพร้อม

“อนุทิน” เตรียมขึ้นปราศรัยใหญ่ บอก “เรื่องพูดไม่เคยพร้อม แต่เรื่องทำงานพร้อม” คำพูดสุดฮิตจากนายกรัฐมนตรีที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทยก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์และวิเคราะห์ความหมายกันแบบละเอียด

“อนุทิน” เตรียมขึ้นปราศรัยใหญ่ บอก “เรื่องพูดไม่เคยพร้อม แต่เรื่องทำงานพร้อม”

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาที่บ้านพิษณุโลก เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านอย่างเป็นส่วนตัว ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อเตรียมตัวขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายก่อนวันโหวต

กิจกรรมก่อนขึ้นเวทีปราศรัย

หลังจากสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อย นายอนุทินได้เข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับทีมงานสำคัญอย่าง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรค นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง การเตรียมตัวครั้งนี้เน้นความพร้อมในการทำงานมากกว่าคำพูด ซึ่งสะท้อนปรัชญาของผู้นำพรรค

  • เวลา 10.30 น.: สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บ้านพิษณุโลก
  • ตามด้วย: เข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เตรียมเวที
  • เวลา 16.30 น.: ขึ้นเวทีปราศรัยที่ห้องบอลรูม 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
  • เวลา 16.37 น.: ถึงสถานที่จริง นำปราศรัยปิดหาเสียง

เวทีนี้จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการรวมตัวของสมาชิกพรรคและประชาชนผู้สนับสนุน ก่อนการเลือกตั้งที่ทุกคะแนนมีค่า

คำตอบสุดแซ่บจาก “อนุทิน” ชาญวีรกูล

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความพร้อมในการปราศรัยวันนี้ นายอนุทินตอบกลับทันทีว่า “เรื่องพูดไม่เคยพร้อม แต่เรื่องทำงานพร้อม” คำพูดนี้กลายเป็นไวรัลทันที เพราะแสดงถึงสไตล์ของท่านที่เน้นผลงานมากกว่าคำโวหาร มันทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยดูแข็งแกร่งและมั่นใจ

ในบริบทของการเลือกตั้ง 2568 พรรคภูมิใจไทยกำลังรุกหนักในประเด็นเศรษฐกิจ สาธารณสุข และท้องถิ่น โดยนายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคและนายกฯ มีผลงานเด่นอย่างการจัดการโควิด-19 และนโยบายช่วยเหลือประชาชน คำพูดนี้ยิ่งตอกย้ำว่า พรรคพร้อมทำงานจริง ไม่ใช่แค่พูด

นอกจากนี้ การปราศรัยปิดครั้งนี้ยังมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ร่วมเวที ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่ได้รับการผลักดันจากพรรค สร้างโมเมนตัมให้กับทีมหาเสียงทั้งหมด

วิเคราะห์ความหมายของคำพูดดัง

คำว่า “อนุทิน” เตรียมขึ้นปราศรัยใหญ่ บอก “เรื่องพูดไม่เคยพร้อม แต่เรื่องทำงานพร้อม” ไม่ใช่แค่สำนวน แต่เป็นกลยุทธ์การสื่อสารที่ชาญฉลาด มันลดความคาดหวังเรื่องคำพูดสวยๆ แต่เน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ในยุคที่ประชาชนเบื่อการเมืองแบบเก่า คำพูดนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ

  • จุดแข็ง: แสดงความถ่อมตัวและมุ่งผลงาน
  • ผลกระทบ: กระตุ้นฐานเสียงพรรคภูมิใจไทย
  • โอกาส: อาจกลายเป็นสโลแกนหาเสียง

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าคว้าที่นั่งเพิ่ม โดยอาศัยชื่อเสียงของนายอนุทินที่เคยเป็นรองนายกฯ และรมว.สาธารณสุขมาก่อน ประชาชนหลายคนชื่นชอบสไตล์ตรงไปตรงมาแบบนี้

สุดท้าย คำพูดนี้เป็นเครื่องเตือนใจนักการเมืองทุกคน ว่าประชาชนต้องการเห็นผลงาน ไม่ใช่แค่คำพูดสวยๆ หากคุณเป็นแฟนข่าวการเมือง ลองติดตามผลการปราศรัยนี้ แล้วมาคุยกันว่ามันจะส่งผลต่อโพลยังไง คุณคิดว่าคำพูดนี้จะช่วยพรรคภูมิใจไทยได้มากแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “อนุทิน” เตรียมขึ้นปราศรัยใหญ่ บอก “เรื่องพูดไม่เคยพร้อม แต่เรื่องทำงานพร้อม”

ทำไมทุกนัด EFL เริ่มช้ากว่า 1 นาทีสุดสัปดาห์นี้

ทำไมทุกนัด EFL เริ่มช้ากว่า 1 นาทีสุดสัปดาห์นี้

ทุกคนคงสงสัยกันใช่ไหมว่าทำไมทุกนัด EFL เริ่มช้ากว่า 1 นาทีสุดสัปดาห์นี้ คำตอบคือ เพื่อรณรงค์แคมเปญ “Every Minute Matters” ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการช่วยชีวิตด้วย CPR ในทุกนาทีที่มีค่า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในแมตช์ทั้ง 36 นัดของ Championship, League One และ League Two ระหว่างวันที่ 5-9 กุมภาพันธ์

แคมเปญนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสปอนเซอร์ EFL อย่าง Sky Bet และ British Heart Foundation (BHF) ตั้งแต่พฤษภาคม 2024 เพื่อสร้างความตระหนักถึงความรวดเร็วในการทำ CPR ซึ่งสามารถช่วยชีวิตได้หากทำทันเวลา การเลื่อนเวลาเตะเป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจนว่า “ทุกนาทีมีค่า” ตามที่ EFL ระบุ

