วัน: 17 กุมภาพันธ์ 2026

สามนักเตะไอร์แลนด์กลับมาร่วมทีมคัดเลือก

สามนักเตะไอร์แลนด์กลับมาร่วมทีมคัดเลือก สำหรับศึกฟุตบอลโลกหญิง 2027 ที่กำลังจะมาถึงในเดือนมีนาคมนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ Courtney Brosnan ผู้รักษาประตูจากเอฟเวอร์ตัน, Megan Connolly กองกลางจากลาซิโอ และ Leanne Kiernan กองหน้าที่ยืมตัวมาจากลิเวอร์พูลเล่นกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ล้วนพลาดการแข่งขันเพลย์ออฟเนชันส์ลีกที่ดราม่ากับเบลเยียมในเดือนตุลาคมเพราะบาดเจ็บ แต่ตอนนี้พวกเธอกลับมาพร้อมฟอร์มที่พร้อมลุย

ทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ภายใต้การนำของกัปตัน Katie McCabe จากอาร์เซนอล ซึ่งเพิ่งฉลองนัดที่ 100 ในเกมเพลย์ออฟ ประกาศรายชื่อ 23 ผู้เล่นสำหรับสองนัดสำคัญ นัดแรกพบฝรั่งเศสที่สนาม Tallaght Stadium ในดับลินวันที่ 3 มีนาคม ก่อนบินไปอูเทรคช์พบเนเธอร์แลนด์สี่วันต่อมา การสามนักเตะไอร์แลนด์กลับมาร่วมทีมคัดเลือกครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ทีม โดยเฉพาะในแนวรับและรุกที่เคยขาดหายไป

สามนักเตะไอร์แลนด์กลับมาร่วมทีมคัดเลือก

การกลับมาของ Brosnan จะช่วยแก้ปัญหาในกรอบเขตโทษที่ทีมเคยลำบากในนัดก่อนหน้า Connolly นักเตะสารพัดประโยชน์จากลาซิโอ จะเพิ่มมิติในแดนกลาง ขณะที่ Kiernan กองหน้าตัวฉกาจจะเป็นตัวทีเด็ดในการล่าตาข่าย ทีมไอร์แลนด์เพิ่งเลื่อนชั้นสู่ลีกเอของเนชันส์ลีกหลังชนะเบลเยียม 5-4 รวมสองนัด และล่าสุดเสมอฮังการี 3-2 ในเกมกระชับมิตรที่มาร์เบลล่าแบบปิดประตู

โค้ช Eileen Ward หวังเลียนแบบ Vera Pauw ผู้พาไอร์แลนด์เข้ารอบแรกฟุตบอลโลกหญิง แม้จะตกรอบกลุ่ม แต่เป็นประวัติศาสตร์ ครั้งนี้เป้าหมายคือไปบราซิลปีหน้าให้ได้ การสามนักเตะไอร์แลนด์กลับมาร่วมทีมคัดเลือกเป็นสัญญาณบวก โดยเฉพาะเมื่อ McCabe ยังนำทัพอย่างเหนียวแน่น

รายชื่อนักเตะทีมชาติไอร์แลนด์ชุดนี้

ผู้รักษาประตู: Courtney Brosnan (เอฟเวอร์ตัน), Sophie Whitehouse (ชาร์ลตัน แอธเลติก), Grace Moloney (ซันเดอร์แลนด์)

กองหลัง: Katie McCabe (อาร์เซนอล), Anna Patten (แอสตัน วิลล่า), Caitlin Hayes (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน), Hayley Nolan (คริสตัล พาเลซ), Aoife Mannion (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด), Jessie Stapleton (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ – ยืมตัว), Chloe Mustaki (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์)

กองกลาง: Denise O’Sullivan (ลิเวอร์พูล), Tyler Toland (เดอร์แฮม), Megan Connolly (ลาซิโอ), Marissa Sheva (ซันเดอร์แลนด์), Lucy Quinn (เบอร์มิงแฮม ซิตี้), Ruesha Littlejohn (คริสตัล พาเลซ), Jamie Finn (ซันเดอร์แลนด์)

กองหน้า: Saoirse Noonan (เซลติก), Abbie Larkin (คริสตัล พาเลซ), Leanne Kiernan (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ – ยืมตัว), Emily Murphy (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด), Kyra Carusa (แคนซัส ซิตี้ คัรเรนต์ – ยืมตัว), Amber Barrett (สตราสบูร์ก)

น่าเสียดายที่ Jess Ziu จากเวสต์แฮม และ Heather Payne จากเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ติดทัพครั้งนี้ แต่ด้วยการเสริมทัพที่แข็งแกร่ง ทีมไอร์แลนด์พร้อมท้าชนยักษ์ใหญ่อย่างฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นทีมเต็งแชมป์ยุโรป การแข่งขันคัดเลือกนี้นอกจากชิงตั๋วบอลโลกแล้ว ยังเป็นบททดสอบฟอร์มในเนชันส์ลีกด้วย

ฟุตบอลหญิงไอร์แลนด์พัฒนาขึ้นมากในช่วง几年ที่ผ่านมา จากทีมเล็กๆ สู่ผู้ท้าชิงตัวจริง McCabe และเพื่อนๆ แสดงให้เห็นถึงสปิริตนักสู้ที่หาได้ยาก โดยเฉพาะในเกมเพลย์ออฟที่พลิกเกมได้อย่างน่าทึ่ง แฟนบอลชาวไอริชต่างคาดหวังว่าการสามนักเตะไอร์แลนด์กลับมาร่วมทีมคัดเลือกจะพาทีมก้าวไกลยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผม ทีมนี้มีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ โดยเฉพาะนัดเหย้าที่ดับลิน ลองติดตามเชียร์และอัปเดตผลการแข่งขันได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบท 93 รูป ถวายพระพันปีหลวง

