วัน: 20 กุมภาพันธ์ 2026

วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์

วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์ อัตราการว่างงานของวัยรุ่นในอังกฤษพุ่งสูงสุดตลอดกาล สูงถึง 16.1% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 สัญญาณเตือนภัยใหญ่ของ “Jobless Generation” หรือยุคสมัยแห่งการว่างงานที่กำลังใกล้เข้ามา

วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์ สาเหตุหลักจากนโยบายรัฐ

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษรายงานตัวเลขที่น่าตกใจ อัตราการว่างงานวัยรุ่นทะลุ 16.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยยุโรปที่ 14.9% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2000 นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า สาเหตุหลักมาจาก “การขึ้นภาษีแรงงาน” และ “การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ” ทำให้ธุรกิจ โดยเฉพาะร้านอาหารและร้านค้าปลีก บ่นอุบว่าต้นทุนจ้างวัยรุ่นสูงเกินไป

ผู้ประกอบการหลายรายยอมรับตรงๆ ว่า “การจ้างพนักงานวัยรุ่นกลายเป็นภาระหนัก” เพราะค่าแรงขั้นต่ำที่พุ่งขึ้น แม้รัฐบาลจะอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือแรงงาน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านโยบายนี้กลับทำให้การจ้างงานยิ่งยากลำบาก

ตัวเลขว่างงานวัยรุ่นพุ่งสูงกว่ายุโรปอย่างไร

Resolution Foundation วิเคราะห์ว่าอังกฤษกำลังแซงหน้าประเทศยุโรปในด้านอัตราว่างงานวัยรุ่น โดยกว่า 45% ของคนอายุต่ำกว่า 24 ปี ไม่ได้เรียนต่อ ไม่มีงาน และไม่เคยทำงานมาก่อน สถานการณ์นี้ถูกเรียกว่า “รัฐบาลซอมบี้” ที่ไร้ประสิทธิภาพ ไม่วางแผนรับมืออนาคต

  • การขึ้นภาษีแรงงาน: ทำให้ต้นทุนธุรกิจพุ่ง
  • ค่าแรงขั้นต่ำ 10 ยูโร/ชั่วโมง: สำหรับวัย 18-20 ปี ช่องว่างกับผู้ใหญ่แคบลง บริษัทเลยเลี่ยงจ้างมือใหม่
  • ความไม่มั่นคงเศรษฐกิจ: จากปี 2022 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  • กฎหมายจ้างงานเข้มงวด: ธุรกิจลังเลจ้าง
  • AI เข้ามาแทนที่: เติบโตเร็ว กระทบงานระดับเริ่มต้น

ข้อมูลปี 2024 ชี้ว่าว่างงานวัยต่ำกว่า 34 ปี เพิ่ม 242,000 คน ขณะที่จ้างผู้ใหญ่อายุ 35+ ปี เพิ่ม 71,000 คน บริษัทหลายแห่งยังตัดโบนัสประจำปี เพื่อปรับตัวกับเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

ผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจอังกฤษ

วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์ ไม่เพียงกระทบปัจเจกบุคคล แต่ยังฉุดรั้งการเติบโตเศรษฐกิจทั้งประเทศ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รัฐบาลทบทวนนโยบาย ลดภาษีแรงงาน สร้างหลักสูตรฝึกอบรมที่เชื่อมโยงกับตลาด และส่งเสริมการจ้างงานเยาวชน

สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนสำหรับทุกประเทศ รวมถึงไทย ที่กำลังเผชิญปัญหาว่างงานเยาวชนเช่นกัน หากไม่ปรับตัว AI และนโยบายที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิด Jobless Generation ในบ้านเราได้

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน รัฐบาลต้องลงมือจริงจัง ลดอุปสรรคจ้างงาน และลงทุนในทักษะดิจิทัลสำหรับวัยรุ่น เพื่อป้องกันวิกฤตใหญ่ คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวรับมืออนาคต

ที่มา – วัยรุ่นชาวอังกฤษส่อเเววตกงานมากเป็นประวัติการณ์

ยูเอ็นพร้อมร่วม Board of Peace ทรัมป์ฟื้นฟูกาซา

ยูเอ็นระบุ พร้อมร่วมงานกับ Board of Peace ของ ทรัมป์ เพื่อช่วยฟื้นฟูกาซา เป็นข่าวสำคัญที่สะท้อนถึงความพยายามระดับนานาชาติในการแก้ไขวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะฉนวนกาซาที่ประสบความเสียหายอย่างหนักจากการขัดแย้งยืดเยื้อ ล่าสุด โฆษกสหประชาชาติยืนยันความพร้อมในการร่วมมือกับคณะกรรมการสันติภาพที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ริเริ่มขึ้น เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่

ยูเอ็นระบุ พร้อมร่วมงานกับ Board of Peace ของ ทรัมป์ เพื่อช่วยฟื้นฟูกาซา

ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าองค์การสหประชาชาติพร้อมทำงานร่วมกับ “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ซึ่งเป็นโครงการใหม่ของทรัมป์ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้ประกาศเงินช่วยเหลือจำนวน 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาท สำหรับการฟื้นฟูกาซา ขณะที่นักประเมินคาดการณ์ว่าค่าความเสียหายจริงอาจพุ่งสูงกว่า 2.5 ล้านล้านบาท

