วัน: 6 กุมภาพันธ์ 2026

“ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร

“ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เมื่อหัวหน้าพรรครักชาติและแคนดิเดตนายกฯ สองท่านลงพื้นที่ชุมชนชายแดน จ.สระแก้ว เพื่อแสดงความห่วงใยประชาชนและกำลังพลที่ปกป้องอธิปไตยชาติ

ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์ ลุยบ้านหนองจาน

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.00 น. ที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อม รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ และผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ เดินทางเยี่ยมเยียนชาวบ้านและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ หน่วยทหารและ ชรบ. ต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา

“ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร

หลังจากนั้น ทีมพรรครักชาติได้ให้กำลังใจทหารกองกำลังบูรพาที่ดูแลพื้นที่ชายแดน โดยกำลังพลทุกนายมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หาเสียง แต่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อชาติและประชาชน

เยี่ยมทหารชายแดน

อ.เจษฎ์ ซัดพรรคส้มและพรรคเพื่อไทยด้อยค่าทหารไทย

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า พรรครักชาติมาดูความเป็นอยู่ของประชาชนและทหาร ไม่ใช่หาเสียง จากข่าวการเลือกตั้งที่ชาวบ้านสงสัยว่าจะจัดได้หรือไม่ สะท้อนความไม่ไว้วางใจสถานการณ์ชายแดน อ.เจษฎ์ ชักชวนตั้งคำถามถึงพรรคประชาชน (พรรคส้ม) ที่ด้อยค่าทหารไทย แทนที่จะยกย่องคุณงามความดีของทหาร กลับโจมตีทหารผู้น้อยและทหารทั้งกองทัพ นอกจากนี้ยังชี้พรรคเพื่อไทยเป็นต้นเหตุความขัดแย้งชายแดนที่ทำให้มีผู้สูญเสีย

“แทนที่จะถามว่าทหารมีไว้ทำไม พรรครักชาติถามกลับว่านักการเมืองมีไว้ทำไม? มีไว้เกาะกินบ้านเมือง จับมือรวมผลประโยชน์ หรือผลาญภาษีราษฎร หากตอบไม่ได้ การเลือกพวกเขาอาจนำไปสู่การสิ้นชาติ”

ให้กำลังใจทหาร

ด้านนายชัยวุฒิ วิเคราะห์โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง หากผลโพลเป็นจริง บ้านเมืองอาจวุ่นวาย ไม่ไว้วางใจพรรคประชาชนที่มีแนวคิดปัญหา อ้างแก้ทุจริตแต่พรรคเองมีปัญหา และใกล้ชิดพรรคเพื่อไทยเหมือนพวกเดียวกัน อาจนำไปสู่รัฐบาลผสมส้มปนแดงที่ไร้ความจริงใจแก้ปัญหาชาติ

รณรงค์ “ขายเสียง = ขายชาติ” จี้ กกต. คุมเข้มคืนหมาหอน

นายชัยวุฒิ รณรงค์เรื่องขายเสียง โดยย้ำว่า ขายเสียงเท่ากับขายชาติ พรรครักชาติไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมนี้ กระแสซื้อเสียงช่วงโค้งสุดท้ายมีเงินสะพัดพันล้านบาท จี้ กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ตื่นตัว ตรวจสอบแจกใบเหลืองใบแดงจริงจัง โดยเฉพาะ 2-3 วันก่อนเลือกตั้ง หรือ “คืนหมาหอน” ที่เงินไหลออกมา

  • เยี่ยมชาวบ้านและทหารชายแดน สร้างขวัญกำลังใจ
  • ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร เรียกร้องให้ยกย่องผู้ปกป้องชาติ
  • เตือนภัยรัฐบาลผสมส้ม-แดง ไร้ความจริงใจ
  • รณรงค์ต่อต้านซื้อเสียง ปกป้องประชาธิปไตย

การลงพื้นที่ครั้งนี้ของ “ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์พรรครักชาติที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและประชาชน การเมืองไทยในช่วงนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ชายแดนที่เปราะบาง การทุจริตเลือกตั้ง และพรรคการเมืองที่ขาดความรับผิดชอบ พรรครักชาติยืนหยัดปกป้องชาติ ด้วยนโยบายที่ชัดเจน เช่น เสริมแกร่งกองทัพ ลดทุจริต และพัฒนาชายแดนให้ยั่งยืน

ในมุมมองผู้เขียน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้นำที่รักชาติจริง ไม่ใช่พวกที่เกาะกิน คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง หากสนับสนุนพรรครักชาติ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อชาติที่เข้มแข็ง

อ.เจษฎ์ ปราศรัย

ที่มา – “ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร

“ควีนแม็กซิมา” เริ่มฝึกทหารกองหนุนยุโรป

“ควีนแม็กซิมา” แห่งเนเธอร์แลนด์ เริ่มฝึกเป็นทหารกองหนุน รับมือความไม่มั่นคงยุโรป เป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก โดยสมเด็จพระราชินีแม็กซิมา พระชนมพรรษา 54 พรรษา พระมเหสีของสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ ทรงตัดสินพระทัยเข้ารับการฝึกทหารกองหนุนท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในยุโรป การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแสดงถึงพระราชปณิธานในการปกป้องชาติ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวเนเธอร์แลนด์ตื่นตัวด้านความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

