วัน: 25 กุมภาพันธ์ 2026

เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว สถานการณ์ล่าสุดจากเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยว ทำให้หลายคนต้องตกใจ! ฝนที่เทลงมาอย่างหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะย่านท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างกูตา ระดับน้ำพุ่งสูงกว่า 1.5 เมตร ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต้องรีบอพยพด่วนเลยครับ

เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

จากรายงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น บริเวณย่านเทวีศรีในเขตกูตา ได้รับผลกระทบหนักสุดๆ น้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ทำให้คนติดค้างในบ้านและรถยนต์ ทีมกู้ภัยบาหลีต้องนำเรือยางลงพื้นที่ช่วยเหลือทันที ล่าสุดมีการอพยพผู้ประสบภัยแล้วอย่างน้อย 12 คน รวมถึงเด็ก ผู้หญิง และคนขับรถที่หนีไม่ทัน นี่คือภาพที่เห็นน้ำท่วมขังเต็มถนน สร้างความโกลาหลให้กับนักท่องเที่ยวที่กำลังพักผ่อน

น้ำท่วมเกาะบาหลี

พื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ก็วิกฤตไม่แพ้กัน

ไม่ใช่แค่กูตาเท่านั้นนะครับ โรงแรม เกสต์เฮาส์ และวิลล่าในย่านท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ ของบาหลี ก็มีน้ำไหลทะลักเข้าห้องพัก นักท่องเที่ยวต้องย้ายของหนีไปพักที่สูงๆ หรือโรงแรมที่ปลอดภัยกว่า ฝนตกหนักยังเพิ่มความเสี่ยงดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ทำให้ภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวต้องสะดุดอีกครั้ง

บาหลีเป็นจุดหมายที่สวยงาม มีหาดทรายขาว ชายฝั่งสวย และวัดวาอารามมากมาย แต่ฤดูฝนแบบนี้ต้องระวังจริงๆ นะเพื่อนๆ ทางการท้องถิ่นเตือนให้ทุกคนติดตามพยากรณ์อากาศใกล้ชิด หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำ ใกล้คลอง หรือเนินเขาเสี่ยงถล่ม

คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนไปบาหลี

  • ตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเดือนที่เป็นฤดูฝน (พ.ย.-มี.ค.)
  • เลือกที่พักในพื้นที่สูง ไกลจากชายฝั่งหรือลำน้ำ
  • เตรียมแผนสำรอง เช่น ประกันการเดินทางที่ครอบคลุมภัยธรรมชาติ
  • ดาวน์โหลดแอปแจ้งเตือนภัยพิบัติของอินโดนีเซีย
  • ติดต่อสถานทูตไทยในอินโดนีเซีย หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

เกาะบาหลีป่วนครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้จะเป็นสวรรค์ท่องเที่ยว แต่ธรรมชาติก็ท้าทายได้ทุกเมื่อ สถานการณ์ยังคงต้องจับตา เพราะฝนยังตกต่อเนื่อง หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวครับ

สำหรับนักเดินทางอย่างเราๆ การวางแผนดีๆ คือกุญแจสำคัญ ถ้าคุณมีประสบการณ์น้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติที่บาหลี แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ ที่กำลังจะไปเที่ยว!

ที่มา – เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

“กัณวีร์” แฉ โผล่อีกลงคะแนนแล้ว แต่ไม่มีคะแนน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ในวงการเลือกตั้งไทยเลยนะครับ “กัณวีร์” แฉ โผล่อีกลงคะแนนแล้ว แต่ไม่มีคะแนน นี่แหละครับที่นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ออกมาแฉแบบจัดเต็ม เกี่ยวกับความผิดปกติในการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้ที่กำลังจะกลายเป็นประวัติศาสตร์อัปยศของไทยไปซะแล้ว

“กัณวีร์” แฉ โผล่อีกลงคะแนนแล้ว แต่ไม่มีคะแนน

ย้อนกลับไปวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. กำลังจะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. หลังจากวันเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ ผ่านไปถึง 17 วันเต็มๆ กว่าจะได้ผลออกมา 95% นับว่านานพอสมควรสำหรับระบบที่ควรจะโปร่งใสและรวดเร็วใช่ไหมล่ะครับ แต่ที่สำคัญกว่าคือ นายกัณวีร์ชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหาเพียบ ทั้งบัตรเขย่งไม่ว่าจะหลักร้อยหรือพัน คะแนนหาย และการเขย่าแบบต่างๆ ที่ทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่าอำนาจสูงสุดอยู่ที่ไหนกันแน่

ปัญหาหลักที่ “กัณวีร์” แฉ โผล่อีกลงคะแนนแล้ว แต่ไม่มีคะแนน คือการใช้บาร์โค้ดและ QR Code ในบัตรเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและเขต ซึ่งทำให้ไม่มีความลับในการลงคะแนนเลย แม้ กกต. จะอ้างว่ามีมาตรการเข้มงวดแค่ไหน แต่เจตนาชัดเจนว่าสามารถตรวจสอบบัตรต้นทางกับบัตรลงคะแนนได้ นายกัณวีร์ที่เคยทำงานด้านเก็บชั้นความลับราชการมานาน ย้ำว่าความลับต้องมีองค์ประกอบ 4 อย่าง