คณะกรรมการสันติภาพนี้ถูกจัดตั้งขึ้นในที่ประชุมครั้งแรกของทรัมป์ โดยมีเป้าหมายหลักในการผลักดันนโยบายต่างประเทศสำคัญ เช่น การบริหารจัดการกาซาให้กลายเป็นมหานครสมัยใหม่ การท้าทายบทบาทของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศ และการขับเคลื่อนข้อตกลงหยุดยิงที่ยังคงเปราะบาง

สถานการณ์ปัจจุบันในกาซาและความท้าทาย

แม้จะมีความหวังจากความร่วมมือนี้ แต่สถานการณ์ในกาซายังคงตึงเครียด ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากยังคงเสียชีวิตจากการโจมตีเกือบทุกวัน โดยอิสราเอลอ้างว่าเป็นปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มติดอาวุธอย่างฮามาสที่คุกคามกองกำลังของตน ขณะที่ฮามาสยังไม่ยอมปลดอาวุธ และคณะกรรมการปาเลสไตน์ที่เตรียมเข้ามารับช่วงต่อยังติดขัดในการเจรจาที่อียิปต์

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความทะเยอทะยานของทรัมป์อาจเผชิญอุปสรรคจากความเป็นจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะความคืบหน้าในการหยุดยิงที่ยังช้า

  • ความเสียหายทางกายภาพ: อาคารที่พักอาศัย โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายเกือบหมด
  • วิกฤตมนุษยธรรม: ขาดแคลนอาหาร ยา และน้ำสะอาด ส่งผลให้เกิดโรคระบาด
  • ปัญหาการเมือง: การแบ่งแยกภายในปาเลสไตน์และความขัดแย้งกับอิสราเอล
  • การเงิน: ต้องใช้เงินมหาศาลในการฟื้นฟู ซึ่งสหรัฐฯ เริ่มนำร่องแล้ว

บทบาทของยูเอ็นและสหรัฐฯ ในความพยายามนี้

ยูเอ็นมีประสบการณ์ยาวนานในการช่วยเหลือมนุษยธรรม โดยจะร่วมกับ Board of Peace ในการประสานงานโครงการต่างๆ เช่น การสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการส่งเสริมสันติภาพระยะยาว สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ มุ่งหวังให้กาซากลายเป็น “ริบวิไลน่าแห่งตะวันออกกลาง” คล้ายกับที่เคยผลักดันในอิสราเอล-อาหรับ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับการยอมรับจากทุกฝ่าย รวมถึงอิสราเอล ฮามาส และชาติอาหรับ หากสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดได้ ความร่วมมือ “ยูเอ็นระบุ พร้อมร่วมงานกับ Board of Peace ของ ทรัมป์ เพื่อช่วยฟื้นฟูกาซา” นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีแผนการลงทุนจากเอกชนสหรัฐฯ และพันธมิตรนานาชาติ เพื่อเร่งสร้างงานและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือใหม่ สนามบิน และเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ในมุมมองของผู้เขียน ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเมืองระหว่างประเทศที่ผสานเอกชนและองค์กรโลก หากดำเนินไปได้ดี จะไม่เพียงฟื้นฟูกาซาเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบแก้ไขความขัดแย้งอื่นๆ ทั่วโลก คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในช่องคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ยูเอ็นระบุ พร้อมร่วมงานกับ Board of Peace ของ ทรัมป์ เพื่อช่วยฟื้นฟูกาซา

ตรุษจีนนครสวรรค์ ขบวนแห่ “ชิวสี่” สุดยิ่งใหญ่

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ! ถ้าพูดถึงเทศกาลตรุษจีนที่เต็มไปด้วยสีสันและความศรัทธา ก็ต้องยกให้ตรุษจีนนครสวรรค์ ขบวนแห่ “ชิวสี่” เลยค่ะ งานนี้สืบสานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพมาอย่างยาวนาน เป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ชาวนครสวรรค์และนักท่องเที่ยวรอคอยทุกปี บรรยากาศคึกคักสุดๆ ชาวบ้านแต่งกายสวยงาม นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันเพียบเลย!

ตรุษจีนนครสวรรค์ ขบวนแห่ “ชิวสี่” สืบสานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ

ในปีนี้ 2569 (พ.ศ. 2569) วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เวลา 07.00 น. ณ บริเวณซุ้มประตูเมืองสี่แยกสะพานเดชาติวงศ์ นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานเปิดขบวนแห่กลางวันที่เรียกว่า “ชิวสี่” เนื่องในงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2568-2569 ซึ่งเป็นปีที่ 110 แล้วนะคะ มีนายเรวัช สุริต ประธานคณะกรรมการจัดงาน พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ และพี่น้องประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมเดินขบวนกันอย่างอบอุ่น

ตรุษจีนนครสวรรค์ ขบวนแห่ “ชิวสี่” สืบสานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ

สโลแกนสุดคูลและธรรมเนียมต้อนรับเจ้า

สโลแกนปีนี้คือ “ตรุษจีนแห่งสีสัน เมืองสวรรค์ 5 ภาษา” สุดเก๋ไก๋เลยค่ะ! ก่อนขบวนจะเริ่ม ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ห้างร้าน และบ้านเรือนริมถนนตลาดปากน้ำโพ ต่างตั้งโต๊ะรับเจ้ากันแน่นขนัด นี่เป็นธรรมเนียมเก่าแก่ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพื่ออัญเชิญเทพเจ้ามาให้พร ความมั่งคั่ง เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้า และชีวิตครอบครัว เป็นความเชื่อที่ทำให้ทุกคนมีกำลังใจเต็มเปี่ยม

ขบวนตรุษจีนนครสวรรค์ ขบวนแห่ “ชิวสี่”นี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นขบวนที่ยาวที่สุดในประเทศไทยเลยนะคะ! มีหลากหลายขบวนย่อยที่น่าชม เช่น

  • ขบวนเทิดพระเกียรติ พระบรมราชวงศ์
  • ขบวนนางฟ้าสุดสวยจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ
  • การแสดงคณะมังกรทองที่เต้นระลอกอย่างมันส์
  • สิงโต 5 ชาติพันธุ์ สีสันสดใส
  • รำถ้วยไหหลำและเอ็งกอ-พะบู๊ โชว์วัฒนธรรมจีนแท้ๆ
  • ขบวนองค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม โดยนางสาวศกุนตลา แพรนาม หรือ “น้องผักบุ้ง” วัย 16 ปี ประทับบนแท่นดอกบัวงดงาม นักท่องเที่ยวแย่งกันถ่ายรูป!
  • ลูกศิษย์กิมท้ง-เง็กนึ่ง และขบวนมังกรทองเพิ่มความตื่นเต้น
ขบวนแห่ชิวสี่ ตรุษจีนนครสวรรค์
องค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม ในตรุษจีนนครสวรรค์ ขบวนแห่ชิวสี่
มังกรทองในขบวนตรุษจีนนครสวรรค์
สิงโต 5 ชาติ ขบวนชิวสี่
บรรยากาศตรุษจีนนครสวรรค์ ขบวนแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ

ประเพณีนี้ไม่ใช่แค่งานเฉลิมฉลอง แต่ยังสะท้อนถึงรากเหง้าวัฒนธรรมจีนที่ผสมกลมกลืนกับวิถีชีวิตคนไทยในนครสวรรค์มานานกว่า 110 ปี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น พ่อค้าแม่ค้าขายของดีกันดุเดือด นักท่องเที่ยวได้อิ่มเอมทั้งใจและท้อง ด้วยอาหารจีนอร่อยๆ อย่างก๋วยเตี๊ยวเรือ บะหมี่น้ำมัน และขนมต่างๆ

ถ้าเพื่อนๆ ชอบเทศกาลแบบนี้ ตรุษจีนนครสวรรค์ ขบวนแห่ “ชิวสี่” ถือเป็นจุดหมายที่ห้ามพลาดเลยค่ะ มันทำให้เรารู้สึกถึงความสามัคคี ความศรัทธา และความสนุกสนานที่แท้จริง ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ การได้มาร่วมงานแบบนี้ช่วยเติมพลังบวกให้ชีวิตได้เยอะมาก

ปีหน้าถ้ามีโอกาส อย่าลืมแวะมางานตรุษจีนนครสวรรค์นะคะ! มาชมขบวนชิวสี่ ถ่ายรูปสวยๆ อุดหนุนของดีท้องถิ่น แล้วจะติดใจแน่นอน รับรองว่าปีใหม่นี้จะมั่งคั่งร่ำรวยตามคำอธิษฐานเลย!

ที่มา – ตรุษจีนนครสวรรค์ ขบวนแห่ “ชิวสี่” สืบสานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ

“ธรรมนัส” บินยุโรปคืนนี้ “นเรศ” ยันไม่มีเลื่อน ยังไฟล์ทเดิม 20 ก.พ.

“ธรรมนัส” บินยุโรปคืนนี้ “นเรศ” ยันไม่มีเลื่อน ยังไฟล์ทเดิม 20 ก.พ. คือข่าวร้อนที่หลายคนกำลังจับตามอง โดยเฉพาะในแวดวงการเมืองไทย ที่สถานการณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กำลังเป็นประเด็นสำคัญ ท่ามกลางกระแสการเจรจาร่วมรัฐบาลและความเคลื่อนไหวล่าสุดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“ธรรมนัส” บินยุโรปคืนนี้ “นเรศ” ยันไม่มีเลื่อน ยังไฟล์ทเดิม 20 ก.พ.

จากรายงานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 สื่อมวลชนจำนวนมากรอติดตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังมีข่าวลือว่า ร.อ.ธรรมนัส จะเลื่อนการเดินทางไปยุโรปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดยืนยันชัดเจนว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ร.อ.ธรรมนัส ยังคงไฟล์ทเดิมบินคืนนี้พร้อมครอบครัว โดยมอบหมายให้ดูแลงานกระทรวงแทนจนกว่าจะกลับมา

สถานการณ์ที่กระทรวงเกษตรฯ ท่ามกลางกระแสข่าวลือ

เช้าวันนี้ (20 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวไปรอที่กระทรวงเกษตรฯ เพื่อดูความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ปรากฏตัว นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีการยกเลิกไฟล์ทหรือไม่ และยังไม่ได้รับแจ้งว่าจะเข้ามาราชการหรือเปล่า สำหรับกระแสข่าวประชุมผู้บริหารระดับสูง ก็ยังไม่มีนัดหมายอย่างเป็นทางการ ข้าราชการยืนยันว่าเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นบุคคลสำคัญในพรรคกล้าธรรม ที่มีบทบาททั้งในสภาและกระทรวงเกษตรฯ มานาน ด้วยประสบการณ์ด้านการทหารและการเมือง ทำให้เป็นที่จับตาในทุกการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะช่วงที่รัฐบาลกำลังจัดตั้งและพรรคต่างๆ กำลังเจรจาร่วมรัฐบาล การเดินทางไปยุโรปครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการพักผ่อนกับครอบครัว แต่ก็มีบางคนตั้งคำถามถึงจังหวะเวลาที่ตรงกับสถานการณ์การเมืองร้อนระอุ

คำยืนยันจาก “นเรศ” รมช.เกษตรฯ

เวลา 10.25 น. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางเข้าที่ทำงานและให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “ธรรมนัส” บินยุโรปคืนนี้ “นเรศ” ยันไม่มีเลื่อน ยังไฟล์ทเดิม 20 ก.พ. โดยยืนยันชัดเจนว่าไม่มีการยกเลิก และส่วนตัวได้รับคำสั่งให้รักษาราชการแทนเท่านั้น ยังไม่ทราบว่าร.อ.ธรรมนัส จะ swing by กระทรวงหรือไม่

  • ไฟล์ทบินยุโรปยังคงเดิม ไม่เลื่อนหรือยกเลิก
  • มอบหมายงานให้ นายนเรศ รักษาการแทน
  • ไม่มีประชุมผู้บริหารกระทรวงอย่างเป็นทางการ
  • กระแสข่าวลือเกิดจากรายงานเช้า แต่แหล่งข่าวยืนยันไม่จริง

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสในการสื่อสารของทีมงาน ร.อ.ธรรมนัส ที่รีบเคลียร์ข่าวลือทันที ทำให้ภาพลักษณ์ยังคงมั่นคง ท่ามกลางการเมืองที่เต็มไปด้วยการเก็งกำไร หากมองกว้างขึ้น พรรคกล้าธรรมกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ การตัดสินใจของผู้นำอย่าง ร.อ.ธรรมนัส จะส่งผลต่ออนาคตของพรรคในการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นี่คือสิ่งที่นักการเมืองและประชาชนต้องติดตาม

นอกจากประเด็นนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีวาระสำคัญอื่นๆ เช่น นโยบายช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส เคยผลักดันมาโดยตลอด การมอบหมายให้ นายนเรศ ดูแล จึงเป็นการรักษาความต่อเนื่องได้ดี

ในมุมมองของผู้เขียน การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากแต่เป็นการแสดงถึงความมั่นใจในทีมงาน สุดท้ายแล้ว การเมืองไทยต้องอาศัยความชัดเจนและการสื่อสารที่ดี ติดตามอัพเดทข่าวการเมืองล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “ธรรมนัส” บินยุโรปคืนนี้ “นเรศ” ยันไม่มีเลื่อน ยังไฟล์ทเดิม 20 ก.พ.

สายการบินเวียดนาม ลงนามซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 90 ลำ

สายการบินเวียดนาม ลงนามซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 90 ลำ ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการบินเอเชียเลยทีเดียว! ด้วยมูลค่ากว่า 1.08 ล้านล้านบาท สัญญานี้ไม่เพียงแสดงถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมการบินเวียดนาม แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างเวียดนามและสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สายการบินเวียดนาม 3 รายใหญ่ ได้แก่ เวียดนาม แอร์ไลน์, ซัน ฟุก๊วก แอร์เวย์ และเวียตเจ็ต ได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัทโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินชั้นนำจากสหรัฐฯ เพื่อสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นใหม่รวมกว่า 90 ลำ มูลค่ารวมประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.08 ล้านล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)

สายการบินเวียดนาม ลงนามซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 90 ลำ: รายละเอียดสำคัญ

การลงนามครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเยือนสหรัฐฯ ของนายโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ที่เข้าร่วมการประชุมเปิดตัวคณะกรรมการ Board of Peace โครงการริเริ่มของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งระดับโลก นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่ระหว่างสองประเทศ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก

เวียดนาม แอร์ไลน์: สายการบินแห่งชาตินำทัพ

เวียดนาม แอร์ไลน์ สายการบินแห่งชาติ ได้เซ็นสัญญามูลค่า 8,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 291,600 ล้านบาท) เพื่อซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 จำนวน 50 ลำ โดยกำหนดรับมอบระหว่างปี 2573-2575 คาดว่าจะทำให้ฝูงบินรวมเพิ่มเป็น 151 ลำ ภายในปี 2573 นอกจากนี้ ยังเจรจาซื้อเครื่องบินลำตัวกว้างเพิ่มอีก 30 ลำ มูลค่าสูงสุด 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (432,000 ล้านบาท) ซึ่งจะช่วยขยายเส้นทางบินระยะไกล