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติสำคัญที่แสดงถึงความเคารพยิ่งต่อพระบรมราชินี เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับข้าราชการและบุคลากรรัฐทุกประเภทที่อยากเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวหลังการประชุมครม. ว่า มติครม. อนุมัติให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ โดยไม่นับเป็นวันลา แต่ถือเสมือนปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานปกติ และยังได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนตามเดิม ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ

เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา: รายละเอียดโครงการ

โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 93 รูป จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 9 มีนาคม 2569 รวมระยะเวลา 10 วันเต็ม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะองค์พระบรมราชินูปถัมภ์มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้ารักรวมใจเพื่อเยาวชนจังหวัดชายแดนใต้ โครงการนี้ไม่เพียงส่งเสริมให้บุคลากรรัฐได้ปฏิบัติธรรม แต่ยังเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทีต่อพระกรุณาธิคุณอันหาญ้ำไม่ได้

การเห็นชอบในครั้งนี้ ช่วยลดอุปสรรคสำหรับผู้ที่สนใจ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องวันลาหรือเงินเดือน ทำให้มีโอกาสมากขึ้นในการพัฒนาศีลธรรม จิตใจ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชนรุ่นหลัง โดยเฉพาะในยุคที่สังคมต้องการพลังบวกและคุณธรรมมากยิ่งขึ้น

ใครบ้างที่เข้าร่วมได้ในโครงการนี้?

  • ข้าราชการพลเรือนสามัญและประจำ
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  • ข้าราชการท้องถิ่น
  • พนักงานราชการ
  • ลูกจ้างประจำและชั่วคราว
  • พนักงานรัฐวิสาหกิจ

ทุกกลุ่มสามารถยื่นลาได้ทันที โดยหน่วยงานต้นสังกัดต้องอนุมัติตามระเบียบ ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐมีบุคลากรที่เข้มแข็งทั้งกายและใจมากยิ่งขึ้น

ความหมายและประโยชน์ของมติครม. ครั้งนี้

มติ เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา ไม่ใช่แค่การอนุมัติลา แต่เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย การบวชพระเพื่อถวายเป็นบุญกุศล ถือเป็นประเพณีอันดีงามที่หล่อหลอมจิตใจคนไทยมานาน นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกฝนตนเอง ลดความเครียดจากการทำงาน และกลับมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยพลังใจใหม่ สามารถนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ความอดทน ความเมตตา และความรับผิดชอบ

ในมุมกว้างขึ้น โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านมูลนิธิที่พระบรมราชินีนาถทรงอุปถัมภ์ ซึ่งเน้นการศึกษาและคุณธรรม สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

กำหนดการคร่าวๆ ของโครงการบรรพชาอุปสมบท

  • 27 ก.พ. 2569: วันแรกของการเข้าค่าย
  • ระยะบวชและปฏิบัติธรรม
  • 9 มี.ค. 2569: วันสุดท้าย ออกจากความเป็นพระ

ผู้สนใจควรติดต่อหน่วยงานต้นสังกัดหรือมูลนิธิโดยตรงเพื่อสมัคร เนื่องจากจำนวนจำกัดเพียง 93 รูปเท่านั้น

มติครม. ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานระหว่างหน้าที่ราชการและการทำความดีส่วนบุคคล แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับจิตวิญญาณและวัฒนธรรมไทย หากคุณเป็นข้าราชการหรือรู้จักคนที่สนใจ อย่าพลาดโอกาสนี้ นี่คือเวลาที่จะได้บุญใหญ่และพัฒนาตนเองไปพร้อมกัน ลองแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมมากขึ้น สร้างพลังบวกให้สังคมไทย

สุดท้าย การบวชเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระพันปีหลวง คือการแสดงความจงรักภักดีที่แท้จริง ซึ่งจะเป็นมรดกทางใจให้ลูกหลานตลอดไป

ที่มา – เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา

เขาหลักมืดสนิท โจรแสบย่องขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า

สวัสดีครับชาวพังงาและนักท่องเที่ยวทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวร้ายที่กำลังเป็นกระแสในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า เมื่อเขาหลักมืดสนิท โจรแสบย่องขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า ทำให้ถนนสายหลักมืดมิด สร้างความเดือดร้อนให้ทั้งชาวบ้าน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเขาหลัก ไฟดับพรึบแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ เสี่ยงอุบัติเหตุสูงมาก โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่ฝนตกหนัก

เขาหลักมืดสนิท โจรแสบย่องขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านและรีสอร์ตต่างๆ ในย่านเขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โจรใจกล้าฉวยโอกาสตัดสายไฟ ขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 30-33 KVA พร้อมอุปกรณ์ป้องกันครบชุดไปถึง 3 จุดหลักบนถนนเพชรเกษมและเส้นทางใกล้เคียง มูลค่าความเสียหายรวมเกิน 500,000 บาท คาดว่าเอาไปถอดทองแดงข้างในขายร้านรับซื้อของเก่า สร้างความเสียหายให้กรมทางหลวงและประชาชนอย่างหนัก

จุดเกิดเหตุที่โจรแสบลงมือ

  • จุดที่ 1: สาย อ.ตะกั่วป่า อำเภอท้ายเหมือง ระหว่าง กม.783+036 หมู่ที่ 1 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า หม้อแปลงแบบแขวน ระบบ 1 เฟส 19,000/240 โวลต์ ขนาด 30 KVA มูลค่า 206,746.41 บาท
  • จุดที่ 2: ถนนควน 18 ขั้น ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า ทางหลวงหมายเลข 4 (0902) กม.776+698 หม้อแปลงแบบแขวน ระบบ 1 เฟส ขนาด 30 KVA มูลค่า 206,746.41 บาท
  • จุดที่ 3: ถนนสาย พง.1005 แยก ทล.5 บ้านบางไทร – บ้านปากวีป ต.บางไทร อ.ตะกั่วป่า หม้อแปลงขนาด 33 KVA มูลค่า 215,604 บาท

