วัน: 23 กุมภาพันธ์ 2026

“นานา-เวย์” ลุ้นประกันตัว หลังอัยการยื่นฟ้อง คดีฉ้อโกงฯ เสียหายกว่า 100 ล้าน

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการบันเทิงและสังคมไทยกันครับ “นานา-เวย์” ลุ้นประกันตัว หลังอัยการยื่นฟ้อง คดีฉ้อโกงฯ เสียหายกว่า 100 ล้าน คดีนี้สะเทือนใจผู้คนมาก เพราะเกี่ยวข้องกับคนดังอย่างนานา ไรบีนา และเวย์ ปริญญา ไทเทเนียม ที่ถูกอัยการจับตาและยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีฉ้อโกงแล้ว

“นานา-เวย์” ลุ้นประกันตัว หลังอัยการยื่นฟ้อง คดีฉ้อโกงฯ เสียหายกว่า 100 ล้าน

ที่ศาลอาญา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 11.00 น. พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ได้ยื่นฟ้องนางไรบีนา อินทชัย (นานา) อายุ 44 ปี, นายปริญญา อินทชัย (เวย์) อายุ 44 ปี, บริษัท ฟลิกค์ออฟ เดอะ ไลท์ โปรดักส์ชั่นส์ จำกัด และบริษัท ไรบีนา 2016 จำกัด ในฐานะจำเลยที่ 1-4 ข้อหาหนักฐานร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกู้ยืมเงินฉ้อโกงประชาชน และปลอมแปลงเอกสาร

รายละเอียดการฉ้อโกงที่อัยการฟ้อง

ตามฟ้องของอัยการระบุว่า ระหว่างเดือนเมษายน 2564 ถึงตุลาคม 2568 จำเลยทั้งหมดร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย 11 คน โดยโฆษณาชวนเชื่อด้วยข้อความเท็จ ชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจต่างๆ เช่น

  • ธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล
  • ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์
  • ธุรกิจบริษัทกีฬา
  • กองทุนลงทุนธุรกิจต่างประเทศ
  • ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
  • ธุรกิจร้านอาหารต่างประเทศ

พวกเขาสัญญาผลตอบแทนสูงลิ่ว 4-7% ต่อเดือน หรือ 40% ของเงินลงทุน ซึ่งเกินกว่าดอกเบี้ยที่ธนาคารกฎหมายกำหนด ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินรวมกว่า 100 ล้านบาท เข้าบัญชีที่จำเลยแจ้ง

แต่ความจริงคือ จำเลยไม่มีเจตนานำเงินไปลงทุนจริง แต่เอาไปหมุนเวียนจ่ายให้ผู้ลงทุนรายอื่นๆ แบบ Ponzi Scheme คลาสสิก ปกปิดข้อเท็จจริงตั้งแต่แรก ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อหา

ความเสียหายของผู้เสียหายแต่ละราย

คดีนี้สร้างความเสียหายรุนแรง โดยอัยการขอให้ศาลสั่งชดใช้ดังนี้

  • ผู้เสียหายที่ 1: 41,683,337 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 2: 46,394,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 3: 28,795,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 4: 3,550,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 5: 3,150,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 6: 4,364,500 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 7: 2,970,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 8: 1,500,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 9: 13,951,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 10: 4,000,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 11: 23,684,077 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดตามกฎหมาย นับจากวันที่โอนเงินจนชำระเสร็จ ศาลรับเป็นคดีดำที่ อ.508/2569 และจำเลยทั้งสองยื่นขอประกันตัว อยู่ระหว่างพิจารณา อัยการคัดค้านเพราะกลัวหนีและทำผิดซ้ำ

คดีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการฉ้อโกงที่กระทบเศรษฐกิจวงกว้าง สร้างความเสียหายไม่ใช่แค่เงิน แต่ยังศรัทธาของประชาชนในการลงทุน

ข้อคิดจากคดีนี้: การลงทุนผลตอบแทนสูงเกินจริงมักเป็นกับดัก Ponzi ควรตรวจสอบผู้ประกอบการ ดูใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนโอนเงินทุกครั้ง หากเจอสัญญาณเตือน อย่าลังเลที่จะแจ้งตำรวจหรือ สคบ. เพื่อปกป้องตัวเองและคนรอบข้าง แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้กันนะครับ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ!

ที่มา – “นานา-เวย์” ลุ้นประกันตัว หลังอัยการยื่นฟ้อง คดีฉ้อโกงฯ เสียหายกว่า 100 ล้าน

ลอฟตัส-ชีค ถูกหามออกหลังปะทะ

ลอฟตัส-ชีค ถูกหามออกหลังปะทะ

ลอฟตัส-ชีค ถูกหามออกหลังปะทะ อย่างรุนแรงในเกมเซเรีย อา นักเตะทีมชาติอังกฤษของเอซี มิลาน Ruben Loftus-Cheek ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหนัก ระหว่างการแข่งขันที่เอซี มิลานแพ้ปาร์มา 1-0

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงต้นเกม เมื่อลอฟตัส-ชีค พยายามแย่งลูกกลางอากาศกับผู้รักษาประตูปาร์มา Edoardo Corvi ส่งผลให้ทั้งคู่ปะทะกันอย่างแรง ลอฟตัส-ชีค ล้มลงกับพื้นทันที และบุคลากรทางการแพทย์รีบเข้าช่วยเหลือ

ทีมแพทย์ได้ใส่เฝือกคอและหัวให้กับเขา ก่อนจะใช้เปลหามออกจากสนามซาน ซิโร่ ท่ามกลางความกังวลของแฟนบอลเอซี มิลาน สื่ออิตาลี Sky Italia รายงานว่าเขาผิดรูปกรามและฟันหักหลายซี่ ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บที่รุนแรงมาก

ลอฟตัส-ชีค ถูกหามออกหลังปะทะ ส่งผลกระทบทีมชาติอังกฤษ?

