วัน: 20 กุมภาพันธ์ 2026

อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดสร้างความฮือฮาและข้อถกเถียงมากมาย โดยเฉพาะปัญหาความโปร่งใสในการนับคะแนนและกระบวนการลงคะแนน ล่าสุด อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้อย่างแท้จริง นี่คือประเด็นสำคัญที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำชัดในการให้สัมภาษณ์รายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567

อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการตรวจสอบผลการเลือกตั้ง หลังพบปัญหาต่างๆ เช่น บัตรเขย่ง คะแนนรายงานไม่ตรงกับผลรวม รวมถึงขอให้อัพโหลดใบขีดคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งคู่กับใบรวมคะแนนบนเว็บไซต์ เพื่อให้สังคมตรวจสอบความถูกต้อง พรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบแล้ว พบปัญหาเด่นชัดในหลายพื้นที่

ตัวอย่างปัญหาการนับคะแนนที่ชวนสงสัย

  • เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา: ผลต่างระหว่างบัตรเลือกตั้ง 2 ระบบ สูงถึง 13,000 บัตร ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคได้ร้องกกต. แล้ว แต่ได้รับคำชี้แจงทางโทรศัพท์ว่าไม่มีปัญหาเพราะรวมแล้วเท่ากัน รอหนังสืออย่างเป็นทางการ
  • กรุงเทพมหานคร: ผู้สมัครพรรคได้คะแนน 71 แต่ใบรวมคะแนนระบุเพียง 1 คะแนน ตรวจสอบพบ 70 คะแนนหายไป บวกในบัตรเสียและบัตรไม่ลงคะแนนแทน

หากกกต.มั่นใจในความโปร่งใส ควรเปิดเผยใบขีดคะแนนทั้งหมด หากไม่เปิด จะยิ่งจุดสงสัยว่าปกปิดอะไร นายอภิสิทธิ์เตือนว่าอาจนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในระบบ สังคมไม่ยอมรับ และเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ได้ กกต.ต้องรับผิดชอบและอำนวยความสะดวกตรวจสอบทันที

ย้ำปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85

อีกประเด็นร้อนคือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับจริง หลักการลงคะแนนลับเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่ให้ตกอยู่ใต้อาณัติหรือความกลัว รัฐธรรมนูญมาตรา 85 ระบุชัดว่า ต้องไม่มีผู้ใดทราบหรือตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้ใคร บาร์โค้ดช่วยให้ตรวจสอบได้โดยตรง แม้ไม่ต้องพิสูจน์จริง คำว่า “อาจทราบหรือตรวจสอบได้” ครอบคลุมกรณีนี้

กฎหมายเลือกตั้งห้ามทำสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายพิเศษบนบัตร เพราะอาจล่วงรู้การลงคะแนน หากลับให้ลับเฉพาะตอนกา ทำไมต้องมีกฎห้ามนั้น เจตนารมณ์ชัดเจนเพื่อปกป้องสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก กระทบความน่าเชื่อถือทั้งระบบเลือกตั้ง หากไม่แก้ไข ประชาชนอาจสูญเสียศรัทธา

นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง ยังสะท้อนปัญหาเชิงระบบ เช่น การจัดการบัตรเลือกตั้งที่ล่าช้า การรายงานผลช้า และการขาดกลไกตรวจสอบอิสระ ในอดีตเคยมีคดีเลือกตั้งใหม่หลายครั้งเพราะปัญหาคล้ายกัน หากกกต.ไม่ตอบสนอง อาจนำไปสู่การร้องศาลหรือการประท้วงใหญ่

ความโปร่งใสคือหัวใจของประชาธิปไตย การเลือกตั้งต้องยุติธรรมและตรวจสอบได้ทุกฝ่าย เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่น สิ่งที่นายอภิสิทธิ์เสนอเป็นทางออกที่สมเหตุสมผล กกต.ควรรีบดำเนินการก่อนสายเกินแก้

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง และปัญหาบาร์โค้ดนี้? มีประสบการณ์ในหน่วยเลือกตั้งของคุณเองหรือไม่ แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันติดตามและผลักดันให้ระบบเลือกตั้งดีขึ้น!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง ย้ำปม “บาร์โค้ด” ขัดรัฐธรรมนูญ

เปิดพฤติการณ์ ชายยิงคนในหมู่บ้านดับที่พังงา ยังจับไม่ได้ สั่งหยุดแล้ว 4 โรงเรียน

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจกำลังเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ เมื่อ เปิดพฤติการณ์ ชายยิงคนในหมู่บ้านดับที่พังงา ยังจับไม่ได้ สั่งหยุดแล้ว 4 โรงเรียน เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ซึ่งปกติเป็นพื้นที่สงบเรียบร้อย แต่กลับมีชายวัย 50 ปีก่อเหตุยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตอย่างโหดร้าย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังไล่ล่าผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางการสั่งมาตรการเข้มเพื่อปกป้องประชาชน

เปิดพฤติการณ์ ชายยิงคนในหมู่บ้านดับที่พังงา ยังจับไม่ได้ สั่งหยุดแล้ว 4 โรงเรียน

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ สภ.คุระบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนยิงกันตายที่บ้านบางหว้า หมู่ 9 ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เมื่อรีบไปตรวจสอบ พบศพนายฮาลีม โต๊ะหมัด อายุ 64 ปี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ทางครอบครัวรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความโศกสลดให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

ผู้ก่อเหตุคือนายประภาศ บุญเสน อายุ 50 ปี ชื่อเล่น “โล้น” หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทันที จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านผู้ตาย พบพฤติกรรมน่าสะพรึงกลัว ชายคนนี้เดินมาจากรถจักรยานยนต์ที่จอดห่างเพียง 5 เมตร ก่อนยืนหลบหลังท้ายรถกระบะของผู้ตาย แล้วเล็งปืนยิงใส่ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 นัด ขณะนั้นภรรยาของผู้ตายกำลังอุ้มหลานอยู่ใกล้ๆ ได้ยินเสียงปืนก็รีบหลบหนีทัน เพื่อนบ้านอีก 2 คนวิ่งมาช่วยเหลือแต่ก็สายเกินไป