ทำไมทุกนัด EFL เริ่มช้ากว่า 1 นาทีสุดสัปดาห์นี้

การเลื่อนเวลาเริ่มแข่งเพียง 1 นาทีนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์ที่ฉลาด โดยมีอดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษอย่าง Micah Richards, Jermain Defoe และ Glenn Hoddle เป็นทูตสาวก Glenn Hoddle เองเคยรอดชีวิตจากหัวใจวายเฉียบพลันในปี 2018 หลังจากล้มลงระหว่างทำงานพากย์บอล ขอบคุณ CPR จากวิศวกรเสียงที่อยู่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ แคมเปญนี้ยังเคยถูกนำเสนอในรอบเพลย์ออฟ EFL ปี 2025 โดยรอบชิงชนะเลิศทั้งสามนัดที่ Wembley เริ่มเวลา 1 นาทีหลังชั่วโมง

ประสบการณ์จาก Tom Lockyer

Bristol Rovers กองหลัง Tom Lockyer ซึ่งเป็นทูตของ BHF เล่าเรื่องราวสุดสะเทือนใจของตัวเอง เขาล้มลงสองครั้งในปี 2023 ขณะเล่นให้ Luton Town ครั้งแรกในนัดชิง Championship Play-off สู้ Coventry และครั้งสองในพรีเมียร์ลีกกับ Bournemouth “สิ่งที่เกิดกับผมเกิดกับใครก็ได้ ทุกที่ ทุกเวลา” Lockyer กล่าว

ทุกปีใน UK มีคนกว่า 40,000 คนหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล และส่วนใหญ่ไม่รอด เขารอดมาได้เพราะ CPR ที่ทันท่วงที Lockyer เรียกร้องให้ทุกคนเรียนรู้ทักษะนี้ เพื่อเป็นผู้ช่วยชีวิตได้

ความสำคัญของ CPR ในวงการฟุตบอล

ในวงการฟุตบอลที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การรณรงค์แบบนี้ช่วยให้แฟนบอลและนักเตะตระหนักถึงอันตรายจากหัวใจวาย EFL จึงเลือกใช้วิธีเลื่อนเวลาเตะเพื่อให้ทุกคนนึกถึง “ทุกนาทีมีค่า” ไม่เพียงในสนาม แต่ในชีวิตประจำวันด้วย

  • เรียนรู้ CPR ใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยชีวิตได้มาก
  • แคมเปญนี้ขยายไปยังลีกย่อยทั้งสาม
  • มีทูตชื่อดังสนับสนุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ

หากคุณเป็นแฟน EFL สุดสัปดาห์นี้ ลองสังเกตเวลาเริ่มนัด แล้วนึกถึงแคมเปญนี้ นอกจากได้ดูบอลแล้ว ยังได้ความรู้ที่อาจช่วยชีวิตใครสักคน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแคมเปญ

  • EFL คืออะไร? English Football League ลีกฟุตบอลอังกฤษระดับสองสามสี่
  • ทำไมเลื่อนแค่นาทีเดียว? เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนใจ ไม่รบกวนตารางมาก
  • จะมีต่อไหม? อาจขยายหากประสบความสำเร็จ

แคมเปญ Every Minute Matters ไม่ใช่แค่การเลื่อนเวลา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อการช่วยเหลือฉุกเฉิน สุดสัปดาห์นี้ ลองหาเวลาเรียน CPR ผ่านเว็บ BHF หรือคลาสใกล้บ้าน คุณอาจกลายเป็นฮีโร่ได้ทุกเมื่อ

เรียกร้องให้แฟนบอล: เรียนรู้ CPR วันนี้ เพื่อปกป้องคนที่คุณรักพรุ่งนี้!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สรุปเงินเยียวยาชายแดน บ้านพังจากสู้รบ จ่ายก้อนเดียว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวดีสุดๆ มาอัปเดตให้ฟังกัน สำหรับพี่น้องชาวบ้านชายแดน จ.สระแก้ว ที่ได้รับผลกระทบหนักจากเหตุการณ์กระสุน BM-21 จากฝั่งกัมพูชาตกใส่บ้านเรือน ทำให้บ้านพังยับเยิน เรียกได้ว่าสรุปเงินเยียวยาชายแดน บ้านพังจากสู้รบ จ่ายตามจริง โอนก้อนเดียวไม่แบ่งจ่าย นี่แหละครับที่ทุกคนรอคอย!

สรุปเงินเยียวยาชายแดน บ้านพังจากสู้รบ จ่ายตามจริง โอนก้อนเดียวไม่แบ่งจ่าย

ที่ว่าการอำเภอโคกสูง จ.สระแก้ว จัดประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ เป็นประธาน ร่วมด้วยนายอำเภอโคกสูง เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อชี้แจงรายละเอียดให้ชาวบ้านฟังแบบชัดๆ ไม่ให้มีกังวลใจอีกต่อไป

ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านหลายคนยังงงๆ ว่ายอดเงินจะเท่าไหร่ จะโอนช้าไหม แล้วต้องมีเอกสารอะไรเพิ่มรึเปล่า แต่หลังประชุมทุกอย่างเคลียร์แล้วครับ สรุปเงินเยียวยาชายแดน บ้านพังจากสู้รบ จ่ายตามจริง โอนก้อนเดียวไม่แบ่งจ่าย จริงๆ เลย!

หลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายบ้านพัง

ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจากกรมโยธาธิการลงพื้นที่ตรวจสอบทุกรายละเอียด ไม่ใช่ประเมินคร่าวๆ แบบแรกที่จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว แต่ตรวจละเอียดตามราคากลาง เพื่อความเป็นธรรม บางบ้านเสียหายเกือบทั้งหลัง เงินเดิมไม่พอแน่นอน ตอนนี้ได้งบเพิ่มจากสำนักนายกรัฐมนตรี อนุมัติเต็มจำนวนแล้ว ถ้าใครจ่ายล่วงหน้าไป รัฐจะคืนเต็มบาททุกสตางค์ครับ

ไม่ต้องกังวลเรื่องวัสดุบ้านหรูหรือธรรมดา ประเมินตามมาตรฐานกลางทั้งหมด ทำให้เร็วและยุติธรรม

รายละเอียดการจ่ายเงินเยียวยา

สำคัญสุด: จ่ายก้อนเดียว ไม่แบ่งงวด! ยอดเงินไม่เท่ากันทุกบ้าน ขึ้นกับความเสียหาย บ้านพังหนักๆ อาจได้ถึง หลักล้านบาท เลยนะครับ (ตามกรอบอนุมัติสูงสุด) หลังได้เงิน ไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่ม ช่างตรวจแล้ว นำเงินไปซ่อมเอง จ้างช่างใครก็ได้ หรือสร้างใหม่ที่ไหนก็ได้ ถ้าพื้นที่เดิมเสี่ยง

  • โอนเงินก้อนเดียว ตามจริงทุกบาท
  • ไม่ต้องแสดงหลักฐานซ่อมแซมเพิ่ม
  • คาดโอนไม่เกินปลายสัปดาห์หน้า (หลังอำเภอส่งเอกสาร)
  • รถยนต์เสียหายไม่อยู่ในขอบเขต แต่ชาวบ้านเรียกร้องให้ช่วยเพิ่ม

ขณะนี้เอกสารพร้อมเกือบหมด เงินจากสำนักนายกฯ จะเข้าบัญชีไวๆ แน่นอน

เสียงจากชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ

คุณนิภาวรรณ เพ็ชรสมบัติ อายุ 37 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัย บอกว่ายังกังวลสถานการณ์ชายแดน ถ้าปะทะรอบ 3 อาจหนักกว่าเดิม ตอนนี้ได้เงินบางส่วนแล้ว รีบซื้อวัสดุซ่อมบ้าน แต่ครอบครัวต้องพึ่งญาติมานานนับเดือน ยังอยากให้ช่วยรถที่พังด้วย แม้ไม่เต็มจำนวนก็ยังดี

หลังประชุม ชาวบ้านยิ้มแย้ม พึงพอใจมาก เพราะเงินพอซ่อมบ้านให้กลับมาอยู่ได้ปกติ ความเครียดคลี่คลาย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การป้องกันภัยในอนาคต รัฐควรเร่งเสริมแนวป้องกันชายแดนให้แน่นหนากว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ ชาวบ้านชายแดนเหนื่อยมานาน ต้องการความสงบสุขจริงๆ

สรุปแล้ว สรุปเงินเยียวยาชายแดน บ้านพังจากสู้รบ จ่ายตามจริง โอนก้อนเดียวไม่แบ่งจ่าย ถือเป็นมาตรการช่วยเหลือที่รวดเร็วและโปร่งใส ดีใจที่รัฐบาลเคลื่อนไหวไวขนาดนี้

สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าว ถ้าอยู่พื้นที่ใกล้เคียง แนะนำเช็กบัญชีให้พร้อมนะครับ และแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง ว่าคิดยังไงกับการเยียวยาครั้งนี้ หรือมีคำแนะนำอะไรเพิ่ม บอกกันได้เลย จะได้ช่วยกันกดดันให้ดีขึ้น! ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่ดี รัฐควรทำแบบนี้ทุกกรณีภัยพิบัติเลยครับ

ที่มา – สรุปเงินเยียวยาชายแดน บ้านพังจากสู้รบ จ่ายตามจริง โอนก้อนเดียวไม่แบ่งจ่าย

Toyota เปลี่ยน CEO ใหม่ ขยับ ‘เคนตะ คอน’ CFO ขึ้นแท่น

เฮ้ย! มีข่าวร้อนในวงการรถยนต์เลยนะครับ Toyota เปลี่ยน CEO ใหม่ แล้ว บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ได้ประกาศโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงแบบเซอร์ไพรส์ตลาดไปเลย เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคุณโคจิ ซาโตะ (Koji Sato) CEO ปัจจุบัน จะลงจากเก้าอี้หลังทำหน้าที่ได้แค่ 3 ปี แล้วย้ายไปเป็น Chief Industry Officer ตำแหน่งใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้น พร้อมรองประธานบริษัท เน้นดูภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ

แทนที่คือคุณเคนตะ คอน (Kenta Kon) หรือ “เคนตะ คอน” CFO สายการเงินตัวฉกาจที่จะขึ้นมาเป็น CEO ดูแลทุกอย่างในองค์กร Toyota เปลี่ยน CEO ใหม่ ครั้งนี้ดูเหมือนจะช่วยเร่งการตัดสินใจให้เร็วกว่าเดิม ท่ามกลางโลกยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงวูบวาบ ทั้งรถ EV ไฮบริด และคู่แข่งจากจีนที่มาแรง

Toyota เปลี่ยน CEO ใหม่: รายละเอียดการโยกย้ายผู้บริหาร

การเปลี่ยนแปลงนี้ประกาศพร้อมผลประกอบการไตรมาส 3 ที่โตโยต้าปรับคาดการณ์กำไรทั้งปีขึ้นเกือบ 12% ขอบคุณค่าเงินเยนอ่อนและการควบคุมต้นทุนได้ดี Reuters บอกว่ามันอยู่นอกความคาดหมายของตลาดเลยนะครับ แต่สำหรับคนในวงการ มันสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างภายใน Toyota ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น

คุณโคจิ ซาโตะ เข้ามาเป็น CEO ตั้งแต่เมษายน 2566 ต่อจากอากิโอะ ทอยโอดะ หลานผู้ก่อตั้ง ในช่วงที่โตโยต้าถูกด่าล้าหลังเรื่อง EV แต่กลยุทธ์เน้นไฮบริดของเขากลับเวิร์คสุดๆ ยอดขายพุ่งทะลุสถิติ ครองบัลลังก์ผู้ผลิตรถยนต์เบอร์ 1 โลกอีกครั้ง แต่ก็เสียส่วนแบ่งตลาดให้ BYD และค่ายจีนในอาเซียนบ้าง รวมถึงดราม่าธรรมาภิบาล เช่น แผนซื้อ Toyota Industries

