วัน: 17 กุมภาพันธ์ 2026

“อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงตั้งรัฐบาลขั้นสุดท้าย

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้เรามีข่าวการเมืองสดๆ ร้อนๆ มาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาลขั้นสุดท้าย ต้องเลือกประธานสภาฯ ก่อน เป็นเรื่องที่หลายคนกำลังจับตามอง เพราะหลังการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลต้องเดินหน้าตามขั้นตอนกฎหมายเป๊ะๆ เลย ไม่งั้นอาจวุ่นวายได้

“อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาล

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 เวลา 16.45 น. ที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ภาพการสนทนากับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมให้สัมภาษณ์ชี้แจงแบบชัดๆ ว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะรีบร้อนเรื่องจัดตั้งรัฐบาลนะ

อนุทิน เผยภาพคุย นฤมล แจงตั้งรัฐบาล

อนุทินบอกว่า ได้อธิบายขั้นตอนให้ “นฤมล” ฟังแบบละเอียดยิบ ว่าต้องรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน อย่าทำข้ามขั้นตอนเด็ดขาด! แม้จะรู้คร่าวๆ แล้วว่าพรรคไหนได้ ส.ส. กี่คน แต่ก็ต้องรอ กกต. รับรอง ส.ส. ให้ครบก่อน จากนั้นถึงจะเปิดประชุมสภา ส.ส. รายงานตัว เลือกประธานสภา เลือกนายกฯ แล้วค่อยมาฟอร์มรัฐบาลเป็นขั้นสุดท้าย ย้ำอีกทีว่า ยังไม่มีใครไล่เราออกจากรัฐบาลตอนนี้ รอตาม timeline ไปเลย

ขั้นตอนหลัง “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” ที่ต้องรู้

เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจง่ายๆ เราเอาการเมืองไทยมาอธิบายแบบบ้านๆ นะครับ หลังเลือกตั้งแล้ว การตั้งรัฐบาลไม่ได้จบแค่นับคะแนน แต่มีขั้นตอนชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ ดังนี้:

  • กกต. รับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. – ต้องทำภายใน 60 วัน นับจากวันเลือกตั้ง ตอนนี้เพิ่งผ่านไป 9 วันเอง ใจเย็นๆ
  • ส.ส. รายงานตัวที่รัฐสภา – ทุกคนต้องมาเช็คชื่อให้ครบ
  • เลือกประธานสภา – คนกลางสำคัญในการประชุม
  • โหวตนายกรัฐมนตรี – ต้องได้เสียงเกินครึ่ง
  • จัดตั้งคณะรัฐมนตรี – เสนอชื่อให้พระราชทานโปรดเกล้าฯ เป็นขั้นตอนสุดท้าย

อนุทินย้ำหนักๆ ว่า “อย่างที่บอก คุยธรรมนัสแล้ว” แต่เพื่อไม่ให้มีใครเคลือบแคลง จะไม่พูดลึกจนกว่าจะผ่านขั้นตอนพวกนี้ทั้งหมด พรรคกล้าธรรมก็เข้าข่ายที่คุยด้วยแน่นอน เพราะนฤมลเป็นหัวหน้า

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะถ้ารีบฟอร์มรัฐบาลโดยไม่อิงขั้นตอน อาจเกิดปัญหาทางกฎหมายได้ เหมือนครั้งก่อนๆ ที่เคยวุ่นวาย เช่น หลังเลือกตั้ง 2566 ใช้เวลานานกว่าจะได้นายกฯ สมชายใหม่ ต้องเจรจาโคไลชั่นกันยืดเยื้อ ถ้าทุกพรรคยึดกฎเกณฑ์แบบนี้ ก็เชื่อว่าปีนี้จะราบรื่นกว่าเดิมนะครับ

ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับอนุทินเลย ใจเย็นไว้ก่อนดีกว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันยังอยู่ได้ ไม่มีดราม่าไล่ออก การเมืองไทยกำลังเข้าที่เข้าทางมากขึ้น สัญญาณดี!

คุณล่ะคิดยังไงกับการ “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาลครั้งนี้? คิดว่าพรรคไหนจะได้เก้าอีใหญ่? มาคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันได้เลยนะครับ ติดตามข่าวอัพเดทการเมืองอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา ขอบคุณที่อ่านนะ!

ที่มา – “อนุทิน” เผยภาพคุย “นฤมล” แจงเรื่องตั้งรัฐบาลขั้นสุดท้าย ต้องเลือกประธานสภาฯ ก่อน

สเปอร์สถูกแฟนกล่าวหาแก้ไข biên bảnประชุม

สเปอร์สถูกแฟนกล่าวหาแก้ไข biên bảnประชุม

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หรือที่แฟนบอลรู้จักกันในชื่อ สเปอร์ส กำลังตกเป็นข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลอังกฤษ หลังจากถูกแฟนบอลกล่าวหาว่า สเปอร์สถูกแฟนกล่าวหาแก้ไข biên bảnประชุม ครั้งล่าสุดกับกลุ่มสาวกท็อตแน่ม สิ่งนี้จุดประกายความไม่พอใจจากแฟนๆ ที่เรียกร้องความโปร่งใสจากสโมสร

เรื่องราวเริ่มต้นจาก Tottenham Hotspur Supporters’ Trust (THST) ซึ่งเป็นตัวแทนแฟนบอลที่ได้รับเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตย พวกเขาได้ประชุมกับตัวแทนบอร์ดสเปอร์ส รวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Vinai Venkatesham เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เพียง 8 วันก่อนที่ผู้จัดการทีม Thomas Frank จะถูกไล่ออก

