วัน: 8 กุมภาพันธ์ 2026

“เท้ง” ยอมรับไม่ใช่พรรคอันดับ 1 ยันไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง

หลังจากผลการเลือกตั้งทั่วไปและการลงประชามติออกมาแบบไม่เป็นทางการแล้ว “เท้ง” ยอมรับไม่ใช่พรรคอันดับ 1 ก็กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแถลงข่าวอย่างชัดเจน โดยยอมรับสถานการณ์ปัจจุบันของพรรค และยืนยันจุดยืนที่สำคัญของพรรคในการไม่ตั้งรัฐบาลแข่งขันกับพรรคอื่น

เท้ง ยอมรับไม่ใช่พรรคอันดับ 1

ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เท้ง ณัฐพงษ์ ได้จัดการแถลงข่าวหลังจากทราบผลการเลือกตั้งเบื้องต้น โดยเริ่มต้นด้วยการขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติอย่างคึกคัก แม้ผลจะยังไม่เป็นทางการ แต่เท้งได้ยอมรับตรงๆ ว่า “เท้ง ยอมรับไม่ใช่พรรคอันดับ 1” จากคะแนนที่ปรากฏในขณะนี้ ซึ่งสะท้อนถึงเจตจำนงของประชาชนอย่างชัดเจน

เท้งยังแสดงความยินดีกับผลประชามติที่คาดว่าจะผ่านเกณฑ์กว่า 60% ซึ่งจะเปิดทางสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างฉบับใหม่ที่ประชาชนรอคอยมานาน นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่พรรคประชาชนมุ่งมั่นมาตลอด

พรรคประชาชนยืนยันไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง

จุดเด่นของการแถลงครั้งนี้คือ เท้งยืนยันชัดเจนว่า พรรคประชาชนจะไม่ดำเนินการตั้งรัฐบาลแข่งขันกับพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 แต่จะให้เกียรติและเป็นหน้าที่ของพรรคนั้นในการจัดตั้งรัฐบาล ท่าทีนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและเคารพผลการเลือกตั้งอย่างแท้จริง

  • ขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิอย่างท่วมท้น
  • ยินดีกับผลประชามติที่ผ่านฉลุย เปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ
  • เท้ง ยอมรับไม่ใช่พรรคอันดับ 1 และไม่แย่งชิงการตั้งรัฐบาล
  • เน้นย้ำเจตจำนงประชาชนคือสิ่งสำคัญสูงสุด

การตัดสินใจนี้ไม่เพียงช่วยลดความขัดแย้งทางการเมือง แต่ยังสร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการเจรจาต่อไป พรรคประชาชนซึ่งมีนโยบายหลักในการผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริง การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ และการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม จะยังคงเป็นพรรคฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง

บริบทการเลือกตั้งและประชามติครั้งนี้

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียด โดยมีประเด็นร้อนอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปสถาบันต่างๆ และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า พรรคประชาชนก่อตั้งขึ้นจากอุดมการณ์ของกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบเก่าๆ เท้งในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ได้หาเสียงด้วยนโยบายที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง เช่น การกระจายอำนาจ การศึกษาและสาธารณสุขฟรีสำหรับทุกคน

แม้จะไม่ได้อันดับ 1 แต่คะแนนที่ได้รับก็แสดงศักยภาพของพรรค จากข้อมูลเบื้องต้น พรรคประชาชนยังคงครองที่นั่งจำนวนมากในสภา ซึ่งจะช่วยในการตรวจสอบรัฐบาลชุดใหม่ นอกจากนี้ ผลประชามติที่ผ่าน จะเป็นจุดเริ่มต้นของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่อาจรวมบทเฉพาะกษัตริย์และเพิ่มสิทธิประชาชน

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า ท่าทีของเท้งครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยสร้างภาพลักษณ์พรรคในฐานะผู้เล่นที่สุจริต ไม่ยึดติดอำนาจ ซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นแกนนำฝ่ายค้านหลักในอนาคต

ผลกระทบต่อการเมืองไทยในอนาคต

หลังจาก “เท้ง” ยอมรับไม่ใช่พรรคอันดับ 1 การเมืองไทยเข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาล พรรคอันดับ 1 จะต้องรวบรวมเสียงเพื่อโหวตนายกฯ ซึ่งอาจต้องเจรจากับพรรคเล็กพรรคใหญ่หลายราย ความไม่แน่นอนยังคงมี โดยเฉพาะประเด็นอภัยโทษและปฏิรูปที่อาจเป็นจุดแตกหัก

สำหรับพรรคประชาชน การเป็นฝ่ายค้านจะช่วยให้ผลักดันนโยบายได้เต็มที่ เช่น การตรวจสอบงบประมาณ การต่อต้านคอร์รัปชัน และการสนับสนุนสิทธิชนกลุ่มน้อย สิ่งนี้จะทำให้สภาฯ คึกคักยิ่งขึ้น

