วัน: 9 กุมภาพันธ์ 2026

สรุปผลเลือกตั้ง 2569 นครราชสีมา พท.เก้าอี้หด เหลือ 10

วันนี้ (9 ก.พ. 2569) มี สรุปผลเลือกตั้ง 2569 นครราชสีมา แบบไม่เป็นทางการออกมาแล้ว จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ผ่าน ECT Report นับคะแนนแล้ว 94% ณ เวลา 10.45 น. พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่เคยได้เก้าอี้ ส.ส. ถึง 12 ที่นั่งในปี 2566 คราวนี้หดเหลือ 10 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพิ่มจาก 1 เป็น 3 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาชน (ปชน.) รักษาเก้าอี้ 3 ที่นั่งไว้ได้เหนียวแน่น ชาวโคราชตัดสินใจยังไง มาดูกันเลย!

สรุปผลเลือกตั้ง 2569 นครราชสีมา

ผลการเลือกตั้ง ส.ส. เขตทั้ง 16 เขต พรรคเพื่อไทยได้ 10 ที่นั่ง พรรคประชาชน 3 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 3 ที่นั่ง โดยพรรคเพื่อไทยจากฐานบ้านใหญ่โรงแป้งมันเอี่ยมเฮง นำโดยสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ยังได้ 1 ที่นั่ง พรรคประชาชนกระแสยังแรง พรรคภูมิใจไทย “อนุทิน” ส่ง “พลพีร์ สุวรรณฉวี” เป็นแม่ทัพ ปั้บเพิ่ม 2 ที่นั่ง รวม 3

คะแนนระบบบัญชีรายชื่อ สรุปผลเลือกตั้ง 2569 นครราชสีมา

  • พรรคประชาชน ได้มากสุด 373,123 คะแนน
  • พรรคเพื่อไทย 283,229 คะแนน
  • พรรคภูมิใจไทย 238,681 คะแนน
  • พรรคเศรษฐกิจ 66,511 คะแนน
  • พรรคประชาธิปัตย์ 36,159 คะแนน

ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติทั้งสิ้น 1,365,554 คน คิดเป็น 63.65% สะท้อนการมีส่วนร่วมของชาวโคราชที่ยังสูง

รายละเอียดผลคะแนน ส.ส. แบ่งเขต สรุปผลเลือกตั้ง 2569 นครราชสีมา

เขต 1: ฉัตร สุภัทรวณิชย์ (ปชน.) 32,214 คะแนน (40.28%) ผู้มาใช้สิทธิ 85,005 คน (66.07%) บัญชี ปชน. 31,127 คะแนน (39.36%)

เขต 2: วัชรพล โตมรศักดิ์ (พท.) 39,318 คะแนน (42.87%) ผู้มาใช้สิทธิ 95,437 คน (67.58%) บัญชี ปชน. 35,568 คะแนน (37.24%)

เขต 3: ศุทธิสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ (ปชน.) 36,064 คะแนน (40.84%) ผู้มาใช้สิทธิ 97,321 คน (71.27%) บัญชี ปชน. 36,362 คะแนน (37.39%)

เขต 4: ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ (พท.) 29,438 คะแนน (41.31%) ผู้มาใช้สิทธิ 79,563 คน (60.39%) บัญชี ปชน. 22,910 คะแนน (29.46%)

เขต 5: สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล (พท.) 37,213 คะแนน (44.32%) ผู้มาใช้สิทธิ 91,146 คน (68.27%) บัญชี ภท. 21,291 คะแนน (23.32%)

เขต 6: พัชราวรรณ ภิญโญ (พท.) 26,915 คะแนน (34.19%) ผู้มาใช้สิทธิ 81,885 คน (61.33%) บัญชี พท. 20,277 คะแนน (24.92%)

เขต 7: ปิยะนุช ยินดีสุข (พท.) 37,802 คะแนน (54.75%) ผู้มาใช้สิทธิ 72,610 คน (55.09%) บัญชี พท. 22,097 คะแนน (30.47%)

เขต 8: นิกร โสมกลาง (พท.) 50,565 คะแนน (65.18%) ผู้มาใช้สิทธิ 78,356 คน (58.56%) บัญชี พท. 23,551 คะแนน (30.04%)

เขต 9: พลพีร์ สุวรรณฉวี (ภท.) 39,382 คะแนน (48.07%) ผู้มาใช้สิทธิ 83,262 คน (61.33%) บัญชี ภท. 24,562 คะแนน (28.17%)

เขต 10: บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ (ภท.) 41,993 คะแนน (41.08%) ผู้มาใช้สิทธิ 102,879 คน (74.47%) บัญชี ภท. 26,225 คะแนน (25.60%)

เขต 11: อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล (พท.) 51,823 คะแนน (63.93%) ผู้มาใช้สิทธิ 85,265 คน (64.37%) บัญชี พท. 25,989 คะแนน (30.43%)

เขต 12: นรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล (พท.) 45,661 คะแนน (56.97%) ผู้มาใช้สิทธิ 86,213 คน (65.06%) บัญชี ปชน. 23,421 คะแนน (25.92%)

เขต 13: พชร จันทรรวงทอง (พท.) 27,516 คะแนน (43.32%) ผู้มาใช้สิทธิ 71,744 คน (55.14%) บัญชี ปชน. 21,042 คะแนน (29.23%)

เขต 14: หนึ่ง ขัติยะนนท์ (ปชน.) 29,772 คะแนน (41.44%) ผู้มาใช้สิทธิ 82,123 คน (62.77%) บัญชี ปชน. 30,378 คะแนน (37.09%)

