วัน: 11 กุมภาพันธ์ 2026

แจ้งเตือน! ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น 11-12 ก.พ.

เพื่อนๆ สบายดีมั้ยครับ วันนี้มีข่าวสำคัญที่รัฐบาลออกมาแจ้งเตือนกันเลยทีเดียว นั่นคือฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ปริมณฑล และภาคตะวันออก โดยเฉพาะวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ถ้าคุณอาศัยอยู่ในโซนเหล่านี้ ต้องเตรียมตัวรับมือด่วนเลยนะ เพราะฝุ่นตัวนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

รองโฆษกรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ได้เปิดเผยผ่านศูนย์สื่อสารการแก้ไขมลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ของกรมควบคุมมลพิษ ว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นจากอิทธิพลของลมตะวันออกที่พัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน พัดพาหมอกควันข้ามแดนเข้ามาแบบเต็มๆ แถมยังมีจุดความร้อนในกัมพูชาถึง 4,462 จุด ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดตั้งแต่เริ่มฤดูการเผาไหม้ ส่งผลให้พื้นที่ท้ายลมอย่างกทม. ปริมณฑล ชลบุรี ระยอง สระแก้ว ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ได้รับผลกระทบหนัก

ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น สาเหตุหลักจากอะไรบ้าง?

มาดูสาเหตุกันแบบละเอียดเลยครับ สิ่งที่ทำให้ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นในครั้งนี้ มีปัจจัยหลัก 2 อย่างใหญ่ๆ คือ

  • ลมตะวันออกพัดแรง: ลมจากทางตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะจากกัมพูชาและลาว พัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน เข้ามาในไทย ทำให้ค่าฝุ่นพุ่งสูง
  • จุดความร้อนพุ่งสูง: พบจุดฮอตสปอตในกัมพูชาเยอะมาก 4,462 จุด กิจกรรมการเผาในที่โล่ง การเกษตร และป่าไม้ ทำให้ควันลอยข้ามแดนมาเต็มๆ

นอกจากนี้ ในไทยเองก็มีปัจจัยเสริม เช่น การจราจรหนาแน่นในกทม. และการเผาในพื้นที่เกษตร ทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลง รัฐบาลจึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคตะวันออก ให้เข้มงวดควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ ห้ามเผาในที่โล่งเด็ดขาด

พื้นที่เสี่ยงหลักที่ต้องระวัง

พื้นที่ที่ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นมากที่สุด ได้แก่

  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทั้งหมด
  • จังหวัดฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี
  • ภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี ระยอง ศรีราชา

ฝุ่น PM 2.5 กระทบสุขภาพยังไง ต้องป้องกันอย่างไร?

ฝุ่น PM 2.5 เป็นตัวร้ายที่เข้าไปสะสมในปอดและกระแสเลือดได้ง่าย ส่งผลให้เกิดโรคทางเดินหายใจ หอบหืด หัวใจวาย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้

  • งดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น
  • สวมหน้ากาก N95 หรือ KN95 เมื่อต้องออกจากบ้าน
  • ปิดประตูหน้าต่าง เปิดเครื่องฟอกอากาศ
  • ดื่มน้ำมากๆ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ

วิธีติดตามสถานการณ์ฝุ่นแบบเรียลไทม์

อย่าพึ่งข่าวเก่าๆ นะครับ ติดตามคุณภาพอากาศได้ฟรีที่ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอป Air4Thai บนมือถือ จะมีข้อมูลค่าฝุ่นแบบสดๆ แบ่งโซนละเอียด แถมมีสีเตือนแดงเหลืองเขียวชัดเจน ช่วยวางแผนวันได้ดีเลย

ในมุมมองของผม สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทุกปี แต่ปีนี้ดูรุนแรงเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ รัฐบาลทำดีแล้วที่แจ้งเตือนล่วงหน้า แต่เราทุกคนต้องช่วยกันลดการใช้รถส่วนตัว 改ใช้ขนส่งสาธารณะ และหยุดเผาขยะ จะช่วยลดฝุ่นได้เยอะ

สุดท้ายนี้ ช่วงฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นแบบนี้ ขอให้เพื่อนๆ ดูแลสุขภาพตัวเองและคนที่รักให้ดี ถ้าคุณมีเคล็ดลับป้องกันฝุ่นเจ๋งๆ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ หรือกดแชร์บทความนี้ให้คนอื่นรับรู้ด้วย จะได้ช่วยกันผ่านพ้นไปได้!

ที่มา – รัฐบาล แจ้งเตือน กทม.-ปริมณฑล-ภาคตะวันออก ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น 11-12 ก.พ. นี้

หนุ่ม 36 ปี ขี่บิ๊กไบค์ สายเคเบิลเกี่ยวคอดับ ก่อนแต่ง 10 วัน

อุบัติเหตุสุดสะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อหนุ่ม 36 ปี ขี่บิ๊กไบค์กลับบ้าน สายเคเบิลเกี่ยวคอดับ เศร้าอีก 10 วันจะแต่งงาน บนถนนหัวไทร-บัวขาว อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ครอบครัวเสียใจหนัก แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะการขี่บิ๊กไบค์ที่ต้องระวังอันตรายจากสายเคเบิลหรืออุปสรรคที่คาดไม่ถึง

หนุ่ม 36 ปี ขี่บิ๊กไบค์กลับบ้าน สายเคเบิลเกี่ยวคอดับ เศร้าอีก 10 วันจะแต่งงาน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. พ.ต.ท.เดชฤทธิ์ ศรีคชา สารวัตรสอบสวน สภ.บางคล้า ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เกี่ยวสายเคเบิลมีผู้เสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทราจุดบางคล้า รีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบนถนนหัวไทร-บัวขาว หมู่ 8 ต.หัวไทร อ.บางคล้า

ที่เกิดเหตุพบศพชายนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด 1 ราย ทราบชื่อคือ นายทศพร ปัญญา อายุ 36 ปี ข้างศพมีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ Suzuki GSX 1,000 สีดำ-แดง หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำอยู่เลนซ้ายฝั่งตรงข้าม รถมีรอยเฉี่ยวชนและเสียหายหนัก