สเปอร์สถูกแฟนกล่าวหาแก้ไข biên bảnประชุม

ใน biên bảnประชุม ที่สโมสรเผยแพร่ THST กล่าวหาว่าสเปอร์สตัดส่วนสำคัญออกไป โดยเฉพาะประเด็นที่แฟนๆ กังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก และความเชื่อมั่นที่หายไปหลังจากพลาดแชมป์ยูโรป้า ลีก นอกจากนี้ ยังมีประโยคที่สโมสรต้อนรับความเห็นจาก THST แต่也被ตัดออกด้วย

THST ออกแถลงการณ์ว่า “ในฐานะองค์กรตัวแทนแฟนบอลที่ได้รับเลือกตั้ง เรามองว่าสำคัญยิ่งที่แฟนๆ จะเห็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกับสโมสร การเผยแพร่ biên bảnฉบับสมบูรณ์ช่วยสร้างความรับผิดชอบ และให้สมาชิกกับแฟนบอลทั่วไปเข้าใจบทบาทของเรา ความโปร่งใสคือหัวใจหลักในการทำงานของเรา”

BBC Sport ได้ติดต่อสเปอร์สแล้ว แต่สโมสรยังไม่แสดงความเห็นในเรื่องนี้

สาเหตุที่นำไปสู่การกล่าวหา

สถานการณ์ของสเปอร์สในฤดูกาลนี้ย่ำแย่ โดยอยู่อันดับ 16 ในพรีเมียร์ลีก ห่างจากโซนตกชั้นเพียง 5 คะแนน แม้จะชนะ 7 นัด แต่ฟอร์มโดยรวมไม่น่าฟัง ทีมเพิ่งแต่งตั้ง Igor Tudor ชาวโครเอเชีย เป็นกุนซือชั่วคราวจนจบฤดูกาล

ใน biên bảnที่เผยแพร่ มีประเด็นอื่นๆ เช่น โอกาสให้เยาวชนลงสนาม ความสามารถในการทำกำไร และการยึดมั่นใน DNA ของสเปอร์ส แต่ THST ยืนยันว่าส่วนเหล่านี้也被ตัดทอน ไม่สมบูรณ์

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สเปอร์สเผชิญดราม่ากับแฟนบอล ฤดูกาลก่อนๆ มีปัญหาเรื่องตั๋ว การย้ายสนาม และการบริหารทีมที่ทำให้แฟนๆ ไม่พอใจ การ สเปอร์สถูกแฟนกล่าวหาแก้ไข biên bảnประชุม ครั้งนี้ ยิ่งทำให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือของสโมสร

ผลกระทบต่อสเปอร์สและพรีเมียร์ลีก

ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับปัญหาใหญ่ของสเปอร์ส เช่น การบริหารงานที่ขาดเอกภาพ ผู้เล่นเยาวชนไม่ได้รับโอกาส และสไตล์การเล่นที่ห่างไกลจาก ‘Spurs DNA’ ที่แฟนๆ รัก แฟนบอลมองว่าการตัด biên bảnคือการปกปิดปัญหาเสี่ยงตกชั้น ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตการเงินหากร่วงลงแชมป์ชิพ

  • Premier League: ลีกที่เข้มข้นที่สุดในโลก
  • Tottenham Hotspur: สโมสรยักษ์ใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
  • Football: กีฬาที่แฟนๆทั่วโลกหลงใหล

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าสโมสรต้องปรับปรุงการสื่อสารกับแฟนบอล สเปอร์สควรเปิดเผย biên bảnฉบับเต็มเพื่อคลายความตึงเครียด

ขณะที่ทีมกำลังดิ้นรนเพื่อหนีตกชั้น การแต่งตั้ง Tudor ถือเป็นก้าวใหม่ แต่แฟนๆ ต้องการมากกว่านั้น คือความจริงใจและโปร่งใส

ในฐานะแฟนฟุตบอล สถานการณ์ สเปอร์สถูกแฟนกล่าวหาแก้ไข biên bảnประชุม แสดงให้เห็นว่าความไว้วางใจระหว่างสโมสรกับสาวกคือกุญแจสำคัญ หากสเปอร์สแก้ไขได้ จะช่วยเสริมกำลังใจให้ทีมต่อสู้ในลีกได้ดีขึ้น คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมกับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

พระราชทานเพลิงศพ “ผอ.ศศิพัชร” เหยื่อไอ้คลั่ง

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดยูงทอง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้มีการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ผอ.ศศิพัชร” เหยื่อไอ้คลั่งบุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกันอย่างสมเกียรติ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้กล้าหาญที่สละชีวิตปกป้องศิษย์จากภัยร้าย เหตุการณ์สะเทือนใจครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อชายคลุ้มคลั่งบุกเข้าโรงเรียน จับเด็กๆ เป็นตัวประกัน แต่ ผอ.ศศิพัชรไม่ยอมถอย เธอยื่นอกไว้เป็นกำแพงให้เด็กๆ ได้รับความปลอดภัย สร้างวีรกรรมที่คนทั้งประเทศชื่นชม

พิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชร

พระราชทานเพลิงศพ “ผอ.ศศิพัชร” เหยื่อไอ้คลั่ง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี โดยมีคณะรัฐมนตรีอย่าง นายพิพัฒน์ รัชกฤตการณ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีศึกษาธิการ มาร่วมไว้อาลัย ท่ามกลางข้าราชการ ประชาชน และชาวบ้านที่มาร่วมงานแน่นขนัด สะท้อนถึงความเคารพรักที่ทุกคนมีต่อวีรสตรีผู้นี้ ทันทีที่นายกฯ มาถึง ก็รีบเข้าไปปลอบโยนครอบครัวผู้เสียชีวิตก่อน โดยเฉพาะสามี นายเจษฎา สินสโมสร และบุตรชาย นายสุวิจักขณ์ กับบุตรสาว เด็กหญิงธัญธร ที่ยังเด็กมาก

นายกฯ กราบตักแม่ ผอ.ศศิพัชร

นายกรัฐมนตรีกราบตักมารดา สร้างความซาบซึ้ง

จุดที่สร้างความประทับใจสุดๆ คือตอนที่พระราชทานเพลิงศพ “ผอ.ศศิพัชร” เหยื่อไอ้คลั่ง นายกฯ ก้มลงกราบตักมารดาของผู้เสียชีวิต พร้อมพูดว่า “ขออภัยด้วย” และปลอบใจว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง รัฐบาลจะดูแลหลานๆ ต่อไป” ภาพนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรับผิดชอบและเมตตาจากผู้นำประเทศ ทำให้ผู้ร่วมงานน้ำตาคลอเบ้า ทุกคนรู้สึกอบอุ่นใจที่รัฐบาลไม่ทิ้งครอบครัววีรชน

การมอบเงินช่วยเหลือครอบครัว

มาตรการช่วยเหลือครอบครัวจากรัฐบาล

นอกจากคำปลอบใจแล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี มอบเงินจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย 1 ล้านบาท และเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม 200,000 บาท นายกรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงศึกษาธิการดูแลค่าเล่าเรียนบุตรทั้งสองจนจบการศึกษา และเตรียมรับเข้าทำงานข้าราชการเมื่อพร้อม เพื่อตอบแทนวีรกรรมของแม่

  • เงินช่วยเหลือรวมกว่า 1.2 ล้านบาท
  • ทุนการศึกษาฟรีจนจบปริญญา
  • โอกาสเข้ารับราชการโดยตรง
  • การดูแลครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

การช่วยเหลือเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการเยียวยาครอบครัว แต่ยังเป็นการยกย่องความเสียสละที่ ผอ.ศศิพัชรได้มอบให้โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ โรงเรียนเล็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลจังหวัดสงขลา ที่เธอทุ่มเททั้งชีวิต

หลังพิธีเสร็จ นายกรัฐมนตรีปฏิเสธให้สัมภาษณ์เรื่องการเมือง แต่ย้ำว่าจะไปประชุมด่วนกับหน่วยงานความมั่นคงทันที เพื่อวางมาตรการป้องกันเหตุรุนแรงแบบนี้ไม่ให้เกิดซ้ำ เช่น การเพิ่มกล้องวงจรปิด การฝึกอบรมบุคลากรโรงเรียน และระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องมาก่อนเสมอ

วีรกรรมของ ผอ.ศศิพัชร เป็นตัวอย่างของความรักครูต่อศิษย์ที่แท้จริง ในยุคที่ข่าวร้ายเยอะ การมีเรื่องดีๆ แบบนี้ช่วยให้เรามีหวัง รัฐบาลตอบแทนได้ดี แต่สังคมเราก็ควรช่วยกันรำลึกและส่งเสริมให้มีวีรชนเพิ่มขึ้น คุณคิดยังไง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือแชร์บทความนี้เพื่อเผยแพร่วีรกรรมให้โลกรู้!

ที่มา – พระราชทานเพลิงศพ “ผอ.ศศิพัชร” เหยื่อไอ้คลั่งบุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน

ป.ป.ส.บุกจับ ส.ต.อ.ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติ

ป.ป.ส.บุกจับ ส.ต.อ.ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติ

ในยุทธการตัดเนื้อร้ายที่ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการอย่างเข้มข้น เพื่อกำจัดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ล่าสุดได้บุกจับกุม ส.ต.อ.นนทพัทธ์ วัย 27 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนปราบปรามในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีหลักฐานเส้นทางการเงินมัดตัวชัดเจนว่าเขามีบทบาทสำคัญในการประสานงานควบคุมการลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้าประเทศไทย และรับโอนเงินค่ายาเสพติด

ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นภายใต้นโยบายเร่งด่วนของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่มุ่งสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน โดยจะไม่ปกป้องเจ้าหน้าที่ใดๆ หากพบหลักฐานเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด ทั้งทางอาญา วินัย และยึดทรัพย์สิน

ป.ป.ส.บุกจับ ส.ต.อ.ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติ เริ่มจากคดีใหญ่

จุดเริ่มต้นมาจากวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่สภ.บึงกาฬ จับกุมผู้ต้องหา 1 รายพร้อมยาบ้า 1,594,000 เม็ด จากนั้น ป.ป.ส. สืบสวนขยายผลนานกว่า 3 เดือน รวบรวมพยานหลักฐานทั้งเส้นทางการเงินและอื่นๆ ขอหมายจับศาลจังหวัดบึงกาฬ 4 ราย ได้แก่

