วัน: 11 กุมภาพันธ์ 2026

ปชป. ออกแถลงการณ์ จี้ ปปง. เร่งอายัดทรัพย์สแกมเมอร์

ปัญหาสแกมเมอร์และทุนเทากำลังกลายเป็นภัยร้ายแรงต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการฟอกเงินผ่านระบบธนาคารและตลาดทุน ล่าสุด ปชป. ออกแถลงการณ์ จี้ ปปง. เร่งอายัดทรัพย์สแกมเมอร์ เพื่อทวงคืนทรัพย์สินที่ได้มาจากการโกงประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 และชื่นชมปฏิบัติการร่วมกันระหว่าง ศปอส.ตร. กับ ปปง. ที่นำโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดีอี ทำให้สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้ถึง 9.2 พันล้านบาท

ปชป. ออกแถลงการณ์ จี้ ปปง. เร่งอายัดทรัพย์สแกมเมอร์

แถลงการณ์ดังกล่าวออกมาเมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพรรคประชาธิปัตย์ส่งตรงถึงเลขาธิการ ปปง. เน้นย้ำถึงความคืบหน้าของการดำเนินคดี โดยระยะเวลายึดอายัดทรัพย์ 90 วัน จะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 มีนาคม 2569 เหลือเวลาเพียง 18 วันในการส่งฟ้องอัยการเพื่อให้ศาลสั่งยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ปชป. ชี้ว่าการดำเนินการนี้เป็นการทดสอบความสุจริตของรัฐบาลไทยและความน่าเชื่อถือของตลาดทุน หากล่าช้าอาจทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางฟอกเงินของอาชญากรต่างชาติ

พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าธุรกรรมผิดปกติของกลุ่มสแกมเมอร์มีหลักฐานชัดเจนในข้อหากลุ่มอั้งยี่ ซ่องโจร ฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 700 ราย เส้นทางการเงินถูกโอนต่อเนื่องจนถึงบัญชีต้องสงสัยที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับคดีใหญ่ๆ เช่น การสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน ซึ่ง DSI ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไต่สวนข้าราชการและนักการเมือง 6 ราย

ปชป. ชี้เป้าทรัพย์สินกลุ่มทุนเทายังเหลืออีกเพียบ

จากการศึกษาข้อมูลของพรรค พบว่ายังมีสินทรัพย์และหลักทรัพย์ของกลุ่มผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับ Capital Asia Investment (CAI) และสถาบันการเงินอื่นๆ ที่ยังไม่ถูกอายัดครบถ้วน พรรคกำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเสนอให้ ปปง. และ กลต. ขยายผลสาวลึกถึงต้นตอและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ข้อเสนอสำคัญ 3 ข้อจากแถลงการณ์ ปชป. ออกแถลงการณ์ จี้ ปปง. เร่งอายัดทรัพย์สแกมเมอร์ ได้แก่:

  • ข้อ 1: ยืนยันว่าการยึดอายัดตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2568 ถูกต้องตามหลักฐาน รัฐบาลต้องเร่งขั้นตอนถัดไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีตลาดทุนไทย ไม่ให้ไทยเป็นฐานฟอกเงิน
  • ข้อ 2: กลุ่มนี้เชื่อมโยงคดีสแกนม่านตา DSI ส่ง ป.ป.ช. แล้ว ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงต่อชาติ
  • ข้อ 3: พบแหล่งทรัพย์เพิ่มเติม กำลังรวบรวมหลักฐานส่ง ปปง. เพื่อยึดอายัดขยายวง

ปัญหาสแกมเมอร์ในไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ ในปีที่ผ่านมา มีผู้เสียหายนับแสนราย มูลค่าความเสียหายทะลุหมื่นล้านบาท การที่ ปปง. จัดประชุมในวันเดียวกัน (11 ก.พ.) ถือเป็นโอกาสทองในการพิจารณาข้อเสนอเหล่านี้ พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดำเนินการจริงจัง เพื่อปกป้องประชาชนและภาพลักษณ์ประเทศในสายตาโลก

นอกจากนี้ การต่อสู้กับทุนเทายังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เช่น ธนาคาร กลต. และ DSI เพื่อปิดช่องโหว่ระบบการเงิน หากประสบความสำเร็จ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในมุมมองของเรา การเคลื่อนไหวของปชป. ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทฝ่ายค้านที่เข้มแข็งในการตรวจสอบรัฐบาล สร้างแรงกดดันให้หน่วยงานรัฐทำงานโปร่งใสและรวดเร็ว คุณคิดว่ารัฐบาลจะสามารถยึดทรัพย์ทั้งหมดได้ทันกำหนดหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างกระแสต่อต้านสแกมเมอร์ให้ดังยิ่งขึ้น!