เคนตะ คอน คือใคร? ประสบการณ์ที่ทำให้เหมาะกับ CEO

เคนตะ คอน มี background สายการเงินแน่น เป็นคนอยู่เบื้องหลังดีลใหญ่ๆ นักวิเคราะห์เชื่อว่า Toyota เปลี่ยน CEO ใหม่ เพื่อนำคนสายการเงินมาช่วยจัดการธรรมาภิบาลและการเงินให้แน่นขึ้น โดยต่างจากซาโตะที่มาจากสายพัฒนาผลิตภัณฑ์

  • ประสบการณ์ CFO: ดูแลการเงินโตโยต้ามาหลายปี ช่วยควบคุมต้นทุนท่ามกลางวิกฤตชิปและเงินเฟ้อ
  • บทบาทกลยุทธ์: มีส่วนในดีล M&A และการลงทุนใหม่ๆ เช่น ในเทคโนโลยีแบตเตอรี่และซัพพลายเชน
  • วิสัยทัศน์: มุ่งเน้นการบริหารภายใน ให้องค์กรตัดสินใจเร็ว รับมือคู่แข่ง EV อย่าง Tesla และ BYD

โคจิ ซาโตะ ไปทำอะไรต่อ?

ซาโตะจะโฟกัสภาพนอก เช่น นโยบายอุตสาหกรรม ร่วมมือพันธมิตร และรับมือกฎระเบียบ EV ทั่วโลก มันเหมือนแบ่งงานชัดเจน CEO ดูภายใน Chief Industry Officer ดูภายนอก

ผลกระทบจากการ Toyota เปลี่ยน CEO ใหม่ ต่อตลาดรถยนต์

เจมส์ ฮง จาก Macquarie Group บอกว่ามันเป็นการเปลี่ยนระบอบภายในโตโยต้า จากเน้นรถยนต์ล้วนๆ ไปสู่ธุรกิจหลากหลายมากขึ้น เช่น Mobility services และพลังงาน ในขณะที่โตโยต้ายังครองตลาดไฮบริด แต่ EV ยังตามหลังค่ายจีน การมี CEO สายการเงินอาจช่วยเร่งลงทุน EV และปรับโครงสร้างต้นทุน

ปีที่ผ่านมา โตโยต้าขายได้กว่า 11 ล้านคัน แต่ในไทยและอาเซียน BYD ขาย EV พุ่งโตโตโยต้าต้องเร่งปรับตัว การเปลี่ยน CEO ใหม่นี้อาจเป็นสัญญาณดี ช่วยให้บริษัทคล่องตัวขึ้น

ส่วนตัวผมมองว่า Toyota เปลี่ยน CEO ใหม่ ครั้งนี้ฉลาดนะครับ เพราะนำคนเก่งสายการเงินมาบัญชาการ จะช่วยแก้痛点เรื่อง governance และเร่งกลยุทธ์ hybrid-EV hybrid ที่โตโยต้าถนัด คุณล่ะคิดยังไง? คอมเมนต์บอกกันหน่อย หรืออยากอัพเดทข่าวรถยนต์เพิ่ม ติดตามบล็อกเราเลยครับ!

ที่มา – Toyota เปลี่ยนตัวผู้บริหารใหม่ ขยับ “เคนตะ คอน” CFO ผู้ดูแลการเงินขึ้นตำแหน่ง CEO

แฟน ไดค์: นักวิจารณ์มีหน้าที่รับผิดชอบ

แฟน ไดค์: นักวิจารณ์มีหน้าที่รับผิดชอบต่อรุ่นใหม่

อดีตนักเตะที่ผันตัวมาเป็นนักวิจารณ์มีหน้าที่รับผิดชอบต่อนักฟุตบอลรุ่นใหม่ในการวิจารณ์ผลงานของพวกเขา กัปตันลิเวอร์พูล เวอร์จิล แฟน ไดค์ กล่าว

ในการให้สัมภาษณ์กับ แกรี่ เนวิลล์ ของ Sky Sports แฟนแนวรับดัตช์รายนี้เตือนว่าความเห็นบางอย่างกลายเป็น “คลิกเบต” พูดเพื่อยั่วโมโหโดยไม่คิดถึงผลกระทบต่อสุขภาพจิตของนักเตะ

“สำหรับผมส่วนตัว ผมรับมือได้ แต่ผมกังวลกับรุ่นต่อไป” แฟน ไดค์ บอกเนวิลล์ ซึ่งเป็นอดีตผู้ชนะแชมป์แมนฯ ยูไนเต็ด

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฟน ไดค์ ออกมาพูดเรื่องนี้ในฤดูกาลนี้ ในเดือนพฤศจิกายน เขาเคยบอกว่า Wayne Rooney ที่ตำหนิเรื่องการขาดผู้นำของลิเวอร์พูลเป็น “การวิจารณ์แบบขี้เกียจ”

เขาเอ่ยถึงเรื่องนี้อีกครั้งไม่กี่วันต่อมา เมื่อทั้งคู่เจอกันข้างสนามในรายการ Amazon Prime หลังลิเวอร์พูลชนะเรอัล มาดริด 1-0 ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

มุมมองของนักวิจารณ์ยังตกเป็นเป้าสะดุดเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อ Paul Scholes และ Nicky Butt อดีตมิดฟิลด์แมนฯ ยูไนเต็ดวิจารณ์ Lisandro Martinez แนวรับเร้ด เดวิลส์คนปัจจุบัน

ก่อนเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด บัตต์บอกว่า Erling Haaland กองหน้าซิตี้จะปฏิบัติกับมาร์ติเนซเหมือน “เด็กน้อย” ขณะที่สโคลส์บอกว่าดาวยิงนอร์เวย์จะ “โยนเขาเข้าตาข่าย” หลังทำประตู

