วัน: 20 กุมภาพันธ์ 2026

รูนีย์อยากให้กวาร์ดิโอล่าอยู่แมนซิตี้

เวย์น รูนีย์ อดีตกัปตันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า รูนีย์อยากให้กวาร์ดิโอล่าอยู่แมนซิตี้ต่อไปหลังจากฤดูกาลนี้ เพราะเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้สร้าง “มาตรฐานใหม่” ให้กับกุนซือทุกคนในพรีเมียร์ลีก

รูนีย์อยากให้กวาร์ดิโอล่าอยู่แมนซิตี้

กวาร์ดิโอล่าคุมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้มาตั้งแต่ปี 2016 และพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปแล้ว 6 สมัย โดยฤดูกาลนี้ยังมีลุ้นสมัยที่ 7 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม อนาคตของเขายังไม่แน่นอน มีกระแสข่าวว่าอาจตัดสินใจหลังจบฤดูกาลนี้หรือหลังจากนั้น

รูนีย์พูดในรายการ The Wayne Rooney Show ล่าสุดว่า “ผู้เล่นบางคนอาจอยากให้เขาอยู่ บางคนอาจอยากให้ไป มันขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ในทีมหรือเปล่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของทุกกุนซือ” เขากล่าวต่อว่า “รูนีย์อยากให้กวาร์ดิโอล่าอยู่แมนซิตี้เพราะเขายอดเยี่ยมสำหรับพรีเมียร์ลีก เราต้องการกุนซือที่ดีที่สุดอยู่ที่นี่ เขาได้ตั้งมาตรฐานในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาให้ทุกคน”

รูนีย์อยากให้กวาร์ดิโอล่าอยู่แมนซิตี้เพราะเหตุใด

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีข่าวลือหนาหูว่าเอ็นโซ่ มาร์เซก้า อดีตกุนซือเชลซีที่เคยทำงานใต้กวาร์ดิโอล่าที่ซิตี้ อาจกลับมาคุมทีม แต่รูนีย์กลับมองว่าคนที่เหมาะสมกว่าคือวินเซนต์ กอมปานี กุนซือบาเยิร์น มิวนิคคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นตำนานของสโมสร

“ถ้าเป๊ปไปจริง พวกเขาต้องดึงกอมปานีมา เขารู้จักสโมสรดี ประสบความสำเร็จกับบาเยิร์นแบบคล้ายๆ กัน ดูเหมือนเขาเรียนรู้จากเป๊ปมาเยอะ เป๊ปน่าจะเลือกคนต่อเองด้วย เพราะเขามองตัวเองเป็นครู และอยู่มานาน 10 ปี เขาจะอยากทิ้งสโมสรไว้ในสภาพดี” รูนีย์วิเคราะห์

นอกจากเรื่องกวาร์ดิโอล่าแล้ว รูนีย์ยังพูดถึงการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ด้วย อาร์เซนอลที่นำเป็นจ่าฝูงเคยนำ 2-0 แต่เสมอวูล์ฟส์ 2-2 ทำให้ห่างจากแมนซิตี้ที่ตามมา 5 แต้ม (ซิตี้มีแข่งค้าง) ถ้าซิตี้ชนะนัดค้าง จะเซ็ตอัพเกมสำคัญที่เอติฮัด วันที่ 18 เมษายน

รูนีย์ทายอาร์เซนอลแชมป์พรีเมียร์ลีก

ทั้งสองทีมยังเจอกันในรอบชิงคาราบาว คัพ 22 มีนาคม และอาจเจอในแชมเปียนส์ลีก รูนีย์บอกว่า “ปัจจัยใหญ่คือถ้าแมนซิตี้กับอาร์เซนอลเจอกันในแชมเปียนส์ลีก อารมณ์จากนัดชิงคัพ นัดเอติฮัด จะตัดสินแชมป์ ทีมไหนชนะนัดเหล่านั้นจะคว้าแชมป์ลีก”

“ส่วนตัวผมเชียร์ให้อาร์เซนอลชนะ ผมเล่นให้แมนยู 13 ปี! ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ไม่อยากให้ชนะที่สุด รองลงมาก็ซิตี้ ผมว่าอาร์เซนอลจะชนะลีกไปเลย” เขากล่าวก่อนนัดเสมอวูล์ฟส์

  • พรีเมียร์ลีก
  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • ฟุตบอล

ความเห็นของรูนีย์นี้น่าสนใจมาก เพราะเขาเป็นอดีตนักเตะระดับตำนานที่รู้จักกวาร์ดิโอล่าดี การที่รูนีย์อยากให้กวาร์ดิโอล่าอยู่แมนซิตี้แสดงถึงคุณค่าของเป๊ปต่อลีก ถ้าคุณเป็นแฟนบอล คุณคิดยังไงกับอนาคตของกวาร์ดิโอล่า? คอมเมนต์บอกเราด้านล่างเลย แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่นี่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ยุน ซอกยอล” แถลงขอโทษ หลังศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตฐานก่อกบฏ

“ยุน ซอกยอล” แถลงขอโทษ หลังศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตฐานก่อกบฏ เป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองเกาหลีใต้ เมื่ออดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ออกแถลงการณ์ขอโทษประชาชน หลังจากศาลกลางกรุงโซลตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาก่อการกบฏ การตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปี 2024 สร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่ จนนำไปสู่จุดจบทางการเมืองของเขา