องค์ประกอบของ “ความลับ” ที่ขาดหายไปในการเลือกตั้ง

  • มีข้อเท็จจริง
  • มีคนรู้ข้อเท็จจริงนั้น
  • มีการเก็บข้อเท็จจริงโดยไม่มีช่องทางเข้าถึง
  • หลักฐานไม่สามารถถูกล่วงรู้ได้

แต่ในเลือกตั้งครั้งนี้ ขาดข้อ 3 และ 4 ไปเรียบร้อย ทำให้ไม่ใช่ความลับจริงๆ แถมยังมีข่าวว่าการเลือกตั้งใหม่ยิ่งแย่ ถ่ายรูปผู้มาใช้สิทธิ์ เรียงลำดับ แล้วลิงก์กับบาร์โค้ดได้อีก!

ที่หนักสุดคือกรณีของพรรคพลวัตเองเลยครับ ได้ยินจากพี่ท่านหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หมู่คอหงส์ บอกว่าลงคะแนนเบอร์ 7 พรรคพลวัตชัดๆ แต่พอไปดูกระดานรวมคะแนนในหน่วย กลับไม่มีเบอร์ 7 แม้แต่คะแนนเดียว! ไปถามเจ้าหน้าที่ก็โดนบอกให้ไปดูกระดานรวมเฉยๆ นี่มันอะไรกันครับ เขย่ง เขย่า ปิดบัง คะแนนหายครบสูตร

นายกัณวีร์สรุปว่าการเลือกตั้งแบบนี้ อำนาจไม่ใช่ของประชาชนแน่นอน ไหนๆ ก็บอกว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน แต่ทำไมกระบวนการถึงมืดมนขนาดนี้ คุณล่ะครับคิดยังไงกับเรื่องนี้ มันสะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่ลึกซึ้งแค่ไหน

ผมว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่กระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยทั้งหมด ถ้าคะแนนลงแล้วหายแบบนี้ ครั้งหน้าจะกล้าออกมาใช้สิทธิ์กันไหม ในต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นหรือเยอรมนี การเลือกตั้งโปร่งใสขนาดไหน ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนโดยไม่ละเมิดความลับ ไทยเราควรเรียนรู้และปรับปรุงด่วน ก่อนที่ประชาชนจะหมดศรัทธาไปหมด

สุดท้าย นายกัณวีร์เรียกร้องแบบสั้นๆ ว่า “คืนอำนาจให้ประชาชน” ซึ่งผมเห็นด้วยสุดๆ คุณคิดว่าทำยังไงถึงจะแก้ได้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ หรือติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองร้อนๆ ต่อไป อย่าปล่อยให้อำนาจหลุดมือไปง่ายๆ นะ!

ที่มา – “กัณวีร์” แฉ โผล่อีกลงคะแนนแล้ว แต่ไม่มีคะแนน ชี้เลือกตั้งครั้งนี้ มีทั้งเขย่ง-เขย่า-คะแนนหาย

ประวัติ ดร.มัลลิกา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ชิงผู้ว่าฯกทม.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะมาถึงในปี 2569 หลังจากผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ครบวาระ 4 ปีในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 การหาเสียงเริ่มคึกคักแล้วนะ และคนที่เปิดตัวชัดเจนสุดๆ คือ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ติ่ง” หรือ “มอลลี่” เธอประกาศลงชิงผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระแล้ว! ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า ประวัติ ดร.มัลลิกา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นยังไงบ้าง วันนี้เรารวบรวมมาให้แบบละเอียดยิบเลย

ประวัติ ดร.มัลลิกา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ชิงผู้ว่าฯ กทม.

ประวัติ ดร.มัลลิกา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ นั้นน่าสนใจมาก เพราะเธอไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่ยังมีหลากหลายบทบาทในชีวิต ตั้งแต่นักกีฬา พิธีกร ส.ส. และล่าสุดคืออินฟลูเอนเซอร์ TikTok ที่ดังเปรี้ยงปร้าง! ดร.มัลลิกา เกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2516 ปัจจุบันอายุ 53 ปี เป็นคนอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา มีเชื้อสายไทลื้อจากฝั่งแม่ ตา และยาย ทำให้เธอมีบุคลิกที่อบอุ่น แข็งแกร่ง และใกล้ชิดกับประชาชนแบบคนบ้านๆ

เส้นทางการศึกษาและกีฬาของ ดร.มัลลิกา

ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง ดร.มัลลิกา มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งทั้งด้านวิชาการและกีฬา เธอจบการศึกษาจากโรงเรียนปงรัชดาภิเษก และโรงเรียนพะเยาพิทยาคม จากนั้นไปต่อปริญญาตรีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทและเอกจากวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง เรียกได้ว่าเธอศึกษามาแบบครบเครื่องเลยทีเดียว

  • ปริญญาตรี: คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ปริญญาโท: วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
  • ปริญญาเอก: วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต

นอกจากนี้ ประวัติ ดร.มัลลิกา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีด้านนักกีฬาที่น่าภูมิใจ เธอเคยเป็นนักกีฬาจักรยานทีมชาติไทย และนักยิงปืนสมัครเล่นของชมรมยิงปืนรบพิเศษ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวินัยที่แข็งแกร่ง ซึ่งน่าจะเป็นจุดเด่นในการหาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้