ทั้ง 3 จุดนี้เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก ชายหาด และรีสอร์ตหรูมากมาย เมื่อไฟดับ ถนนเพชรเกษมและทางโค้งเปลี่ยวมืดสนิท ชาวบ้านบอกว่าขับรถตอนกลางคืนน่ากลัวมาก มองไม่เห็นเส้นทาง เสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรง โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก

ผลกระทบรุนแรงต่อการท่องเที่ยวพังงา

เขาหลักเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกของพังงา มีรีสอร์ต โรงแรม ชายหาดสวยๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งปี แต่เหตุเขาหลักมืดสนิท โจรแสบย่องขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าครั้งนี้ สร้างภาพลักษณ์แย่ลงทันที นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาพักผ่อนรู้สึกไม่ปลอดภัย พนักงานโรงแรมต้องใช้ไฟสำรอง ขณะที่ผู้ประกอบการเรียกร้องให้หน่วยงานรีบซ่อมแซม ชาวบ้านยังแจ้งว่ามีการขโมยของในสวนยาง สวนปาล์ม และบ้านร้างด้วย สถานการณ์เลวร้ายจริงๆ

คำให้การจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า

นายอายุวัฒน์ เกิดควน ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกปฏิบัติการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วมีจุดถูกขโมยถึง 5 จุดในเส้นทางตะกั่วป่า-ท้ายเหมือง เป็นหม้อแปลงซิงเกิล 30 KVA สำหรับไฟถนน ผู้ร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพ รู้วิธีปลดฟิวส์ ใช้ไม้ดัดแปลง ถอดลงจากเสา ต้องใช้คนอย่างน้อย 2 คน ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตะกั่วป่าตรวจสอบแล้ว เป็นทรัพย์กรมทางหลวง แขวงทางหลวงเตรียมเช่าหม้อแปลงชั่วคราวเพื่อคืนแสงสว่างด่วน และแจ้งความกับตำรวจ 3 โรงพักแล้ว

เจ้าหน้าที่ฝากประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา ถ้าพบเบาะแสโจร โทรสายด่วน 1129 หรือ 191 ทันที อย่าให้เกิดเหตุแบบนี้อีก หม้อแปลงมีซีเรียลนัมเบอร์ชัดเจน หากนำไปขายจะถูกตามตัวได้

ส่วนตัวผมคิดว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ไฟดับ แต่กระทบเศรษฐกิจท่องเที่ยวพังงาโดยรวม เขาหลักต้องสว่างไสวเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว หน่วยงานควรติดตั้งกล้อง CCTV และเพิ่มกุญแจป้องกันหม้อแปลงให้มากขึ้น ชาวบ้านช่วยกันลาดตระเวนด้วยนะครับ จะได้ป้องกันได้ทัน

CTA: ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่หรือมีข้อมูลเพิ่มเติม ช่วยแชร์โพสต์นี้และแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ครับ มาช่วยกันทำให้เขาหลักสว่างคืนเหมือนเดิม เพื่อความปลอดภัยของทุกคน!

ที่มา – เขาหลักมืดสนิท โจรแสบย่องขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า ในพื้นที่ 3 โรงพัก อำเภอตะกั่วป่า

ตรุษจีน 2569 คึกคัก นักท่องเที่ยวจีน 4 แสนคน

เทศกาลตรุษจีน 2569 มาถึงแล้ว และปีนี้คึกคักสุดๆ ด้วย ตรุษจีน 2569 คึกคัก “นักท่องเที่ยวจีน” กว่า 4 แสนคน บินเข้ามาเที่ยวประเทศไทย ทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ต้องจัดเต็มกิจกรรมต้อนรับอย่างอบอุ่น เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่นักเดินทางมาถึง สร้างมิตรภาพไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ตรุษจีน 2569 คึกคัก “นักท่องเที่ยวจีน” กว่า 4 แสนคน บินเข้ามาเที่ยวประเทศไทย

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ทสภ. ได้จัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับผู้โดยสารชาวจีน โดยมี น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการ ทสภ. ร่วมมอบของที่ระลึกและคำอวยพรปีใหม่จีน ณ ซุ้มถ่ายภาพบริเวณสายพานรับกระเป๋า 11-12 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังมีการแสดงชุด “มิตรภาพไทย-จีน” ที่เต็มไปด้วยสีสันและสิริมงคล ทำให้ผู้โดยสารยิ้มแก้มปริตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทาง

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความสุข แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีนที่เป็นเทศกาลใหญ่ที่สุดของชาวจีน

คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารตรุษจีน 2569 พุ่งสูง

ตามที่ น.ส.ปวีณา เปิดเผย ในช่วง 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 AOT คาดการณ์เที่ยวบินที่ ทสภ. รวม 11,374 เที่ยว แบ่งเป็นระหว่างประเทศ 8,546 เที่ยว (เฉลี่ย 855 ต่อวัน) และภายในประเทศ 2,828 เที่ยว (เฉลี่ย 283 ต่อวัน) เพิ่มขึ้น 4.3% จากปีก่อน ผู้โดยสารรวม 1,971,050 คน (เฉลี่ย 197,105 ต่อวัน) เพิ่ม 0.2%

  • จากจีน: ผู้โดยสาร 444,255 คน (เฉลี่ย 44,426 ต่อวัน) เพิ่ม 24.2%
  • เที่ยวบินจากจีน: 2,889 เที่ยว (เฉลี่ย 289 ต่อวัน) เพิ่ม 20.5%
  • เที่ยวบินพิเศษ/เช่าเหมา: 362 เที่ยว (ระหว่างประเทศ 239, ภายใน 123)

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทสภ. เตรียมพร้อมรับมือเต็มสูบ

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการ ทสภ. ย้ำถึงการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้บริการรวดเร็ว ปลอดภัย โดยเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดสำคัญ เช่น

  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและจุดตรวจค้นสัมภาระ
  • พนักงานรถเข็นกระเป๋าและทำความสะอาด
  • Airport Ambassador และล่ามภาษาจีนคอยช่วยเหลือ
  • ประสานร้านค้า-ร้านอาหารทำป้ายภาษาจีน

ทุกอย่างพร้อมรับมือช่วง peak hour สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร สามารถติดต่อ AOT Contact Center 1722 ตลอด 24 ชม.

ผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยจากตรุษจีน 2569

การมาเยือนของนักท่องเที่ยวจีนกว่า 4 แสนคน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีก สถานที่ยอดนิยมอย่างวัดพระแก้ว ไชน่าทาวน์ (เยาวราช) และตลาดนัดจตุจักร คาดว่าจะคึกคัก นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นรายได้หลังโควิด สร้างโอกาสธุรกิจใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการไทย

ในมุมส่วนตัว คิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีของปีนักมังกรเขียว การท่องเที่ยวไทยกำลังกลับมาบูมอีกครั้ง หากรัฐและเอกชนร่วมมือกัน จะยั่งยืนแน่นอน

CTA: ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวหรือเจ้าของธุรกิจ อย่าพลาด! จองตั๋วและโปรโมชั่นตรุษจีน 2569 ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้พลาดความสนุกและรายได้มหาศาล

ที่มา – ตรุษจีน 2569 คึกคัก “นักท่องเที่ยวจีน” กว่า 4 แสนคน บินเข้ามาเที่ยวประเทศไทย

ผู้ใหญ่บ้านไหว้ขอโทษ หลังยิงไรเฟิลถวายพ่อปู่

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลเลยนะ ผู้ใหญ่บ้านไหว้ขอโทษ หลังยิงไรเฟิลถวายพ่อปู่ ในวันตรุษจีน ที่จังหวัดสุพรรณบุรี คลิปนี้ดังสนั่นจนชาวเน็ตวิจารณ์กันยกใหญ่ ว่าผู้ใหญ่บ้านอย่างนี้เหมาะสมมั้ย จะผิดกฎหมายรึเปล่า มาฟังรายละเอียดกันเลย!

ผู้ใหญ่บ้านไหว้ขอโทษ หลังยิงไรเฟิลถวายพ่อปู่ อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เรื่องเกิดขึ้นที่ ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ผู้ใหญ่บ้านคนนี้ชื่อ “ผู้ใหญ่ตี๋” ได้โพสต์คลิปตัวเองยิงปืนไรเฟิล .308 ลงพื้นหลังศาลพ่อปู่ฤาษีและศาลตายาย กว่า 18 นัดเลยทีเดียว โดยบอกว่าถวายพ่อปู่ในวันตรุษจีน พ่อปู่ชอบเสียงดังอย่างประทัดหรือปืน แถมยังอ้างว่าปืนมีทะเบียนถูกต้อง ยิงในที่ดินตัวเองได้ ไม่ผิดกฎหมาย ยังแนะนำวัยรุ่นด้วยว่าถ้าปืนทะเบียน ตำรวจเช็กเลขบัตรปชช. รู้หมดว่ามีกี่กระบอก

แต่พอคลิปแพร่กระจาย ชาวเน็ตไม่เห็นด้วยหนักมาก เพราะเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ต้องเป็นตัวอย่าง แต่กลับยิงปืนแบบนี้ในที่สาธารณะ มันเสี่ยงอันตรายแค่ไหน คุณลองคิดดูสิครับ เสียงดัง กระสุนสะท้อน ใกล้ชุมชนแบบนี้ ถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจะเป็นยังไง?

ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที

หลังจากคลิปดัง พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า สั่งเรียกผู้ใหญ่ตี๋มาสอบสวนทันที ผู้ใหญ่ยอมรับสารภาพ ยิงจริง แต่เป็นความผิดลหุโทษ แค่เสียค่าปรับ ไม่ใช่ประพฤติชั่วร้ายร้ายแรง ตำรวจ สภ.บางปลาม้า แจ้งข้อหา “ยิงปืนโดยใช่เหตุอันควร” ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 วรรคสาม (8 ทวิ) นะครับ ซึ่งเป็นความผิดที่ห้ามยิงปืนนอกการล่าสัตว์หรือป้องกันตัว โดยเฉพาะในที่ชุมชน

  • ยึดปืนตรวจสอบประวัติ
  • บันทึกทัณฑ์บนจากนายอำเภอ
  • ถ้าผิดซ้ำ จะเพิกถอนใบอนุญาตปืนทั้งหมด

ผู้ใหญ่ตี๋ชอบทำคอนเทนต์โซเชียลหาเงินช่วยสังคมด้วย แต่คราวนี้พลาดไปหน่อย

ผู้ใหญ่บ้านกราบไหว้ขอโทษสังคม

ล่าสุด ผู้ใหญ่ตี๋เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่โรงพัก แล้วออกมากราบไหว้ขอโทษทุกคนต่อหน้าสื่อ บอกว่า “ขอโทษพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน ผมอ่านกฎหมายไม่ละเอียด คิดว่ายิงในบ้านตัวเองไม่ผิด แต่ลืมว่ายิงโดยไม่มีเหตุอันควรก็ผิด” อ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะไม่ทำอีก ฝากทุกคนด้วย อย่ายิงปืนทุกเทศกาล ไม่ว่าจะตรุษจีน ปีใหม่ งานบวชแต่งงาน เพราะไม่มีเหตุจำเป็น และผิดกฎหมายชัดๆ