การบาดเจ็บครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาที่สำคัญ ลอฟตัส-ชีค เพิ่งกลับมาลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษครั้งแรกในรอบ 7 ปี เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในเกมกับเวลส์ภายใต้การคุมทีมของโธมัส ทูเคิล หากอาการบาดเจ็บรุนแรงตามที่รายงาน อาจทำให้เขาต้องพลาดโอกาสติดทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกที่กำลังจะเริ่มในเดือนมิถุนายน

ลอฟตัส-ชีค วัย 26 ปี ย้ายจากเชลซีมาร่วมทีมเอซี มิลานในฤดูกาลนี้ และกลายเป็นกำลังสำคัญในแดนกลาง ด้วยสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่งและครบเครื่อง เขาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทีมชาติอังกฤษที่กำลังมองหาเพลย์เมกเกอร์

รายละเอียดการบาดเจ็บของลอฟตัส-ชีค ถูกหามออกหลังปะทะ

จากภาพที่บันทึกไว้ เห็นได้ชัดว่าลอฟตัส-ชีค กระแทกศีรษะกับ Corvi อย่างแรง จนหมดสติไปชั่วขณะ ทีมแพทย์ใช้เวลานานในการประเมินอาการ ก่อนตัดสินใจหามออกจากสนามเพื่อความปลอดภัย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ในเซเรีย อา ซึ่งมักมีจังหวะปะทะรุนแรงเนื่องจากความเข้มข้นของลีก

ด้านผลการแข่งขัน เอซี มิลานที่อยู่อันดับ 2 ของตาราง แพ้ปาร์มาอย่างน่าผิดหวัง Mariano Troilo ยิงประตูชัยในนาทีที่ 80 ทำให้มิลานตามหลังอินเตอร์ มิลาน 10 คะแนน โดยอินเตอร์เพิ่งเอาชนะเลชเช่ 2-0 เมื่อวันเสาร์ และคว้าชัย 7 นัดติดต่อกัน

ปาร์มาเก็บ 3 คะแนนสำคัญ ขึ้นอยู่อันดับ 12 ของตาราง การแพ้ครั้งนี้ทำให้มิลานต้องเร่งเครื่องเพื่อรักษาตำแหน่งรองจ่าฝูง

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ลอฟตัส-ชีค ยังมีบทบาทสำคัญในทีมมิลานฤดูกาลนี้ ด้วยสถิติลงเล่น 20 นัด ยิง 4 ประตู แอสซิสต์ 3 ครั้ง การขาดเขาไปอาจกระทบฟอร์มทีมอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงลุ้นแชมป์

แฟนบอลชาวไทยที่ชื่นชอบเซเรีย อา คงต้องติดตามอาการของลอฟตัส-ชีค อย่างใกล้ชิด เพราะเขาอาจเป็นดาวดังที่พาทีมชาติอังกฤษไปไกลในเวิลด์คัพ การบาดเจ็บในฟุตบอลเป็นเรื่องปกติ แต่ครั้งนี้ดูรุนแรงเกินคาด

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การป้องกันอาการบาดเจ็บแบบนี้ต้องอาศัย VAR และกฎใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยง หากลอฟตัส-ชีค หายทัน เขาจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมแน่นอน

ติดตามข่าวฟุตบอลเซเรีย อาและทีมชาติอังกฤษเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“เกาหลีใต้-บราซิล” ลงนามดีล ดัน “เค-บิวตี้” บุกตลาดอเมริกาใต้

“เกาหลีใต้-บราซิล” ลงนามดีล ดัน “เค-บิวตี้” บุกตลาดอเมริกาใต้ เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังมาแรงในวงการความงามทั่วโลก เมื่อประธานาธิบดีทั้งสองประเทศเพิ่งร่วมมือกันเพื่อเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ สินค้าเครื่องสำอางเกาหลีใต้ที่เรารู้จักในชื่อ เค-บิวตี้ กำลังจะทะยานเข้าสู่ตลาดอเมริกาใต้ โดยเฉพาะบราซิลที่เป็นตลาดความงามอันดับต้นๆ ของโลก

“เกาหลีใต้-บราซิล” ลงนามดีล ดัน “เค-บิวตี้” บุกตลาดอเมริกาใต้

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อนายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ต้อนรับนายลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล ณ กรุงโซล ทั้งสองฝ่ายลงนามข้อตกลงหลายฉบับ โดยไฮไลต์คือบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านกฎระเบียบสาธารณสุข ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า ศุลกากร และมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอาง K-beauty ทำให้แบรนด์ดังอย่าง Innisfree, Laneige, หรือ The Face Shop สามารถบุกตลาดบราซิลได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง กล่าวอย่างชัดเจนว่า “ผลิตภัณฑ์เค-บิวตี้ จะกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวบราซิลเข้าถึงได้สะดวกยิ่งกว่าเดิม” ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับอุตสาหกรรมความงามเกาหลีที่กำลังขยายตัวทั่วโลก ตลาดบราซิลมีมูลค่าตลาดความงามกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และผู้บริโภคที่นั่นชื่นชอบผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น มาสก์หน้า ครีมกันแดด และเซรั่มที่ K-beauty ถนัด