“ควีนแม็กซิมา” แห่งเนเธอร์แลนด์ เริ่มฝึกเป็นทหารกองหนุน รับมือความไม่มั่นคงยุโรป

กองทัพเนเธอร์แลนด์ประกาศอย่างเป็นทางการว่า สมเด็จพระราชินีแม็กซิมาได้เริ่มเข้ารับการฝึกในสัปดาห์นี้แล้ว หลังจากที่ยุโรปกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสงครามรัสเซียบุกยูเครน ซึ่งทำให้หลายประเทศในนาโตต้องเร่งเสริมกำลังทหาร กระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ระบุชัดเจนว่า “ความปลอดภัยของชาติไม่ใช่เรื่องที่มองข้ามได้อีกต่อไป” พระราชินีจึงทรงสมัครเป็นทหารกองหนุนเพื่อมีส่วนร่วมในการปกป้องประเทศ เช่นเดียวกับพลเรือนทั่วไป

ก่อนหน้านี้ เจ้าหญิงอามาเลีย มกุฎราชกุมารี บุตรสาวของพระราชินี ก็ทรงสำเร็จการฝึกทหารขั้นพื้นฐานเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมราชวงศ์ยุโรปที่เตรียมพร้อมสำหรับบทบาทในอนาคต เช่น เจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งเบลเยียมที่ทรงเข้าโรงเรียนทหารมาแล้ว การที่ “ควีนแม็กซิมา” แห่งเนเธอร์แลนด์ เริ่มฝึกเป็นทหารกองหนุน รับมือความไม่มั่นคงยุโรป จึงยิ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของราชวงศ์ในการใกล้ชิดประชาชน

หลักสูตรฝึกทหารกองหนุนของพระราชินีแม็กซิมา

สำนักพระราชวังเผยแพร่ภาพพระกรณียกิจการฝึกที่วิทยาลัยการทหารเมืองเบรดา พระราชินีประทับในชุดทหาร ทรงฝึกอย่างขะมักเขม้น หลักสูตรครอบคลุมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมีกิจกรรมหลักดังนี้

  • ฝึกยิงปืนพก: พัฒนาทักษะการใช้อาวุธเบื้องต้น
  • ฝึกปีนหน้าผาจำลอง: สร้างความแข็งแกร่งทางร่างกายและการเอาตัวรอด
  • ฝึกกระโดดน้ำ: ใช้อุปกรณ์ดำน้ำและชุดทหารพิเศษ
  • การอ่านแผนที่และกฎหมายทหาร: ความรู้พื้นฐานสำหรับปฏิบัติการภาคสนาม
  • การป้องกันตัวและความแข็งแกร่งร่างกาย: เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์

เมื่อทรงสำเร็จหลักสูตร พระราชินีจะได้รับยศ พันโท และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ช่วยชาติได้ทุกเมื่อ ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมในการดึงดูดเยาวชนเข้ากองหนุน

สถานการณ์ทหารเนเธอร์แลนด์และยุโรป

ปัจจุบัน เนเธอร์แลนด์มีกำลังพลทหารรวมกองหนุนราว 80,000 นาย แต่รัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มเป็น 122,000 นาย เพื่อรับมือภัยจากรัสเซีย ไม่ใช่เนเธอร์แลนด์ประเทศเดียวที่ปรับตัว ประเทศยุโรปอื่นๆ ก็เร่งเสริมแกร่งเช่นกัน

  • เยอรมนี: อนุมัติแผนรับสมัครอาสาสมัครทหารเพิ่มจำนวนมาก
  • ฝรั่งเศส: เปิดโครงการฝึกอาสาสมัครวัย 18-19 ปี เป้า 50,000 คนต่อปีภายใน 2035
  • เดนมาร์ก: ขยายการเกณฑ์ทหารครอบคลุมสตรีครั้งแรก
  • เบลเยียม: ฟื้นฟูกองพลทหาร 2 กองพลใหม่

พลอากาศเอก ฌอง-ปอล ปาโลเมรอส อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศฝรั่งเศส กล่าวว่า “นี่คือหนทางยากลำบากที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาล แต่จำเป็นเพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า เสรีภาพไม่ได้มาฟรีๆ”

การที่ “ควีนแม็กซิมา” แห่งเนเธอร์แลนด์ เริ่มฝึกเป็นทหารกองหนุน รับมือความไม่มั่นคงยุโรป แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำที่กล้าลงมือทำจริง ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีผู้นำที่เป็นตัวอย่างเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น คุณคิดว่าประเทศไทยควรมีแนวทางคล้ายกันหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข่าวสำคัญนี้ด้วยนะครับ!

ที่มา – “ควีนแม็กซิมา” แห่งเนเธอร์แลนด์ เริ่มฝึกเป็นทหารกองหนุน รับมือความไม่มั่นคงยุโรป

“กัน จอมพลัง” จัดตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ตั้งชายแดน บ้านทมอดา

“กัน จอมพลัง” จัดตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ตั้งชายแดน บ้านทมอดา สร้างความฮือฮาและความมั่นใจให้ชาวบ้านพื้นที่ชายแดน จังหวัดตราด ล่าสุดตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดเดินทางมาถึงแล้ว เตรียมวางแนวป้องกันจุดเสี่ยง ท่ามกลางกระแสข่าวการปะทะรอบที่ 3 ที่ชาวบ้านคาดการณ์ไว้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงเสริมความมั่นคงชายแดน แต่ยังแสดงถึงจิตสำนึกของบุคคลสาธารณะในการช่วยเหลือชาติ

“กัน จอมพลัง” จัดตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ตั้งชายแดน บ้านทมอดา