ที่มา – ปชป. ออกแถลงการณ์ จี้ ปปง. เร่งอายัดทรัพย์สแกมเมอร์-ทุนเทา ชี้เป้ายังมีขุมทรัพย์อีกเพียบ

“มณฑลทหารบกที่ 22” บรรจุ 2 พี่น้องทหารกล้า เข้าทดแทนแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องน่าประทับใจจากกองทัพบกมาฝากกันครับ โดยเฉพาะข่าวจากมณฑลทหารบกที่ 22ที่แสดงให้เห็นถึงปณิธาน “กองทัพบกไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่คำพูดสวยๆ แต่ลงมือทำจริงๆ ด้วยการบรรจุ 2 พี่น้องของทหารกล้าสองนายที่เสียชีวิตขณะป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา เข้ารับราชการทดแทนแล้ว นี่คือการสานต่อเกียรติยศและดูแลครอบครัวทหารอย่างแท้จริงครับ

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ให้บรรจุบุคคลพลเรือน 3 นายเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร สังกัดกองทัพบก และในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ทายาทสองคนนี้ก็ได้มารายงานตัวต่อพลตรีธนกฤต พันธุ์รอด ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 ณ ห้องรับรองกองบัญชาการเรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าทุกขั้นตอนโปร่งใสและรวดเร็ว สมกับเป็นองค์กรที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลครับ

มณฑลทหารบกที่ 22

มณฑลทหารบกที่ 22 ซึ่งประจำการอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นหน่วยสำคัญในการดูแลพื้นที่ภาคอีสานตอนล่างและชายแดนไทย-กัมพูชา หน่วยนี้มีบทบาทหลักในการฝึกทหาร รักษาความมั่นคง และปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศมาโดยตลอด ล่าสุดหน่วยนี้ได้สร้างความประทับใจด้วยการรับทายาททหารกล้าเข้าทำงานทดแทนพี่น้องที่จากไป ตามนโยบายของกองทัพบกที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวกำลังพลทุกคน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เกียรติยศของทหารจะคงอยู่กับครอบครัวตลอดไปจริงๆ ครับ

มณฑลทหารบกที่ 22 กับการบรรจุทายาททหารกล้า

มาดูรายละเอียดของทายาททั้งสองคนที่ได้รับโอกาสนี้กันครับ ก่อนอื่นคือ

  • นายนที ผาสุข พี่ชายของ ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุข สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ซึ่งเสียชีวิตอย่างกล้าหาญระหว่างปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 นายนทีได้รับการบรรจุในตำแหน่งนายทหารโภชนาการ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อัตรา ร.อ. ช่วยดูแลสุขภาพกำลังพลต่อไป
  • นางสาวนิติญา น้อยโคตร น้องสาวของ ส.อ.กฤษฎา น้อยโคตร สังกัดกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะเดียวกันเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เธอได้รับตำแหน่งพยาบาล กสน. โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อัตรา ร.อ. เช่นกัน จะช่วยเหลือด้านสาธารณสุขให้กับทหารและครอบครัว

ทั้งสองคนนี้จะช่วยสืบสานภารกิจของพี่น้องที่จากไป โดยโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์เป็นโรงพยาบาลหลักของค่ายทหารในพื้นที่ รับผิดชอบดูแลสุขภาพของกำลังพลนับพันนาย การบรรจุครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ช่วยเหลือครอบครัว แต่ยังเสริมกำลังพลให้หน่วยด้วยครับ

ย้อนกลับไปเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงกรกฎาคม 2568 ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียให้กองทัพไทย ทหารกล้าทั้งสองนายได้สละชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ สร้างความภาคภูมิใจให้ประชาชนทั่วประเทศ การที่มณฑลทหารบกที่ 22รีบดำเนินการรับทายาทเข้าทำงาน จึงเป็นการตอบแทนความเสียสละนั้นได้อย่างดีเยี่ยม นโยบายรับราชการทดแทนนี้มีมานานแล้ว แต่การปฏิบัติที่รวดเร็วแบบนี้หายากนะครับ แสดงถึงความเอาใจใส้จากผู้บัญชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในมุมมองของผม การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจให้ครอบครัวทหารกล้าเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาขวัญกำลังใจของทหารทุกนายที่รู้ว่าหากเกิดเหตุร้าย ครอบครัวจะได้รับการดูแลอย่างดี มันคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง สร้างความภักดีจากภายในสู่ภายนอก นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างให้หน่วยงานรัฐอื่นๆ นำไปปรับใช้ได้ด้วย

เพื่อนๆ คิดยังไงกับข่าวนี้บ้างครับ? การดูแลทายาททหารกล้าคือสิ่งที่กองทัพควรทำต่อไปหรือไม่ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยนะครับ และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อเผยแพร่เรื่องดีๆ แบบนี้ให้คนอื่นได้รับรู้กันเยอะๆ ครับ สนับสนุนทหารไทยของเราต่อไป!

ที่มา – “มณฑลทหารบกที่ 22” บรรจุ 2 พี่น้องของ 2 ทหารกล้า เข้ารับราชการทดแทนแล้ว

สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี 2025

สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปีจากเวทีไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025 ถือเป็นความสำเร็จที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน รางวัลอันทรงเกียรตินี้มาจากการโหวตของประชาชนกว่า 8.5 ล้านคนผ่านช่องทางออนไลน์ QR Code และ SMS ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความรักที่คนไทยมีต่อสภากาชาดไทยในฐานะองค์กรที่พึ่งพาได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การให้บริการทางการแพทย์ หรือศูนย์รับบริจาคโลหิตที่ช่วยชีวิตนับไม่ถ้วน

ไทยรัฐกรุ๊ปมอบเงินสนับสนุนการทำงานของสภากาชาดไทย
ไทยรัฐกรุ๊ปมอบเงินสนับสนุนการทำงานของสภากาชาดไทย

ในพิธีมอบรางวัล นางสาวจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ ได้มอบรางวัลพร้อมเงินสมทบทุนจำนวน 50,000 บาท แก่นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เพื่อนำไปสนับสนุนงานด้านสาธารณภัยและการแพทย์ สร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวไทยต่อไป

สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี จากการโหวตมหาชน

สภากาชาดไทยคว้ารางวัลนี้เพราะเป็นองค์กรกุศลชั้นนำในประเทศไทยที่ยึดหลักมนุษยธรรมตามหลักกาชาดสากล ด้วยภารกิจหลักที่ครอบคลุมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ การให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย และการเป็นศูนย์กลางรับบริจาคโลหิตที่ปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการยอมรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง

ผลงานเด่นที่ทำให้สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี

  • บรรเทาทุกข์สาธารณภัย: สภากาชาดไทยรีบให้ความช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น ล่าสุดในเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ภาคใต้ สภากาชาดไทยรวมพลังกับทุกภาคส่วน ส่งสิ่งของจำเป็น อาหาร น้ำดื่ม และเงินช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว
  • บริการทางการแพทย์: มีโรงพยาบาลสภากาชาดไทย คลินิก และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่ให้บริการประชาชนในราคาย่อมเยา โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย
  • รับบริจาคโลหิต: เป็นแหล่งหลักของเลือดสะอาดที่ช่วยชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ ด้วยระบบที่ทันสมัยและปลอดภัย 100%
  • โครงการมนุษยธรรมอื่นๆ: เช่น การฝึกอบรมกู้ภัย การให้ความรู้ด้านสุขภาพ และโครงการช่วยเหลือเด็กกำพร้า
สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี
สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี

นอกจากนี้ สภากาชาดไทยยังมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ให้คนไทยมีส่วนร่วม เช่น การบริจาคโลหิตประจำปี การสมทบทุนช่วยภัยพิบัติผ่านบัญชีธนาคาร ทำให้องค์กรนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รางวัลไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025 จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคนไทยเห็นคุณค่าของการทำงานที่ยั่งยืนและใกล้ชิดประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน สภากาชาดไทยสมควรได้รับรางวัลนี้อย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยเหลือในยามวิกฤตเท่านั้น แต่ยังสร้างระบบที่ยั่งยืนให้สังคมไทยแข็งแกร่งขึ้น หากไม่มีองค์กรแบบนี้ ประเทศไทยคงเผชิญความยากลำบากมากกว่านี้

คุณพร้อมช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยไปด้วยกันหรือยัง? มาสนับสนุนสภากาชาดไทยวันนี้ ด้วยการบริจาคโลหิต บริจาคเงินผ่านบัญชีสภากาชาดไทย หรืออาสาสมัครเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ทุกการช่วยเหลือของคุณสร้างความต่างได้จริง!

ที่มา – สภากาชาดไทยคว้ารางวัล “องค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี” จากเวทีไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025

“บก.ลายจุด” บุกถาม กกต. วัน 3 ข้อมูลคะแนนเข้าถึงไม่ได้

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ผ่านพ้นไปเป็นวันที่ 3 แล้ว แต่ประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลคะแนนอย่างละเอียดจากทุกหน่วยเลือกตั้งได้ สร้างความสงสัยและข้อครหามากมาย ล่าสุด บก.ลายจุด หรือนายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดัง ได้บุกไปถามความชัดเจนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยตรง เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสในกระบวนการนับคะแนน เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง เพราะเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของระบบเลือกตั้งไทย

บก.ลายจุด บุกถาม กกต.

บก.ลายจุด บุกถาม กกต. ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2566 โดยตรงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ เพื่อสอบถามว่าทำไมข้อมูลคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดยังไม่ถูกเผยแพร่ให้ประชาชนเข้าถึงได้ แม้จะผ่านไป 3 วันแล้ว เขาชี้ให้เห็นปัญหาหลายประการ เช่น ระบบรายงานผล ECT Report ที่ล่าช้า ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกับบัตรดี และเว็บไซต์ของ กกต. ที่หยุดทำงานชั่วคราว สร้างความโกลาหลให้กับผู้ติดตามผลเลือกตั้ง

รายละเอียดการบุกถามของบก.ลายจุด บุกถาม กกต.

เมื่อเดินทางถึงสำนักงาน กกต. บก.ลายจุดได้พบกับ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. ซึ่งชี้แจงว่ากระบวนการกำลังรวบรวมข้อเท็จจริง และข้อมูลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้ประกาศไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ แต่ข้อมูลจริงจากหน่วยเลือกตั้งต้องยึดที่หน้าหน่วยเป็นหลัก ข้อมูลจะไหลเข้าระบบเรื่อยๆ จนกว่าจะครบถ้วน ส่วนการไม่แสดงผลออนไลน์ทันทีนั้น เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และเอกสารยังอยู่ระหว่างการส่งจากระดับอำเภอ-จังหวัดไปยังส่วนกลาง

อย่างไรก็ตาม บก.ลายจุดไม่พอใจคำชี้แจงนี้ เพราะมองว่าปัญหาเหล่านี้แสดงถึงความบกพร่องของระบบ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยให้ข้อมูลไหลเวียนได้รวดเร็ว เขายังตั้งคำถามถึง “วอร์รูม” หรือศูนย์รวบรวมคะแนนว่าอยู่ที่ไหน มีผู้เชี่ยวชาญภายนอกตรวจสอบหรือไม่ และสื่อหรือผู้สังเกตการณ์เข้าไปดูได้หรือเปล่า