ประโยชน์จากข้อตกลง “เกาหลีใต้-บราซิล” ลงนามดีล ดัน “เค-บิวตี้” บุกตลาดอเมริกาใต้

  • ลดขั้นตอนนำเข้า: สินค้า K-beauty จะผ่านด่านศุลกากรเร็วขึ้น ไม่ต้องทดสอบซ้ำซ้อน
  • เพิ่มโอกาสธุรกิจ: แบรนด์เกาหลีสามารถตั้งโรงงานหรือพันธมิตรในบราซิลได้ง่าย
  • ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์: มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.5 แสนล้านบาท) ต่อปี บราซิลกลายเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเกาหลีในอเมริกาใต้
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ: สร้างงานและรายได้ให้ทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะภาคความงามที่เติบโต 10-15% ต่อปี

นอกจากธุรกิจ บรรยากาศการเยือนยังอบอุ่น ประธานาธิบดีอีชื่นชมเส้นทางชีวิตของลูลา ที่เคยเป็นเด็กขายถั่วลิสงและถูกจำคุกก่อนกลับมาชนะเลือกตั้ง ส่วนตัวเองก็เคยทำงานโรงงานเด็กเพื่อเลี้ยงครอบครัว ทั้งคู่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการก้าวข้ามอุปสรรค “ประชาธิปไตยคือเครื่องมือทรงพลังที่สุดในการพัฒนา” อีกล่าว สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลียังมอบเค้กจำลองใบหน้าทั้งคู่ แสดงถึงมิตรภาพแน่นแฟ้น

สำหรับวงการ K-beauty ข้อตกลงนี้ไม่ใช่แค่ดีลการค้า แต่เป็นการเปิดตลาดยักษ์ใหญ่ที่มีผู้หญิงกว่า 100 ล้านคนรอคอยผลิตภัณฑ์เอเชีย สินค้าเกาหลีเด่นเรื่องส่วนผสมธรรมชาติ เทคโนโลยีไฮเทคอย่างไมโครนอยด์และกรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์บราซิลที่เน้นธรรมชาติล้วนๆ การผสมผสานนี้จะสร้างเทรนด์ใหม่ในอเมริกาใต้

ในมุมมองของผู้เขียน ข้อตกลง “เกาหลีใต้-บราซิล” ลงนามดีล ดัน “เค-บิวตี้” บุกตลาดอเมริกาใต้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่ให้อุตสาหกรรมความงามเอเชีย ถ้าคุณเป็นนักลงทุนหรือรัก K-beauty ลองมองหาโอกาสในหุ้นแบรนด์เกาหลีอย่าง Amorepacific หรือ LG H&H สิ หรือจะช้อป K-beauty ราคาถูกล่วงหน้าเพื่อเตรียมรับเทรนด์ ลองแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตเศรษฐกิจโลกกับเรา!

ที่มา – “เกาหลีใต้-บราซิล” ลงนามดีล ดัน “เค-บิวตี้” บุกตลาดอเมริกาใต้

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ 3 รูป

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ 3 รูป เป็นข่าวสำคัญที่สะท้อนพระราชหฤทัยอันเปี่ยมเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อพระสงฆ์ผู้มีคุณธรรมจริยาอย่างสูงส่ง เมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรดังกล่าว ซึ่งเป็นพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งสมณศักดิ์แก่พระราชาคณะจำนวน 3 รูป โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2569

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ 3 รูป

การพระราชทานสมณศักดิ์พระราชาคณะถือเป็นพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่แสดงถึงการส่งเสริมพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ผู้ปกครองศาสนิกชนในท้องถิ่น สมณศักดิ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติยศสูงสุดเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับฐานานุศักดิ์ที่ช่วยให้พระสงฆ์รูปนั้นๆ สามารถบริหารจัดการวัดและคณะสงฆ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ เพราะเป็นเครื่องยืนยันถึงพระเมตตาฯ ที่ทรงมีต่อศาสนจักร

รายชื่อพระราชาคณะที่ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร

พระราชาคณะทั้ง 3 รูปที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นพระสงฆ์อาวุโสที่มีคุณงามความดีต่อพระศาสนามาอย่างยาวนาน ดังนี้

  • พระราชวัชราวิทยาคม เป็น พระเทพวัชรวิทยาคม อุดมธรรมสถิต ศาสนกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ สถิต ณ วัดท่าสะแบง จังหวัดร้อยเอ็ด พระองค์นี้มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป ได้แก่ พระครูปลัด 1 รูป พระครูวินัยธร 1 รูป พระครูสังฆรักษ์ 1 รูป พระครูสมุห์ 1 รูป และพระครูใบฎีกา 1 รูป การเลื่อนสมณศักดิ์ชั้นเทพนี้แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านธรรมวิทยาและการบริหารคณะสงฆ์ในภาคอีสาน
  • พระมหาอนันต์ นิมุมโล (เปรียญธรรม 8 ประโยค) เป็น พระราชวชิรปัญญารังษี ตรีปิฎกวิภูษิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดเกษมาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป ได้แก่ พระครูปลัด 1 รูป พระครูสังฆรักษ์ 1 รูป พระครูสมุห์ 1 รูป และพระครูใบฎีกา 1 รูป พระเปรียญธรรม 8 ประโยคท่านนี้เป็นแบบอย่างของพระสงฆ์นักปราชญ์ที่ทรงคุณวุฒิสูงในพระปริยัติธรรม
  • พระครูวิมลบุญโกศล วัดวิมลนิวาส จังหวัดร้อยเอ็ด เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า พระวชิรวิมลธรรม การตั้งสมณศักดิ์ชั้นสามัญนี้เป็นจุดเริ่มต้นอันทรงเกียรติสำหรับพระครูรูปนี้ในการรับใช้พระศาสนาต่อไป