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณวัดท่าเส้น ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด พบรถเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 25 คัน รวมทั้งหมด 50 ตู้ จอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบภายในวัด ตู้เหล่านี้เป็นของนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือที่รู้จักในนาม “กัน จอมพลัง” นักธุรกิจชื่อดังจากจังหวัดชลบุรี โดยมีการประสานงานร่วมกับกองทัพเรือ ทหารนาวิกโยธิน เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ชายแดนบ้านทมอดา

ตู้คอนเทนเนอร์ กัน จอมพลัง ชายแดนบ้านทมอดา

วัตถุประสงค์ของการจัดตู้คอนเทนเนอร์ชายแดน

การดำเนินการ “กัน จอมพลัง” จัดตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ตั้งชายแดน บ้านทมอดา มีเป้าหมายหลักเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และเพิ่มแนวป้องกันในจุดเสี่ยงต่างๆ ตู้คอนเทนเนอร์เหล่านี้จะถูกวางเรียงต่อเนื่องตลอดแนวชายแดนในเขตรับผิดชอบ ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานความมั่นคง สร้างความอุ่นใจให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้นเป็นระยะ

บ้านทมอดาเป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญของจังหวัดตราด ซึ่งมีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งมานาน พื้นที่นี้มักเป็นจุดล่อเป้าของการแทรกซึมและเหตุการณ์ไม่สงบ การนำตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นรั้วชั่วคราวหรือกำแพงป้องกัน จะช่วยบดบังการมองเห็น ลดจุดอ่อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการลาดตระเวน นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งให้เป็นด่านตรวจหรือที่พักชั่วคราวได้อย่างยืดหยุ่น

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านและประโยชน์ที่คาดหวัง

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างกล่าวขอบคุณ “กัน จอมพลัง” ที่ริเริ่มโครงการนี้ โดยเชื่อว่าตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการปะทะตามแนวชายแดน โดยเฉพาะที่ชาวบ้านคาดการณ์ว่าจะเกิด “ปะทะรอบที่ 3” แน่นอน จากเหตุการณ์รอบก่อนๆ ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวและชุมชน การมีแนวป้องกันที่แข็งแกร่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ได้ดีขึ้น และประชาชนใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

  • เสริมความมั่นคง: สร้างกำแพงป้องกันจุดเสี่ยงชายแดน
  • ประหยัดงบประมาณ: ใช้ตู้คอนเทนเนอร์แทนการก่อสร้างถาวร
  • ยืดหยุ่น: สามารถย้ายตำแหน่งได้ตามสถานการณ์
  • สร้างขวัญกำลังใจ: แสดงความสามัคคีของคนไทยในการปกป้องชาติ

“กัน จอมพลัง” หรือนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในวงการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ มีชื่อเสียงจากการช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การบริจาคสิ่งของในช่วงโควิด-19 และโครงการพัฒนาชุมชน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของเขาในฐานะผู้มีจิตสาธารณะที่มองเห็นปัญหาชาติและลงมือแก้ไขทันที

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นตู้เก่าที่ผ่านการปรับปรุง ทำให้ประหยัดต้นทุนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในอนาคต หากรัฐบาลสนับสนุนเพิ่มเติม อาจขยายโครงการไปยังพื้นที่ชายแดนอื่นๆ ได้

การช่วยเหลือแบบนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้กับประชาชน สุดท้ายแล้ว ความมั่นคงของชาติต้องมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน คุณคิดอย่างไรกับการริเริ่มของ “กัน จอมพลัง” นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นทราบถึงข่าวดีนี้ด้วยนะ

ที่มา – “กัน จอมพลัง” จัดตู้คอนเทนเนอร์ 50 ตู้ ตั้งชายแดน บ้านทมอดา

เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ฝนตก อย่าลืมพกร่ม เช็กเลย!

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ฝนตกกันเถอะ เพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมตัวไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งสำคัญ อย่าลืมเช็กพยากรณ์อากาศด้วยนะ เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนแล้วว่าหลายจังหวัดจะเจอฝนตกในวันนั้น อาจทำให้การเดินทางลำบากขึ้นได้ ถ้าพกร่มหรือเสื้อกันฝนไป จะช่วยให้ไปโหวตได้สบายใจมากขึ้นเลยล่ะ

ตามที่กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศช่วงวันเลือกตั้ง 2569 (หรือที่เรียกกันว่าเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ฝนตก) ฝนจะเริ่มมีตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. ในกรุงเทพฯ ช่วงเย็น แต่ยังไม่หนักมาก พอถึงวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งจริงๆ ฝนจะเริ่มก่อตัวช่วงเที่ยงถึงบ่าย และอาจมีต่อเนื่องถึงเย็น แต่ไม่ใช่ฝนตกหนักแช่ฝน ส่วนใหญ่เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง เคลื่อนตัวเร็ว ดังนั้นช่วงเช้าถึงเที่ยงน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปคะแนน เพราะโอกาสเจอฝนน้อยกว่า

พยากรณ์อากาศเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ฝนตก

พยากรณ์ “เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ฝนตก” แต่ละภาค

มาเช็กกันทีละภาคเลยว่าเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ฝนตกที่ไหนบ้าง เพื่อนๆ จะได้เตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้ฝนมาขัดจังหวะการใช้สิทธิ์นะ

ภาคเหนือในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ฝนตก

  • ฝนเล็กน้อยบางจุด โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา น่าน
  • จังหวัดข้างเคียงอาจมีฝนปรอยๆ ตามมา