เส้นทางอาชีพและการเมืองอันยาวนาน

เริ่มต้นอาชีพ ดร.มัลลิกา เป็นพิธีกรและผู้ประกาศข่าวที่สถานีโทรทัศน์ iTV ซึ่งทำให้เธอมีทักษะการสื่อสารที่ยอดเยี่ยม ต่อมาเธอหันมาลุยการเมืองเต็มตัว ลงสมัคร ส.ส. ตั้งแต่ปี 2548 สังกัดพรรคมหาชน ปี 2550 และ 2554 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เธอยังเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติปี 2549 และผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีหลายท่าน เช่น หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร, นายธีระ สลักเพชร (วัฒนธรรม), และนายจุติ ไกรฤกษ์ (ICT)

ในปี 2562 เธอลง ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และได้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีพาณิชย์ ปี 2565 เลื่อนเป็น ส.ส. แทนนายไชยยศ จิรเมธากร แต่ปี 2566 เธอลงลำดับ 19 แล้วลาออกจากพรรคและเว้นวรรคการเมือง เรียกได้ว่า ประวัติ ดร.มัลลิกา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เต็มไปด้วยประสบการณ์หลากหลาย ทั้งในสภาและรัฐบาล

  • 2548: สังกัดพรรคมหาชน
  • 2550-2554: พรรคประชาธิปัตย์
  • 2562-2566: ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

จากนักการเมืองสู่ TikTok Live สุดปัง

หลังเว้นวรรค ดร.มัลลิกา ผันตัวมาเป็นสตรีมเมอร์ TikTok Live ขายของออนไลน์และวิเคราะห์การเมืองแบบถึงลูกถึงคน สนุกสนาน เป็นกันเอง จนมีแฟนคลับล้านคน! รายการ “มัลลิกา SHOW” บนแนวหน้าออนไลน์ คือที่ที่เธอประกาศลงชิงผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ด้วย กกต. กทม. เปิดรับสมัคร 25-29 พ.ค. 2569 เลือกตั้ง 5 ก.ค. 2569 เธอพร้อมลุยในนามอิสระ นำประสบการณ์มาพัฒนากรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น

เพื่อนๆ คิดยังไงกับการลงชิงของดร.มัลลิกา? เธอมีจุดแข็งเรื่องสื่อสารใกล้ชิดประชาชน และประสบการณ์กีฬาที่สอนเรื่องทีมเวิร์ค น่าจะเหมาะกับปัญหาจราจร น้ำท่วม และสิ่งแวดล้อมใน กทม. ลองติดตามข่าวการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2026 กันต่อไปนะ อย่าลืมแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และกดติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวสารการเมืองแบบ real-time!

สุดท้ายนี้ การตัดสินใจลงชิงในนามอิสระของดร.มัลลิกา แสดงให้เห็นถึงความกล้าและมั่นใจในตัวเอง อาจเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าจับตามองสำหรับคนกรุงเทพฯ

ที่มา – ประวัติ “ดร.มัลลิกา” อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศลงชิงผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านพัฒนาขีปนาวุธโจมตีสหรัฐฯ

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐฯ ได้ เป็นประเด็นร้อนที่สร้างความตึงเครียดในเวทีการเมืองโลกอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยในสุนทรพจน์ State of the Union เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางสายตาของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐฯ ได้

ในสุนทรพจน์ประจำปี ทรัมป์ย้ำถึงนโยบายแข็งกร้าวต่ออิหร่าน โดยระบุชัดเจนว่า แม้สหรัฐฯ จะต้องการแก้ไขความขัดแย้งผ่านการทูต แต่จะไม่ยอมให้เตหะรานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด เขากล่าวหาอิหร่านว่ากำลังพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปที่สามารถทะลุถึงแผ่นดินสหรัฐฯ ได้ แม้จะไม่ได้นำเสนอหลักฐานประกอบก็ตาม คำกล่าวหานี้จุดชนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทันที

ทรัมป์ยังเปิดเผยว่าสหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่านอย่างต่อเนื่อง แต่ยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนในการป้องกันตัวเอง นโยบายนี้สอดคล้องกับการถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA เมื่อปี 2561 ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็นข้อตกลงที่อ่อนแอเกินไป

การตอบโต้จากอิหร่านต่อข้อกล่าวหา

ฝั่งอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่น เจ้าหน้าที่ระดับสูงยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์มีวัตถุประสงค์เพื่อสันติภาพและการใช้งานพลเรือนเท่านั้น รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ก่อนสุนทรพจน์ของทรัมป์ว่า “อิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่ากรณีใดๆ” สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมโลก

นอกจากนี้ อิหร่านยังชี้ว่าสหรัฐฯ เป็นผู้ยั่วยุ โดยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรง ทำให้เกิดวิกฤตภายในประเทศ สถานการณ์นี้ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์สำคัญ เช่น การสังหารนายพลกาเซ็ม สุไลมานี ในปี 2563 ซึ่งเกือบนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ

  • จุดสำคัญจากสุนทรพจน์ทรัมป์: ย้ำนโยบาย ‘America First’ ในการรับมือภัยคุกคาม
  • กล่าวถึงความสำเร็จในการกดดันอิหร่านผ่านการคว่ำบาตร
  • เรียกร้องให้ชาติพันธมิตรร่วมมือป้องกันการแพร่ขยายอาวุธ
  • หวังแก้ปัญหาผ่านทูต แต่พร้อมใช้กำลังหากจำเป็น

ประเด็น ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐฯ ได้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเสถียรภาพโลก ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าคำกล่าวหานี้อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ก่อนเลือกตั้ง แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหาร

จากข้อมูลล่าสุด โครงการขีปนาวุธของอิหร่านพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีขีปนาวุธอย่าง Shahab-3 ที่ยิงไกลกว่า 2,000 กม. แต่ยังไม่ถึงระดับข้ามทวีปอย่างที่ทรัมป์กล่าวหา IAEA (องค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ) ก็ยังตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทูตเชิงรุก หากสหรัฐฯ และอิหร่านหาทางออกร่วมกันได้ จะช่วยลดความเสี่ยงสงครามได้มาก ลองติดตามพัฒนาการต่อไป และแสดงความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง ชวนแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่อง geopolitics กันเถอะ!

ที่มา – ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐฯ ได้

ประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” พ่อลูก 4

ประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” พ่อลูก 4 ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ มาดูกันว่าชายคนนี้มีเส้นทางชีวิตและการเมืองอย่างไรบ้าง

ในช่วงวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ 2569 ชื่อของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือที่รู้จักกันในนาม “เต้ พระราม 7” กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง หลังจากหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ นายราเชน ตระกูลเวียง ออกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ ชั่วคราว และห้ามเคลื่อนไหวใดๆ ในนามพรรค เหตุผลเชื่อมโยงกับการร้องเรียนเรื่อง “เลือกตั้งโมฆะ” ที่เต้ยืนกราน ซึ่งทำให้พรรคหวาดกลัว (อ่านเพิ่ม: ทางเลือกใหม่พักงาน “เต้ มงคลกิตติ์”)

ประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” พ่อลูก 4

ประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ส่วนตัวและครอบครัว

ประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” เริ่มต้นตั้งแต่เกิดวันที่ 25 กันยายน 2524 ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ปัจจุบันอายุ 45 ปี (ในปี 2569) เขาเป็นคุณพ่อลูก 4 คน คือ เจปัง, ผิงอัน, ชินเท็น และถิงถิง เรื่องครอบครัวของเต้ค่อนข้างซับซ้อน สมรสครั้งแรกปี 2549 กับน.ส.พัทธนันท์ ฤทธิ์ชัยเรืองเดช หย่าเมื่อ 2553 จากนั้นสมรสครั้งสองปี 2562 กับน.ส.ภคอร จันทรคณา หย่า 2561 ก่อนกลับมาคบหากับพัทธนันท์อีกครั้ง

ภาพครอบครัวประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์”

ประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” การศึกษา

ด้านการศึกษา เต้จบ ปวช. สาขาเตรียมวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จากนั้นปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การเมืองการปกครอง) จากธรรมศาสตร์ และดุษฎีบัณฑิต รัฐประศาสนศาสตร จากมหาวิทยาลัยทักษิณ พื้นฐานวิศวะที่แข็งแกร่งช่วยให้เขาเข้าสู่แวดวงการเมืองได้อย่างมั่นใจ

ประวัติการศึกษาเต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

เส้นทางการเมืองของประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์”

เส้นทางการเมืองของเต้เริ่มปี 2550 ลงสมัคร ส.ส. กรุงเทพ พรรคประชาราช แต่สอบตก หลังรัฐประหาร 2557 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ชำนาญการ สปช. และ สปท. ต่อมาเปิดพรรคไทยศรีวิไลย์ ปี 2561 ลงเลือกตั้ง 2562 ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 60,354 คะแนน ดำรงตำแหน่งโฆษกและกรรมาธิการการทหาร ส.ส. ชุด 25

  • 2562-2563: ฝ่ายรัฐบาล-ค้านอิสระ
  • 2563-2566: ฝ่ายค้าน

เลือกตั้ง 2566 พรรคไทยศรีวิไลย์ล้มเหลว ไม่ได้ที่นั่ง ลดบทบาทไปชั่วคราว กลับมา 2567 สมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่ปรึกษา แต่ลาออก 2568 หลังหัวหน้าพรรคลาออก ล่าสุดเข้าร่วมพรรคทางเลือกใหม่ เป็นเลขาฯ หาเสียงเลือกตั้ง 2569 ได้ว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับ 3 แต่ไม่ผ่าน แม้เจ้าตัวจะร้องเรียนเลือกตั้งไม่โปร่งใส จนถูกสั่งพักงาน

เส้นทางการเมืองประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์”
เต้ มงคลกิตติ์ ในพรรคทางเลือกใหม่

ประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในวงการเมือง แม้จะพลิกผันหลายครั้ง นโยบายแปลกใหม่ของเขามักดึงดูดความสนใจ แต่ก็สร้างความขัดแย้งได้เช่นกัน