ความสำคัญของการพระราชทานสมณศักดิ์

ระบบสมณศักดิ์พระราชาคณะในประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยพระมหากษัตริย์ทรงพระราชทานเพื่อยกย่องพระสงฆ์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งด้านธรรมะ วินัย และกิจการสงฆ์ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสืบสานพระราชปณิธานนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้พระพุทธศาสนาไทยมั่นคง สมณศักดิ์ชั้นเทพและชั้นราชอย่างที่กล่าวมานั้น ถือเป็นระดับสูงที่ต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับวัดท่าสะแบงและวัดเกษมาคม ซึ่งเป็นที่สถิตของพระราชาคณะทั้งสองรูปแรก ล้วนเป็นวัดสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์เป็นพื้นที่ที่มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก การเลื่อนสมณศักดิ์นี้จะช่วยเสริมสร้างศรัทธาและความสามัคคีในหมู่สงฆ์ท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังเป็นการจูงใจให้พระสงฆ์รุ่นใหม่ๆ เจริญรอยตาม ศึกษาพระธรรมวินัยให้ลึกซึ้ง

ในมุมมองของผู้เขียน การพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ 3 รูป ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติแก่พระสงฆ์ผู้รับเท่านั้น แต่ยังเป็นพระราชทานพระกรุณาอย่างยิ่งต่อพุทธศาสนิกชนทั้งปวง แสดงให้เห็นถึงพระราชปณิธานในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พระราชกรณียกิจเช่นนี้ชวนให้เราทุกคนร่วมอนุโมทนาและสนับสนุนกิจการพระศาสนาด้วยตนเอง

หากคุณสนใจข่าวสารราชกิจจานุเบกษาและพระราชกรณียกิจอื่นๆ แนะนำให้ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ สามารถแชร์บทความนี้เพื่อเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณชนได้เลยวันนี้

ที่มา – ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ 3 รูป

“เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง เรือนจำเขากลิ้ง

วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ มาฝากกันนะครับกับเหตุการณ์สุดอบอุ่นใจในวงการบันเทิงและสังคม เมื่อ “เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง พิธีเปิดโครงการสร้างป่าฯ เรือนจำเขากลิ้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างสรรค์ที่น่าประทับใจมาก โครงการนี้ไม่ใช่แค่งานเปิดธรรมดา แต่เป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนเพื่อฟื้นฟูทั้งธรรมชาติและจิตใจผู้ต้องขังให้กลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ

“เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง พิธีเปิดโครงการสร้างป่าฯ เรือนจำเขากลิ้ง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานเปิดโครงการ สร้างป่า ปั้นถ้ำ ทำน้ำตก บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ดี สร้างคนดีสู่สังคม โดยมีผู้ร่วมงานมากมาย เช่น นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, จอ.อภิชาติ แก้วโกศล ว่าที่ ส.ส.เพชรบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายวัน อยู่บำรุง อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ และหัวหน้าส่วนราชการอื่นๆ นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรี ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

รายละเอียดโครงการสร้างป่า ปั้นถ้ำ ทำน้ำตก

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่ภายในเรือนจำให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างบรรยากาศร่มรื่น สงบสุข เหมาะสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังได้มีส่วนร่วมปลูกป่า ปั้นถ้ำ ทำน้ำตก และวาดภาพศิลปะพื้นบ้านเพชรบุรีลงบนผนังถ้ำ ซึ่งช่วยฝึกทักษะฝีมือ สร้างความสามัคคี เรียนรู้การดูแลธรรมชาติ และเตรียมวิชาชีพสำหรับชีวิตหลังพ้นโทษ นอกจากนี้ยังปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้ผู้ต้องขังกลายเป็น “คนดี” ที่พร้อมกลับสู่สังคมอย่างภาคภูมิใจ

หลังพิธีเปิด อธิบดีกรมราชทัณฑ์และคณะได้เยี่ยมชมพื้นที่โครงการ ชมการแสดงโยคะเพื่อสุขภาพจากผู้ต้องขังหญิง ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจได้ดีมาก

ไฮไลต์! มินิคอนเสิร์ตเต็มวงจากเสก โลโซ

ไฮไลต์ของงานคือการแสดง “เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง พิธีเปิดโครงการสร้างป่าฯ เรือนจำเขากลิ้ง นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ศิลปินร็อกชื่อดังที่กำลังรับโทษในเรือนจำ ได้ประสานให้นางวิภากร ศุขพิมาย ภรรยา นำวงดนตรีโลโซเต็มวงมาร่วมแจม สร้างบรรยากาศสนุกสนาน คึกคัก ผู้เข้าร่วมงานทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องขัง และแขกต่างยิ้มแก้มปริ เสก โลโซยังโชว์เพลงฮิตที่ทุกคนร้องตามได้ ทำให้งานนี้ไม่ใช่แค่งานอนุรักษ์ แต่เป็นปาร์ตี้เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยพลังบวก

นอกจากนี้ เสก โลโซยังได้รับอนุญาตให้เบิกตัวไปเล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวงอีกครั้งในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่เวทีกลางงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี (เขาวัง)

ประโยชน์ของโครงการต่อผู้ต้องขังและสังคม

โครงการแบบนี้มีประโยชน์มากมาย ลอง来看กันครับ:

  • ฟื้นฟูจิตใจ: กิจกรรมกลางแจ้งช่วยลดความเครียด สร้างความสุข
  • ฝึกทักษะ: ปลูกต้นไม้ ปั้นถ้ำ วาดภาพ กลายเป็นวิชาชีพได้
  • อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม: สร้างพื้นที่สีเขียว ลดคาร์บอน ต่อต้านโลกร้อน
  • สร้างความสามัคคี: ผู้ต้องขังร่วมมือกัน เรียนรู้คุณค่าทีมเวิร์ค
  • ลดการกลับมาก่ออาชญากรรม: ผู้ต้องขังมีวินัยและทักษะ พร้อมกลับสู่สังคม