อากาศทางเหนือโดยรวมยังเย็นสบาย แต่ฝนอาจทำให้ถนนลื่น ระวังรถด้วยนะ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • ฝนเล็กน้อยตอนล่าง เช่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ

อีสานบ้านเราอาจเจอฝนเบาๆ แต่ไม่น่าจะกระทบมาก ถ้ารถติดก็ลองไปเช้าๆ

ภาคกลางและกรุงเทพฯ

  • เน้นตอนล่าง กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี อุทัยธานี สระบุรี
  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโอกาสสูงช่วงบ่าย

คนกรุงอย่างเราๆ คงชินกับฝน แต่พกร่มไว้ดีกว่า เดี๋ยวคิวโหวตยาวฝนเทกระหน่ำ

ภาคตะวันออก

  • ฝนตกเกือบทุกจังหวัด โอกาสสูงกว่าภาคอื่น 30-40%
  • ชลบุรี จันทบุรี ตราด น่าจะเปียกสุด

ฝั่งตะวันออกทะเลอาจซัดฝนแรง ใส่รองเท้ากันลื่นไปเลย

ภาคใต้

  • ฝนตอนกลางถึงบน เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
  • ฝั่งอันดามันฝนน้อยกว่า

ใต้ฝนเยอะอยู่แล้ว แต่เช็กจุดโหวตว่ามีหลังคาหรือเปล่า

นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับวันเลือกตั้ง เช่น สวมเสื้อกันฝนแบบบาง พกน้ำดื่มและของว่าง เตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม และเช็กเวลาที่สถานีเลือกตั้งล่วงหน้า ถ้าฝนตกหนักจริงๆ ลองใช้แอปกรมอุตุฯ อัพเดท real-time ได้เลย สิทธิ์โหวตของคุณมีค่ามาก ฝนตกแค่นิดเดียวไม่ใช่ปัญหาใหญ่

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนไปใช้สิทธิ์กันเยอะๆ นะ แม้เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ฝนตก แต่เราจะไม่ยอมแพ้ต่อสภาพอากาศ ไปโหวตแล้วแวะกินกาแฟรอฝนหยุดต่อ รับรองสนุก! แชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยล่ะ อย่าลืมติดตามพยากรณ์ล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยา

ที่มา – เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 อย่าลืมพกร่ม หลายจังหวัดเจอ “ฝนตก” เช็กเลยที่ไหนบ้าง

สิงคโปร์ขึ้นค่าธรรมเนียมรถต่างชาติเข้าเมือง เริ่ม 2027

เพื่อนๆ ที่ชอบขับรถไปเที่ยวสิงคโปร์หรือทำธุรกิจแถบนั้นเตรียมตัวเลยนะ เพราะ สิงคโปร์ขึ้นค่าธรรมเนียมรถต่างชาติเข้าเมือง แล้ว! สำนักงานขนส่งทางบกสิงคโปร์ หรือ LTA ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียม Vehicle Entry Permit (VEP) อย่างเป็นทางการ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป นโยบายนี้จะทำให้การขับรถจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากมาเลเซียหรือไทย เข้าสิงคโปร์แพงขึ้นแบบเห็นได้ชัด โดยเฉพาะรถยนต์ที่ต้องจ่ายวันละ 50 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 1,370 บาท) จากเดิมที่ถูกกว่านี้มาก

สิงคโปร์ขึ้นค่าธรรมเนียมรถต่างชาติเข้าเมือง: รายละเอียดอัตราใหม่

มาดูกันชัดๆ ว่าปรับขึ้นยังไงบ้าง สำหรับรถยนต์ที่จดทะเบียนต่างประเทศ อัตราค่า VEP ใหม่คือ 50 SGD ต่อวัน ส่วนรถจักรยานยนต์เพิ่มเป็น 7 SGD ต่อวัน จากเดิมรถยนต์ 35 SGD และมอเตอร์ไซค์ 4 SGD ค่าธรรมเนียมนี้เรียกเก็บทุกวัน ยกเว้นเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของสิงคโปร์เท่านั้น ทำให้ถ้าคุณไปทำงานหรือเที่ยวช่วง平日 ต้องจ่ายแน่นอน

ที่สำคัญ LTA ยกเลิกสิทธิพิเศษหลายอย่าง เช่น สิทธิเข้าเมืองฟรี 10 วันต่อปี, ช่วงเวลาเข้าเมืองฟรีหลัง 17.00 น. ถึง 02.00 น. ของวันถัดไป และยกเว้นค่าธรรมเนียมช่วงปิดเทอมมิถุนายน-ธันวาคม ตั้งแต่ปี 2027 รถต่างชาติแทบจะต้องจ่ายทุกครั้งที่ข้ามแดนเข้าไปใช้ถนนสิงคโปร์เลยทีเดียว

ผลกระทบต่อรถบรรทุกและผู้ประกอบการ

ไม่ใช่แค่รถยนต์ส่วนบุคคลนะ รถบรรทุกสินค้าหรือ Goods Vehicle Permit (GVP) ก็โดนด้วย จาก 40 SGD ต่อเดือน เพิ่มเป็น 70 SGD ต่อเดือน (ราว 1,910 บาท) ผู้ประกอบการที่ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากมาเลเซียไปสิงคโปร์ ต้องคำนวณต้นทุนใหม่ด่วนๆ แต่ยังมีทางออก หากซื้อ GVP ก่อน 1 ม.ค. 2027 สามารถล็อคอัตราเก่าได้ แต่ถ้าช่วงใบอนุญาตเลยวันที่นั้น จะคิดอัตราใหม่ทันที

  • รถยนต์: 50 SGD/วัน (จาก 35 SGD)
  • รถจักรยานยนต์: 7 SGD/วัน (จาก 4 SGD)
  • รถบรรทุก GVP: 70 SGD/เดือน (จาก 40 SGD)

ทำไมสิงคโปร์ถึงขึ้นค่าธรรมเนียมรถต่างชาติเข้าเมือง?