เขต 15: รชตะ ด่านกุล (พท.) 36,433 คะแนน (39.88%) ผู้มาใช้สิทธิ 89,820 คน (64.80%) บัญชี ปชน. 22,596 คะแนน (24.28%)

เขต 16: ตติรัฐ รัตนเศรษฐ (ภท.) 29,821 คะแนน (38.27%) ผู้มาใช้สิทธิ 82,925 คน (60.97%) บัญชี ปชน. 18,939 คะแนน (23.01%)

จาก สรุปผลเลือกตั้ง 2569 นครราชสีมา นี้ เห็นได้ชัดว่าพรรคเพื่อไทยยังครองพื้นที่หลัก แต่เสียที่นั่งให้คู่แข่ง โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ขยายฐานได้ดีในเขตเมืองและชานเมือง พรรคประชาชนก็แข็งแกร่งในเขตชนบท การเมืองโคราชกำลังเข้มข้นขึ้น คุณมองอนาคตอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – สรุปผลเลือกตั้ง 2569 นครราชสีมา พท.เก้าอี้หด เหลือ 10 ที่นั่ง “ภท.-ปชน.” แบ่งกันคนละ 3

เอเบอร์ดีนยังเจรจากับฮอร์เนแลนด์เรื่องกุนซือว่าง

เอเบอร์ดีนยังเจรจากับฮอร์เนแลนด์เรื่องกุนซือว่าง – ข่าวลือฟุตบอลสกอตแลนด์ล่าสุด

ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ช่วงนี้มีข่าวลือร้อนๆ มากมาย โดยเฉพาะเรื่อง เอเบอร์ดีนยังเจรจากับฮอร์เนแลนด์เรื่องตำแหน่งกุนซือว่าง ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนที่สุด ทีมเอเบอร์ดีนยังคงอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับกุนซือชาวนอร์เวย์ ไอร์ริก ฮอร์เนแลนด์ เพื่อหวังดึงตัวมาคุมทีมหลังจากตำแหน่งผู้จัดการทีมว่างมานาน โดยยังไม่มีกำหนดเวลาการประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ทำให้แฟนบอลเอเบอร์ดีนต้องลุ้นกันต่อไป

เอเบอร์ดีนยังเจรจากับฮอร์เนแลนด์เรื่องตำแหน่งกุนซือว่าง

ตามรายงานจาก Press and Journal เอเบอร์ดีนกำลังเจรจาอย่างจริงจังกับไอร์ริก ฮอร์เนแลนด์ อดีตกุนซือของทีมดังในนอร์เวย์ ทีมงานของเอเบอร์ดีนเห็นศักยภาพในตัวเขาเรื่องการพัฒนานักเตะเยาวชนและสไตล์การเล่นที่ดุดัน เหมาะกับปรัชญาของสโมสร หากการเจรจาสำเร็จ ฮอร์เนแลนด์อาจกลายเป็นกุนซือคนใหม่ที่พาเอเบอร์ดีนกลับมาท้าชิงแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพได้อีกครั้ง แฟนๆ ต่างคาดหวังว่าข่าวนี้จะมีพัฒนาการเร็วๆ นี้

สถานการณ์ล่าสุดของเอเบอร์ดีน

เอเบอร์ดีนยังเจรจากับฮอร์เนแลนด์เรื่องตำแหน่งกุนซือว่าง โดยทีมกำลังเผชิญปัญหาฟอร์มตกในลีก ทำให้ต้องเร่งหาผู้จัดการทีมคนใหม่เพื่อลุ้นท็อปซิกซ์ การเจรจาครั้งนี้เป็นความหวังใหม่ของสโมสรที่เคยยิ่งใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลืออื่นๆ ในสกอตแลนด์ที่น่าสนใจ เช่น เซลติกถูกปฏิเสธจุดโทษชัดเจนในนัดสกอตติช คัพ เหนือดันดี โดยอดีตผู้ตัดสินคีธ แฮกเก็ตต์เรียกร้องให้วิลลี่ คอลลัม หัวหน้าผู้ตัดสินสกอตแลนด์ทบทวนการตัดสินนั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อฟอร์มของเซลติกในนัดต่อไป

ส่วนเรนเจอร์ส อดีตกุนซือรัสเซลล์ มาร์ติน กลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในใจเจ้ามือรับแทงสำหรับตำแหน่งกุนซือเลสเตอร์ ซิตี้ หลังทีมในแชมเปี้ยนชิพไล่ออกมาร์ติ ซิฟูเอนเตส ทำให้แฟนเรนเจอร์สต้องจับตาดูว่าเขาจะไปต่อที่นั่นหรือไม่

เซลติกอาจได้โควต้าตั๋วเยือนมากกว่า 10,000 ใบสำหรับนัดสกอตติช คัพ รอบรองชนะเลิศที่ไอบร็อกซ์ หากทั้งสองสโมสรและตำรวจเห็นชอบ ซึ่งจะเป็นนัดบิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลรอคอย

และข่าวดีของอดีตดาวยิงเซลติก โอ ฮยอน-กยู ที่ยิงโอเวอร์เฮดคิกสวยงามในนัดประเดิมสนามให้เบซิคตัส ในลีกตุรกี หลังย้ายจากเกงค์ ทำให้แฟนเซลติกยังคงติดตามผลงานของเขาอย่างใกล้ชิด

  • เอเบอร์ดีนเจรจาฮอร์เนแลนด์ – ไม่มีเดดไลน์
  • เซลติกพลาดจุดโทษชัดเจน
  • รัสเซลล์ มาร์ตินตัวเต็งเลสเตอร์
  • เซลติกได้ตั๋วเยือนจำนวนมาก
  • โอ ฮยอน-กยูโชว์สกิลเบซิคตัส