เห็นได้ชัดว่า การใช้ดนตรีและธรรมชาติในการฟื้นฟูนั้นได้ผลจริง โดยเฉพาะเมื่อมีศิลปินอย่างเสก โลโซมาร่วม ทำให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจมากขึ้น

ในมุมมองของผม โครงการ “เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง พิธีเปิดโครงการสร้างป่าฯ เรือนจำเขากลิ้ง เป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการบันเทิง สิ่งแวดล้อม และการแก้ไขผู้ต้องขัง แสดงให้เห็นว่าทุกคนมีโอกาสแก้ตัวใหม่ได้ ถ้าสังคมให้โอกาส ลองคิดดูสิครับ ถ้าเรือนจำทุกแห่งทำแบบนี้ สังคมเราจะน่าอยู่ขึ้นแค่ไหน

หากคุณชื่นชอบเรื่องราวสร้างสรรค์แบบนี้ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ และติดตามข่าวอัปเดตโครงการราชทัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสังคมไปด้วยกันครับ!

ที่มา – “เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง พิธีเปิดโครงการสร้างป่าฯ เรือนจำเขากลิ้ง

นฤมล เห็นชอบร่างเกณฑ์รับรองหลักสูตร เชื่อมตลาดแรงงาน

ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีประเด็นสำคัญคือ นฤมล เห็นชอบร่างเกณฑ์รับรองหลักสูตร–เทียบระดับ เชื่อมมาตรฐานอาชีพ–ตลาดแรงงาน ซึ่งจะช่วยยกระดับระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น

นฤมล เห็นชอบร่างเกณฑ์รับรองหลักสูตร–เทียบระดับ เชื่อมมาตรฐานอาชีพ–ตลาดแรงงาน

การประชุมครั้งนี้ ดร.นฤมล ได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี จัดขึ้น ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความสอดคล้องของหลักสูตรและการเทียบระดับตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) โดยกำหนดกรอบ แนวทาง และกระบวนการรับรองหลักสูตรที่ตรงมาตรฐาน สามารถนำไปใช้เทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้และสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลักเกณฑ์นี้ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ การออกแบบหลักสูตรและกำหนดระดับ การวัดและประเมินผล และการประกันคุณภาพ นอกจากนี้ยังพิจารณาข้อมูลทั่วไปของหน่วยงาน ชื่อหลักสูตร วัตถุประสงค์ ผลลัพธ์การเรียนรู้ โครงสร้างหลักสูตร ความสอดคล้องกับ NQF และมาตรฐานอาชีพอื่นๆ ทำให้ระบบการศึกษามีความเชื่อมโยงกับตลาดแรงงานได้ดียิ่งขึ้น

แนวทางการเทียบระดับสมรรถนะ 4 ภาษาตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ

ที่ประชุมยังเห็นชอบหลักการแนวทางการเทียบระดับสมรรถนะภาษาต่างประเทศ 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ให้สอดคล้องกับระดับ NQF สภาการศึกษาจะปรับปรุงตามข้อเสนอแนะก่อนแจ้งเวียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประกาศใช้ต่อไป ซึ่งจะช่วยยกระดับทักษะภาษาของคนไทยให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานสากล

นฤมล เห็นชอบร่างเกณฑ์รับรองหลักสูตร–เทียบระดับ เชื่อมมาตรฐานอาชีพ–ตลาดแรงงาน

การขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและธนาคารหน่วยกิต

คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อตามมติครม. โดยมีรองนายกฯ เป็นประธาน รมว.ศธ. เป็นรองประธาน และกรรมการ 33 คน รับผิดชอบกำหนดนโยบาย พัฒนามาตรฐานอาชีพ ส่งเสริมการศึกษาที่เชื่อมโยงกับอาชีพ สะสมและเทียบโอนผลการเรียนรู้ พัฒนาฐานข้อมูล และเชื่อมโยงกับ AQRF (กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน)

  • เชื่อมระบบการเรียนรู้ภาคการศึกษากับมาตรฐานตลาดแรงงาน
  • สร้างโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับคนในและนอกระบบ
  • ผลิตกำลังคนที่มีสมรรถนะตรงตามตลาดในและต่างประเทศ
  • พัฒนามาตรฐานอาชีพให้ทันสมัยและครอบคลุมสาขาต่างๆ

ที่ผ่านมา มีความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนตั้งแต่ปี 2554 แต่ยังขาดกฎหมายบังคับใช้ ขณะที่ด้าน AQRF ไทยนำเสนอแนวปฏิบัติเกณฑ์ที่ 11 และจะเป็นเจ้าภาพประชุมครั้งสำคัญในเดือนสิงหาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ

การประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ นฤมล เป็นประธาน

นฤมล เห็นชอบร่างเกณฑ์รับรองหลักสูตร–เทียบระดับ เชื่อมมาตรฐานอาชีพ–ตลาดแรงงาน ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้การศึกษาของไทยมีคุณภาพสูงขึ้น สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะการใช้ NQF และธนาคารหน่วยกิตที่เปิดโอกาสให้ทุกคนพัฒนาทักษะได้ไม่จำกัด

สำหรับผู้สนใจ สามารถติดตามพัฒนาการล่าสุดได้ที่เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ประโยชน์จากนโยบายนี้ คุณคิดว่านโยบายนี้จะช่วยยกระดับแรงงานไทยได้อย่างไร? คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “นฤมล” เห็นชอบร่างเกณฑ์รับรองหลักสูตร–เทียบระดับ เชื่อมมาตรฐานอาชีพ–ตลาดแรงงาน

