วัน: 25 กุมภาพันธ์ 2026

นายกฯ ถก ก.ตร. โยนโฆษกตำรวจแจงเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธ ตชด.21 สุรินทร์

นายกฯ ถก ก.ตร. โยนโฆษกตำรวจแจงเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธ ตชด.21 สุรินทร์ เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในวันนี้ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 1/2569 และต่อเนื่องด้วยคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 2/2569

นายกฯ ถก ก.ตร. โยนโฆษกตำรวจแจงเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธ ตชด.21 สุรินทร์

วาระสำคัญในที่ประชุมครั้งนี้ คือ การกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนสอบสวนให้เป็น “ตำแหน่งควบ” ที่สามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อใช้ในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ สร้างความก้าวหน้าในสายวิชาชีพ และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสอบสวนให้โปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางถึง พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูง ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึง นายกฯ ถก ก.ตร. โยนโฆษกตำรวจแจงเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธ ตชด.21 สุรินทร์ นายกฯ พยักหน้าและชี้ไปยังโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ชี้แจงรายละเอียดแทน

สาเหตุและรายละเอียดเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธ ตชด.21 สุรินทร์

เหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นที่คลังสรรพาวุธ กก.ตชด.21 ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้รายละเอียดยังไม่เปิดเผยทั้งหมด แต่การมอบหมายให้โฆษกตร. ชี้แจง แสดงถึงความโปร่งใสในการสื่อสารข้อมูลต่อประชาชน

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่พูดถึงโครงสร้างตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงนโยบายปฏิรูปตำรวจโดยรวม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ลดปัญหาความไม่เป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม และตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชน

  • ประโยชน์ของตำแหน่งควบ: ช่วยให้ตำรวจสายสอบสวนปรับตัวได้รวดเร็วตามคดีที่รับผิดชอบ
  • หลักเกณฑ์ประเมิน: เน้นความรู้ ประสบการณ์ และผลงานจริง ไม่ใช่แค่การเมืองภายใน
  • ผลกระทบต่อสังคม: เพิ่มความเชื่อมั่นในกระบวนการสอบสวนคดีใหญ่ๆ

นอกจากนี้ การปฏิรูปยังครอบคลุมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสอบสวน เช่น ระบบฐานข้อมูลกลาง และ AI ช่วยวิเคราะห์พยานหลักฐาน ซึ่งจะทำให้การทำงานรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ในอนาคต เราอาจเห็นตำรวจไทยก้าวสู่มาตรฐานสากลมากกว่าเดิม

เหตุระเบิดคลังสรรพาวุธ ตชด.21 สุรินทร์ ยังคงเป็นปริศนาที่รอคำตอบจากโฆษกตร. ซึ่งคาดว่าจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ การที่นายกฯ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง แสดงถึงการบริหารจัดการที่ชัดเจนและรับผิดชอบ

โดยรวมแล้ว การประชุม ก.ตร. ครั้งนี้เป็นสัญญาณดีต่อการปฏิรูปตำรวจไทย หากดำเนินการได้จริง จะช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังมาอย่างยาวนาน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? คอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกันนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากเห็นว่าน่าสนใจ!

ที่มา – นายกฯ ถก ก.ตร. โยนโฆษกตำรวจแจงเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธ ตชด.21 สุรินทร์

ทรัมป์แถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส โวสหรัฐฯ กลับมายิ่งใหญ่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วย ทรัมป์แถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นสุนทรพจน์ State of the Union ครั้งแรกในสมัยที่สองของเขา ทรัมป์ประกาศอย่างมั่นใจว่า “ชาติของเรากลับมาแล้ว ใหญ่กว่า เด่นกว่า ร่ำรวยกว่า และแข็งแกร่งกว่าที่เคย” โดยชูภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและเงินเฟ้อที่ต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี สร้างความประทับใจให้ผู้สนับสนุนจำนวนมาก

ทรัมป์แถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส โว “สหรัฐฯ กลับมายิ่งใหญ่”