มาร์ติเนซตอบโต้ว่านักวิจารณ์ “พูดได้ทางทีวี” แต่ “ไม่มีใครพูดตรงหน้า”

หน้าที่รับผิดชอบของนักวิจารณ์

“ผมรู้สึกว่าอดีตนักเตะระดับท็อปมีหน้าที่รับผิดชอบต่อรุ่นใหม่” แฟน ไดค์ กล่าว

“การวิจารณ์เป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของเกม ผมคิดว่าควรคงไว้แบบนั้น

“แต่บางครั้งการวิจารณ์กลายเป็นคลิกเบต พูดเพื่อยั่วโมโห โดยไม่คิดถึงผลกระทบต่อด้านจิตใจของนักเตะ โดยเฉพาะรุ่นเยาว์ที่อยู่บนโซเชียลมีเดียตลอด

“คุณอาจบอกว่า ‘ไม่ควรเล่นโซเชียล’ – ผมเคยบอกพวกเขามาเยอะแล้ว

“มีเรื่องนี้เสมอ เมื่อเล่นดี นักเตะรุ่นเยาว์เช็คคำชม แต่พอเล่นแย่ ถูกบูลลี่บนโซเชียลหรือวิจารณ์รุนแรง มันกระทบจริงๆ

“ผมเคยเห็นในนักเตะบางคนในอดีตและปัจจุบัน เพราะมันไม่ง่ายเลย”

ผลกระทบจากโซเชียลมีเดีย

ด้วยการใช้โซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อดีตนักเตะวัย 34 ปีรายนี้กล่าวเพิ่มว่า “มันจะยิ่งแย่ลง เพราะแพลตฟอร์มสมัยนี้เต็มไปด้วยคลิกเบตและพาดหัว ทุกคนเช็คตลอด”

“ผมรู้สึกว่าอดีตโปรที่ผ่านอะไรมาเยอะ ควรมีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องด้านนั้นบ้าง นั่นคือสิ่งที่ควรพิจารณา”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ในยุคที่โซเชียลมีเดียครองโลกฟุตบอล คำพูดของแฟน ไดค์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญ นักวิจารณ์ควรใช้ประสบการณ์ของตัวเองช่วยสร้างแรงบันดาลใจมากกว่าทำลายจิตใจรุ่นใหม่ คุณเห็นด้วยกับหน้าที่รับผิดชอบของนักวิจารณ์หรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลอัปเดตที่นี่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เต้-มงคลกิตติ์บุก กกต. วิดพื้นโชว์ ชี้แจงนโยบาย

เต้-มงคลกิตติ์บุก กกต. วิดพื้นโชว์ กลายเป็นข่าวฮือฮาที่สุดในวงการการเมืองไทยช่วงนี้เลยครับ! นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “เต้” แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคทางเลือกใหม่ ไม่ยอมแพ้ต่อคำเตือนของ กกต. แต่กลับบุกยื่นหนังสือชี้แจงนโยบาย “เปลี่ยนโลก” แบบสุดแกร่ง พร้อมวิดพื้นโชว์พลังเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเอง “ไม่ได้บ้า” อย่างที่ถูกวิจารณ์ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สำนักงาน กกต. มาดูกันครับว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และนโยบายสุดแหวกเหล่านี้ทำได้จริงหรือไม่

เต้-มงคลกิตติ์บุก กกต. วิดพื้นโชว์: ภาพรวมเหตุการณ์

เวลา 10.45 น. เต้-มงคลกิตติ์ นำทีมผู้สมัครพรรคทางเลือกใหม่บุกไปยื่นหนังสือถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เพื่อขอชี้แจงหลังถูกเตือนว่านโยบายเปลี่ยนโลก “เพ้อเจ้อ” และ “เป็นไปไม่ได้” เต้ยืนยันหนักแน่นว่านโยบายทั้งหมด 12 ข้อ (และจะเพิ่มเป็น 20 ข้อก่อนวันเลือกตั้ง) สามารถทำได้จริง หากได้อำนาจจากประชาชน พรรคถูกปรับเพราะส่งนโยบายช้า แต่เต้ไม่สน ยังยืนกรานว่านโยบายแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ไม่ใช้งบ และใช้งบมหาศาลแต่ระบุแหล่งเงินชัดเจน

เต้-มงคลกิตติ์บุก กกต. วิดพื้นโชว์

นโยบายแปลกๆ อย่างไดโนเสาร์ อวกาศ หรือแก้กฎหมายผัวเมีย ผ่านการอนุมัติจาก กกต. แล้ว แต่ถูกเตือนอย่าหาเสียงเกินจริงตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 72-73 เต้โต้กลับแบบแสบๆ ว่า พรรคอื่นสัญญา “คนไทยหายจน” “รถไฟ 20 บาท” “แจกเงินหมื่น” แต่ทำไม่ได้ กกต. ก็ไม่ว่าอะไร ทำไมมาว่าพรรคตัวเอง?

หลังเต้-มงคลกิตติ์บุก กกต. วิดพื้นโชว์: ชี้แจงนโยบายเปลี่ยนโลกแบบละเอียด

เต้ชี้แจงว่านโยบายอวกาศไม่ใช่เพ้อ เช่น สร้างเซ็นทรัล เวสต์เกตบนดาวอังคาร แต่เป็นวิจัยธุรกิจอวกาศไปดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ นอกระบบสุริยะ ต่อยอดจากแผนรัฐบาลประยุทธ์ที่เคยตั้งยานไปดวงจันทร์แต่ชะงักเพราะโควิด สหรัฐ จีน รัสเซีย ทำได้แล้ว ไทยทำไมจะไม่ได้? สำหรับไดโนเสาร์ มาจากซากจริงในอีสาน 20 จังหวัด กำลังวิจัย DNA ปลูกถ่าย นานาชาติก็ทำ ประชาชนเบื่อเลี้ยงหมาแมว อยากเลี้ยงไดโนเสาร์บ้าง!