สาเหตุจากรถบรรทุกฟางเกี่ยวสายเคเบิล

จากการสอบสวนพยานบุคคล นายธนพล ชาวบ้านใกล้เคียง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถบรรทุกฟางจอดติดขัดเพราะสายเคเบิลพันยุ่งเหยิงและหย่อนต่ำลงมา คนขับลงมาใช้ไม้เขี่ยดันสายเพื่อให้รถผ่านไป สายเคเบิลจึงร่วงหล่นลงมาบนถนน ก่อนหน้านั้นมีรถจักรยานยนต์ 2 คันล้มเพราะสายนี้ แต่รถน้ำหนักเบาจึงล้มเบาและประคองตัวได้

แต่สำหรับหนุ่ม 36 ปี ขี่บิ๊กไบค์กลับบ้าน สายเคเบิลเกี่ยวคอดับ รถบิ๊กไบค์มีน้ำหนักมาก เมื่อสายเคเบิลเกี่ยวคอพอดี ทำให้เสียหลักล้มอย่างแรง คอขาดเส้นเลือดใหญ่เลือดพุ่ง ผู้ตายยังลุกขึ้นวิ่งข้ามเลนขอความช่วยเหลือ แต่ล้มฟุบเสียชีวิตในที่สุด

ข้อมูลส่วนตัวและความสูญเสียก่อนวันแต่งงาน

เจ้านายของผู้เสียชีวิตเล่าว่า นายทศพรเพิ่งแยกทางจากวัดพระพิฆเนศหลังทำบุญ เขาเป็นคนโคราชแต่มาทำงานที่ฉะเชิงเทรา พบรักกับแฟนสาวที่นั่น และมีแผนจะแต่งงานกันในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 หรืออีกเพียง 10 วันเท่านั้น กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิด

เมื่อแฟนสาวมาถึงโรงพยาบาล เธอกอดร่างไร้ลมหายใจแน่น ร้องไห้สุดใจ บอกให้แฟนไปสบายและกลับบ้าน ภาพนี้บีบหัวใจผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

ตำรวจตามจับคนขับรถบรรทุกฟางสำเร็จ

เจ้าหน้าที่ สภ.บางคล้า ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง จนนำไปสู่การจับกุมนายสุรเชษฐ ส่งเสริม อายุ 44 ปี คนขับรถบรรทุกฟางที่บรรทุกเต็มคัน เขาให้การตอนแรกปฏิเสธว่าไม่ได้ขับเส้นนั้น แต่หลักฐาน CCTV ทำให้ยอมรับ

นายสุรเชษฐเล่าว่า ขับจากลาดบัวขาวไปส่งฟางที่วังสมบูรณ์ พบสายไฟยุ่งเหยิงต่ำ ให้ลูกน้องใช้ไม้ง่ามดันขึ้นเพื่อให้รถผ่านช้าๆ เขาแค่กลัวไฟไหม้รถตัวเอง ไม่รู้ว่าสายร่วงเกี่ยวรถผู้ตายอย่างไร ตำรวจกำลังสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดี

บทเรียนจากอุบัติเหตุบิ๊กไบค์และสายเคเบิล

เหตุการณ์หนุ่ม 36 ปี ขี่บิ๊กไบค์กลับบ้าน สายเคเบิลเกี่ยวคอดับ เศร้าอีก 10 วันจะแต่งงาน ชี้ให้เห็นปัญหาสายสื่อสารที่หย่อนยานบนถนน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท นักขี่บิ๊กไบค์ควรสวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้า และขับด้วยความระมัดระวัง ผู้ใช้ถนนควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีหากพบสายเคเบิลอันตราย

นอกจากนี้ การขี่บิ๊กไบค์ในเวลากลางคืนต้องเปิดไฟสว่าง หลีกเลี่ยงความเร็วสูง และสังเกตอุปสรรคข้างทาง รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นควรตรวจสอบและแก้ไขสายไฟฟ้า สายเคเบิลโทรคมนาคมให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

  • สวมอุปกรณ์ป้องกันครบถ้วน โดยเฉพาะคอและศีรษะ
  • ขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสม
  • แจ้งเบาะแสสายเคเบิลอันตรายทันที
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยในเวลากลางคืน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ที่สะเทือนใจ หากเราระมัดระวังมากขึ้น ชีวิตคนไทยจะปลอดภัยยิ่งขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ประสบการณ์หรือความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อเตือนใจผู้ขี่บิ๊กไบค์ทุกคน และช่วยกันสร้างถนนที่ปลอดภัย

ที่มา – หนุ่ม 36 ปี ขี่บิ๊กไบค์กลับบ้าน สายเคเบิลเกี่ยวคอดับ เศร้าอีก 10 วันจะแต่งงาน

โซนี่ยุติเครื่องบันทึก Blu-ray ความนิยมลด

โซนี่ ประกาศเตรียมยุติการส่งมอบเครื่องบันทึกแผ่น Blu-ray หลังความนิยมลดลง สร้างความฮือฮาในวงการเทคโนโลยีญี่ปุ่นและทั่วโลก บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างโซนี่ตัดสินใจถอนตัวจากตลาดเครื่องบันทึกแผ่นดิสก์ความละเอียดสูงนี้ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่ยุคสตรีมมิงเต็มตัว

โซนี่ ประกาศเตรียมยุติการส่งมอบเครื่องบันทึกแผ่น Blu-ray หลังความนิยมลดลง

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ บริษัทโซนี่ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเริ่มทยอยยุติการส่งมอบเครื่องบันทึกแผ่น Blu-ray (Blu-ray Recorder) ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดฮวบลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสความนิยมของบริการสตรีมมิงออนไลน์ เช่น Netflix, Disney+ และ YouTube ที่ทำให้ผู้คนไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องบันทึกแผ่นอีกต่อไป