  • นางภูเวียง (สงวนนามสกุล) ชาวลาว อายุ 30 ปี ผู้บงการนำยาเสพติดจากลาวเข้าประเทศไทย
  • นายชาญยุทธ (สงวนนามสกุล) ชาวไทย อายุ 38 ปี ผู้ร่วมขบวนการจัดหารถยนต์ลำเลียง
  • น.ส.ปุณยวีร์ (สงวนนามสกุล) ชาวไทย อายุ 48 ปี ผู้ร่วมจัดหารถยนต์ลำเลียง
  • ส.ต.อ.นนทพัทธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้ประสานควบคุมการลำเลียงและรับโอนเงิน

การจับกุมดำเนินการระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อเนื่อง จ.นครพนม และ จ.ขอนแก่น โดยประสาน พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4 ผลการปฏิบัติการตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 1,600,000 บาท ประกอบด้วยรถยนต์ 3 คัน และอายัดเงินในบัญชีธนาคาร 4 บัญชี จำนวน 985,837 บาท

บทบาทของนางภูเวียงและเครือข่ายข้ามชาติ

นางภูเวียง นักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาว มีพฤติกรรมจัดหายาเสพติดจาก สปป.ลาว ประสานทีมลำเลียงและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก ในปี 2568 เกี่ยวข้องกับคดีถึง 6 คดี จับผู้ต้องหา 6 ราย ยาบ้า 5,800,000 เม็ด ไอซ์ 917 กิโลกรัม ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จ.บึงกาฬ จ.สระบุรี และ จ.ราชบุรี แสดงให้เห็นถึงเครือข่ายที่ใหญ่และต่อเนื่อง

ป.ป.ส. ยังมอบหมายอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านยาเสพติดประจำสถานทูตไทย ณ เวียงจันทน์ เข้าพบ พันเอกแพง ไซยะวง หัวหน้ากรมตำรวจสกัดกั้นยาเสพติดลาว เพื่อความร่วมมือสืบสวนข้ามชาติ ขยายผลเครือข่ายและทรัพย์สินต่อไป

พ.ต.ต.สุริยา เน้นย้ำว่าปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามชาติ แต่เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่ใช้อำนาจผิดคืออุปสรรคใหญ่ ยุทธการตัดเนื้อร้ายจึงเป็นกลไกหลักในการทำความสะอาดหน่วยงาน โดยขอความร่วมมือประชาชนเป็นหูเป็นตา สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชม. ข้อมูลผู้แจ้ง保密สูงสุด

การดำเนินการป.ป.ส.บุกจับ ส.ต.อ.ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดแบบไร้ข้อยกเว้น ไม่ว่าผู้ใดจะเกี่ยวข้อง จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและลดปริมาณยาเสพติดไหลเข้าประเทศได้ หากคุณมีเบาะแสเจ้าหน้าที่น่าสงสัย อย่าลังเล รายงานได้ทันทีที่ 1386 เพื่อสังคมไทยที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – ป.ป.ส.บุกจับ ส.ต.อ.ร่วมแก๊งค้ายาข้ามชาติ คอยอำนวยความสะดวกลำเลียงเข้าไทย เส้นเงินมัด

ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล ชิงเก้าอี้ประธานสภา

ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล กำลังเป็นที่สนใจหลังกระแสข่าวชื่อของเขาถูกพูดถึงสำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าที่ ส.ส.อ่างทอง สมัยที่ 5 จากพรรคภูมิใจไทย คนนี้มีเส้นทางที่น่าจับตามองทั้งการศึกษาและการเมืองมาอย่างยาวนาน วันนี้เราจะพาคุณไปส่องประวัติแบบละเอียด เพื่อเข้าใจว่าทำไมเขาถึงมีโอกาสก้าวขึ้นสู่บัลลังก์สูงสุดในสภา

ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล

นายภราดร ปริศนานันทกุล หรือที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “แบด” เกิดวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2522 ปัจจุบันอายุ 47 ปี เกิดที่ตำบลเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เป็นบุตรชายของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนางรวีวรรณ ปริศนานันทกุล มีน้องชายคือ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล หรือ “แชมป์” ว่าที่ ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยเช่นกัน ครอบครัวนี้เลยกลายเป็น “ตระกูลนักการเมืองอ่างทอง” ที่แข็งแกร่ง

การศึกษาและพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ด้านการศึกษา ภราดร จบมัธยมจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชื่อดังด้านวิชาการ ปริญญาตรีสาขาสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทเศรษฐศาสตร์จาก Warwick University ประเทศอังกฤษ การศึกษาระดับสากลนี้ช่วยให้เขามีมุมมองกว้างไกล เหมาะกับการทำงานในสภาและรัฐบาล

เส้นทางการเมืองของแบด ภราดร

เส้นทางการเมืองของ ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2550 ลงสมัคร ส.ส.อ่างทอง คู่พ่อ (นายสมศักดิ์) และชนะเลือกตั้ง ต่อเนื่องสมัย 2 ในปี 2554 สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ปี 2561 ย้ายซบพรรคภูมิใจไทย ชนะสมัย 3 ปี 2562 ได้เป็นโฆษกพรรค ปี 2563 เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความเห็นนักเรียน-ประชาชน สมัย 4 ปี 2566

จุดพีคคือปี 2567 ได้เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2 หลังเสนอชื่อโดยเพื่อไทย แต่ปี 2568 พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาลเพื่อไทย เนื่องจากคลิปเสียงวิกฤติชายแดน เขาลาออกเพื่อรับผิดชอบ กลับมาเป็นฝ่ายค้าน ต่อมาปี 2569 หลังศาล รธน. วินิจฉัยแพทองธาร พ้นนายกฯ พรรคภูมิใจไทยนำโดยอนุทิน เป็นนายกฯ ชุดใหม่ ภราดรได้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แต่สภาถูกยุบ เข้าสู่เลือกตั้งใหม่