“ยุน ซอกยอล” แถลงขอโทษ หลังศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตฐานก่อกบฏ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2025 เพียงหนึ่งวันหลังจากศาลกลางกรุงโซลมีคำพิพากษา นายยุน ซอกยอล ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่อการกบฏ โดยศาลชี้ว่าเขาเจตนาส่งกำลังทหารไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อทำให้การทำงานของรัฐสภาอัมพาต ผู้พิพากษาจี กวี-ยอน ระบุชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบรุนแรงต่อสังคม และจำเลยไม่แสดงความสำนึกผิดอย่างเพียงพอ

ในคำแถลงผ่านทนายความ ยุน ซอกยอล กล่าวว่า “ผมขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อประชาชนสำหรับความสับสนและความยากลำบากที่ผมได้ก่อขึ้น อันเนื่องมาจากความบกพร่องของตัวผมเอง แม้ว่าผมจะมีปณิธานอย่างแน่วแน่ที่จะกอบกู้ชาติก็ตาม” แม้จะขอโทษ แต่เขายังตำหนิคำตัดสินของศาลว่า “ยากที่จะยอมรับได้” และยังไม่ยืนยันว่าจะอุทธรณ์หรือไม่

พื้นหลังเหตุการณ์ “ยุน ซอกยอล” แถลงขอโทษ หลังศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตฐานก่อกบฏ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024 ยุน ซอกยอล ปรากฏตัวทางโทรทัศน์ช่วงดึก ประกาศกฎอัยการศึกโดยอ้างภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือและ “กองกำลังต่อต้านรัฐ” การประกาศนี้มีระยะเวลาเพียง 6 ชั่วโมง ก่อนที่รัฐสภาจะโหวตยกเลิกทันที แต่สร้างความปั่นป่วนทั่วโลก ตลาดหุ้นตกกระฉอก ประชาชนออกมาประท้วง และสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก ตกตะลึง

ฝ่ายอัยการมองว่าแรงจูงใจที่แท้จริงคือความกระหายอำนาจ เนื่องจากยุนกำลังเผชิญความไม่นิยม สภาถูกครองโดยพรรคฝ่ายค้านที่บล็อกงบประมาณและถอดถอนรัฐมนตรี อัยการร้องขอโทษประหารชีวิต แต่เกาหลีใต้พักการประหารมาตั้งแต่ปี 1997 จึงลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแทน ผู้ต้องขังมีสิทธิ์ทัณฑ์บนหลัง 20 ปี

  • ไทม์ไลน์สำคัญ:
  • 3 ธ.ค. 2024: ประกาศกฎอัยการศึก
  • 6 ชม. ต่อมา: สภายกเลิก
  • 3 ธ.ค. 2025? รอ ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต (วันที่ 3 ธ.ค. 2024? original 3 ธ.ค. 2024 แต่แถลง 20 ก.พ. คง 2025)
  • 20 ก.พ. 2025: แถลงขอโทษ

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาการเมืองเกาหลีใต้ที่ตึงเครียด ยุน ซอกยอล ซึ่งเป็นอดีตอัยการสูงสุด ขึ้นสู่อำนาจด้วยนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน แต่ถูกกล่าวหาว่าพยายามใช้อำนาจทหารเพื่อรักษาตำแหน่ง สร้างบาดแผลลึกให้กับประชาธิปไตย

ผลกระทบและบทเรียนจากคดีนี้

การตัดสินครั้งนี้ไม่เพียงจบชีวิตทางการเมืองของยุน แต่ยังส่งสัญญาณถึงเสถียรภาพเกาหลีใต้ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ นักวิเคราะห์ชี้ว่าอาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลชั่วคราว ประชาชนจำนวนมากโล่งใจ แต่บางส่วนยังเห็นใจยุนที่อ้างปกป้องชาติจากภัยภายนอก

ในมุมกว้าง คดีนี้เตือนใจผู้นำทั่วโลกว่าอำนาจต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย การประกาศกฎอัยการศึกโดยพลการอาจนำไปสู่หายนะ หากคุณสนใจข่าวการเมืองนานาชาติ ติดตามเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด คดีนี้อาจมีอุทธรณ์ต่อไป ส่งผลต่ออนาคตเกาหลีใต้อย่างไร อย่าพลาด!

ที่มา – “ยุน ซอกยอล” แถลงขอโทษ หลังศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตฐานก่อกบฏ

ไว้วางใจเมนู ภาคภูมิใจอะคาเดมี่ บทบาทสูงสุด

ไว้วางใจเมนู ภาคภูมิใจอะคาเดมี่ บทบาทสูงสุด

The Football Interview คือซีรีส์ใหม่ที่นักกีฬาและบันเทิงชื่อดังมาพูดคุยอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกีฬาที่คนชาติรักที่สุด เนื้อหาจะเจาะลึกเรื่องทัศนคติ แรงจูงใจ ช่วงเวลาสำคัญ ความสำเร็จในอาชีพ และมุมมองส่วนตัว เพื่อนำเสนอตัวตนเบื้องหลังนักเตะ

สัมภาษณ์จะปล่อยทุกวันศุกร์ทาง BBC iPlayer, BBC Sounds และเว็บ BBC Sport สัมภาษณ์สัปดาห์นี้จะออกอากาศทาง BBC One เวลา 23:40 GMT วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ (และในสกอตแลนด์ 00:55 วันอาทิตย์เช้า)


ไมเคิล คาร์ริค กำลังเพลิดเพลินกับชีวิตในฐานะผู้จัดการทีมชั่วคราวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่แทนที่รูเบน อโมริมเมื่อเดือนที่แล้ว ยูไนเต็ดเก็บ 13 คะแนนจาก 5 นัด พุ่งขึ้นอันดับ 4 พรีเมียร์ลีก รวมชัยชนะติดต่อกันเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้และอาร์เซนอล จนคาร์ริคคว้ารางวัลผู้จัดการยอดเยี่ยมประจำเดือน