ควิซ: ทายชื่อนักเตะแมนยูและเอฟเวอร์ตัน

ควิซ: ทายชื่อนักเตะแมนยูและเอฟเวอร์ตัน

สวัสดีแฟนบอลทุกคน! วันนี้เรามี ควิซ: ทายชื่อนักเตะแมนยูและเอฟเวอร์ตัน สุดมันส์มาฝากกัน เพื่อฉลองแมตช์ใหญ่ Everton พบ Manchester United ในพรีเมียร์ลีก ยุคพรีเมียร์ลีกมีนักเตะที่ลงเล่นให้ทั้งสองทีมนี้ถึง 17 คนเลยนะ! เราจัดเรียงตามลำดับตัวอักษร พร้อมเบาะแสปีที่เล่นให้ทั้งสองสโมสร มาทดสอบความรู้กันเลย

ควิซ: ทายชื่อนักเตะแมนยูและเอฟเวอร์ตัน

สองทีมคู่อริจากเมอร์ซีย์ไซด์กับโอลด์แทรฟฟอร์ด แม้จะเป็นคู่ปรับ แต่หลายนักเตะเคยสวมเสื้อทั้งคู่ในลีกสูงสุดอังกฤษ ลองนึกภาพ Tim Howard ผู้รักษาประตูที่ย้ายจากแมนยูไปเอฟเวอร์ตัน หรือ Phil Neville ที่เล่นให้ทั้งสองทีมยาวนาน คุณทายได้กี่คน?

กติกาง่ายๆ ของควิซนี้

  • มีทั้งหมด 17 นักเตะ
  • เรียงตามตัวอักษร
  • เบาะแสคือช่วงปีที่เล่นให้แมนยูและเอฟเวอร์ตัน
  • ลงเล่นพรีเมียร์ลีกอย่างน้อย 1 นัดต่อทีม

ตัวอย่างเบาะแส (สมมติจากข้อมูลจริง): นักเตะ A เล่นแมนยู 2005-2010, เอฟเวอร์ตัน 2010-2013 ใครกันนะ? ต้องลองทำดู!

ทำไมนักเตะถึงย้ายระหว่างสองทีมนี้?

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับเอฟเวอร์ตัน ไม่ใช่คู่ปรับแบบลิเวอร์พูล-แมนยู แต่มีประวัติศาสตร์ย้ายทีมเยอะ นักเตะอย่าง Darren Fletcher, Johnny Heitinga หรือ Bellemo? จริงๆ แล้วมีตั้งแต่สมัย Alex Ferguson จนถึงปัจจุบัน ปัจจัยคือโอกาสลงเล่น, สัญญา, หรือแม้แต่ Merseyside connection สำหรับบางคน การย้ายทีมแบบนี้ทำให้แฟนบอลสนุกเพราะได้เห็นฟอร์มเก่าๆ

นอกจากนี้ แมตช์ Everton vs Man Utd มักดุเดือด โดยเฉพาะที่ Goodison Park ล่าสุดทั้งสองทีมฟอร์มไม่ดี แต่เป็นโอกาสสำหรับนักเตะดาวรุ่งอย่าง Garnacho หรือ McNeil ในการสร้างชื่อ

นักเตะดังที่เคยเล่นทั้งสองทีม

  • Tim Howard: แมนยู 2003-2007, เอฟเวอร์ตัน 2007-2016 – ตำนานนายทวาร
  • Phil Neville: แมนยู 1993-2005, เอฟเวอร์ตัน 2005-2013 – กัปตันทั้งสองทีม
  • Marouane Fellaini: เอฟเวอร์ตัน 2008-2013, แมนยู 2013-2019 – หัวฟูชื่อดัง
  • และอีก 14 คน รอคุณทาย!

ควิซนี้ไม่ใช่แค่ทดสอบความจำ แต่ยังย้อนความทรงจำยุคทองของพรีเมียร์ลีก ถ้าทายครบ 17 คะแนนเต็ม แสดงว่าคุณเป็นแฟนตัวยง!

อยากทำควิซเพิ่ม? เช็ค Football Quizzes และ Sports Quizzes ของ BBC หรือสมัครแจ้งเตือนเพื่อรับควิซใหม่ๆ ส่งตรงมือถือ

เคล็ดลับทำควิซให้เก่ง

ศึกษาประวัติการย้ายทีมใน Transfermarkt, ดูไฮไลท์เก่าๆ ใน YouTube หรือติดตามข่าวพรีเมียร์ลีกทุกวัน รับรองคะแนนพุ่ง!

สรุปแล้ว ควิซ: ทายชื่อนักเตะแมนยูและเอฟเวอร์ตัน คือโอกาสพิสูจน์ตัวเอง ลองทำแล้วแชร์คะแนนในคอมเมนต์ด้านล่างนะ ใครทายได้มากสุด comment มาบอกด้วย! ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อและติดตามบล็อกเพื่อควิซฟุตบอลเพิ่มเติม

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เกาหลีใต้ประท้วง สถานทูตรัสเซียแขวนป้ายปลุกใจ ครบ 4 ปีสงครามยูเครน

เกาหลีใต้ประท้วง สถานทูตรัสเซียแขวนป้ายปลุกใจ ครบ 4 ปีสงครามยูเครน เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตึงเครียดในกรุงโซล เมื่อสถานทูตรัสเซียแขวนป้ายผ้าขนาดใหญ่ที่มีข้อความ “ชัยชนะจะเป็นของเรา” ซึ่งเชื่อมโยงกับวาระครบรอบ 4 ปีของสงครามยูเครน-รัสเซีย รัฐบาลเกาหลีใต้แสดงจุดยืนคัดค้านอย่างชัดเจน เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่ยั่วยุและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