  • นโยบายอวกาศ: สร้างรายได้มหาศาลจากขุดคลองไทย (รายได้ 10 ล้านล้านบาท/ปี) ยกเลิก MOU น้ำมันกัมพูชา ลดจัดซื้อจัดจ้าง 30% ปราบคอร์รัปชั่น
  • นโยบายไดโนเสาร์: วิจัยจาก DNA จริง สร้างงาน สร้างความบันเทิงใหม่
  • นโยบายสังคม: สามี 4 คน ให้สิทธิผู้หญิง เหมือนภูฏาน สอดคล้องพฤติกรรมมนุษย์ แก้ปัญหาเกิดน้อย (ไทยเกิดแค่ 460,000 คน/ปี)
  • นโยบายปั๊มลูก: รณรงค์มีลูก 1 ล้านคน/ปี สนับสนุน 5,000 บาท/เดือนถึงจบป.ตรี ปภ. ส่งสัญญาณเตือน 2 รอบ/วัน (สองทุ่ม-ตี 5) วิดพื้นก่อนปั๊ม มหกรรมพ.ค. แจก 50,000 บาท/คน เพิ่มเด็ก 1 แสนคน
  • อื่นๆ: ซื้อแมนยูฯ ด้วยเงินเอกชน ส่งเสริมบอลไทย ชายไทยยาวขึ้นเพื่อปั๊มลูกมีประสิทธิภาพ

เต้ชี้แจงนโยบาย วิดพื้นโชว์

เต้ย้ำ “ผมไม่ได้เพ้อเจ้อ” แม้ กกต. ชี้บางนโยบายผิดกฎหมาย แต่หลังยื่นหนังสือ เต้วิดพื้น 30 ครั้งก่อนเข้า แล้ว 70 ครั้งหลังออก ไม่เจอนายแสวงเพราะติดภารกิจ แต่ยืนยันจะส่งคลิปชี้แจงเพิ่ม รวมเซ็นทรัลเวสต์เกตมินิ 4×4 ม. บนสถานีอวกาศ และซื้อแมนยูฯ ด้วยเอกชน

เหตุการณ์นี้สร้างเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์จากเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ศูนย์ราชการ นโยบายแปลกแต่ทำให้การเมืองไม่น่าเบื่อ พรรคอื่นสัญญาใหญ่แต่ทำน้อย เต้กล้าพูดกล้าทำ เป้าหมายทำให้ไทยเบอร์ 1 โลก ถ้าประชาชนให้โอกาส

สุดท้ายแล้ว เต้-มงคลกิตติ์บุก กกต. วิดพื้นโชว์ ไม่ใช่แค่โชว์กล้าม แต่เป็นการยืนยันวิสัยทัศน์ที่กล้าเปลี่ยนแปลง คุณคิดว่านโยบายพวกนี้เวอร์เกินไปหรือเป็นไอเดียเจ๋งที่ไทยต้องการ? คอมเมนต์บอกความเห็นของคุณได้เลยครับ หรือติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “เต้-มงคลกิตติ์”บุก กกต. วิดพื้นโชว์ ก่อนชี้แจงนโยบายเปลี่ยนโลก ลั่นไม่ได้บ้า

“สุริยะ” ยันซื้อเครื่องบินถูกต้อง โอดโจมตีการเมือง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยที่กำลังเป็นกระแส “สุริยะ” ยันซื้อเครื่องบินถูกต้อง โอดถูกโจมตีการเมืองโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ ใครที่ติดตามข่าวการเมืองคงได้ยินประเด็นนี้กันแล้วใช่ไหมล่ะ? นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ สังกัดพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงแบบละเอียดยิบ หลังจากเพจดัง CSI LA โพสต์ข้อมูลที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามเรื่องการถือครองเครื่องบินส่วนตัวมูลค่าสูงลิ่ว

“สุริยะ” ยันซื้อเครื่องบินถูกต้อง

เรื่องราวเริ่มต้นจากเพจ CSI LA ที่แฉว่านักการเมืองชื่อย่อ “big ส.” ซึ่งหลายคนคาดเดาว่าน่าจะเป็นสุริยะ ซื้อเครื่องบิน Gulfstream G550 จากนักธุรกิจต่างชาติชื่อเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบน สมิธ มูลค่าจริงราว 800 ล้านบาท แต่แจ้งต่อ ป.ป.ช. แค่นิดเดียว 30 ล้านบาทเท่านั้น สุริยะเลยรีบออกมา “สุริยะ” ยันซื้อเครื่องบินถูกต้องทันที โดยเล่าว่าปี 2567 ครอบครัวและพรรคพวกปรึกษากันอยากได้เครื่องบินส่วนตัวเพราะใช้งานบ่อย มีคนรู้จักแนะนำเบน สมิธที่มีเครื่องบินขายหลายลำ จนตกลงซื้อขายกันช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2567

เครื่องบินลำนี้มูลค่ารวม 862,191,500 บาท นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มให้กรมศุลกากรเรียบร้อยเมื่อ 13 ก.ย. 2567 ใช้บินทำภารกิจสมัยเป็นรัฐมนตรีคมนาคม และบินครั้งสุดท้ายต้นพ.ย. 2568 ส่วนเรื่องแจ้งทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. สุริยะย้ำชัดว่าตัวเองถือหุ้นสัดส่วนมูลค่า 30 ล้านบาทเท่านั้น ที่เหลือกว่า 832 ล้านบาท เป็นของกลุ่มญาติพี่น้อง แจ้งสัดส่วนใครเท่าไรครบถ้วน ไม่มีทุจริตแน่นอนครับ

ไทม์ไลน์ “สุริยะ” ยันซื้อเครื่องบินถูกต้องแบบครบถ้วน

  • ต้นส.ค. 2567: ตกลงซื้อเครื่องบิน Gulfstream G550 จากเบน สมิธ
  • 13 ก.ย. 2567: นำเข้าประเทศ ชำระภาษีถูกต้อง
  • 2567-2568: ใช้บินภารกิจราชการสมัยเป็น รมว.คมนาคม
  • ต้นพ.ย. 2568: บินครั้งสุดท้าย
  • แจ้ง ป.ป.ช.: สุริยะ 30 ล้าน, ญาติ 832 ล้านบาท (สัดส่วนชัดเจน)

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าเครื่องบินลำนี้เคยลำเลียงกระสุนไปยังพื้นที่การเมือง สุริยะบอกตรงๆ ว่าเป็นแค่การโจมตีทางการเมืองแบบสกปรกในโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เพื่อทำลายความเชื่อมั่น ขอให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อย่าให้ตกเป็นเหยื่อข่าวลือครับ

ทำไมประเด็นนี้ถึงสำคัญสำหรับการเมืองไทย?