ซัน ฟุก๊วก แอร์เวย์: สายการบินใหม่ไฟแรง

ซัน ฟุก๊วก แอร์เวย์ สายการบินหน้าใหม่จากเกาะฟุก๊วก ได้ลงนามซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์ 40 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (810,000 ล้านบาท) เครื่องบินรุ่นนี้มีจุดเด่นเรื่องประหยัดน้ำมันและบินไกลได้ ทำให้เหมาะกับการขยายเครือข่ายสู่ยุโรปและอเมริกา

เวียตเจ็ต: ต้นทุนต่ำแต่ไม่ธรรมดา

เวียตเจ็ต สายการบินโลว์คอสต์ยอดนิยม ทำข้อตกลงด้านการเงินมูลค่า 965 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (34,740 ล้านบาท) กับ Griffin Global Asset Management เพื่อซื้อโบอิ้ง 737-8 อีก 6 ลำ ช่วยเสริมกำลังฝูงบินให้รองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

นอกจากรายละเอียดการสั่งซื้อแล้ว สายการบินเวียดนาม ลงนามซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 90 ลำ ยังสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจเวียดนามที่เติบโตอย่างรวดเร็ว GDP ขยายตัวเฉลี่ย 6-7% ต่อปี ทำให้ความต้องการเดินทางทางอากาศพุ่งสูง โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวและธุรกิจ

  • ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม: เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ลดต้นทุนเชื้อเพลิง ด้วยเทคโนโลยีเครื่องบินใหม่
  • ผลกระทบเศรษฐกิจ: สร้างงานนับหมื่นตำแหน่ง ในภาคการบินและโลจิสติกส์
  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: เสริมแกร่งพันธมิตรสหรัฐฯ-เวียดนาม ท่ามกลางสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg และ Reuters มองว่า ดีลนี้เป็น ‘win-win’ สำหรับทั้งสองฝ่าย โบอิ้งได้ยอดสั่งซื้อมหาศาล ขณะที่เวียดนามก้าวสู่การเป็นฮับการบินอาเซียนตัวจริง

ในมุมมองของผู้เขียน สายการบินเวียดนาม ลงนามซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 90 ลำ คือสัญญาณว่าอาเซียนกำลังบูม! หากคุณสนใจลงทุนหรือวางแผนท่องเที่ยวเวียดนาม ลองติดตามพัฒนาการนี้ หากมีโอกาสบินเวียดนามแอร์ไลน์รุ่นใหม่ อย่าลืมแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ

ที่มา – สายการบินเวียดนาม ลงนามซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 90 ลำ

เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่งให้โอซากาซ่อมประปา

ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เมื่อมี เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่ง มูลค่า whopping 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 120 ล้านบาทไทย ให้กับเมืองโอซากา เพื่อนำไปซ่อมแซมระบบประปาที่เสื่อมสภาพมานาน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การให้เงินธรรมดา แต่เป็นทองคำแท่งจริงๆ น้ำหนักรวม 21 กิโลกรัม! ทำให้ทุกคนตะลึงไปตามๆ กัน

ลองนึกภาพดูสิครับ นายกเทศมนตรีเมืองโอซากา ฮิเดยูกิ โยโกยามะ ต้องแถลงข่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง เพราะของขวัญชิ้นนี้มาถึงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่เพิ่งเปิดเผยออกมา ผู้บริจาคนิรนามคนนี้ต้องการให้เงินทั้งหมดนำไปใช้ปรับปรุงระบบท่อประปาที่มีปัญหามากมาย ก่อนหน้านี้ เขาเคยบริจาคเงินสด 500,000 เยน (ราว 1 แสนบาท) ให้หน่วยงานประปาโอซากาแล้วด้วยนะ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงจังในการช่วยเหลือโครงสร้างพื้นฐานของเมือง

เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่ง

เหตุการณ์ เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่ง ครั้งนี้กลายเป็นสปอตไลต์ที่ส่องสว่างปัญหาใหญ่ของญี่ปุ่น เมืองโอซากา ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญอันดับ 3 ของประเทศ มีประชากรเกือบ 3 ล้านคน ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซ แต่ระบบประปาและท่อระบายน้ำกลับเก่าแก่และผุพังจากการใช้งานยาวนาน ในปีงบประมาณ 2024 เพียงปีเดียว ก็เกิดเหตุท่อรั่วไหลใต้ถนนมากกว่า 90 ครั้ง สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชาวเมืองมหาศาล

ปัญหาระบบประปาเก่าในโอซากาและญี่ปุ่น

ไม่ใช่แค่โอซากาเท่านั้น แต่ทั่วญี่ปุ่นมีท่อประปากว่า 20% ที่อายุเกิน 40 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์กฎหมายที่กำหนด ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงท่อแตก ทรุดตัว และหลุมยุบบ่อยครั้ง อย่างปีที่แล้วในจังหวัดไซตามะ เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่กลืนหัวรถบรรทุกทั้งคัน ทำให้คนขับเสียชีวิต สลดใจจริงๆ ปัญหานี้ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเร่งรัดแผนเปลี่ยนท่อใหม่ทั้งประเทศ แต่ติดปัญหางบประมาณจำนวนมหาศาล นายกเทศมนตรีโยโกยามะยังบอกเลยว่าการซ่อมต้องใช้เงินเยอะมาก จนเงินบริจาคครั้งนี้ทำให้เขาพูดไม่ออกไปเลย