  • สมัยที่ 1: 2550 พรรคชาติไทยพัฒนา
  • สมัยที่ 2: 2554 พรรคชาติไทยพัฒนา
  • สมัยที่ 3: 2562 พรรคภูมิใจไทย
  • สมัยที่ 4: 2566 พรรคภูมิใจไทย
  • สมัยที่ 5: 2569 พรรคภูมิใจไทย (ล่าสุด)

ล่าสุดในเลือกตั้ง 2569 เขาชนะอีกสมัย เตรียมเป็น ส.ส.สมัย 5 ช่วงทำหน้าที่รองประธานสภา ได้รับคำชมเรื่องวางตัว ควบคุมการประชุมดีเยี่ยม

กระแสข่าวชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ

หลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยได้เก้าอี้ ส.ส. 193 ที่นั่งอันดับ 1 มีกระแสแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีและประธานสภา ชื่อ ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล โผล่เป็นตัวเต็งประธานสภา คู่แข่งอย่างนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ ส.ส.บุรีรัมย์ เมื่อถามเจ้าตัว ตอบติดตลกว่า “จะไล่ผมจากทำเนียบแล้วหรอ” และ “ทำได้หมด” แสดงความมั่นใจและพร้อมทุกตำแหน่ง

จากประสบการณ์ยาวนาน การวางตัวดี และฐานะ ส.ส.อ่างทองถาวร ทำให้โอกาสสูงที่จะหวนคืนนิติบัญญัติในตำแหน่งใหญ่กว่าเดิม จับตาการจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยว่าจะเป็นอย่างไร

สรุปแล้ว ประวัติ ภราดร ปริศนานันทกุล คือตัวอย่างนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาดี เส้นทางชัดเจน และรับผิดชอบสูง หากได้เป็นประธานสภาฯ คงนำพาสภาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุณคิดอย่างไรกับโอกาสของเขา? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – ประวัติ “ภราดร ปริศนานันทกุล” หลังกระแสข่าวมีชื่อโผล่เก้าอี้ “ประธานสภาฯ”

โธมัส พริตซ์เกอร์ ประธานไฮแอท ประกาศลาออก ปมเอปสตีน

โธมัส พริตซ์เกอร์ ประธานไฮแอท ประกาศลาออก แล้วครับ! ข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการธุรกิจโรงแรมระดับโลก เมื่อมหาเศรษฐีชื่อดังรายนี้ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งประธานบอร์ดบริหารของเครือโรงแรมไฮแอท หลังจากเอกสารลับจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ถูกเปิดเผย แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรเพศชื่อดัง เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่สะท้อนถึงแรงกดดันมหาศาลในยุคที่ชื่อเสียงคือสินทรัพย์ล้ำค่า

โธมัส พริตซ์เกอร์ ประธานไฮแอท ประกาศลาออก หลังเอกสารเอปสตีนหลุด

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โธมัส พริตซ์เกอร์ วัย 75 ปี ผู้สืบทอดอาณาจักรโรงแรมไฮแอทจากตระกูลพริตซ์เกอร์อันยิ่งใหญ่ ประกาศลาออกจากตำแหน่งที่ดำรงมานานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี 2004 เลยทีเดียว เขายอมรับในแถลงการณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า "ผมใช้ดุลยพินิจผิดพลาดอย่างมหันต์" ที่ยังคงความสัมพันธ์กับเอปสตีนต่อไป แม้หลังจากที่เอปสตีนสารภาพผิดคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กในปี 2008 แล้วก็ตาม

เอกสารชุดใหม่นี้มาจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่เพิ่งปล่อยออกมา เผยให้เห็นการติดต่อสม่ำเสมอระหว่างพริตซ์เกอร์กับเอปสตีน รวมถึงกิสเลน แมกซ์เวลล์ เพื่อนสนิทของเอปสตีนที่ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีในปี 2021 ข้อหาล่อลวงเด็กสาวให้เอปสตีน ขณะที่ตัวเอปสตีนเองเสียชีวิตในคุกปี 2019 ขณะรอพิจารณาคดีค้ามนุษย์ทางเพศ พริตซ์เกอร์ยืนยันว่าไม่มีข้อแก้ตัว และรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่ตัดขาดเร็วกว่านี้

พื้นหลังโธมัส พริตซ์เกอร์ และตระกูลไฮแอท

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก โธมัส พริตซ์เกอร์คือมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ ทายาทตระกูลพริตซ์เกอร์ เจ้าของ Hyatt Hotels Corporation เครือโรงแรมหรูที่มีสาขากว่า 1,200 แห่งทั่วโลก รายได้ปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์ เขาไม่ใช่แค่ประธาน แต่เป็นผู้กำหนดทิศทางธุรกิจมานาน ตระกูลนี้ยังมีอิทธิพลในวงการการเมืองสหรัฐฯ ด้วย เช่น พี่สาวเพนนี่ พริตซ์เกอร์ เคยเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์สมัยโอบามา

แต่กรณีนี้ พริตซ์เกอร์เลือก "เกษียณ" ก่อนอายุครบ 76 ปีในปีนี้ หลังปรึกษาคณะกรรมการบริษัท โดยในจดหมายอย่างเป็นทางการ เขาเน้นว่าบริษัทแข็งแกร่งพอที่จะเติบโตต่อ ไม่พูดถึงเอปสตีนตรงๆ แต่ทุกคนรู้สาเหตุหลัก