Gulfstream G550 เป็นเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวระดับหรู ใช้โดยนักธุรกิจและนักการเมืองทั่วโลก ระยะบินไกล ปลอดภัยสูง แต่ในไทย การถือครองทรัพย์สินขนาดนี้ย่อมถูกจับตา โดยเฉพาะแคนดิเดตนายกฯ อย่างสุริยะที่มาจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีฐานเสียงแข็งแกร่ง ประเด็นนี้เลยกลายเป็นอาวุธทางการเมืองชิ้นโต โจมตีเรื่องความโปร่งใส แม้สุริยะจะยืนยันว่าทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ตาม

ในมุมมองของผม การตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองเป็นเรื่องดีมาก เพราะช่วยให้ประชาชนมั่นใจได้ แต่ต้อง基于ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข่าวบิดเบี้ยว ถ้าเป็นจริง ป.ป.ช. คงดำเนินการไปนานแล้ว สุริยะเองก็เคยผ่านการตรวจสอบมามากมายสมัยเป็น รมว.หลายกระทรวง เรื่องนี้เลยดูเหมือนเป็นเกมการเมืองล้วนๆ ก่อนวันเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา

เพื่อเพิ่มความเข้าใจ ลองดูสเปคเครื่องบิน Gulfstream G550 สั้นๆ นะครับ:

  • รองรับผู้โดยสาร 14-19 คน
  • ระยะบินไกลสุด 12,500 กม.
  • ความเร็วสูงสุด 0.885 Mach
  • เหมาะสำหรับเดินทางข้ามทวีป

สรุปแล้ว “สุริยะ” ยันซื้อเครื่องบินถูกต้อง โอดถูกโจมตีการเมืองโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งคือประเด็นที่เราควรติดตามต่อ เพราะสะท้อนถึงความดุเดือดของวงการการเมืองไทย ผมคิดว่าประชาชนเราต้องฉลาดขึ้น อย่าเชื่อข่าวแบบไม่เช็คแหล่งที่มา

คุณล่ะครับ คิดว่าประเด็นนี้เป็นการโจมตีทางการเมืองจริงๆ หรือมีอะไรซ่อนอยู่? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย จะได้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญก่อนเลือกตั้ง!

ที่มา – “สุริยะ” ยันซื้อเครื่องบินถูกต้อง โอดถูกโจมตีการเมืองโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญที่กำลังเป็นกระแสกันเลยนะครับ กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง ล่วงหน้าถึง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศแล้ว พร้อมให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ได้อย่างมั่นใจ ก่อนที่จะนับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เรียกได้ว่าทุกอย่างพร้อมรบสุดๆ เพื่อความโปร่งใสในการเลือกตั้งทั่วไป

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง พร้อมให้ประชาชนใช้สิทธิ์ ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าแบบนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ออกเดินทางไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วไทยเลยทีเดียว การขนส่งครั้งนี้ใช้รถมากกว่า 600 คัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงคอยคุ้มกันตลอดเส้นทาง แถมยังมีระบบติดตามแบบเรียลไทม์ (Tracking) เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัย 100% เมื่อบัตรถึงที่หมาย ก็จะถูกเก็บไว้ในสถานที่พิเศษที่มีกล้อง CCTV เฝ้าทุก 24 ชั่วโมง ก่อนนำออกมานับหลังปิดหีบเวลา 17.00 น. ของวันเลือกตั้ง

กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง

เคลียร์ปมบัตรกรอกรหัสผิด ประชาชนวางใจได้

หลายคนอาจกังวลเรื่องบัตรเลือกตั้งที่กรอกรหัสผิดใช่มั้ยครับ? นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่ามีบัตรผิดประมาณ 100 ใบเท่านั้น และทาง กกต. ได้คัดแยกแล้วส่งไปยังเขตที่ถูกต้องตามสิทธิ์ของแต่ละคนเรียบร้อย ยืนยันเลยว่าบัตรทุกใบส่งถึงครบ ไม่มีหายสักใบเดียว ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในระบบที่โปร่งใสแบบนี้ได้เลยนะ

ส่วนทางไปรษณีย์ไทย ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ CEO ได้แจ้งว่าส่งบัตรไปแล้วกว่า 90% ครอบคลุมทุกจังหวัด แม้แต่กรุงเทพฯ ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา ก็จะเสร็จสิ้นภายในวันนี้แน่นอน งานนี้บริการดีเยี่ยมสมชื่อไปรษณีย์ไทยจริงๆ

ขบวนรถส่งบัตรเลือกตั้ง

ขั้นตอนการนับคะแนนหลังปิดหีบ 8 ก.พ.