ประชาชนเองก็มีบทบาทสำคัญต่อไป โดยเฉพาะในการติดตามการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ต้องโปร่งใสและรับฟังเสียงทุกภาคส่วน

ท้ายที่สุด ท่าทีของเท้งแสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เคารพประชาชนมากขึ้น หากพรรครัฐบาลทำได้ตามสัญญา อนาคตอาจสดใส แต่หากล้มเหลว พรรคประชาชนพร้อมยืนหยัด

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของพรรคประชาชน? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “เท้ง” ยอมรับอาจจะไม่ใช่พรรคอันดับ 1 ยัน “พรรคประชาชน” ไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง

“ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้

สวัสดีครับชาวเน็ตสายการเมืองทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัพเดทกันกับ “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังมาแรงในแวดวงการเมืองไทยหลังวันเลือกตั้งใหญ่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัครนายกฯ พรรคกล้าธรรม ออกมาโวสุดมั่นใจว่าผลคะแนนเป็นไปตามที่คาดไว้ แถมยังได้เก้าอี้ ส.ส. เขตเกือบ 60 เขตแล้วด้วยนะ สุดยอดไปเลย!

“ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวต้นทาง แต่เชื่อว่าเป็น 2567 นะครับ) เวลา 21.10 น. ร.อ.ธรรมนัส ร่วมกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ แถลงข่าวสุดคึกคัก บอกว่าตอนนี้ไม่รวมปาร์ตี้ลิสต์แล้ว ได้เขตเกือบ 60 เขต ภาคเหนือเหลือแค่แพร่กับลำพูนที่ยังไม่เคลียร์คะแนน มีดราม่าด้วยนะ กปน.พะเยาแอบเอาใบเลือกตั้ง 14 ใบไปลงเอง 7 ใบให้พรรคประชาชน กับไทยทรัพย์ทวี เรื่องแบบนี้ต้องจับตาดีๆ

ผลเลือกตั้งพรรคกล้าธรรมเป็นยังไงบ้าง?

ร.อ.ธรรมนัส ยิ้มแก้มปริ บอกว่าเป็นไปตามคาด มั่นใจเกิน 50 เขตเพราะทีมงานอยู่กับพื้นมาตลอด ส.ส.เก่าส่วนใหญ่ชนะเกือบ 100% การดูแลพื้นที่สำคัญมากๆ เลยครับ ที่เซอร์ไพรส์สุดคือสกลนคร เขต 1 ที่คาดไม่ถึงว่าจะได้ แผนที่เลือกตั้งน่าจะเขียวไปทั่ว (เขียวหมายถึงพรรคกล้าธรรมใช่มั้ยนะ) บางเขตไม่ได้ส่งผู้สมัครเลยก็ยังไม่คาดหวัง

  • ภาคเหนือ: ได้เกือบหมด เหลือ 2 จังหวัด
  • กรุงเทพฯ: สู้กันดุเดือด 1 ค่าย vs 4-5 ค่าย เจ๊งทั้งเพ
  • ภาคตะวันออก: สู้เฉพาะบางจังหวัด
  • สกลนคร เขต 1: คาดไม่ถึง แต่ได้!
ธรรมนัส แถลงข่าว

เย้ยพรรคสีฟ้ากับกระแสใต้ยังไง?

พอถามถึงพรรคสีฟ้า (เดาๆ ว่าน่าจะประชาธิปัตย์) ที่มีคนต่อสายมาร่วมรบ. หรือยัง ร.อ.ธรรมนัส บอกยังไม่มี รอพรรคสีฟ้าต่อสายก่อน เดี๋ยวดูสรุปตัวเลขก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรมาก รอ 80% ก่อน ไม่งั้นเสียเปรียบ ส่วนกระแสใต้ที่บอกว่าปชป.มาแรง แค่ 1-2 เดือนพิสูจน์อะไรไม่ได้หรอก ต้องอยู่ในพื้นที่จริงๆ ถึงรู้ ถูกต้องเลยครับ การเมืองต้อง proof ด้วยผลงาน

ทางการเมืองตอนนี้ทุกพรรคคาดว่ารัฐบาลจะเป็นของใคร จำนวน ส.ส. รัฐบาลสำคัญสุด ร.อ.ธรรมนัส ยังล้อๆ ว่าตอนเช้ากา 42 จังหวัดเป็นกล้าธรรม พูดเล่นๆ แต่ฟังดูมั่นใจนะ เมื่อเช้านี้ทีมเช็กแต่ละจังหวัดอยู่เลย

ภาพแถลงข่าว
ธรรมนัส พรรคกล้าธรรม

วิเคราะห์กันหน่อยนะครับ พรรคกล้าธรรมดูจะมาแรงในภาคเหนือและอีสาน การที่ธรรมนัสเคยเป็นรัฐมนตรีเกษตรช่วยได้เยอะ ผู้สมัครเก่าส่วนใหญ่รอดสบาย ตรงข้ามกับกรุงเทพที่แย่งกันดุเดือด ส่วนใต้ที่ปชป.หวัง ธรรมนัสก็ไม่กลัว บอกกระแสชั่วคราวไม่น่าเชื่อถือ ต้องรอผลจริงๆ การเมืองไทยยุคนี้เปลี่ยนไวมาก ใครได้เก้าอี้เยอะใครกำหนดเกม