พฤติการณ์หลังก่อเหตุยิงคนในหมู่บ้านดับ

ไม่หยุดแค่นั้น หลังจากยิงผู้ตาย นายประภาศยังขี่รถจักรยานยนต์ไปยิงบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 1 นัด จากนั้นกลับมาบ้านตัวเองแล้วยิงปืนขึ้นฟ้าถึง 6 นัด ก่อนจะไปยิงเพื่อนบ้านอีก 1 นัด โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเพราะทุกคนไหวตัวทันและหลบได้ทัน ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ผู้ก่อเหตุไม่มีปัญหากับใครเลย แต่ทุกคนมองว่าเขาน่าจะ “เสียสติ” หรือเก็บกดมานาน เพราะเป็นคนอารมณ์ร้อน ไม่มีใครกล้าคุยด้วย และทราบว่ามีอาวุธปืนเก็บไว้ในครอบครอง ทำให้ชุมชนหวาดกลัวมาตลอด

การติดตามตัวผู้ต้องหายังจับไม่ได้

เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และปกครองอำเภอคุระบุรี เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พบว่ารถจักรยานยนต์ทะเบียนภูเก็ตถูกทิ้งไว้ชายป่าบริเวณทางขึ้นเขานุ้ย อ่าวเคย ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงอายัดรถคันนี้ไว้ จากนั้นค้นพบกระท่อมร้างบนเขานุ้ย ซึ่งเป็นที่ที่ผู้ต้องหาเคยอาศัยอยู่ แต่ตอนนี้มีคนอื่นเข้ามาอยู่แทน การตรวจค้นกระท่อมพบปืนไม่มีทะเบียน จึงยึดไว้เพื่อตรวจสอบต่อไป แต่ตัวผู้ต้องหายังคงหลบหนี ล่าสุดยังจับไม่ได้

มาตรการเร่งด่วน สั่งหยุดเรียน 4 โรงเรียน

เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและครู ทางอำเภอคุระบุรีได้ประกาศสั่งปิดโรงเรียนในพื้นที่ 4 แห่งทันที 1 วัน ดังนี้

  • โรงเรียนบางหว้า
  • โรงเรียนบ้านเตรียม
  • โรงเรียนบ้านสวนใหม่
  • โรงเรียนดาลิสสลาม

เหตุการณ์ เปิดพฤติการณ์ ชายยิงคนในหมู่บ้านดับที่พังงา ยังจับไม่ได้ สั่งหยุดแล้ว 4 โรงเรียน นี้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านทั้งอำเภอคุระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทที่ทุกคนรู้จักกันหมด ชาวบ้านหลายคนออกมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังติดตามจับกุมให้ได้โดยเร็ว และตรวจสอบอาวุธปืนเถื่อนในพื้นที่ให้เข้มงวดมากขึ้น

แม้ตอนนี้ยังไม่ทราบแรงจูงใจที่แท้จริง แต่จากพฤติกรรมที่ดูบ้าคลั่งและยิงแบบสุ่มๆ น่าจะเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิตหรือความเครียดสะสม สะท้อนให้เห็นปัญหาสังคมที่เราต้องให้ความสำคัญมากขึ้น เช่น การดูแลสุขภาพจิตในชุมชน และการควบคุมอาวุธปืนที่ผิดกฎหมาย

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่การรักษาความปลอดภัยอาจไม่แน่นหนา หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือเห็นบุคคลต้องสงสัย อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ติดตามความคืบหน้าคดีชายยิงคนในหมู่บ้านดับที่พังงาได้ที่นี่ แบ่งปันข่าวนี้ให้เพื่อนๆ และแสดงความเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง เราจะอัปเดตข้อมูลล่าสุดให้ทราบทันที

ที่มา – เปิดพฤติการณ์ ชายยิงคนในหมู่บ้านดับที่พังงา ยังจับไม่ได้ สั่งหยุดแล้ว 4 โรงเรียน

รูปแบบ UWCL ใหม่ง่ายสำหรับทีมอังกฤษหรือไม่

รูปแบบ UWCL ใหม่ง่ายสำหรับทีมอังกฤษหรือไม่

ฤดูกาลนี้มีทีมอังกฤษ 3 ทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก หญิง แต่จะง่ายอย่างที่เห็นหรือ?

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ลงแข่งในรอบแบ่งกลุ่มครั้งแรก คว้าชัยชนะรวม 5-0 เหนือแอตเลติโก มาดริด เมื่อวันพฤหัสบดี

นั่นทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายผ่านรอบเพลย์ออฟสองนัด ขณะที่อาร์เซนอลก็ผ่านเส้นทางเดียวกัน ชนะโอเอช เลอเวน รวม 7-1

เชลซีจองที่นั่งในรอบ 8 ทีมสุดท้ายไปแล้วตั้งแต่จบอันดับท็อปโฟร์ในเฟสลีก ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่นำมาใช้ฤดูกาลนี้

แต่ รูปแบบ UWCL ใหม่ง่ายสำหรับทีมอังกฤษหรือไม่? หรือทีมอังกฤษแค่แสดงความเหนือชั้น?

การจับสลากเข้าข้างทีมอังกฤษหรือไม่?

ไม่เชิง

แชมป์เก่าอาร์เซนอลต้องเริ่มด้วยการเจอลียง ผู้ชนะ 8 สมัย ซึ่งเคยแพ้ในรอบรองชนะเลิศฤดูกาลก่อน

ครั้งนี้พวกเขาแพ้ และยังแพ้บาเยิร์น มิวนิคในเฟสลีก ทำให้ต้องลุ้นเข้ารอบ

หลายเดือนที่ตึงเครียด แต่ชัยชนะเหนือเรอัล มาดริดและเอฟซี ทเวนเต้ ช่วยให้อาร์เซนอลจบอันดับ 5 ได้เพลย์ออฟที่ง่าย หลีกเลี่ยงทีมเก๋าอย่างวอลส์บวร์กและยูเวนตุส เจอโอเอช เลอเวน น้องใหม่ที่เคยชนะ 3-0 ในเฟสลีก

เลกแรกชนะ 4-0 รีเน่ สเลเกอร์ส กุนซืออาร์เซนอลยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องง่าย “ก่อนเกมแรก เรารู้ว่าเลอเวนทำทีมยุโรปลำบากมาก” เธอกล่าวหลังชนะเลกสอง 3-1 “เรายิงเฉียบขาดในเลอเวน และเลกสองนำ 4-0 แล้วเปลี่ยนเกม”

ยูไนเต็ดเจอแอตเลติโก มาดริดที่เคยเข้ารอบแบ่งกลุ่ม 6 ครั้งในทศวรรษ และเคยเจอในเฟสลีก

ทีมสเปนอันดับ 6 ลีกาฟ ห่างบาร์เซโลนา 25 แต้ม

ยูไนเต็ดผ่านรอบคัดเลือก 3 ด่าน เกือบแพ้บรานน์ แล้วเจอวอลส์บวร์ก ยูเวนตุส ลียงในกลุ่ม “ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมชอบโครงสร้าง UCL มันให้เจอสไตล์ใหม่ๆ ช่วยให้เราเติบโตเร็ว” มาร์ค สกินเนอร์กล่าว