นี่แหละครับ ผู้ใหญ่บ้านไหว้ขอโทษ หลังยิงไรเฟิลถวายพ่อปู่ กลายเป็นบทเรียนราคาแพง ถึงปืนจะมีทะเบียน แต่การใช้ต้องถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

รู้จักกฎหมายปืนให้ดี อย่าพลาดเหมือนเคสนี้

เพื่อนๆ ที่มีปืนครอบครอง มาทบทวนกันหน่อย กฎหมายไทยห้ามยิงปืนโดยใช่เหตุอันควรเด็ดขาด เช่น ยิงแก้บน ยิงเฉลิมฉลองเทศกาล ถ้าถูกจับ ปรับ 2,000 บาท จำคุก 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าเสี่ยงอันตรายมาก อาจหนักกว่านั้น มาตรา 72 ยังห้ามยิงในที่ชุมชนอีกด้วย

  • ยิงได้เมื่อไหร่? ล่าสัตว์ ป้องกันตัว ปราบศัตรูพืช (แต่ต้องขออนุญาต)
  • ห้ามยิง: เทศกาล งานเลี้ยง หลังศาลพระภูมิ
  • ผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันต้องเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด

เคสนี้ยังดีที่ไม่มีใครเจ็บ แต่ถ้าผิดพลาดล่ะ? ชาวบ้านใกล้เคียงกลัวแค่ไหน ชุมชนจะวุ่นวายขนาดไหน

เป็นกันเองแบบนี้แหละ เพื่อนๆ คิดยังไงกับเรื่องนี้ คอมเมนต์บอกหน่อยนะ ผมว่าเป็นบทเรียนดีๆ สำหรับทุกคนที่ถือปืน ศึกษากฎหมายให้ละเอียดก่อนลงมือ อย่าให้เกิดเหตุซ้ำรอย ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อให้เพื่อนๆ รับรู้ ช่วยกันสร้างสังคมปลอดภัยจากอาวุธปืนกันเถอะ!

ที่มา – ผู้ใหญ่บ้านไหว้ขอโทษ หลังยิงไรเฟิลถวายพ่อปู่ อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อ่านกฎหมายไม่ลึกซึ้ง

วธ. ชวนแต่งไทยทั้งเมือง งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2569

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวไทยทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับคนรักวัฒนธรรมไทยและการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มาบอก กระทรวงวัฒนธรรม หรือ วธ. ชวนทุกคนมาร่วมกิจกรรมสุดมันส์ “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทยทั้งเมือง” เพื่อสัมผัสเสน่ห์เมืองละโว้ในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2569 ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ 38 แล้วนะ! งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์และพระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี รับรองว่ามาแล้วต้องติดใจ ย้อนยุคไปสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเลยล่ะ

งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2569

วธ. ชวน “แต่งไทยทั้งเมือง” ในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2569

นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นตัวแทน วธ. มาร่วมงานและเล่าว่า ปีนี้กระทรวงฯ ร่วมกับจังหวัดลพบุรี บูรณาการจัดงานใหญ่โต มีทั้งการแสดงสุดอลังการ การกินอาหารโบราณ และตลาดนัดวัฒนธรรม เพื่อรำลึกถึงสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ทรงสร้างเมืองลพบุรีให้เป็นราชธานีที่สองเมื่อ พ.ศ. 2209 สมัยนั้นลพบุรีคึกคักมาก เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการทูตเลยทีเดียว

พิธีเปิดงานเมื่อ 14 ก.พ. ได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน และมีผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ร่วมด้วย ผู้คนแน่นขนัดเลยค่ะ บรรยากาศคึกคักสุดๆ

พิธีเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2569

กิจกรรมเด่นที่ห้ามพลาดในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2569

งานนี้มีอะไรให้ทำเพียบเลยนะ เพื่อนๆ เตรียมตัวแต่งชุดไทยมาสนุกกันได้เลย! นี่คือไฮไลต์ที่เราคัดมา

  • การแสดงแสงสีเสียง “น้อมอาลัยพระพันปี เทิดบารมีองค์นารายณ์ ราษฎร์รวมใจ รักชาติรักแผ่นดิน” จากวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี สวยงามอลังการมาก
  • โขนสุดตระการตาจากวิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
  • ความบันเทิงจาก “จำอวดหน้าม่าน 3 น้า” นำเพลงพื้นบ้านมาแร็ปให้ฟังสนุก คนรุ่นใหม่ต้องชอบ
  • ระนาดเอกร่วมสมัยโดย “ฟีโน่ เดอะ ระนาด” ดนตรีไทยฟิวชันที่มันส์หยุดไม่อยู่
  • โซนลานวัฒนธรรม “รสชาติแห่งประวัติศาสตร์” สาธิตทำอาหารและขนมโบราณแบบฟิวชันต่างชาติ ปราชญ์ชาวบ้านมาโชว์ฝีมือ ถ่ายทอดภูมิปัญญาและขายของสร้างรายได้ชุมชน
  • ตลาดซาโม่น ขายสินค้าชาติพันธุ์ลพบุรี สะท้อนวิถีชีวิตพื้นบ้าน
กิจกรรมวัฒนธรรมงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2569

นอกจากนี้ยังมีแคมเปญ “นุ่งโจง ห่มสไบ สร้างสีสันให้เมือง” ชวนนักท่องเที่ยวแต่งชุดไทยเดินเล่นทั่วเมืองลพบุรี สร้างความภูมิใจในชาติและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ใครแต่งมาจะได้รูปสวยๆ ถ่ายอินสตาแกรมเพียบเลย!

