วัน: 12 กุมภาพันธ์ 2026

‘เรื่องนี้เริ่มจะเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว’ – Confession Cam

‘เรื่องนี้เริ่มจะเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว’ – Confession Cam

ในตอนพิเศษของ ‘เรื่องนี้เริ่มจะเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว’ – Confession Cam ที่แฟนบอลหญิงไม่ควรพลาด พิธีกรสาวแกร่ง Alex Scott พร้อมด้วยนักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Fara Williams, Ellen White และ Steph Houghton มาเปิดใจแบบสุดๆ กันเลยทีเดียว! พวกเธอสารภาพความลับเกี่ยวกับกันและกัน เรื่องวันแข่งขันสุดมันส์ และยังแฉกันเองว่าถ้าต้องตั้งทีมฟุตบอล 5 คน จะเซ็นสัญญาใคร บนม้านั่งสำรองใคร และขายทิ้งใครไปบ้าง มันฮาแตกและเผยด้านส่วนตัวของเหล่าดาวดัง WSL จริงๆ

รายการ Confession Cam เป็นคอนเทนต์สุดฮิตจาก BBC Sport ที่เหล่านักเตะและพิธีกรฟุตบอลหญิงมาสารภาพความรู้สึกแบบไม่กั๊ก ในตอนนี้ ‘เรื่องนี้เริ่มจะเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว’ – Confession Cam พวกเธอเล่นเกมแฉกันเองแบบจัดเต็ม Alex Scott ถูกแซวเรื่องสไตล์การนำรายการ ส่วน Fara Williams โดนจับผิดเรื่องความดื้อในสนาม Ellen White กับ Steph Houghton ก็ไม่รอดเหมือนกัน ถูกเพื่อนๆ แฉนิสัยที่แฟนๆ อาจไม่เคยรู้มาก่อน

‘เรื่องนี้เริ่มจะเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว’ – Confession Cam

นอกจากแฉกันเองแล้ว พวกเธอยังพูดถึงประสบการณ์วันแข่งขันที่ลืมไม่ลง เช่น ความตื่นเต้นก่อนลงสนาม ความกดดันจากแฟนบอล และเคล็ดลับในการเตรียมตัวให้พร้อมสุดๆ มันทำให้เราเห็นภาพเบื้องหลังของ WSL Women’s Super League ได้ชัดเจนขึ้น ว่าฟุตบอลหญิงไม่ได้มีแค่การแข่งขัน แต่ยังมีมิตรภาพและความสนุกแบบนี้ด้วย

ใครจะเซ็นสัญญา บนม้านั่ง หรือขายทิ้ง?

ส่วนที่เด็ดสุดคือเกม fantasy five-a-side! ถ้าพวกเธอเป็นผู้จัดการทีม จะเลือกใครมาอยู่ในทีม 5 คน:

  • เซ็นสัญญา: Ellen White เลือกตัวเองเป็นตัวหลัก เพราะกองหน้าสุดโหด!
  • บนม้านั่งสำรอง: Fara Williams โดนจับนั่งเพราะ ‘ชอบทะเลาะกับกรรมการ’
  • ขายทิ้ง: Steph Houghton โดนแซวว่าช้าจนต้องปล่อยไป ฮาแตกมาก!

เกมนี้เผยให้เห็นบุคลิกจริงๆ ของแต่ละคน ทำให้ตอนนี้กลายเป็นไวรัลในหมู่แฟนฟุตบอลหญิงทั่วโลก

ทำไมตอนนี้ถึงฮิตขนาดนี้? เพราะมันผสมผสานความบันเทิงเข้ากับฟุตบอลได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่ไฮไลต์การแข่ง แต่เป็นเรื่องราวส่วนตัวที่ทำให้แฟนๆ รู้สึกใกล้ชิดมากขึ้น ถ้าคุณเป็นแฟน WSL ต้องไม่พลาด คลิปเด็ด Confession Cam ทั้งหมด ทาง YouTube เลยนะ

ฟุตบอลหญิงกำลังมาแรงในไทยด้วย ลีก WSL มีนักเตะสาวไทยหลายคนไปลองเชิง ถ้าดูตอนนี้จะได้แรงบันดาลใจเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมทีมเวิร์คหรือการจัดการอารมณ์ในสนาม ลองเอาไปปรับใช้กับฟุตซอลหรือฟุตบอลทีมท้องถิ่นของคุณดูสิ

ส่วนตัวผมว่าตอน ‘เรื่องนี้เริ่มจะเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว’ – Confession Cam นี่แหละคือที่สุดของคอนเทนต์ฟุตบอลหญิงปีนี้ มันไม่ใช่แค่สารภาพ แต่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้สาวๆ รุ่นใหม่กล้าที่จะเป็นตัวเองในวงการกีฬา อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ ดู แล้วมาคุยกันว่าคุณจะเลือกใครในทีม 5 คนของคุณบ้าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“สนธิญา” ค้านนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1

“สนธิญา” ค้านนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1 กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย เมื่อนายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านการนับคะแนนใหม่ โดยยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากกลุ่มผู้ประท้วงที่อ้างสิทธิ์ประชาชน แต่สนธิญายืนกรานว่าต้องเป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561

“สนธิญา” ค้านนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 สนธิญา สวัสดี ได้มาที่สำนักงาน กกต. เพื่อยื่นข้อร้องเรียน โดยอ้างอิงมาตรา 140 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ที่กำหนดชัดเจนว่าผู้ร้องต้องเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตนั้น ผู้สมัครในเขต หรือพรรคที่ส่งผู้สมัครเท่านั้น จึงมีสิทธิ์ยื่นขอตรวจสอบหรือนับคะแนนใหม่ ชาวบ้านหรือคนนอกเขตไม่มีอำนาจตามกฎหมาย สนธิญาเรียกร้องให้ กกต. ยึดหลักนี้ ไม่เปิดหีบใหม่ และดำเนินคดีผู้กระทำผิดทั้งหมด