มาดูกันว่าวันนับคะแนนจะเป็นยังไงบ้าง หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ก.พ. จะมีการแบ่งชุดนับคะแนนชัดเจน สำหรับหน่วยเลือกตั้งปกติ จะนับคะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติทันที ส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีคณะกรรมการชุดพิเศษ เบิกบัตรออกมานับที่สถานที่กำหนด พร้อมกันทั่วประเทศ ทุกขั้นตอนมีผู้สังเกตการณ์และถ่ายทอดสดให้ดูด้วยนะครับ

  • ขบวนรถ 600 คัน คุ้มกันโดยตร.ทางหลวง
  • ระบบ Tracking เรียลไทม์ ติดตามทุกฝีก้าว
  • CCTV 24 ชม. เก็บรักษาบัตรปลอดภัย
  • นับคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศ หลัง 17.00 น.
  • แก้ปัญหาบัตรผิด 100% แล้ว

การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เพราะเป็นการกำหนดอนาคตของประเทศเรา ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกัน ถ้าคุณยังไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ล่วงหน้า อย่าลืมเช็คบัตรประชาชนและไปลงคะแนนในวันจริงนะครับ อย่าให้สิทธิ์หลุดมือเด็ดขาด!

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมเชื่อว่าระบบของ กกต. ครั้งนี้แน่นปึ้กสุดๆ ไม่มีทุจริตแน่นอน สิ่งสำคัญคือเราต้องไปใช้สิทธิ์กันเยอะๆ เพื่อให้ผลออกมาเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามผลการนับคะแนนสดๆ และเตรียมตัวไปโหวตให้สุดพลังในวันที่ 8 ก.พ. นี้เลยครับ!

ที่มา – กกต. ส่งบัตรเลือกตั้ง พร้อมให้ประชาชนใช้สิทธิ์ ก่อนนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก เร่งสอบสวนคดีลอบสังหาร

นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก เร่งสอบสวนคดีลอบสังหาร กำลังเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก โดยเฉพาะในบริบทของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่กรุงมอสโก ทำให้ทางการต้องเร่งรัดการสืบสวนทันที

นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก เร่งสอบสวนคดีลอบสังหาร

สื่อรัสเซียรายงานว่า พลโทวลาดิเมียร์ สเตปาโนวิช อเล็กเซเยฟ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าสำนักงานข่าวกรองหลัก (GRU) แห่งกองทัพรัสเซีย ได้ตกเป็นเป้าหมายของการลอบสังหารภายในอาคารที่พักของตัวเอง เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณถนนโวโลโคลัมสโกเย ในกรุงมอสโก พลโทอเล็กเซเยฟถูกลอบยิงที่ทางเข้าอพาร์ตเมนต์ โดยมือปืนกระหน่ำยิงหลายนัดก่อนหลบหนีไป

ในเบื้องต้นมีข่าวลือว่าเขาสิ้นใจในที่เกิดเหตุ แต่ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่า นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน คณะกรรมการสอบสวนของรัสเซีย (SKR) ได้ตั้งข้อหาพยายามฆ่าและใช้อาวุธปืนผิดกฎหมายทันที เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยาน โดยเบาะแสชี้ว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็น “ผู้หญิง” ซึ่งทำให้การสืบสวนเข้มข้นยิ่งขึ้น

ประวัติและบทบาทสำคัญของพลโทอเล็กเซเยฟ

แม้พลโทวลาดิเมียร์ อเล็กเซเยฟจะไม่ใช่บุคคลที่ออกหน้าสื่อบ่อย แต่ในวงการทหารรัสเซีย เขามีชื่อเสียงในนาม “สเตปาโนวิช” และมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์สำคัญหลายครั้ง เช่น ในช่วงกบฏวากเนอร์เมื่อ 23 มิถุนายน 2023 เขาเป็นผู้อัดคลิปวิดีโอเรียกร้องให้กลุ่มวากเนอร์หยุด “การเดินขบวนแห่งยุติธรรม” และเจรจากับเยฟเกนี พริโกซินที่กองบัญชาการเมืองรอสตอฟ เพื่อหาทางออกอย่างสันติ

นอกจากนี้ อเล็กเซเยฟยังมีส่วนสำคัญในการเปิดโปงการทุจริตมหาศาลในกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ส่งผลให้เกิดการกวาดล้าง “นายพลสายบุ๋น” ที่หากินกับงบประมาณกองทัพ เขาเคยคุมปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในซีเรีย และได้รับฉายา “วีรบุรุษแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย” ในปี 2017 ทำให้เขาเป็นเป้าหมายที่น่าจะเป็นไปได้ทั้งจากศัตรูภายนอกและภายใน

สาเหตุที่เป็นไปได้ของคดีลอบสังหาร

เหตุการณ์ นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก เร่งสอบสวนคดีลอบสังหาร เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ประกาศกร้าวว่าจะทำให้ “จุดจบของสงคราม” เป็นนรกสำหรับรัสเซีย สร้างความสงสัยว่าอาจเป็นฝีมือหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากยูเครน หรือความขัดแย้งภายในจากกลุ่มผลประโยชน์ที่ถูกเขาล่า

ในอดีต ยูเครนเคยอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีบุคคลสำคัญของรัสเซีย เช่น การสังหารพลเอกอิกอร์ คิริลลอฟ หัวหน้าหน่วยป้องกันรังสี เคมี และชีวภาพ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งศาลรัสเซียตัดสินจำคุกตลอดชีวิตชายชาวอุซเบกิสถานที่ถูกกล่าวหาว่ารับบงการจากยูเครน ขณะที่หน่วยข่าวกรองรัสเซียเพิ่งขัดขวางแผนโจมตีในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

  • มือปืนยิงหลายนัดและหลบหนี
  • ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้หญิงจากกล้องวงจรปิด
  • ทางการปิดล้อมพื้นที่และระดมกำลังพิสูจน์หลักฐาน
  • เชื่อมโยงกับสงครามยูเครนและการทุจริตภายใน

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในสงครามยูเครน ซึ่งอาจนำไปสู่การตอบโต้ที่รุนแรงจากรัสเซีย ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการลอบสังหารบุคคลสำคัญเช่นนี้จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

ติดตามพัฒนาการของคดีลอบสังหารนี้และข่าวต่างประเทศอื่นๆ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ คุณคิดว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก เร่งสอบสวนคดีลอบสังหาร