ในสุนทรพจน์ที่ยาวนาน ทรัมป์ย้ำถึงการพลิกฟื้นครั้งประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลของเขาสร้างขึ้นภายในเวลาเพียง 1 ปี เขาระบุว่ามรดกจากรัฐบาลก่อนหน้านี้คือปัญหาเศรษฐกิจถดถอยและสงคราม แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว สหรัฐอเมริกากลับมาเป็นผู้นำโลกอีกครั้ง สุนทรพจน์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการรายงานสถานการณ์ของชาติ แต่ยังเป็นการโวท้าทายฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะพรรคเดโมแครตที่วิจารณ์นโยบายของเขาอย่างหนัก

ชูตัวเลขเศรษฐกิจสุดโดดเด่น

ทรัมป์แถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส โดยเน้นย้ำผลงานเศรษฐกิจที่ชัดเจน เช่น อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ถึง 53 ครั้งนับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด และที่สำคัญคือดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติกว่า 18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 600 ล้านล้านบาทไทย เขายังอ้างว่าอัตราการว่างงานต่ำสุดในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในกลุ่มชนกลุ่มน้อยที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด

  • เงินเฟ้อต่ำสุดรอบ 5 ปี: ช่วยให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
  • ตลาดหุ้นพุ่งทะยาน 53 ครั้ง: สร้างความมั่งคั่งให้投资者
  • ลงทุน 18 ล้านล้านดอลลาร์: โรงงานใหม่ๆ เกิดขึ้นทั่วประเทศ
  • การจ้างงานพุ่ง: ชาวอเมริกันกลับมามีงานทำมากขึ้น

โจมตีรัฐบาลไบเดนเรื่องเงินเฟ้อ

ทรัมป์ไม่พลาดที่จะชี้เป้ารัฐบาลโจ ไบเดน โดยกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของเงินเฟ้อที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ แม้ว่าข้อมูลทางประวัติศาสตร์จะแสดงว่าอัตราเงินเฟ้อในอดีตเคยสูงกว่านี้หลายเท่า แต่คำพูดนี้จุดประกายเสียงปรบมือจากฝ่ายรีพับลิกัน ทรัมป์ยืนยันว่านโยบายภาษีลดและการค้าเสรีที่เขาปรับใหม่ช่วยลดต้นทุนสินค้าและเพิ่มการแข่งขัน ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตอย่างยั่งยืน

ความมั่นคงชายแดนและกองทัพที่แข็งแกร่ง

นอกจากเศรษฐกิจแล้ว ทรัมป์ยังพูดถึงประเด็นความมั่นคง โดยย้ำว่าพรมแดนเม็กซิโกปลอดภัยแล้ว การอพยพผิดกฎหมายลดลงอย่างมาก ศัตรูต่างชาติเริ่มหวาดกลัวพลังอเมริกา กองทัพได้รับงบประมาณเพิ่ม และตำรวจมีอำนาจเต็มที่ ทำให้สหรัฐได้รับความเคารพจากนานาชาติอีกครั้ง นโยบาย “อเมริกาฟื้นตัวก่อน” ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อย้ำจุดยืนชาตินิยม

บรรยากาศในห้องประชุมรัฐสภาเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้สนับสนุนตะโกน “USA! USA!” อย่างดังลั่น ขณะที่ ส.ส.อัล กรีน จากพรรคเดโมแครต รัฐเท็กซัส แสดงการประท้วงและถูกเชิญออกจากห้องก่อนสุนทรพจน์จะเริ่ม สะท้อนถึงการแบ่งขั้วการเมืองที่รุนแรงในสหรัฐฯ ชั่วโมงนี้

สุนทรพจน์ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการรายงานผลงาน แต่ยังเป็น roadmap สำหรับปีข้างหน้า ทรัมป์สัญญาจะลดภาษีเพิ่ม ลดกฎระเบียบ และเสริมสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อให้สหรัฐฯ ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นไปอีก