คุณคิดอย่างไรกับประวัติและเส้นทางของเต้? เขาจะกลับมาทำอะไรต่อไป คอมเมนต์บอกเราด้วยนะ! ติดตามข่าวการเมืองล่าสุดที่นี่เพื่อไม่พลาดอัปเดต

ที่มา – ประวัติ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” พ่อลูก 4 ถูกสั่งหยุดหน้าที่เลขาฯ พรรคทางเลือกใหม่

ชาวบ้านไม่ประมาท หลังกัมพูชายิงระเบิดตกใกล้พลาญหินแปดก้อน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียดหลังเกิดเหตุกัมพูชายิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. ตกใกล้ฐานปฏิบัติการบริเวณพลาญหินแปดก้อน จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ประมาท เตรียมพร้อมอพยพหากเกิดการปะทะรอบที่ 3 อย่างเต็มที่ เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการดูแลและเยียวยาอย่างเหมาะสม

ชาวบ้านไม่ประมาท หลังกัมพูชายิงระเบิดตกใกล้พลาญหินแปดก้อน

จากรายงานของกองทัพภาคที่ 2 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 08.50 น. หน่วยทหารไทยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทมอฉัตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไทยควบคุม ได้รับการยิงลูกระเบิดเครื่องยิงขนาด 40 มม. จำนวน 1 นัด จากฝั่งด้านล่างของขอบผา พื้นที่ดังกล่าวห่างจากพลาญหินแปดก้อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวหน้าผาประมาณ 2 กิโลเมตร ทหารไทยตอบโต้ด้วยการยิงแจ้งเตือนเพื่อยับยั้งสถานการณ์ ก่อนประสานงานกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อยืนยันข้อตกลงหยุดยิง ทำให้เหตุการณ์คลี่คลายลง

ภาพเหตุการณ์กัมพูชายิงระเบิดตกใกล้พลาญหินแปดก้อน ชาวบ้านไม่ประมาทเตรียมอพยพ

แม้เหตุการณ์จะสงบ แต่ชาวบ้านชายแดนอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พบว่าชาวบ้านยังไม่แตกตื่นหรืออพยพ แต่ทุกครอบครัวเตรียมพร้อมตลอดเวลา

การเตรียมตัวของชาวบ้านชายแดน

นายรักษ์สกุล อายุ 70 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านชายแดน กล่าวอย่างใจเย็นว่า “ชาวบ้านไม่ประมาท หลังกัมพูชายิงระเบิดตกใกล้พลาญหินแปดก้อน แม้เคยผ่านการปะทะหนักมาหลายครั้ง แต่ก็ห่วงคนที่ไปทำไร่ชายแดน” เขาเล่าว่าทุกบ้านเก็บข้าวของไว้พร้อมย้าย หากมีประกาศอพยพจะเฝ้าบ้านเองเพื่อป้องกันขโมย แม้จะลำบากเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะขาดรายได้จากสวนยาง

  • เก็บเสื้อผ้าและข้าวของจำเป็น ไว้ในรถยนต์ตลอดเวลา
  • เตรียมอาหารแห้ง ข้าวสาร สำหรับย้ายที่พักชั่วคราว
  • เอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เก็บในกระเป๋าพร้อมใช้งาน
  • เฝ้าระวังพื้นที่ เป็นหูเป็นตาให้กันและกัน

นายรักษ์สกุล ยังแสดงความกังวลว่ากัมพูชายังมีพฤติกรรมรุกราน เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มกำลังทหารและตัดสินใจเด็ดขาดหากจำเป็น

ชาวบ้านศรีสะเกษไม่ประมาทหลังเหตุยิงระเบิดใกล้ชายแดน

ข้อเรียกร้องจากชาวบ้านต่อรัฐบาล

นางอรทัย อายุ 46 ปี กล่าวด้วยความกังวล “กลัวปะทะรอบ 3 สงสารทหารที่เฝ้าตลอด” เธอเตรียมข้าวของทุกอย่างขึ้นรถแล้ว รอคำสั่งอพยพ 24 ชั่วโมง ชาวบ้านเรียกร้องให้ศูนย์อพยพพร้อมพง:

  • ห้องน้ำและที่พักอาศัยที่สะอาด
  • การดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก
  • เจ้าหน้าที่บริการตลอดเวลา
  • เงินเยียวยา เพิ่มจาก 5,000 บาท ให้ครอบคลุมอาหาร แพมเพิร์ส ยา ค่าน้ำมัน

เพราะการอพยพทำให้ขาดรายได้จากการกรีดยาง ทำสวน ชาวบ้านย้ำว่า “เขมรเชื่อใจไม่ได้” จึงต้องพร้อมทุกสถานการณ์

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความมั่นคงและการดูแลประชาชน รัฐบาลควรเร่งเสริมมาตรการป้องกันและช่วยเหลือให้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องลำบากอีก

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวชายแดนเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – ชาวบ้านไม่ประมาท หลังกัมพูชายิงระเบิดตกใกล้พลาญหินแปดก้อน พร้อมอพยพหากปะทะรอบ 3