เชลซีท็อปซีด ผ่านตรงเข้าสู้บาร์เซโลนาและวอลส์บวร์ก รอบหน้าเจออาร์เซนอล อาจลียงหรือบาร์ซ่าต่อ

รูปแบบ UWCL ใหม่ง่ายสำหรับทีมอังกฤษหรือไม่

รูปแบบใหม่: 18 ทีมเจอคู่ต่อสู้ 6 ทีม สุ่มเหย้า-เยือน ท็อป 4 เข้ารอบ 8 ทีมตรง ล่างสุด 6 ทีมตกรอบ ที่เหลือเพลย์ออฟ

เดิม: กลุ่ม 4 ทีม เจอเหย้า-เยือน ท็อป 2 เข้า

ทีมใหญ่แย่งหัวตาราง ได้คู่ต่อไปง่าย ทีมเล็กลำบาก

ครั้งนี้เสี่ยงมากขึ้น แต่รอบ 8 ทีมยังทีมใหญ่ ยกเว้นยูไนเต็ด

ทิม สติลแมน แฟนอาร์เซนอลจาก Arseblog บอก BBC ว่าฤดูกาลนี้ “สงบกว่า” รูปแบบใหม่ “ปกป้องทีมใหญ่จากความเสี่ยง”

“เกมหัวจมท้ายเดิมกำหนดกลุ่ม แพ้บาเยิร์นปีก่อนตึงมาก ปีนี้ไม่มีดราม่าแบบนั้น” เขากล่าว “อาร์เซนอลแพ้ทีมโถ 2 สองนัด แต่ต้องแพ้ทีมโถ 3-4 อีกสองถึงตกรอบ ไม่น่าเกิด ถ้าพลาดเฟสลีก ก็ได้เพลย์ออฟง่ายๆ”

สเลเกอร์สเสริมว่า “อาร์เซนอลเป็นแค่เรื่องเดียว ต้องดูยาวๆว่ารูปแบบนี้ช่วยทีมใหญ่จริงไหม”

ทีมอังกฤษพัฒนาขึ้นในยุโรปจริงๆ หรือ?

ไม่ว่าต่อรองรูปแบบ ทีมอังกฤษคือยอดทีมยุโรป

อาร์เซนอลแชมป์จากเกาะนี้สองสมัย แต่ปีก่อนตกรอบคัดเลือก

ฤดูกาลที่แล้วเล่น 15 นัด เข้าชิงชนะบาร์เซโลนา

เชลซีเข้ารอบรอง 3 สมัยติด รองชนะ 2021

“ลีกเราแข็งแกร่ง อยากมีหลายทีมในรอบลึก” ฟาร่า วิลเลี่ยมส์ อดีตทีมชาติอังกฤษกล่าวใน Disney+ “สามทีมรอบ 8 ทีมแสดงการเติบโตจากการลงทุน”

แมนฯ ซิตี้ลีดเดอร์ WSL เคยตกรอบคัดเลือก 2022-23 ไม่เกินรอบ 8 ตั้งแต่ 2018

ยูไนเต็ดทะลุด้วยแนวรับดี 8 คลีนชีตจาก 12 นัด เจอบาเยิร์นรอบหน้า อังกฤษมีทีมเข้าชิงอย่างน้อยหนึ่ง

  • ติดตามข่าว UWCL ล่าสุด และเชียร์ทีมอังกฤษต่อไป!
  • คุณคิดว่ารูปแบบใหม่ช่วยทีมใหญ่จริงไหม? แชร์ความเห็นด้านล่าง

รูปแบบ UWCL ใหม่ช่วยให้ทีมอังกฤษแสดงศักยภาพได้ดีขึ้น แต่ความเหนือกว่ามาจากพัฒนาการที่แท้จริง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“อนุทิน” สั่งหักดิบงดออกใบพกปืน (ป.12) ทั่วประเทศ 1 ปี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเราทุกคนเลยนะครับ นั่นคือ “อนุทิน” สั่งหักดิบงดออกใบพกปืน (ป.12) ทั่วราชอาณาจักรเป็นเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อดัดหลังปัญหาอาชญากรรมที่ใช้ปืนก่อเหตุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คำสั่งนี้เพิ่งออกมาแบบด่วนที่สุด รับรองว่าทำให้หลายคนต้องหันมามองเรื่องการพกพาอาวุธปืนใหม่แน่นอน

อนุทิน สั่งหักดิบงดออกใบพกปืน (ป.12)

“อนุทิน” สั่งหักดิบงดออกใบพกปืน (ป.12)

มาดูรายละเอียดกันเลยครับ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ที่ 429/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสาระสำคัญคือ ห้ามการออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราวทั่วประเทศ มีกำหนด 1 ปี นับจากวันถัดไปหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ทำไมถึงต้องออกมาตรการเข้มข้นขนาดนี้? เพราะในช่วงที่ผ่านมา เหตุการณ์นำปืนไปก่ออาชญากรรมในที่สาธารณะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการยิงกันในห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด หรือแม้แต่บนท้องถนน สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้ประชาชนจำนวนมาก จนทุกคนรู้สึกไม่ปลอดภัย มาตรการนี้จึงเป็นการใช้พ.ร.บ.อาวุธปืนและกระสุนปืน พ.ศ. 2496 มาสั่งระงับการออกใบอนุญาตใหม่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

คำสั่งอนุทิน ห้ามออกใบพกปืน ป.12

สาเหตุและสาระสำคัญของ “อนุทิน” สั่งหักดิบงดออกใบพกปืน (ป.12)

ปัญหาหลักที่นำไปสู่คำสั่งนี้คือ การที่อาวุธปืนถูกนำไปใช้ในทางมิชอบมากขึ้น สถิติจากตำรวจเผยว่าในปีที่ผ่านมา เหตุยิงกันตายเพิ่มขึ้นกว่า 20% โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดใหญ่ๆ ทำให้ประชาชนหวาดกลัว คำสั่งนี้จึงมุ่งหวังลดโอกาสที่อาวุธปืนจะไหลเข้าสู่ผู้ที่ไม่เหมาะสม

  • ห้ามออกใบอนุญาตใหม่: ไม่ว่าจะขอพกปืนเพื่อเหตุผลใด ก็งดทั้งหมด 1 ปี
  • ใบอนุญาตเก่ายังใช้ได้: ผู้ที่มีอยู่แล้วไม่กระทบ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด
  • กำหนดการบังคับใช้: เริ่มทันทีหลังประกาศราชกิจจฯ
  • เป้าหมายหลัก: ลดอาชญากรรม ลดความรุนแรงในพื้นที่สาธารณะ