ทำไมต้องไปงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2569

ลพบุรีหรือเมืองละโว้ในอดีตคือเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สมเด็จพระนารายณ์ทรงเลือกที่นี่เป็นที่ประทับหลวง สร้างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ให้งดงามแบบฝรั่งเศสผสมไทย งานนี้เลยพาเราย้อนเวลาไปสัมผัสความรุ่งเรืองนั้น ทั้งอาหาร การแต่งกาย ดนตรี และการแสดง ยังช่วยอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้ชุมชน และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย

บรรยากาศงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2569

ส่วนตัวผมคิดว่างานแบบนี้คือโอกาสทองที่จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยแบบสนุกๆ ไม่น่าเบื่อ แถมยังได้ช้อปปิ้งของกินอร่อยๆ อย่างขนมโบราณและอาหารพื้นบ้านที่หาทานยาก ถือเป็นการท่องเที่ยวที่คุ้มค่ามาก!

เชิญชวนทุกท่านมาร่วม “แต่งไทยทั้งเมือง” ในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ 2569 กันเถอะนะครับ รับรองว่าประทับใจ สนุก ได้รูปสวย และได้บุญอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย อย่าพลาดเด็ดขาด!

ที่มา – วธ. ชวน “แต่งไทยทั้งเมือง” สัมผัสเสน่ห์เมืองละโว้ เที่ยวงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ 2569”

ประตูยอดเยี่ยมรอบสี่เอฟเอคัพ ไบซิเคิลคิกสุดเจ๋ง

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในศึกเอฟเอคัพ รอบสี่ ได้มอบช่วงเวลาน่าประทับใจให้แฟนบอลทั่วโลก ด้วย ประตูยอดเยี่ยมรอบสี่เอฟเอคัพ ที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นไบซิเคิลคิกสุดอลังการ หรือลูกตั้งเตะที่เหมือนเวทมนตร์ คลิปไฮไลท์เหล่านี้ทำให้ทุกคนตื่นเต้นจนลุกจากที่นั่ง!

ประตูยอดเยี่ยมรอบสี่เอฟเอคัพ ที่ไม่ควรพลาด

หนึ่งในประตูที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือลูกฟรีคิกสุดสมบูรณ์แบบจาก Louis Reed ของ Mansfield Town มิดฟิลด์รายนี้รับบทฮีโร่ด้วยการปั่นบอลโค้งเข้าหน้าต่างประตูแบบไม่ให้โอกาสผู้รักษาประตูเลย ลูกนี้ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงเทคนิคชั้นเลิศที่หาได้ยากในระดับล่างของลีกอังกฤษ

ไบซิเคิลคิกสุดมหัศจรรย์ในเอฟเอคัพ

ไบซิเคิลคิกหรือที่เรียกกันว่า ‘โอเล’ ในบางประเทศ คือจุดเด่นของไฮไลท์ชุดนี้ ผู้เล่นที่กล้าพลิกตัวเตะบอลกลางอากาศแบบนี้ ทำให้สนามระเบิดด้วยเสียงเชียร์ แม้จะไม่ระบุชื่อผู้ทำประตูชัดเจน แต่โมเมนต์นี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของรอบสี่เอฟเอคัพ แสดงให้เห็นว่าทุกทีมมีโอกาสสร้างปาฏิหาริย์

อีกประตูที่พลาดไม่ได้คือการยิงไกลจากนอกกรอบของ Sandro Tonali จาก Newcastle United มิดฟิลด์ชาวอิตาลีรายนี้รับบอลจากเพื่อน แล้วซัดเต็มข้อแบบไม่ต้องล็อก บอลพุ่งตรงไปปักหลักตุงตาข่าย ผู้รักษาประตูทำอะไรไม่ได้เลย ลูกนี้พิสูจน์ว่าทำไม Newcastle ถึงเป็นทีมที่น่ากลัวในทุกการแข่งขัน

  • ประตูยอดเยี่ยมรอบสี่เอฟเอคัพ จาก Mansfield Town: ลูกฟรีคิกของ Louis Reed – ความแม่นยำ 100%
  • ไบซิเคิลคิกสุดอลัง: โมเมนต์ที่แฟนบอลรอคอย
  • ยิงไกล Sandro Tonali: พลังและความเฉียบคมจาก Newcastle
  • ลูกตั้งเตะอื่นๆ: รวมถึงคอร์นเนอร์ที่กลายเป็นประตูโดยตรง

เวทมนตร์ลูกตั้งเตะที่ทำให้เอฟเอคัพพิเศษ

เอฟเอคัพขึ้นชื่อเรื่องเซอร์ไพรส์ และลูกตั้งเตะคืออาวุธลับที่ทีมเล็กใช้สู้ทีมใหญ่ รอบนี้เราเห็นทั้งฟรีคิก ปั่นโค้ง คอร์นเนอร์เข้าประตูโดยตรง และลูกยิงฟรีคิกที่เหมือนถูกออกแบบมา ลูกของ Reed คือตัวอย่างที่ดีที่สุด มันไม่ใช่แค่การเตะ แต่เป็นศิลปะที่ผสมผสานแรง ความเร็ว และมุมมอง

สำหรับ Tonali ลูกยิงนอกกรอบของเขาทำให้คิดถึงตำนานอย่าง Roberto Carlos หรือ David Beckham ที่เคยสร้างสรรค์ประตูแบบนี้ ในบริบทของเอฟเอคัพ ซึ่งเป็นถ้วยเก่าแก่ที่สุดในโลก ลูกเหล่านี้ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ ทำให้การแข่งขันไม่ใช่แค่ชิงชัย แต่เป็นเวทีแห่งความฝัน

นอกจากนี้ ยังมีประตูอื่นๆ จากแมตช์ต่างๆ ที่เต็มไปด้วยดราม่า เช่น ทีมจากลีกล่างที่ล้มยักษ์ใหญ่ด้วยลูกตั้งเตะเหล่านี้ สัปดาห์รอบสี่จึงถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรอบที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์เอฟเอคัพ