ข่าวลือเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวงการฟุตบอลสกอตแลนด์กำลังคึกคักสุดๆ โดยเฉพาะ เอเบอร์ดีนยังเจรจากับฮอร์เนแลนด์เรื่องตำแหน่งกุนซือว่าง ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าทีมได้ หากคุณเป็นแฟนบอลสกอตติช ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากเรา

ความเห็นส่วนตัว: การดึงฮอร์เนแลนด์มาอาจเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญของเอเบอร์ดีน แต่ถ้าสำเร็จ พวกเขาอาจกลับมาท้าชิงบัลลังก์ได้อีกครั้ง แนะนำให้แฟนๆ ติดตามข่าวสารล่าสุดและแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“เท้ง” นัดแห่ขอบคุณ กทม. บ่ายนี้-พิจารณ์ไม่ตอบเลขาฯติ่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน วันนี้เรามีอัปเดตสุดร้อนแรงจากพรรคประชาชนหลังผลเลือกตั้งออกมาแบบไม่คาดฝัน พรรคแลนสไลด์กวาดทุกเขตในกรุงเทพฯ แต่ผลรวมทั้งประเทศยังไม่เป็นไปตามเป้า ล่าสุดมีข่าวใหญ่ “เท้ง” นัดแห่ขอบคุณ กทม. บ่ายนี้- “พิจารณ์” ไม่ตอบ “เลขาฯ ติ่ง” จ่อลาออก ที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียล มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

“เท้ง” นัดแห่ขอบคุณ กทม. บ่ายนี้- “พิจารณ์” ไม่ตอบ “เลขาฯ ติ่ง” จ่อลาออก

เช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศที่ทำการพรรคประชาชน อาคารอนาคตใหม่ คึกคักสุดๆ กรรมการบริหารพรรคทยอยเดินทางมาร่วมประชุมกัน นำโดยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และนายพิจารณ์ เชาพัฒนวงษ์ กรรมการบริหาร หลังจากผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการเผยว่าพรรคชนะทั้ง 33 เขตใน กทม. แบบถล่มทลาย!

พรรคประชาชนเตรียมแห่ขอบคุณคะแนนเสียงกรุงเทพฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรค เดินทางมาถึงเวลา 10.58 น. สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายสื่อด้วยรอยยิ้มกว้าง บอกสั้นๆ ว่า “วันนี้ช่วงบ่ายจะมีการแห่ขอบคุณในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ก่อนเข้าประชุมกรรมการบริหารเพื่อวางแผนงานต่อไป นี่คือโมเมนต์น่ารักที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของทีม แม้ผลรวมทั้งประเทศจะไม่ถึงเป้า แต่การชนะ กทม. ทุกเขตคือชัยชนะใหญ่ที่ต้องฉลองให้สมเกียรติ

ด้านนายพิจารณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า ผู้สมัคร กทม. จะจัดขบวนแห่ขอบคุณทุกคะแนนเสียงทันทีบ่ายนี้ แต่ตอนนี้ส่วนกลางกำลังโฟกัสตรวจสอบความผิดปกติในการนับคะแนน ที่มีรายงานเข้ามาจากผู้สนับสนุนและผู้สมัครหลายแห่ง “ยังไม่ลงรายละเอียด ขอรอข้อมูลครบก่อน” เขากล่าวแบบระมัดระวัง

ประเด็นร้อน: เลขาฯติ่งจ่อลาออก พิจารณ์ไม่ตอบ

กระแสข่าวที่ร้อนแรงไม่แพ้กันคือ นายศรายุทธ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค หรือ “เลขาฯติ่ง” ที่ประกาศลาออกหากคะแนนพรรคไม่ถึง 200 ที่นั่ง แต่ตอนนี้พิจารณ์ขอไม่ตอบประเด็นนี้ “อยากโฟกัสเรื่องนับคะแนนก่อน เรื่องอื่นรอหลังจากนี้” เขาย้ำชัด หลีกเลี่ยงดราม่าในช่วงวิกฤต

นอกจากนี้ พิจารณ์ยังยืนยันจุดยืนพรรคไม่พูดถึงการเจรจากับพรรคเพื่อไทยว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล “พรรคเพื่อไทยตัดสินใจเอง เราชัดเจนในหลักการ” ส่วนการประชุม กบห. วันนี้ ไม่ใช่ถอดบทเรียนเลือกตั้ง แต่เป็นการวางแผนระยะสั้นรับมือสถานการณ์แข่งกับเวลา

  • สรุปเหตุการณ์สำคัญ:
  • พรรคประชาชนชนะ 33/33 เขต กทม. แบบแลนสไลด์
  • เท้ง นัดแห่ขอบคุณบ่ายนี้ สร้างความคึกคัก
  • ตรวจสอบความผิดปกติการนับคะแนนทั่วประเทศ
  • พิจารณ์หลบตอบเรื่องเลขาฯติ่งลาออก
  • ประชุม กบห. วางแผนงานต่อ ไม่ถอดบทเรียนทันที

จากมุมมองของผม การชนะ กทม. แบบนี้แสดงพลังฐานเสียงเยาวชนและคนเมืองที่แข็งแกร่ง พรรคประชาชนยังมีอนาคตไกล แม้ผลรวมจะทำให้ต้องปรับกลยุทธ์ แต่การโฟกัสตรวจสอบคะแนนคือก้าวถูกต้องเพื่อความโปร่งใส

คุณคิดยังไงกับสถานการณ์นี้? พรรคประชาชนจะพลิกเกมได้ไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “เท้ง” นัดแห่ขอบคุณ กทม. บ่ายนี้- “พิจารณ์” ไม่ตอบ “เลขาฯ ติ่ง” จ่อลาออก