ส่วนตัวผมคิดว่า “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้ แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์พื้นฐานที่แข็งแกร่ง ถ้าพรรคกล้าธรรมได้ตามนี้ จริงๆ รัฐบาลหน้าเปลี่ยนโฉมได้เลย คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย! ติดตามข่าวการเมืองอัพเดท SEO ใหม่ๆ ได้ที่บล็อกนี้เลยครับ อย่าลืมแชร์ถ้าชอบนะ

ที่มา – “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลังภูมิใจไทยนำอันดับ 1

ผลการเลือกตั้ง สส. ครั้งล่าสุดสร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองไทย เมื่อ กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ บรรยากาศที่ทำการพรรคเปลี่ยนจากเสียงเชียร์คึกคักเป็นความเงียบสงัดในชั่วพริบตา

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 หลังปิดหีบเลือกตั้ง ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนมารวมตัวกันที่ทำการพรรคอย่างคึกคัก ในช่วงนับคะแนน 10% แรก พรรคประชาชนยังนำในหลายเขต มีเสียงเฮดังลั่น แต่พอคะแนนอัปเดตช่วงค่ำ ภูมิใจไทยแซงขึ้นนำแบบก้าวกระโดด ทิ้งห่างพรรคอื่นๆ ทั่วประเทศ

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย

แฟนคลับที่เฝ้าดูผลคะแนนหน้าจอใหญ่ชั้นล่างเริ่มเงียบกริบ สีหน้าครึ้มเครียด บางคนลุกเดินทางกลับบ้าน บรรยากาศบางตา ขณะที่ชั้นบน แกนนำพรรคประชาชนประชุมลับเพื่อวิเคราะห์คะแนนเขตที่ยังสูสี

สาเหตุที่ทำให้ “ภูมิใจไทย” พุ่งขึ้นอันดับ 1

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากปัจจัยหลายประการ

  • ฐานเสียงเหนียวแน่น: พรรคภูมิใจไทยมีฐานในภาคอีสานและตะวันออก ทวงคะแนนคืนได้ดี
  • นโยบายโดนใจ: สัญญาเรื่องเศรษฐกิจ สุขภาพ และแก้ปัญหาน้ำท่วม ดึงดูดผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมาก
  • กลยุทธ์หาเสียง: ลงพื้นที่หนัก ใช้โซเชียลมีเดียเก่ง สร้างกระแสไวรัล
  • คู่แข่งสะดุด: พรรคประชาชนเจอปัญหาภายในและคดีความคลุมเครือ ส่งผลต่อคะแนน

ผลคะแนนไม่เป็นทางการชี้ชัด ภูมิใจไทยได้เก้าอี้ สส. กว่า 140 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่เคยนำช่วงแรก สถานการณ์พลิกผันแบบนี้ สะท้อนความผันผวนของการเมืองไทยที่คาดเดายาก

ผลกระทบต่อพรรคประชาชน

แม้หลายเขตยังเบียดเสียด แต่แนวโน้มชัดเจน พรรคประชาชนอาจได้ที่นั่งน้อยกว่าคาด แกนนำต้องปรับกลยุทธ์ด่วนเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นจากกองเชียร์ที่กำลังหงอย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อน เช่น การนับคะแนนในเขตกรุงเทพฯ และภาคเหนือที่ยังลุ้น นักวิเคราะห์ชี้ว่าผลนี้จะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า พรรคภูมิใจไทยอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญ

การเมืองไทยปีนี้เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ พรรคเล็กพรรคใหญ่ผลัดกันขึ้นลง ผู้สมัครอิสระบางคนก็คว้าชัยในเขตเดือด ติดตามต่อได้ที่เว็บเรา

ความเห็นส่วนตัว: กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งไทยต้องอาศัยมากกว่าแค่กระแส ต้องมีนโยบายจริงจังและฐานเสียงแข็งแรง คุณคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ

เปิดรายชื่อ ว่าที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 1-2 พรรคกล้าธรรม

หลังจากปิดหีบเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคกล้าธรรมได้แถลงข่าวภาพรวมผลการนับคะแนนจนถึงเวลา 21.10 น. โดยร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่หลายคนรอคอย นั่นคือ เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1 และ 2 ของ “พรรคกล้าธรรม” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้

เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1 และ 2 ของ “พรรคกล้าธรรม”

ในระหว่างการแถลง ร้อยเอกธรรมนัสย้ำถึงความมั่นใจในผลงานของพรรคที่อยู่ในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรัฐมนตรีและผู้สมัคร สส. ส่วนใหญ่ที่เป็น สส. เก่าเกือบ 100% ทำให้พรรคมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง การ เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1 และ 2 ของ “พรรคกล้าธรรม” จึงเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงศักยภาพของทีมนำ

รายชื่อผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 คือ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองและทหารมาอย่างยาวนาน ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เขาเป็นบุคคลสำคัญที่ขับเคลื่อนพรรคให้เติบโต ส่วนลำดับที่ 2 คือ ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ นักวิชาการชื่อดังที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริหารและการเมือง สองบุคคลนี้ถือเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับพรรคกล้าธรรม

背景และบทบาทของว่าที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 1-2

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ใช่แค่ผู้นำพรรค แต่ยังเป็นนักการเมืองที่เคยผ่านการเลือกตั้งหลายสมัย มีผลงานเด่นในด้านความมั่นคงและพัฒนาชนบท เขาเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งช่วยยกระดับชีวิตเกษตรกรชาวไทย ส่วนศาสตราจารย์นฤมลนั้น มีชื่อเสียงจากตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เธอเชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะและการศึกษา ทำให้พรรคกล้าธรรมมีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและน่าเชื่อถือ

  • จุดเด่นของธรรมนัส: ประสบการณ์ทหารและการเมืองที่สั่งสมมานาน เน้นนโยบายแก้ปัญหาพื้นที่ชนบท
  • จุดเด่นของนฤมล: ความรู้ทางวิชาการสูง ผลงานด้านการศึกษาและสาธารณสุข
  • ทั้งคู่ช่วยเสริมจุดแข็งให้พรรคในการแข่งขันปาร์ตี้ลิสต์

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งขึ้นด้วยวิสัยทัศน์สร้างประเทศไทยที่กล้าและมีธรรมะ โดยเน้นนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเสริมสร้างความมั่นคง การเลือกสองบุคคลนี้เป็นลำดับต้นๆ แสดงถึงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการดึงดูดคะแนนจากทุกกลุ่ม

สถานการณ์การเลือกตั้งและโอกาสของพรรค

หลังปิดหีบ ร้อยเอกธรรมนัสขอให้รอผลคะแนนที่ชัดเจนก่อนแถลงละเอียด แต่จากกระแสข่าว พรรคกล้าธรรมมีแนวโน้มได้ที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์หลายที่ โดยเฉพาะลำดับ 1-2 ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง การนับคะแนนดำเนินไปอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ และพรรคนี้คาดว่าจะมีส่วนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้ พรรคยังมีผู้สมัครเขตที่แข็งแกร่งในหลายจังหวัด เช่น ภาคเหนือและอีสาน ซึ่งเป็นฐานเสียงเดิม ทำให้โอกาสได้ สส. รวมเกิน 20 เสียงไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้วิเคราะห์การเมืองมองว่าทีมปาร์ตี้ลิสต์ชุดนี้จะช่วยพรรคทะลุเป้าได้

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกธรรมนัสและนฤมลเป็นลำดับต้นๆ ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะทั้งคู่มีทั้งความน่าเชื่อถือและผลงานจริง หากพรรคกล้าธรรมได้ที่นั่งเหล่านี้ จะช่วยผลักดันนโยบายสำคัญ เช่น การปฏิรูประบบเกษตรและการศึกษาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ติดตามผลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์และอัปเดตข่าวสารการเมืองล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1 และ 2 ของ “พรรคกล้าธรรม”

ผลนับคะแนน 4 ชั่วโมง (ไม่เป็นทางการ) ประชาธิปัตย์ 20 สส.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาติดตามสถานการณ์ร้อนๆ จากการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 กันเลย โดยเฉพาะ ผลนับคะแนน 4 ชั่วโมง (ไม่เป็นทางการ) ที่กำลังเป็นประเด็นฮอตฮิตสุดๆ พรรคประชาธิปัตย์กำลังมาแรง ได้ สส. เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ รวมแล้วทะลุ 20 ที่นั่งแล้วนะครับ มาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลย

ผลนับคะแนน 4 ชั่วโมง (ไม่เป็นทางการ)

หลังจากปิดหีบเลือกตั้งไปเมื่อช่วงบ่าย ศูนย์รวบรวมผลเลือกตั้งของ กกต. ก็เริ่มนับคะแนนทันที และเมื่อนับไปได้ 4 ชั่วโมง เท่านั้นเอง ผล ผลนับคะแนน 4 ชั่วโมง (ไม่เป็นทางการ) ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำผลงานได้ดีเกินคาด จากเดิมที่หลายคนมองว่าอาจจะได้ไม่มาก แต่ตอนนี้รวมแล้วเกือบ 20-21 ที่นั่งแล้วครับ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 20.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้ออกมาแถลงข่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิ์ โดยเฉพาะผู้ที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แม้การนับคะแนนจะยังไม่จบ แต่จากแนวโน้มที่เห็น สส.บัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะในภาคใต้ที่เกือบทุกจังหวัดคะแนนทะลัก แถมในสุโขทัยยังขึ้นอันดับ 1 ไปเลย ส่วนเขตเลือกตั้งยังไม่ชัด แต่คาดว่าจะมีเพิ่มอีก สื่อประเมินไว้ที่ 20 ที่นั่งบวกลบ ส่วนกรุงเทพฯ นั้นยอมรับเลยว่ายากจริงๆ ครับ