ทำไม ประตูยอดเยี่ยมรอบสี่เอฟเอคัพ ถึงน่าจดจำ? เพราะมันแสดงถึงจิตวิญญาณของฟุตบอลอังกฤษ ที่ทุกคนมีโอกาส ไม่ว่าจะทีมใหญ่หรือเล็ก ไบซิเคิลคิกทำให้หัวใจเต้นแรง ลูกตั้งเตะทำให้เชื่อในปาฏิหาริย์

หากคุณเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง อย่าพลาดการติดตามไฮไลท์เหล่านี้ (สำหรับผู้ใช้ใน UK เท่านั้น) และเตรียมตัวสำหรับรอบต่อไปที่อาจจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม! ความเห็นส่วนตัวนะ เอฟเอคัพยังคงเป็นถ้วยที่สนุกที่สุด เพราะมีเรื่องเซอร์ไพรส์แบบนี้เสมอ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

วิลเลียมสัน กลับมาคัดบอลโลกหญิง

กัปตันทีมชาติอังกฤษ เลอาห์ วิลเลียมสัน กลับมาคัดบอลโลกหญิง ครั้งแรกนับตั้งแต่ยูโร 2025 ขณะที่สิงโตคำรามหญิงเตรียมเริ่มแคมเปญคัดเลือกฟุตบอลโลกหญิง 2027

วิลเลียมสัน วัย 28 ปี พลาดการช่วยทีมชาติในชัยชนะเหนือจีน กานา และออสเตรเลีย รวมถึงพ่ายบราซิลช่วงปลายปี 2025 เนื่องจากบาดเจ็บที่หัวเข่า

แนวรับอาร์เซนอลคนนี้เข้ารับการผ่าตัดหลังจากช่วยอังกฤษคว้าแชมป์ยูโรสมัยที่สองติดต่อกันในเดือนกรกฎาคม และกลับมาลงสนามได้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม

วิลเลียมสัน กลับมาคัดบอลโลกหญิง พร้อมสตาร์ชุดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีชื่อดังหลายคนกลับมารวมทีม เช่น ลอเรน เจมส์ กองหน้าจากเชลซี อเล็กซ์ กรีนวูด แนวรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และผู้รักษาประตูฮันนาห์ แฮมป์ตัน

เจมส์ วัย 24 ปี หายเจ็บข้อเท้าตั้งแต่หายไป 4 เดือน ก่อนกลับมาในเดือนพฤศจิกายน และตอนนี้ฟิตสมบูรณ์เต็มที่ เธอโชว์ฟอร์มเยี่ยมในเกมชนะลิเวอร์พูลเมื่อวันอาทิตย์ ช่วยเสริมแนวรุกให้ซาริน่า ไวจ์มัน หลังเบธ มีด จากอาร์เซนอลเจ็บหน้าแข้งหัก

กรีนวูด วัย 32 ปี พลาดลงเล่นช่วงต้นฤดูกาลเพราะเจ็บเข่า ขณะที่แฮมป์ตันมีปัญหาต้นขา ทำให้หลุดโผแคมป์พฤศจิกายน

ผู้เล่นใหม่และการเปลี่ยนแปลงในทีม

มีเบียร์แรกในทีมชุดใหญ่สำหรับป็อปปี้ แพตตินสัน แนวรับจากลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส ขณะที่เฟรย่า กอดฟรีย์ วัย 20 ปี ที่ยังไร้แคป ยังคงติดโผ

ผู้รักษาประตูเอลลี่ โรบัค จากแอสตัน วิลล่า ได้รับการเรียกตัวกลับมา แทนคีอาร่า คีติ้ง จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่หลุดทีม

ทีมชาติอังกฤษไม่มีเอลล่า ทูน จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เจ็บสะโพกจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม

อานุก เดนตัน แนวรับเบย์ เอฟซี วัย 22 ปี ที่เดบิวต์เป็นตัวสำรองช่วงท้ายในเดือนธันวาคม ไม่ติดทีมชุดนี้

สิงโตคำรามหญิงจะเดินทางไปตุรกีพบยูเครนวันอังคารที่ 3 มีนาคม (17:00 GMT) ก่อนรับไอซ์แลนด์ที่ซิตี้ กราวด์ วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม (12:30)

นี่คือเกมอย่างเป็นทางการเกมแรกนับจากแชมป์ยูโรในสวิตเซอร์แลนด์ และจะเจอสเปน แชมป์โลกปัจจุบันในกลุ่มคัดเลือก

มี 8 หน้าต่างทีมชาติ ก่อนอังกฤษหวังไปบราซิลลุยฟุตบอลโลกหญิงระหว่าง 24 มิถุนายน – 25 กรกฎาคม 2027

“เป็นปีใหม่พร้อมเป้าหมายใหม่ เริ่มการเดินทางคัดเลือกด้วยสองนัดสำคัญกับยูเครนและไอซ์แลนด์” ไวจ์มันกล่าว “นี่คือคู่แข่งใหม่สำหรับทีมอังกฤษ น่าตื่นเต้นมาก ผมรอคอยกลับมาร่วมงานกับทีมแล้ว”

รายชื่อนักเตะทีมชาติอังกฤษชุดเต็ม

ผู้รักษาประตู: ฮันนาห์ แฮมป์ตัน (เชลซี), อันนา มูร์เฮาส์ (ออร์แลนโด พрайด์), เอลลี่ โรบัค (แอสตัน วิลล่า)

แนวรับ: ลูซี่ บรอนซ์ (เชลซี), เจส คาร์เตอร์ (กอแธม), เกรซ ฟิซค์ (ลิเวอร์พูล), อเล็กซ์ กรีนวูด (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), ล็อตเต้ วุบเบน-มอย (อาร์เซนอล), มาเยา เลอ ทิซซิเยร์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), เอสมอ مورแกน (วอชิงตัน สปิริต), เทย์เลอร์ ฮินด์ส (อาร์เซนอล), ป็อปปี้ แพตตินสัน (ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส), เลอาห์ วิลเลียมสัน (อาร์เซนอล)