หลายคนพูดถึงความไว้วางใจของอดีตกองกลางยูไนเต็ดที่มีต่อค็อบบี้ เมนู ดาวรุ่งวัย 20 ปีจากอะคาเดมี่ ที่จากไม่เคยสตาร์ทในลีกฤดูกาลนี้ภายใต้อโมริม กลายเป็นตัวหลัก mainstay

ในการสัมภาษณ์ลึกซึ้งกับมาร์ค แชปแมน คาร์ริคเรียกเมนูว่า “พรสวรรค์ยักษ์ใหญ่” และพูดกว้างๆ เกี่ยวกับการสานต่อประเพณี 88 ปีของสโมสรที่ต้องมีนักเตะอะคาเดมี่ในทุกชุดแข่งขัน นอกจากนี้ยังตอบคำถามอนาคต โดยสัญญาของเขาจบสิ้นสุดฤดูกาล

ไว้วางใจเมนู ภาคภูมิใจอะคาเดมี่ บทบาทสูงสุด

มาร์ค แชปแมน: ครั้งสุดท้ายที่เจอคุณคือใน Match of the Day ประสบการณ์นั้นแย่ขนาดที่คุณต้องรีบคว้าตำแหน่งที่โผล่มาหรือ?!

ไมเคิล คาร์ริค: ผมสนุกมากเลยนะ มองฟุตบอลจากมุมใหม่ แต่โอกาสนี้ดีเกินกว่าจะปฏิเสธ!

มาร์ค: ย้อนไปกระบวนการรับงาน – เบอร์โทรแรกที่โทรมาคุณคิดอะไร?

ไมเคิล: ผมอยู่ในรถ ขับไปนิวคาสเซิลตอนนั้น ได้ยินข่าวดีแต่สงบดี มันรู้สึกถูกต้อง ผมอยู่ที่นี่มานาน หวังโอกาสนี้เสมอ

มาร์ค: คุณยิ้มแน่ๆ? โทรหาใครหลังวางสาย?

ไมเคิล: ยินดีมาก แต่ไม่ตะโกนบนมอเตอร์เวย์ ผมโทรหาภรรยาบอกว่าเกิดอะไรขึ้น

มาร์ค: ตกลงทำแล้ว รู้ระยะเวลาสั้นๆ คุณเตรียมอะไร? สตาฟ?

ไมเคิล: ประเมินสิ่งที่ต้องทำ จัดสตาฟให้สมดุล ทีมสตาฟสุดยอด สนทนาแรกผมบอก “ผมมาช่วยเหลือ พัฒนา พุชคุณ” เพื่อผลลัพธ์ดีๆ ด้วยวิธีถูกต้อง

มาร์ค: คิดว่าทีม underachieving มั้ย?

ไมเคิล: ไม่ใช่เรื่องนั้น แต่ทีมมีพรสวรรค์มหาศาล ช่วยพัฒนา 3 วันก่อนเจอซิตี้ เตรียมเข้มข้น

มาร์ค: ช่วยมั้ยที่สองนัดแรกใหญ่?

ไมเคิล: ตอนนี้บอกได้ บรรยากาศโอลด์ แทรฟฟอร์ดสุดพิเศษ ความเชื่อมโยงจากทุกคนคือสิ่งน่าพึงพอใจที่สุด

ไว้วางใจเมนูและทีมสตาฟ

มาร์ค: สตาฟสามคนที่นำมา – สตีฟ ฮอลแลนด์, โจนาธาน วูดเกต, จอนนี่ อีแวนส์ – ทำงานกันยังไง?

ไมเคิล: รวมทราวิส บินเนียนจากอะคาเดมี่ และเคร็ก มอว์สัน สมดุลดี สตีฟมีประสบการณ์เชลซี-อังกฤษ, โจนาธานรู้ใจผม, จอนนี่รักสโมสร, ทราวิสรักษาอะคาเดมี่

  • อะคาเดมี่คือหัวใจสโมสร
  • ส่งต่อประสบการณ์เซ็นเตอร์แบ็คชั้นนำ
  • ทุกคนรับมือสภาพแวดล้อมได้

มาร์ค: พวกเขาท้าทายคุณมั้ย?

ไมเคิล: แน่นอน ผมไม่ถูกเสมอไป ทีมใหญ่ช่วยผลักดัน

อะคาเดมี่มีความหมายมาก ภาคภูมิใจให้เดบิวต์เยาวชน ประเพณีตั้งแต่ปี 1930 กำลังแข็งแกร่ง ผลิตผู้เล่นต่อเนื่อง

มาร์ค: เมนูดังมาก จากไม่ลงสนามกลายตัวหลัก คุณเห็นอะไร?

ไมเคิล: รู้จักเมนูตั้งแต่อายุ 13-14 พรสวรรค์มหาศาล เล่นใหญ่ได้ดี ให้เขา flow เอง ไว้วางใจเมนูคือกุญแจ

มาร์ค: เน้นมนุษย์มากกว่าแผน?

ไมเคิล: ใช่ ชอบเชื่อมโยงคน เคารพเพื่อดึงศักยภาพสูงสุด ไม่ตะโกนเว้นเวลาจำเป็น เฟอร์กี้เก่งเรื่องนี้

มาร์ค: ผู้จัดการที่影响คุณ?

ไมเคิล: เฟอร์กี้มากสุด แต่เรียนรู้ตลอด สตาฟช่วย

นักวิจารณ์ไม่รบกวน ช่วยเยาวชนรับมือโลกสมัยใหม่

มาร์ค: อยากทำยาวๆ มั้ย?