ประวัติศาสตร์ของ Blu-ray และจุดเปลี่ยนของโซนี่

Blu-ray เคยเป็นสื่อบันทึกวิดีโอขั้นสูงที่เข้ามาทดแทน DVD ในช่วงปี 2000s โดยโซนี่เป็นผู้บุกเบิกตลาดนี้ตั้งแต่ปี 2546 ทำให้ก้าวนำหน้าคู่แข่งอย่าง Panasonic หรือ LG ในสมัยนั้น Blu-ray สามารถเก็บข้อมูลความละเอียด Full HD หรือ 4K ได้มากกว่า DVD หลายเท่า ทำให้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหมู่นักสะสมหนังและผู้ผลิตคอนเทนต์

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งญี่ปุ่น (JEITA) ยอดส่งมอบเครื่องบันทึก Blu-ray ในญี่ปุ่นทั้งหมดลดลงเหลือเพียง 620,000 เครื่องในปีที่แล้ว จากจุดสูงสุดเกือบ 6.4 ล้านเครื่องในปี 2554 การลดลงนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปใช้สมาร์ททีวีและแอปสตรีมมิงแทน

  • ยอดขายสูงสุดปี 2554: 6.4 ล้านเครื่อง
  • ยอดขายปีล่าสุด: 620,000 เครื่อง (ลดลงกว่า 90%)
  • สาเหตุหลัก: การเติบโตของ Netflix และบริการคลาวด์สตรีมมิง
  • ผลกระทบ: โซนี่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น PlayStation และ OLED TV

อนาคตของอุตสาหกรรมหลังโซนี่ยุติ Blu-ray

การตัดสินใจของโซนี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะตลาดแผ่นดิสก์กำลังถูกกลืนกินโดยบริการดิจิทัล ผู้บริโภคสมัยใหม่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเก็บแผ่นหรือเครื่องเล่นเสียหาย แพลตฟอร์มอย่าง Amazon Prime Video หรือ HBO Max เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ Blu-ray กลายเป็นของโบราณไปแล้ว

นอกจากนี้ โซนี่ยังคงสนับสนุนการเล่น Blu-ray Disc ในเครื่องเล่นบางรุ่น แต่จะไม่ผลิตเครื่องบันทึกใหม่ การเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นสัญญาณให้ผู้ผลิตอื่นๆ อย่าง Pioneer หรือ Yamaha ต้องปรับตัวตาม คาดว่าตลาดเครื่องบันทึกแผ่นจะหายไปในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

สำหรับแฟนตัวยงของ Blu-ray ที่ยังสะสมแผ่นอยู่ สามารถหาซื้อเครื่องมือมือสองได้ในตลาดออนไลน์ เช่น Shopee หรือ Lazada แต่แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ External HDD หรือ NAS สำหรับบันทึกคอนเทนต์แทน จะสะดวกและทันสมัยกว่า

ในมุมมองของผู้เขียน การยุติเครื่องบันทึก Blu-ray ของโซนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่บ่งบอกถึงยุคดิจิทัลสมบูรณ์แบบ สตรีมมิงไม่เพียงสะดวก แต่ยังอัปเดตคอนเทนต์ใหม่ๆ ได้ทันที คุณล่ะคิดอย่างไรกับข่าวนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวเทคโนโลยีล่าสุดนะครับ!

ที่มา – “โซนี่” ประกาศเตรียมยุติการส่งมอบเครื่องบันทึกแผ่น Blu-ray หลังความนิยมลดลง

แรงต่อเนื่อง JAECOO 5 EV รถยนต์ไฟฟ้าขายดีทะลุมิติ

หากพูดถึง แรงต่อเนื่อง JAECOO 5 EV รถยนต์ไฟฟ้าขายดีทะลุมิติ แล้ว ต้องบอกเลยว่าตอนนี้ OMODA & JAECOO กำลังมาแรงสุดๆ ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย! ยอดขายปี 2568 ทะลุ 18,000 คันไปแล้ว แถมยังครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถ EV สองเดือนติดต่อกัน ล่าสุด JAECOO 5 EV ยังขึ้นแท่น SUV ที่จดทะเบียนมากที่สุดในเดือนมกราคม 2569 อีกด้วย สะท้อนความนิยมที่พุ่งทะยาน ติด Top 3 แบรนด์ที่คนค้นหาออนไลน์มากที่สุดตั้งแต่ต้นปี

แรงต่อเนื่อง JAECOO 5 EV รถยนต์ไฟฟ้าขายดีทะลุมิติ

ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากดวงนะครับ แต่มาจากคุณภาพที่ลูกค้าชาวไทยเชื่อมั่นแบบสุดๆ ทำให้ OMODA & JAECOO กลายเป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่คนไว้วางใจ ครองใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเหนียวแน่น เหตุผลหลักคือดีไซน์เท่ ทันสมัย เทคโนโลยีล้ำสมัย และราคาที่จับต้องได้ เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากได้รถไฟฟ้าคุณภาพโดยไม่ต้องจ่ายแพง

ยอดขายพุ่งทะลุขีดจำกัด

ปี 2568 ถือเป็นปีทองของแบรนด์นี้เลย ยอดขายรวมกว่า 18,000 คัน โดยเฉพาะ JAECOO 5 EV ที่ขายดีสุดขีด ด้วยระยะทางวิ่งไกล ระบายความร้อนแบตเตอรี่ดีเยี่ยม และระบบขับเคลื่อนที่มั่นคง ทำให้เหมาะกับการใช้งานในไทยที่ถนนหลากหลาย ไม่ว่าจะเมืองหรือต่างจังหวัด ลูกค้าหลายคนรีวิวว่าขับสนุก ประหยัดไฟฟ้า และชาร์จเร็ว

ไม่ใช่แค่ขายดี แต่ยังติดอันดับค้นหาออนไลน์ Top 3 ต่อเนื่อง แสดงถึงกระแสที่แรงแค่ไหน นอกจากนี้ ในเดือนมกราคม 2569 JAECOO 5 EV ครองแชมป์ SUV จดทะเบียนสูงสุด เอาชนะคู่แข่งได้แบบสบายๆ