กองกลาง: เกรซ คลินตัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), จอร์เจีย สแตนเวย์ (บาเยิร์น มิวนิค), คีร่า วอลช์ (เชลซี), ลอร่า บลินด์คิลเด้ บราวน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), ลูเซีย เคนเดลล์ (แอสตัน วิลล่า)

แนวรุก: โคลอี้ เคลลี่ (อาร์เซนอล), ลอเรน เจมส์ (เชลซี), แอ๊กกี้ บีเวอร์-โจนส์ (เชลซี), อเลสเซีย รุสโซ่ (อาร์เซนอล), ลอเรน เฮมป์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), เฟรย่า กอดฟรีย์ (ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส), เจส พาร์ค (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

การกลับมาของ วิลเลียมสัน กลับมาคัดบอลโลกหญิง ทำให้ทีมชาติอังกฤษแข็งแกร่งขึ้นมาก โดยเฉพาะแนวรับที่เคยเป็นจุดอ่อน ชุดนี้ผสมผสานระหว่างสตาร์เก๋าและดาวรุ่งที่น่าจับตา แฟนบอลห้ามพลาดติดตามสองนัดแรก!

คุณคิดว่าอังกฤษจะทะลุรอบคัดเลือกได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สิ้น ทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ ตำนานมือปราบ

เป็นข่าวเศร้าที่สร้างความเสียใจให้กับวงการตำรวจและประชาชนชาวไทย เมื่อ ทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ อดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดังระดับตำนานได้สิ้นลมไปแล้วด้วยวัย 89 ปี การจากไปของท่านไม่เพียงทิ้งไว้เพียงความอาลัย แต่ยังเป็นการปิดฉากตำนานการสืบสวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ตำรวจไทย

ทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ

พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ หรือที่รู้จักในฉายา "สืบเหนือ" ถือเป็นตำนานที่สร้างชื่อเสียงจากการปราบปรามอาชญากรรมด้วยสมองและหลักฐานที่หนักแน่น เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.ทรงพล อภิวัฒนานันท์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิตที่บ้านพักในซอยเกษตร ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง

ที่เกิดเหตุในห้องนอน พบศพ พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อายุ 89 ปี สภาพศพไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย นายธีรวัฒน์ ทิพย์รัตน์ ลูกชายของผู้เสียชีวิตเป็นผู้พบศพและแจ้งเหตุ โดยระบุว่าเป็นการเสียชีวิตจากโรคประจำตัว ญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิต และไม่ขอให้แพทย์ชันสูตรเพิ่มเติม

ประวัติชีวิตและเส้นทางอาชีพของทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ

ทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2480 จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 16 ท่านเริ่มต้นอาชีพตำรวจด้วยความมุ่งมั่นและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดคือ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ก่อนเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2541 ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ ท่านได้รับฉายา "สืบเหนือ" จากความสามารถในการสืบสวนคดีที่เหนือชั้น โดยเฉพาะการปราบปรามกลุ่มอาชญากรที่ซุกซ่อนตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ

สไตล์การทำงานของท่านเน้น "ทีมเวิร์ก" และการสืบสวนด้วยพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่การใช้กำลังหรือความดุร้าย ท่านสร้างทายาทนักสืบมือปราบรุ่นใหม่มากมาย เช่น พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ซึ่งได้รับอิทธิพลโดยตรงจากแนวคิดของท่าน นอกจากนี้ ยังมีลูกศิษย์อีกหลายคนที่กลายเป็นกำลังสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมไทย

  • จบ นรต.รุ่น 16 ปี 2503
  • ตำแหน่งสำคัญ: ผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้
  • เกษียณปี 2541 ในตำแหน่ง ผบช.น.
  • ฉายา "สืบเหนือ" จากผลงานปราบปรามคดีใหญ่
  • เน้นการสืบสวนด้วยหลักฐานและทีมเวิร์ก

ผลงานและมรดกตกทอดของตำนานสืบเหนือ

แม้จะไม่มีรายละเอียดคดีเฉพาะที่เปิดเผยมากนัก แต่ชื่อเสียงของทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ เป็นที่เลื่องลือในหมู่ตำรวจรุ่นเก่า ท่านเคยนำทีมสืบสวนคดีสำคัญหลายคดีที่ทำให้อาชญากรตัวฉกาจต้องยอมจำนน ในยุคที่การสืบสวนยังไม่พึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่มากนัก ท่านใช้วิธีการสังเกตการณ์และรวบรวมพยานบุคคลอย่างชาญฉลาด สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกองบัญชาการตำรวจนครบาล

การจากไปของท่านในวัย 89 ปี ทำให้หลายคนนึกถึงยุคทองของตำรวจไทยที่เน้นสมองมากกว่ากำลัง ท่านเป็นแบบอย่างของนักสืบที่แท้จริง ผลงานของท่านยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ตำรวจรุ่นใหม่ในการต่อสู้กับอาชญากรรมที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน เช่น คดีไซเบอร์หรือมาเฟียข้ามชาติ

ในฐานะที่เป็นแฟนข่าวอาชญากรรม เราคิดว่ามรดกของทวี ทิพย์รัตน์ สืบเหนือ จะคงอยู่ตลอดไป หากคุณมีเรื่องราวหรือความทรงจำเกี่ยวกับท่าน สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือติดตามข่าวสารตำรวจและอาชญากรรมจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – สิ้น “ทวี ทิพย์รัตน์” อดีตตำรวจมือปราบชื่อดัง ระดับตำนาน ฉายา “สืบเหนือ”