  • ท่อประปารั่วไหลบ่อยครั้ง สูญเสียน้ำและเสี่ยงอุบัติเหตุ
  • หลุมยุบจากท่อระบายน้ำแตกใต้ดิน
  • โครงสร้างพื้นฐานเสื่อมสภาพจากอายุใช้งานนานนับทศวรรษ
  • กระทบต่อประชากรหนาแน่นในเมืองใหญ่

สำนักงานประปาโอซากายืนยันว่าจะนำทองคำแท่งชิ้นนี้ไปขายและใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะโครงการเปลี่ยนท่อประปาใหม่ทั้งระบบ เป็นข่าวดีที่สร้างแรงบันดาลใจให้หลายคน

ทำไมเรื่อง เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่ง ถึงน่าประทับใจขนาดนี้? เพราะในยุคที่ทุกคนกำลังกังวลเรื่องเศรษฐกิจ มันแสดงให้เห็นว่ายังมีคนใจบุญที่คิดถึงส่วนรวม โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ถ้าไม่มีระบบประปาที่ดี ชาวโอซากาก็เดือดร้อนหนัก ลองคิดดู ถ้าเป็นในไทยเราล่ะ จะมีใครกล้าบริจาคทองคำแท่งขนาดนี้มั้ย?

จากมุมมองของผม การกระทำแบบนี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังจุดประกายให้หน่วยงานรัฐเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานให้มากขึ้นด้วย คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้? ลองแชร์ความคิดในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดแชร์เพื่อให้คนอื่นๆ ได้รู้จักข่าวดีชิ้นนี้กันเยอะๆ นะครับ!

ที่มา – เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่ง มูลค่า 3.6 ล้านดอลลาร์ ให้โอซากาซ่อมระบบประปาเก่า

จับตา “ศาลอาญา” นัดตัดสิน 2 คดีสำคัญ “แอม ไซยาไนด์ – อานนท์ นำภา”

วันนี้เป็นวันที่คนทั้งประเทศ จับตา “ศาลอาญา” นัดตัดสิน 2 คดีสำคัญ “แอม ไซยาไนด์ – อานนท์ นำภา” กันอย่างใกล้ชิด ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้กำหนดนัดฟังคำพิพากษาใน 2 คดีร้อนที่สร้างความฮือฮาให้กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน คดีแรกคือกรณีของ “แอม ไซยาไนด์” หรือนางสาวสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ ผู้ต้องหาการถวายยาพิษไซยาไนด์ให้กับสารวัตรปู หรือ พ.ต.ต.หญิงนิภา แสนจันทร์ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า และคดีที่สองคือคดีของนายอานนท์ นำภา กับพวก ในข้อหากระทำผิดฐานหมิ่นประมาทสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

จับตา “ศาลอาญา” นัดตัดสิน 2 คดีสำคัญ “แอม ไซยาไนด์ – อานนท์ นำภา”

การนัดตัดสินครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาที่ศาล คดีของแอม ไซยาไนด์นัดพิจารณาที่ห้อง 813 ส่วนคดีอานนท์ นำภานัดที่ห้อง 801 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป แฟนข่าวอาชญากรรมและผู้สนใจจำนวนมากต่างมารอติดตามผลการตัดสิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง

รายละเอียดคดีแอม ไซยาไนด์ วางยาพิษสารวัตรปู

คดีนี้เริ่มต้นจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อแอม ไซยาไนด์ วางยาพิษไซยาไนด์ลงในอาหารหรือเครื่องดื่มของสารวัตรปู ส่งผลให้เสียชีวิตโดยเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ไซยาไนด์เป็นสารพิษร้ายแรงที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว หลักฐานในคดีมีทั้งพยานบุคคล การตรวจสอบร่องรอยสารพิษในร่างกายผู้เสียหาย และคำให้การของผู้ต้องหาเอง ทำให้คดีนี้เป็นที่สนใจเพราะเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมที่วางแผนมาอย่างรอบคอบ

ตลอดการพิจารณาคดี ศาลได้ไต่สวนพยานฝั่งอัยการและผู้ต้องหาอย่างละเอียด ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าสารไซยาไนด์พบในปริมาณสูงเกินกว่าที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ แอมเองก็ให้การรับสารภาพบางส่วน แต่ยังมีประเด็นโต้แย้งเรื่องเจตนาและแรงจูงใจ ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาส่วนตัวและความขัดแย้งระหว่างผู้ต้องหากับผู้เสียหาย

คดีอานนท์ นำภา กับพวก หมิ่นประมาทเบื้องสูง

อีกคดีหนึ่งที่ จับตา “ศาลอาญา” นัดตัดสิน 2 คดีสำคัญ “แอม ไซยาไนด์ – อานนท์ นำภา” คือคดีของนายอานนท์ นำภา ทนายความชื่อดังที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 112 คดีนี้เกิดจากการโพสต์ข้อความและการปราศรัยในที่สาธารณะที่ถูกมองว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาท อานนท์และพวกถูกจับกุมและดำเนินคดีมานานหลายปี โดยมีประเด็นสำคัญคือเสรีภาพในการแสดงออกเทียบกับการคุ้มครองสถาบัน

  • ข้อกล่าวหาหลัก: โพสต์ภาพและข้อความหมิ่นประมาทในโซเชียลมีเดีย
  • พยานหลัก: ตำรวจกองปราบปรามและพยานบุคคล
  • การต่อสู้ในศาล: อานนท์ให้การปฏิเสธและอ้างเสรีภาพการเมือง
  • นัดฟังคำพิพากษา: 20 ก.พ. 2569 เวลา 09.00 น. ห้อง 801

คดีนี้ไม่เพียงแต่เป็นประเด็นทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความแตกแยกในสังคมไทยเรื่องการตีความกฎหมาย 112 ที่ถูกใช้อย่างกว้างขวางในช่วงหลังๆ

ทั้งสองคดีนี้มีความสำคัญเพราะเป็นตัวอย่างของคดีอาชญากรรมร้ายแรงและคดีการเมืองที่อาจกำหนดทิศทางของการตัดสินคดีในอนาคต นักกฎหมายและนักวิชาการหลายคนคาดการณ์ว่าผลอาจออกมาในรูปแบบรอลงอาญาหรือจำคุก ขึ้นอยู่กับดุลพยาน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะผลออกมาเป็นอย่างไร คดีเหล่านี้จะเป็นบทเรียนให้สังคมไทยได้ไตร่ตรองถึงความยุติธรรมและเสรีภาพ

ในมุมมองของผู้เขียน คดี จับตา “ศาลอาญา” นัดตัดสิน 2 คดีสำคัญ “แอม ไซยาไนด์ – อานนท์ นำภา” แสดงให้เห็นว่ากฎหมายไทยยังคงเข้มแข็งในการปกป้องชีวิตและสถาบัน แต่ก็ต้องสมดุลกับสิทธิส่วนบุคคล หากคุณสนใจข่าวอาชญากรรมและการเมือง ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตผลตัดสินแบบเรียลไทม์ และแสดงความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – จับตา “ศาลอาญา” นัดตัดสิน 2 คดีสำคัญ “แอม ไซยาไนด์ – อานนท์ นำภา”

โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ พันตรีหญิง สุปรียา เย็นฉ่ำ ออกจากยศทหาร

ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 มีข่าวสำคัญที่สร้างความสนใจในวงการทหารและสังคมไทย เมื่อ โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ พันตรีหญิง สุปรียา เย็นฉ่ำ ออกจากยศทหาร ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นพระบรมราชโองการที่โปรดเกล้าฯ ลงมาเนื่องจากพันตรีหญิงสุปรียาถูกต้องหาคดีอาญาและหลบหนีไป

โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ พันตรีหญิง สุปรียา เย็นฉ่ำ ออกจากยศทหาร

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ได้เผยแพร่อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด พันตรีหญิง สุปรียา เย็นฉ่ำ ทหารหญิงพ้นราชการสังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากต้องหาคดีอาญาแล้วหลบหนีไป ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์หลายชั้นที่พันตรีหญิงสุปรียาได้รับไว้ก่อนหน้านี้ ได้แก่

  • ตริตาภรณ์มงกุฎไทย
  • จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก
  • จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย
  • เหรียญจักรมาลา

การเรียกคืนนี้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ข้อ 2 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 ข้อ 6 และ 7 (8) โดยพันตรีหญิงสุปรียาถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศที่เกี่ยวข้องแล้ว

รายละเอียดโปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ พันตรีหญิง สุปรียา เย็นฉ่ำ ออกจากยศทหาร

ประกาศลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล การถอดยศทหารในกรณีนี้ถือเป็นมาตรการที่เข้มงวด เพื่อรักษาวินัยและเกียรติยศของกองทัพไทย ผู้ที่ถูกถอดยศจะสูญเสียสิทธิประโยชน์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับยศทหาร รวมถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ

คดีของพันตรีหญิงสุปรียา เย็นฉ่ำ ยังคงเป็นที่ติดตาม เนื่องจากเป็นตัวอย่างของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด แม้จะเป็นบุคคลในเครื่องแบบทหารก็ตาม ในอดีตเคยมีกรณีคล้ายกันหลายครั้งที่ทหารชั้นผู้ใหญ่ถูกถอดยศจากพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ทุจริตหรือกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อสถาบันทหาร

นอกจากประเด็นทางกฎหมายแล้ว การ โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ พันตรีหญิง สุปรียา เย็นฉ่ำ ออกจากยศทหาร ยังสะท้อนถึงหลักธรรมาภิบาลในกองทัพ ที่ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ใด หากฝ่าฝืนกฎระเบียบ สิ่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าราชการทหารทุกคนยึดมั่นในจรรยาบรรณและปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรติดตามข่าวสารจากราชกิจจานุเบกษาเพื่ออัปเดตข้อมูลอย่างเป็นทางการ หากคุณสนใจประเด็นกฎหมายทหารหรือข่าวการเมือง สามารถติดตามบล็อกของเราเพื่อรับข้อมูลล่าสุด โดยในอนาคต เราจะนำเสนอวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบจากการถอดยศครั้งนี้ต่อภาพลักษณ์ของกองทัพบก

สุดท้ายนี้ การถอดยศในครั้งนี้ย้ำเตือนว่ากฎหมายคือกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ผู้สวมเครื่องแบบราชการ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ พันตรีหญิง สุปรียา เย็นฉ่ำ ออกจากยศทหาร

ทดสอบ VOLVO ES90 Ultra Single Motor Extended Range

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถไฟฟ้า! วันนี้เรามีโอกาสได้ ทดสอบ VOLVO ES90 Ultra Single Motor Extended Range รถเรือธงไฟฟ้าจากวอลโว่ที่ราคาดีงามมาก เริ่มต้นแค่ 2.99 ล้านบาท แต่สเปกแน่นเวอร์ ทั้งระยะทางไกล 755 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย ถ้าคุณกำลังมองหารถซีดานไฟฟ้าหรูสไตล์สแกนดิเนเวีย ไม่ควรพลาดรีวิวนี้ครับ

VOLVO ES90 Ultra Single Motor Extended Range ด้านหน้า

VOLVO ES90 Ultra Single Motor Extended Range

รถคันนี้มีความยาว 5 เมตรพอดี ฐานล้อยาวเหมือนลีมูซีน ให้ความรู้สึกมั่นคงสง่างาม แต่ด้วยความสูงที่มากกว่ารถซีดานทั่วไป เลยดูเป็น fastback ยกสูงนิดๆ สวยแบบไม่เหมือนใคร คู่แข่งหลักๆ ในไทยมีดังนี้:

  • Audi A6 e-tron: 5,899,000 บาท
  • BMW i5 40: 3,499,000 บาท
  • BMW iX 45: 5,999,000 บาท
  • Mercedes EQE 350: 3,790,000 บาท
  • Porsche Taycan: 5,290,000 – 7,890,000 บาท

เห็นมั้ยครับ ราคา VOLVO ES90 Ultra Single Motor Extended Range ถูกกว่าหลายคัน แต่ได้ของแน่น!

ความปลอดภัยระดับโลกของ VOLVO ES90 Ultra Single Motor Extended Range

จุดเด่นสุดๆ คือ Safe Space Technology กล้อง 7 ตัว เรดาร์ 5 ตัว อัลตราโซนิก 12 ตัว และ LiDAR บนหลังคา มองเห็นรอบ 360 องศา ตรวจจับในที่มืดได้ แถมตรวจสมาธิผู้ขับ ถ้าขาดสมาธิจะช่วยเหลืออัตโนมัติ ระบบกันสะเทือนถุงลม Adaptive Air Suspension นุ่มนวลสุดๆ

เซ็นเซอร์ LiDAR VOLVO ES90 Ultra Single Motor Extended Range

ดีไซน์เรียบหรู ค่า Cd 0.25 ลู่ลมสุดๆ วัสดุรีไซเคิล 63% เป็นมิตรต่อโลก แบตเตอรี่ 92 kWh (หรือ 106 kWh) ระบบ 800V ชาร์จเร็ว 10-80% ใน 22 นาที เพิ่มระยะ 300 กม. ใน 10 นาที มอเตอร์เดี่ยว 333 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ใน 6.6 วินาที เร็วพอใจเลย

ภายในหรูหราและเทคโนโลยีล้ำ

ห้องโดยสารสวยงาม วัสดุ Nordico จากหนังรีไซเคิลและไม้เบิร์ช หน้าจอกลาง 14.5 นิ้ว จอคนขับ 9 นิ้ว Google built-in 5G รองรับ CarPlay/Android Auto เครื่องเสียง Bowers & Wilkins 1,610 วัตต์ 25 ลำโพง Dolby Atmos โหมด Abbey Road สุดฟิน! เบาะหลังกว้างขวาง ปรับร้อนเย็นได้ 4 โซน AC กรอง PM2.5

ภายในห้องโดยสาร VOLVO ES90 Ultra Single Motor Extended Range

ขับสนุก นุ่มนวล เงียบกริบเหมือน Rolls-Royce พวงมาลัยนวลตา ระบบช่วยขับ ADAS ทำงานลื่นไหล ไม่น่ารำคาญ สรุปคือรถที่สมดุลทั้งหรู สบาย ปลอดภัย และประหยัด

ถ้าคุณอยากได้รถไฟฟ้าเรือธงที่คุ้มสุดในคลาสนี้ VOLVO ES90 Ultra Single Motor Extended Range ตอบโจทย์เลย ลองไปจองหรือทดลองขับที่โชว์รูมวอลโว่ใกล้บ้านคุณวันนี้ครับ! คะแนนจากผม 8.5/10 คุ้มทุกบาท

ที่มา – สัมผัสแรก ทดสอบ VOLVO ES90 Ultra Single Motor Extended Range เรือธงไฟฟ้าราคาดีงาม