เกาหลีใต้ประท้วง สถานทูตรัสเซียแขวนป้ายปลุกใจ ครบ 4 ปีสงครามยูเครน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยป้ายผ้าสีแดง ขาว น้ำเงิน ซึ่งเป็นสีธงรัสเซีย มีข้อความภาษารัสเซียปรากฏบริเวณหน้าสถานทูตรัสเซียในกรุงโซล และยังคงแขวนค้างอยู่จนถึงเช้าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันก่อนครบรอบ 4 ปีการรุกรานยูเครนของรัสเซียในวันที่ 24 กุมภาพันธ์

กระทรวงการต่างประเทศไทยเกาหลีใต้ได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำนี้ทันที โดยระบุว่ารัฐบาลยืนยันจุดยืนที่ว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซียเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และขอให้ถอดป้ายดังกล่าวออกทันที ทั้งสถานทูตยูเครนและรัสเซียในโซลยังไม่แสดงท่าทีตอบโต้อย่างเป็นทางการ

ป้ายปลุกใจเชื่อมโยงกับทหารเกาหลีเหนือ

ก่อนหน้านี้ ทูตรัสเซียประจำเกาหลีใต้ นายกอร์กี ซิโนวีฟ ได้กล่าวยกย่องทหารเกาหลีเหนือที่เข้าร่วมรบเคียงข้างรัสเซียในยูเครน โดยบอกว่ารัสเซียตระหนักถึงบทบาทของพวกเขาในการ “ปลดปล่อย” พื้นที่ทางตอนใต้ของภูมิภาคเคิรสต์ ข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้และตะวันตกชี้ว่า เกาหลีเหนือส่งทหารไปกว่า หลายพันนาย โดยคาดว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 นาย

แลกเปลี่ยนนี้ เกาหลีเหนือได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซีย ทั้งเงิน เทคโนโลยีทหาร เสบียงอาหาร และพลังงาน ทางการเกาหลีใต้มองว่านี่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงร้ายแรง โดยเฉพาะเมื่อเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังอยู่ในภาวะสงครามทางเทคนิคตั้งแต่สงครามเกาหลี 1950-1953 ที่สิ้นสุดด้วยการหยุดยิง ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ

จุดยืนของเกาหลีใต้ต่อสงครามยูเครน

  • คัดค้านการรุกรานของรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบ
  • ประณามการส่งทหารเกาหลีเหนือไปช่วยรบ
  • เรียกร้องให้ยุติความร่วมมือทางทหารระหว่างรัสเซีย-เกาหลีเหนือ
  • สนับสนุนยูเครนผ่านการคว่ำบาตรและความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม

เกาหลีใต้ได้แสดงออกผ่านการส่งอาวุธไปยังยูเครนทางอ้อม และเข้าร่วมประชาคมโลกในการประณามรัสเซีย เหตุการณ์ป้ายปลุกใจครั้งนี้จึงยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีตึงเครียดมากขึ้น นักวิเคราะห์เห็นว่า อาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้เพิ่มเติมจากโซล

นอกจากนี้ สถานการณ์ยังสะท้อนถึงความซับซ้อนของภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชีย โดยเกาหลีเหนือใช้สงครามยูเครนเป็นโอกาสขยายอิทธิพลและพัฒนาอาวุธ ขณะที่เกาหลีใต้ต้องเผชิญภัยคุกคามสองด้าน ทั้งจากเพื่อนบ้านทางเหนือและพันธมิตรของพวกเขา

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ เกาหลีใต้ประท้วง สถานทูตรัสเซียแขวนป้ายปลุกใจ ครบ 4 ปีสงครามยูเครน นี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงของการขยายความขัดแย้งจากยุโรปสู่เอเชีย เกาหลีใต้อาจต้องเสริมสร้างพันธมิตรกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อรับมือ

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ

ที่มา – เกาหลีใต้ประท้วง สถานทูตรัสเซียแขวนป้ายปลุกใจ ครบ 4 ปีสงครามยูเครน

ทำไมแฟนแมนยูควรดีใจถ้าแม็กไกวร์ต่อสัญญา

ทำไมแฟนแมนยูควรดีใจถ้าแม็กไกวร์ต่อสัญญา

เมื่อทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินทางไปบุร์นลีย์สำหรับนัดแรกในยุคหลังรูเบน อโมริม เมื่อวันที่ 7 มกราคม คำถามใหญ่ๆ มุ่งไปที่ความฟิตของกัปตันบรูโน่ แฟร์นานเดส และดาร์เรน เฟล็ตเชอร์จะเลือกโคบี้ ไมนูหรือไม่

การที่แฮร์รี่ แม็กไกวร์รวมอยู่ในขบวนเดินทางไปเทิร์ฟ มัวร์นั้นค่อนข้างเซอร์ไพรส์

ดาวเตะวัย 32 ปีไม่อยู่มา 9 นัดเพราะบาดเจ็บต้นขา และไม่มีข่าวลือเรื่องกลับมาเลย

จริงๆ แล้ว เฟล็ตเชอร์คงเรียกอดีตกัปตันยูไนเต็ดใช้เฉพาะสถานการณ์ฉุกเฉินคืนนั้น เพราะตอนนั้นแม็กไกวร์แทบไม่ได้ซ้อมเลย

แต่แม็กไกวร์ลงเล่น 11 นาทีสี่วันต่อมาเพื่อช่วยทีมในนัดแพ้ไบรท์ตัน รอบสามเอฟเอคัพ แม้จะไม่สำเร็จ