ผลกระทบต่อไฮแอท และผู้บริหารคนอื่นๆ

ไฮแอทแต่งตั้งมาร์ค ฮอพลามาเซียน ซีอีโอคนปัจจุบัน ขึ้นเป็นประธานบอร์ดแทนทันที ฮอพลามาเซียนชื่นชมการตัดสินใจของพริตซ์เกอร์ว่าแสดงถึงความรับผิดชอบต่อบริษัท แต่ตลาดหุ้นไฮแอทอาจผันผวนได้ เพราะชื่อเสียงแบรนด์หรูอย่างไฮแอท ต้องสะอาดเอี่ยม

  • แคธี รูมม์เลอร์: หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย Goldman Sachs ลาออกหลังอีเมลเผยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอปสตีน เธอปฏิเสธรู้เห็น
  • แบรด คาร์ป: ประธานบริษัทกฎหมาย Paul Weiss ลงจากตำแหน่งเดือนก.พ. หลังอีเมลหารือคดีเอปสตีนปี 2008
  • บุคคลดังอื่นๆ ในวงการธุรกิจ การเมือง วิชาการ กำลังเผชิญแรงกดดันคล้ายกัน

การปรากฏชื่อในเอกสารไม่ได้แปลว่าผิดกฎหมายเสมอไป แต่ในยุคソーเชียลมีเดีย แค่ "พัวพัน" ก็พังได้แล้ว

บทเรียนจากกรณีโธมัส พริตซ์เกอร์ ประธานไฮแอท ประกาศลาออก

เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้บริหารทุกคน ว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวอาจกลายเป็นระเบิดเวลาได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะกับบุคคลมีปัญหาแบบเอปสตีน ที่มีเครือข่ายกว้างขวางในหมู่ elite สังคม ไฮแอทซึ่งเน้นภาพลักษณ์หรูหรา ต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น ลูกค้าอาจลังเลจองห้องถ้าคิดถึงเรื่องนี้

ในมุมมองผม การตัดสินใจลาออกของพริตซ์เกอร์ฉลาดแล้วครับ มันปกป้องแบรนด์ในระยะยาว ดีกว่าปล่อยให้ скандал ลุกลาม สะท้อนว่ายุคนี้ "Reputation Management" สำคัญกว่าทุกอย่าง

คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณี โธมัส พริตซ์เกอร์ ประธานไฮแอท ประกาศลาออก นี้? มันจะกระทบธุรกิจโรงแรมยังไง หรือเป็นแค่เรื่องส่วนตัว? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคิดว่าน่าสนใจ!

ที่มา – “โธมัส พริตซ์เกอร์” ประธานเครือ รร. “ไฮแอท” ประกาศลาออก เซ่นปมพัวพัน “เจฟฟรีย์ เอปสตีน”

คุณจำระยะลีกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ดีแค่ไหน?

คุณจำระยะลีกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ดีแค่ไหน?

โดย Huzaifah Khan นักข่าว BBC Sport

เผยแพร่เมื่อ

ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกกลับมาอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ด้วยการแข่งขันรอบเพลย์ออฟน็อคเอาต์ของ 16 ทีม!

ทั้ง 8 คู่แข่งขันสองนัด จะตัดสินว่าใครจะได้เข้าร่วมกับ 8 ทีมอันดับต้นๆ จากตาราง 36 ทีม ในรอบน็อคเอาต์ต่อไป

ระยะลีกครั้งแรกเต็มไปด้วยประตูจากนักเตะที่ไม่น่าจะเป็นตัวหลัก และความช็อกสุดเซอร์ไพรส์มากมาย แต่ คุณจำระยะลีกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ดีแค่ไหน? ลองทดสอบตัวเองดู สู้ๆ นะ!

รูปแบบใหม่ของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2024/25 นำเสนอ ระยะลีก ที่มี 36 ทีมจากทั่วยุโรป โดยแต่ละทีมลงแข่ง 8 นัดกับคู่ต่อสู้ที่จับสลากมา ทำให้เกิดแมตช์สุดมันส์และผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง ทีมอย่างลิเวอร์พูลขึ้นนำตารางด้วยผลงานสุดยอด ขณะที่แอสตัน วิลล่าและกิโรน่าทำให้แฟนบอลฮือฮาด้วยการทะยานเข้าอันดับสูงเกินคาด ทีมยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่าก็มีสะดุดบ้าง แต่สุดท้ายก็รอดมาได้

นอกจากนี้ ยังมีประตูมหัศจรรย์จากตัวสำรองหรือนักเตะที่ไม่ค่อยได้ลง เช่น การยิงไกลสุดสวยของผู้เล่นจากทีมเล็กๆ ที่ทำให้ทีมใหญ่ช็อกไปทั้งสนาม ความตื่นเต้นในระยะนี้ทำให้แฟนบอลทั่วโลกติดตามอย่างเมามัน

อยากทำควิซเพิ่ม? ไปที่หน้า ควิซฟุตบอล และ ควิซกีฬา ของเรา แล้วสมัครแจ้งเตือนเพื่อรับควิซใหม่ๆ ส่งตรงถึงอุปกรณ์ของคุณ

คุณจำระยะลีกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ดีแค่ไหน?