ปัญหาหลักที่บก.ลายจุด บุกถาม กกต. ชี้ให้เห็น

  • ข้อมูลคะแนนไม่แสดงทุกหน่วย: ถึงวัน 3 แล้ว ประชาชนยังดูคะแนนละเอียดไม่ได้ สร้างความไม่โปร่งใส
  • ตัวเลขไม่ตรงกัน: จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ต่างจากบัตรดี สงสัยการคีย์ข้อมูลหรือปรับแก้
  • ระบบออนไลน์รวน: เว็บ กกต. หยุดชะงักระหว่างนับคะแนน ข้อมูลขึ้นลงไม่แน่นอน
  • กระบวนการลึกลับ: ไม่ทราบว่าคะแนนจาก กปน. ส่งมาอย่างไร ใครตรวจสอบ
  • Human Error ซ้ำซาก: ปัญหาคล้ายๆ กันเกิดมาตั้งแต่ปี 2566 ต้องแก้ไขด่วน

บก.ลายจุด วิจารณ์อย่างหนักว่าถ้าระบบ “ห่วย” จริงตามที่ กกต. อ้างว่าระบบรวนเพราะข้อมูลไหลเข้าเยอะ ก็ต้องอธิบายให้ชัดและปรับปรุงทันที เขาเรียกร้องให้เปิดเผยกระบวนการทั้งหมด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่การเลือกตั้งครั้งนี้มีความอ่อนไหวสูงจากประเด็นการยุบสภาและการเลือกนายกฯ

เหตุการณ์บก.ลายจุด บุกถาม กกต. สะท้อนปัญหาเชิงระบบของการเลือกตั้งไทยที่ยังไม่ทันสมัยพอ แม้จะมีเทคโนโลยีช่วย แต่การจัดการเอกสารกระดาษ การส่งข้อมูลแบบชั้นๆ และการพึ่งพามนุษย์มากเกินไป ทำให้เกิดความล่าช้าและข้อผิดพลาด หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกาหรือเกาหลีใต้ ที่ระบบออนไลน์เรียลไทม์โปร่งใสมากกว่า เราควรเรียนรู้และพัฒนา

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นตัวเลขที่น่าสงสัย เช่น ในบางพื้นที่ตัวเลขนับคะแนนเปลี่ยนแปลงหลังเว็บล่ม ซึ่งอาจเป็นแค่ความผิดพลาด แต่หากไม่ชี้แจง จะนำไปสู่ทฤษฎีสมคบคิดได้ง่าย การเลือกตั้งต้องสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม (ส.ส.ท.) ตามที่ กกต. รับผิดชอบ มิเช่นนั้นความเชื่อมั่นในสถาบันจะสั่นคลอน

ในมุมมองของผู้เขียน ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะเกี่ยวข้องกับอำนาจอธิปไตยของประชาชน การเข้าถึงข้อมูลคะแนนทุกหน่วยเป็นสิทธิพื้นฐานที่ต้องมีทันทีหลังนับเสร็จ กกต. ควรลงทุนระบบคลาวด์หรือบล็อกเชนเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์บก.ลายจุด บุกถาม กกต.? เป็นความบกพร่องของระบบจริงหรือมีอะไรแอบแฝง? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน และกดติดตามเพื่ออัพเดทข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “บก.ลายจุด” บุกถาม กกต. เข้าสู่วันที่ 3 ทำไมประชาชนยังเข้าถึงข้อมูลคะแนนทุกหน่วยไม่ได้

“ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยคำมั่นสัญญาและวาทกรรมมากมาย การเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้พิสูจน์ให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับผลงานที่จับต้องได้จริงมากกว่าถ้อยคำสวยหรู ล่าสุด “ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้ ผ่านคำสัมภาษณ์ของนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทยที่กวาดคะแนนเสียงอันดับ 1 มาครองได้อย่างสง่างาม

“ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนกร ได้ให้สัมภาษณ์อย่างหนักแน่น โดยชี้แจงว่า ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราวหรือคำพูดไพเราะ แต่เกิดจากผลงานที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ตลอดช่วงที่พรรคอยู่ในฐานะรัฐบาล พวกเขาได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติกลับมา และทำให้ตลาดหุ้นไทยพุ่งสูงขึ้นทันทีหลังประกาศผลเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้คือหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่สัญญาในกระดาษ

ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยยึดมั่นจุดยืนรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความเด็ดขาดในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ และผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัสที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ส.ส. ของพรรคยังลงพื้นที่ทำงานอย่างใกล้ชิด ทำให้ฐานคะแนนมั่นคง ไม่หวั่นไหวตามกระแสโซเชียลมีเดีย

ทำไม “ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้

นายธนกร ยังได้วิจารณ์พรรคคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนที่มุ่งแก้โครงสร้างใหญ่โตแต่ขาดผลงานจับต้อง ข่าวลือเชิงลบเรื่องพฤติกรรม ส.ส. ก็ทำให้ประชาชนหมดศรัทธา ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำจริง นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้คะแนนถล่มทลาย

นอกจากนี้ ในประเด็นม็อบเรียกร้องนับคะแนนใหม่ นายธนกร วอนให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายและกระบวนการของ กกต. พรรคภูมิใจไทยพร้อมรับการตรวจสอบทุกด้าน แต่ขอร้องอย่าปลุกปั่นให้บ้านเมืองวุ่นวาย พรรคที่แพ้ไม่ควรถามถึงขั้นล้มเลือกตั้ง ทุกอย่างต้องยึดข้อเท็จจริงเพื่อความสงบสุขของชาติ