LTA อธิบายว่าการปรับขึ้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนนโยบาย เพื่อให้ต้นทุนการใช้รถต่างชาติใกล้เคียงกับรถที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ เพราะช่วงหลังๆ ช่องว่างค่าใช้จ่ายกว้างขึ้นมาก สิงคโปร์อยากส่งเสริมให้ใช้รถ本地 ลดการจราจรติดขัด และจัดการสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีข่าวเรื่อง On-Board Unit (OBU) สำหรับระบบ ERP2

OBU และค่าผ่านทาง ERP สำหรับรถต่างชาติ

ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2027 รถต่างชาติที่ไม่มี OBU จะถูกคิดค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (ERP) แบบเหมาจ่าย รถยนต์ 10 SGD/วันใช้งาน มอเตอร์ไซค์ 3 SGD/วัน แม้ยังไม่บังคับติด OBU (ยกเว้นแท็กซี่มาเลย์) แต่เจ้าของรถสามารถติดตั้งได้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2026 ในราคา 158.70 SGD (รวม GST 9%) สูงสุดถึง 31 ธ.ค. 2026 เพื่อจูงใจ ค่าติดตั้งแยกต่างหาก ทำได้เฉพาะศูนย์ในสิงคโปร์เท่านั้น

นโยบายนี้กระทบใครบ้าง? โดยเฉพาะคนไทยและมาเลย์ที่ขับรถข้ามไปช้อปปิ้งที่ Johor Bahru แล้วต่อเข้าเมืองสิงคโปร์ หรือนักธุรกิจที่ขนส่งสินค้า ต้นทุนเพิ่มขึ้นชัดเจน อาจทำให้คนหันไปใช้ MRT, Grab หรือบินแทนรถส่วนตัว แต่มันสะท้อนถึงการจัดการจราจรที่เข้มงวดของสิงคโปร์จริงๆ

ในมุมมองผม นี่เป็นสัญญาณว่าสิงคโปร์กำลังผลักดันให้ทุกอย่างเป็นดิจิทัลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าคุณเป็นสายขับรถเที่ยว ควรเริ่มวางแผนงบประมาณใหม่ตั้งแต่ตอนนี้ หรือลองพิจารณาทางเลือกอื่นๆ เช่น รถไฟฟ้า หรือเช่ารถในสิงคโปร์แทน เพื่อประหยัดและลดความยุ่งยาก อย่าลืมติดตามอัพเดทเพิ่มเติมนะ!

ที่มา – สิงคโปร์ขึ้นค่าธรรมเนียมรถต่างชาติเข้าเมือง เริ่มปี 2027 รถยนต์จ่ายวันละ 50 ดอลลาร์สิงคโปร์

ทรัมป์เปิดตัว “TrumpRx” เว็บยาราคาประหยัด ลดภาระค่ารักษา

ทรัมป์เปิดตัว “TrumpRx” เว็บไซต์ยาราคาประหยัด กลายเป็นข่าวใหญ่ที่คนสนใจมาก โดยเฉพาะคนอเมริกันที่กำลังเจอปัญหาค่ายาแพงหูฉี่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเปิดตัวเว็บไซต์ TrumpRx.gov อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ในราคาที่ถูกลงแบบเห็นผลชัดเจน นโยบายนี้ถือเป็นไม้ตายสำคัญในการต่อสู้กับราคายาที่สูงลิ่วในสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลเรื่องความคุ้มค่าและผลกระทบต่อผู้มีประกันสุขภาพ

ทรัมป์เปิดตัว “TrumpRx” เว็บไซต์ยาราคาประหยัด หวังลดภาระค่ารักษาคนอเมริกัน

งานเปิดตัวจัดยิ่งใหญ่ที่ทำเนียบขาวเลยนะ มี นพ.เมห์เมต ออซ ผู้บริหารศูนย์บริการ Medicare และ Medicaid กับโจ เก็บเบีย ผู้ร่วมก่อตั้ง Airbnb มาร่วมด้วย ทรัมป์บอกตรงๆ ว่าทำไมถึงทำโครงการนี้ ก็เพราะอยากช่วยให้ชาวอเมริกันประหยัดเงินและมีสุขภาพดีขึ้นไง รัฐบาลสหรัฐฯ ยังเซ็นข้อตกลงสุดพิเศษ “Most-favored Nation” กับ 16 บริษัทยายักษ์ใหญ่ทั่วโลก แลกกับการยกเว้นภาษีนำเข้า ทำให้บริษัทเหล่านี้ยอมลดราคายาให้กับโครงการ Medicaid และคนที่จ่ายเงินสดผ่าน TrumpRx

ยอดฮิตที่ราคาพุ่งลดฮวบ

ตัวอย่างชัดๆ เลยคือ Eli Lilly และ Novo Nordisk ที่ตกลงลดราคายาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 อย่าง Ozempic และ Wegovy เหลือแค่เดือนละ 149-350 ดอลลาร์ จากเดิมที่ทะลุ 1,000 ดอลลาร์ไปเลย ส่วน Wegovy ชนิดเม็ดที่เพิ่งเปิดตัว ก็ขายตรงถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางนี้ก่อน รอประกันเคลียร์เรื่องคุ้มครอง ผู้บริหาร Novo Nordisk บอกว่า TrumpRx จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยา FDA รับรองได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่จ่ายเอง