มาทดสอบความจำของคุณด้วยคำถามสุดท้าทาย 10 ข้อจากระยะลีกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ลองตอบดูว่าคุณจะได้คะแนนเท่าไหร่!

คำถามที่ 1: ทีมใดขึ้นนำตารางระยะลีก?

  • ลิเวอร์พูล
  • เรอัล มาดริด
  • บาร์เซโลน่า
  • ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

คำถามที่ 2: ทีมเซอร์ไพรส์ที่เข้ารอบเพลย์ออฟจากอันดับ 9-24 คือทีมใด?

  • แอสตัน วิลล่า
  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  • ทั้งสองทีม
  • ไม่มี

คำถามที่ 3: ผู้เล่นที่ทำประตูมากสุดในระยะลีกคือใคร?

  • โมหาเหม็ด ซาลาห์
  • เออร์ลิง ฮาลันด์
  • คีเลียน เอ็มบัปเป้
  • จูเลียน อัลวาเรซ

และอีกหลายคำถามที่ทดสอบความจำเหตุการณ์สำคัญ เช่น การพลิกสถานการณ์ในนาทีสุดท้าย หรือผู้ทำแอสซิสต์แปลกๆ ลองทำควิซเต็มๆ เพื่อดูคะแนนของคุณ!

ระยะลีกนี้เปลี่ยนโฉมแชมเปียนส์ลีกให้สนุกยิ่งขึ้น ด้วยการพบกันของทีมเล็ก-ใหญ่แบบสุ่ม ทำให้เกิดเรื่องราวน่าจดจำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะของสลาฟิอา ปรากเหนือดอร์ทมุนด์ หรือการยิงจุดโทษเด็ดขาดของทีมรอง

ทำควิซเพิ่มเติม

  • ควิซพรีเมียร์ลีก
  • ควิซยูโรป้า ลีก
  • ควิซทีมชาติ

นี่คือโอกาสพิสูจน์ว่าคุณเป็นแฟนตัวยงหรือไม่! ลองทำควิซ คุณจำระยะลีกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ดีแค่ไหน แล้วแชร์คะแนนกับเพื่อนๆ รับรองว่าคุณจะติดใจและอยากติดตามรอบน็อคเอาต์ต่อไปแบบไม่กระพริบตา

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ชายแดนสระแก้วปิดประตูตาย รั้วอิเล็กทรอนิกส์ CCTV

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว ยังคงตึงเครียดและเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ชายแดนสระแก้ว ยังคงปิด “ประตูตาย” ติดตั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมวงจรปิด ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่ทหารพรานที่ 1201 ดำเนินการเพื่อรักษาความมั่นคง พื้นที่แนวชายแดนปิดสนิท ไม่เปิดให้ผ่านแดน ลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง รับมือความไม่แน่นอนจากข้อพิพาทระหว่างประเทศ

ชายแดนสระแก้ว ยังคงปิด “ประตูตาย” ติดตั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมวงจรปิด

จากรายงานเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 1201 ยังคงตรึงกำลังเข้มข้นตามแนวชายแดน ตั้งแต่พื้นที่ป่าไร่ยันบ้านหนองปรือ รอยต่ออำเภอคลองหาด ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการลักลอบข้ามแดน การลาดตระเวนใช้ทั้งกำลังพลเดินเท้าและยานพาหนะ เพื่อครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางและเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุม

พื้นที่หลักที่เฝ้าระวังคือเขต 49-51 และบริเวณท่าตาทุย ที่มีคลองพรมโหดเป็นแนวกั้นธรรมชาติ แต่เคยถูกใช้ลักลอบเข้า-ออกในอดีต ปัจจุบันติดตั้ง รั้วอิเล็กทรอนิกส์ และ กล้องวงจรปิด (CCTV) ตลอดแนว เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวบุคคลต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็นชาวกัมพูชาหรือกลุ่มอาชญากร

มาตรการเข้มงวดชายแดนสระแก้ว ยังคงปิด “ประตูตาย”

  • ลาดตระเวน 24 ชม.: กำลังพลหมุนเวียนตรวจพื้นที่เสี่ยง
  • รั้วอิเล็กทรอนิกส์: ระบบตรวจจับอัตโนมัติ ส่งสัญญาณเตือนทันที
  • CCTV ตลอดแนว: กล้องวงจรปิดมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์
  • จุดตรวจสกัด: ตรวจยานพาหนะและบุคคลเข้า-ออกอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ยังมีจุดตรวจ จุดสกัดเพิ่มขึ้น ป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ขนสินค้าผิดกฎหมาย หรือกิจกรรมกระทบความมั่นคง เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และแจ้งเบาะแสหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ

ในอนาคต อาจมีการก่อสร้างกำแพงชายแดนเพิ่มเติม หลังรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา เพื่อยกระดับความปลอดภัยยั่งยืน มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงป้องกันภัยจากภายนอก แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวบ้านในพื้นที่ด้วย

การติดตั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์และ CCTV ถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยลดภาระกำลังพล ทำให้การเฝ้าระวังมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ขรุขระอย่างชายแดนสระแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ว่า ระบบนี้ช่วยลดเหตุลักลอบได้กว่า 80% จากสถิติปีก่อนหน้า

สถานการณ์ชายแดนสระแก้วนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการรักษาอธิปไตย ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชายังต้องเฝ้าติดตาม หากมีพัฒนาการใหม่ จะอัปเดตให้ทราบทันที