ไมเคิล: บทบาทสูงสุด สนุกมาก รักที่นี่ จะทุ่มสุดตัวเพื่อสโมสร

ผมมีความสุขมาก ทีมดี แฟนสุดยอด

ไว้วางใจเมนู ภาคภูมิใจอะคาเดมี่ บทบาทสูงสุด คือปรัชญาของคาร์ริคที่ทำให้ยูไนเต็ดฟื้นตัว คุณคิดเขาจะอยู่ต่อมั้ย? คอมเมนต์บอกเราสิ! ติดตามข่าวแมนยูเพิ่มเติม

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ หลังจากมีข่าวลือแพร่กระจายในสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อาจเดินทางไปยุโรปพร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล่าสุด ปลัดกระทรวงได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อคลายความสงสัยและยืนยันความโปร่งใสในการทำงาน

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างชัดเจน โดยระบุว่าข่าวที่นำเสนอว่า มีข้าราชการระดับสูงเดินทางไปยุโรปพร้อม ร.อ.ธรรมนัส นั้นไม่เป็นความจริง และน่าจะเกิดจากการคลาดเคลื่อน ข้าราชการทุกคนที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศต้องยื่นขออนุญาตต่อปลัดกระทรวงก่อน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดยื่นคำร้องดังกล่าวเลย ปลัดฯ จึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และยืนยันว่ากระทรวงกำลังทำงานเต็มที่ทุกด้าน

การประชุมข้าราชการระดับสูงและคำย้ำภารกิจ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ปลัดวิณะโรจน์ ได้ประชุมกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวง โดยย้ำเตือนว่าทุกคนต้องทุ่มเททำงานและดูแลประชาชนให้ดีที่สุด เนื่องจากได้รับเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชน ไม่มีที่ว่างหรือสุญญากาศในการทำงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องขับเคลื่อนต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนได้รับบริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส โดยส่วนตัวในฐานะข้าราชการประจำ จะไม่แสดงความเห็นทางการเมือง แต่ยึดมั่นในหน้าที่รับคำสั่งและทำงานให้สมบูรณ์แบบ หลังการประชุม ทุกคนเข้าใจดีว่าจะไม่ลอยตัวหรือหยุดชะงักงานใดๆ

ภารกิจเร่งด่วนที่ข้าราชการต้องรับมือ

ขณะนี้ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูเพาะปลูก ซึ่งเป็นช่วงสำคัญสำหรับเกษตรกร กระทรวงเกษตรมีภารกิจมากมายที่ต้องดูแล โดยปลัดฯ ได้มอบหมายโจทย์ให้หน่วยงานต่างๆ วางแผน ดังนี้

  • รับมือภัยแล้ง: เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง
  • บริหารจัดการน้ำ: จัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรให้เพียงพอและยั่งยืน
  • วางแผนเพาะปลูก: สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และเทคโนโลยีใหม่ๆ
  • ประชุมติดตาม: สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมใหญ่เพื่อสรุปแผนงาน

นอกจากนี้ ปลัดเกษตร ยังชี้แจงเรื่องการเดินทางต่างประเทศของหน่วยงานว่า จะเกิดขึ้นเฉพาะภารกิจที่จำเป็นตามพันธกรณีระหว่างประเทศ เช่น การประชุม FAO หรือกิจกรรมด้านพืช สัตว์ และประมง ที่มีกำหนดการชัดเจน หากไม่ไปอาจเสียผลประโยชน์ของชาติ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและโปร่งใส

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการประชุมรัฐมนตรี

มีข่าวเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ารัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส จะมาร่วมประชุมข้าราชการระดับสูงในวันนั้น แต่จริงๆ แล้วได้ประชุมเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันก่อน รัฐมนตรีมีภารกิจอื่นๆ มากมาย หากมีคำสั่งจะผ่านปลัดฯ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีคำสั่งใหม่เพิ่มเติม

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของข้าราชการกระทรวงเกษตรในการทำงานท่ามกลางข่าวลือที่อาจสร้างความไม่ไว้วางใจ ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน

ในมุมมองของผู้เขียน ข่าวลือเช่นนี้มักเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านการเมือง แต่การชี้แจงที่รวดเร็วและชัดเจนจากปลัดกระทรวงช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในยุคที่เกษตรกรต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากภาครัฐ

หากคุณเป็นเกษตรกรหรือสนใจข่าวสารด้านการเกษตร สามารถติดตามข้อมูลอัปเดต แผนช่วยเหลือภัยแล้ง และบริการจากกระทรวงได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ แชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแพร่กระจาย และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้!

ที่มา – ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันไม่มีข้าราชการระดับสูงร่วมทริปยุโรปพร้อม “ธรรมนัส”

“ชาญชัย” ยื่นร้องปมบาร์โค้ดเลือกตั้งโมฆะ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีเรื่องการเมืองที่กำลังเป็นกระแสแรงมากมาอัพเดทกัน นั่นคือ “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่รู้สึกถูกละเมิดสิทธิ เดินทางยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ!

“ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด

เรื่องนี้เริ่มจากพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ เมื่อ 13 ธันวาคม 2568 กกต.ประกาศวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และวันเลือกตั้งจริง 8 ก.พ. 2569 แต่ปัญหาคือบัตรเลือกตั้งที่ใช้ มีการพิมพ์บาร์โค้ดและ QR Code ซึ่งเชื่อมโยงได้กับรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและลำดับการลงคะแนน ทำให้เจ้าหน้าที่หรือคนที่เข้าถึงระบบ สามารถตรวจสอบย้อนหลัง (trace back) ได้ว่าใครเลือกใคร!