ผลงานเด่นของพรรคภูมิใจไทยที่นำไปสู่ชัยชนะ

  • เศรษฐกิจมั่นคง: ดึงดูดการลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นโตต่อเนื่อง
  • นโยบายประชาชน: โครงการคนละครึ่งพลัสช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
  • ความมั่นคงชายแดน: จัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด สร้างความเชื่อมั่น
  • ทำงานพื้นที่: ส.ส. คลุกคลีประชาชน สร้างฐานเสียงแท้จริง
  • จุดยืนชัดเจน: รักชาติ ศาสนา กษัตริย์ ไม่คลอนคลาย

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากความทุ่มเทหลายปี การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนไป ประชาชนฉลาดขึ้น รู้ดีว่าผลงานจริงสำคัญกว่าคำหวาน นายธนกร จึงย้ำว่า “ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้ เพื่อเตือนใจนักการเมืองทุกพรรค

ในมุมมองของผู้เขียน ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยเป็นบทเรียนสำคัญว่าการเมืองต้องมีผลงาน ไม่ใช่แค่ปราศรัยเก่ง หากพรรคอื่นๆ เรียนรู้ จะช่วยยกระดับการเมืองไทยให้ดีขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ธนกร” ย้ำชัยชนะ “ภูมิใจไทย” มาจากผลงานที่จับต้องได้มากกว่าถ้อยคำสวยหรู

ข่าวดี “แม่เปิ้ล” ตกลูกเชือกใหม่ “น้องกุมภา” สมาชิกที่ 71

ข่าวดี “แม่เปิ้ล” ตกลูกเชือกใหม่ “น้องกุมภา” สมาชิกตัวที่ 71 ณ ป่าซับลังกา เป็นข่าวที่ทำให้คนรักช้างป่าและการอนุรักษ์สัตว์ป่าตื่นเต้นไปทั่วประเทศ! ลูกช้างน้อยตัวนี้เกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางผืนป่าอุดมสมบูรณ์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จังหวัดลพบุรี ถือเป็นสัญญาณบวกที่ยืนยันความสำเร็จของโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติในพระราชดำริ

ข่าวดี “แม่เปิ้ล” ตกลูกเชือกใหม่ “น้องกุมภา” สมาชิกตัวที่ 71 ณ ป่าซับลังกา

แฟนเพจเฟซบุ๊กของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ได้โพสต์ภาพน่ารัก ๆ ของ น้องกุมภา ลูกช้างป่าเพศเมียวัยเพียง 7 วัน ซึ่งเป็นทายาทลำดับที่ 6 ของ แม่เปิ้ล ช้างตัวที่เคยได้รับการคืนสู่ป่าตามโครงการดังกล่าว น้องกุมภาถือเป็นสมาชิกใหม่ลำดับที่ 71 ของฝูงช้างในพื้นที่นี้ สะท้อนให้เห็นว่าช้างที่เคยถูกมนุษย์เลี้ยงดู สามารถปรับตัวเข้ากับธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นายอรรณพ บัวนวล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา เปิดเผยว่า น้องกุมภาสุขภาพแข็งแรงดี แม่อย่างแม่เปิ้ลดูแลอย่างใกล้ชิด การเกิดลูกช้างตัวใหม่นี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่าป่าซับลังกาเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับช้างไทย โดยเฉพาะภูมิประเทศแบบ ‘ก้ามปูหุบเขา’ ที่ทั้งอุดมสมบูรณ์และปลอดภัยจากภัยคุกคามภายนอก

โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ: จุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จ

โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ ริเริ่มจากน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยช้างไทยซึ่งใกล้สูญพันธุ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โครงการนี้มุ่งนำช้างบ้านและช้างเร่ร่อนกลับคืนสู่ป่า

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาถูกเลือกเพราะเป็นพื้นที่ปิดธรรมชาติขนาดใหญ่กว่า 160,000 ไร่ จากการปล่อยช้างตัวแรก ๆ เพียง 6 เชือก ปัจจุบันประชากรช้างเพิ่มเป็น 71 ตัวแล้ว! นี่คือตัวอย่างความสำเร็จในการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน

  • ประโยชน์ต่อช้างไทย: ช่วยเพิ่มจำนวนประชากร ลดการล่าเถื่อน
  • บทบาทของชุมชน: ชาวบ้านรอบพื้นที่ได้รับการฝึกอบรม ร่วมเฝ้าระวัง
  • ระบบนิเวศ: ช้างช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ สร้างสมดุลป่า

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีช่วยติดตาม เช่น อุปกรณ์ GPS คอช้าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสุขภาพและพฤติกรรมได้อย่างใกล้ชิด ข่าวดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องลูกช้างตัวใหม่ แต่เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาสนับสนุนการอนุรักษ์

อนาคตของช้างไทยหลังข่าวดีนี้

การเกิดของน้องกุมภา ย้ำว่าการฟื้นฟูป่าต้องไปคู่กับการคุ้มครอง หากไม่มีโครงการนี้ ช้างไทยอาจเหลือน้อยกว่า 4,000 ตัวในป่า ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยบริจาคให้มูลนิธิ หรือหลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์จากงาช้าง

ในฐานะคนรักธรรมชาติ ข่าวดี “แม่เปิ้ล” ตกลูกเชือกใหม่นี้ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีหวังในการรักษาสมบัติล้ำค่าอย่างช้างเอเชียเอาไว้ ชวนทุกท่านติดตามข่าวสารจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา และสนับสนุนโครงการอนุรักษ์เพื่อลูกหลานไทยในอนาคต!