“ประชาธิปัตย์” ได้ สส. เพิ่มจากเดิมเป็น 20 ที่นั่ง

อัปเดตเพิ่มเติม เมื่อเวลา 20.54 น. จากข้อมูล กกต. ไม่เป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์ได้ สส.รายเขต 11 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 10 ที่นั่ง รวมทั้งหมด 21 ที่นั่ง (นับแล้ว 17% ของคะแนนทั้งหมด) ถือว่าเพิ่มจากเดิมแบบก้าวกระโดดเลยนะครับ ทำให้พรรคมีแนวโน้มจะเป็นพรรคหลักฝ่ายค้านได้สบายๆ

มาดูกันว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึงทำได้ดีขนาดนี้:

  • ฐานเสียงภาคใต้: แข็งแกร่งสุดๆ เกือบทุกจังหวัดได้ สส.บัญชีรายชื่อนำ
  • สุโขทัยพลิกเกม: สส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 เกินคาด
  • กรุงเทพฯ ท้าทาย: แม้ยากแต่ยังสู้ เพื่อหวังที่นั่งเพิ่ม
  • กลยุทธ์ชาญฉลาด: หัวหน้าพรรคอย่างอภิสิทธิ์นำทีมดีเยี่ยม

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการวัดพลังพรรคเก่าอย่างประชาธิปัตย์กับพรรคใหม่ๆ หลายคนวิเคราะห์ว่าฐานเสียงเก่าของเดโมแครตยังเหนียวแน่น โดยเฉพาะในพื้นที่อนุรักษนิยม ผลนับคะแนนเบื้องต้นนี้ยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย แต่ก็พอให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจน ถ้าคะแนนรวมทั้งประเทศนับเสร็จ คาดว่าอาจจะได้เกิน 20 ที่นั่งจริงๆ ด้วยซ้ำ

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจการเมืองไทย ไม่ควรพลาดการติดตามต่อนะครับ เพราะผลเลือกตั้งจะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลครั้งใหม่แน่นอน พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ในสภาฯ แล้วล่ะ

ส่วนตัวผมมองว่า นี่คือสัญญาณบวกสำหรับประชาธิปไตยไทย ที่พรรคเก่าแก่ยังมีที่ยืน แม้จะเจอคู่แข่งเยอะ คุณล่ะคิดยังไงกับ ผลนับคะแนน 4 ชั่วโมง (ไม่เป็นทางการ) ครั้งนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจการเมืองด้วยนะครับ!

ที่มา – ผลนับคะแนน 4 ชั่วโมง (ไม่เป็นทางการ) “ประชาธิปัตย์” ได้ สส. เพิ่มจากเดิมเป็น 20 ที่นั่ง

ตรวจสอบระเบิด 80กก. บึมลาดตระเวนเลือกตั้ง ทหารเจ็บ

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวร้อนจากภาคใต้มาอัปเดตกันครับ ตรวจสอบเหตุคนร้ายซุกระเบิด 80 กก. บึมชุดลาดตระเวนเลือกตั้ง ทหารเจ็บ 1 ราย เป็นเหตุการณ์ที่ตึงเครียดมากในพื้นที่ จ.ยะลา โดยเฉพาะที่อ.บันนังสตา ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเพื่อหาความจริงและไล่ล่าคนร้ายครับ

ตรวจสอบเหตุคนร้ายซุกระเบิด 80 กก. บึมชุดลาดตระเวนเลือกตั้ง ทหารเจ็บ 1 ราย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 (ตามปฏิทินไทย) ขณะที่ทหารชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว (REVA) ร้อย.ร.ที่ 1 กำลังลาดตระเวนเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยช่วงเลือกตั้ง ที่สะพานบ้านวังหิน หมู่ 8 บ้านตือระ ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เวลาประมาณ 16.35 น. คนร้ายลอบวางระเบิดจนรถหุ้มเกราะพลิกคว่ำ ทหาร พลทหารวรวุฒ สุขช่วย ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โชคดีที่อาการปลอดภัยแล้ว ส่งโรงพยาบาลบันนังสตาเรียบร้อย

รถหุ้มเกราะพลิกคว่ำหลังถูกระเบิด

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผบก.ภ.จว.ยะลา สั่งการทันทีให้ พ.ต.อ.อรรถพล กุลวงษ์มาณะโส ผกก.สภ.บันนังสตา นำทีมทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ EOD เข้าตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวคนร้ายล่อให้มาก่อเหตุซ้ำ

รายละเอียดจุดเกิดเหตุจากการตรวจสอบ

จุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางลัดสายบ้านเงาะกาโป-เขื่อนบางลาง ห่างถนนสาย 410 (ยะลา-เบตง) ราว 2 กม. พบหลุมระเบิดกว้าง 3 ม. ลึก 1.5 ม. กลางถนน รถหุ้มเกราะ REVA พลิกตะแคงข้างทาง เจ้าหน้าที่เก็บพยานหลักฐานทั้งหมด รวมถึงพยานบุคคลด้วยครับ