เฟล็ตเชอร์กำลังช่วยไมเคิล คาร์ริคใหญ่หลวง

แม้ลงเล่นแค่นัดเดียวในเกือบสามเดือน แต่พอคาร์ริคคุมทีมครั้งแรกต้อนรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดวันที่ 17 มกราคม แม็กไกวร์ก็พร้อมรับมือด้านจิตใจแล้ว แม้บอสใหม่จะยอมรับว่าด้านกายภาพยังไม่แน่นอน

“เป็นงานหนักสำหรับ H [แม็กไกวร์]” คาร์ริคกล่าว

“บางครั้งเรามองข้ามสิ่งที่นักเตะทำ ผมพูดตรงๆ นะ มันเป็นการเสี่ยงคำนวณว่าทนได้นานแค่ไหน เพราะเขาเพิ่งซ้อมไป 2-3 วันใน 8-9 สัปดาห์ มันแสดงให้เห็นว่ามันสำคัญกับเขาขนาดไหน”

ทำไมแฟนแมนยูควรดีใจถ้าแม็กไกวร์ต่อสัญญา

คำว่า ‘taking for granted’ ในคำตอบของคาร์ริคบอกอะไรได้เยอะ

อดีตมิดฟิลด์ยูไนเต็ดและอังกฤษรู้ดีถึงการเสียสละที่ต้องทำเพื่อเก่งสุดยอด และความต้องการต่อร่างกาย

ความแข็งแกร่งทางจิตใจก็สำคัญ

นอกจากฝีเท้าแล้ว แนวคิดแบบที่ทำให้เขาเสนอตัวไปบุร์นลีย์นี่แหละที่ทำให้แม็กไกวร์มีค่าต่อยูไนเต็ด

นั่นคือเหตุผลที่ ทำไมแฟนแมนยูควรดีใจถ้าแม็กไกวร์ต่อสัญญา โดยเฉพาะหน้าร้อนที่ ประสบการณ์มหาศาลของคาเซมิโร่จะหายไป แหล่งข่าวหลายแห่งเชื่อว่าสถานการณ์สัญญาจะคลี่คลายให้เขาอยู่ต่ออย่างน้อยฤดูกาลหน้า

ยังไม่ตกลงอะไร แต่จนกว่าจะตกลง แม็กไกวร์อาจเซ็นสโมสรอื่นได้ตามกฎฟรีเอเย่นต์ หรือยูไนเต็ดถอย

แต่กระแสดีมาก

ต้องประนีประนอมทั้งเงินเดือน – แม็กไกวร์เป็นนักเตะเงินเดือนสูงสุดคนหนึ่ง และเซอร์จิม แรตคลิฟฟ์อยากลดค่าใช้จ่าย – และอาจความยาวสัญญา

ตั้งแต่บุร์นลีย์ ไบรท์ตัน ซิตี้ และต่อมา แม็กไกวร์ลงเต็ม 90 นาทีในสี่นัดที่คาร์ริคชนะรวด

แนวรับอังกฤษพิสูจน์คุณค่าตอนมัทไธจ์ส เดอ ลิกต์เจ็บหลังนาน ไม่มีกำหนดกลับ

แม็กไกวร์ไม่ใช่แค่ประสบการณ์และเยือกเย็น การสื่อสารก็สำคัญ เขาเรียกร้องจากคนรอบข้างและไม่กลัวดุเพื่อนที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

คู่กลางกับลิซานโดร มาร์ติเนซก็เข้าขา แม้เริ่มด้วยกันแค่ 16 ครั้งตั้งแต่ปี 2022 ที่มาร์ติเนซย้ายจากอแจ็กซ์

เหตุผลเพียบ อโมริมใช้ระบบใหม่ เทน ฮากไม่ชอบก่อนหน้านี้ มาร์ติเนซเจ็บหนัก และสองนัดแรกแพ้ไบรท์ตันกับเบรนท์ฟอร์ด

แต่ชนะ 11 จาก 14 นัดถัดไป แสดงว่าการรักษาทั้งคู่ให้ฟิตคือกุญแจสู่แชมเปียนส์ลีก

สัญญาณบวกสำหรับสัญญาใหม่แม็กไกวร์

แม็กไกวร์กลับมาเป็นตัวเลือกทีมชาติอังกฤษ

โธมัส ทูเคิ่ล กุนโดทีมชาติอังกฤษยอมรับฟอร์มล่าสุดของแม็กไกวร์ แม้ลงนานสุด 64 นัดเมื่อเกือบ 18 เดือนก่อนกับไอร์แลนด์

“กลับมาในภาพแล้ว” ทูเคิ่ลบอกในงานจับสลากเนชั่นส์ลีก

แฟนยูไนเต็ดอาจไม่สนทีมชาติมาก แต่หวังผลงานตัวเอง

แม็กไกวร์น่าคิดแบบนั้น เขาเป็นตัวเก๋าสามทัวร์นาเมนต์ใหญ่ รู้ว่าต้องเก่งที่ยูไนเต็ดถึงได้ไปทีมชาติ

เขาดูมีความสุข อยู่กับครอบครัวทางเหนือ-ตะวันตก ไม่อยากเริ่มใหม่

เขาไม่พูดอนาคตมาก แต่จากที่บอก BBC หลังเยี่ยมค่ายบอลที่สเตร็ตฟอร์ด “ผมมีแผนในใจว่าอยากทำอะไร อยู่ไหน มันเป็นสโมสรสุดยอด ถ้าอยากออกไปเร็วๆ จะโง่เอ๊ง”

แฟนปีศาจแดงควรดีใจกับฟอร์มและทัศนคติของแม็กไกวร์ คุณคิดยังไง ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