ฮอนด้าเชิญตรวจชุดหม้อน้ำ Honda City 1.0 Turbo

สวัสดีครับเพื่อนๆ เจ้าของรถ Honda City 1.0 Turbo ทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีจากบริษัทฮอนด้าเลยนะครับ ทางฮอนด้าได้ประกาศ ฮอนด้า เชิญลูกค้า Honda City 1.0 Turbo ตรวจสอบและเปลี่ยนอะไหล่ชุดหม้อน้ำใหม่ ที่ปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นแล้ว เพื่อให้รถของคุณทนทานต่อการใช้งานหนักๆ ในการขับขี่ประจำวัน ไม่ต้องกังวลเรื่องหม้อน้ำเสียหายง่ายอีกต่อไป

ฮอนด้า เชิญลูกค้า Honda City 1.0 Turbo ตรวจสอบและเปลี่ยนอะไหล่ชุดหม้อน้ำใหม่

ตามที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ทางบริษัทขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่านที่ใช้ Honda City 1.0 Turbo เข้ารับบริการตรวจสอบและเปลี่ยนอะไหล่ชุดหม้อน้ำรุ่นใหม่ฟรี โดยชุดหม้อน้ำใหม่นี้ได้รับการพัฒนาคุณภาพให้แข็งแรง ทนทานต่อสภาพการขับขี่ในไทยที่ร้อนอบอ้าวและการจราจรหนาแน่น ทำให้ระบบระบายความร้อนทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงเครื่องยนต์ร้อนจัด

วิธีตรวจสอบว่ารถของคุณเข้าข่ายหรือไม่

ไม่ต้องกังวลครับ ตรวจสอบได้ง่ายๆ เลย

  • เข้าเว็บไซต์ https://vinsearch.honda.co.th แล้วกรอกเลข VIN ของรถคุณ
  • โทรสอบถาม Honda Call Center ที่เบอร์ 02 341 7777
  • นำรถไปที่ศูนย์บริการฮอนด้าใกล้บ้าน ทีมช่างจะช่วยเช็คให้ทันที
ฮอนด้า เชิญลูกค้า Honda City 1.0 Turbo ตรวจสอบและเปลี่ยนอะไหล่ชุดหม้อน้ำใหม่

บริการนี้ ฟรีทั้งหมด ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่เนื่องจากคาดว่าลูกค้าจะเข้ารับบริการจำนวนมาก แนะนำให้ นัดหมายล่วงหน้าที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ จะดีที่สุด เพื่อไม่ต้องรอนาน สะดวกสบายมากขึ้น

ทำไมชุดหม้อน้ำใหม่ถึงสำคัญ?

ชุดหม้อน้ำเป็นหัวใจสำคัญของระบบระบายความร้อนในรถยนต์ หากเสียหายอาจทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก ร้อนเกินไป ส่งผลให้สมรรถนะลดลงหรือเสียหายหนักได้ ชุดใหม่จากฮอนด้าปรับปรุงแล้ว ทนต่อการกัดกร่อน สภาพอากาศร้อน และการใช้งานหนัก ทำให้รถ Honda City 1.0 Turbo ของคุณวิ่งได้นานขึ้น แถมประหยัดค่า维修ในอนาคต

เคล็ดลับดูแลระบบหม้อน้ำ Honda City 1.0 Turbo

นอกจากเข้ารับบริการตามประกาศแล้ว ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้เพื่อถนอมรถครับ

  • ตรวจระดับน้ำยาหลักระบายความร้อน ทุกเดือน อย่าให้ต่ำเกินไป
  • ใช้น้ำยาหลักแท้จากฮอนด้า เท่านั้น เพื่อป้องกันตะกรันสะสม
  • ล้างระบบทุก 2 ปี หรือตามระยะที่กำหนด
  • สังเกตไฟเตือนหรือควันจากฝากระโปรง หยุดรถทันทีหากผิดปกติ
  • ขับขี่นุ่มนวล ไม่เหยียบคันเร่งหนักต่อเนื่องในอากาศร้อน

การดูแลเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ช่วยยืดอายุรถได้เยอะเลยนะครับ โดยเฉพาะ Honda City 1.0 Turbo ที่มีเครื่องเทอร์โบ ต้องการระบบระบายความร้อนดีเยี่ยมเพื่อสมรรถนะสูงสุด

สรุปแล้ว อย่าพลาดโอกาสดีๆ นี้ครับ ฮอนด้า เชิญลูกค้า Honda City 1.0 Turbo ตรวจสอบและเปลี่ยนอะไหล่ชุดหม้อน้ำใหม่ เป็นบริการที่แสดงถึงความใส่ใจจากฮอนด้า รีบเช็ครถของคุณวันนี้ แล้วขับขี่ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น! ถ้าคุณลองไปแล้วมาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้วยนะครับ

ที่มา – ฮอนด้า เชิญลูกค้า Honda City 1.0 Turbo ตรวจสอบและเปลี่ยนอะไหล่ชุดหม้อน้ำใหม่

เปิดภาพวิลล่าหรู “เอล เมนโช” แหล่งกบดานสุดท้าย ก่อนถูกวิสามัญดับ

เปิดภาพวิลล่าหรู “เอล เมนโช” แหล่งกบดานสุดท้าย ก่อนถูกวิสามัญดับ เป็นข่าวที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะแฟนข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ วันนี้เราจะพาคุณไปดูภาพภายในวิลล่าสุดหรูในเม็กซิโก ที่กลายเป็นจุดจบของราชายาเสพติดชื่อดัง “เนเมซิโอ โอเซเกรา” หรือ “เอล เมนโช” ผู้นำแก๊ง CJNG