แผนบุกปี 2569 ด้วย NEV สุดล้ำ

ปีหน้า OMODA & JAECOO ไม่หยุดแค่นี้ครับ เตรียมเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กอินไฮบริดระบบ REEV (Range-Extended) และ SHS (Super Hybrid System) ที่เน้นระยะทางรวมไกลขึ้น ทลายขีดจำกัดการเดินทางไกล ใช้งานยืดหยุ่นสุดๆ แถมพัฒนาดีไซน์ใหม่ เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง ลดคาร์บอนด้วย EV 100% และ PHEV ที่กำลังมาแรงในไทย

  • ระยะทางวิ่งไกลกว่าเดิม ใช้งานจริงได้ทุกวัน
  • ระบบความปลอดภัย ADAS ครบครัน
  • ดีไซน์หรูหรา สไตล์ JAECOO

บริการหลังการขายระดับพรีเมียม

จุดเด่นอีกอย่างคือบริการหลังการขายที่ไม่เคยพลาด แก้ pain point ที่เคยเป็นปัญหาของแบรนด์รถจีน ประกันคุณภาพสูงสุด 8 ปี หรือ 200,000 กม. สำหรับ JAECOO 6 EV, 7 SHS, 5 EV และ 6T EV ฝึกช่างให้เชี่ยวชาญ มาตรฐานสูง มี Call Center 24 ชม. ช่วยเหลือข้างทาง ซ่อมเคลื่อนที่ รับ-ส่งรถ รถสำรอง และอะไหล่ส่งไว ลูกค้าจึงมั่นใจเต็มร้อย

เป้าหมายยิ่งใหญ่ ขยายทั่วไทย

ประกาศชัดปี 2569 ยอดขาย 26,000 คัน โต 40% สู่ Top 3 EV ในไทย ขยายดีลเลอร์ 100 แห่ง ครอบคลุมทุกภาค ลูกค้าเข้าถึงง่าย สร้างคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เลือกตามสไตล์ตัวเอง ไม่ตามกระแส

สรุปแล้ว แรงต่อเนื่อง JAECOO 5 EV รถยนต์ไฟฟ้าขายดีทะลุมิติ คือหลักฐานชัดเจนว่าแบรนด์นี้พร้อมลุยตลาดไทยเต็มตัว ถ้าคุณกำลังมองหารถ EV คุณภาพดี ราคาโดน ลองไปทดลองขับที่โชว์รูมใกล้บ้านสิครับ รับรองติดใจ! ความเห็นส่วนตัว แบรนด์นี้กำลังเปลี่ยนเกมรถไฟฟ้าในไทยให้สนุกยิ่งขึ้น

ที่มา – แรงต่อเนื่อง JAECOO 5 EV รถยนต์ไฟฟ้าขายดีทะลุมิติ

จีนย้ำหนุน “กองกำลังรวมชาติ” ในไต้หวัน ลั่นปราบฝ่ายแบ่งแยก

จีนย้ำหนุน “กองกำลังรวมชาติ” ในไต้หวัน ลั่นเดินหน้าปราบฝ่ายแบ่งแยก สถานการณ์ในช่องแคบไต้หวันยิ่งตึงเครียด เมื่อผู้นำระดับสูงของจีนประกาศจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนกลุ่มที่เชียร์การรวมชาติ และเตรียมรับมือหนักกับฝ่ายที่ผลักดันเอกราช

จีนย้ำหนุน “กองกำลังรวมชาติ” ในไต้หวัน ลั่นเดินหน้าปราบฝ่ายแบ่งแยก

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายหวัง หูหนิง สมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญลำดับที่ 4 ของพรรค กล่าวในการประชุมประจำปีว่าด้วยงานด้านไต้หวันว่า จีนจะผลักดันภารกิจการรวมชาติอย่างยิ่งใหญ่ โดยให้การสนับสนุนเต็มรูปแบบแก่ “กองกำลังรักชาติที่สนับสนุนการรวมชาติ” ในไต้หวัน ขณะเดียวกันจะใช้มาตรการเด็ดขาดต่อกลุ่ม “ฝ่ายแบ่งแยกดินแดน” ที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตย

คำประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางทหารที่เพิ่มขึ้น โดยกองทัพจีนได้จัดการซ้อมรบขนาดใหญ่รอบเกาะไต้หวันหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้การเยือนของนักการเมืองสหรัฐฯ และการเลือกตั้งที่พรรคประชาธิปไตยแบบก้าวหน้า (DPP) ชนะเลือกตั้ง

จีนย้ำหนุน “กองกำลังรวมชาติ” ในไต้หวัน ลั่นเดินหน้าปราบฝ่ายแบ่งแยก: ประเด็นสำคัญ

  • สนับสนุนแน่วแน่: จีนจะหนุนหลังกองกำลังรักชาติในไต้หวันที่ยึดมั่นแนวคิดการรวมชาติ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การเงิน การเมือง และประชาสัมพันธ์
  • ปราบปรามเด็ดขาด: ใช้กฎหมายและมาตรการอื่นๆ จัดการกลุ่มที่ผลักดัน “เอกราชไต้หวัน” (Taiwan independence) ให้เด็ดขาด
  • ต่อต้านภายนอก: ป้องกันการแทรกแซงจากกองกำลังต่างชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ขายอาวุธให้ไต้หวัน
  • รักษาเสถียร: สร้างสันติภาพและความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน เพื่อป้องกันความขัดแย้งใหญ่

จีนยึดมั่นว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ตามหลักการ “หนึ่งจีน” มานาน แม้รัฐบาลไต้หวันภายใต้ประธานาธิบดีไล ชิง-เทอ จะปฏิเสธก็ตาม จีนเคยเสนอโมเดล “หนึ่งประเทศ สองระบบ” คล้ายฮ่องกง แต่พรรคหลักในไต้หวันอย่าง DPP และแม้แต่ KMT (ก๊กมินตั๋ง) ก็ไม่ยอมรับ เพราะกลัวเสียอำนาจปกครอง

บริบทสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน

ความสัมพันธ์จีน-ไต้หวันตึงเครียดมาตั้งแต่ปี 1949 หลังสงครามกลางเมืองที่พรรคชาตินิยมย้ายฐานไปไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่ภายใต้สี จิ้นผิง ยิ่งเร่งรัดการรวมชาติ โดยเพิ่มงบประมาณกลาโหมและส่งเครื่องบินรบข้ามเส้นกลางช่องแคบเกือบทุกวัน ล่าสุด จีนติดตั้งระบบขีปนาวุธและเรือรบรอบเกาะ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ “การรวมชาติโดยสมบูรณ์”

ในไต้หวัน กลุ่ม “กองกำลังรวมชาติ” หมายถึงบุคคลและองค์กรที่สนับสนุนสันนิษฐานกับจีน เช่น สมาชิกบางส่วนของ KMT หรือกลุ่มอนุรักษนิยมที่เชื่อในประวัติศาสตร์ร่วมกัน แต่เสียงส่วนใหญ่ในไต้หวัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ สนับสนุนสถานะปัจจุบันหรือเอกราช ทำให้จีนมองว่าเป็น “ฝ่ายแบ่งแยก”

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการทูต

  • ไต้หวันเป็นผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์อันดับ 1 ของโลก TSMC ถ้าขัดแย้ง จีนอาจบล็อกเส้นทางค้าทำเศรษฐกิจโลกสะดุด
  • สหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวันผ่าน Taiwan Relations Act ขายอาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
  • อียูและญี่ปุ่นเริ่มกังวล เสนอเพิ่มการป้องกันในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

จีนย้ำหนุน “กองกำลังรวมชาติ” ในไต้หวัน ลั่นเดินหน้าปราบฝ่ายแบ่งแยก เพื่อรักษาอธิปไตย แต่การกระทำนี้อาจยิ่งผลักไต้หวันใกล้ชิดสหรัฐฯ มากขึ้น สร้างวงจรอุบาทว์ของความตึงเครียด

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เสี่ยงต่อการปะทะโดยไม่ได้ตั้งใจ หากทั้งสองฝ่ายไม่เปิดช่องเจรจา การรวมชาติด้วยสันติภาพอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุด!

ที่มา – จีนย้ำหนุน “กองกำลังรวมชาติ” ในไต้หวัน ลั่นเดินหน้าปราบฝ่ายแบ่งแยก

ค่าฝุ่นวันนี้ 11 ก.พ. 69 กทม. PM2.5 พุ่งเกินมาตรฐาน

วันนี้ค่าฝุ่นวันนี้ 11 ก.พ. 69 กทม.อ่วม PM 2.5 เริ่มพุ่ง เกินมาตรฐานสีส้ม 58 พื้นที่ ทำให้คนกรุงต้องระวังสุขภาพมากขึ้นนะครับ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชม. อยู่ในช่วง 32.4-58.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. แล้วในหลายจุดทั่วเมืองหลวง

ค่าฝุ่นวันนี้ 11 ก.พ. 69 กทม.อ่วม PM 2.5 เริ่มพุ่ง เกินมาตรฐานสีส้ม 58 พื้นที่

สถานการณ์ฝุ่นควันในกรุงเทพฯ เริ่มน่าเป็นห่วงตั้งแต่เช้าวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.00 น. ดัชนีคุณภาพอากาศส่วนใหญ่เข้าขั้นเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารหรือใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย N95

พื้นที่ PM 2.5 สูงสุดในกทม.

มาดูรายชื่อพื้นที่ที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงสุดกันครับ จุดที่แย่ที่สุดคือเขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 ค่าถึง 58.8 มคก./ลบ.ม. รองลงมาเขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 ที่ 53.8 และเขตบางขุนเทียน สำนักงานเขต 53.4 มคก./ลบ.ม. นี่แค่ตัวอย่าง top 3 เท่านั้น!

  • 1. เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81: 58.8 มคก./ลบ.ม.
  • 2. เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2: 53.8 มคก./ลบ.ม.
  • 3. เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขต: 53.4 มคก./ลบ.ม.
  • 4. เขตประเวศ หน้าห้างซีคอนสแควร์: 53.4 มคก./ลบ.ม.
  • 5. เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่พลาซ่า: 52.7 มคก./ลบ.ม.
  • 6. เขตลาดกระบัง หน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล: 52.7 มคก./ลบ.ม.
  • 7. เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์: 52.0 มคก./ลบ.ม.
  • 8. เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดบรมราชชนนี: 50.9 มคก./ลบ.ม.
  • 9. เขตบางบอน ใกล้ตลาดสุขสวัสดี: 49.8 มคก./ลบ.ม.
  • 10. เขตมีนบุรี สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9: 49.2 มคก./ลบ.ม.

และยังมีอีก 48 พื้นที่ที่เกินมาตรฐาน เช่น เขตบางคอแหลม คลองเตย คลองสามวา บางพลัด สัมพันธวงศ์ ภาษีเจริญ ราชเทวี ป้อมปราบศัตรูพ่าย หลักสี่ บางนา สาทร บางกอกน้อย บางแค พระนคร คันนายาว บางซื่อ จอมทอง ราษฎร์บูรณะ สวนทวีวนารมย์ สวนธนบุรีรมย์ วังทองหลาง บางกอกใหญ่ ธนบุรี หนองจอก สวนเสรีไทย คลองสาน ยานนาวา สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สวนบางแคภิรมย์ อุทยานเบญจสิริ สายไหม สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ บึงกุ่ม ดินแดง พญาไท สวนหลวงพระราม 8 ดุสิต จตุจักร สวน 60 พรรษา ลาดพร้าว พระโขนง ทุ่งครุ สะพานสูง ห้วยขวาง ดอนเมือง สวนเบญจกิติ สวนพระนคร สวนหนองจอก ทุกจุดอยู่ในระดับสีส้มทั้งนั้น

ผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM 2.5 และวิธีป้องกัน

ฝุ่น PM 2.5 เป็นอนุภาคเล็กจิ๋วที่เข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้ง่าย ส่งผลให้ไอ จาม หอบหืด เจ็บคอ ตาแดง นอนไม่หลับ และรุนแรงถึงหัวใจวายหรือมะเร็งปอดในระยะยาว โดยเฉพาะวันที่ค่าฝุ่นวันนี้ 11 ก.พ. 69 กทม.อ่วม PM 2.5 เริ่มพุ่ง เกินมาตรฐานสีส้ม 58 พื้นที่ แบบนี้ แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ อยู่แต่ในร่ม เปิดเครื่องฟอกอากาศ ปิดประตูหน้าต่าง และสวมหน้ากากอนามัยที่กรองได้ดี ถ้าจำเป็นต้องออกข้างนอก

ปัจจัยที่ทำให้ฝุ่นพุ่งคือการระบายอากาศอ่อน ชั้นบรรยากาศปิด ลมอ่อน และจุดความร้อน (hotspot) 1 จุดที่ดอนเมืองเมื่อวาน คาดการณ์ 12-18 ก.พ. จะดีขึ้นบ้างเพราะลมแรงบางวันและเมฆบางส่วน

สรุปแล้ว สถานการณ์ค่าฝุ่นในกทม.ยังต้องจับตา อย่าประมาทนะครับ ลองเช็คแอป AirVisual หรือเว็บ กทม. ทุกวัน และแบ่งปันข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ รู้ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน!

CTA: ดาวน์โหลดแอปตรวจฝุ่นตอนนี้ แล้วปกป้องตัวเองและครอบครัวจาก PM 2.5 ได้เลย

ที่มา – ค่าฝุ่นวันนี้ 11 ก.พ. 69 กทม.อ่วม PM 2.5 เริ่มพุ่ง เกินมาตรฐานสีส้ม 58 พื้นที่

ทหารไทยพบหลักฐาน ประณามกัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

เหตุการณ์ล่าสุดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างความฮือฮาและความกังวลไปทั่วสังคม เมื่อทหารไทยพบหลักฐานเพิ่ม ประณามกัมพูชาใช้ “ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” ในพื้นที่ชายแดน พื้นที่ดังกล่าวคือบริเวณบ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ การค้นพบนี้ไม่เพียงยืนยันการรุกล้ำ领土ของไทย แต่ยังเผยให้เห็นการใช้อาวุธต้องห้ามที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

ทหารไทยพบหลักฐานเพิ่ม ประณามกัมพูชาใช้ “ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” ในพื้นที่ชายแดน

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ปฏิบัติภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดและปรับปรุงพื้นที่ให้ปลอดภัย ณ ฐานปฏิบัติการตากสินพิชิตไพรี ซึ่งเดิมเป็นฐานทหารกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยไทย

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด ทหารไทยพบฐานปฏิบัติการของกัมพูชา 3 แห่ง เชื่อมต่อกันด้วยคูเลตที่ชัดเจน แสดงถึงการตั้งเป็นฐานที่มั่นทางทหาร นอกจากนี้ยังตรวจยึดสรรพาวุธที่ถูกละทิ้ง (AXO) จำนวน 4 รายการ ดังนี้

รายการอาวุธที่ทหารไทยตรวจยึดได้หลังจากทหารไทยพบหลักฐานเพิ่ม ประณามกัมพูชาใช้ “ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” ในพื้นที่ชายแดน

  • ลำกล้องและขาหยั่งปืนกลขนาด 12.7 มม. จำนวน 1 ชุด
  • กระสุนปืนกลขนาด 12.7 มม. จำนวน 1,744 นัด
  • กระสุนปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง ขนาด 75 มม. จำนวน 30 นัด
  • ลูกระเบิดขว้างแบบ RGD-5 จำนวน 1 ลูก

จุดที่น่าตกใจที่สุดคือการตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดสะเก็ดระเบิด MBV-78A2 จำนวน 1 ลูก ซึ่งเป็นอาวุธต้องห้ามตามอนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) ที่ไทยและกัมพูชาเป็นภาคี โดยอนุสัญญานี้ห้ามการผลิต ใช้ และเก็บรักษาทุ่นระเบิดสังหารบุคคลตั้งแต่ปี 2540 เนื่องจากสร้างอันตรายต่อพลเรือนโดยไม่เลือกหน้า ขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

อนุสัญญาออตตาวาและผลกระทบต่อประชาชนชายแดน

อนุสัญญาออตตาวาก่อตั้งขึ้นเพื่อยุติการใช้ทุ่นระเบิดที่คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์นับล้านทั่วโลก ไทยลงนามปี 2541 และกัมพูชาปี 2542 การพบทุ่นระเบิดดังกล่าวจึงเป็นหลักฐานชัดเจนของการละเมิดพันธกรณีนี้ ไม่เพียงคุกคามทหารไทย แต่ยังเป็นภัยร้ายต่อชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนตราดที่อาจพลัดหลงเข้าไป

กองทัพเรือยืนยันว่า ทหารไทยพบหลักฐานเพิ่ม ประณามกัมพูชาใช้ “ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” ในพื้นที่ชายแดน เป็นการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในการเจรจาลดความตึงเครียดชายแดน กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดจะดำเนินการต่อไปทั้งด้านความมั่นคง ดูแลประชาชน และประสานงานระดับนานาชาติ

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหายืดเยื้อเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเคยปะทุหลายครั้งในอดีต การรุกล้ำและใช้อาวุธต้องห้ามเช่นนี้ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหญ่หากไม่แก้ไขด้วยกลไกสันติภาพ ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เน้นย้ำความสำคัญของการรักษาเอกราชและการเฝ้าระวังชายแดนอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งเจรจากับกัมพูชาและนำเรื่องสู่เวทีระหว่างประเทศ

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารชายแดนและความมั่นคงจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ทหารไทยพบหลักฐานเพิ่ม ประณามกัมพูชาใช้ “ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” ในพื้นที่ชายแดน

ฮาร์ทส์ กำลังพัฒนานิสัยของแชมป์หรือไม่

ฮาร์ทส์ กำลังพัฒนานิสัยของแชมป์หรือไม่

ไฮไลท์ Heart of Midlothian v Hibernian

10/2/2025

อีกหนึ่งชัยชนะในช่วงท้ายเกมของดาร์บี้แมตช์สำหรับฮาร์ทส์ อีกหนึ่งประตูช่วงท้ายที่จุดประกายความยินดีทั่วอัฒจันทร์ที่ไทน์คาสเซิล อีกหนึ่งการฉลองของเดเร็ค แม็คอินเนสกับบอยบอล