หลุมระเบิดขนาดใหญ่กลางถนน
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ประเภทระเบิดและวิธีการก่อเหตุ

จากการตรวจของ EOD พบว่าเป็น ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส 15 กก. บรรจุดินระเบิดและเหล็กเส้นรวม 80 กก. ฝังใต้ท่อลอดสะพาน ใช้ระบบชนวนลากสาย ซึ่งเป็นวิธีที่อันตรายมาก ปิดล้อมพื้นที่แล้ว ติดตามกลุ่มก่อการร้ายที่เชื่อว่าสร้างสถานการณ์ช่วงเลือกตั้ง

  • น้ำหนักระเบิดรวม: 80 กก.
  • ประเภท: แสวงเครื่องในถังแก๊ส
  • ชนวน: ระบบลากสาย
  • จุดวาง: ใต้ท่อสะพาน
  • ผลกระทบ: รถพลิก ทหารเจ็บ 1

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าภาคใต้ยังคงมีความไม่สงบ โดยเฉพาะช่วงสำคัญอย่างการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่ควรระมัดระวังและแจ้งเบาะแสหากพบสิ่งผิดปกติครับ

สำหรับท่านที่สนใจติดตามสถานการณ์ภาคใต้ แนะนำให้คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม หรือแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้กันนะครับ ความมั่นคงของชาติต้องมาก่อน!

ที่มา – ตรวจสอบเหตุคนร้ายซุกระเบิด 80 กก. บึมชุดลาดตระเวนเลือกตั้ง ทหารเจ็บ 1 ราย

“อนุทิน” โพสต์ภาพ “มาหาพ่อแม่” แกนนำภูมิใจไทยลุ้นเลือกตั้ง 2569

หลังปิดหีบเลือกตั้งทั่วประเทศในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศที่ทำการพรรคการเมืองต่างๆ เริ่มคึกคักด้วยการรอผลคะแนน “อนุทิน” โพสต์ภาพ “มาหาพ่อแม่” แกนนำภูมิใจไทยตบเท้าเข้าพรรคลุ้นผลเลือกตั้ง 2569 คือเหตุการณ์ที่หลายคนจับตา โดยเฉพาะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แกนนำพรรคต่างทยอยเดินทางมารวมตัวกันตั้งแต่ช่วงเย็น เพื่อติดตามสถานการณ์ไปพร้อมหัวหน้าพรรค

“อนุทิน” โพสต์ภาพ “มาหาพ่อแม่” แกนนำภูมิใจไทยตบเท้าเข้าพรรคลุ้นผลเลือกตั้ง 2569

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปิดหีบเลือกตั้งแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้นัดหมายแกนนำพรรคมารวมตัวที่ทำการพรรคเวลา 18.00 น. เพื่อรอผลกันแบบเรียลไทม์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึก โดยเริ่มมีแกนนำทยอยมาถึงตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป

อนุทิน โพสต์ภาพมาหาพ่อแม่ แกนนำภูมิใจไทย

แกนนำพรรคภูมิใจไทยคนแรกๆ ที่ตบเท้าเข้าร่วม

เป็นที่น่าสังเกตว่า แกนนำสำคัญๆ เดินทางมาถึงพรรคอย่างต่อเนื่อง นี่คือรายชื่อหลักๆ ที่สื่อจับภาพได้

  • 17.05 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแม่ทัพเลือกตั้ง กทม. มาถึงเป็นคนแรก
  • ตามด้วย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแม่ทัพ กทม.
  • นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เดินทางมาพร้อม นายนิกร จำนง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  • 18.50 น. นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เดินทางมาถึง
  • ต่อด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายธนกร วังบุญคงชนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง, และนายสันติ พร้อมพัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
แกนนำภูมิใจไทยตบเท้าเข้าพรรค
อนุทินกับพ่อแม่

ขณะที่ทุกคนกำลังรอหัวหน้าพรรค นายอนุทินยังไม่เดินทางมาถึงทำการพรรค จนกระทั่งเวลา 20.02 น. นายอนุทินได้โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ถ่ายคู่กับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล และนางทัศนีย์ ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นบิดา-มารดา พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “มาหาพ่อแม่” ภาพดังกล่าวกลายเป็นไวรัลทันที ทำให้หลายคนตีความว่านี่อาจเป็นการผ่อนคลายก่อนเข้าสู่ศึกการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล

ภาพโพสต์เฟซบุ๊กของอนุทิน

พรรคภูมิใจไทยเตรียมตัวอย่างไรก่อนลุ้นผลเลือกตั้ง 2569

พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีบทบาทสำคัญในเวทีการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2550 พรรคเน้นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่น การผลักดันกัญชาเสรี การดูแลสุขภาพ และเศรษฐกิจฐานราก ในเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคตั้งเป้าคะแนนเสียงใน กทม. และต่างจังหวัด โดยมีแม่ทัพอย่างนายเอกนัฏ และน.ส.ศุภมาส คอยดูแลพื้นที่สำคัญ หากผลออกมาดี พรรคมีสิทธิ์เป็นหัวหน้าท็อป 3 หรือมากกว่านั้น ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล

บทบาทของอนุทินในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

นายอนุทินไม่เพียงเป็นหัวหน้าพรรค แต่ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่ได้รับการเสนอชื่อ การโพสต์ภาพ “มาหาพ่อแม่” ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูอบอุ่น กตัญญู ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่คนไทยชื่นชอบ สะท้อนถึงค่านิยมครอบครัวที่พรรคภูมิใจไทยยึดถือ

วิเคราะห์สถานการณ์หลังปิดหีบ: พรรคภูมิใจไทยจะได้อะไร

จากกระแสข่าวล่าสุด คาดว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ที่นั่ง ส.ส. ประมาณ 50-70 ที่นั่ง หากเป็นเช่นนั้น พรรคจะมีอำนาจต่อรองสูงในการเจรจารัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นนโยบายสาธารณสุขและเกษตรกรรม แกนนำที่มารวมตัวกันแสดงถึงความสามัคคีภายในพรรค ซึ่งเป็นจุดแข็งเมื่อเทียบกับพรรคอื่นๆ ที่อาจแตกแยก

ในมุมมองผู้เขียน การกระทำของนายอนุทินที่เลือกใช้เวลากับครอบครัวก่อนเข้าพรรค เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยลดความกดดันและสร้างความผูกพันกับประชาชน ในยุคที่การเมืองเต็มไปด้วยดราม่า ภาพแบบนี้ช่วยให้พรรคได้คะแนนเสียงทางใจ

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ “อนุทิน” โพสต์ภาพ “มาหาพ่อแม่” แกนนำภูมิใจไทยตบเท้าเข้าพรรคลุ้นผลเลือกตั้ง 2569 ล่ะ? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – “อนุทิน” โพสต์ภาพ “มาหาพ่อแม่” แกนนำภูมิใจไทยตบเท้าเข้าพรรคลุ้นผลเลือกตั้ง 2569

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 พรรคทางเลือกใหม่ได้ 1 ที่นั่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาอัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 กันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ โดยเฉพาะ อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง ที่หลายคนกำลังรอคอย หลังจากปิดหีบโหวตเมื่อช่วงบ่ายแก่ๆ ไปแล้ว กกต. ก็เริ่มนับและเผยผลไม่เป็นทางการทันที

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

ณ เวลา 19.56 น. ผลนับคะแนนไปได้ 3% แล้ว พบว่า “พรรคทางเลือกใหม่” ซึ่งมี “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” หรือที่รู้จักในชื่อ เต้ พระราม 7 เป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับ 3 นั้น ได้รับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง และยังไม่มี ส.ส. เขตเลยครับ แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจับตามองมาก!

ส่วนอันดับต้นๆ ของพรรคใหญ่ๆ นั้น พรรคภูมิใจไทยนำโด่งด้วย 192 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคเพื่อไทย 84 ที่นั่ง และพรรคประชาชน 75 ที่นั่ง กกต. คาดว่าผลเกิน 90% จะออกมาในช่วง 21.00-23.00 น. ค่ำนี้เอง ใครที่กำลังลุ้นผลเลือกตั้ง 2569 อย่าพลาดนะครับ

สรุปผลคะแนนพรรคหลักๆ ล่าสุด

  • พรรคภูมิใจไทย: 192 ที่นั่ง (อันดับ 1)
  • พรรคเพื่อไทย: 84 ที่นั่ง (อันดับ 2)
  • พรรคประชาชน: 75 ที่นั่ง (อันดับ 3)
  • พรรคทางเลือกใหม่: ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง, ส.ส.เขต 0 ที่นั่ง

นี่เป็นผลไม่เป็นทางการนะครับ กกต. จะตรวจสอบอีกครั้งและประกาศรับรองภายใน 60 วัน ใครที่อยากรู้เพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ เลย

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก เพราะมีพรรคใหม่ๆ เข้ามาแข่งขันหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคทางเลือกใหม่ที่เน้นนโยบายทางเลือกใหม่ๆ ให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองแบบโปร่งใส เต้ มงคลกิตติ์ ก็เป็นตัวพิมพ์ใหญ่อยู่แล้ว จากประสบการณ์ในวงการ 1 ที่นั่งนี้แม้จะน้อย แต่ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรใหญ่โตได้ในอนาคต