นอกจากนี้ เขายังท้าทายพรรคการเมืองที่อาจอยู่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงหรือ ‘ด้อมส้ม’ ให้ออกมาแสดงตัวอย่างชัดเจน หากพรรคแพ้หรือชนะก็สามารถใช้สิทธิ์ตามกฎหมายได้ ไม่ต้องใช้นอกระบบที่ก่อความวุ่นวาย สนธิญาเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มาจากมติประชาชน 52 ล้านคน หากปล่อยให้ซื้อเสียงหรือทุจริต ประชาชนทั้งประเทศจะต้องรับกรรมจากรัฐบาลที่คอร์รัปชัน

ชาวบ้านโผล่ถามกลางวงสัมภาษณ์ “ทำไมทำไม่ได้”

ระหว่างให้สัมภาษณ์ มีชาวบ้านที่มาร่วมยื่นหนังสือขอให้นับคะแนนใหม่ โผล่เข้ามาถามตรงๆ ว่า “แล้วใครจะยื่นได้” สนธิญาตอบว่าประชาชนในเขต พรรคในเขต สามารถทำได้ ชาวบ้านแย้งว่าทำไมคนนอกเขตทำไม่ได้ โดยอ้างกฎหมายว่าถ้าไม่สุจริตใครก็ยื่นได้ สนธิญาชี้แจงว่าการซื้อเสียง การทุจริต กับการขอนับใหม่เป็นคนละเรื่อง การชุมนุมอาจละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นและ กกต. การนับใหม่ทั้งประเทศจะเสียงบ 8,700 ล้านบาท เอาเงินมาจากไหน?

สนธิญายืนยันว่าเขาไม่เกรงกลัวการชุมนุม และพร้อมยืนเคียงข้าง กกต. หากยึดกฎหมาย ไม่มีส่วนได้เสียส่วนตัว แต่เพื่อประเทศชาติที่ต้องเดินบนรากฐานกฎหมาย

หลักกฎหมายที่สนธิญาอ้างอิง

  • มาตรา 140 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.: กำหนดผู้มีสิทธิ์ร้องเรียนชัดเจน ต้องเป็นคนในเขต ผู้สมัคร หรือพรรค
  • ห้ามใช้นอกระบบ เช่น ชุมนุมก่อความวุ่นวาย
  • ดำเนินคดีผู้กระทำผิดทุจริต ซื้อเสียง
  • รักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งทั่วประเทศกว่า 1 แสนหน่วย

ประเด็น “สนธิญา” ค้านนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1 สะท้อนปัญหาการเลือกตั้งที่ยังค้างคา โดยเฉพาะชลบุรี เขต 1 ที่มีข้อกล่าวหาบัตรปลอมและซื้อเสียง สนธิญาไม่สนับสนุนการนับใหม่ทุกจังหวัดหากไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กกต.ต้องตัดสินใจโดยไม่เกรงใจแรงกดดัน

จากมุมมองของผู้เขียน การยึดมั่นหลักนิติธรรมคือหัวใจของประชาธิปไตย หากปล่อยให้ใครก็ได้ร้องได้โดยไม่จำกัด จะนำไปสู่ความโกลาหล คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ

ที่มา – “สนธิญา” ค้านนับคะแนนใหม่ชลบุรี เขต 1 “ชาวบ้าน” โผล่ถามกลางวงสัมภาษณ์ “ทำไมทำไม่ได้”

ศาลเจ้าไต้ฮงกง ตรุษจีน 2569 ปีม้าทองสุดยิ่งใหญ่

ใกล้เทศกาลตรุษจีนปีใหม่จีนกันแล้วนะทุกคน! ปีนี้ 2569 หรือปีม้าทองสุดยิ่งใหญ่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยเฉพาะศาลเจ้าไต้ฮงกง เตรียมจัดงานใหญ่โตอลังการ เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อขอพรและความเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี งานนี้มีพิธีสำคัญมากมาย โดยเฉพาะการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือที่เรียกว่า “พะเก่ง” ซึ่งจัดแค่ปีละครั้งเดียวเท่านั้น ใครอยากเสริมดวง เสริมโชค ต้องไม่พลาด!

ศาลเจ้าไต้ฮงกง ตรุษจีน 2569

งานศาลเจ้าไต้ฮงกง ตรุษจีน 2569 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นผู้เชิญชวนทุกคนมาร่วมพิธีมหามงคลนี้ นอกจากสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (องค์ไต้ฮงกง) แล้ว ยังมีกิจกรรมเด็ด ๆ ที่ช่วยเสริมบุญบารมีให้ชีวิตราบรื่น ธุรกิจรุ่งเรือง และครอบครัวสุขภาพดีอีกเพียบ งานนี้ไม่ใช่แค่งานตรุษจีนธรรมดา แต่เป็นปีม้าทองที่ทุกอย่างต้องปังแบบสุด ๆ!

หลวงปู่ไต้ฮง หรือไต้ฮงกง เป็นเทพเจ้าที่คนไทยเชื้อสายจีนนับถือกันมานาน ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ในการคุ้มครอง ปกป้อง และดลบันดาลโชคลาภ การมาร่วมงานศาลเจ้าไต้ฮงกง ตรุษจีน 2569 จึงเหมือนได้ชาร์จพลังบวกสำหรับปีใหม่ทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจและชีวิตต้องเผชิญความท้าทาย การทำบุญที่นี่จะช่วยสะเดาะเคราะห์และเสริมดวงชะตาได้อย่างดีเยี่ยม

กิจกรรมไฮไลท์ในศาลเจ้าไต้ฮงกง ตรุษจีน 2569

มาดูกันว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างที่ห้ามพลาดในศาลเจ้าไต้ฮงกง ตรุษจีน 2569:

  • ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง): พิธีใหญ่ปีละครั้ง! เลือกพะเก่งได้ตามต้องการ ราคาเริ่มต้น 20 บาทต่อฉบับ เช่น แกหมึ่งเก่ง (ครอบครัวสุขภาพดี), ปออุ่งเก่ง (สะเดาะเคราะห์), คิ่วไฉ่เก่ง (เสริมโชคลาภ), ส่วยกุงเก่ง (เสริมดวงชะตา), กึงกีเก่ง (เสริมความมั่นคง) เริ่มลงชื่อตั้งแต่ 11 ก.พ. 2569 ที่มูลนิธิพลับพลาไชย หรือออนไลน์ที่ www.pttfny.net/cnny
  • ทำบุญนักษัตรปีมะเมีย: สะเดาะเคราะห์และเสริมสิริมงคลกับรูปปั้นม้าทอง สวยงามและศักดิ์สิทธิ์มาก
  • รับสาคูสิริมงคล: กินแล้วครอบครัวกลมเกลียว อยู่เย็นเป็นสุข
  • อัญเชิญฮู้แดง (ยันต์หลวงปู่ไต้ฮง): นำไปประทับบ้านหรือพกติดตัว คุ้มครองภัย
  • เคาะระฆังทอง: ให้เสียงก้องกังวาน สดใสชีวิต การงานรุ่งเรือง
  • พิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์: ขอพรเทพยดาฟ้าดิน ในวันทีกงแซ (วันประสูติ) 24 ก.พ. 2569

พิเศษ! วันที่ 16 และ 24 ก.พ. เปิดบริการโต้รุ่ง ใครอยากมาร่วมพิธีดึก ๆ ก็สะดวกสุด ๆ สามารถติดตามไลฟ์สดพิธีสำคัญได้ที่เฟซบุ๊ก www.facebook.com/atpohtecktung หรือโทรสอบถามสายด่วน 1418

ทำไมต้องมาร่วมศาลเจ้าไต้ฮงกง ตรุษจีน 2569

เทศกาลตรุษจีนไม่ใช่แค่กินข้าวกินหมูย่าง แต่เป็นโอกาสทองในการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะปีม้าทองที่เชื่อว่าจะนำพาความมั่งคั่งและความก้าวหน้า ศาลเจ้าไต้ฮงกง ตรุษจีน 2569 ยังเป็นสถานที่รวมพลังใจคนไทยและชาวจีน สร้างความสามัคคีในสังคม การมาร่วมไม่เพียงได้บุญ แต่ยังได้ประสบการณ์อันน่าประทับใจ บรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยกลิ่นธูปและเสียงเพลงจีน ทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนกลับบ้าน

จากประสบการณ์คนที่เคยไปมา หลายคนเล่าว่าหลังทำพะเก่งแล้ว ชีวิตดีขึ้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องงาน การเงิน หรือสุขภาพ การลงทุน 20 บาทเพื่อแลกกับความสงบสุขทั้งปี ถือว่าคุ้มสุด ๆ ปีนี้ลองชวนครอบครัว เพื่อนฝูงมาร่วมกันไหม?

สรุปแล้ว ศาลเจ้าไต้ฮงกง ตรุษจีน 2569 คือโอกาส黃金ที่จะเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลังบวก รีบเช็คปฏิทิน วางแผนไปร่วมพิธีกันเลย โดยเฉพาะการลงชื่อพะเก่งที่เริ่มแล้ววันนี้! รับรองว่าปีม้าทองนี้ ชีวิตคุณจะ gallop ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

อย่าลืมแวะไปนะครับ ปีใหม่นี้ขอให้ทุกท่านโชคดี ร่ำรวย มั่งมี มีสุขภาพแข็งแรงตลอดปี!

ที่มา – ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เตรียมจัดงานตรุษจีน 2569 ปีม้าทองสุดยิ่งใหญ่

จับตา “คิม จูแอ” ทายาทสืบทอดอำนาจเกาหลีเหนือ

จับตา “คิม จูแอ” กันให้ดี เพราะหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้เพิ่งออกมาชี้ว่า เกาหลีเหนือได้วางตัวบุตรสาวของคิม จองอึน ให้เป็นทายาทสืบทอดอำนาจอย่างเป็นทางการแล้ว! ข่าวนี้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากการปรากฏตัวของเธอในงานสำคัญๆ และคำยกย่องระดับสูงที่สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือใช้ ซึ่งยืนยันสถานะ “สายเลือดเพ็กตู” รุ่นต่อไป

จับตา “คิม จูแอ” หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ชี้ชัด

สส. พัค ซุน-วอน และ สส. อี ซอง-กวึน จากเกาหลีใต้ ได้แถลงกับสื่อมวลชนว่า สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ (NIS) ได้ประเมินสถานการณ์ระหว่างการบรรยายสรุปแบบปิดต่อคณะกรรมการข่าวกรองรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ โดยระบุว่ารัฐบาลเปียงยางได้ “กำหนดตัวผู้สืบทอด” อย่างชัดเจน นั่นคือ คิม จูแอ บุตรสาววัยรุ่นของผู้นำคิม จองอึน การวิเคราะห์นี้มาจากบทบาทที่เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ของเธอในกิจกรรมระดับชาติ

คิม จูแอ กับหลักฐานยืนยันสถานะทายาท

หน่วยข่าวกรองและผู้เชี่ยวชาญชี้ถึงปัจจัยหลายประการที่ทำให้ “คิม จูแอ” กลายเป็นจุดสนใจ ดังนี้

  • การสักการะศพผู้นำเก่า: เดือนมกราคมที่ผ่านมา สื่อรัฐบาลเผยภาพคิม จูแอ ยืนเคียงข้างบิดา ไปสักการะศพคิม อิลซุง และคิม จองอิล ที่วังสุริยะคึมซูซัน ซึ่งเป็นพิธีที่ผู้นำสูงสุดเท่านั้นที่จะทำ
  • คำยกย่องพิเศษ: สื่อเกาหลีเหนือเริ่มใช้คำว่า “ฮยางโด” (Hyangdo) หรือ “บุคคลผู้ยิ่งใหญ่แห่งการชี้นำ” กับเธอ คำนี้สงวนไว้สำหรับผู้นำหรือทายาทโดยเฉพาะ
  • ปรากฏตัวในงานทหาร: ครั้งแรกในปี 2022 ระหว่างการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) Hwasong-17 และล่าสุดร่วมเยือนปักกิ่ง สร้างภาพลักษณ์ระดับโลก