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 บอกชัด “การออกเสียงลงคะแนนต้องโดยตรงและลับ” ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยที่ 7/2549 ไว้ว่า หลักการลับนี้เป็นหัวใจของประชาธิปไตย ถ้าไม่ลับ การเลือกตั้งก็ไม่เสรี ผู้ลงคะแนนจะกลัวถูกข่มขู่ โดยเฉพาะในระบบซื้อสิทธิขายเสียง ที่คนซื้อสามารถเช็คได้ว่าคนที่จ่ายเงินไปโหวตตามสัญญาหรือเปล่า ทำให้เกิดการกดดัน จูงใจ หรือคุกคามมากขึ้น

ทำไมบาร์โค้ดถึงเป็นปัญหาใหญ่?

สำนักงาน กกต. เองยังยอมรับว่าบัตรเหล่านี้ trace ได้ แม้จะบอกว่ายาก แต่ก็เป็นช่องโหว่ชัดๆ เพื่อนๆ ลองนึกภาพสิ ถ้าคุณไปโหวตแล้วมีรหัสเฉพาะตัว ใครๆ ก็รู้ได้ว่าคุณเลือกพรรคไหน จะกล้าโหวตตามใจจริงๆ มั้ย? มันทำลายความเชื่อมั่น เปิดทางให้ทุจริตหนักขึ้น และขัดหลัก free and secret ballot สากล

ปัญหาอื่นๆ ที่ชาญชัยชี้

นอกจากปมบาร์โค้ดแล้ว ยังมีประเด็นอื่นที่ไม่โปร่งใสอีกเพียบ ลองดูสรุปแบบ bullet points นะ:

  • การนับคะแนนไม่โปร่งใส: ขานคะแนนแล้วขีดทับด้วยใบปิดซ้อนๆ เจ้าหน้าที่ต้องมุดหัวเข้าไปขีด ไม่มีประเทศไหนทำแบบนี้ ส่อทุจริตชัดๆ
  • ผลขีดคะแนนไม่ตรงเอกสารสรุป: หลายหน่วยเลือกตั้งเจอปัญหานี้ เหมือนถูกสั่งการ
  • จำนวนบัตรไม่เท่ากัน (บัตรเขย่ง): บัตร ส.ส.เขต (เขียว) กับบัญชีรายชื่อ (ชมพู) ควรเท่ากันเพราะคนละใบต่อคน แต่เกือบทุกหน่วยไม่เท่า พิรุธใหญ่!
  • คูหาไม่ลับ: หลายที่เห็นจากด้านหลังได้ว่ากาเบอร์ไหน สื่อแพร่ภาพชัด

ชาญชัยย้ำว่าปัญหาเหล่านี้ทำลายประชาธิปไตย ทำให้ผลเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ขอให้ศาล รธน. วินิจฉัยตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาศาล รธน. มาตรา 7(11) และ 46 ว่าการเลือกตั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมั้ย พร้อมหลักฐานอย่างต้นขั้วบัตรเก่าๆ มาให้ดูด้วย

มุมมองส่วนตัวผมนะ การเลือกตั้งคือหัวใจประชาธิปไตย ถ้าไม่ลับ ไม่โปร่งใส รัฐบาลที่ได้มาก็ขาด legitimacy ประชาชนจะไม่เชื่อถือ สังคมแตกแยก ลองคิดดูถ้าทุกคนกลัวซื้อเสียงจนต้องโหวตตามแรงกดดัน เสรีภาพเราจะเหลืออะไร? เรื่องนี้ต้องเร่งตรวจสอบจริงจัง เพื่อรักษาความเชื่อมั่น

คุณล่ะคิดยังไงกับ “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด? คอมเมนต์บอกความเห็นด้านล่างเลยนะ แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย ช่วยกันติดตามข่าวให้การเมืองไทยโปร่งใสขึ้น!

ที่มา – “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด

พี่เลี้ยงเศร้า โรคระบาดคร่าชีวิต “เสือ” หลายตัว

ข่าวเศร้าสั่นสะเทือนใจคนรักสัตว์และนักท่องเที่ยว เมื่อเกิดเหตุ พี่เลี้ยงเศร้า โรคระบาดคร่าชีวิต “เสือ” หลายตัว ที่คุ้มเสือ เชียงใหม่ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าใกล้ชิดเสือโคร่งได้อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของพี่เลี้ยงมืออาชีพ ตอนนี้สถานที่แห่งนี้ต้องปิดให้บริการชั่วคราว 14 วัน เพื่อตรวจสอบและป้องกันการแพร่กระจายของโรค

พี่เลี้ยงเศร้า โรคระบาดคร่าชีวิต “เสือ” หลายตัว ล่าสุดอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุ

จากรายงานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่าเสือหลายตัวในคุ้มเสือเสียชีวิตอย่างกะทันหัน โดยเบื้องต้นแพทย์สัตว์ชันสูตรพบอาการปอดติดเชื้อรุนแรง แต่สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ชัดเจน อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เสือที่เหลืออีกประมาณ 40 ตัว ถูกย้ายไปกักตัวและดูแลที่ศูนย์บริบาลในอำเภอแม่แตง ห่างจากเดิมราว 30 กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

มาตรการเร่งด่วนที่คุ้มเสือดำเนินการ

ทีมงานคุ้มเสือและเจ้าหน้าที่รัฐไม่นิ่งนอนใจ ได้ดำเนินมาตรการเข้มข้นดังนี้

  • ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อทั่วบริเวณแล้ว 4 รอบ
  • เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์สวอปตรวจหาเชื้อถึง 600 จุดทั่วพื้นที่
  • ตรวจสุขภาพพนักงานทุกคน พบว่าทุกคนปลอดภัยและสุขภาพดี
  • ปิดบริการชั่วคราว 14 วัน เพื่อทำความสะอาดและรอผลตรวจ