ที่มา – ข่าวดี “แม่เปิ้ล” ตกลูกเชือกใหม่ “น้องกุมภา” สมาชิกตัวที่ 71 ณ ป่าซับลังกา

เดอ เซอร์บี ลาออกจากมาร์เซย์ด้วยความยินยอมร่วมกัน

เดอ เซอร์บี ลาออกจากมาร์เซย์ด้วยความยินยอมร่วมกัน เป็นข่าวช็อกวงการฟุตบอลฝรั่งเศสที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ โรแบร์โต้ เดอ เซอร์บี ผู้จัดการทีมชาวอิตาลีได้ประกาศแยกทางกับโอลิมปิก มาร์เซย์ อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ทีมเพิ่งพ่ายแพ้ย่อยยับ 0-5 ให้กับปารีส แซงต์-แชร์กแมง และตกรอบแชมเปียนส์ลีกด้วยความพ่ายแพ้ 0-3 ที่คลับ บรูจ

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทีมบริหารของมาร์เซย์ได้หารือกันอย่างละเอียด เพื่อหาทางรับมือกับความท้าทายในช่วงท้ายฤดูกาล เดอ เซอร์บี เข้ามาคุมทีมตั้งแต่ซัมเมอร์ปี 2024 หลังจากลาออกจากไบรท์ตัน ที่ซึ่งเขาอยู่มานานเกือบ 2 ปี ในฤดูกาลที่แล้ว เขาพาทีมจบอันดับ 2 ในลีกเอิง แต่ฤดูกาลนี้ทีมรั้งอันดับ 4 ห่างจากจ่าฝูงพีเอสจีถึง 12 คะแนน

เดอ เซอร์บี ลาออกจากมาร์เซย์ด้วยความยินยอมร่วมกัน: รายละเอียดเหตุการณ์

สโมสรโอลิมปิก มาร์เซย์ ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า “โอลิมปิก มาร์เซย์ และ โรแบร์โต้ เดอ เซอร์บี โค้ชทีมชุดใหญ่ ได้ประกาศยุติความร่วมมือกันโดยความยินยอมร่วมกัน” การตัดสินใจนี้มาจากการประชุมระหว่างเจ้าของสโมสร ประธานบริหาร ผู้อำนวยการฟุตบอล และตัวโค้ชเอง โดยมองว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของสโมสร

เดอ เซอร์บี ถือเป็นโค้ชที่มีสไตล์การเล่นที่โดดเด่น เน้นการครองบอลและเกมบุกสุดมันส์ ซึ่งเคยสร้างชื่อที่ไบรท์ตัน แต่ที่มาร์เซย์ เขาต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากแฟนบอลที่คาดหวังแชมป์ลีกเอิง และผลงานในยูโรปที่ไม่เข้าเป้า

ผลกระทบหลังเดอ เซอร์บี ลาออกจากมาร์เซย์

การจากไปของเดอ เซอร์บี ลาออกจากมาร์เซย์ด้วยความยินยอมร่วมกัน จะส่งผลต่อทีมอย่างไร? มาร์เซย์ต้องหาโค้ชใหม่ด่วนเพื่อลุ้นท็อปทรี และลุ้นแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า ผู้บริหารอาจมองหาโค้ชชื่อดังอย่างปิโอลี หรือแม้แต่กวาร์ดิโอล่าที่เคยลือกัน แต่ตอนนี้ทีมต้องรวมใจสู้ต่อในลีกเอิง

  • ผลงานฤดูกาลที่แล้ว: อันดับ 2 ลีกเอิง
  • ฤดูกาลนี้: อันดับ 4 ห่าง PSG 12 แต้ม
  • นัดล่าสุด: แพ้ PSG 0-5, แพ้คลับ บรูจ 0-3
  • ประวัติเดอ เซอร์บี: ประสบความสำเร็จที่ไบรท์ตันและชัคตาร์ โดเน็ตส์ค

แฟนบอลมาร์เซย์บางส่วนเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลง เพราะผลงานช่วงหลังย่ำแย่ แต่บางคนก็เสียดายสไตล์การเล่นที่สวยงามของเขา ในอนาคต มาร์เซย์อาจต้องปรับโครงสร้างทีมใหม่ เพื่อแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง PSG ได้จริงจัง

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา โค้ชอิตาเลียนอย่างเดอ เซอร์บี มักนำพาสไตล์ทักติคที่แปลกใหม่มาสู่ทีม แต่บางครั้งก็ขาดความมั่นคงในลีกใหญ่ การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับมาร์เซย์ในการลุ้นแชมป์

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? คอมเมนต์บอกความเห็นของคุณด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลลีกเอิงเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อดีต ผบ.ตร.ฟลอริดาเผยทรัมป์รู้พฤติกรรมเอปสตีน

ข่าวใหญ่ในวงการการเมืองสหรัฐฯ เมื่อเอกสารจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยข้อมูลสุดช็อกที่ อดีต ผบ.ตร. ฟลอริดาเผย “ทรัมป์” เคยบอกใครๆ ก็รู้พฤติกรรมฉาว “เอปสตีน” ตั้งแต่ปี 2006 เลยทีเดียว เรื่องนี้มาจากบันทึกการสัมภาษณ์ของเอฟบีไอในปี 2019 กับอดีตผู้บัญชาการตำรวจเมืองปาล์มบีช ซึ่งชื่อจริงคือไมเคิล ไรเตอร์ เขายืนยันว่าทรัมป์โทรหาตนเองหลังตำรวจเริ่มสืบคดีเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินชื่อดังที่ถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กและเยาวชน