บังกลาเทศจัดเลือกตั้ง พลัง Gen Z ชี้ชะตา

บังกลาเทศจัดเลือกตั้ง พลัง Gen Z กำลังกลายเป็นจุดสนใจของโลก! วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ประชาชนบังกลาเทศกว่า 128 ล้านคนจะออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งประวัติศาสตร์ หลังจากยุคสมัยของอดีตนายกฯ ชีค ฮาสินาสิ้นสุดลงด้วยการประท้วงใหญ่ในปี 2024 ที่คนรุ่นใหม่นำหน้า นี่คือการเลือกตั้งที่เสรีที่สุดในรอบ 15 ปีเลยทีเดียว

บังกลาเทศจัดเลือกตั้ง พลัง Gen Z ชี้ชะตาประเทศ

หลังจากชีค ฮาสินาและพรรคอวามีลีกถูกห้ามลงแข่ง สนามการเมืองเปิดกว้างให้พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (BNP) ที่ส่งผู้สมัครครบ 292 จาก 300 เขต ได้รับการคาดการณ์ว่าจะชนะแบบสบายๆ จากโพลต่างๆ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแนวร่วมอิสลามิสต์นำโดยพรรคจามาต-อี-อิสลามีกำลังมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เคยลุกฮือโค่นล้มรัฐบาลเก่า

คนรุ่น Gen Z ซึ่งมีสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง คือกุญแจสำคัญ พวกเขาต้องการการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ไม่ใช่แค่สโลแกน นักกิจกรรมวัยต่ำกว่า 30 ปีหลายคนรวมตัวตั้งพรรคใหม่ แต่สุดท้ายจับมือกับจามาตเพื่อต่อสู้ในเวทีเลือกตั้ง หลังจากที่พลังประท้วงบนถนนยังไม่กลายเป็นคะแนนเสียงได้เต็มที่

พรรคหลักและโอกาสชนะในการบังกลาเทศจัดเลือกตั้ง พลัง Gen Z

  • พรรค BNP: นำโดยตาริก ราห์มาน บุตรชายอดีตนายกฯ คาลิดา เซีย โพลชี้คะแนนนำเด่น เน้นนโยบายฟื้นเศรษฐกิจและต่อต้านคอร์รัปชัน
  • แนวร่วมจามาต-อี-อิสลามี: ภาพลักษณ์โปร่งใส ผลงานดีที่สุดในรอบหลายปีหลังถูกแบนมาก่อน อาจได้เก้าอี้นายกฯ ถ้าชนะ
  • พรรค Gen Z ใหม่: ยังอ่อนแอ แต่เป็นตัวแปรสำคัญในการดึงดูดคนรุ่นใหม่

บรรยากาศหาเสียงคึกคัก โปสเตอร์ BNP กับจามาตติดเต็มเมือง แตกต่างจากยุคฮาสินาที่อวามีครองพื้นที่ชัดเจน นักวิเคราะห์อย่างพาร์เวซ คาริม อับบาซี จากศูนย์ศึกษาธรรธรรมในธากา ย้ำว่า Gen Z จะชี้ขาดทุกอย่าง

ปัญหาเศรษฐกิจและต่างประเทศที่รอรัฐบาลใหม่แก้ไข

บังกลาเทศกำลังเผชิญวิกฤตหนัก เงินเฟ้อพุ่ง ทุนสำรองลดฮวบ อุตสาหกรรมสิ่งทอที่เป็นตัวส่งออกอันดับ 2 ของโลกชะงักงัน ต้องกู้ IMF กับ World Bank ตั้งแต่ 2022 ผู้มีสิทธิ์กังวลเรื่องคอร์รัปชัน ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ

ด้านต่างประเทศ ถ้า BNP ชนะ อาจสมดุลจีน-อินเดีย แต่ถ้าจามาตนำ อาจใกล้ชิดปากีสถานมากขึ้น หลังฮาสินาลี้ภัยไปอินเดีย อิทธิพลจีนกำลังเพิ่มในโครงสร้างพื้นฐาน

โมฮัมหมัด ราคิบ วัย 21 ปี ผู้เลือกตั้งครั้งแรก บอกว่า “หวังว่ารัฐบาลใหม่จะให้ประชาชนมีเสียงจริงๆ ไม่ใช่แค่ในนาม” นี่คือความหวังของคนรุ่นใหม่ทั้งประเทศ

การบังกลาเทศจัดเลือกตั้ง พลัง Gen Z ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชิงเก้าอี้ แต่เป็นการกำหนดอนาคตชาติที่มีประชากร 175 ล้านคน ผลต้องชัดเจน ไม่แตกแยก เพื่อฟื้นความมั่นคง ถ้าสำเร็จ จะเป็นแบบอย่างให้โลกเห็นว่าคนรุ่นใหม่เปลี่ยนประเทศได้จริง

คุณคิดว่าพรรคไหนจะชนะ? ติดตามผลและแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อร่วมคุยถึงอนาคตบังกลาเทศกันเถอะ!

ที่มา – บังกลาเทศจัดเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ พลัง “Gen Z” ชี้ชะตาประเทศหลังสิ้นยุค “ชีค ฮาสินา”

ต้องได้คนละครึ่งพลัส เฟส 2 เงื่อนไขเป๋าตัง

สวัสดีครับทุกคน! หลังจากผลเลือกตั้งปี 2569 ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทยคว้าคะแนนนำอันดับ 1 เรียกได้ว่านโยบายเด่นที่ทุกคนรอคอยก็คือ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 นี่แหละครับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้สมัครนายกรัฐมนตรี สัญญาไว้ชัดเจนในทุกเวทีปราศรัย ว่าถ้าได้เป็นรัฐบาล จะนำโครงการนี้กลับมาแบบจัดเต็มแน่นอน ตอนนี้คนเริ่มทวงสิทธิกันแล้วว่า “ได้เมื่อไหร่เนี่ย?” วันนี้เรามาเปิดหมดทุกอย่างกันเลย เงื่อนไข วิธีใช้ และทุกข้อมูลที่คุณต้องรู้!