นอกจากนี้ เกาหลีเหนือกำลังเตรียมประชุมใหญ่พรรคแรงงานช่วงปลายกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเวทีกำหนดนโยบายต่างประเทศ แผนทหาร และนิวเคลียร์ 5 ปี NIS จะจับตาบทบาทของคิม จูแอ อย่างใกล้ชิด โดยนักวิเคราะห์คาดว่าเธออาจได้ตำแหน่ง “เลขาธิการคนแรกของคณะกรรมการกลางพรรค” ซึ่งเทียบเท่าอำนาจอันดับ 2

จากเงามืดสู่แสงสว่าง: ประวัติคิม จูแอ

ก่อนปี 2022 โลกแทบไม่รู้จัก “คิม จูแอ” มีเพียงเดนนิส ร็อดแมน อดีตนักบาส NBA ที่เคยเยือนเกาหลีเหนือปี 2013 บอกเล่าว่าได้อุ้มเด็กหญิงคนนี้ซึ่งเป็นลูกสาวคิม จองอึน แต่ตอนนี้อายุราว 12-13 ปี เธอเริ่มปรากฏตัวบ่อยขึ้น ท่ามกลางข่าวลือเรื่องสุขภาพของคิม จองอึน ที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มและพฤติกรรมเปลี่ยนไป

ตระกูลคิมปกครองเกาหลีเหนือมา 3 รุ่นแล้ว คิม อิลซุง, คิม จองอิล, และคิม จองอึน โดยอาศัย “สายเลือดเพ็กตู” ซึ่งเป็นตำนานศักดิ์สิทธิ์จากภูเขาเพ็กตู การผลักดันคิม จูแอ อาจหมายถึงผู้นำหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดคำถามว่าประเทศนิวเคลียร์นี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์คาบสมุทรเกาหลี

หากคิม จูแอ สืบทอดจริง คงส่งผลต่อความสัมพันธ์กับสหรัฐ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ที่เร่งรัด การประชุมพรรคแรงงานครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ นักวิเคราะห์บางคนมองว่านี่เป็นกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง หากคิม จองอึน มีปัญหาสุขภาพ

นอกจากปัจจัยภายใน ยังมีข่าวลือเรื่องพี่ชายต่างมารดาอย่างคิม จองนัม ที่ถูกสังหารปี 2017 ทำให้คิม จูแอ กลายเป็นตัวเลือกหลัก สิ่งที่น่าสนใจคือ เธอถูกนำเสนอในสื่อด้วยภาพลักษณ์แข็งแกร่ง สวมเสื้อหนังดำ คล้ายบิดา

ในมุมมองของผู้เขียน การขึ้นสู่อำนาจของ “คิม จูแอ” อาจนำพาเกาหลีเหนือสู่ยุคใหม่ที่คาดเดายาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่าปีongyang กำลังเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตระยะยาว คุณคิดอย่างไรกับทายาทรุ่นใหม่คนนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามพัฒนาการต่อไป!

ที่มา – จับตา “คิม จูแอ” หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ชี้ เกาหลีเหนือวางตัวบุตรสาว “คิม” สืบทอดอำนาจ

“เท้ง” เข้าพรรคประชาชน ขอประชุมก่อนเปลี่ยน กก.บห.

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่อ“เท้ง” เข้าพรรคประชาชน เพื่อขอประชุมหารือก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ หลังจากที่มีข่าวลือหนาหูเรื่องการเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ยกชุดหรือไม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางดราม่าคดีจาก ป.ป.ช. ที่ชี้มูลอดีต ส.ส. 44 คนจากพรรคก้าวไกล ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” เป็นหนึ่งในนั้น หากศาลฎีกาตัดสินรับฟ้อง อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อตำแหน่งหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านในสภา

“เท้ง” เข้าพรรคประชาชน ขอประชุมก่อน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้สมัครนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคฯ ณ อาคารอนาคตใหม่ทันทีทันใด ผู้สื่อข่าวต่างรุมถามว่า “วันนี้จะประชุมกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ครับ?” เท้งตอบสั้นๆ ว่า “มาคุยงานปกติ” เมื่อถูกถามต่อยอดถึงเรื่องการเปลี่ยนทีมบริหารพรรคยกชุดหรือไม่ เท้งก็กล่าวว่า “รอคุยกันก่อน ยังไงเดี๋ยวลงมาให้สัมภาษณ์” คำตอบนี้ทำให้ทุกคนจับตาไปที่การประชุมภายในพรรคว่าจะมีมติอะไรออกมาบ้าง

ปมคดี ป.ป.ช. ชี้มูล 44 ส.ส. ที่เป็นจุดเริ่มต้น

ก่อนหน้านี้เมื่อวาน นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ว่าช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน จะมีการประชุมใหญ่ของพรรค และมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคทั้งชุด ข่าวนี้จุดประกายความสนใจเพราะเกี่ยวเนื่องกับคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายณัฐพงษ์และอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกลอีก 43 คน ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง คดีนี้เกิดจากกรณีที่ ส.ส. กลุ่มนี้รับเงินเดือนและสวัสดิการหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และย้ายมาอยู่พรรคก้าวไกล ป.ป.ช. ส่งฟ้องศาลฎีกาแล้ว หากศาลประทับรับฟ้อง ผู้ถูกฟ้องจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งเท้งในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน (พรรคที่สืบทอดจากก้าวไกล) ก็อยู่ในข่ายเสี่ยง ทำให้เกิดคำถามใหญ่ “เท้ง เข้าพรรคประชาชน เพื่อเตรียมปรับโครงสร้างพรรคหรือไม่?”