ตอนนี้คนอเมริกันจ่ายค่ายาแพงกว่าประเทศอื่นๆ ที่พัฒนาแล้วเกือบ 3 เท่า! ทรัมป์เลยกดดันบริษัทยาตลอด บริษัทที่ร่วมโปรเจกต์ยังมี Pfizer, AstraZeneca, Merck และอื่นๆ อีกเพียบ

  • Merck: Januvia รักษาเบาหวาน
  • Sanofi: Plavix ละลายลิ่มเลือด
  • Amgen: Repatha ลดคอเลสเตอรอล
  • Gilead: Epclusa รักษาไวรัสตับอักเสบซี
  • อื่นๆ: Gonal-F และ Cetrotide ช่วยเจริญพันธุ์

เว็บ TrumpRx ใช้ระบบของ GoodRx ไม่ขายยาเอง แต่เชื่อมต่อไปยังเว็บอื่นๆ เพื่อสั่งซื้อสะดวกสุดๆ

ข้อดี-ข้อจำกัดของ TrumpRx

แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญเตือนนะ ว่าผลประหยัดจริงๆ ยังไม่ชัด โดยเฉพาะคนมีประกันเพราะอาจไม่นับรวมในวงเงิน จูเลียต คูบันสกี จาก KFF บอกว่าโครงการนี้ดีกับบางกลุ่ม แต่ไม่ใช่การลดราคาทั้งระบบ แถมนายกวิเคราะห์ว่าบริษัทยาได้ประโยชน์จากการขายตรง ไม่ผ่านประกัน และขายลดยังดีกว่าไม่ขาย

โดยรวมแล้ว ทรัมป์เปิดตัว “TrumpRx” เว็บไซต์ยาราคาประหยัด นี่คือก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมค่ารักษาพยาบาลในอเมริกา ถ้าประสบความสำเร็จจริง ลองนึกภาพสิ ค่ายาไม่แพงขนาดนี้ ชาวอเมริกันจะโล่งใจแค่ไหน

คุณคิดยังไงกับนโยบายนี้? ถ้าสนใจเรื่องสุขภาพและค่ารักษา ติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวสารล่าสุดได้เลย หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะ!

นโยบาย TrumpRx อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปค่ายาในสหรัฐฯ ที่รอคอยมานาน

ที่มา – ทรัมป์เปิดตัว “TrumpRx” เว็บไซต์ยาราคาประหยัด หวังลดภาระค่ารักษาคนอเมริกัน

ทรัมป์ เมินธรรมเนียมการทูต หนุนซานาเอะ ทาคาอิจิ

ทรัมป์ เมินธรรมเนียมการทูต ประกาศหนุนซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอย่างเปิดเผย ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์นี้ สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก ส่งสัญญาณนัดพบกันที่วอชิงตันในเดือนมีนาคมนี้ด้วย

ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา ได้สร้างเซอร์ไพรส์ทางการเมืองอีกครั้ง ด้วยการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงการสนับสนุนนางซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลอย่างชัดเจน ท่ามกลางกระแสการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นที่กำลังตึงเครียด

ทรัมป์ เมินธรรมเนียมการทูต ประกาศหนุนซานาเอะ ทาคาอิจิ

ทรัมป์ระบุในโพสต์ว่า เขาประทับใจในตัวซานาเอะ ทาคาอิจิ อย่างมาก จากการพบปะกันระหว่างทริปเยือนญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว “เธอเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม ผลงานของเธอและพรรคร่วมรัฐบาลสมควรได้รับการยกย่อง” ทรัมป์เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เน้นย้ำว่า “SHE WILL NOT DISAPPOINT THE JAPANESE PEOPLE!” และประกาศในฐานะผู้นำสหรัฐฯ ว่าจะสนับสนุนเธอเต็มที่

การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาประกาศหนุนผู้นำหรือพรรคการเมืองพันธมิตรอย่างเปิดเผยในช่วงใกล้เลือกตั้ง ซึ่งขัดกับธรรมเนียมการทูตแบบดั้งเดิมที่มักยึดหลักไม่แทรกแซงการเมืองภายในประเทศอื่น แม้ญี่ปุ่นจะเป็นพันธมิตรสำคัญที่สุดของสหรัฐในเอเชียก็ตาม

อย่างไรก็ดี สไตล์ของทรัมป์ไม่ใช่เรื่องแปลก เขาเคยแสดงการสนับสนุนผู้นำที่ชื่นชอบมาแล้วหลายครั้ง เช่น นายวิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี ที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมคล้ายกัน หรือผู้นำอื่นๆ ในยุโรปและเอเชีย ทรัมป์มักใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือทูตโดยตรง แบบไม่สนใจพิธีรีตอง

ทรัมป์ เมินธรรมเนียมการทูต ประกาศหนุนซานาเอะ ทาคาอิจิ จะกระทบอย่างไร

ซานาเอะ ทาคาอิจิ เป็นนักการเมืองสาวไฟแรงของญี่ปุ่น อายุ 63 ปี เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง รวมถึงเศรษฐกิจ ดิจิทัล และนโยบายปฏิบัติการ เธอมีชื่อเสียงจากทัศนคติอนุรักษนิยม ชาตินิยม สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนญี่ปุ่นให้กองทัพมีบทบาทมากขึ้น และกระชับสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ภายใต้นโยบายอินโด-แปซิฟิกที่แข็งกร้าวต่อจีน