นอกจากนี้ นายพรนรินทร์ คุ้มทอง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สบอ.16) ได้ส่งทีมเข้าตรวจสอบร่วมกับปศุสัตว์ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ความเสียใจของพี่เลี้ยงที่ผูกพันกับเสือมานาน

สิ่งที่น่าใจหายที่สุดคือความรู้สึกของพี่เลี้ยงที่ดูแลเสือเหล่านี้มาหลายปี พวกเขามีความผูกพันลึกซึ้งกับเสือทุกตัว โดยเฉพาะเสือที่เสียชีวิตซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวที่มีอายุมาก พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์เล่าว่า ทุกคนในทีมเลี้ยงดูเสืออย่างดีที่สุดเสมอมา แต่โรคระบาดครั้งนี้ทำให้ทุกคนน้ำตาคลอ โดยเฉพาะพี่เลี้ยงที่อยู่ใกล้ชิดกับเสือที่ป่วยหนัก

เสือที่ย้ายไปยังศูนย์แม่แตงบางตัวยังมีอาการป่วยแต่ไม่รุนแรง ทีมสัตวแพทย์กำลังดูแลอย่างใกล้ชิด รอผลการตรวจละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุ

คุ้มเสือ เชียงใหม่ คือสถานที่ท่องเที่ยวอย่างไร

คุ้มเสือ หรือ Tiger Kingdom เป็นจุดเช็คอินยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสเสือโคร่งหลากหลายสายพันธุ์กว่า 40 ตัว นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูป จับต้อง และเล่นกับเสือตัวเล็กภายใต้การควบคุมของพี่เลี้ยง专业的 ทำให้เป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและปลอดภัย ที่นี่เน้นการเลี้ยงดูแบบมีจริยธรรม แต่เหตุการณ์ พี่เลี้ยงเศร้า โรคระบาดคร่าชีวิต “เสือ” หลายตัว ครั้งนี้ทำให้แฟนๆ กังวลถึงสุขภาพสัตว์

ในมุมกว้างขึ้น โรคระบาดในสัตว์ป่าที่เลี้ยงในกรง เช่น เสือโคร่ง สามารถเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือเชื้อโรคจากภายนอก การเฝ้าระวังสุขภาพ การฉีดวัคซีน และระบบทำความสะอาดที่ดีจึงสำคัญยิ่ง นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารเพื่อความปลอดภัยก่อนไปเยือน

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสุขภาพสัตว์ต้องมาก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเลี้ยงในสวนสัตว์หรือที่บ้าน หากคุณมีสัตว์เลี้ยง อย่าลืมพาไปตรวจสุขภาพประจำปีและสังเกตอาการผิดปกติทันที สุดท้ายนี้ ขอให้เสือที่เหลือหายป่วยไวๆ และรอผลสอบสวนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เชิญชวนแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก และติดตามอัปเดตข่าวสารจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – พี่เลี้ยงเศร้า โรคระบาดคร่าชีวิต “เสือ” หลายตัว ล่าสุดอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุ

สหรัฐฯ–อินโดนีเซีย ปิดดีลลดภาษีนำเข้าเหลือ 19% จาก 32%

สหรัฐฯ–อินโดนีเซีย ปิดดีลลดภาษีนำเข้าเหลือ 19% จาก 32% ถือเป็นข่าวดีที่สะเทือนวงการการค้าระหว่างประเทศ โดยรัฐบาลทั้งสองฝ่ายประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคทางการค้าและกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทำให้ทั้งสหรัฐฯ และอินโดนีเซียมองหาโอกาสในการเสริมสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

สหรัฐฯ–อินโดนีเซีย ปิดดีลลดภาษีนำเข้าเหลือ 19% จาก 32%

ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้สหรัฐฯ ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียลงจาก 32% เหลือเพียง 19% ซึ่งเป็นการยอมรับข้อเสนอจากอินโดนีเซียถึง 90% ทำเนียบขาวยืนยันว่าอินโดนีเซียจะยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าต่อสินค้าสหรัฐฯ มากกว่า 99% ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท เช่น เกษตรกรรม สาธารณสุข อาหารทะเล เทคโนโลยี และยานยนต์

ฝั่งสหรัฐฯ มอบสิทธิยกเว้นภาษีให้สินค้าอินโดนีเซียบางรายการ โดยเฉพาะเสื้อผ้าและสิ่งทอที่ใช้วัตถุดิบฝ้ายหรือสังเคราะห์จากอเมริกา ขณะที่อินโดนีเซียได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้ากว่า 1,700 รายการ รวมถึงสินค้าส่งออกหลักอย่างน้ำมันปาล์ม กาแฟ เครื่องเทศ ช็อกโกแลต และยางธรรมชาติ

ประโยชน์ที่อินโดนีเซียได้รับจากข้อตกลงนี้

ข้อตกลง สหรัฐฯ–อินโดนีเซีย ปิดดีลลดภาษีนำเข้าเหลือ 19% จาก 32% จะช่วยให้ผู้ส่งออกอินโดนีเซียแข่งขันได้ดีขึ้นในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังตกลงเปิดตลาดให้สินค้าอเมริกัน โดยยอมรับมาตรฐานสหรัฐฯ ในด้านความปลอดภัยยานยนต์ การปล่อยไอเสีย อุปกรณ์การแพทย์ และยา รวมถึงอำนวยความสะดวกให้บริษัทอเมริกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแร่ธาตุหายาก ซึ่งสำคัญต่ออุตสาหกรรมไฮเทค