ย้อนไปก่อนยุบสภา โครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ต้องหยุดชะงักเพราะพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ พ.ศ. 2568 บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ไม่สามารถใช้งบกลางได้ แต่พอสถานการณ์คลี่คลาย รัฐบาลใหม่ก็พร้อมเดินหน้าต่อ โครงการนี้เป็นนโยบายช่วยเหลือประชาชนโดยตรง เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยให้คนใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้

โครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มีสิทธิ์จำกัดเพียง 10 ล้านสิทธิ์ เท่านั้น! แต่ละคนรับเงินช่วยเหลือคนละ 2,000 บาท ตลอดระยะโครงการ แบ่งกลุ่มผู้รับสิทธิเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • กลุ่มใหม่ 5 ล้านสิทธิ์: สำหรับคนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน หรืออยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย และจังหวัดชายแดนที่มีความขัดแย้งกับกัมพูชา เช่น จังหวัดตราด สระแก้ว ฯลฯ กลุ่มนี้รัฐบาลอยากช่วยเหลือเป็นพิเศษ
  • กลุ่มเก่า 5 ล้านสิทธิ์: สำหรับผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสก่อนหน้าแล้ว ยังมีสิทธิต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องยอดใช้จ่ายรายวัน เพราะไม่บังคับให้ใช้ครบ 200 บาทต่อวันเหมือนเฟสแรก สามารถใช้ได้ตามสะดวก ตลอดวงเงิน 2,000 บาท

วิธีใช้จ่ายคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ผ่านแอปเป๋าตัง

การใช้สิทธิ์ทำได้ง่ายมาก เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เป๋าตัง แล้วเข้า G-Wallet สแกนจ่ายที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้เลย เวลาใช้จ่ายคือ 06.00–23.00 น. ทุกวัน ร้านค้าที่ร่วมจะมีป้ายบอกชัดเจน เช่น ร้านอาหาร ตลาดสด ร้านโชห่วย สถานีบริการน้ำมัน และห้างสรรพสินค้าบางแห่ง

ขั้นตอนลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เฟส 2 คาดว่าจะเปิดเร็วๆ นี้ หลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น ผู้สนใจเตรียมบัตรประชาชนและเบอร์โทรที่ลงทะเบียนไว้กับแอปเป๋าตังให้พร้อม ระบบจะแจ้งสิทธิผ่านแอปทันที ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเป้าหมาย รีบเช็กเลย!

ทำไมโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ถึงน่าตื่นเต้น? เพราะมันช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยรัฐช่วยออก 50% (สูงสุด 100 บาท/วัน) แต่รวมวงเงินทั้งโครงการถึง 2,000 บาท ช่วยให้ประชาชนซื้อของกินของใช้ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยร้านค้าขนาดเล็กให้มีรายได้หมุนเวียน เศรษฐกิจท้องถิ่นดีขึ้นแน่นอน

เทียบกับเฟสก่อนหน้า เฟส 2 นี้ขยายสิทธิมากขึ้น ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยด้วย ถ้าคุณเคยพลาดเฟสแรก คราวนี้อย่าพลาดนะครับ นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นๆ จากพรรคภูมิใจไทย เช่น เพิ่มค่าท้องถิ่น แต่คนละครึ่งพลัสยังคงเป็นที่รักที่สุด

คำเตือน: สิทธิ์มีจำกัด 10 ล้านคนเท่านั้น ใครเช็กแล้วไม่มีสิทธิ ก็ลองดูโครงการอื่นอย่างยิ่งดี หรือเป๋าตังเฟสอื่นๆ ไปก่อน รัฐบาลใหม่สัญญาจะช่วยเหลือทุกภาคส่วน

สรุปแล้ว คนละครึ่งพลัส เฟส 2 คือโอกาสทองสำหรับประชาชน 10 ล้านคน รีบติดตามข่าวสารจากแอปเป๋าตังและเว็บกรมบัญชีกลางเลยครับ! ถ้าพร้อมแล้ว ไปเตรียมตัวลงทะเบียนกันเถอะ ช่วยเศรษฐกิจ ช่วยตัวเอง ช่วยชุมชน

คำแนะนำ: อัปเดตแอปเป๋าตังให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ลิงก์ธนาคารที่ใช้งานได้ และเตรียมหลักฐานให้ครบ จะได้ไม่พลาดสิทธิ์คนละครึ่งพลัส เฟส 2 แน่นอน!

ที่มา – ต้องได้ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” เปิดเงื่อนไข ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

รูนีย์ชี้ท็อตแนมลุ้นหนีตกชั้น

รูนีย์ชี้ท็อตแนมลุ้นหนีตกชั้น

ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ เพิ่งแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 2-0 ทำให้ทีมของโธมัส แฟรงค์ ไม่ชนะติดต่อกันมา 7 นัด ส่งผลให้รั้งอันดับ 15 ของตารางc และห่างจากโซนตกชั้นเพียง 6 คะแนนเท่านั้น

เวย์น รูนีย์ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ และอดีตดาวยิงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาแสดงความเห็นในรายการ The Wayne Rooney Show โดยระบุว่ารูนีย์ชี้ท็อตแนมลุ้นหนีตกชั้นแล้วจริงๆ ด้วยฟอร์มการเล่นปัจจุบัน “คุณต้องยอมรับว่าพวกเขากำลังอยู่ในสงครามหนีตกชั้น” รูนีย์กล่าว