พรรคประชาชนก่อตั้งขึ้นหลังพรรคก้าวไกลถูกสั่งยุบเมื่อไม่นานมานี้ โดยเท้งก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ด้วยนโยบายต่อต้านเผด็จการและปฏิรูปโครงสร้างอำนาจเก่า การเมืองไทยช่วงนี้กำลังเข้มข้น โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่ต้องรักษากำลังพลให้แข็งแกร่ง หากหัวหน้าพรรคต้องพ้นตำแหน่ง อาจกระทบการนำเสนอนโยบายในสภาและการต่อสู้กับรัฐบาล

  • ผลกระทบหากศาลรับฟ้อง: หัวหน้าพรรคหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ผู้นำฝ่ายค้านสั่นคลอน
  • การประชุมใหญ่พรรค: มี.ค.-เม.ย. อาจเปลี่ยน กก.บห. ทั้งชุดเพื่อความคล่องตัว
  • บทบาทเท้ง: ยังยืนยันมาทำงานปกติ แสดงถึงความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม
  • สถานการณ์พรรคฝ่ายค้าน: พรรคประชาชนคือหัวหอกสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล

อนาคตพรรคประชาชนจะเป็นอย่างไร

จากที่ติดตามมา พรรคประชาชนมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งจากกลุ่มผู้สนับสนุนก้าวไกลเดิม การปรับเปลี่ยน กก.บห. อาจเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือความไม่แน่นอนทางการเมือง ไม่ว่าจะศาลตัดสินอย่างไร พรรคก็ต้องมีแผนสำรอง เช่น เลื่อนคนขึ้นมาแทนที่ได้ทันที ผู้สังเกตการณ์การเมืองมองว่าการที่เท้ง เข้าพรรคประชาชน วันนี้ แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การเตรียมเลือกตั้งท้องถิ่น การผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูป และการรวมพรรคฝ่ายค้านให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น การเมืองไทยปีนี้คาดว่าจะเดือดพล่านด้วยคดีความและการต่อสู้ในสภา

สรุปแล้ว เหตุการณ์“เท้ง” เข้าพรรคประชาชน ครั้งนี้เป็นสัญญาณบอกใบ้ว่าพรรคกำลังเตรียมพร้อมรับมือวิกฤต หากคุณเป็นคนติดตามข่าวการเมือง คงเห็นด้วยว่าการปรับโครงสร้างพรรคเป็นเรื่องจำเป็นในยุคนี้ เพื่อไม่ให้การทำงานสะดุดลง สำหรับผมมองว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พรรคประชาชนยังคงเป็นความหวังของประชาชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? การเปลี่ยน กก.บห. ยกชุดจะช่วยให้พรรคแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดแชร์เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – “เท้ง” เข้าพรรคประชาชน ขอประชุมก่อน หลังถูกถามเปลี่ยน กก.บห.พรรค ยกชุดหรือไม่

พล.อ.รังษี รุดเข้าพรรคภูมิใจไทย ชาดาต้อนรับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองไทยหลังเลือกตั้งมากเลยนะครับ โดยเฉพาะเหตุการณ์ พล.อ.รังษี รุดเข้าพรรคภูมิใจไทย ที่กลายเป็นประเด็นร้อนฮือฮาไปทั่วโซเชียล มาดูกันครับว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และนัยยะทางการเมืองที่อาจตามมาจะเป็นอย่างไร

พล.อ.รังษี รุดเข้าพรรคภูมิใจไทย

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และมีประสบการณ์ยาวนานในเรื่องความมั่นคงชายแดนใต้ ได้เดินทางเข้ามายังทำการพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนายชาดา ไทยเศรษฐ์ แกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยและ ส.ส.อุบลราชธานี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่ ส.ส.ยังไม่ได้รับรองอย่างเป็นทางการ ทำให้หลายคนตีความว่านี่อาจเป็นสัญญาณการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหญ่

ชาดาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง อุบเรื่องชวนร่วมรัฐบาล

นายชาดาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าการเชิญพล.อ.รังษีมาร่วมสนทนาในครั้งนี้ เพื่อปรึกษาเรื่องเส้นทางการเมืองและประสบการณ์ด้านปัญหาชายแดน ซึ่งพล.อ.รังษีมีความเชี่ยวชาญสูงสุดคนหนึ่งในวงการทหารและการเมือง เมื่อผู้สื่อข่าวถามตรงๆ ว่ามันเป็นการส่งสัญญาณชวนร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชาดาก็ยิ้มรับและอุบไว้ก่อน โดยบอกว่า “ยังไม่ได้พูดถึงตรงนั้นครับ เพราะ ส.ส. ยังไม่ได้รับรอง” คำตอบแบบนี้ชวนให้คิดนะครับว่า ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการสำรวจและเจรจา

นอกจากนี้ เมื่อพูดถึงนโยบายของทั้งสองพรรคที่ดูจะไปในทิศทางเดียวกัน เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคงชายแดน นายชาดายังชื่นชมพรรคเศรษฐกิจว่าทำงานได้ดี และยกย่องทุกพรรคที่รอดเข้ามาในสภา รวมถึงพรรคที่ไม่รอดด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่เปิดกว้างของแกนนำภูมิใจไทย

มุมมองต่อปมนับคะแนนเลือกตั้งใหม่

อีกประเด็นที่นายชาดาพูดถึงคือกระแสเรียกร้องให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่จากบางภาคส่วน เขามองว่า “ถ้าไม่สบายใจก็นับใหม่ทั้งประเทศไปเลยครับ จะได้รู้กันไปว่าสิ่งที่สงสัยกับสิ่งที่เป็นจริงต่างกันอย่างไร คนที่โกงจะได้เผยโฉม หรือถ้าไม่ได้โกงจะได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์” คำพูดนี้สะท้อนถึงความโปร่งใสที่พรรคภูมิใจไทยยึดถือ และอาจช่วยคลายข้อกังขาในสังคมได้บ้าง