นอกจากนี้ ยังมีแผนสนับสนุนจากการตรวจสอบใบอนุญาตเก่าให้เข้มงวดขึ้น และรณรงค์ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสอาวุธเถื่อน เพื่อให้มาตรการได้ผลเต็มที่

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

สำหรับผู้ที่ทำอาชีพเสี่ยงภัย เช่น รปภ. พ่อค้าที่เคยขอพกปืนป้องกันตัว อาจต้องปรับตัว โดยหันไปใช้วิธีอื่น เช่น กล้องวงจรปิดหรือขอความช่วยเหลือจากตำรวจมากขึ้น ในทางกลับกัน ประชาชนทั่วไปน่าจะรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เพราะลดความเสี่ยงถูกยิงโดยคนพกปืนไม่หวังดี

ผมคิดว่ามาตรการ “อนุทิน” สั่งหักดิบงดออกใบพกปืน (ป.12) นี้เป็นก้าวแรกที่ดีในการควบคุมอาวุธ แต่ต้องตามด้วยการแก้ปัญหา根源 เช่น การปราบปรามแก๊งอาชญากร การศึกษาให้เยาวชนรู้เดียงสาเรื่องปืน และเพิ่มกำลังตำรวจชายแดนเพื่อตัดการลักลอบนำเข้า ถ้าทำได้ครบวงจร ปัญหาน่าจะลดลงจริงๆ

สุดท้ายนี้ คุณคิดอย่างไรกับคำสั่งนี้ครับ? มันจะช่วยลดอาชญากรรมได้จริงหรือไม่ หรือมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความเห็นกันด้านล่างเลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วย!

ที่มา – “อนุทิน” สั่งหักดิบงดออกใบพกปืน (ป.12) ทั่วประเทศ 1 ปี ดัดหลังอาชญากรรม

‘ใหญ่กว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่า’ ทำไมแมตช์มากขึ้นไม่ดี

‘ใหญ่กว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่า’ – ทำไมแมตช์มากขึ้นไม่ดีต่อเกมฟุตบอล

ฤดูกาลกำลังเข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้าย การแข่งขันมาอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะสโมสรพรีเมียร์ลีกที่ยังลุ้นในรายการยุโรป

ด้วยแมตช์เพิ่มเติม การเดินทาง เวลาต่างประเทศ และความเสียเปรียบเมื่อทีมกลับมาเล่นนอกบ้านในพรีเมียร์ลีก สุขภาพนักเตะกลายเป็นปัญหาสำหรับผู้จัดการทีมเหล่านั้น คุณจะรักษาคุณภาพการพักผ่อนที่จำเป็นสำหรับผู้เล่นเพื่อรักษาฟอร์มสูงสุดและลดความเสี่ยงบาดเจ็บได้อย่างไร?

จากทีมที่ลงเล่นสัปดาห์นี้ นิวคาสเซิ่ลเดินทางไกลที่สุด ระยะทาง 2,529 ไมล์ไปบากู เป็นระยะทางไกลที่สุดที่ทีมอังกฤษเคยเดินทางในแชมเปียนส์ลีก

การเดินทางไป-กลับ บวกกับความยากของเกมเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันเสาร์เย็น เป็นภาระหนักหน่วง โดยเฉพาะเมื่อสถิติมักไม่เป็นใจให้ทีมที่เล่นยุโรปแล้วกลับมาเยือน

นี่เป็นปัญหาที่ผมเคยเจอสมัยอยู่สโต๊ค ในยูโรป้า ลีก ต้องบินไกลไปอิสราเอล ยูเครน โครเอเชีย และตุรกี

เราลองวิธีการฟื้นตัวหลายแบบ บางครั้งบินกลับทันทีหลังเกม หรือค้างคืนให้ทีมแพทย์พานักเตะทำเซสชั่นฟื้นตัวเบาๆ เช้า กินข้าวเช้าแล้วบินกลับ

ยากมากที่จะหาวิธีที่สมดุล ไม่ว่าจะลองยังไง การเล่นเยือนสุดสัปดาห์นั้นหนักหนา และเราก็แพ้พรีเมียร์ลีกเละสองนัดหลังจากนั้น

ทีมอื่นๆ ก็เช่นกัน ยังไม่มีใครหาคำตอบได้จริง แม้ผมจะมีวิธีจัดการฟิตเนสตลอดฤดูกาลที่ได้ผลดี

การเตรียมนักเตะให้ฟิตสำหรับฤดูกาลและรักษาไว้

ในเกมสมัยใหม่ สโมสรพรีเมียร์ลีกทุ่มทุนมหาศาลให้ทุกแผนก โดยเฉพาะแผนกแพทย์และวิทยาศาสตร์กีฬา

วันนี้ แผนกเหล่านี้ให้ข้อมูลฟิตเนสมหาศาล นักเตะได้รับการดูแลดีกว่าที่เคย

ยุคที่ฉีดยาแก้ปวดเพื่อลงสนามโดยไม่คิดอะไร กลายเป็นอดีต นักเตะยุค 70-80 ต้องพึ่งเงินค่าปรากฏตัวและโบนัสชนะเพื่อจ่ายหนี้บ้าน เลยยอมเจ็บปวดเพื่อลงเล่น

การเปลี่ยนแปลงในเกมเราตั้งแต่นั้นมหัศจรรย์ ส่วนใหญ่ดีขึ้นทั้งหมด

แต่ยังมีคำถามเรื่องบาดเจ็บเนื้อเยื่ออ่อน เช่น กล้ามเนื้อขาหนีบ น่อง หลังเข่า ว่าทำไมยังเยอะ

สมัยผมในพรีเมียร์ลีก ทำงานกับทีมแพทย์ฟิสิโอโค้ชฟิตเนสชั้นยอด

ทุกปรีซีซั่น ผมอธิบายสิ่งที่ต้องการ โดยเน้นบาดเจ็บเนื้อเยื่ออ่อน ถ้าปรับตัวและดูแลถูกทาง เราหลีกเลี่ยงได้

บาดเจ็บข้อจากดวลแข่งขันควบคุมไม่ได้ แต่กล้ามเนื้อควบคุมได้

ปรีซีซั่นของผม 10-14 วันฝึกทนแบบ endurance ในช่วงที่ไม่กระทบกล้ามขาใหญ่

หลังปรึกษาแพทย์ว่าพร้อม เปลี่ยนเป็นเซสชั่นสั้นเร็วขึ้น มีบอลไม่มีบอล

หลังวางฐาน strength & conditioning แล้ว ฤดูกาลทั่วไปคือ pre-activation เช่น glute bridges band walks น้ำหนักเบา ยืดกล้าม

วันละ 1 ชม 20 นาทีบนหญ้า ต้นสัปดาห์หนัก ท้ายสัปดาห์ลดลง

ทำไมแมตช์มากขึ้นไม่ดีต่อเกมฟุตบอล

วิธีผมได้ผลดี แต่พออ่านสถิติบาดเจ็บเนื้อเยื่ออ่อนเยอะ ผมติดต่อคนแพทย์ในวงการที่เคารพเพื่อถามทำไม

ไม่ได้เพราะโปรแกรม strength ลดลง แต่ฟุตบอลวันนี้ นักเตะใหญ่ แข็งแรง เร็วขึ้น

ไม่ใช่เพราะแมตช์เยอะ แมนยู 66 เกมปี 2008-09 ลิเวอร์พูล 63 เกม 2021-22 ซีซั่นนี้เชลซี ซิตี้ อาร์เซน่อล ก็คล้าย

แล้ว 5 ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรกับนักเตะท็อป?