ประตูของโทมัส แม็กนัสสันในนาทีที่ 88 ของการแข่งขันดาร์บี้เอ็ดินบะระที่บ้านกับฮิบส์เมื่อวันอังคาร เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการลุ้นแชมป์ที่ไม่มีใครคาดคิดในช่วงต้นฤดูกาล

ไม่ใช่ครั้งแรกในฤดูกาลนี้ที่พวกเขาสร้างช่วงเวลาวิเศษในนาทีสุดท้าย หรือแม้แต่วินาทีสุดท้าย เพื่อจุดประกายความเชื่อมั่นให้แฟนบอล

ฮาร์ทส์ กำลังพัฒนานิสัยของแชมป์หรือไม่ ความสามารถในการช่วยทีมให้รอดจากการพ่ายแพ้ สร้างสามคะแนนจากเถ้าถ่าน

เซลติกและเรนเจอร์สทำแบบนี้มานับไม่ถ้วนในอดีต – เซลติกเพิ่งทำได้ในสกอตติชคัพสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา – และตอนนี้ฮาร์ทส์ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาทำได้เช่นกัน

พวกเขาต้องการชัยชนะนี้มากหลังจากแพ้เซนต์ มิร์เรนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และทั้งสองทีมจากโอลด์เฟิร์มกำลังดีขึ้นหลังเปลี่ยนผู้จัดการทีม

หากแพ้ฮิบส์ เรนเจอร์สจะมีโอกาสขึ้นนำเมื่อไปเยือนมัธเฟิร์ลว์เดย์อังคาร

แต่ตอนนี้ ด้วยเหลือ 12 นัด แม็คอินเนสและทีมที่นำมาตั้งแต่กันยายน นำเรนเจอร์สของแดนนี่ โรห์ล 6 คะแนน ก่อนเกมเยือนทีมอันดับ 4

เซลติกแชมป์เก่ารั้งที่ 3 คะแนนตามหลัง แต่มีเกมค้าง

หลักฐานท้าทายการผูกขาดของโอลด์เฟิร์ม

ดูจากนัดที่สองของฤดูกาล ฮาร์ทส์ขุดลึกและยิงประตูชัยช่วงท้ายที่แทนนาดิซ กับดูนดี ยูไนเต็ด สจ๊วร์ต ฟินด์ลีย์พลิกจาก 2-1 เป็นสามคะแนน

ปลายเดือนสิงหาคม กับลิฟวิงสตัน อเล็กซานดรอส คีซิริดิสยิงที่อัลมอนด์เวล เพื่อชัยชนะ 2-1

แล้วก็ครัทช์ ฮอล์เค็ตต์ในดาร์บี้นัดแรก นาที 91 เลื่อนตัวรับครอสจากซาบาห์ เคอร์จอต้า

ไม่ใช่แค่ประตู ครัทช์ กอร์ดอนเซฟสำคัญที่ดูนดี ทีมเหลือ 10 คนหลังอเล็กซานเดอร์ ชโวโลว์โดนแดง เซฟหัวของเอมิล อาควาห์ไว้ได้

สถิติ: ฮาร์ทส์ยิง 12 ประตูใน 15 นาทีสุดท้ายของลีก มากที่สุดรองจากเรนเจอร์ส

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะทำให้เกมเป็นไปในทางของเรา” แม็คอินเนสกล่าว “แฮร์รี่ มิลน์ขับบอลไปเส้น หัวของแม็กนัสสัน นั่นคือสิ่งที่ผมพูดถึง ไทน์คาสเซิลสวยงามมาก”

การชนะแชมป์ต้องชนะแบบสกปรก

นิสัยชนะแบบยากๆ ได้คะแนนเต็มจากฟอร์มขั้นต่ำ คือลักษณะของทีมแชมป์

“ถ้าอยากลุ้นแชมป์ต้องชนะแบบสกปรก ฮาร์ทส์ทำได้คืนนี้” ชาร์ลี มัลกรูว์ อดีตเซนเตอร์เซลติกบอกพรีเมียร์สปอร์ต

หลายคนวิจารณ์ฟอร์มไม่ดี แม็คอินเนสจัดทีมรุก แต่ดูเกรงกลัวในดาร์บี้

“พวกเขาไม่สนฟอร์ม เหลือ 12 นัดสร้างประวัติศาสตร์” ไรอัน สตีเวนสัน อดีตฮาร์ทส์บอกบีบีซี “แฮร์รี่ มิลน์พยายามทุกอย่าง คนอื่นเหม็นทั้งนั้น”

สก็อตต์ อัลแลน อดีตฮิบส์-เซลติกกล่าว “เกมใหญ่แต่เล่นห่วย คิดว่าฮิบส์ชนะ แต่ฮาร์ทส์ชนะแบบคลีนชีต สร้างอะไรดีๆ แม็คอินเนสไม่กังวลฟอร์ม ตำแหน่งดีก่อนเกมอาทิตย์นี้”

เกมอาทิตย์นี้ เรนเจอร์สที่ไอบร็อกซ์ ฮาร์ทส์เคยชนะที่นั่นเดือนกันยายน ครั้งแรกตั้งแต่ 2014

ไม่มีใครคิดว่าฮาร์ทส์จะยังนำตอนมาเยือนอีก

“ถ้าชนะไอบร็อกซ์ พวกเขาจะแชมป์” สตีเวนสันทำนาย

ฮาร์ทส์ กำลังพัฒนานิสัยของแชมป์หรือไม่ ในสายตาแฟนบอล

จากสถิติและฟอร์ม ฮาร์ทส์ กำลังพัฒนานิสัยของแชมป์หรือไม่ ชัดเจนว่าพวกเขามี mental toughness ที่ทีมใหญ่ต้องการ ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพฤดูกาลนี้

  • Scottish Premiership
  • Scottish Football
  • Heart of Midlothian
  • Football