มาดูกันครับว่าประเด็นหลักที่ทั้งสองฝ่ายน่าจะคุยกันมีอะไรบ้าง:

  • เส้นทางการเมืองหลังเลือกตั้ง: การรวมพรรคเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง
  • ปัญหาชายแดนใต้: ประสบการณ์พล.อ.รังษีช่วยเสริมจุดแข็งให้ภูมิใจไทย
  • นโยบายเศรษฐกิจ: คล้ายคลึงกันในเรื่องกระจายอำนาจท้องถิ่น
  • ความโปร่งใสเลือกตั้ง: ยอมรับการตรวจสอบเพื่อความเชื่อมั่น

จากมุมมองของผม การที่ พล.อ.รังษี รุดเข้าพรรคภูมิใจไทย ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเยี่ยมเยียนธรรมดา แต่เป็นการวางหมากสำคัญในเกมการเมืองไทยยุคใหม่ พรรคเล็กอย่างเศรษฐกิจที่มี ส.ส.ไม่กี่คน หากรวมกับพรรคใหญ่ที่มีที่นั่งหลักร้อย อาจกลายเป็นพันธมิตรที่ทรงพลังได้ โดยเฉพาะประเด็นชายแดนที่ภูมิใจไทยเองก็ให้ความสำคัญ

หลังจากนี้เราน่าจะเห็นการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยครับ สถานการณ์รัฐบาลยังคลุมเครือ พรรคเพื่อไทย ก้าวไกล และภูมิใจไทยกำลังเจรจาอย่างเข้มข้น ถ้าพรรคเศรษฐกิจเข้ามาร่วม จะช่วยเพิ่มน้ำหนักด้านความมั่นคงได้ดีทีเดียว

คุณล่ะครับ คิดว่าพล.อ.รังษีจะตัดสินใจยังไง? จะร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยหรือไม่? มาคอมเมนต์แบ่งปันความเห็นกันด้านล่างเลยนะครับ อย่าลืมแชร์บทความนี้ถ้าชอบ และติดตามบล็อกเราเพื่ออัพเดทข่าวการเมืองแบบเรียลไทม์!

สุดท้ายนี้ การเมืองไทยกำลังน่าติดตามมากขึ้นทุกวัน หวังว่าทุกฝ่ายจะมุ่งเน้นผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลักนะครับ

ที่มา – “พล.อ.รังษี” รุดเข้าพรรคภูมิใจไทย มี “ชาดา” ต้อนรับ อุบชวนร่วมรัฐบาล คุยการเมือง-เรื่องชายแดน

รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp ตัดขาด 100 ล้านคน

รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp อย่างจริงจัง สร้างความตื่นตระหนกให้ผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านคนในประเทศ รัฐบาลมอสโกต้องการบังคับให้ประชาชนหันไปใช้แอป “Max” ที่พัฒนาโดยรัฐ ซึ่งไร้ระบบเข้ารหัสข้อมูล เพื่อให้เกิดการสอดแนมและควบคุมข้อมูลได้ง่ายขึ้น

รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp: ความพยายามล่าสุดของรัฐบาล

บริษัท Meta เจ้าของ WhatsApp ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำนี้ โดยระบุว่า รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp ถือเป็น “ก้าวถอยหลัง” ที่จะทำให้ประชาชนสูญเสียความปลอดภัยในการสื่อสารส่วนตัว WhatsApp ยืนยันว่าจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษาการเชื่อมต่อให้ผู้ใช้ แต่สถานการณ์ในรัสเซียกำลังตึงเครียดมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยจำกัด Telegram และบล็อก Instagram กับ Facebook ไปแล้ว โดยให้เหตุผลว่าบริษัทเหล่านี้ไม่ยอมเก็บข้อมูลผู้ใช้ชาวรัสเซียในเซิร์ฟเวอร์ภายในประเทศ ตามกฎหมาย Yarovaya ที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2016 ขณะนี้ WhatsApp ถูกมองว่าเป็นเป้าหมายถัดไป โดยสำนักข่าว TASS ของรัฐรายงานว่าจะบล็อกอย่างถาวรภายในปี 2026

เหตุผลเบื้องหลังรัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp

รัฐบาลรัสเซียประกาศ Meta เป็น “องค์กรหัวรุนแรง” ตั้งแต่ปี 2022 หลังเกิดสงครามยูเครน ทำให้แพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ถูกปิดกั้น ผู้ใช้ต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึง แต่ VPN ก็ถูกจำกัดเช่นกัน จุดมุ่งหมายคือผลักดัน Max ซึ่งเป็น Super App คล้าย WeChat ของจีน รวมบริการส่งข้อความ จ่ายเงิน และบริการรัฐบาล แต่ปัญหาคือ Max ไม่มี end-to-end encryption ทำให้รัฐเข้าถึงข้อความได้ทุกเมื่อ

  • ตั้งแต่ปี 2025 Max ถูกติดตั้งอัตโนมัติในสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ทุกเครื่องที่ขายในรัสเซีย
  • พนักงานรัฐ ครู และนักเรียนถูกบังคับใช้ Max เท่านั้น
  • เจ้าหน้าที่รัสเซียยืนยันว่ามาตรการนี้ “เหมาะสม” เพื่อความมั่นคง

พาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้ง Telegram ชาวรัสเซีย เตือนว่ารัฐกำลังจำกัดเสรีภาพเพื่อสอดแนม โดยเปรียบกับอิหร่านที่เคยแบน Telegram แต่ประชาชนยังหาทางเลี่ยงด้วย VPN และ proxy เขาย้ำว่า “การเซ็นเซอร์ไม่ใช่คำตอบ”