ทุกทีมมีนักเตะเร็วเกิน 2-3 คน ต่างจาก 30 ปีก่อนที่ผมเริ่มคุมทีม

ระยะทางวิ่งไม่เปลี่ยน แต่เร่งความเร็วบ่อยขึ้น สตresse กล้ามเนื้อส่วนบนมากขึ้น

จัดการได้ไหม? ได้ แต่ยากขึ้น ไม่ใช่แมตช์เยอะ แต่แน่นในเวลาสั้น

นักเตะเริ่มบ่นแมตช์ทีมชาติทับคลับ ฟีฟ่า ยูฟ่า เพิ่มทั้งตารางและขนาดรายการ

เวิลด์คัพปีนี้ 48 ทีม 104 เกม สองเท่าปี 1994 ในสหรัฐ 72 เกมน็อกเอาต์กลุ่มตกรอบ 16 ทีม

แชมเปียนส์ลีกใหม่ 36 ทีม 144 เกมตกรอบ 12 ทีมก่อนน็อกเอาต์ (ผมงงทีมแพ้ติดๆ ยังเข้ารอบ)

บวกยูโรป้า 2 รายการ คลับเวิลด์คัพใหม่ ฟีฟ่า ยูฟ่าทำงานหนักสร้างอาณาจักร

เหตุผลทำไมแมตช์มากขึ้นไม่ดีต่อเกมฟุตบอล

ยินดีกับชาติเล็กที่ได้เวิลด์คัพครั้งแรก แฟนบอลสนุก แต่แฟนกลางๆ คงสงสัยว่าใหญ่กว่าดีกว่าจริงเหรอ โดยเฉพาะกระทบพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกคือลีกที่ดีที่สุด ต้องปกป้อง

หลายคนในวงการห่วงสุขภาพนักเตะ ผมอาจ old school แต่เชื่อว่าต้องปกป้องทีมท็อปและนักเตะ เพื่อให้ลีกเราดีและสำเร็จที่สุด

NFL ลีกเดียวที่เทียบพรีเมียร์ ลีกนานาชาติ ลง 1 เกม/สัปดาห์ นักเตะ elite ในฟอร์มดี

พรีเมียร์ลีกควรเหมือนกัน หน่วยงานอังกฤษต้องระวังการรุกรานของฟีฟ่า ยูฟ่า

นักเตะท็อปไม่ใช่แคชคาวให้แข่งเกินควร

รายการท็อปต้องโชว์นักเตะ elite ใน peak สำหรับสโมสรและชาต ชัมเปียนส์และเวิลด์คัพต้องเหนือกว่าลีกในประเทศ

แต่ไม่ใช่ ฟีฟ่า ยูฟ่าเจือจางรายการ เป้าหมายคือเงินจากเกมไร้สาระ

โทนี่ พูลิสให้สัมภาษณ์ BBC Sport กับคริส เบแวน

สรุปแล้ว ทำไมแมตช์มากขึ้นไม่ดีต่อเกมฟุตบอล เพราะเสี่ยงสุขภาพ ลดคุณภาพ และเจือจางการแข่งขันชั้นนำ คุณเห็นด้วยไหม? แสดงความเห็นด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ว่าที่คุณแม่ป้ายแดง “อูน ชนิสรา” ประกาศตั้งครรภ์

ข่าวดีสุดอบอุ่นหัวใจมาฟื้นฟูแฟนๆ แล้วค่ะ! ว่าที่คุณแม่ป้ายแดง “อูน ชนิสรา” หรือที่รู้จักในนาม อูน ไดมอนด์เกรนส์ อินฟลูเอนเซอร์และนักธุรกิจสาวชื่อดัง เจ้าของเพลงฮิต “เฮอร์ไมโอน้อง (Hermionong)” ได้ประกาศข่าวล่าช้าที่ทุกคนรอคอย ว่าตอนนี้เธอตั้งครรภ์แล้ว แฟนคลับทั่วโซเชียลแห่กันยินดีอย่างล้นหลาม ทำให้โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน

ว่าที่คุณแม่ป้ายแดง “อูน ชนิสรา” ประกาศตั้งครรภ์แล้ว แฟนคลับแห่ยินดีเพียบ

ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 อูน ชนิสรา ได้โพสต์ข้อความยาวเหยียดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเล่าถึงความรู้สึกเหมือนฝันที่เป็นจริง หลังจากรอคอยมานานหลายปี เธอเลือกเวลาที่ร่างกายเข้าที่เข้าทางในช่วงไตรมาสแรก และตอนนี้ผ่านช่วงเสี่ยงมาได้แล้ว จึงกล้าประกาศให้โลกรู้ โพสต์ดังกล่าวเต็มไปด้วยความซึ้ง ความสุข และคำขอบคุณต่อทุกคนรอบตัว

เส้นทางสู้เพื่อมีลูกของว่าที่คุณแม่ป้ายแดง “อูน ชนิสรา”

อูนเปิดใจถึงความท้าทายที่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะภาวะ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) ที่ทำให้ประจำเดือนขาดหาย นับวันไม่ได้ แม้แต่งงานมา 8 ปีก็ยังไม่ตั้งครรภ์ ทั้งคู่ต้องผ่านการฝากไข่หลายรอบ จิ้มพุงตรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะทำใจ ใช้ชีวิตให้เต็มที่โดยไม่คาดหวัง ทว่าช่วงหลังร่างกายมีสัญญาณแปลกๆ จึงลองตรวจ妊娠 ผลคือ 2 ขีดชัดเจน และอัลตราซาวด์ยืนยันหัวใจลูกน้อยเต้นตุ้บๆ

