วัน: 17 กุมภาพันธ์ 2026

‘เราพลาดจริงๆ’ – ฟุตบอลยุโรปต้องการความสมดุลมากขึ้นหรือไม่?

‘เราพลาดจริงๆ’ – ฟุตบอลยุโรปต้องการความสมดุลมากขึ้นหรือไม่?

เมื่อลูโดโกรตส์ฉลองแชมป์ลีกบัลแกเรียสมัยล่าสุดเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ประวัติศาสตร์ก็ผุดขึ้นมา – มีเพียงทาเฟีย จากหมู่เกาะวานูอาตูในแปซิฟิกใต้เท่านั้นที่เหนือกว่า ด้วยแชมป์ 14 สมัยติดต่อกัน เพียงอีกสโมสรเดียวก็จะเท่าระดับโลก

แต่สโมสรที่ครองความยิ่งใหญ่ในยุโรปที่สุดกลับไม่เคยเข้าถึงรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกมา 10 ปีแล้ว – แข็งแกร่งเกินไปสำหรับลีกในประเทศ แต่ไม่พอสำหรับยักษ์ใหญ่ทวีป แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในระบบนิเวศที่เปราะบาง

ที่หัวโซ่การอาหาร แชมเปียนส์ลีกที่เริ่มสำหรับแชมป์ลีกตั้งแต่ปี 1992 ฤดูกาลนี้มีทีมอังกฤษ 6 ทีม สเปน 5 ทีม และอิตาลีกับเยอรมนีทีมละ 4 – 4 ชาติที่ครองมากกว่าครึ่งจาก 36 ทีมในรอบลีกเฟส

แม้การแข่งขันจะขยายขนาดและมูลค่า – สิทธิทีวียูฟ่าจากเกือบ 500 ล้านปอนด์ใน 2003-04 กลายเป็น 2.8 พันล้านปอนด์ใน 2023-24 และรอบใหม่ตั้งแต่ 2027 คาดว่าจะสร้างรายได้เกิน 4 พันล้านปอนด์ – แต่กลุ่มผู้ชนะแคบลง

มีเพียงบาเยิร์น มิวนิคและปารีส แซงต์-แชร์กแมงเท่านั้นที่ทะลวงการครองถ้วยของทีมอังกฤษและสเปนใน 15 ปีที่ผ่านมา ทีมอิตาลีชนะครั้งสุดท้ายปี 2010

จะเป็นเรื่องช็อกใหญ่หากมาร์เซย์ อาแจ็กซ์ หรือปอร์โต้ อดีตแชมป์ จะคว้าแชมป์ในเร็วๆ นี้ ยิ่งกว่านั้นคือเรดสตาร์ เบลเกรด พีเอสวี หรือสเตัว บูคาเรสต์ (ปัจจุบันคือเอฟซีเอสบี) จากยุคแรกๆ ของยูโรเปียนคัพ

ฟุตบอลยุโรปต้องการความสมดุลมากขึ้นหรือไม่

การปฏิรูประบบแข่งขันช่วยให้ทีมมากขึ้นเข้าร่วม เล่นมากขึ้น และสร้างเซอร์ไพรส์ – โดยเฉพาะโบโด/กลิมต์มือใหม่ที่เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้และแอตเลติโก มาดริดฤดูกาลนี้

แต่ใน 20 ปีที่ผ่านมา มีเพียงอาแจ็กซ์ปี 2019 เท่านั้นจากนอกท็อป 5 ลีกที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ใน 4 ฤดูกาลล่าสุด เบนฟิก้าทำได้แค่รอบ 8 ทีมสองครั้ง

“ถ้าบอกตอนแชมเปียนส์ลีกเกิดปี 1992 ว่ามันจะเป็นแบบนี้ ผมแน่ใจว่าพวกเขาจะบอกว่า ‘ว้าว เราพลาดจริงๆ'” อเล็กซ์ มูซิโอ ประธานสหภาพสโมสรยุโรป (UEC) กล่าว

มูซิโอยกตัวอย่างฝรั่งเศสเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับการแข่งขันที่ “คาดเดาได้” ด้วยเปแอสเฌที่เล็งแชมป์สมัย 12 ใน 14 ปี

“แฟนๆ ไม่ต้องการดูการแข่งขันที่รู้ว่าใครจะชนะ” เขากล่าว โดยชี้ว่าตอนนี้มีลีกท็อปแค่ 4 ลีกในยุโรป

ลีก 1 ฝรั่งเศสเผชิญปัญหาสิทธิทีวี สตรีมเองฤดูกาลนี้ใกล้เคียงเอเรดิวิซี่มากกว่าสเซเรีย อา ที่รายได้ทีวีในประเทศลดลงเล็กน้อย ลีกอื่นๆ ก็ชะงัก

ฝรั่งเศสที่มีพรสวรรค์ลึก จะเหลือตัวแทนแค่ทีมเดียวในรอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปียนส์ลีก หลังเปแอสเฌเจอมอนาโกในเพลย์ออฟ

เป้าหมายคือกลายเป็นบาเยิร์นในลีกตัวเอง

มูซิโอ เจ้าของใหญ่ยูเนียน แซงต์-กิโยส์ แชมป์เบลเยียม บอกว่าแฟนต้องการความสูสีแบบพรีเมียร์ลีก ไอพีแอลคริกเก็ต หรือเอ็นเอฟแอล ขณะที่ช่องว่างการเงินจะสร้าง “มีกับไม่มี” มากขึ้น

“วงการฟุตบอลต้องรวมตัวกันเข้าใจว่ามันทำงานแบบชุมชน ไม่เหมือนธุรกิจอื่น เราต้องการกันและกัน” เขาเสริม

ยูฟ่าบอกว่ายอมรับว่าความสมดุลในการแข่งขันทั่วยุโรป “จำเป็นต่อสุขภาพและความยั่งยืนของเกม” แต่เป็น “ความท้าทายซับซ้อน” ที่ยูฟ่าแก้คนเดียวไม่ได้

ปัจจัยต่าง ๆ เช่นตลาดในประเทศ พลังการค้า ประวัติศาสตร์ ชื่อเสียง และวิธีกระจายสิทธิ์ในชาติ ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำ

ทั่วยุโรป สร้างแชมป์ครองลีก – นอกจากลูโดโกรตส์ เรดสตาร์ 8 สมัยติดเซอร์เบีย เฟเรนซ์วารอสและสโลวาน บราติสลาวาตัวละ 7 ในฮังการีและสโลวาเกีย

แต่ไม่มีทีมไหนเข้าถึงแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ – เฟเรนซ์วารอสเจอลูโดโกรตส์ เรดสตาร์เล่นลีลล์ในยูโรปาเพลย์ออฟ สโลวานตกรอบคอนเฟอเรนซ์

ปาล โอรอสซ์ ซีอีโอเฟเรนซ์วารอส เคยบอกบีบีซี ว่า “ช่องว่างใหญ่เกิน จนคงตามไม่ทัน” แต่พวกเขาต้องครองลีกทั้งหมดเพื่อลุ้นเล่นกับยักษ์ใหญ่

สโลวานเข้าถึงแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลที่แล้วครั้งแรกนับตั้งแต่เอกราช 1993 หลังอีวาน คโมทริกซื้อสโมสรปี 2008 กลายเป็นยักษ์สโลวาเกีย โรเบิร์ต วิทเท็ค ผู้อำนวยการกีฬาบอกเป้าหมายคือ “กลายเป็นบาเยิร์นในเยอรมนี คว้าแชมป์ปีแล้วปีเล่า”

“กุญแจความยั่งยืนทางการเงินคือเล่นเฟสหลักบอลยุโรป จากสโลวาเกียต้องแชมป์ลีกถึงจะมีลุ้นจริง” เขาอธิบาย

เล่นแชมเปียนส์ลีกได้ทีวีรีเวนู 18 ล้านปอนด์ บวกคนดู การค้า และชื่อเสียง – เจอแมนซิตี้ เอซีมิลาน เยือนบาเยิร์น แอตเลติโก

“อาจต้องใช้เวลาถึงจะเห็นว่ามันยิ่งใหญ่แค่ไหนที่พายักษ์ใหญ่มาเทสลาวาเกีย” วิทเท็คกล่าว “แพ้หมดแต่แทนชาติได้ดี เราภูมิใจ”

เพื่อเข้าถึงลีกเฟส ต้องผ่านรอบคัดเลือก 3 ด่าน สมัยแรกนับตั้งแต่ซิลิน่าปี 2010

“เราต้องสมจริง” วิทเท็คตอบเรื่องเส้นทางที่ง่ายกว่า “มี ‘แชมเปียนส์พาธ’ สำหรับทีมเล็กเสมอ แต่ยาก”

‘ไม่มีทางแก้ไขง่ายๆ’ – จะทำอะไรได้บ้าง?

ลูโดโกรตส์เข้าถึงกลุ่มแชมเปียนส์ลีกสองครั้ง ล่าสุด 2016 เสมอเปแอสเฌ ชนะทุกแชมป์บัลแกเรียตั้งแต่เลื่อนชั้นหลังคิริล โดมูชิเยฟซื้อปี 2010

แต่เส้นทางอาจจบ ตอนนี้อันดับสอง ห่างเลฟสกี้ โซเฟีย 7 แต้ม นักข่าวเทโอเดอร์ บอริซอฟบอก “แฟนบัลแกเรียสิ้นหวัง” อยากเห็นแชมป์ใหม่

สาเหตุคือเจ็บ รูปแบบ และโค้ชจูลิโอ เวลาซเกซของเลฟสกี้

ทีมอื่นพิสูจน์แล้วว่าไล่ตามได้ด้วยการซื้อสปาร์ต หาร์ทส์ (แบบบลูมของยูเอสจี ไบรท์ตัน) ลุ้นจบยุคโอลด์เฟิร์ม รีเยก้าล้มดินาโม ซาเกร็บ สตุร์ม กราซตัดออสเตรียเรดบูลล์

อังเดรอัส ชิคเกอร์ ผู้อำนวยการสตุร์มบอกคือ “สมดุลระหว่างความสำเร็จ ยุโรป และกำไรจากนักเตะอย่างโฮจลุนด์”

ยูฟ่าบอกเงินช่วยเหลือทีมไม่เล่นยุโรปเพิ่ม 80% เกือบ 270 ล้านปอนด์ สูงกว่าที่แบ่งให้ทีมร่วม

ทีมแชมเปียนส์ลีกและซูเปอร์คัพได้ 74.38% (เกิน 2 พันล้าน) ยูโรปา 17.02% คอนเฟอเรนซ์ 8.6%

ลัตเวียไม่มีดีลทีวีในประเทศ เสนอ ‘บอลติก ลีก’ ร่วมลิทัวเนีย เอสโตเนีย เพื่อรายได้และแข่งขันยุโรป

UEC เสนอนโยบายคุ้มครองสิทธิ์เมดีย์ในประเทศ คืนส่วนแบ่งจากยุโรปถ้าเกินในชาติ และรางวัลพัฒนานักเตะ คืนเงินสโมสรที่ไม่ได้เล่นแชมเปียนส์ลีกแต่เด็กที่ฝึกไปเล่น – คิดว่าฤดูกาลล่าสุดเกือบ 1,500 สโมสรได้ประโยชน์

เน้นเพิ่มการแข่งขันในลีกเพื่อช่วยลีกเล็กแข่งยุโรป มือใหม่ปีนี้ – โบโด ไกรัต ปาฟอส ยูเอสจี – มาจากลีกที่แชมป์กระจาย

“ไม่มีทางแก้ง่าย ถ้าช่วยคาราบาก เบนฟิก้า ยูเอสจี หรือทีมจากลีกไม่ใช่ท็อปโฟร์ ให้รายได้พุ่ง ทีมตามในลีกจะยิ่งห่าง” มูซิโอกล่าว

“สำคัญที่ UEC ไม่แสร้งว่ามีไม้กายสิทธิ์ ต้องทำงานหนักนานเพื่อสมดุลและยุติธรรม”

ฟุตบอลยุโรปต้องการความสมดุลมากขึ้นหรือไม่? มันชัดเจนว่าต้องการ เพื่อความตื่นเต้นและยั่งยืน ลองคิดดูว่าถ้าทุกลีกสูสี แฟนๆ จะสนุกแค่ไหน คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท โจรชิงทองขอนแก่น 26 บาท