เปิดภาพวิลล่าหรู “เอล เมนโช” แหล่งกบดานสุดท้าย ก่อนถูกวิสามัญดับ

วิลล่าหรูหลังนี้ตั้งอยู่ในโครงการ “ตาปัลปา คันทรี คลับ” รัฐฮาลิสโก เม็กซิโก เป็นย่านเอ็กซ์คลูซีฟกลางหุบเขา บ้านสองชั้นผนังหิน หลังคากระเบื้องแดง มิดชิดเหมาะหลบซ่อน เอล เมนโชใช้ที่นี่เป็นฐานสุดท้ายก่อนถูกทหารเม็กซิโกดักโจมตีเมื่อ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา เบาะแสมาจากคนรักของเขา ทำให้กองทัพบุกจู่โจม

หลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้น เปิดภาพวิลล่าหรู “เอล เมนโช” แหล่งกบดานสุดท้าย ก่อนถูกวิสามัญดับ เผยสภาพภายในวุ่นวาย สะท้อนชีวิตสุดท้ายที่ทั้งหรูหราแต่ก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

สภาพภายในบ้าน: ความหรูหราผสมความยุ่งเหยิง

ห้องครัวเต็มไปด้วยกล่องอาหารเดลิเวอรี่ สตรอว์เบอร์รีเน่า ซอสศรีราชา นม ขวดน้ำ มันฝรั่งมะเขือเทศเกลื่อนพื้น แสดงถึงสุขภาพที่ทรุดโทรมของเจ้าพ่อยาเสพติดวัย 58 ปี

  • ยารักษาโรคเพียบ: ยาแก้ไมเกรน ยานอนหลับ ยากรดไหลย้อน ยาต้านเชื้อรา
  • กลูตาไธโอนฉีด Tationil Plus ในตู้เย็น พร้อมตารางฉีด แสดงการดูแลผิวพรรณในวัยชรา
  • ผลิตภัณฑ์หรู: ถุงผ้า Mayorquin จิวเวลรีไฮเอนด์ ครีมบำรุงผิว น้ำหอมราคาแพง

มุมศรัทธา: หิ้งบูชาและข้อความไบเบิล

น่าประหลาดใจคือหิ้งบูชาชั่วคราว มีพระแม่มารีแห่งกัวดาลูเป นักบุญอุปถัมภ์เม็กซิโก นักบุญจูด แทดเดียส แห่งความหวัง และแผ่นกระดาษลายมือเขียนข้อความไบเบิล “ความไว้วางใจในพระเจ้า” วางข้างกล่องของขวัญโบแดง สะท้อนด้านจิตวิญญาณของเอล เมนโช ท่ามกลางชีวิตอาชญากร

รายละเอียดนาทีสุดท้าย: เอล เมนโชพยายามหนีทางสวนหลังบ้านไปป่าทึบ แต่ถูกยิงระหว่างไล่ล่า เสียชีวิตขณะลำเลียงทางเฮลิคอปเตอร์ รอบๆ วิลล่ามีซากรถเผา ถนนรอบโครงการถูกทำลาย เมืองตาปัลปาที่ขึ้นชื่อท่องเที่ยวเชิงนิเวศและไร่อากาเว่ ตอนนี้ตกเป็นเป้าจับตา หลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรฐานฟอกเงิน CJNG

เอล เมนโชคือใคร? เขาคือหัวหน้า CJNG แก๊งยาเสพติดทรงพลังที่สุดในเม็กซิโก ถูก FBI ตามล่า รางวัลหัว 10 ล้านดอลลาร์ ชีวิตจากคนงานเหมืองเกลือ สู่ราชายาเฟซ ขยายอาณาจักรฟีนอยล์ เมเฟโดน และไอซ์ ครองตลาดสหรัฐฯ

เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยน สงครามยาเสพติดเม็กซิโกดำเนินต่อ แก๊ง CJNG ยังแข็งแกร่ง ลูกชายเอล เมนโช “เอล เมนจิโต” อาจสืบทอด แต่เจ้าหน้าที่เม็กซิโกและสหรัฐฯ จะไม่หยุดตามล่า

จากภาพเหล่านี้ เห็นชัดว่าชีวิตราชายาเสพติดหรูหราแค่ไหน แต่สุดท้ายหนีความตายไม่พ้น สุขภาพทรุด ศรัทธาช่วยไม่ได้ คุณคิดอย่างไรกับชีวิตแบบนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอาชญากรรมเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – เปิดภาพวิลล่าหรู “เอล เมนโช” แหล่งกบดานสุดท้าย ก่อนถูกวิสามัญดับ

“เจ๊อ้อย” ไม่กังวล ศาลคืนทรัพย์ 74 ล้านทนายตั้ม

ข่าวคดีฉ้อโกงที่กำลังเป็นกระแสในวงการกฎหมายไทย เมื่อศาลแพ่งมีคำพิพากษายกคำร้อง สั่งคืนทรัพย์สินมูลค่า 74 ล้านบาทให้กับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” และภรรยา ในคดีที่เกี่ยวข้องกับน.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” ล่าสุดทนายความประจำตัวของเจ๊อ้อยได้ออกมาเผยว่า “เจ๊อ้อย” ไม่กังวล หลังศาลยกคำร้อง สั่งคืนทรัพย์สิน 74 ล้านให้ “ทนายตั้ม-ภรรยา” และพร้อมให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามขั้นตอน