รูนีย์ชี้ท็อตแนมลุ้นหนีตกชั้นด้วยฟอร์มอันน่าผิดหวัง

ฤดูกาลที่แล้ว ท็อตแนมจบอันดับ 17 ซึ่งนำไปสู่การปลดแองจ์ ปอสเตโคกลู ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม แม้ว่าทีมจะคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก มาก็ตาม ปัจจุบัน ท็อตแนมลุ้นหนีตกชั้น อย่างหนัก หลังแพ้แมนยู รูนีย์ชี้ว่าทีมอย่างเวสต์แฮมและน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ กำลังมีฟอร์มดี “เวสต์แฮมฟอร์มดี น็อตติ้งแฮมเก็บแต้มได้เรื่อยๆ คุณไม่อาจคิดว่าท็อตแนมไม่ลุ้นตกชั้นได้”

นอกจากนี้ กัปตันทีมคริสเตียน โรเมโร ยังโดนใบแดงในครึ่งแรก จากจังหวะเข้าสกัดหนักใส่คาเซมิโร ซึ่งเป็นใบแดงครั้งที่ 6 ของเขาในสีเสื้อท็อตแนม รูนีย์มองว่า “เข้าใจว่าทำไมถึงแดง แต่ harsh หน่อย บางครั้งนักเตะเสียสติ”

ดราม่าระหว่างโรเมโรกับสโมสรท็อตแนม

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน โรเมโร โพสต์ソーเชียลมีเดียวิจารณ์ผู้บริหารสโมสรว่า “น่าอับอาย” ที่มีผู้เล่นฟิตเพียง 11 คนในเกมเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 รูนีย์กล่าวว่า “คำวิจารณ์แบบนี้ไม่ช่วยอะไร เขาพูดตรง แต่ต้องพิสูจด้วยผลงาน มิฉะนั้นจะเพิ่มแรงกดดันให้โธมัส แฟรงค์”

รูนีย์แสดงความเห็นใจแฟรงค์ ผู้จัดการทีมที่ย้ายจากเบรนท์ฟอร์ดมารับช่วงต่อปอสเตโคกลูเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว “ผมสงสารแฟรงค์ เขาดูเหนื่อย เหมือนแก่ขึ้น 10 ปี งานท็อตแนมทำแบบนี้กับเขา หวังว่าสโมสรจะอดทนเพราะเขาเก่ง แต่ยาก และไม่ต้องการกัปตันโดนแดงบ่อยหรือพูดมาก”

  • สถานการณ์ปัจจุบัน: ท็อตแนมอันดับ 15 ห่างตกชั้น 6 แต้ม
  • ฟอร์ม: แพ้ 7 นัดติด ไม่ชนะในลีก
  • ปัญหา: ผู้เล่นบาดเจ็บ, กัปตันดราม่า, ผู้เล่นแดงบ่อย
  • คู่แข่ง: เวสต์แฮม, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ กำลังมาแรง

สถานการณ์ของท็อตแนมในฤดูกาลนี้ยิ่งเลวร้ายลงหลังจากเปลี่ยนผู้จัดการทีม โธมัส แฟรงค์ต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาล แฟนบอลสเปอร์สเริ่มไม่พอใจกับผลงานที่ห่างไกลจากความคาดหวัง ทีมที่เคยลุ้นท็อปโฟร์ กลับต้องมานั่งลุ้นหนีตกชั้น รูนีย์ชี้ท็อตแนมลุ้นหนีตกชั้นชัดเจน และหากไม่ปรับปรุง อนาคตอาจยิ่งมืดมน

ในรายการของรูนีย์ยังพูดถึงปัญหาเชิงลึก เช่น การจัดการนักเตะดาวดังที่เสียสติง่าย และการขาดผู้เล่นสำรองที่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้ทำให้ทีมขาดความมั่นคง นักวิเคราะห์หลายคนเห็นด้วยกับรูนีย์ว่า ท็อตแนมต้องรีบเสริมทัพในตลาดมกราคม มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นทีมตกชั้นจริงๆ

สำหรับแฟนบอลท็อตแนม ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ต้องอดทนและหนุนหลังทีมให้มากขึ้น คุณคิดว่าท็อตแนมจะรอดพ้นโซนตกชั้นได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมกับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยครองสุรินทร์ทั้งจังหวัด

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด “พรรคภูมิใจไทย” ครองใจคนสุรินทร์ทั้งจังหวัด สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดสุรินทร์ เมื่อพรรคภูมิใจไทยสามารถกวาดเก้าอี้ ส.ส. ทุกทั้ง 8 เขตเลือกตั้งได้อย่างขาดลอย ล้มตัวเต็งจากพรรคอื่นๆ มาดูรายละเอียดกันเลย

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด “พรรคภูมิใจไทย” ครองใจคนสุรินทร์ทั้งจังหวัด

หลังจากปิดหีบลงคะแนนเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งทั่วจังหวัดสุรินทร์ได้เริ่มนับคะแนนทันทีตั้งแต่ 17.30 น. โดยนับทั้งบัตร ส.ส. แบ่งเขต ส.ส. บัญชีรายชื่อ และประชามติ มีผู้สังเกตการณ์จากทุกพรรคคอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด ล่าสุดเมื่อเวลา 06.50 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศผลอย่างเป็นทางการ พรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะทั้ง 8 เขต ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองสุรินทร์ที่พรรคเดี่ยวกวาดทุกที่นั่ง

ผลการเลือกตั้ง 2569 สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทยกวาดทุกเขต

รายชื่อผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทยที่ชนะในแต่ละเขต

นี่คือรายชื่อผู้ชนะและคะแนนเสียงในแต่ละเขตเลือกตั้งสุรินทร์:

  • เขต 1: นางสาวเบญญา มุ่งเจริญพร พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 45,714 โหวต
  • เขต 2: นายณัฐพล จรัสรพีพงศ์ พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 52,161 โหวต
  • เขต 3: นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 44,112 โหวต
  • เขต 4: นางสาวสุรีย์ ธัมมาตร พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 44,718 โหวต
  • เขต 5: นายภุชงค์ สุภัควรางกูล พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 41,134 โหวต (ล้มตัวเต็งจากพรรคเพื่อไทย)
  • เขต 6: นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 50,655 โหวต
  • เขต 7: นายเรืองวิทย์ คณูวัฒนาพงษ์ พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 43,020 โหวต
  • เขต 8: นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 51,275 โหวต
ภาพการนับคะแนนเลือกตั้งสุรินทร์ 2569

เทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2566 จังหวัดสุรินทร์เคยมี 3 เขตที่พรรคเพื่อไทยครองอยู่ ได้แก่ เขต 2, 4 และ 5 โดยเฉพาะเขต 5 ของนายครูมานิตย์ สังพุ่ม ที่เป็นตัวเต็ง แต่ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยพลิกเกมได้สำเร็จ สาเหตุหลักมาจากนโยบายที่ตอบโจทย์ชาวสุรินทร์ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจเกษตร การแก้ปัญหาน้ำแล้ง และการสนับสนุน SME ในพื้นที่อีสานตอนใต้ ทำให้ได้คะแนนถล่มทลาย

ความสำคัญของชัยชนะพรรคภูมิใจไทยในสุรินทร์

ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนโฉมการเมืองสุรินทร์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวโน้มการเมืองไทยในปี 2569 ที่พรรคภูมิใจไทยกำลังขยายอิทธิพลในภาคอีสาน หลังจากที่เคยมีฐานเสียงหลักในภาคกลางและตะวันออก การกวาด 8 เขตเต็ม จะช่วยให้พรรคมี ส.ส. เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายระดับชาติ ชาวสุรินทร์ส่วนใหญ่แสดงความพอใจกับผลนี้ โดยเชื่อว่านักการเมืองท้องถิ่นจากพรรคภูมิใจไทยเข้าใจปัญหาชาวบ้านดีกว่า

นอกจากนี้ ผลสรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุดนี้ยังเป็นบทเรียนให้พรรคอื่นๆ ที่ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อแข่งขันในพื้นที่ชนบท การเลือกตั้งสุรินทร์ครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์กว่า 70% สูงกว่าครั้งก่อน แสดงถึงความสนใจของประชาชนต่อการเมือง

ในมุมมองของผู้เขียน ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยในสุรินทร์คือสัญญาณบวกของการเมืองที่เน้นผลงานจริง ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงเก่าๆ หากพรรคสามารถผลักดันนโยบายที่สัญญาไว้ได้ จะยิ่งครองใจคนไทยทั้งประเทศ ติดตามผลการเลือกตั้งเขตอื่นๆ และวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด “พรรคภูมิใจไทย” ครองใจคนสุรินทร์ทั้งจังหวัด

ป.ป.ช. โต้ฟันอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล แจงยังไม่มีสรุป

ป.ป.ช. โต้ฟันอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล แจง ยังไม่ได้ข้อสรุป ขอให้ใจเย็นๆ เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามองในช่วงนี้ หลังจากมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จำนวน 44 คน จากพรรคก้าวไกล ในข้อหากระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง จากการลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือที่รู้จักกันในชื่อกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ป.ป.ช. โต้ฟันอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล แจง ยังไม่ได้ข้อสรุป ขอให้ใจเย็นๆ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ออกมาโต้แย้งข่าวดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่า ป.ป.ช. โต้ฟันอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ในเรื่องนี้ แม้ว่าจะมีการนำวาระดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 จริง แต่การประชุมครั้งนั้นเป็นการประชุมลับ และยังไม่สามารถสรุปผลได้ในทันที เลขาฯ ป.ป.ช. ฝากถึงสื่อมวลชนและประชาชนให้ใจเย็นๆ รอฟังผลอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจมีการแถลงในช่วงเย็นของวันเดียวกัน หากได้ข้อสรุป หรืออาจเลื่อนการประชุมหากยังไม่พร้อม

กรณีศึกษาการลงชื่อเสนอแก้ไขมาตรา 112

ประเด็นนี้เกิดขึ้นจากอดีต สส. พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ที่ลงชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นมาตราเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าอาจเข้าข่ายผิดจริยธรรมของ สส. ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายจริยธรรม ป.ป.ช. จึงรับเรื่องมาพิจารณาเพื่อตรวจสอบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ โดยพิจารณาจากหลักฐานและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

  • อดีต สส. 44 คน ลงชื่อเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112
  • ป.ป.ช. นำเข้าที่ประชุมลับเพื่อพิจารณา
  • ยังไม่มีมติชี้มูลความผิด
  • เลขาฯ ขอให้รอผลอย่างเป็นทางการ
  • อาจแถลงข่าวช่วงเย็นวันเดียวกัน

ผลกระทบและมุมมองต่อสังคม

เรื่องนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อตัวอดีต สส. เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการทำงานของ ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงานอิสระที่ต้องรักษาความโปร่งใสและเป็นกลาง การโต้ข่าวลือของเลขาฯ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่ถูกต้อง สังคมไทยในปัจจุบันให้ความสำคัญกับประเด็นจริยธรรมนักการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โซเชียลมีเดียแพร่กระจายข่าวสารอย่างรวดเร็ว ทำให้ข่าวลือแพร่สะพัดได้ง่าย ป.ป.ช. จึงต้องระมัดระวังในการสื่อสารเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