คำแนะนำ: หากคุณอาศัยใกล้ชายแดน ควรติดตามข่าวสารจากแหล่ง官方 และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ต้องห้าม เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว ร่วมกันรักษาความมั่นคงชายแดนไทย

ที่มา – ชายแดนสระแก้ว ยังคงปิด “ประตูตาย” ติดตั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมวงจรปิด

ตัวเงินตัวทองนับร้อยโผล่คูเมืองโคราช ชาวบ้านผวา

ชาวบ้านในพื้นที่นครราชสีมาแตกตื่นกันทั้งเมือง เมื่อตัวเงินตัวทองนับร้อยโผล่คูเมืองโคราช เดินเพ่นพ่านกลางตลาดและริมถนน สร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยให้กับทุกคน โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณคูเมืองด้านหลังตลาดเทศบาล 5 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ตลาดประตูผี” เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568

ตัวเงินตัวทองนับร้อยโผล่คูเมืองโคราช

ตัวเงินตัวทองนับร้อยโผล่คูเมืองโคราช สร้างความหวาดเสียวให้ชาวบ้าน

จากการลงพื้นที่สำรวจ พบว่าตัวเงินตัวทองเหล่านี้มีจำนวนมากถึง 200-300 ตัวต่อวัน โดยตัวใหญ่ๆ ขนาดคล้ายจระเข้ย่อมๆ เดินขึ้นมาอาบแดด หากินตามริมคูเมือง บางตัวแวะเวียนเข้าใกล้บ้านเรือน ร้านค้าในตลาด จนชาวบ้านต้องวิ่งหนีกระเจิง เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในโคราช แต่ครั้งนี้จำนวนเยอะผิดปกติ ทำให้ทุกคนหวาดกลัวมากขึ้น

ตัวเงินตัวทอง หรือที่รู้จักในชื่อจิ้งจกตะกวดน้ำ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายไทย แม้โดยปกติจะไม่ก้าวร้าวต่อมนุษย์ แต่ขนาดตัวที่ใหญ่โตและรูปร่างน่าเกรงขาม ก็พอทำให้คนทั่วไปตื่นตระหนกได้ โดยเฉพาะเมื่อมันเดิน群 กันเป็นฝูงขนาดนี้

ตัวเงินตัวทองเดินกลางตลาดโคราช

สาเหตุหลักที่ทำให้ตัวเงินตัวทองนับร้อยโผล่คูเมืองโคราช

นางรำเพย ผินจังหรีด อายุ 57 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า สัตว์เหล่านี้คุ้นเคยกับมนุษย์มากขึ้น เพราะบางรายนำอาหารมาปล่อยให้กิน เช่น ไก่ ปลา ทำให้มันไม่กลัวคนและขึ้นบกบ่อย สาเหตุอื่นๆ ยังรวมถึง

  • ขยะอาหารในตลาด: เศษอาหารจากตลาดดึงดูดให้มันหากินง่าย
  • น้ำในคูเมืองน้อย: ฤดูแล้งทำให้มันต้องขึ้นบกหาอาหารมากขึ้น
  • ประชากรเพิ่ม: ไม่มีมาตรการควบคุม ทำให้จำนวนเพิ่มแบบทวีคูณ

แม้ตัวเงินตัวทองจะกินแมลง หนู สัตว์เล็กๆ ที่เป็นประโยชน์ แต่เมื่อเข้าใกล้ชุมชนมากเกินไป ก็กลายเป็นปัญหาได้ ชาวบ้านหลายคนเคยเจอเหตุการณ์ตัวใหญ่ไล่ต้อนเด็กจนร้องไห้ บางครั้งยังกัดขาแม่ค้าที่กำลังขายของ

ชาวบ้านกังวลตัวเงินตัวทองคูเมือง

แนวทางแก้ไขปัญหาตัวเงินตัวทองนับร้อยโผล่คูเมืองโคราช

ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานอย่างเทศบาลนครนครราชสีมา กรมอุทยานฯ และปศุสัตว์จังหวัด เข้ามาดำเนินการเร่งด่วน เช่น

  • ติดตั้งรั้วกั้นบริเวณคูเมืองเพื่อป้องกันการขึ้นบก
  • ควบคุมประชากรโดยการย้ายไปยังพื้นที่ป่าธรรมชาติ
  • รณรงค์ไม่ให้อาหารสัตว์ และจัดการขยะให้ดี
  • จัดทีมลาดตระเวนทุกวันเพื่อไล่สัตว์กลับลงน้ำ

ในอดีต จังหวัดใกล้เคียงอย่างบุรีรัมย์และสุรินทร์ ก็เคยมีปัญหาคล้ายกัน และแก้ไขได้ด้วยการย้ายสัตว์ไปเลี้ยงในฟาร์มอนุรักษ์ สำหรับโคราชที่เป็นเมืองใหญ่ การแก้ปัญหานี้ต้องรวดเร็ว ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

สรุปแล้ว แม้ตัวเงินตัวทองนับร้อยโผล่คูเมืองโคราชจะเป็นภาพชินตา แต่จำนวนมากขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ ชาวบ้านหวังให้เจ้าหน้าที่ลงมือทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

คุณคิดอย่างไรกับปัญหานี้? เคยเจอตัวเงินตัวทองใกล้บ้านบ้างไหม ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยกันหาทางแก้ไข!

ที่มา – ชาวบ้านผวา ตัวเงินตัวทองนับร้อยโผล่คูเมืองโคราช เดินกลางตลาด วอนเร่งแก้ไข