ผลกระทบจากการที่รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp

ผู้ใช้งาน WhatsApp ในรัสเซียกว่า 100 ล้านคนต้องเผชิญปัญหาการสื่อสารล่ม โดยเฉพาะครอบครัวและธุรกิจที่พึ่งพาแอปนี้ นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะนักพัฒนาและบริษัทต่างชาติอาจถอนตัว การควบคุมอินเทอร์เน็ตแบบนี้คล้ายกับ “Great Firewall” ของจีน ที่รัฐใช้ RuStore และ VK เป็นแพลตฟอร์มหลัก

ในทางปฏิบัติ ชาวรัสเซียหลายคนหันไปใช้ Signal หรือ ProtonMail ที่มี encryption แข็งแกร่ง หรือ VPN ชั้นนำอย่าง ExpressVPN และ NordVPN เพื่อเลี่ยงการบล็อก แต่รัฐก็กำลังพัฒนากฎหมายใหม่เพื่อปราบ VPN ทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อน

นอกจากนี้ รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp ยังเป็นสัญญาณของแนวโน้ม authoritarianism ดิจิทัลทั่วโลก ที่รัฐบาลหลายแห่งพยายามควบคุมข้อมูลประชาชนเพื่อรักษาอำนาจ ในอนาคต เราอาจเห็นประเทศอื่นๆ ทำตาม เช่น อิหร่านหรือตุรกี

สำหรับคนไทยที่ใช้ WhatsApp วันละหลายชั่วโมง เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของ privacy ลองตรวจสอบแอปที่ใช้ และพิจารณา VPN เพื่อป้องกันการสอดแนม หากคุณเป็นนักธุรกิจที่ติดต่อรัสเซีย ควรเตรียมแผนสำรองตั้งแต่ตอนนี้

ความเห็นส่วนตัว: การบล็อกแอปยอดนิยมเช่นนี้ไม่เพียงตัดขาดการสื่อสาร แต่ยังทำลายนวัตกรรมและเสรีภาพดิจิทัล รัฐควรส่งเสริมการแข่งขันแทนการผูกขาด คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก!

ที่มา – รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp ตัดขาดผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านคน บีบใช้แอปฯ รัฐเพื่อสอดแนม

สรุปไวรัลสีดอหูพับ ช้างป่าภูหลวงเสียชีวิต

เฮ้ย เพื่อนๆ วันนี้มาสรุปดราม่าไวรัลที่กำลังฮือฮาทั่วโซเชียลกันเลยนะ “สีดอหูพับ” ช้างป่าหูพับน่ารักจากภูหลวง เสียชีวิตแบบสะเทือนใจระหว่างเคลื่อนย้าย สร้างกระแสเรียกร้องใหญ่โตว่า สีดอหูพับ ต้องไม่ตายฟรี! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ช้างตาย แต่สะท้อนปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าที่เราต้องช่วยกันหาทางออก มาอ่านสรุปกันแบบชิลๆ กันเลย

ประวัติ “สีดอหูพับ” ช้างป่าดุร้ายแต่มีเสน่ห์

สีดอหูพับ เป็นช้างป่าเพศผู้ไม่มีงา อายุราว 15-20 ปี ถิ่นฐานเดิมอยู่ที่อุทยานแห่งชาติภูหลวง จ.เลย แต่ชอบเดินทางไกลมาหากินที่อุทยานภูเวียง จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องคอยไล่กลับป่าตลอด ช้างตัวนี้มีลักษณะเด่นคือหูพับน่ารัก เลยกลายเป็นขวัญใจเน็ตไอดอลไปโดยปริยาย แต่ปัญหาคือมันดุร้าย ชอบบุกชุมชนบ่อยๆ จนกลายเป็นภัยร้าย

โศกนาฏกรรมคน-ช้างป่า ทับซ้อนพื้นที่

ปัญหาใหญ่คือพื้นที่ทับซ้อนระหว่างชุมชนกับป่า ทำให้เกิดเหตุสลด ชาวบ้านเสียชีวิต 2 ศพจาก สีดอหูพับ และฝูงช้าง รายแรกเดือนสิงหาคม 2568 ที่บ้านโนนสูง ต.ในเมือง อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น รายสองเป็นชายวัย 62 ปี ที่เถียงนา แม้เจ้าหน้าที่เตือนแล้วแต่ยังไม่ยอมออกมา ใจหายเลยนะเพื่อนๆ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในพื้นที่เกษตรกรรมใกล้ป่า

  • สิงหาคม 2568: ชาวบ้านเสียชีวิตศพแรกจากช้างบุก
  • กันยายน 2568: ชาย 62 ปีเสียชีวิตที่เถียงนา

ชาวบ้านยื่นฟ้องศาล สั่งเคลื่อนย้ายสีดอหูพับ

ทนไม่ไหว ชาวบ้านอ.สีชมพู 6 คน ยื่นฟ้องศาลปกครองขอนแก่นวันที่ 30 กันยายน 2568 ขอให้กรมอุทยานควบคุมช้างไม่ให้ออกนอกพื้นที่ ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว เคลื่อนย้ายช้าง 4 ตัวคือ สีดอหูพับ, งาจิ๋ว, คุถัง, สีดอน้อย ไปพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย ภายใน 30 วัน เพื่อปรับพฤติกรรมให้สงบลง

สีดอหูพับ เสียชีวิตกะทันหันระหว่างเคลื่อนย้าย

คืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ลงมือปฏิบัติการเคลื่อนย้ายจากขอนแก่นกลับถิ่นเก่า ใช้ยิงยาซึมตามขั้นตอน แต่ระหว่างขนส่ง “สีดอหูพับ” เกิดอาการชักเกร็ง หัวใจหยุดเต้น เสียชีวิตคาที่ กรมอุทยานชี้แจงว่าปฏิบัติตามคำสั่งศาล มิฉะนั้นผิดกฎหมาย สันนิษฐานเบื้องต้นอาจสำลักอาหาร รอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ กรมยืนยันดูแลเต็มที่แล้วนะ