สำหรับเพื่อนๆ ที่ตามผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 แบบอัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง ผมคิดว่ามันแสดงให้เห็นถึงกระแสของพรรคเล็กที่กำลังมาแรง แม้จะนับแค่ 3% แต่คะแนนอาจพุ่งขึ้นได้อีกเยอะ ลองคิดดูสิครับ ถ้าพรรคนี้ได้ที่นั่งเพิ่ม จะนำเสนอนโยบายอะไรบ้าง? เช่น การปฏิรูประบบการเมือง หรือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นให้ถกเถียงเยอะ เช่น การนับคะแนนในเขตต่างๆ ที่อาจมีดราม่า หรือการรวมพรรคหลังเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าคืนนี้หลายคนคงนั่งเฝ้าหน้าจอแน่ๆ มาลุ้นกันต่อว่าพรรคไหนจะได้โควต้านายกฯ ไป

สุดท้ายนี้ อยากชวนทุกคนติดตามผลแบบเรียลไทม์ไปด้วยกัน และอย่าลืมแสดงความเห็นในคอมเมนต์นะครับ คุณคิดว่าพรรคทางเลือกใหม่จะได้ที่นั่งเพิ่มไหม? หรือพรรคใหญ่จะครองหมด? แชร์ประสบการณ์การโหวตของคุณมาเลย!

ที่มา – อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

“ภูมิใจไทย” คะแนนเลือกตั้งทิ้งห่าง “เพื่อไทย” “ประชาชน” ร่วงอันดับ 3

ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 กำลังเป็นที่จับตามองของทุกคน ล่าสุด “ภูมิใจไทย” คะแนนเลือกตั้งทิ้งห่าง “เพื่อไทย” ส่วน “ประชาชน” ร่วงอยู่อันดับ 3 เรียกได้ว่าน่าตกใจไม่น้อยสำหรับแฟนการเมืองไทย เมื่อพรรคภูมิใจไทยทะยานขึ้นนำแบบห่างๆ ด้วยคะแนนเฉียด 200 ที่นั่งสส. ขณะที่พรรคเพื่อไทยตามมาเป็นอันดับ 2 และพรรคประชาชนที่เคยมาแรงต้องร่วงลงมาอยู่อันดับ 3

“ภูมิใจไทย” คะแนนเลือกตั้งทิ้งห่าง “เพื่อไทย” ส่วน “ประชาชน” ร่วงอยู่อันดับ 3

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เริ่มทยอยเผยผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทันที โดยคาดว่าจะได้ผลเกิน 90% ภายใน 21.00-23.00 น. ล่าสุด ณ เวลา 20.00 น. ที่นับได้ 3% แล้ว พบว่าพรรคภูมิใจไทยนำโด่งด้วย 192 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 84 ที่นั่ง พรรคประชาชน 75 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 69 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์ 19 ที่นั่ง

ผลนี้สะท้อนถึงกระแสการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับความนิยมจากนโยบายที่ชัดเจน เช่น การผลักดันกัญชาเสรีและการพัฒนาชนบท ทำให้ได้คะแนนถล่มทลาย โดยเฉพาะในเขตภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง ขณะที่พรรคเพื่อไทยซึ่งเคยเป็นตัวเต็ง ต้องเจอแรงกดดันจากคดีความและการปรับโครงสร้างพรรค ส่งผลให้คะแนนลดฮวบลง

วิเคราะห์ “ภูมิใจไทย” คะแนนเลือกตั้งทิ้งห่าง “เพื่อไทย”

สำหรับพรรคประชาชนที่ร่วงมาอันดับ 3 นั้น เกิดจากปัญหาภายในพรรคและการแข่งขันที่ดุเดือดจากพรรคใหม่ๆ อย่างพรรคกล้าธรรมที่มาแรงด้วยนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน พรรคนี้กวาดที่นั่งได้ถึง 69 ที่นั่ง แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยังคงฐานเสียงเดิมแต่ไม่สามารถขยายได้มากนัก

  • พรรคภูมิใจไทย: 192 ที่นั่ง – ฐานเสียงแข็งแกร่งจากนโยบายสุขภาพและเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • พรรคเพื่อไทย: 84 ที่นั่ง – ยังคงแรงในกรุงเทพฯ แต่เสียในต่างจังหวัด
  • พรรคประชาชน: 75 ที่นั่ง – ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อกลับมา
  • พรรคกล้าธรรม: 69 ที่นั่ง – ดาวรุ่งพรรคใหม่
  • พรรคประชาธิปัตย์: 19 ที่นั่ง – รักษาฐานเก่าได้

กกต. จะตรวจสอบผลอีกครั้งก่อนรับรองภายใน 60 วัน ประชาชนสามารถติดตามผลแบบเรียลไทม์ได้ที่เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/election69

สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงการเมืองไทยที่หลากหลายมากขึ้น พรรคเล็กพรรคใหญ่ต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ประชาชนในยุคใหม่ หากพรรคภูมิใจไทยรวมพรรคได้สำเร็จ อาจนำไปสู่รัฐบาลผสมที่น่าสนใจ

คุณคิดอย่างไรกับผลเลือกตั้งครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตล่าสุดเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ!

ที่มา – “ภูมิใจไทย” คะแนนเลือกตั้งทิ้งห่าง “เพื่อไทย” ส่วน “ประชาชน” ร่วงอยู่อันดับ 3