  • น้ำมันปาล์ม: สินค้าส่งออกหลักที่ได้ลดภาษี ส่งผลให้ราคาถูกลงและยอดขายเพิ่ม
  • กาแฟและเครื่องเทศ: ช่วยเกษตรกรอินโดนีเซียเข้าถึงผู้บริโภคอเมริกันมากขึ้น
  • ยางธรรมชาติ: สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์และผลิตภัณฑ์ยาง
  • ช็อกโกแลต: เพิ่มโอกาสแข่งขันกับผู้ผลิตอื่นๆ
  • แร่ธาตุหายาก: สหรัฐฯ จะลงทุนพัฒนาแหล่ง供給ใหม่

นอกจากข้อตกลงระดับรัฐบาล บริษัทเอกชนจากทั้งสองประเทศยังลงนามพันธมิตรธุรกิจมูลค่ารวมกว่า 3.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เทคโนโลยี และสิ่งทอ ประธานาธิบดีปราโบโว กล่าวว่า “ข้อตกลงเหล่านี้จะช่วยลดการได้เปรียบดุลการค้าของอินโดนีเซีย สร้างความสมดุลและเชื่อมั่นในอนาคตความสัมพันธ์สองประเทศ”

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย

ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน และสามารถปรับแก้เพิ่มเติมได้ ซึ่งจะช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของทั้งสองประเทศ อาจได้รับอานิสงส์ทางอ้อม เช่น การแข่งขันที่สูงขึ้นในสินค้าเกษตรและสิ่งทอ ช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัว พัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ข้อตกลง สหรัฐฯ–อินโดนีเซีย ปิดดีลลดภาษีนำเข้าเหลือ 19% จาก 32% แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการค้าเสรีที่ยั่งยืน แม้ในยุคที่โลกเผชิญสงครามการค้า มันไม่เพียงเสริมเศรษฐกิจสองประเทศ แต่ยังเป็นตัวอย่างให้ชาติอื่นๆ ในการเจรจาข้อตกลงที่ win-win

คุณคิดอย่างไรกับข้อตกลงนี้? มันจะส่งผลต่อธุรกิจไทยอย่างไรบ้าง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศจากเราเพื่ออัปเดตล่าสุด!

ที่มา – สหรัฐฯ–อินโดนีเซีย ปิดดีลลดภาษีนำเข้าเหลือ 19% จาก 32%

ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวฮอตฮิตในวงการการเมืองไทยมาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ คือเรื่อง ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด แจงปม “ทวี” ทำตามหน้าที่เรื่องเขากระโดงด้วย เรียกได้ว่ารัฐบาลใหม่กำลังจะเกิดขึ้นแบบมั่นคง เมื่อพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้พันธมิตรพรรคเล็กอย่างพรรคประชาชาติมาสนับสนุนเต็มตัว 5 เสียงจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ นี่คือสัญญาณดีที่การเมืองไทยกำลังรวมพลังเพื่อประชาชนครับ

ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด
ภาพประกอบเหตุการณ์ ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ (ที่มา: ไทยรัฐ)

ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ นำมติพรรคมาส่งมอบให้เลขาธิการภท. โดยยืนยันชัดเจนว่าทั้ง 5 เสียงของ ส.ส. พรรคประชาชาติพร้อมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีแบบเต็มตัว และพร้อมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลทันทีที่ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ก่อนหน้านี้จะมีดราม่าขัดแย้งระหว่าง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กับพรรคภูมิใจไทย ในประเด็นคดีฮั้ว สว. และเรื่องที่ดินเขากระโดงสมัยที่ท่านเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ฝั่งพรรคประชาชาติยืนยันว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นหน้าที่ในอดีตที่ศาลตัดสินไปแล้ว ตอนนี้คือการเมืองใหม่ พวกเขาเปรียบเทียบว่าการเมืองเหมือนกีฬา พอเกมจบก็กลับมาเป็นเพื่อนกันได้ น่ารักดีนะครับ แบบนี้แหละที่การเมืองไทยควรเป็น!

มติเอกฉันท์จากพรรคประชาชาติ

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ของพรรคประชาชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทั้ง 5 เสียงสนับสนุนภท. นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แม้ท่านติดภารกิจไม่ได้มาเอง แต่นายวันมูหมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค ก็ยืนยันเต็มปาก นี่แสดงให้เห็นถึงวินัยพรรคที่แข็งแกร่ง พรรคประชาชาติซึ่งเป็นพรรคท้องถิ่นในพื้นที่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เน้นประเด็นศาสนาและสิทธิชาวมุสลิมใต้ จึงเป็นพันธมิตรที่สำคัญสำหรับรัฐบาลใหม่

ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ยันสนับสนุนภท.
นายซูการ์โน มะทา ในการแถลง (ที่มา: ไทยรัฐ)

แจงปม “ทวี” ทำตามหน้าที่เรื่องเขากระโดง-ฮั้ว สว.

นายซูการ์โน ชี้แจงชัดว่าปมขัดแย้งเก่าเป็นเรื่องหน้าที่สมัย พ.ต.อ.ทวี เป็น รมว.ยธ. คดีเขากระโดงและฮั้ว สว. ศาลพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ตอนนี้พรรคพร้อมลุยงานใหม่เพื่อประชาชนในพื้นที่ใต้ที่อยากเห็นพรรคของตัวเองมีบทบาทในรัฐบาล เหตุผลหลักคือระบอบประชาธิปไตยใช้เสียงข้างมาก พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนสูงสุดจากประชาชน ก็สมควรนำจัดตั้งรัฐบาล และภท. ก็แสดงมิตรไมตรีดีมาก