  • PCOS: ภาวะที่ทำให้มีลูกยาก ประจำเดือนไม่ปกติ
  • แต่งงาน 8 ปี: รอคอยนานแสนนาน
  • ตรวจ妊娠หลายครั้ง: จากไม่เชื่อ สู่ความจริง
  • อัลตราซาวด์ครั้งแรก: เห็นแขนขาลูก เห็นหัวใจเต้น

วินาทีนั้น อูนบอกว่าอธิบายไม่ได้ เหมือนทุกความฝันในชีวิตจะเป็นจริง ตั้งแต่นั้นมา แผนชีวิตทุกอย่างปรับตามลูกน้อย ไม่ดื้อหมอ มีแต่คำว่า “แข็งแรงไว้ก่อน” และความปลอดภัยของลูกมาก่อนเสมอ

โพสต์สุดซึ้งจากอูน ชนิสรา

“ถึงเวลาบอกได้แล้ว อูนท้องนะคะ… ขอบคุณหนูด้วยที่เลือกมาในวันที่พ่อและแม่เข้าใจความรัก และแข็งแรงทางใจมากแล้ว… แค่หัวใจหนูยังเต้นอยู่ นั่นคือความสำเร็จของแม่แล้ว รักหนูมานานแล้ว รักที่สุดในชีวิตนี้เลย”

อูนยังขอบคุณครอบครัว เพื่อนๆ และแฟนคลับที่คอยเอ็นดูเสมือนคนในครอบครัว แม้ไม่รู้เรื่องก็ยังส่งกำลังใจมาเสมอ

แฟนคลับแห่ยินดีกับว่าที่คุณแม่ป้ายแดง “อูน ชนิสรา”

หลังโพสต์เผยแพร่ คอมเมนต์ยินดีถล่มทลาย ไม่ว่าจะเป็น “ยินดีด้วยนะคะพี่อูน สุขสันต์วันแม่ล่วงหน้า” “ร้องไห้ตามเลยค่ะ แรงบันดาลใจมาก” หรือ “ลูกน้อยมาเติมเต็มครอบครัวแล้ว สู้ๆ นะคะ” แสดงให้เห็นถึงความนิยมและความรักที่แฟนๆ มีต่ออูน

นอกจากนี้ อูนยังเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับว่าที่คุณแม่ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น PCOS ที่หลายคนกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ การดูแลตัวเองในช่วงแรกสำคัญมาก เช่น กินอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายเบาๆ ปรึกษาหมอสม่ำเสมอ และรักษาสุขภาพจิตให้ดี เพื่อให้ลูกน้อยแข็งแรง

ข่าว ว่าที่คุณแม่ป้ายแดง “อูน ชนิสรา” ประกาศตั้งครรภ์แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นแรงบันดาลใจให้คู่รักหลายคนที่กำลังรอคอยโมเมนต์นี้ มันพิสูจน์ว่าความสุขมาถึงเมื่อเราพร้อมทั้งใจและกาย ติดตามอัปเดตสุขภาพอูนและลูกน้อยได้ทางโซเชียลของเธอเลยนะคะ หรือแชร์ประสบการณ์ตั้งครรภ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ สร้างชุมชนคุณแม่ป้ายแดงด้วยกัน!

ที่มา – ว่าที่คุณแม่ป้ายแดง “อูน ชนิสรา” ประกาศตั้งครรภ์แล้ว แฟนคลับแห่ยินดีเพียบ

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ เป็นประเด็นร้อนในวงการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งล่าสุด ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงจุดยืนของพรรค โดยย้ำว่าพรรคไม่จำเป็นต้องดิ้นรนแย่งชิงตำแหน่งในรัฐบาล แต่พร้อมเจรจาหากเงื่อนไขชัดเจนและปราศจากปัญหาทุนเทาและพรรคที่มีประเด็นจริยธรรม

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ

ในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นายอภิสิทธิ์ ได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่รีบประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านแบบหักหาญ เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. ที่จะตัดสินใจร่วมกัน โดยเบื้องต้นพรรคเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ก่อน แต่หากมีพรรคอื่นมาแสดงท่าทีประสาน ก็พร้อมนั่งคุย โดยยึดหลักการเดิมที่เคยให้คำมั่นกับประชาชน คือ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีทุนเทา ไม่มีการครอบงำ และไม่สร้างความแตกแยก

นายอภิสิทธิ์ เน้นย้ำว่า “ผมไม่ได้ดิ้นรนอะไร เพราะพรรคการเมืองต้องพร้อมทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะค้านหรือรัฐบาล ปชป. เป็นพรรคขนาดเล็กที่มี 22 เสียง แต่เรามีจุดยืนชัดเจน” การที่ยังไม่ประกาศชัดเจนนั้น เพื่อไม่ให้ดูหักหาญเกินไป และเปิดช่องให้เกิดการเจรจาที่เหมาะสม

วิเคราะห์การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้

สำหรับภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ มองว่าพรรคภูมิใจไทยครองเสียงข้างมาก ทำให้รัฐบาลมีความเสถียรภาพสูง แม้ไม่มีพรรคที่มีปัญหาจริยธรรมร่วมด้วย ก็ยังรวบรวมเสียงได้กว่า 290 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมีเพียง 210 เสียง ต่างกันมาก หากจะดึงพรรคที่มี 58 เสียง (หมายถึงพรรคที่เคยโต้เถียงกันก่อนหน้า) เข้ามา ก็เพื่อป้องกันปัญหาจากพรรคเพื่อไทยที่มี 74 เสียง เพราะ 58 เสียงมีน้ำหนักมากกว่าประชาธิปัตย์ 22 เสียง สามารถใช้หักลบได้หากเกิดปัญหา

พรรคภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะไม่มีคู่แข่งในการจัดตั้งรัฐบาล และยังมีอำนาจต่อรองสูงสุดแม้จะอยู่นิ่งๆ ก็ตาม นี่คือมุมมองที่เฉียบคมจากอภิสิทธิ์ ที่แสดงให้เห็นถึงการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์การเมือง

  • เงื่อนไขร่วมรัฐบาลของ ปชป.:
  • ไม่มีพรรคกล้าธรรมหรือพรรคที่มีปัญหาจริยธรรม
  • ปราศจากทุนเทาและการครอบงำ
  • ไม่สร้างปมขัดแย้งหรือความแตกแยก
  • ยึดมั่นคำมั่นสัญญากับประชาชน

เมื่อถูกถามถึงการโต้เถียงกับพรรค 58 เสียงที่เคยบอก “คอยดูเถอะ” หลัง ปชป. ประกาศไม่จับมือ นายอภิสิทธิ์ สวนกลับอย่างเจ็บแสบว่า “ไม่เป็นไร คอยดูเถอะเช่นกัน พรรคที่มี ส.ส. ถึง 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ?” เขายังยอมรับว่าการที่พรรคเคยโวว่าจะกำหนดทิศทางรัฐบาลก่อนเลือกตั้งนั้นทำไม่ได้จริง เพราะมีเสียงน้อย แต่พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบเต็มที่