มุมมองผู้เขียน: ทรัมป์แถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส ครั้งนี้แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แม้จะมีข้อถกเถียงเรื่องตัวเลข แต่เศรษฐกิจสหรัฐที่ฟื้นตัวส่งผลดีต่อโลก คุณคิดว่านโยบายนี้จะสำเร็จหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – ทรัมป์แถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส โว “สหรัฐฯ กลับมายิ่งใหญ่” ชูศก.ฟื้นตัว-เงินเฟ้อต่ำสุดรอบกว่า 5 ปี

รัฐบาลปลื้มต้นปี 69 ต่างชาติเที่ยวไทยเกือบ 6 ล้าน

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวท่องเที่ยวและคนรักการเดินทางทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีมาบอกกันแบบเป็นกันเองเลยนะ รัฐบาลปลื้มภาพรวมต้นปี 69 ต่างชาติเที่ยวไทยเกือบ 6 ล้านคน สร้างรายได้เกือบ 3 แสนล้านบาท นี่คือตัวเลขที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในช่วงต้นปี 2569 เลยล่ะ จากวันที่ 1 มกราคม ถึง 22 กุมภาพันธ์ ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมทั้งหมด 5,947,434 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 293,119 ล้านบาท ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งมาก!

รัฐบาลปลื้มภาพรวมต้นปี 69 ต่างชาติเที่ยวไทยเกือบ 6 ล้านคน สร้างรายได้เกือบ 3 แสนล้าน

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าภาพรวมนี้ทำให้รัฐบาลยิ้มแก้มปริ เพราะแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวหลังโควิด-19 ได้ดีเยี่ยม เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมหาศาลขนาดนี้ ช่วยพยุง GDP ไทยได้ไม่น้อยเลยนะ

นักท่องเที่ยวต่างชาติต้นปี 69 มากที่สุด 5 อันดับแรก

มาดูกันว่าประเทศไหนมาไทยเยอะสุดบ้าง ในช่วงนี้ นักท่องเที่ยวจีน คว้าอันดับ 1 ด้วยยอด 969,505 คน ตามด้วย มาเลเซีย 573,323 คน, รัสเซีย 457,250 คน, อินเดีย 376,738 คน และ เกาหลีใต้ 283,623 คน นี่คือ top 5 ที่เด็ดสุดๆ เลย!

  • จีน: 969,505 คน
  • มาเลเซีย: 573,323 คน
  • รัสเซีย: 457,250 คน
  • อินเดีย: 376,738 คน
  • เกาหลีใต้: 283,623 คน

เห็นมั้ยครับว่า จีนยังคงเป็นตลาดใหญ่สุด แม้จะมีหยุดยาวในประเทศ แต่คนจีนยังเลือกไทยเป็นจุดหมายหลัก ส่วนมาเลเซียและรัสเซียมาแรงจากช่วงปิดเทอมและวันหยุด

ภาพรวมสัปดาห์ล่าสุด (16-22 ก.พ. 69)

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 879,587 คน ลดลงนิดหน่อย 0.34% จากสัปดาห์ก่อน แต่เฉลี่ยวันละ 125,655 คน ยังถือว่าดีมาก! มาเลเซียพุ่งขึ้น 33.02% แตะ 1.1 แสนคนใน 8 สัปดาห์ รัสเซียขึ้น 7.57% แต่จีน เกาหลี อินเดียลดลงเล็กน้อยเพราะหยุดยาวจีนจบพอดี สัปดาห์นั้น top 5 คือ จีน 199,078 คน, มาเลเซีย 111,581 คน, รัสเซีย 60,442 คน, อินเดีย 42,893 คน, เกาหลีใต้ 34,318 คน