แต่ชาวเน็ตไม่ค่อยเชื่อ เพราะคลิปไวรัลแพร่กระจายเร็วมาก หูพับน่ารักๆ ของ สีดอหูพับ กลายเป็นสัญลักษณ์เรียกร้องความยุติธรรม

กระแสเรียกร้อง “สีดอหูพับต้องไม่ตายฟรี”

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนรวมตัวชุมนุมหน้าทำเนียบ เรียกร้องให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยาน ลาออก ต้องรับผิดชอบต่อการตายของช้างป่า โซเชียลลุกเป็นไฟ แฮชแท็ก #สีดอหูพับต้องไม่ตายฟรี ติดเทรนด์ทันที กรมอุทยานรีบตั้งคณะกรรมการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ

เรื่องนี้ทำให้เราคิดถึงปัญหาใหญ่ของไทย ช้างป่าเหลือน้อย เพิ่มขึ้นจากป่าลดลง หาอาหารยาก เลยบุกชุมชน ต้องแก้ด้วยนโยบายระยะยาว เช่น เพิ่มแหล่งอาหารในป่า รั้วไฟฟ้า เตือนภัยล่วงหน้า และให้ความรู้ชาวบ้าน ไม่งั้นจะมีสีดอหูพับตัวใหม่ๆ เกิดขึ้นอีก

ในมุมผมนะ ใจจริงสงสารทั้งช้างทั้งคน ต้อง coexistence กันให้ได้ สีดอหูพับ อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้รัฐบาลจริงจังกับปัญหานี้มากขึ้น คุณล่ะคิดยังไง? คอมเมนต์บอกกันหน่อย แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ จะได้ช่วยกันผลักดันให้ช้างป่าไทยอยู่รอด!

ที่มา – สรุปไวรัลช้างป่าภูหลวงเสียชีวิต สู่กระแสเรียกร้อง “สีดอหูพับ” ต้องไม่ตายฟรี

นายกฯ มอบรางวัลค่าของแผ่นดิน 2567 ทำดีด้วยหัวใจ

นายกฯ มอบรางวัล “ค่าของแผ่นดิน” 2567 เป็นเหตุการณ์ที่น่าประทับใจมาก ๆ เลยนะครับ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ “ค่าของแผ่นดิน” ประจำปี 2567 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับบุคคล หน่วยงาน และองค์กรที่ทำความดีด้วยหัวใจ ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง รวมทั้งสิ้น 18 รางวัลด้วยกัน

นายกฯ มอบรางวัลค่าของแผ่นดิน 2567

ในพิธีนี้มีผู้ใหญ่เข้าร่วมมากมาย เช่น นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นางสาวศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติและผู้รับรางวัล นายกรัฐมนตรีได้กล่าวสุนทรพจน์อย่างซาบซึ้งใจ ว่า รู้สึกเป็นเกียรติยิ่งที่ได้มอบรางวัลนี้ ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับ เพราะรางวัลนี้สะท้อนถึงความตั้งใจ มุ่งมั่น และการทุ่มเทที่นำมาซึ่งผลงานที่ประจักษ์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

นายกฯ มอบรางวัล “ค่าของแผ่นดิน” 2567 ยกย่องผู้ทำดี

ท่านนายกฯ ยังชื่นชมผู้ส่งผลงานเข้าคัดเลือกทุกคน ไม่ว่าจะด้านการพัฒนาสังคม การส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาธารณสุข หรือการศึกษา ทุกผลงานล้วนมีคุณค่ามหาศาล “ทุกคน ทุกหน่วยงาน และทุกโครงการที่ได้รับรางวัลวันนี้ เป็นพลังสำคัญของชาติ เป็นแบบอย่างที่ดีให้สังคม” นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อ ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงาน รวมถึงส่งต่อคุณงามความดีสู่รุ่นลูกหลาน

พิธีมอบรางวัลค่าของแผ่นดิน 2567

รายละเอียดรางวัลค่าของแผ่นดิน 2567 แบ่งตามหมวดหมู่

รางวัลในปีนี้ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่:

  • ด้านการพัฒนาสังคมและส่งเสริมคุณภาพชีวิต – เน้นโครงการที่ช่วยยกระดับชีวิตประชาชน
  • ด้านการส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี – สนับสนุนนวัตกรรมเพื่ออนาคต
  • ด้านการส่งเสริมและพัฒนาสาธารณสุข – ผลงานที่ดูแลสุขภาพคนไทย
  • ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา – พัฒนาการเรียนรู้ให้เด็กรุ่นใหม่

ทั้ง 18 รางวัลนี้ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้ผู้สมควรได้รับจริง ๆ นายกรัฐมนตรีปิดท้ายด้วยการอธิษฐานขอพรจากพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขอให้ผู้รับรางวัลและครอบครัวสุขภาพแข็งแรง ร่วมพัฒนาชาติต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์รางวัลค่าของแผ่นดิน

เหตุการณ์ นายกฯ มอบรางวัล “ค่าของแผ่นดิน” 2567 นี้ แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการทำดีที่รัฐบาลให้การยกย่อง เป็นการจุดประกายให้คนไทยทุกคนลุกขึ้นมาทำความดีเพื่อสังคมมากขึ้น ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การมีแบบอย่างเช่นนี้ยิ่งสำคัญ ช่วยเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติให้เข้มแข็ง

คุณล่ะครับ สนใจอยากรู้รายชื่อผู้รับรางวัลเต็ม ๆ หรือมีไอเดียโครงการดี ๆ อยากส่งเข้าประกวดปีหน้าไหม? ลองแชร์ประสบการณ์การทำดีของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยนะครับ จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน!

ที่มา – นายกฯ มอบรางวัล “ค่าของแผ่นดิน” ประจำปี 2567 ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล-หน่วยงาน ทำดีด้วยหัวใจ