งานแรกที่ ปชป. จะทำในสภา คือการยื่นตรวจสอบจริยธรรมรัฐมนตรีที่มีประเด็น โดยไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่เป็นการใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญ หากถูกชวนร่วมรัฐบาลแต่มีคนที่มีปัญหาอยู่ด้วย ก็จะไม่เข้าร่วม พรรคจะเป็นพลังตรวจสอบที่เอาจริง เพื่อยกระดับมาตรฐานการเมืองไทย

ดักคอรัฐบาล: อย่าเหลิงอำนาจแม้คุมเบ็ดเสร็จ

นายอภิสิทธิ์ ประเมินทิศทางการเมืองว่าหากเลือกตั้งเรียบร้อยหรือต้องลงใหม่ รัฐบาลตัวเลขคงไม่เปลี่ยน แต่จะอยู่ครบเทอมได้หรือไม่ ขึ้นกับว่ารัฐบาลจะไม่สะดุดขาตัวเอง ไม่ทำผิดพลาดใหญ่ หากหลีกเลี่ยงปัญหาจากองค์กรอิสระได้ ก็อยู่ได้ยาว

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่ารัฐบาลอย่าประมาท หากมีอำนาจเบ็ดเสร็จครอบคลุม สว. องค์กรอิสระ และศาล อาจถูกมองว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ว่ารัฐบาลฝ่ายใด ในที่สุดอาจกลายเป็นจุดพลิกผันนำไปสู่จุดจบได้

จากจุดยืนนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดหลักธรรมาภิบาลและการตรวจสอบอย่างแท้จริง คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของอภิสิทธิ์? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ

เบรนท์ฟอร์ดเลือกกุนซือถูกต้องยังไง

เบรนท์ฟอร์ดเลือกกุนซือถูกต้องยังไง

เบรนท์ฟอร์ดเลือกกุนซือถูกต้องยังไง จนกลายเป็นปริศนาของวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก? เมื่อโธมัส แฟร้งก์ บอสเก่าออกไปอยู่ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว แฟนๆ ทีมผึ้งหวั่นใจว่าทีมจะล้มเหลว โดยเฉพาะเมื่อแต่งตั้งคีธ แอนดรูวส์ มือใหม่ไม่มีประสบการณ์คุมทีมใหญ่ แต่ใครจะไปคิดว่าปีนี้เบรนท์ฟอร์ดกำลังลุ้นท็อปสิบ ลอยตัวเหนือโซนตกชั้น และเข้ารอบ FA Cup รอบ 5 แล้ว!

แอนดรูวส์คือตัวอย่างล่าสุดของ เบรนท์ฟอร์ดเลือกกุนซือถูกต้องยังไง ที่กล้าทุ่มให้คนไร้ประสบการณ์ แต่กลับเกินคาดเสมอ ในรอบ 15 ปีภายใต้เจ้าของแมตต์ เบนแฮม ทีมแต่งตั้งกุนซือถาวรแค่ 6 คน และพลาดแค่อันเดียวเท่านั้น สวนทางกับทีมใหญ่หลายทีมที่เปลี่ยนบอสวุ่นวาย ทั้งที่เบรนท์ฟอร์ดมีงบน้อยสุดๆ ในลีก ต้องขายสตาร์บ่อยๆ แต่ทำไมถึงสำเร็จตลอด?

ทำไมแฟนเบรนท์ฟอร์ดถึง ‘เชื่อในกระบวนการ’

เบรนท์ฟอร์ดโด่งดังเรื่องแนวทางนวัตกรรมนำข้อมูล (data-led) ภายใต้เบนแฮม ที่ท้าทายความเชื่อเดิมๆ เพื่อหาความได้เปรียบในการเสริมทัพและวางกลยุทธ์ การเลือกแอนดรูวส์อาจช็อกคนนอก แต่แฟนๆ ไม่แปลกใจเลย

ไอแอน เวสต์บรูค ผู้เขียนให้ BBC Sport และแฟนเบรนท์ฟอร์ด บอกตอนนั้นว่า “หลายคนสงสัยที่เลือกโค้ชเซ็ตพีซอย่างแอนดรูวส์ แต่แฟนเบรนท์ฟอร์ดพร้อมให้โอกาส เพราะเบนแฮมกับฟิล ไจล์ส ผอ.ฟุตบอล พลาดแค่ครั้งเดียวใน 10 ปี และแก้ไขเร็ว แฟนเก่าๆ บอก ‘เชื่อในกระบวนการ’ และผมก็เชื่อ แต่ต้องสตาร์ทดีเพื่อลดแรงกดดัน”

ย้อนดูยุคเบนแฮม: ปี 2011 ในลีกวัน ให้อูเว่ รอสเลอร์ ลองคุมทีมอังกฤษครั้งแรก พาเกือบเลื่อนชั้นก่อนย้ายวิกาน ปี 2013 รอสเลอร์แทนที่ด้วยมาร์ค วอร์เบอร์ตัน ผอ.กีฬาคุมทีมครั้งแรก พาเลื่อนชั้นแชมเปี้ยนชิพปีแรก และพล็อตเซมิไฟนอลปีถัดมา

วอร์เบอร์ตันย้ายเรนเจอร์ส พลาดแค่กับมารินุส ไดจ์คไฮเซ่น ถูกไล่หลัง 9 นัดต้นฤดูกาล 2015-16 แล้วลี คาร์สลีย์ คุมชั่วคราว ก่อนดีน สมิธ จากวอลซอลล์เข้ามาคุมถาวร เสถียรภาพในแชมเปี้ยนชิพ 3 ปี ก่อนย้ายแอสตัน วิลล่า

ผู้ช่วยแฟร้งก์ขึ้นแท่น พาเลื่อนพรีเมียร์ลีก 2020-21 และ站ยาว 7 ปี จนซัมเมอร์นี้แอนดรูวส์คนในสานต่อ เกล็นน์ เมอร์เรย์ อดีตดาวยิงไบรท์ตัน บอก “ถ้าลีกหยุดตอนนี้ แอนดรูวส์คือบอสยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล”

เบรนท์ฟอร์ดเลือกกุนซือถูกต้องยังไง

เคล็ดลับคือโมเดลชัดเจน: เลือกแอนดรูวส์เพราะเป็นคนใน รู้จักกันดี รู้จุดแข็งจุดอ่อน เข้าใจระบบทีม ไม่ต้องมาปรับใหม่ เบรนท์ฟอร์ดมีโครงสร้างแน่นหนา ไม่ต้องการบอสที่มาท้าทายระบบเดิม

แอนดรูวส์สอดกลมกลืน สานต่อได้ดี ต่างจากแฟร้งก์ที่ท็อตแน่ม ตามหลังโพสเตโกลู คอนเต้ นูโน่ มูรินโญ่ ที่สไตล์ต่างกัน สุดท้ายล้มเพราะไร้กลยุทธ์ชัด

เบรนท์ฟอร์ดคาดหวังต่ำกว่าท็อตแน่มที่เคยชนะยูโร อยากท็อป 5 แต่เบรนท์ฯ กำลังทำเหนือประวัติศาสตร์ แม้เริ่มฤดูนี้สะดุด 4 แต้ม 5 นัด ตกอันดับ 17 แฟนยังเชื่อผู้บริหาร ไม่โจมตี

โมเดลเบรนท์ฟอร์ดใช้ได้กับทีมอื่นไหม

หลายทีมใหญ่ควรเรียนรู้ เบรนท์ฟอร์ดเลือกกุนซือถูกต้องยังไง ด้วยข้อมูล ความต่อเนื่อง และเชื่อมั่นกระบวนการ แม้งบน้อยแต่ฉลาด

คุณล่ะ คิดว่าโมเดลนี้เอาไปใช้กับทีมไทยได้ไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สต.จอห์นสโตน เจอไรธ์ ทดสอบหนัก BBC

ดูสด: ไรธ์ โรเวอร์ส vs สต.จอห์นสโตน ถ่ายทอดทาง BBC Scotland เริ่ม 19:30 GMT วันศุกร์

วันที่ 20/02/26

สต.จอห์นสโตน เจอไรธ์ ทดสอบหนัก BBC

สถิติที่น่าสนใจจากบัญชีโซเชียลมีเดียของเว็บไซต์ฟุตบอลสกอตแลนด์ Pie and Bovril สรุปบรรยากาศของ Scottish Championship ฤดูกาลนี้ได้ดีทีเดียว โดยเป็นตารางฟอร์ม 6 นัดล่าสุดของแต่ละทีม ซึ่งผู้นำตารางอย่าง สต.จอห์นสโตน ครองอันดับหนึ่งด้วย 11 คะแนน แต่ที่น่าแปลกใจคือคู่แข่งในวันศุกร์นี้ ไรธ์ โรเวอร์ส กลับรั้งบ๊วยด้วยเพียง 5 คะแนนเท่านั้น

ถึงแม้จะดูเซอร์ไพรส์ แต่ไรธ์ โรเวอร์สยังห่างจากโควตาเพลย์ออฟโปรโมชันเพียง 3 คะแนนเท่านั้น แม้จะลงแข่งมากกว่า Ayr United ที่อยู่อันดับ 4 สองนัด คนมองแก้วครึ่งเต็มอาจบอกว่าพวกเขายังมีลุ้นอยู่ แต่ถ้ามองแก้วครึ่งว่าง ก็ต้องกังวลเพราะห่างจากโซนเพลย์ออฟตกชั้นแค่ 6 คะแนนจาก Airdrieonians

ตารางฟอร์มนี้ชี้ให้เห็นถึงความเข้มข้นของ Scottish Championship ฤดูกาลนี้ โดยสต.จอห์นสโตนและ Partick Thistle ดูจะเหนือกว่าคู่แข่งเล็กน้อย แต่แทบไม่มีแมตช์ไหนที่คาดเดาผลได้ง่ายๆ เลย

ฟอร์มผันผวนของไรธ์ โรเวอร์ส

ไรธ์ โรเวอร์สมีฟอร์มที่ไม่คงที่มาตลอดฤดูกาล นับตั้งแต่ Dougie Imrie เข้ามาคุมทีมปลายพฤศจิกายน มีชัยชนะในลีกแค่ 2 นัดเท่านั้น และทั้งฤดูกาลชนะใน Championship เพียง 7 นัด ขณะที่สต.จอห์นสโตนชนะถึง 14 นัด การบาดเจ็บของ Lewis Stevenson, Callum Fordyce และ Shaun Byrne ยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่

อย่างไรก็ตาม มีความก้าวหน้าใน Challenge Cup และการแพ้ 1-0 ที่ Aberdeen แชมป์เก่าใน Scottish Cup ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไรธ์ โรเวอร์สมักโชว์ฟอร์มดีเมื่อเล่นในบ้านภายใต้แสงไฟวันศุกร์ต่อหน้ากล้อง BBC ซึ่งครั้งนี้พวกเขาต้องการมันจริงๆ เพราะสต.จอห์นสโตนนำห่าง 5 คะแนนแล้ว

สต.จอห์นสโตนเสริมทัพเด็ด

ทีมจากเพิร์ธอย่างสต.จอห์นสโตนเตรียมพร้อมดีในตลาดเดือนมกราคม แม้ปล่อย Adamah Sidibeh ออกไป แต่ก็ดึง Josh Fowler จาก Queen’s Park และ Ruraidh Paton ยืมจาก Port Vale มาเสริมแนวรุก Paton ซัดประตูเดบิวต์ในชัยชนะ 1-0 ที่ Airdrieonians ส่วน Fowler ที่มีสถิติยิงถล่มทลายกับ Queen’s Park ก็น่าจะไม่นานเกินรอ

แนวรุกสี่ตัวอันตรายของสต.จอห์นสโตนอย่าง Jamie Gullan ที่แอสซิสต์นัดล่าสุด และ Josh McPake ดาวยิงสูงสุด Championship จะสร้างปัญหาให้ไรธ์ โรเวอร์สแน่นอน ฤดูกาลนี้สต.จอห์นสโตนชนะไรธ์ 2 นัดและเสมอ 1 จาก 3 ครั้งที่เจอกัน และ Simo Valakari หวังเพิ่มช่องว่างเป็น 8 คะแนนเหนือ Partick Thistle ที่เจอ Airdrieonians วันเสาร์

นอกจากนี้ Scottish Championship ยังคงเป็นลีกที่ดุเดือด ทุกทีมมีโอกาสพลิกเกมได้ สต.จอห์นสโตนต้องระวังไม่ประมาทเพราะไรธ์ ในบ้านคือทีมที่อันตรายเสมอ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

การแข่งขัน สต.จอห์นสโตน เจอไรธ์ ทดสอบหนัก BBC คืนนี้คือโอกาสทองสำหรับแฟนบอลที่จะได้เห็นศึกดุเดือด อย่าพลาดติดตามและเชียร์ทีมโปรดของคุณ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