ทิศทางการทำงานร่วมรัฐบาล

สำหรับการโหวตในสภา พรรคประชาชาติยืนยันจะตามมติรัฐบาลทุกประการ เชื่อมั่นวินัย ส.ส. แต่มีจุดยืนชัด ถ้ามติขัดหลักศาสนาอิสลามจะต้องคุยกันก่อน เช่น กฎหมายที่กระทบหลักศาสนา ส่วนประเด็นร้องให้เลือกตั้งโมฆะ ก็ปล่อยให้ กกต. และองค์กรอิสระตัดสิน พรรคทำหน้าที่หาเสียงเสร็จแล้ว

  • เหตุผลหลักที่เข้าร่วม: มติพรรคเอกฉันท์ สนับสนุนอนุทินเป็นนายก
  • วินัยพรรค: โหวตตามรัฐบาล ยกเว้นขัดศาสนา
  • ประโยชน์ประชาชน: โดยเฉพาะพื้นที่สามจังหวัดใต้
  • ลืมอดีต: ปมเก่าเป็นหน้าที่ จบแล้วจับมือใหม่
ภาพแถลงข่าว ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ
บรรยากาศการแถลงข่าว

จากมุมมองของผม การที่ ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้การจัดตั้งรัฐบาลราบรื่น เสียง 5 เสียงอาจดูน้อย แต่ในสภาไทยที่พรรคกระจาย มันคือตัวชี้วัดเสถียรภาพ โดยเฉพาะเสียงจากใต้ที่มักมีจุดยืนเฉพาะตัว นี่แสดงให้เห็นว่าภท. ภายใต้อนุทิน มีศักยภาพรวบรวมพรรคเล็กได้ดี อนาคตการเมืองไทยน่าจะสงบลงบ้าง หลังจากดราม่าเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาว่าพรรคประชาชาติจะรักษาจุดยืนศาสนาได้อย่างไรเมื่อเจอมติรัฐบาล และปมเก่าของทวีจะถูกขุดขึ้นมาอีกหรือไม่ แต่โดยรวมคือข่าวดีครับ!

ความเห็นส่วนตัว: การเมืองไทยควรเน้น ‘จบแล้วเป็นเพื่อน’ แบบนี้มากขึ้น จะได้โฟกัสปัญหาประชาชน เช่น เศรษฐกิจ สุขภาพ การศึกษา แทนดราม่าอดีต คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย!

ที่มา – ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด แจง “ทวี” ทำตามหน้าที่เรื่องเขากระโดง

โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ 3 นายตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีข่าวสำคัญที่สะเทือนวงการตำรวจ เมื่อ โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ 3 นายตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการรักษาวินัยของข้าราชการราชทัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่สังคมให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบ

โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ 3 นายตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ประกาศดังกล่าวลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศอดีตข้าราชการตำรวจ 3 ราย ออกจากยศตำรวจ ตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2565 ข้อ 4 (4) นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 ข้อ 6 และ 7 (4)

การถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชฯ ถือเป็นบทลงโทษขั้นสูงสุดสำหรับข้าราชการที่กระทำผิดวินัยร้ายแรง โดยเฉพาะการถูกไล่ออกจากราชการ สะท้อนถึงกระบวนการยุติธรรมที่เข้มงวด เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รายละเอียดบุคคลที่ 1: พันตำรวจโท อุเทน ทักชิโน

พันตำรวจโท อุเทน ทักชิโน ถูกถอดยศตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 เนื่องจากกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและถูกไล่ออกจากราชการ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ถูกเรียกคืน ได้แก่ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

รายละเอียดบุคคลที่ 2: ร้อยตำรวจเอก วสุวัฒน์ หรือชื่ออื่น ๆ

ร้อยตำรวจเอก วสุวัฒน์ หรือ พยุงศักดิ์ ธีราเมธาเศรษฐ์ หรือ สมรไกรสรกิจ ถูกถอดยศตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2563 เหตุผลเดียวกันคือผิดวินัยร้ายแรงและถูกไล่ออก เครื่องราชที่เรียกคืน ได้แก่ จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

รายละเอียดบุคคลที่ 3: ร้อยตำรวจโท ปัญญาวชิระ จันทร์ดา

ร้อยตำรวจโท ปัญญาวชิระ จันทร์ดา ถูกถอดยศตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ด้วยเหตุผลผิดวินัยร้ายแรง เครื่องราชที่ถูกเรียกคืนจำนวนมาก เช่น จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์ช้างเผือก เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 2 ประเภทที่ 2 เหรียญราชการชายแดน และเหรียญทองช้างเผือก

ทั้งสามรายนี้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศที่เกี่ยวข้องแล้ว ประกาศลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล

เหตุการณ์ โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ 3 นายตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการลงโทษส่วนบุคคล แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนใจแก่ข้าราชการทุกคนให้ยึดมั่นในจรรยาบรรณ การกระทำดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต่อสถาบันตำรวจ ในขณะที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาความไม่โปร่งใสในหน่วยงานรัฐ

จากสถิติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีกรณีถอดยศตำรวจเกิดขึ้นไม่น้อย โดยส่วนใหญ่มาจากการทุจริต การใช้อำนาจในทางมิชอบ หรือผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น เช่น การตรวจสอบประวัติและการอบรมจริยธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

  • เหตุผลหลัก: ผิดวินัยร้ายแรงและถูกไล่ออก
  • ผลกระทบ: สูญเสียยศและเครื่องราชทุกชั้น
  • บทเรียน: ความสำคัญของการรักษาวินัยในราชการ

นอกจากนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศราชกิจจานุเบกษาได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เพื่ออัปเดตข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน

ในมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจ โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ 3 นายตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการกำจัดคนไม่เหมาะสมออกจากระบบ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายสู่สาธารณะ!

ที่มา – โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ 3 นายตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์