นอกจากนี้ มาตรา 112 ยังเป็นประเด็นอ่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของชาติ การเสนอแก้ไขจึงมักถูกจับตามองจากทุกฝ่าย หาก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าผิดจริง อาจนำไปสู่การดำเนินคดีต่อไป แต่หากไม่ผิด ก็จะเป็นการคลี่คลายความตึงเครียดได้ หากคุณกำลังติดตามข่าวการเมืองไทย เรื่องนี้คือตัวอย่างที่ดีของกระบวนการตรวจสอบที่ต้องใช้เวลาและความรอบคอบ

ในมุมมองของผู้เขียน การขอให้ “ใจเย็นๆ” จาก ป.ป.ช. เป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงการไม่รีบร้อนตัดสินใจ ซึ่งช่วยรักษาความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม สุดท้ายแล้ว ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงข่าวปลอม

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ป.ป.ช. โต้ฟันอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล แจง ยังไม่ได้ข้อสรุป ขอให้ใจเย็นๆ

อีลอน มัสก์ ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์

อีลอน มัสก์ ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์แทนดาวอังคาร แล้วนะเพื่อนๆ! ซีอีโอสุดแสบของ SpaceX ประกาศเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ก.พ.) ผ่านแพลตฟอร์ม X ของตัวเอง บอกเลยว่านี่คือข่าวร้อนที่แฟนอวกาศอย่างเราต้องตามติด

อีลอน มัสก์ ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์แทนดาวอังคาร

เดิมที SpaceX มีความฝันสุดยิ่งใหญ่คือสร้างเมืองบนดาวอังคารภายใน 5-7 ปี แต่ตอนนี้มัสก์บอกว่า “ภารกิจสำคัญที่สุดคือรักษาอนาคตของอารยธรรมมนุษย์” และดวงจันทร์นี่แหละที่ทำได้เร็วกว่า! เขาตั้งเป้าสร้าง “เมืองที่เติบโตได้ด้วยตัวเอง” บนดวงจันทร์ให้สำเร็จภายใน 10 ปีเลยทีเดียว แถมยังวางแผนส่งยานไร้คนขับลงจอดดวงจันทร์เร็วสุดปี 2027 ส่วนโปรเจกต์ดาวอังคารต้องรอไปก่อน

อีลอน มัสก์ ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์แทนดาวอังคารเพราะอะไร?

คุณรู้มั้ยว่าการตัดสินใจนี้มาจากรายงานของ Wall Street Journal ที่ SpaceX แจ้งนักลงทุนแล้ว โดยเลื่อนแผนส่งยานไปดาวอังคารจากปี 2026 มาเป็นดวงจันทร์ปี 2027 แทน นี่คือการปรับตัวที่ฉลาดมาก เพราะตอนนี้โลกกำลังแข่งขันดุเดือดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เรื่องการส่งมนุษย์กลับดวงจันทร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ Apollo 17 ปี 1972 NASA กับ SpaceX ก็มี Artemis Program ที่กำลังมาแรง ส่วนจีนก็ไม่ยอมแพ้

การสร้างเมืองบนดวงจันทร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มันจะเป็นฐานที่มั่นสำหรับมนุษยชาติ ช่วยสำรองเผ่าพันธุ์จากภัยพิบัติบนโลก และยังเป็นจุดกระโดดไปดาวอังคารในอนาคตด้วย SpaceX กำลังใช้เทคโนโลยี Starship ที่ทรงพลังเพื่อทำให้ฝันนี้เป็นจริง

แผนเสริม: xAI และศูนย์ข้อมูลในอวกาศ

นอกจากนี้ SpaceX เพิ่งซื้อ xAI บริษัท AI ของมัสก์เอง ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์! แผนต่อไปคือสร้าง “ศูนย์ข้อมูลในอวกาศ” ที่ประหยัดพลังงานกว่าบนโลกมาก เพราะความต้องการ AI กำลังบูมสุดๆ มัสก์เชื่อว่าอวกาศจะแก้ปัญหาพลังงานได้ดี

IPO ครั้งใหญ่และ Tesla ก็เปลี่ยนตาม

เพื่อระดมทุน SpaceX เตรียม IPO ปีนี้ คาดได้ถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์! ส่วน Tesla มัสก์ทุ่ม 20,000 ล้านดอลลาร์ เปลี่ยนจากรถ EV เป็นบริษัทหุ่นยนต์และขับขี่อัตโนมัติ ยุติผลิตรถ 2 รุ่นเพื่อทำหุ่น Optimus แทน

  • จุดเด่นของแผนใหม่: ส่งยานลงดวงจันทร์ 2027
  • สร้างเมือง self-sustaining ภายใน 10 ปี
  • เลื่อนดาวอังคารแต่ไม่ยกเลิก
  • ผนวก AI จาก xAI
  • IPO มูลค่าสูงลิ่ว

บอกเลยว่า อีลอน มัสก์ ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์แทนดาวอังคาร นี่แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ยืดหยุ่นของเขา สมัยก่อนคนหัวรั้นอาจยึดแผนเก่า แต่ Elon รู้จักปรับตามสถานการณ์ นี่คือก้าวสำคัญสู่ยุค multi-planetary species! คุณคิดยังไงกับแผนนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามบล็อกเพื่อข่าวอวกาศอัปเดตทุกวันนะ

ที่มา – “อีลอน มัสก์” ปรับแผน ดัน SpaceX สร้าง “เมืองโตได้เอง” บนดวงจันทร์แทนดาวอังคาร