การที่ทรัมป์ออกหนุนแบบนี้ อาจช่วยเสริมภาพลักษณ์ของทาคาอิจิในสายตาแฟนคลับอนุรักษนิยมของญี่ปุ่น แต่ก็เสี่ยงถูกวิจารณ์ว่าเป็นการแทรกแซงจากต่างชาติ โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่อาจใช้ประเด็นนี้โจมตี

  • ประโยชน์ต่อทาคาอิจิ: ได้รับการรับรองจากผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือด้านความมั่นคง
  • ผลต่อความสัมพันธ์สหรัฐ-ญี่ปุ่น: ถ้าทาคาอิจิชนะ อาจนำไปสู่ข้อตกลง貿易และทหารที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะนัดพบที่วอชิงตันวันที่ 19 มีนาคม
  • ความเสี่ยง: อาจจุดชนวนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเอกราชของญี่ปุ่น
  • บริบทการเลือกตั้ง: พรรค LDP กำลังเผชิญสแกนดัลเงินทุน ทำให้คะแนนนำไม่แน่นอน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศนัดพบหารือกันที่กรุงวอชิงตันในเดือนมีนาคม ซึ่งคาดว่าจะหารือประเด็นสำคัญ เช่น การค้า การป้องกันจีน และเศรษฐกิจโลก การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของทรัมป์ที่ชอบผู้นำเข้มแข็งแบบตัวเขาเอง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การท้าทายธรรมเนียมการทูตของทรัมป์อาจเปลี่ยนแปลงเกมการเมืองญี่ปุ่น หากซานาเอะ ทาคาอิจิชนะ เธออาจกลายเป็นนายกฯหญิงคนใหม่ที่ใกล้ชิดกับวอชิงตันมากที่สุด

คุณคิดอย่างไรกับการที่ทรัมป์ เมินธรรมเนียมการทูต ประกาศหนุนซานาเอะ ทาคาอิจิ? มันจะช่วยหรือขัดขวางการเลือกตั้งญี่ปุ่น? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองนานาชาติจากเราเพื่ออัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ทรัมป์ เมินธรรมเนียมการทูต ประกาศหนุน“ซานาเอะ ทาคาอิจิ”ก่อนเลือกตั้งญี่ปุ่น นัดพบที่วอชิงตัน มี.ค.

พีระพันธุ์ อัด กกต. อ้างสีข้างถลอกไร้ MOU ธปท.

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ดราม่าร้อนแรงมาก เมื่อ พีระพันธุ์ อัด กกต. อย่างจัง เรื่องสองมาตรฐานในการตรวจสอบการเลือกตั้ง โดยเฉพาะปม “ซีเค เจิง” กับเงินสด 450 ล้านบาทที่หายวับไปไหนไม่รู้ วันนี้เรามาเจาะลึกกันแบบเป็นกันเอง ว่าปมนี้มันเกิดอะไรขึ้น และทำไมถึงเป็นประเด็นใหญ่โตขนาดนี้

พีระพันธุ์ อัด กกต. อ้างสีข้างถลอกไร้ MOU ธปท.

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกมา พีระพันธุ์ อัด กกต. แบบไม่ยั้ง หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกนายซีเค เจิง คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังมาสอบสวน กรณีโพสต์คลิปยายถูกซื้อเสียงคนละ 2,000 บาท แต่กลับเมินกรณีเบิกถอนเงินสดผิดปกติถึง 450 ล้านบาทในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังออกมาแฉเองเลยว่า พบการเบิกเงินสดจำนวนมหาศาลจากธนาคารพาณิชย์ในลักษณะไม่ปกติ รวมมูลค่าประมาณ 450 ล้านบาท พีระพันธุ์บอกว่า อยู่การเมืองมานานกว่า 30 ปี ไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แม้ไม่ใช่ช่วงเลือกตั้ง การเบิกเงินสดขนาดนี้ก็ผิดปกติแล้ว ยิ่งเป็นช่วงหาเสียง ยิ่งน่าสงสัยหนัก เงินไปไหน? เอาไปทำอะไร? สืบไม่ยากเพราะมีหลักฐานธนาคารชัดเจน

ปม “ซีเค เจิง” กับการซื้อเสียง 2,000 บาท

กรณีของ “ซีเค เจิง” กลายเป็นจุดเริ่มต้นดราม่า เมื่อเขาออกมาแฉเรื่องยายถูกซื้อเสียง 2,000 บาทต่อคน กกต. ไม่รอช้า รีบเรียกสอบทันที แต่พอเจอประเด็นใหญ่กว่าอย่างเงิน 450 ล้าน กลับอ้างว่า “สีข้างถลอก” หรือไม่มี MOU กับธปท. ไม่สามารถตรวจสอบได้ พีระพันธุ์ตั้งคำถามหนักว่า นี่สองมาตรฐานชัดๆ หรือเปล่า?

ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง กกต. มีอำนาจเต็มที่ในการสืบสวน หากมีพฤติการณ์น่าสงสัยกระทบความบริสุทธิ์ยุติธรรม สำนักงานกกต. ต้องสนับสนุน ถ้าละเลยอาจโดนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นหน้าที่ พีระพันธุ์ยังย้ำว่า ในอดีตเคยเตือนกกต. ชุดก่อนๆ เรื่องหลักเกณฑ์เลือกตั้งไม่ชอบกฎหมาย แต่ไม่ฟัง จนศาลตัดสินจำคุกทีหลัง

  • จุดสังเกตหลัก: กกต. สอบเงิน 2,000 บาท แต่เมิน 450 ล้าน
  • ผู้ว่าฯ ธปท. เป็นพยานหลักฐานสำคัญ แต่ไม่ขยับ
  • อ้างไม่มี MOU แต่กฎหมายให้อำนาจอยู่แล้ว
  • ประชาชนสงสัย ซีเค เจิงผิดจริงไหม? ต้องดูพยานหลักฐาน

ทำไมประเด็นเงินสด 450 ล้านถึงสำคัญ?

การเบิกเงินสดจำนวนมากในช่วงเลือกตั้ง มันชี้ชัดถึงปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงระดับใหญ่ ซึ่งเป็นมะเร็งร้ายของระบบประชาธิปไตยไทย พีระพันธุ์เรียกร้องให้กกต. และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม รักษาความบริสุทธิ์ของการเลือกตั้ง หากปล่อยผ่าน จะยิ่งทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่น

จากประสบการณ์นักการเมืองรุ่นใหญ่ พีระพันธุ์มองว่าปมนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก อาจเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มอำนาจบางกลุ่มที่อยากครอบงำผลเลือกตั้ง เราควรติดตามใกล้ชิด เพราะมันกระทบอนาคตชาติโดยตรง

ในมุมมองของเรา การเมืองไทยจะก้าวหน้าได้ ต้องกำจัดทุจริตตั้งแต่ต้นทางแบบนี้แหละ คุณล่ะคิดเห็นยังไง? คิดว่ากกต. ควรเร่งสอบเงิน 450 ล้านไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้ประเด็นนี้แพร่หลายนะ!

ที่มา – “พีระพันธุ์” อัด กกต. อ้างสีข้างถลอก ไร้ MOU ธปท. แต่ปม “ซีเค เจิง” กับเร่งสอบ

“ดร.การดี” นำเกม พงศ์พล หาเสียงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เขต 7

“ดร.การดี” นำ “เกม พงศ์พล” ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม. เป็นกิจกรรมที่สร้างสีสันและได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตลาดศรีย่าน ซึ่งเป็นหัวใจของชุมชนดุสิต-บางซื่อ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายพงศ์พล เตมีย์ หรือ “เกม” ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 7 หมายเลข 1 ของพรรคเดียวกัน

“ดร.การดี” นำ “เกม พงศ์พล” ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม.

กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยทั้งสองได้ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตามนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ที่มุ่งแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากต้นทาง ด้วยการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของคนกรุงเทพฯ การขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าลงพื้นที่ไม่เพียงแต่เป็นการหาเสียงแบบสร้างสรรค์ แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างแท้จริง

นโยบายแก้ PM 2.5 ด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ฝุ่น PM 2.5 เป็นภัยร้ายที่คุกคามสุขภาพคนไทยมานาน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์จำนวนมากปล่อยควันดำ การใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงเป็นทางออกที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอไว้ชัดเจน ไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำจริงในกิจกรรมหาเสียง “ดร.การดี” และ “เกม พงศ์พล” ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดศรีย่าน แจกนโยบาย และรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนให้การตอบรับดีเยี่ยม ส่งกำลังใจอย่างอบอุ่น

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังชวนประชาชนมาร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ One Bangkok ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ซึ่งจะเป็นโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 2569 ที่จะมีการนำเสนอนโยบายเด่นๆ เพิ่มเติม

  • นโยบายสิ่งแวดล้อม: ส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้า ลด PM 2.5 จากต้นทาง
  • นโยบายเศรษฐกิจ: สนับสนุน SME ในตลาดชุมชนอย่างตลาดศรีย่าน
  • นโยบายสาธารณสุข: ป้องกันโรคจากมลพิษทางอากาศ
  • นโยบายคมนาคม: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์

“ดร.การดี” นำ “เกม พงศ์พล” ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม. แบบนี้ ทำให้เห็นภาพการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น ไม่ใช่แค่นั่งรถตู้หรู แต่ลงพื้นจริง ใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเหมาะกับยุคสมัยที่ทุกคนห่วงใยสุขภาพและโลกใบนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ เขต 7 ที่ครอบคลุมดุสิตและบางซื่อ มีประเด็นสำคัญอย่างการจราจรติดขัด มลพิษ และเศรษฐกิจชุมชน พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของดร.การดี จึงเน้นนโยบายที่แก้ปัญหาได้จริง

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์มีผลงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน เช่น การผลักดันกฎหมายลดมลพิษ การสนับสนุนพลังงานทดแทน หาก “เกม พงศ์พล” ได้รับเลือกตั้ง จะสานต่อนโยบายเหล่านี้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ประชาชนในเขต 7 สามารถคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้

ในมุมมองของผม การหาเสียงด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่เพียงสร้างภาพ แต่เป็นการสื่อสารนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใครที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม การจราจร และอนาคตของกรุงเทพฯ อย่าพลาดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ One Bangkok นะครับ มาฟังนโยบายตรงๆ จากปาก “ดร.การดี” และทีม รับรองได้ไอเดียใหม่ๆ ที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงๆ สนับสนุนผู้สมัครที่คิดถึงประชาชนแบบนี้กันเถอะ!

ที่มา – “ดร.การดี” นำ “เกม พงศ์พล” ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม.