วัน: 23 กุมภาพันธ์ 2026

“บิ๊กเล็ก” เตือนปมเผาป่า-ปล่อยเฟกนิวส์ ใส่ร้ายทหารไทย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตา และล่าสุด “บิ๊กเล็ก” เตือนปมเผาป่า-ปล่อยเฟกนิวส์ ใส่ร้ายทหารไทย ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงจุดยืนชัดเจนเพื่อรักษาความสงบสุขและความจริงใจในการแก้ปัญหา

“บิ๊กเล็ก” เตือนปมเผาป่า-ปล่อยเฟกนิวส์ ใส่ร้ายทหารไทย

ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 หลังการประชุมสภากลาโหมที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.ณัฐพล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บิ๊กเล็ก” ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการติดต่อประสานงานกับเพื่อนร่วมวิชาชีพจากกัมพูชา เพื่อเตือนเรื่องการเผาป่าที่ชายแดน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และการแพร่กระจายข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ เช่น ข่าวที่อ้างว่าทหารไทยยิงทหารกัมพูชา แต่จากการตรวจสอบพบว่าแผลบาดเจ็บไม่ตรงกับการถูกยิงจริง

พล.อ.ณัฐพล ย้ำว่าหากกัมพูชาต้องการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีแท้จริง ควรหลีกเลี่ยงการกระทำดังกล่าว แม้จะเตือนไปหลายครั้ง แต่ยังคงมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทำให้ต้องย้ำเตือนซ้ำเมื่อวานนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลเรื่องทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนที่อาจเป็นอันตรายต่อทุกฝ่าย

การดูแลครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตจากชายแดน

อีกประเด็นที่ “บิ๊กเล็ก” ให้ความสำคัญคือการดูแลครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดน ท่านได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนหลายครอบครัว และพบปัญหาสิทธิการรักษาพยาบาล เช่น กรณีบุตรชายคนเดียวเสียชีวิต สิทธิ์จ่ายตรงสิ้นสุดลง จึงนำเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขกฎหมาย ล่าสุด สปสช. อนุมัติหลักการแล้ว กำลังดำเนินการรายละเอียด แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อครอบครัวทหาร

จัดตั้งหน่วย JDC และ 5 แนวทางบริหารชายแดน

กองบัญชาการกองทัพไทยได้ตั้งหน่วย Joint Defense Command (JDC) เพื่อความร่วมมือระหว่างเหล่าทัพอย่างมีเอกภาพ จากบทเรียนไทย-กัมพูชา สำหรับการจัดการพื้นที่ชายแดน เนื่องจากตรึงกำลังนานๆ ใช้งบมาก จึงเสนอ 5 แนวทางหลัก ดังนี้

  • คงกำลังตามความจำเป็นของสถานการณ์
  • ติดตั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์และกล้อง CCTV เช่น คลองลึก ทมอดา
  • สร้างรั้วถาวรในพื้นที่เส้นเขตแดนชัดเจน
  • จัดสรรที่ดินให้ทหารผ่านศึกทำกินและเฝ้าพื้นที่ หารือกับกระทรวงทรัพยากรแล้ว
  • พัฒนาพื้นที่เป็นท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เช่น ภูมะเขือ ช่องอานม้า หรืออนุสรณ์สถาน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม

แนวทางเหล่านี้ไม่เพียงประหยัดงบ แต่ยังเสริมความมั่นคงยั่งยืน โดยผสมผสานมิติทหาร สังคม เศรษฐกิจ และการต่างประเทศ

พล.อ.ณัฐพล ยังปฏิเสธตอบเรื่องตำแหน่งในรัฐบาลหน้า ขอโฟกัสหน้าที่ปัจจุบันให้จบสมบูรณ์ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ขอให้ขยายกรอบคิดครอบคลุมหลายมิติ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในอดีตเคยตึงเครียดจากข้อพิพาตปราสาทพระวิหารและพื้นที่รอบข้าง การเผาป่าและเฟกนิวส์ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง แต่การ дипломатиของ “บิ๊กเล็ก” แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ หากทั้งสองฝ่ายยึดสันติวิธี ปัญหาจะคลี่คลายได้เร็วขึ้น

ในมุมมองของผม แนวทาง 5 ประการนี้ฉลาดมาก เพราะเปลี่ยนจาก confrontation เป็น cooperation ผ่านประชาชนและการพัฒนา คุณลองคิดดูสิ ถ้าพื้นที่ชายแดนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว จะช่วยลดความขัดแย้งได้แค่ไหน? เชิญแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามอัปเดตข่าวชายแดนจากเรา!

ที่มา – “บิ๊กเล็ก” เผยต่อสายคุยรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา เตือนปมเผาป่า-ปล่อยเฟกนิวส์ ใส่ร้ายทหารไทย

“โรม” ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาท “เบน สมิธ” เชื่อ ประชาชนรู้อยู่ ฟ้องเพื่ออะไร

“โรม” ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาท “เบน สมิธ” เชื่อ ประชาชนรู้อยู่ ฟ้องเพื่ออะไร เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา เมื่อนายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต้องขึ้นศาลในคดีหมิ่นประมาทที่นายเบน สมิธ ยื่นฟ้อง เรียกค่าเสียหายถึง 100 ล้านบาท ปมกล่าวหาว่าเบน สมิธมีเอี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์และฟอกเงินในการอภิปรายสภา

“โรม” ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาท “เบน สมิธ” เชื่อ ประชาชนรู้อยู่ ฟ้องเพื่ออะไร

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญารัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน รังสิมันต์ โรม เดินทางมาพร้อมทีมทนาย เผยแนวทางการต่อสู้คดีอย่างมั่นใจ โดยยื่นรายชื่อพยานบุคคลถึง 16 ปาก รวมถึงตัวนายเบน สมิธ โจทก์เอง เพื่อซักถามข้อเท็จจริงโดยตรง

โรมยืนยันว่า การอภิปรายในสภาและการให้สัมภาษณ์สื่อเป็นหน้าที่ที่ทำอย่างสุจริต ไม่หนักใจคดีนี้เลย เพราะประชาชนเข้าใจเจตนาของการฟ้องร้องดีอยู่แล้ว มันอาจทำให้เกิดบรรยากาศหวาดกลัวในการค้นหาความจริง โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์ที่สร้างความเสียหายมหาศาลให้ประเทศไทย แม้ตอนนี้ข่าวจะเงียบ แต่คดีแจ้งความยังล้นมือ

รายละเอียดพยานและกลยุทธ์ต่อสู้คดี

ในบัญชีพยาน 16 ปาก ยังไม่มีนักการเมืองใหญ่ที่ถูกกล่าวถึง แต่โรมไม่ปฏิเสธว่าจะเพิ่มภายหลัง พยานเหล่านี้จะช่วยยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของเบน สมิธกับเครือข่ายสแกมเมอร์

  • ยื่นเบน สมิธเป็นพยานเพื่อซักถามตรงๆ
  • พยานอื่นๆ รวม 15 ปาก เป็นบุคคลทั่วไปและผู้เกี่ยวข้อง
  • เน้นข้อมูลคดี Huione Pay ที่อาจยึดทรัพย์ได้ 3.3 ล้านล้านบาท

โรมชี้ว่า การฟ้องคดีนี้ไม่กระทบงานในสภา และขอให้ประชาชนพิจารณาว่าเป็นการใช้สิทธิศาลอย่างสุจริตหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อ ปปง. ส่งสำนวนยึดทรัพย์เครือข่ายเบน สมิธ 12,123 ล้านบาทจากคดีน.ส.แตงไทยให้อัยการพิจารณา

ผลกระทบต่อการเมืองและฝ่ายค้าน

แม้พรรคที่ถูกกล่าวว่าสนิทเบน สมิธอาจมาร่วมฝ่ายค้าน โรมมองว่าเป็นเรื่องปกติของกลไกรัฐสภา พรรคประชาชนพร้อมทำงานร่วมกันตามกฎหมาย ไม่หวั่นใย เพราะเคยร่วมกับพรรคอุดมการณ์ต่างกันมาก่อน

โรมยังเรียกร้องให้ตำรวจสอบสวนกลางขยายผลคดี Huione Pay ที่ตนเคยนำเสนอสมัยเป็นกรรมาธิการความมั่นคง หากสำเร็จจะคืนเงินให้ประชาชนได้มากกว่าคดีแตงไทยหลายเท่า สะท้อนปัญหาการฟอกเงินจากสแกมเมอร์ที่ยังรอการแก้ไขจริงจัง

กรณี “โรม” ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาท “เบน สมิธ” เชื่อ ประชาชนรู้อยู่ ฟ้องเพื่ออะไร นี้นอกจากเป็นคดีส่วนตัว ยังเป็นตัวอย่างของการต่อสู้เพื่อความโปร่งใสในสังคมไทย ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการ เพราะอาจนำไปสู่การเปิดโปงเครือข่ายใหญ่กว่าเดิม

สุดท้าย คดีนี้ชี้ให้เห็นว่าการตรวจสอบอำนาจต้องกล้าหาญ ท่านคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายต่อไป

ที่มา – “โรม” ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาท “เบน สมิธ” เชื่อ ประชาชนรู้อยู่ ฟ้องเพื่ออะไร

นาซ่าเลื่อนภารกิจไปดวงจันทร์ หลังพบปัญหาทางเทคนิค

นาซ่าเลื่อนภารกิจไปดวงจันทร์ หลังพบปัญหาทางเทคนิค เป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาในวงการอวกาศทั่วโลก ล่าสุด นาซ่าประกาศเลื่อนกำหนดการปล่อยจรวด Artemis II จากเดิมวันที่ 6 มีนาคม 2026 ออกไปเป็นช่วงเดือนเมษายน 2026 เนื่องจากทีมวิศวกรตรวจพบความผิดปกติในระบบก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมความดันและอุณหภูมิของเชื้อเพลิง

นาซ่าเลื่อนภารกิจไปดวงจันทร์ หลังพบปัญหาทางเทคนิค

นายแจเรด ไอแซคแมน ผู้บริหารระดับสูงของนาซ่า ได้แจ้งข่าวนี้เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ โดยยอมรับว่าทุกคนรู้สึกผิดหวัง แต่ภารกิจยังคงเดินหน้าต่อไป นักอวกาศทั้ง 4 คนที่เตรียมพร้อมมานาน ได้ฝึกฝนอย่างหนักสำหรับการเดินทางรอบดวงจันทร์ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี นับตั้งแต่ภารกิจ Apollo สมัยก่อน

สาเหตุหลักของการเลื่อนภารกิจ Artemis II

ปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการทดสอบสุดท้ายที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นการทดสอบครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกมีปัญหาการรั่วไหลของก๊าซไฮโดรเจนจากตัวกรอง ในวันพฤหัสบดี การทดสอบ “wet rehearsal” หรือการบรรจุเชื้อเพลิงเหลวดำเนินไปได้อย่างราบรื่น แต่คืนวันศุกร์กลับพบความผิดปกติในระบบก๊าซฮีเลียม ทำให้ต้องหยุดชะงัก

  • ระบบก๊าซฮีเลียมผิดปกติ: ควบคุมความดันและอุณหภูมิเชื้อเพลิง
  • การทดสอบครั้งก่อน: รั่วไหลก๊าซไฮโดรเจน
  • ผลกระทบ: เลื่อนจากมีนาคมเป็นเมษายน 2026

แจเรด ไอแซคแมน เปรียบเทียบกับภารกิจ Gemini 8 ของนีล อาร์มสตรองในปี 1966 ที่ต้องยุติก่อนกำหนด แต่สุดท้ายประสบความสำเร็จใน Apollo 11 ปี 1969 เขาย้ำว่าปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องปกติในภารกิจอวกาศ และทีมงานนาซ่าทุ่มเทอย่างมากเพื่อความสำเร็จของ Artemis II

ภารกิจ Artemis II คืออะไร และสำคัญอย่างไร

Artemis II จะส่งนักอวกาศ 4 คนโคจรรอบดวงจันทร์ โดยใช้จรวด SLS (Space Launch System) ขนาดยักษ์ พวกเขาจะได้ศึกษาพื้นผิวดวงจันทร์อย่างใกล้ชิดเป็นเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญก่อน Artemis III ที่จะส่งมนุษย์ลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์อีกครั้งในปี 2028 โปรแกรม Artemis มีเป้าหมายสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจไปดาวอังคารในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ชุดอวกาศรุ่นใหม่ ระบบช่วยชีวิตขั้นสูง และยาน Orion ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมอวกาศสุดขีด การเลื่อนครั้งนี้แม้จะน่าเสียดาย แต่ช่วยให้ทีมมีเวลาปรับปรุงความปลอดภัยให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ปัญหาทางเทคนิคเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของเทคโนโลยีอวกาศ แต่ก็เป็นโอกาสในการเรียนรู้ นาซ่าเคยเผชิญอุปสรรคมากมายในอดีต แต่ทุกครั้งก็ก้าวข้ามได้สำเร็จ ลองนึกถึง Apollo 13 ที่เกือบล้มเหลวแต่รอดมาได้

สำหรับแฟนข่าวอวกาศ ภารกิจนี้ไม่เพียงนำมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์ แต่ยังจุดประกายแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่สนใจวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม

ติดตามความคืบหน้าของ นาซ่าเลื่อนภารกิจไปดวงจันทร์ หลังพบปัญหาทางเทคนิค และข่าวอวกาศล่าสุดได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกการอัปเดต!

ที่มา – นาซ่าเลื่อนภารกิจไปดวงจันทร์ หลังพบปัญหาทางเทคนิค

ทบ. ย้ำไม่มีช้อนในร่างพลทหารเพชรรัตน์

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนที่หลายคนกำลังสงสัยกันอยู่ นั่นคือกรณี ทบ. ย้ำไม่มีช้อนในร่างพลทหารเพชรรัตน์ ซึ่งเป็นประเด็นที่โผล่ขึ้นมาหลังจากพบช้อนในเถ้ากระดูกหลังฌาปนกิจ แต่กองทัพบกชี้แจงชัดเจนแล้วว่าไม่มีอะไรแปลกปลอมในร่างกายเลยครับ มาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยดีกว่า

ทบ. ย้ำไม่มีช้อนในร่างพลทหารเพชรรัตน์

จากที่ พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ยืนยันผลการตรวจนิติเวชศาสตร์อย่างชัดเจน ไม่พบสิ่งแปลกปลอมใดๆ ในร่างของพลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง จากกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี สาเหตุการเสียชีวิตคือภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งเกิดขึ้นกะทันหันมาก แพทย์ตรวจเอกซเรย์และวิธีวิทยาศาสตร์อื่นๆ แล้ว ไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายหรือบอบช้ำอะไรเลยครับ

หน่วยยังนำส่งโรงพยาบาลทันทีหลังเกิดอาการ แม้จะไม่มีปฐมพยาบาลเพราะอาการรุนแรง แต่ก็ยืนยันว่าทำตามขั้นตอน นอกจากนี้ยังมีพยานจากเพื่อนพลทหารที่อยู่ด้วยกัน ยืนยันว่าไม่มีทะเลาะวิวาทหรือกลั่นแกล้งกันด้วย

ทำไมทหารต้องพกช้อนติดตัว?

อีกประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ ช้อนที่พบมาจากไหน? โฆษกอธิบายว่าเป็นธรรมเนียมของหลายหน่วยในกองทัพ โดยเฉพาะช่วงฝึกซ้อมนอกหน่วย จะต้องพกช้อนประจำตัวไว้กินข้าว เพราะบางครั้งรับประทานอาหารในพื้นที่ห่างไกล ไม่สะดวกหาอุปกรณ์กินข้าว ช้อนนี้เลยติดเสื้อผ้า ไม่ได้อยู่ในร่างกายนะครับ ทบ. ย้ำไม่มีช้อนในร่างพลทหารเพชรรัตน์ แยกประเด็นชัดเจน

พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก

ผลการชันสูตรและการตรวจสอบซ้ำ

สำหรับคนที่ยังไม่เชื่อใจ โฆษกยืนยันว่ามีเอกสารผลตรวจครบถ้วน เอกซเรย์ชัด ไม่มีสิ่งแปลกปลอม และเป็นไปตามกฎหมาย ถ้าเป็นเสียชีวิตผิดธรรมชาติจะมีกระบวนการอื่น แต่กรณีนี้ชัดเจนว่าเป็นธรรมชาติ ไม่มีประวัติทะเลาะหรือใส่ของแปลกเข้าไป โดยเฉพาะช้อนที่ใหญ่ขนาดนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริงๆ ครับ

นอกจากนี้ กองทัพบกยังให้ความสำคัญกับกำลังพลทุกคน ถ้ามีการกลั่นแกล้งหรือลงโทษไม่เหมาะสม จะดำเนินการเต็มที่ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารบก ที่มองกำลังพลเป็นเพื่อนรักร่วมงาน

  • ประเด็นสำคัญจากกองทัพบก:
  • ผลชันสูตร: หัวใจล้มเหลว ไม่มีสิ่งแปลกปลอม
  • ช้อน: พกติดตัวกินข้าวตามธรรมเนียม
  • พยาน: เพื่อนยืนยันไม่มีทะเลาะ
  • เอกซเรย์: ยืนยันไม่มีในร่างกาย
  • นโยบาย: ให้ความเป็นธรรมทุกคน

สรุปแล้ว ทบ. ย้ำไม่มีช้อนในร่างพลทหารเพชรรัตน์ กันชัดๆ ข้อมูลข้อเท็จจริงมาครบ ไม่ใช่เรื่องสมคบคิดอะไร สังคมตั้งคำถามได้ แต่กองทัพพร้อมชี้แจงครับ

ในมุมมองของผม กองทัพบกทำดีแล้วที่ออกมาชี้แจงละเอียดแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส หากคุณมีประสบการณ์หรือมุมมองเกี่ยวกับชีวิตทหาร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน!

ที่มา – ทบ. ย้ำผลตรวจไม่มีสิ่งแปลกปลอมในร่าง “พลทหารเพชรรัตน์” ชี้ ช้อนพกติดตัวไว้กินข้าว

ประวัติ “มณฑล สุดประเสริฐ” สว.พิจารณา กกต. 26 ก.พ.

วันนี้เราจะมาสำรวจประวัติ มณฑล สุดประเสริฐ ผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญของรัฐสภาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 โดยวุฒิสภา หรือ สว. จะพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่เสนอชื่อนี้ รวมถึงนายจิรุตม์ วิศาลจิตร เพื่อแทนที่ตำแหน่งที่ว่างลงตามวาระ หากคุณสนใจเรื่องการเมืองและการแต่งตั้งบุคคลสำคัญ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักประวัติ มณฑล สุดประเสริฐแบบละเอียดยิบเลยทีเดียว

ประวัติ มณฑล สุดประเสริฐ ว่าที่ กกต.

ประวัติ “มณฑล สุดประเสริฐ”

นายมณฑล สุดประเสริฐ อายุ 65 ปี เป็นข้าราชการผู้มากประสบการณ์ โดยประวัติ มณฑล สุดประเสริฐเริ่มต้นจากการศึกษาที่แข็งแกร่งในสายวิศวกรรมและบริหาร เขาสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาโยธา จากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ปริญญาโทวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสุขาภิบาล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิตจากจุฬาฯ เช่นกัน นอกจากนี้ยังผ่านหลักสูตรชั้นนำมากมาย เช่น วปอ. 2552 จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธา หลักสูตรนักบริหารระดับกลางรุ่นที่ 9 จากกรมโยธาธิการ หลักสูตรนักปกครองระดับสูงรุ่นที่ 48 จากกระทรวงมหาดไทย หลักสูตรบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชนรุ่นที่ 6 จากสถาบันพระปกเกล้า รวมถึงทุน ก.พ. ไปอบรม Thai Senior Executive Development Program ที่ Nation Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS) ในญี่ปุ่น และหลักสูตรอื่นๆ อีกมากมายที่แสดงถึงความรู้รอบด้านทั้งด้านเทคนิคและการบริหาร

การศึกษาที่ปูพื้นฐานให้ประวัติ มณฑล สุดประเสริฐ

  • ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (โยธา) มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี
  • ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (สุขาภิบาล) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วปอ. 2552 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
  • วุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา
  • หลักสูตรนักบริหารระดับกลาง รุ่นที่ 9 กรมโยธาธิการ
  • หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 48 กระทรวงมหาดไทย
  • หลักสูตรบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 6 สถาบันพระปกเกล้า
  • ทุน ก.พ. Thai Senior Executive Development Program ญี่ปุ่น
  • โครงการพัฒนานักบริหารระดับสูง (นบส.2) รุ่นที่ 3
  • Director Accreditation Program (DAP) ปี 2547

เส้นทางการทำงานของ มณฑล สุดประเสริฐ

เส้นทางอาชีพของนายมณฑล สุดประเสริฐเต็มไปด้วยตำแหน่งสำคัญในภาครัฐ โดยเฉพาะด้านโยธาธิการและการป้องกันภัยพิบัติ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับบทบาท กกต. ที่ต้องดูแลความโปร่งใสในการเลือกตั้ง

  • 2564 – ปัจจุบัน: ประธานกรรมการบริษัท และกรรมการอิสระ บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน)
  • 2562 – 2563: อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ก่อนย้ายกลับกรมโยธาฯ)
  • 2555 – 2563: อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
  • 2553 – 2555: รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
  • 2552 – 2553: ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนและพัฒนาตามผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง
  • 2551 – 2552: ผู้ตรวจราชการกรม กรมโยธาธิการและผังเมือง
  • 2548 – 2551: วิศวกรวิชาชีพ 9 วช. (วิศวกรรมโยธา) สำนักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ กรมโยธาธิการและผังเมือง

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ประวัติ มณฑล สุดประเสริฐโดดเด่นในด้านการบริหารโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการวิกฤต ซึ่ง กกต. ต้องการบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือสูง หาก สว. ให้ความเห็นชอบในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เขาจะมาแทนที่นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ครบวาระ 7 ปี

เส้นทางทำงาน มณฑล สุดประเสริฐ

สว. พิจารณาให้ความเห็นชอบประวัติ มณฑล สุดประเสริฐ หรือไม่

การประชุมครั้งนี้ยังมีวาระอื่นที่น่าจับตา เช่น การตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติ นายยุทธนา สาโยชนกร เพื่อเป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ เพื่อเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน บทบาทของ กกต. มีความสำคัญยิ่งต่อระบบประชาธิปไตยไทย เพราะต้องรับผิดชอบการเลือกตั้งให้โปร่งใสและเป็นธรรม ประวัติการทำงานในกรมโยธาฯ และกรมป้องกันภัยของนายมณฑล แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการวางแผนและจัดการทรัพยากร ซึ่งอาจช่วยยกระดับการจัดการเลือกตั้งในอนาคตได้

จากประวัติที่ยาวนานและการศึกษาที่ครบครัน เชื่อว่านายมณฑล สุดประเสริฐ มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ หาก สว. เห็นชอบ ก็น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับวงการเลือกตั้งไทย ติดตามผลการลงมติและข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเราเลยนะ!

ที่มา – ประวัติ “มณฑล สุดประเสริฐ” สว. พิจารณาให้ความเห็นชอบเป็น “กกต.” หรือไม่ 26 ก.พ.นี้

ห้างสหไทยเพชรบุรี ปิดกิจการ จัดโปรลดล้างสต๊อก

ชาวเพชรบุรีและคนรักการช้อปปิ้งใจหายใจคว่ำกันเลยทีเดียว เมื่อ ห้างสหไทยเพชรบุรี ปิดกิจการ อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หลังจากเปิดบริการมานานกว่า 33 ปี ห้างสรรพสินค้าที่เป็นสัญลักษณ์ของคนท้องถิ่นแห่งนี้ ได้ประกาศปิดตัวลง พร้อมจัดโปรโมชันสุดพิเศษ ลดราคาล้างสต๊อกเพื่อตอบแทนลูกค้าที่สนับสนุนมาตลอด

ข่าวนี้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านโลกออนไลน์ สร้างความตกใจให้กับชาวเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ห้างสหไทยเพชรบุรี เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2536 ตั้งอยู่บนถนนรอบตลาดเทศบาล ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ถือเป็นห้างดีพาร์ทเม้นท์สโตร์แห่งแรกของจังหวัดที่เป็นของคนไทยท้องถิ่นแท้ๆ ไม่ใช่เครือใหญ่จากกรุงเทพฯ ทำให้มีเอกลักษณ์และความผูกพันกับลูกค้าสูงมาก

ห้างสหไทยเพชรบุรี ปิดกิจการ เหตุผลหลักคืออะไร

สาเหตุหลักที่ทำให้ ห้างสหไทยเพชรบุรี ปิดกิจการ มาจากสัญญาเช่าพื้นที่กับเทศบาลเมืองเพชรบุรีที่ครบกำหนดในปีนี้ ประกอบกับไม่มีผู้สืบทอดกิจการ ผู้บริหารจึงตัดสินใจไม่ต่อสัญญา แม้จะได้รับการตอบรับดีมาตลอด แต่สถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าปลีกที่เปลี่ยนไป เช่น การเติบโตของห้างใหญ่และช้อปปิ้งออนไลน์ ทำให้ต้องยุติการให้บริการ ห้างจะยังเปิดปกติจนถึง 9 พฤษภาคม 2569

ผู้บริหารได้ออกแถลงขอบคุณลูกค้าทุกท่านและพนักงานทุกคนที่ร่วมกันสร้างความทรงจำดีๆ มาโดยตลอด ชาวเพชรบุรีหลายคนต่างโพสต์ความอาลัยในโซเชียล มีทั้งรีวิวความทรงจำวัยเด็ก การช้อปวันหยุดสุดสัปดาห์ และภาพถ่ายคู่กับห้าง

โปรโมชันล้างสต๊อกก่อนห้างสหไทยเพชรบุรี ปิดกิจการ

เพื่อตอบแทนลูกค้า ทางห้างจัดโปรโมชันยิ่งใหญ่ตั้งแต่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ลดราคาสูงสุดหลายรายการ สินค้าคุณภาพดี ของสมนาคุณเพียบ อย่าพลาดโอกาสช้อปปิ้งราคาถูก!

  • เสื้อผ้าลดสูงสุด 70% ทุกสไตล์
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าล้างสต๊อก ลดแรง
  • สินค้าอุปโภคบริโภค โปรซื้อ 1 แถม 1
  • ของเด็ก ของเล่น ลดพิเศษสำหรับครอบครัว
  • เครื่องสำอางและของใช้ส่วนตัว ราคาถูกสุด

ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์คนแน่นร้าน แห่มาช้อปและเก็บภาพความทรงจำ กลุ่มสหไทยยังมีสาขาที่สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราชต่อไป

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของห้างสหไทยเพชรบุรี

ห้างสหไทยเพชรบุรี โดยบริษัทสหไทยดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ กรุ๊ป จำกัด เปิดให้บริการครั้งแรกปี 2536 เป็นห้างขนาดใหญ่ที่คนเพชรบุรีภาคภูมิใจ ตั้งแต่เปิดมา ได้รับความนิยมสูง ชาวเมืองเพชรบุรี อำเภอเมือง และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาจับจ่ายไม่ขาดสาย โดยเฉพาะวันหยุดยาวและเทศกาล ห้างมีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้า ของใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงอาหารสด

ความเป็นห้างท้องถิ่นทำให้บริการอบอุ่น ราคาเป็นกันเอง สร้างชุมชนการค้าที่แข็งแกร่ง ตลอด 33 ปี ห้างเป็นจุดนัดพบของครอบครัว เพื่อนฝูง และเป็นสถานที่จัดอีเวนต์ท้องถิ่นมากมาย

ผลกระทบหลังห้างสหไทยเพชรบุรี ปิดกิจการ

การปิดตัวครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของวงการค้าปลีกไทย ห้างท้องถิ่นเผชิญคู่แข่งจากห้างใหญ่และอีคอมเมิร์ซ แต่ความผูกพันกับลูกค้าจะคงอยู่ตลอดไป ชาวเพชรบุรีบางคนบอกว่านี่คือจุดจบยุคหนึ่ง

ในมุมมองของผม ห้างสหไทยเพชรบุรีไม่ใช่แค่สถานที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเพชรบุรี แนะนำให้ทุกคนรีบไปช้อปโปรโมชันล้างสต๊อก สร้างความทรงจำสุดท้ายก่อนปิด และเก็บของดีราคาถูกไว้ใช้ยาวๆ ไปกันเถอะ!

ที่มา – “ห้างสหไทยเพชรบุรี” ประกาศเตรียมปิดกิจการ จัดโปรโมชันลดล้างสต๊อก ตอบแทนลูกค้า

ใครคือ “เอล เมนโช” บุคคลที่เม็กซิโกต้องการตัวมากที่สุด

ใครคือ “เอล เมนโช” บุคคลที่เม็กซิโกต้องการตัวมากที่สุด ผู้นำแก๊งค้ายาเสพติด CJNG ที่ทรงอิทธิพลสุดขีดในเม็กซิโก การกำจัดเขาถือเป็นชัยชนะใหญ่ของรัฐบาลเม็กซิโกและสหรัฐฯ แต่กลับจุดชนวนสงครามเลือดบนท้องถนนทั่วประเทศ คำถามสำคัญคือใครจะขึ้นมาแทนที่ในอาณาจักรยาเสพติดมูลค่าหมื่นล้านดอลลาร์นี้?

ใครคือ “เอล เมนโช” บุคคลที่เม็กซิโกต้องการตัวมากที่สุด

เนเมซิโอ รูเบน โอเซเกรา เซร์บันเตส หรือ “เอล เมนโช” (El Mencho) คือชื่อที่สร้างความหวาดกลัวให้เม็กซิโกและโลก จากเด็กยากจนในรัฐมิโชอากัง เขาก้าวขึ้นเป็นบอสใหญ่ของ แก๊งค้ายาเสพติดรุ่นใหม่แห่งฮาลิสโก (CJNG) กลุ่มอาชญากรที่อันตรายที่สุดในยุคปัจจุบัน ความสำเร็จของเขามาจากความรุนแรงโหดเหี้ยม ความทะเยอทะยานไร้ขีดจำกัด และกลยุทธ์ธุรกิจที่ชาญฉลาด

การตายของเอล เมนโช ประกาศเป็นชัยชนะประวัติศาสตร์ โดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในการชี้เป้า สร้างภาพลักษณ์ดีให้ทั้งสองชาติ แต่ชัยชนะนี้แลกด้วยความโกลาหล เมื่อสมุนพรรคพวกตอบโต้ด้วยการก่อความรุนแรงใน 8 รัฐ รวมถึงกรุงเม็กซิโกซิตี้

จากลูกชาวนาสู่เจ้าพ่อค้ายา

เอล เมนโช เติบโตในครอบครัวชนบทมิโชอากัง เริ่มจากปลูกกัญชา ก่อนขยับสู่ยาเสพติดหนัก เขาเคยลักลอบเข้าไปทำงานในสหรัฐฯ ทศวรรษ 1980 ถูกจับคดียาเสพติดหลายครั้งในแคลิฟอร์เนีย จนถูกเนรเทศกลับเม็กซิโกตอนอายุ 30

กลับมาเข้าร่วมแก๊งมิลินิโอ สร้างชื่อด้วยความโหดและฉลาด เมื่อแก๊งแตก เขารวบรวมก่อตั้ง CJNG ขยายอิทธิพลหลังแก๊งซินาลัวล้ม จากเอล ชาโปถูกจับ ลูกชายยอมจำนน ทำให้ CJNG ครองเส้นทางเฟนทานิลรายได้มหาศาล

กลยุทธ์แฟรนไชส์ที่ทำให้ CJNG แข็งแกร่ง

CJNG ใช้โมเดลแฟรนไชส์ สร้างพันธมิตรแก๊งท้องถิ่น แลกส่วยและส่วนแบ่ง คุมท่าเรือแปซิฟิก-อ่าวเม็กซิโก นำเข้าสารตั้งต้นจากเอเชียผลิตยาสังเคราะห์ ขยายครอบ 27 จาก 32 รัฐ และส่งออก 40 ประเทศ

  • กองกำลังทหาร: ปืนกลหนัก รถหุ้มเกราะ โดรนติดระเบิด ค่ายฝึกพิเศษ
  • ความโหด: สังหารสาธารณะ ทิ้งข้อความขู่ สร้างความหวาดกลัว
  • ขยายตัว: ยึดพื้นที่คู่แข่ง ธุรกิจผิดกฎหมายใหม่

สถานการณ์หลังตาย: รัฐฮาลิสโกรุนแรงสุด กัวดาลาฮาราเผารถ ปวยร์โต บายาร์ตา นทท.หลบภัย ถนนกลายสมรภูมิ

นัยสำคัญทางการเมือง

เป็นผลงานประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบอม ลดแรงกดดันจากทรัมป์เรื่องเฟนทานิล ป้องกันสหรัฐฯ ส่งทหารบุก แต่คำถามคือ ใครคือ “เอล เมนโช” คนต่อไป? ประวัติศาสตร์ชี้ มือขวา 3-4 คนพร้อมขึ้น อาจโหดกว่าเดิม ชาวเม็กซิโกเฝ้ามองด้วยความหวาดกลัว

การต่อสู้ค้ายาเม็กซิโกยังไม่จบ ต้องร่วมมือข้ามชาติปราบปรามอย่างต่อเนื่อง คุณคิดอย่างไรกับอนาคตเม็กซิโก? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดต!

ที่มา – ใครคือ “เอล เมนโช” บุคคลที่เม็กซิโกต้องการตัวมากที่สุด

พาณิชย์ เร่งประเมินท่าทีสหรัฐฯ ดูแลผู้ประกอบการไทย

กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งมือเต็มที่ในการติดตามสถานการณ์การค้าสำคัญกับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะหลังจากที่มีคำวินิจฉัยจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนโยบายภาษีนำเข้า ล่าสุด พาณิชย์ เร่งประเมินท่าทีสหรัฐฯ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ประกอบการไทยจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ในช่วงที่การค้าโลกมีความผันผวนสูง

พาณิชย์ เร่งประเมินท่าทีสหรัฐฯ หลังคำวินิจฉัยศาลสูงสุด

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ไทยยังคงเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีพัฒนาการล่าสุดจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่มีมติ 6 ต่อ 3 ยืนยันคำตัดสินชั้นต้นว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่างตอบแทนได้ เนื่องจากอำนาจดังกล่าวเป็นของรัฐสภาสหรัฐฯ ตามรัฐธรรมนูญ

คำวินิจฉัยนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้มาตรการภาษีที่เคยกำหนดไว้สำหรับไทยในอัตรา 19% ภายใต้ IEEPA ถูกยกเลิก สร้างความหวังให้ผู้ส่งออกไทย แต่ก็ยังต้องจับตาท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อไป เพราะอาจมีมาตรการทดแทนเข้ามา

รายละเอียดคำวินิจฉัยศาลสูงสุดสหรัฐฯ และผลกระทบเบื้องต้น

ศาลสูงสุดชี้แจงว่ากฎหมาย IEEPA ให้อำนาจฝ่ายบริหารในการควบคุมธุรกรรมเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉิน แต่ไม่รวมถึงการกำหนดภาษี ซึ่งต้องได้รับอนุญาตชัดเจนจากสภาคองเกรส นี่เป็นตัวอย่างของหลักการ checks and balances ในระบบประชาธิปไตยอเมริกันที่ป้องกันการใช้อำนาจเกินขอบเขต

สำหรับผู้ประกอบการที่เคยจ่ายภาษีไปแล้ว อาจมีสิทธิขอคืน แต่กระบวนการคาดว่าจะซับซ้อน เนื่องจากมียอดเงินมหาศาลและหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์จึงมอบหมายกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศให้ประเมินสถานการณ์รอบด้าน

มาตรการภาษีใหม่ที่สหรัฐฯ ประกาศใช้แทน

เพื่อแก้ปัญหาดุลการชำระเงิน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกเพิ่ม 10% ภายใต้มาตรา 122 ของ Trade Act 1974 เป็นเวลา 150 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งต่ำกว่าอัตราเดิม 19% ที่กำหนดไว้สำหรับไทย

ผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมตัวรับมือ โดยภาษีที่ต้องจ่ายจะเป็นอัตราปกติ (MFN) + 10% + ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หรือ AD/CVD หากสินค้านั้นถูกสอบสวน สินค้าที่มีผลกระทบ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหารแปรรูป และสินค้าอุปโภคบริโภค