อดีต ผบ.ตร. ฟลอริดาเผย “ทรัมป์” เคยบอกใครๆ ก็รู้พฤติกรรมฉาว “เอปสตีน”

ในเอกสารนั้นระบุชัดว่าทรัมป์โทรมาบอกว่า “ดีแล้วที่คุณหยุดเขา ทุกคนรู้กันมานานแล้วว่าเขาทำเรื่องแบบนี้” นี่คือหลักฐานที่อาจสั่นคลอนคำปฏิเสธของทรัมป์ที่เคยบอกว่าไม่รู้เรื่องอาชญากรรมของเอปสตีนเลยแม้แต่น้อย เอปสตีนถูกจับในปี 2019 คดีค้ามนุษย์ทางเพศ แต่ก่อนหน้านั้นในปี 2006 ตำรวจปาล์มบีชกำลังสืบข้อหาล่วงละเมิดเด็กหญิงหลายราย

รายละเอียดโทรศัพท์ลึกลับจากทรัมป์ในปี 2006

ตามคำให้การของไรเตอร์ ทรัมป์ไม่เพียงบอกว่าทุกคนรู้ แต่ยังเล่าว่าเคยขับไล่เอปสตีนออกจากคลับมาร์-อา-ลาโกของตัวเอง เพราะ “คนในนิวยอร์กรู้ว่าเขาน่ารังเกียจ” นอกจากนี้ ทรัมป์ยังชี้เป้าไปที่กิสเลน แม็กซ์เวลล์ ผู้ช่วยหลักของเอปสตีนว่าเป็นคนอันตราย แนะนำให้ตำรวจสืบเธอเป็นพิเศษ ซึ่งต่อมาเธอก็ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีในปี 2021 จากบทบาทล่อลวงเด็กหญิง

  • ทรัมป์โทรหาตำรวจทันทีที่รู้เรื่องสืบสวนเอปสตีน
  • เคยเห็นเอปสตีนกับวัยรุ่นแล้วรีบหนีออกมา
  • ยืนยันขับไล่เอปสตีนจากคลับเพราะพฤติกรรมไม่เหมาะสม
  • ชี้ว่าแม็กซ์เวลล์คือผู้ร้ายหลัก

ข้อมูลเหล่านี้มาจากบันทึกเอฟบีไอ แต่กระทรวงยุติธรรมย้ำว่าไม่มีหลักฐานอื่นยืนยันการโทรจริง โฆษกทำเนียบขาวคาโรไลน์ เลวิตต์โต้แย้งว่า ถ้าโทรจริงก็ยืนยันคำพูดเดิมของทรัมป์ที่ตัดขาดเอปสตีนตั้งแต่ปี 2004 หลังเอปสตีนพยายามดึงพนักงานจากคลับ

บริบทคดีเอปสตีนและความสัมพันธ์กับทรัมป์

เอปสตีนเคยเป็นเพื่อนสนิทคนดังในวงสังคมชั้นสูง ทรัมป์กับเอปสตีนมีภาพคู่กันในยุค 90s แต่ทรัมป์ยืนยันตัดขาดก่อนคดีใหญ่ คดีปี 2008 เอปสตีนได้ข้อตกลงยอมรับสารภาพที่ถูกวิจารณ์ว่าเอื้อประโยชน์เกินไป ช่วยให้เขาหลีกเลี่ยงโทษหนัก ล่าสุด แม็กซ์เวลล์ให้การต่อสภาผู้แทนฯ แต่ปฏิเสธตอบหลายเรื่อง และทนายเธอเรียกร้องอภัยโทษจากทรัมป์ ซึ่งทรัมป์ปฏิเสธ

เรื่อง อดีต ผบ.ตร. ฟลอริดาเผย “ทรัมป์” เคยบอกใครๆ ก็รู้พฤติกรรมฉาว “เอปสตีน” นี้ สร้างคำถามใหม่ว่าทรัมป์รู้มากแค่ไหนตั้งแต่แรก และทำไมถึงไม่เตือนเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้ มันสะท้อนถึงความซับซ้อนในแวดวงอำนาจที่ข่าวฉาวมักถูกปกปิด

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยว เพราะทรัมป์กำลังหาเสียงเลือกตั้ง ข่าวนี้อาจถูกใช้โจมตีจากฝ่ายตรงข้าม แต่ทรัมป์ยืนกรานว่าเป็นคนแรกๆ ที่เห็นปัญหาเอปสตีนและจัดการทันที

สรุปแล้ว เอกสารชิ้นนี้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับคดีใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งของสหรัฐฯ ทำให้เราเห็นว่าคนดังหลายคนอาจรู้เรื่องมานานแต่เลือกเงียบ ในมุมมองผู้เขียน เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความยุติธรรมต้องโปร่งใสเสมอ ไม่ว่าผู้มีอิทธิพลจะเป็นใคร คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ!