คุณคิดว่าฮาร์ทส์จะคว้าแชมป์ได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามอัปเดตฟุตบอลสกอตติช!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คาร์ริค playbook เซอร์อเล็กซ์ เริ่มดีแมนยู

ผลกระทบที่ไม่คาดคิดจากการตกรอบทั้งสองถ้วยในประเทศตั้งแต่รอบแรกสุด และการมีจำนวนนัดแข่งน้อยที่สุดในฤดูกาลนับตั้งแต่ปี 1914-15 ทำให้เหลือแคมเปญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบ่งเป็นบล็อกก่อนช่วงพักยาวกว่าปกติ

ตอนนี้พวกเขาอยู่ในบล็อกแรก และจะมีเวลาถึง 12 วันก่อนบุกเอฟเวอร์ตัน สำหรับไมเคิล คาร์ริค ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 13 มกราคม มันเป็นโอกาสดีให้ทีม “รีเฟรช” ให้ผู้เล่นบางคน “เคลียร์อาการบาดเจ็บเล็กน้อย” และ “พักหายใจหายคอ”

แต่ก็เป็นเวลาสำหรับการทบทวนด้วย คาร์ริคไม่ได้อ้างว่าประตูตีเสมอในนาทีบาดเจ็บของเบนจามิน เซสโก ทำให้เสมอ 1-1 กับเวสต์แฮมรู้สึกเหมือนต่อจากสตรีคชนะ 4 นัด แต่เป็นจุดจบของมัน

แต่เขายอมรับว่าการประเมินโดยรวมเดือนที่ผ่านมาดี “ในภาพรวม เรารับแต้มนี้ เก็บตัวเอง แล้วประเมินใหม่” เขากล่าว “ถ้ามอง 5 นัด มีแค่เสมอ 1 นัด ถือเป็นผลบวกใหญ่”

คาร์ริค playbook เซอร์อเล็กซ์

ชัยชนะแรกๆ ของคาร์ริคเหนือแมนซิตี้และอาร์เซนอลที่ลุ้นแชมป์เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ ส่วนที่ฟูแล่มและท็อตแน่มคาดหวังแต่ก็มีปัญหาต้องแก้ ทำให้ตอนนี้แมนยูอยู่อันดับ 4 มีข้อได้เปรียบในการลุ้นยูซีแอล ซึ่งไม่มีใครคาดคิดหลังรุเบน อโมริมถูกปลดหลังเสมอลีดส์ 4 ม.ค.

“เรารู้ว่ายากแค่ไหนที่จะมีสตรีคในลีกนี้” คาร์ริคกล่าว โดยทีมไม่แพ้ 9 นัดลีกติด (ข้าม 3 กุนซือรวมดาเรน เฟล็ตเชอร์ชั่วคราว) “บางทีมันไหลลื่น มีประกาย บางทีก็หนืดๆ”

คำถามคือ คาร์ริคจะชนะทีมที่ควรชนะได้ไหม เวสต์แฮมอยู่ในกลุ่มนั้น แม้กำลังฟอร์มดีชนะ 4 จาก 5 นัดล่าสุด และนำเชลซี 2-0 ในนัดที่พลาด คาร์ริคไม่ได้ชนะ แต่เสี่ยงเพื่อผลลัพธ์

นัดก่อนที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด อโมริมเปลี่ยนแนวรุกแค่ออกซิร์กเซ่แทนเซสโก้ นาที 78 และลิซานโด่ มาร์ติเนซแทนลุค ชอว์ สุดท้าย เมนูและเช ลาซี่ย์นั่งสำรอง

การเสี่ยงครั้งใหญ่ที่ได้ผล

ที่ลอนดอน สเตเดี้ยม คาร์ริคเสี่ยง เปลี่ยนเซสโก้แทนคูนญ่าที่เงียบ และซิร์กเซ่แทนดิโอโก้ ดาโลต์ นาที 82 เปลี่ยนเป็นแบ็คสาม ยกทีมบุก รู้ว่าอาจเสียประตูที่ 2 แต่เลนี่ โยโร่เซฟด้วยแท็คกิ้งดี และเซนเน่ ลัมเมนส์เซฟ ช่วยให้ลุ้นจนนาที 96 เซสโก้ยิงสวย

“คุ้มเสมอที่จะลุ้น” คาร์ริคกล่าว “เราต้องการฟอร์มเพอร์เฟกต์ แต่บางนัดไม่ได้หมายถึงยอมแพ้ เราไป 3 แบ็ค บุกเต็มที่ นั่นคือวิธีที่ควรทำ”

นี่คือ คาร์ริค playbook เซอร์อเล็กซ์ แบบเป๊ะ เฟอร์กูสันชอบเสี่ยงเพื่อชัยชนะดึกๆ อย่าง 87′ ชนะอาร์เซนอล 90′ ชนะฟูแล่ม และ 95′ เสมอเวสต์แฮม คาร์ริคพอใจ 13 แต้มจาก 15 ในบล็อกแรก และจิตวิญญาณไม่ยอมแพ้

คาร์ริค playbook เซอร์อเล็กซ์ กำลังพาแมนยูฟื้นตัว ผู้เล่นปรับตัวดี สปิริตสูง แม้หลุดคัพแต่โฟกัสลีก ลุ้นท็อป 4 สบายๆ วิเคราะห์ลึกๆ จะเห็นว่าการเปลี่ยนแท็คติกแบบยืดหยุ่นคือกุญแจ ทีมมีเซสโก้ โยโร่ ซิร์กเซ่ที่พร้อมบุก คาร์ริคพิสูจน์แล้วว่าเป็นมือฉมัง สไตล์เฟอร์กี้ที่แฟนปีศาจแดงรัก

  • ไม่แพ้ 9 นัดลีก: สตรีคสุดยอดข้ามกุนซือ
  • 13/15 แต้มบล็อกแรก: ฟอร์มร้อนแรง
  • กลยุทธ์เสี่ยง: ได้ผลทุกครั้ง

คุณคิดว่าคาร์ริคจะพาแมนยูไปไกลแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามอัปเดตแมนยูที่นี่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