  • มาตรา 122 Trade Act 1974: ภาษีสูงสุด 15% ไม่เกิน 150 วัน เพื่อแก้ดุลการชำระเงิน
  • มาตรา 232 Trade Expansion Act 1962: ภาษีด้านความมั่นคง เช่น เหล็ก 50%, อลูมิเนียม 50%, ยานยนต์ 25%
  • มาตรา 301 Trade Act 1974: ตอบโต้การค้าที่ไม่เป็นธรรม
  • มาตรา 338 Trade Act 1930: ต่อต้านการเลือกปฏิบัติทางการค้า

พาณิชย์ เร่งประเมินท่าทีสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อคาดการณ์มาตรการอื่น ๆ ที่อาจตามมา กระทรวงจะให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ภาคธุรกิจและเจรจาลดผลกระทบ

กระทรวงพาณิชย์ดูแลผู้ประกอบการไทยอย่างไร

นอกจากติดตามสถานการณ์แล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนบริหารความเสี่ยง เช่น ส่งเสริมกระจายตลาดส่งออกไปยังอาเซียน จีน และยุโรป รวมถึงให้คำปรึกษาผ่านสายด่วนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ โทร. 0-2507-7555 ผู้ประกอบการสามารถสอบถามข้อมูลภาษี คำวินิจฉัย และกลยุทธ์ปรับตัวได้ทันที

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยยกระดับคุณภาพสินค้าและหาตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียว ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว หากคุณเป็นผู้ส่งออก อย่ารอช้า ติดต่อกระทรวงพาณิชย์วันนี้เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล!

ที่มา – พาณิชย์ เร่งประเมินท่าทีสหรัฐฯ ติดตามคำวินิจฉัยศาลสูงสุด ดูแลผลกระทบผู้ประกอบการไทย

ไทยยามาฮ่า ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย สู่ MotoGP 2026

แฟนๆ MotoGP ตื่นเต้นกันแน่ๆ เมื่อ ไทยยามาฮ่า ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย สู่ MotoGP 2026 ผ่านเสื้อโปโลคอลเลกชันพิเศษสุดอลังการ! บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัวสินค้าชิ้นนี้เพื่อเฉลิมฉลองการแข่งขัน PT Grand Prix of Thailand 2026 ซึ่งเป็นสนามเปิดฤดูกาลที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เสื้อโปโลตัวนี้ไม่ได้ธรรมดา เพราะใช้ผ้าไหมไทยลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ถักทอโดยช่างฝีมือท้องถิ่นอำเภอพุทไธสง บุรีรัมย์ ผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับดีไซน์ยามาฮ่าร่วมสมัย สะท้อนเอกลักษณ์ไทยให้โลกรู้จัก

ไทยยามาฮ่า ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย สู่ MotoGP 2026

ไทยยามาฮ่า ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย สู่ MotoGP 2026

นี่คือก้าวสำคัญของไทยยามาฮ่า ที่นำวัฒนธรรมไทยสู่เวที MotoGP ระดับโลก ปีนี้บุรีรัมย์ไม่ใช่แค่เจ้าภาพ แต่ยังโดดเด่นด้วยผ้าไหมคุณภาพสูง สีสันจากธรรมชาติที่งดงาม ช่างทอผ้าพุทไธสงถอดลายพระราชทานมาพัฒนาเทคนิคการทอ จนได้ผ้าที่มีเอกลักษณ์ ได้รับรางวัลด้านออกแบบ ผสานกับ Yamaha Racing Design ทำให้เสื้อโปโลตัวนี้เป็นมากกว่าแฟชั่น แต่เป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจไทย

เสื้อโปโล Yamaha MotoGP 2026 ผ้าไหมไทย

ไทยยามาฮ่า ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย สู่ MotoGP 2026 ผ่านลายผ้าพระราชทาน

ลายผ้าพระราชทานนี้ทรงคุณค่ามาก ลายตัว S สื่อถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ตัว S 10 แถวถวายพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และลายหัวใจแสดงความรักต่อประชาชน สื่อความรัก ความสุข และความปรารถนาดี เพื่อสืบสานผ้าไทยให้ร่วมสมัย ก้าวสู่สากล ส่งเสริมชุมชนยั่งยืน

  • ลายตัว S: สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
  • ตัว S 10 แถว: ถวายพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
  • ลายหัวใจ: ความรักต่อประชาชนชาวไทย

ลายผ้าพระราชทาน Yamaha MotoGP

นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้ช่างทอผ้า และเผยแพร่อัตลักษณ์บุรีรัมย์สู่สายตานักแข่งและแฟนๆ ทั่วโลก การแข่งขัน MotoGP ไทยครั้งนี้พิเศษยิ่งเพราะเป็นสนามเปิดฤดูกาล แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตห้ามพลาด!

เสื้อ YAMAHA Racing ThaiGP Collection ราคา 1,500 บาท ในกล่องคอลเลกชันพิเศษ จำนวนจำกัด 1,000 ตัว วางขายที่บูท YAMAHA GP Pavilion 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569 ภายในงาน PT Grand Prix of Thailand 2026 สนใจช้อปเครื่องแต่งกาย อะไหล่แท้ยามาฮ่า ได้ 24 ชม. ที่ Yamaha Online Shop การันตีของแท้ 100%

นี่คือโอกาสทองสำหรับแฟนยามาฮ่าและ MotoGP ที่อยากครอบครองของสะสมสุดลิมิเต็ด รีบไปจับจองก่อนหมด!

ที่มา – Thai Yamaha ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย สู่ MOTO GP 2026