“เจ๊อ้อย” ไม่กังวล หลังศาลยกคำร้อง สั่งคืนทรัพย์สิน 74 ล้านให้ “ทนายตั้ม-ภรรยา”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งเพื่อยึดทรัพย์สินของทนายตั้มและภรรยา โดยอ้างว่ามีพฤติการณ์ฉ้อโกงเจ๊อ้อย ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน แต่ศาลแพ่งวินิจฉัยว่าไม่อาจฟังได้ว่าทนายตั้มมีพฤติการณ์ดังกล่าว จึงสั่งยกคำร้องและคืนทรัพย์ทั้งหมดมูลค่า 74 ล้านบาท

นายสมชาติ พินิจอักษร ทนายความของเจ๊อ้อย กล่าวเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ทางอัยการซึ่งรับคำร้องจาก ปปง. จะต้องดำเนินการอุทธรณ์ตามระเบียบหลังจากนี้ เจ๊อ้อยเองไม่มีความกังวลใดๆ และยอมรับให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายทั้งหมด ขณะที่คดีอาญายังคงดำเนินต่อไป โดยศาลอาญารัชดาฯ จะนัดสืบพยานครั้งแรกต้นเดือนมีนาคมนี้

พื้นหลังคดี “เจ๊อ้อย” กับ “ทนายตั้ม”

คดีนี้เริ่มต้นจากข้อพิพาทระหว่างเจ๊อ้อยกับทนายตั้ม ซึ่งทนายตั้มเคยเป็นทนายความชื่อดังในคดีดังอย่างคดีน้องชมพู่ ทำให้มีชื่อเสียงในวงกว้าง ต่อมาเกิดข้อกล่าวหาว่าทนายตั้มฉ้อโกงเจ๊อ้อยในธุรกรรมบางประการ นำไปสู่การแจ้งความและยึดทรัพย์โดย ปปง. แต่คำพิพากษาล่าสุดของศาลแพ่งชี้ว่าพิสูจน์ไม่ได้ จึงคืนทรัพย์สินทั้งหมด

  • ทรัพย์สินที่ถูกยึด: รวม 74 ล้านบาท
  • ศาลที่ตัดสิน: ศาลแพ่ง
  • เหตุผล: ไม่อาจฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ฉ้อโกงและฟอกเงิน
  • ขั้นตอนถัดไป: อัยการอุทธรณ์ และคดีอาญาสืบพยาน

นอกจากนี้ ในคดีอาญาที่ยังค้างอยู่ยังมีข้อหาหนักหลายประการ เช่น ฉ้อโกง, ฟอกเงิน, แจ้งความเท็จที่ สน.บางซื่อ และปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตา

ความคืบหน้าคดีอาญาและมุมมองทางกฎหมาย

แม้ศาลแพ่งจะสั่งคืนทรัพย์ แต่คดีอาญายังไม่จบสิ้น ศาลอาญารัชดาฯ จะเริ่มสืบพยานฝั่งอัยการและจำเลยในเดือนมีนาคม ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของคดีทั้งหมด ทนายสมชาติย้ำว่า “เจ๊อ้อย” ไม่กังวล หลังศาลยกคำร้อง สั่งคืนทรัพย์สิน 74 ล้านให้ “ทนายตั้ม-ภรรยา” เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย คำพิพากษานี้แสดงให้เห็นถึงหลักดุลพินิจของศาลที่ต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน โดยเฉพาะในคดีฟอกเงินที่ ปปง. ต้องพิสูจน์มูลฐานความผิดอาญาก่อน การคืนทรัพย์จึงเป็นไปตามหลักกฎหมาย ไม่ใช่ชัยชนะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการรอผลคดีอาญาที่แท้จริง

คดีนี้ยังสะท้อนปัญหาในวงการทนายความและธุรกรรมส่วนตัวที่อาจนำไปสู่ข้อพิพาทใหญ่ หากประชาชนทั่วไปสนใจ สามารถอ่านรายละเอียดคำพิพากษาศาลแพ่ง เพิ่มเติมได้

สุดท้ายแล้ว คดี “เจ๊อ้อย” ไม่กังวล หลังศาลยกคำร้อง สั่งคืนทรัพย์สิน 74 ล้านให้ “ทนายตั้ม-ภรรยา” ทำให้เราได้เห็นว่ากฎหมายไทยยึดหลักพยานหลักฐานอย่างเคร่งครัด มุมมองส่วนตัวคือ ควรติดตามคดีอาญาต่อไป เพราะอาจมีเซอร์ไพรส์ที่ทำให้ทุกอย่างพลิกผันได้

ติดตามข่าวคดีดังและเคล็ดลับกฎหมายเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา! แชร์บทความนี้หากคุณสนใจคดีนี้

ที่มา – “เจ๊อ้อย” ไม่กังวล หลังศาลยกคำร้อง สั่งคืนทรัพย์สิน 74 ล้านให้ “ทนายตั้ม-ภรรยา”