เหตุการณ์ชิงทองที่ร้านทองในจังหวัดขอนแก่นกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ โดยคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองหนัก 26 บาท มูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาทไปอย่างลอยนวล ตำรวจจึงเร่งปูพรมไล่ล่าและตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท โจรชิงทองขอนแก่น 26 บาท มูลค่า 1.9 ล้านบาทเพื่อให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท โจรชิงทองขอนแก่น 26 บาท มูลค่า 1.9 ล้านบาท

จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ได้อัพเดทความคืบหน้าในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุบุกชิงทรัพย์ร้านทองในตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมืองขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.07 น. ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ โดยคนร้ายได้สร้อยคอทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่าประมาณ 1.9 ล้านบาท ก่อนหลบหนีไปทางบ้านเหล่าโพนทอง ตำบลบ้านหว้า

เพื่อเร่งรัดการจับกุม ตำรวจภูธรภาค 4 จึงตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาทสำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลนำไปสู่การจับกุม โดยรับประกันความลับของผู้แจ้งเบาะแส 100% ซึ่งเป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปราบปรามอาชญากรรม

รายละเอียดการประชุมทีมสืบสวนไล่ล่าโจรชิงทอง

ในช่วงเช้าวันที่ 17 ก.พ. พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ได้เรียกประชุมทีมสืบสวนจากหลายหน่วยงาน เพื่อวางแผนปูพรม搜查 โดยมีกำลังจาก:

  • สืบสวนตำรวจภูธรภาค 4
  • สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น
  • สืบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านฝาง
  • ชุดสืบสวนจากสภ.พระยืน สภ.ท่าพระ และสภ.บ้านฝาง

จุดหลบหนีของคนร้ายมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่เชื่อมต่อ 3 อำเภอ ทำให้ตำรวจต้องระดมกำลังเต็มที่ในการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางหนี

ช่องทางการแจ้งเบาะแส โจรชิงทองขอนแก่น

หากคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท โจรชิงทองขอนแก่น 26 บาท มูลค่า 1.9 ล้านบาท สามารถแจ้งได้ที่:

  • พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผู้กำกับการ สภ.บ้านเป็ด โทร. 064-5215874
  • พ.ต.ท.ชนธรรม นิลทมร รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.บ้านเป็ด โทร. 092-9655353
  • เบอร์ด่วน 191

ทางตำรวจยืนยันว่าจะปกปิดข้อมูลผู้แจ้งอย่างดีที่สุด เพื่อความปลอดภัย

เหตุการณ์ชิงทองแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในไทย โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจผันผวน คนร้ายมักเล็งร้านทองเพราะเป็นแหล่งเงินสดและทรัพย์สินมีมูลค่าสูง การที่ตำรวจตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาทถือเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการดึงดูดข้อมูลจากประชาชน ซึ่งในอดีตหลายคดีก็จับคนร้ายได้เพราะเบาะแสจากชาวบ้าน

นอกจากนี้ ตำรวจยังใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI วิเคราะห์ภาพจาก CCTV เพื่อเร่งติดตามตัว นับเป็นตัวอย่างของการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนในการรักษาความปลอดภัย

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมชิงทองยังคงเป็นปัญหาใหญ่ แต่ด้วยความรวดเร็วในการตอบสนองของตำรวจขอนแก่น เชื่อว่าคนร้ายจะถูกจับกุมได้ในไม่ช้า หากคุณอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงหรือมีข้อมูลใดๆ อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแส เพราะนอกจากรางวัลนำจับแล้ว ยังช่วยทำให้ชุมชนปลอดภัยยิ่งขึ้น

เรียปเรียกให้ช่วยกัน: หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับโจรชิงทอง แจ้งทันทีเพื่อรับรางวัลและสร้างสังคมปลอดภัย!

ที่มา – ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท โจรชิงทองขอนแก่น 26 บาท มูลค่า 1.9 ล้านบาท

“สีหศักดิ์” จับตา “ฮุน มาเนต” เดินสายเวทีโลก

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง โดยเฉพาะเมื่อ “สีหศักดิ์” จับตา “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่กำลังเดินสายพบปะผู้นำระดับโลก ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ยืนยันพร้อมตอบโต้ทันทีหากมีการบิดเบือนข้อมูลชายแดนในเวทีระหว่างประเทศ ข่าวนี้เกิดขึ้นในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ท่ามกลางกระแสข่าวไฟไหม้ชายแดนและข้อพิพาทเก่าๆ ที่ค้างคา

“สีหศักดิ์” จับตา “ฮุน มาเนต” เดินสายเวทีโลก

นายสีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนว่า ไทยกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของฮุน มาเนต อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเดินทางพบปะผู้นำชั้นนำอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และการขอเอกสารประวัติศาสตร์พรมแดนจากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กระทรวงการต่างประเทศไทยได้สอบถามไปยังฝรั่งเศสเรียบร้อยแล้ว เพื่อตรวจสอบว่ากัมพูชาขอเอกสารอะไรบ้าง หากพบการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่ถูกต้อง ไทยพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงทันทีในเวทีโลก เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

นอกจากนี้ สถานการณ์ไฟไหม้บริเวณชายแดนยังคงเป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตา รัฐมนตรีสีหศักดิ์ระบุว่ากำลังรอรายงานผลตรวจสอบสาเหตุ และการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่กำลังจะมีขึ้น จะหารือครอบคลุมทั้งชายแดนไทย-กัมพูชาและไทย-เมียนมา เพื่อเตรียมข้อมูลชุดใหญ่ส่งต่อให้รัฐบาลชุดใหม่

พร้อมตอบโต้หากบิดเบือนข้อมูลชายแดน

ประเด็นข้อมูลชายแดนเป็นหัวใจสำคัญของข้อพิพาทไทย-กัมพูชามาหลายสิบปี การที่ฮุน มาเนตเดินสายเวทีโลกอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างการรับรู้ในระดับสากล แต่ไทยไม่นิ่งนอนใจ “สีหศักดิ์” จับตา “ฮุน มาเนต” ทุกฝีก้าว และมีทีมงานเตรียมข้อมูลข้อเท็จจริงไว้พร้อม หากมีการบิดเบือน เช่น การอ้างสิทธิ์พื้นที่ทับซ้อนโดยอิงเอกสารฝรั่งเศสเก่า ไทยจะตอบโต้ด้วยหลักฐานทางกฎหมายและประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน

MOU 44: ยกเลิกต้องรอรัฐบาลใหม่

อีกประเด็นที่นายสีหศักดิ์พูดถึงคือบันทึกความเข้าใจปี 2544 หรือ MOU 44 เกี่ยวกับการร่วมมือจัดการพื้นที่ทับซ้อนชายแดน การยกเลิก MOU นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ หารือกับนายกรัฐมนตรีและ สมช. อย่างรอบคอบ ขณะนี้กระทรวงฯ ได้จัดทำแนวทางการยกเลิกไว้แล้ว หากยกเลิกแล้ว ไทยไม่จำเป็นต้องทำ MOU ใหม่ แต่สามารถใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นฐานเจรจา เหมือนกรณีพิพาทไทย-มาเลเซีย

  • ขั้นตอนการยกเลิก MOU 44: รอ ครม.ชุดใหม่เห็นชอบ
  • ทางเลือกหลังยกเลิก: ใช้กฎหมายสากล ไม่ต้องทำ MOU ใหม่
  • การสร้างกติกาใหม่: ต้องเห็นพ้องทั้งสองฝ่าย หากไม่ตรงกันเข้าสู่กระบวนการเจรจาสากล
  • การเตรียมพร้อม: ข้อมูลแนวทางทั้งหมดพร้อมแล้ว

การจัดการพื้นที่ทับซ้อนชายแดนต้องอาศัยความร่วมมือ แต่หาก一方一方พยายามใช้เวทีโลกกดดัน อีกฝ่ายก็ต้องมีกลไกตอบโต้ที่แข็งแกร่ง นี่คือบทเรียนจากอดีตที่ไทยเคยเผชิญ เช่น กรณีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกตัดสินไปแล้ว แต่ปัญหายังลุกลาม

ในมุมกว้างขึ้น ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามีทั้งมิตรภาพและข้อขัดแย้ง ไทยเป็นคู่ค้าสำคัญของกัมพูชา การค้าชายแดนมีมูลค่าสูง แต่ประเด็นชายแดนต้องแก้ไขด้วยสันติวิธี ไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานในการรักษาพรมแดนตามสนธิสัญญาเก่าแก่ รัฐบาลไทยชุดปัจจุบันจึงเน้นการทูตเชิงรุก

สุดท้ายแล้ว การที่ “สีหศักดิ์” จับตา “ฮุน มาเนต” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปกป้องดินแดน ผู้สนใจควรติดตามการประชุม สมช. ครั้งต่อไป เพราะจะเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน การตอบโต้ที่รวดเร็วและมีข้อมูลครบถ้วนจะช่วยให้ไทยอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่าในเวทีโลก

คำแนะนำ: ติดตามข่าวอัปเดตชายแดนไทย-กัมพูชาและการทูตระหว่างประเทศได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “สีหศักดิ์” จับตา “ฮุน มาเนต” เดินสายเวทีโลก พร้อมตอบโต้หากบิดเบือนข้อมูลชายแดน

โจรในคราบแฟนคลับ บุกหลังเวทีหมอลำชื่อดัง ขโมยเงิน-ทรัพย์สิน

เกิดเหตุสะเทือนใจในวงการหมอลำ เมื่อโจรในคราบแฟนคลับ บุกหลังเวทีหมอลำชื่อดัง ขโมยเงิน-ทรัพย์สินของศิลปินหลายราย สร้างความเสียหายและความหวาดกลัวให้กับทีมงาน เรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดยเฟซบุ๊กเพจ “หมอลำคณะศิลปินภูไท” ซึ่งเป็นคณะหมอลำชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่างมากในภาคอีสาน

โจรในคราบแฟนคลับ บุกหลังเวทีหมอลำชื่อดัง ขโมยเงิน-ทรัพย์สิน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 05.00 น. ขณะที่คณะกำลังทำการแสดงช่วงเตียลา ณ บ้านทุ่งลุยลาย ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ กลุ่มโจรจำนวน 4 คน แอบอ้างตัวว่าเป็นแฟนคลับ ลักลอบเข้าไปในเต็นท์พักศิลปินหลายแห่ง ก่อนจะก่อเหตุลักทรัพย์สินมูลค่าหลายหมื่นบาท

รายละเอียดทรัพย์สินที่ถูกขโมยจากศิลปิน

ผู้เสียหายหลักๆ ได้แก่:

  • พระเอกณุ พงศรันย์: โทรศัพท์มือถือไอโฟน 2 เครื่อง, น้ำหอม CHANEL และเงินสดจำนวนหนึ่ง
  • หัวหน้ามาร์ค วงศ์ศิลป์: ช่อดอกไม้ 2 ช่อพร้อมเงินสด
  • นางเอกแพรวดาว ศิลปินภูไท: เงินสด
  • นางเอกแก้ว ณัฐกานต์: ช่อดอกไม้พร้อมเงินสด
  • พระเอกอาร์ต อริญชย์: เงินสด

ทรัพย์สินที่ถูกขโมยมีทั้งเงินสด โทรศัพท์มือถือ และของขวัญจากแฟนคลับอย่างช่อดอกไม้ ซึ่งศิลปินมักเก็บไว้หลังเวที ทางคณะสามารถทวงโทรศัพท์คืนได้ แต่อยู่ในสภาพชำรุดเสียหาย เนื่องจากผู้ก่อเหตุพยายามทำลายหลักฐาน ขณะที่เงินสดบางส่วนถูกตรวจพบในตัวผู้ต้องหา

ผลการจับกุมและดำเนินคดี

หลังเกิดเหตุ ทางคณะหมอลำศิลปินภูไทรีบเข้าแจ้งความกับตำรวจท้องที่ทันที เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 2 ราย พร้อมของกลางที่พบในครอบครอง ส่วนอีก 2 รายยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงเพียงพอในการดำเนินคดี ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การรับสารภาพทันที ตำรวจจึงเรียกผู้ปกครองเข้ารับทราบข้อกล่าวหา และจะดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายตามกระบวนการกฎหมาย

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา ทางคณะยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของศิลปินและทีมงานทุกคน

มาตรการป้องกันในอนาคต

จากเหตุการณ์โจรในคราบแฟนคลับ บุกหลังเวทีหมอลำชื่อดัง ขโมยเงิน-ทรัพย์สินครั้งนี้ คณะศิลปินภูไทประกาศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบริเวณหลังเวทีและเต็นท์พักผ่อน เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV), เพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ตรวจสอบตัวบุคคลที่เข้าออกพื้นที่ และแจ้งให้ศิลปินเก็บทรัพย์สินให้มิดชิดมากขึ้น

วงการหมอลำซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในจังหวัดชัยภูมิและภาคอีสาน มักมีแฟนคลับมาร่วมงานจำนวนมาก การแสดงมักจัดในพื้นที่เปิดโล่ง ทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้ง่าย เหตุการณ์นี้จึงเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับคณะหมอลำและศิลปินทุกคน

นอกจากนี้ ยังสะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นในแฟนคลับที่อาจถูกฉวยโอกาสจากมิจฉาชีพ ศิลปินควรมีทีมงานคอยดูแลใกล้ชิด และแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องที่ช่วยเหลือในการจัดงานครั้งต่อๆ ไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าความดังมาพร้อมความเสี่ยง ศิลปินหมอลำที่ทุ่มเทร้องเพลงและเต้นรำเพื่อแฟนๆ ควรได้รับการคุ้มครองที่ดีกว่านี้ ขอให้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้ทุกคนตื่นตัวมากขึ้น

CTA: หากคุณเป็นแฟนหมอลำหรือศิลปิน อย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัย และคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมีเคล็ดลับป้องกันการโจรกรรมอย่างไรบ้าง!

ที่มา – โจรในคราบแฟนคลับ บุกหลังเวทีหมอลำชื่อดัง ขโมยเงิน-ทรัพย์สิน

เลขาฯกฤษฎีกา แจงยกเลิก MOU 44 ทำได้ ไม่กระทบกฎหมายนานาชาติ

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนในขณะนี้คือเรื่อง เลขาฯกฤษฎีกา แจงยกเลิก MOU 44 โดยเฉพาะคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีที่ให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ปี 2544 ระหว่างไทยและกัมพูชา เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนของปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นปมปัญหายาวนานมาหลายสิบปี

เลขาฯกฤษฎีกา แจงยกเลิก MOU 44 ทำได้หากไม่กระทบกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ออกมาให้ข้อมูลชี้แจงถึงประเด็นนี้ โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไทยไปศึกษาขั้นตอนการยกเลิก MOU 2544 แล้ว โดยย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวสามารถทำได้ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ

เลขาฯกฤษฎีกา ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า กระบวนการยกเลิกต้องพิจารณาตามกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงที่เกิดขึ้นในการประชุมร่วมระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งมีขั้นตอนที่ชัดเจนและเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตาม หากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน ก็สามารถนับหนึ่งใหม่ในการร่างกติกาหรือข้อตกลงใหม่ได้

ขั้นตอนการยกเลิก MOU 44 ต้องทำอย่างไร

  • ศึกษากฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงเดิมอย่างละเอียด
  • ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
  • เจรจากับทางกัมพูชาให้เกิดความเห็นพ้องต้องกัน
  • ร่างบันทึกหรือข้อตกลงใหม่ หากจำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการกระทบต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือพันธกรณีอื่น

นายปกรณ์ ยังเน้นย้ำว่า ตนเองไม่ถนัดด้านกฎหมายระหว่างประเทศมากนัก แต่เชี่ยวชาญกฎหมายไทย จึงแนะนำให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงการต่างประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรื่องนี้

MOU 44 คืออะไร และทำไมถึงเป็นประเด็นร้อน

MOU 2544 หรือบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำแผนที่บริเวณพื้นที่ทับซ้อนของปราสาทพระวิหาร ลงนามเมื่อ 18 มิถุนายน 2544 ระหว่างรัฐบาลไทยและกัมพูชา เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนที่ทับซ้อนกัน โดยเฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลโลก (ICJ) ตัดสินให้เป็นของกัมพูชาเมื่อปี 2505 แต่พื้นที่รอบๆ ยังเป็นข้อพิพาท

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา MOU นี้ถูกนำมาอ้างอิงในข้อพิพาทชายแดนหลายครั้ง เช่น เหตุการณ์ปะทะกันปี 2551-2554 ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ปัจจุบันรัฐบาลไทยภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทินมองว่าอาจต้องยกเลิกเพื่อกำหนดเขตแดนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี

นอกจากประเด็น MOU แล้ว ในที่ประชุมยังมีการถามถึงมุมมองทางกฎหมายเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งที่มี QR Code ว่าจะนำไปสู่การเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งเลขาฯกฤษฎีกาตอบว่า หากมีผู้ร้องต่อศาลแล้ว ขอให้รอคำพิพากษาจากศาล อย่าพูดนอกกระบวนการยุติธรรม เพราะอาจไม่เกิดประโยชน์

ผลกระทบหากยกเลิก MOU 44 สำเร็จ

หากการยกเลิกเกิดขึ้นจริง ไทยและกัมพูชาจะต้องเจรจาตั้งแต่ต้นใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่แผนที่ชายแดนที่ชัดเจนกว่าเดิม แต่ก็มีความเสี่ยงต่อการยืดเยื้อ หากทั้งสองฝ่ายไม่เห็นตรงกัน นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางการค้าและการท่องเที่ยวบริเวณชายแดน

จากมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจยกเลิก MOU 44 ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหายั่งยืน หากรัฐบาลไทยเตรียมข้อมูลและกลยุทธ์การเจรจาที่ดี ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง โดยไม่กระทบภาพลักษณ์ในเวทีโลก

คำแนะนำ: ติดตามข่าวสารจากกระทรวงการต่างประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และแสดงความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่างว่า สนับสนุนการยกเลิก MOU 44 หรือไม่ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกัน

ที่มา – เลขาธิการฯกฤษฎีกา แจงปมยกเลิก MOU 44 ทำได้หากไม่กระทบกฎหมายระหว่างประเทศ

พลเมืองดีเล่านาทีเจอ “มอลลี่” ไซบีเรียนถูกไฟเผา

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวรักสัตว์ทุกคนครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นจริงในจังหวัดสงขลา เกี่ยวกับสุนัขไซบีเรียนชื่อ มอลลี่ ที่ถูกคนร้ายโหดเหี้ยมจุดไฟเผาทั้งเป็น จนสภาพน่าสงสารมาก เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ น้องนอนหมดแรงอยู่ริมสระน้ำ มีแมลงวันตอมเต็มตัว แต่นี่คือเรื่องจริงที่ พลเมืองดี เล่านาทีเจอ “มอลลี่” ไซบีเรียนถูกไฟเผา นอนหมดแรงอยู่ริมสระน้ำ มาเล่าสู่กันฟัง

พลเมืองดี เล่านาทีเจอ “มอลลี่” ไซบีเรียนถูกไฟเผา นอนหมดแรงอยู่ริมสระน้ำ

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 (หรือ 69 ตามปฏิทินไทย) นายสมชัย ชนะวรรณโน เจ้าของสุนัขวัย 52 ปี ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังจากที่ชาวบ้านพบ มอลลี่ สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนเพศเมียอายุ 2 ปี ในสภาพบาดเจ็บสาหัส ทั่วตัวถูกไฟไหม้และถูกทารุณกรรมอย่างโหดร้าย เหตุเกิดบริเวณบ้านแหลมขวัญ ซอย 4 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา

เหตุการณ์ก่อนหน้าที่เจ้าของเล่า

คุณสมชัยเล่าว่า ปกติเลี้ยงสุนัข 3 ตัว คือมอลลี่ เมสซี่ (ไซบีเรียนอีกตัว) และมารวย (บางแก้วผสมไซบีเรียน) คืนวันที่ 12 ก.พ. ให้อาหารตามปกติ ทุกตัวอยู่ครบ เช้าวันที่ 13 ก.พ. ตื่นมาเจอเหลือแค่มารวย ส่วนมอลลี่กับเมสซี่หายไป คาดว่าคลานออกช่องใต้รั้วประตูบ้าน

วันที่ 14 ก.พ. มีคนโทรบอกว่าจับเมสซี่ได้เพราะไล่กัดเป็ดตาย 4 ตัว เรียกค่าเสียหาย 600 บาท คุณสมชัยรีบไปรับ สอบถามแล้วเจ้าของเป็ดบอกเห็นตัวเดียว ไม่เห็นมอลลี่ โชคดีที่เมสซี่รอดเพราะเลียขาเจ้าของเป็ด เลยไม่ถูกทำร้าย

จนกระทั่งเช้าวันที่ 15 ก.พ. มีผู้หญิงโทรบอกว่าเจอสุนัขไซบีเรียนนอนริมสระน้ำสภาพแย่ คุณสมชัยรีบไปดู ภาพที่เห็นคือรอยไหม้เต็มตัว ถูกทุบตีหนัก ร้องไห้เลยครับ พาไปคลินิกทันที และยืนยันว่าจะเอาผิดคนทำถึงที่สุด ถ้ามอลลี่ไปทำร้ายสัตว์เลี้ยง แค่ล่ามไว้ก็พอ เจ้าของพร้อมรับผิดชอบ

นาทีพบเจอของพลเมืองดีคนแรก

นายอดิศร สงสุวรรณ์ วัย 51 ปี พลเมืองดีที่พบมอลลี่คนแรก เล่าว่า กำลังทำงานหลังบ้าน เห็นฝูงแมลงวันหัวเขียวตอมอะไรบางอย่าง คิดว่าเป็นซากสัตว์ตาย ปีนกำแพงดูริมสระน้ำ เจอสุนัขนอนหมดแรง แมลงวันตอมเต็มตัว เรียกแล้วน้องชูคอตอบ เดินเข้าไปใกล้เห็นรอยไหม้เต็มแผ่นหลัง ไม่มีแรง คงพยายามคลานมาดื่มน้ำ

รีบเรียกภรรยานำรถเข็นมาช่วย ย้ายมานั่งรักษาเบื้องต้นใต้โต๊ะในโรงรถ ภรรยาเห็นโพสต์ตามหาในกลุ่มรักหมา จำได้ว่าเป็นไซบีเรียน เลยโทรหาเจ้าของ

  • สภาพของมอลลี่: ถูกไฟไหม้ระดับ 5 รุนแรงถึงกล้ามเนื้อ บาดแผลเน่า
  • การรักษา: ส่งต่อโรงพยาบาลสัตว์ ม.สงขลานครินทร์ อยู่ห้องปลอดเชื้อนานเป็นเดือน
  • คำร้องขอ: ช่วยกันแชร์ตามหาคนร้าย อย่าให้เกิดซ้ำ

เรื่องนี้ทำให้เราตระหนักถึงปัญหาการทารุณสัตว์ที่ยังมีในสังคมครับ สุนัขเป็นเพื่อนแท้ ถ้ามีปัญหาควรแจ้งเจ้าของหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ลงมือเองแบบนี้

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากว่า ช่วยกันดูแลสัตว์ให้ดีนะครับ ถ้าเจอเคสแบบนี้ รีบช่วยเหลือและแจ้งเจ้าหน้าที่ หยุดความโหดร้ายได้ตั้งแต่วันนี้ ลองแชร์เรื่องนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้กันเถอะ!

ที่มา – พลเมืองดี เล่านาทีเจอ “มอลลี่” ไซบีเรียนถูกไฟเผา นอนหมดแรงอยู่ริมสระน้ำ

“อัครา” ยันกระทรวงเกษตรไม่ใช่ของ “กล้าธรรม”

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และว่าที่ ส.ส. พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงประเด็นร้อนว่า “อัครา” ยันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของ “กล้าธรรม” ย้ำว่าการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายเท่านั้น สร้างความสนใจให้สื่อมวลชนและนักการเมืองติดตามอย่างใกล้ชิด

“อัครา” ยันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของ “กล้าธรรม”

การสัมภาษณ์เกิดขึ้นเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายอัคราได้ยืนยันจุดยืนของพรรคอย่างหนักแน่น โดยเฉพาะเรื่องกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งเป็นพรรคได้ที่นั่งอันดับ 1 อาจจะยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม นายอัครากล่าวว่า "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของพรรคกล้าธรรม มันเป็นแค่ข่าวลือ และไม่คิดว่าจะสร้างความตะขิดตะขวงใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล" เขาย้ำว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการมอบหมายของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของพรรคใดพรรคหนึ่ง

อัครา พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล

ท่าทีพรรคกล้าธรรมต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

นอกจากประเด็นกระทรวงเกษตรแล้ว นายอัครายังพูดถึงการประชุมพรรคกล้าธรรมในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ซึ่งจะกำชับว่าที่ ส.ส. เข้าประชุมให้พร้อมเพรียง โดยยังไม่ทราบวาระแน่ชัด เพราะนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคยังไม่แจ้ง และยังไม่ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้เป็นบิดาและประธานที่ปรึกษาพรรค เมื่อถามถึงการยืนยันเข้าร่วมรัฐบาลและสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี นายอัคราตอบว่า ต้องเป็นไปตามนโยบายคณะกรรมการบริหารพรรค และเป็นมารยาททางการเมืองที่พรรคอันดับ 1 อย่างภูมิใจไทยต้องเชิญมาคุย

สำหรับดีลการเมืองที่ลือกันว่าจะจบในสัปดาห์นี้ นายอัครากล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องรอหัวหน้าพรรคและเลขาธิการ แต่เชื่อมั่นว่าทุกพรรคจะขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ประชาชน โดยเฉพาะในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ประชาชนรอคอยการแก้ไขปัญหา

บริบทการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 2569

สถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยพรรคภูมิใจไทยคว้าที่นั่ง ส.ส. อันดับ 1 ทำให้มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีตามหลักการ พรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม กำลังถูกจับตาว่าจะต่อยอดพันธมิตรหรือไม่ ประเด็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นจุด敏感เพราะเกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้ใหญ่บ้านของประเทศ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของทั้งสองพรรค การออกมาพูดของนายอัครา ถือเป็นการลดความตึงเครียด และแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ

  • พรรคกล้าธรรมยังรอประสานกับภูมิใจไทย โดยเลขาธิการพรรคจะแจ้งในที่ประชุม
  • ยืนยันไม่ตะขิดตะขวงใจระหว่างพรรค เน้นมารยาทการเมือง
  • ทุกอย่างเพื่อประชาชนและเศรษฐกิจ โดยไม่ยึดติดตำแหน่ง

การยืนยันจุดยืนเช่นนี้ช่วยคลายกระแสข่าวลือ และทำให้ภาพรวมการเจรจารัฐบาลราบรื่นยิ่งขึ้น นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมมีโอกาสได้เก้าอี้รัฐมนตรี หากแสดงความยืดหยุ่น

ในมุมมองของผู้เขียน การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายอัครา แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ในพรรคกล้าธรรม ที่ไม่ยึดติดผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เน้นผลรวมของชาติ สิ่งนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลไทยชุดใหม่ที่มั่นคง หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการการเมืองเพิ่มเติม หรืออยากรู้วิเคราะห์เจาะลึก สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราได้เลยวันนี้ เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “อัครา” ยันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของ “กล้าธรรม” ย้ำงานบริหารอยู่ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ไชยชนกยังไม่ชัดนั่ง มท.1 รอคุยกล้าธรรม

ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงข่าวลือเรื่อง ไชยชนก นั่ง มท.1 โดยยืนยันว่ายังไม่มีการยืนยันตำแหน่งใดๆ จนกว่าจะมีการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ สร้างความสนใจให้สื่อมวลชนและนักการเมืองเป็นอย่างมาก

ไชยชนก นั่ง มท.1 ยังไม่ชัดเจน รอประกาศอย่างเป็นทางการ

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ ได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าเขาจะได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ มท.1 ว่า "ไม่ครับ ต้องยืนยันว่าตราบใดที่ผลการเลือกตั้งยังไม่ถูกคอนเฟิร์ม เราไม่มีการยืนยันตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้รอการแถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า" คำตอบนี้ชี้ให้เห็นถึงความรอบคอบของพรรคภูมิใจไทยในการจัดการเรื่องตำแหน่งในรัฐบาลใหม่

ไชยชนก ชิดชอบ พูดถึงไชยชนก นั่ง มท.1

พรรคกล้าธรรมติดต่อไร้เงื่อนไข รอ “อนุทิน” คุย “ธรรมนัส”

นอกจากประเด็น ไชยชนก นั่ง มท.1 แล้ว ยังมีประเด็นการติดต่อจาก พรรคกล้าธรรม โดยนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ได้โทรศัพท์มาพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขต่อรองใดๆ นายไชยชนก กล่าวว่า "มีการโทรศัพท์มาและพูดคุยกันสั้นๆ แต่ท้ายที่สุดก็ได้คุยกันว่าอยากให้หัวหน้าพรรคได้หารือกัน แล้วค่อยมาพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ"

สำหรับกำหนดการหารือ ต้องรอให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยก่อน เมื่อถามถึงหลักการสนับสนุนของพรรคกล้าธรรม นายไชยชนก กล่าวว่า "เบื้องต้นที่พูดคุยกัน แต่เดี๋ยวรอดูสุดท้ายว่าจะเป็นอย่างไร"

นายไชยชนก ชิดชอบ กับพรรคภูมิใจไทย
ข่าวการเมือง พรรคกล้าธรรม ไชยชนก นั่ง มท.1

พรรคภูมิใจไทยยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า "เราประกาศชัดเจนแล้วว่าพร้อมที่จะรับฟังทุกท่าน อันนี้เราคอนเฟิร์ม" จึงไม่ปิดประตูต่อการจับมือกับพรรคกล้าธรรมหรือพรรคอื่นๆ

สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

หลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคการเมืองต่างๆ กำลังเร่งเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้เป็นจุดสนใจ ข่าวลือเรื่องตำแหน่ง ไชยชนก นั่ง มท.1 สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวภายในพรรคที่เลขาธิการอย่างนายไชยชนกอาจได้เลื่อนขั้นไปรับผิดชอบกระทรวงสำคัญ

  • จุดเด่นพรรคกล้าธรรม: ไม่มีเงื่อนไขต่อรอง สนับสนุนแบบไร้ข้อผูกมัด
  • บทบาทนายไชยชนก: เลขาฯ พรรคภูมิใจไทย ผู้ประสานงานหลัก
  • คีย์แมน: อนุทิน-ธรรมนัส จะเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ
  • สถานะปัจจุบัน: รอรับรองผลเลือกตั้งก่อนยืนยันทุกอย่าง

การเจรจาครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อโครงสร้างคณะรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยในการขยายฐานอำนาจ โดยการเปิดรับพรรคเล็กอย่างกล้าธรรมที่นำโดยร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยถือเป็นกระทรวงหลักที่ดูแลเรื่องท้องถิ่นและความมั่นคง หากนายไชยชนกได้ นั่ง มท.1 จริง จะเป็นการเสริมทัพให้พรรคภูมิใจไทยมีอิทธิพลมากขึ้นในระดับท้องถิ่น

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามว่าพรรคเล็กจะมีบทบาทอย่างไรในรัฐบาลใหม่ การไร้เงื่อนไขต่อรองจากพรรคกล้าธรรมอาจเป็นจุดเริ่มต้นของพันธมิตรใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่าการเจรจาระหว่างหัวหน้าพรรคจะเป็นตัวกำหนดทิศทางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพราะการเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ คุณคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับกล้าธรรมหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด!

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่รีบร้อนตัดสินใจ รอความชัดเจนก่อน ซึ่งจะช่วยลดดราม่าในอนาคตได้

ที่มา – “ไชยชนก” บอกยังไม่ชัดนั่ง “มท.1” รับกล้าธรรมไร้เงื่อนไขต่อรอง รอ “อนุทิน” คุย “ธรรมนัส”

ราคาทองคำร่วงต่อเนื่อง หลังดอลลาร์แข็งค่า

ราคาทองคำร่วงต่อเนื่อง หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย และดอลลาร์แข็งค่า เป็นข่าวที่นักลงทุนทองคำทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมากในช่วงนี้ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างไรต่อพอร์ตการลงทุน และแนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไรบ้าง

ราคาทองคำร่วงต่อเนื่อง หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย และดอลลาร์แข็งค่า

จากข้อมูลล่าสุด ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.8% มาอยู่ที่ระดับ 4,953.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ณ เวลา 03.45 น. GMT ซึ่งถือเป็นการร่วงลงต่อเนื่องหลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาปรับตัวลดลงไปแล้ว 1% เช่นเดียวกับสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนเมษายนที่ร่วงลง 1.5% มาอยู่ที่ 4,972.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณบวกจากสถานการณ์โลกที่เริ่มคลี่คลาย

สาเหตุหลักจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลาย

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำร่วงต่อเนื่อง หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย คือความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยว่าเขาจะมีส่วนร่วมทางอ้อมในการเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่านที่กรุงเจนีวา และแสดงความมั่นใจว่าเตหะรานต้องการบรรลุข้อตกลง นอกจากนี้ การเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างยูเครนและรัสเซียที่กำหนดจัดขึ้นที่เจนีวาในวันอังคารและพุธนี้ ภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ โดยรัสเซียย้ำว่าการหารือจะเน้นประเด็นดินแดนเป็นหลัก สถานการณ์เหล่านี้ทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) สูญเสียเสน่ห์ไปบางส่วน นักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นแทน

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าทำให้ทองคำแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างสกุลเงิน

อีกปัจจัยที่หนักแน่นคือดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวขึ้น 0.2% ซึ่งส่งผลให้ทองคำที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่นๆ เช่น ยูโร เยน หรือบาทไทย สิ่งนี้กดดันความต้องการซื้อทองคำทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียที่เป็นตลาดใหญ่ อิลยา สปิวัก หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์มหภาคของ Tastylive วิเคราะห์ว่าราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพราะความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ขยายตัวมากนัก

  • ปัจจัยกดดันทองคำหลัก:
  • ความตึงเครียดอิหร่าน-สหรัฐฯ ผ่อนคลายจากการเจรจานิวเคลียร์
  • การไกล่เกลี่ยสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนรอบใหม่
  • ดัชนีดอลลาร์ขึ้น 0.2% กดดันสินค้าคำนวณเป็นดอลลาร์
  • ตลาดรอสัญญาณนโยบายการเงินจากเฟด

นักลงทุนจับตารายงานการประชุม FOMC สัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงเฝ้ารอรายงานการประชุมเดือนมกราคมของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) หรือ FOMC Minutes ที่จะเผยแพร่ในวันพุธนี้ เพื่อหาสัญญาณทิศทางนโยบายดอกเบี้ย จากข้อมูล CME FedWatch Tool ตลาดคาดการณ์ว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกอาจเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ซึ่งหากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย อาจช่วยพยุงราคาทองคำได้ สปิวักประเมินว่าแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 5,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากทะลุได้ เป้าหมายถัดไปคือ 5,600 ดอลลาร์ และอาจสร้างจุดสูงสุดใหม่

ผลกระทบต่อโลหะมีค่าอื่นๆ และมุมมองนักลงทุนไทย

ไม่ใช่แค่ทองคำที่ร่วง โลหะมีค่าอื่นๆ ก็ปรับตัวลดลงตาม ราคาเงินสปอต (Silver) ลด 1.6% อยู่ที่ 75.33 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังร่วงกว่า 3% ก่อนหน้า แพลทินัม (Platinum) ลง 1.3% ที่ 2,014.08 ดอลลาร์ และพัลลาเดียม (Palladium) ร่วงหนัก 2.3% มาที่ 1,685.48 ดอลลาร์ สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจทองคำ ราคาทองในประเทศมักเคลื่อนไหวตามตลาดโลก แต่ปรับตามค่าเงินบาท หากบาทอ่อนลง อาจช่วยบรรเทาการร่วงได้บ้าง

สรุปแล้ว แม้ราคาทองคำร่วงต่อเนื่อง หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย และดอลลาร์แข็งค่า แต่ยังมีโอกาสฟื้นตัวหากเฟดส่งสัญญาณดี นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยง ไม่ถือทองคำมากเกินไป และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรายงานเฟดที่กำลังจะมา

คำแนะนำ: หากคุณเป็นนักลงทุนมือใหม่ ลองพิจารณากองทุน ETF ทองคำเพื่อลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง สมัครรับข่าวอัพเดทราคาทองคำและการวิเคราะห์ฟรีได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวสำคัญ!

ที่มา – ราคาทองคำร่วงต่อเนื่อง หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย และดอลลาร์แข็งค่า