ที่มา – อดีต ผบ.ตร. ฟลอริดาเผย “ทรัมป์” เคยบอกใครๆ ก็รู้พฤติกรรมฉาว “เอปสตีน”

“มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองไทยกันดีกว่า นั่นคือเรื่อง “มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ ที่กลายเป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 (ในเนื้อข่าวเขียน 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) ซึ่งนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เต้” ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคทางเลือกใหม่ ได้บุกยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อทวงคะแนนที่ถูกหักไปของพรรค โดยเรียกคะแนนเหล่านั้นว่า “คะแนนไดโนเสาร์” และ “คะแนนอวกาศ” ที่นับว่าหายไปแบบลึกลับ เหมือนไดโนเสาร์สูญพันธุ์หรือลอยไปอวกาศเลยทีเดียว

“มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ

บรรยากาศตั้งแต่เช้าที่สำนักงาน กกต. คึกคักมาก ตำรวจนครบาลนำกำลัง 2 กองร้อยมาควบคุมสถานการณ์ พร้อมกั้นแผงเหล็กหน้าประตู มีมวลชน นักศึกษา และประชาชนทยอยมาร่วมชุมนุมขับไล่ กกต. ตั้งแต่ 8.30 น. เรียกได้ว่าสุดวุ่นวาย พอ 9.30 น. เต้ มงคลกิตติ์ ก็ปรากฏตัว ยื่นหนังสือเข้าไป แต่ตำรวจจำกัดให้เข้าได้แค่ 3 คน เขาต่อรองจนได้ 5 คน พร้อมมีเจ้าหน้าที่ กกต. และตำรวจคอยดูแลใกล้ชิด หลังยื่นเสร็จ ก็เดินออกมาพร้อมแถลงต่อมวลชน

โชว์วิดพื้น 50 ครั้ง เรียกเสียงฮือฮา

นี่แหละครับจุดไฮไลต์! หลังยื่นหนังสือเรียกร้องทวงคะแนนพรรคทางเลือกใหม่และขอเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ นายมงคลกิตติ์ไม่ยอมแพ้ ลงไปวิดพื้นโชว์กลางที่สาธารณะถึง 50 ครั้ง! ทำเอาทุกคนฮือฮา นักศึกษาชุมนุมปรบมือเกรียวกราว ประชาชนและข้าราชการที่มาติดต่องานยังขอเซลฟี่เป็นที่ระลึก เรียกได้ว่าเป็นการแสดงพลังแบบแสนเป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้ผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก

ข้อเรียกร้องหลักจาก “มงคลกิตติ์” บุก กกต.

  • ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศให้พรรคทางเลือกใหม่ทันที
  • ให้ กกต. ชุดนี้ลาออกภายใน 7 วัน เพื่อรับผิดชอบการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
  • จัดเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ เพื่อให้ได้นักการเมืองที่สุจริต
  • เตือนว่าถ้าไม่คืนคะแนน จะดำเนินคดีฟ้องศาล เพราะแค่หน่วยเลือกตั้งเดียวที่มีปัญหาก็ฟ้องได้

ในส่วนของการสัมภาษณ์หลังเหตุการณ์ เต้ย้ำชัดว่าตนไม่ได้โกรธเคืองนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นการส่วนตัว แต่ กกต. ต้องทำหน้าที่ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะมีประชาชนยืนอยู่ข้างหลังจำนวนมาก ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกให้ชุดใหม่เข้ามาแทน เงินจัดเลือกตั้งใหม่ 6,000 ล้านบาทไม่แพง ถ้าเทียบกับการได้ ส.ส. สุจริต ถ้าได้คนโกงมา โกงทีเดียวเป็นแสนล้าน ภาษีประชาชนคนละ 100 บาท ทุกคนจ่ายไหวแน่นอน

เขายังชี้ว่า กกต. มีอำนาจยกเลิกเลือกตั้งได้ทันที และเชื่อว่านักศึกษาทั่วประเทศจะมารุมขับไล่ กกต. ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนการนับคะแนนใหม่ไร้ประโยชน์เพราะบัตรมั่วหมดแล้ว ต้องเลือกตั้งใหม่ดีกว่า พรรคสุจริตไม่กลัว แต่พรรคทุจริตกลัว!

วิเคราะห์เบื้องหลังคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ

คะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ คืออะไร? จากบริบท มันหมายถึงคะแนนที่ถูกตัดออกจากผลการนับ เพราะบัตรลงคะแนนมีรอยหรือรูปแบบที่ กกต. ตีว่าไม่ถูกต้อง เช่น รอยขีดข่วนดูคล้ายไดโนเสาร์ หรือลงคะแนนเบี่ยงไปไกลเหมือนอวกาศ สิ่งนี้ทำให้พรรคเล็กๆ อย่างทางเลือกใหม่เสียคะแนนมหาศาล สะท้อนปัญหาการตรวจบัตรที่อาจไม่โปร่งใสหรือมาตรฐานคลุมเครือ เหตุการณ์ “มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ จึงเป็นสัญญาณเตือนถึงความจำเป็นของระบบเลือกตั้งที่ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดแบบนี้

ส่วนตัวผมคิดว่าประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะการเลือกตั้งคือหัวใจประชาธิปไตย ถ้าไม่ยุติธรรม ประชาชนจะหมดศรัทธา การเรียกร้องของเต้ไม่ใช่แค่เรื่องพรรคตัวเอง แต่เพื่อทุกพรรคที่สุจริต ถ้า กกต. รับผิดชอบจริง ควรตรวจสอบใหม่และปรับปรุงระบบด่วน

คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่อง “มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ? ควรเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศจริงไหม? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความเห็นกันด้านล่างนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – “มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ จี้จัดเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