ส่วนสัปดาห์นี้ (23 ก.พ. – 1 มี.ค. 69) คาดว่าทรงตัว โดยมีปัจจัยหนุนเพียบ เช่น มาตรการกระตุ้นตลาดจีน, ชาวจีนหันมาไทยแทนญี่ปุ่น, Trusted Thailand ที่ย้ำความปลอดภัย, Ease of traveling อย่างยกเว้น TM.6, และสายการบินเพิ่มไฟล์ทเพียบ! รัฐบาลปลื้มภาพรวมต้นปี 69 ต่างชาติเที่ยวไทยเกือบ 6 ล้านคน สร้างรายได้เกือบ 3 แสนล้าน เพราะนโยบายเหล่านี้เวิร์คจริงๆ

ในมุมมองของผมนะ สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณบวกชัดเจนสำหรับปี 2569 เศรษฐกิจท่องเที่ยวจะยิ่งบูม ถ้าภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันต่อ เช่น พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โปรโมทแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ และรักษาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนเที่ยวไทย ลองเช็คโปรไฟลท์ถูกๆ กันดูสิ รับรองคุ้ม!

คุณคิดยังไงกับยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้? มีแผนไปไหนในไทยบ้าง แชร์ประสบการณ์หรือไอเดียในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยล่ะ!

ที่มา – รัฐบาลปลื้มภาพรวมต้นปี 69 ต่างชาติเที่ยวไทยเกือบ 6 ล้านคน สร้างรายได้เกือบ 3 แสนล้าน

เริ่ม 1 มี.ค. ธปท. กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุนทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวสำคัญมาอัปเดตกัน สำหรับคนที่ชอบซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มที่ชำระเงินบาท “ธปท. กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มชำระเงินบาท” เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป มาตรการนี้จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มุ่งยกระดับความโปร่งใส ลดความเสี่ยงต่อค่าเงินบาท และรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม ช่วยให้ระบบการเงินไทยมั่นคงยิ่งขึ้น

รองโฆษกรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ได้ย้ำชัดเจนในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า มาตรการนี้เน้นกำกับดูแลธุรกรรมมูลค่าสูงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อป้องกันการเก็งกำไรที่อาจกระทบค่าเงินบาทแบบฉับพลัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการดูแลตลาดทองคำดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคนี้

ธปท. กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มชำระเงินบาท ไม่เกิน 50 ล้านบาท

หัวใจหลักของมาตรการคือ กำหนดวงเงินซื้อหรือขายทองคำไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาทต่อคนต่อแพลตฟอร์ม สำหรับแพลตฟอร์มที่ชำระด้วยเงินบาทเท่านั้น โดยไม่ครอบคลุมการซื้อขายที่ใช้ดอลลาร์สหรัฐ ร้านทองทั่วไป แพลตฟอร์มออมทองที่ขายไม่ได้ หรือตลาดสัญญาล่วงหน้า

พิเศษสำหรับผู้ถือทองคำเกิน 50 ล้านบาท ณ สิ้นวัน 30 มกราคม 2569 สามารถขายได้ตามจำนวนเดิมโดยไม่จำกัดเวลา เรียกได้ว่าไม่กระทบคนถือเก่า แต่เป็นการป้องกันการสะสมใหม่แบบเกินขนาด

เงื่อนไขการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มที่เข้มงวดขึ้น

นอกจากวงเงินแล้ว ยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการซื้อขายทองคำทั้งเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ทุกธุรกรรมโปร่งใสและปลอดภัย ดังนี้

  • ห้ามใช้บัญชีผู้อื่นรับ-จ่ายเงินแทน ป้องกันการฟอกเงินและการหลีกเลี่ยงกฎ
  • ต้องชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ลดความเสี่ยงการโกง
  • ต้องชำระเงินเต็มจำนวน ห้ามรับ-จ่ายเฉพาะส่วนต่าง (net settlement) ทำให้ธุรกรรมชัดเจน
  • ต้องรับมอบทองคำด้วยตนเอง ไม่ส่งทางไปรษณีย์เพื่อยืนยันตัวตน
  • การขายทองคำต้องมีทองคำอยู่ในระบบและชำระเงินครบถ้วนแล้ว (ห้าม short sell) ป้องกันการขายล่วงหน้า
ภาพประกอบข่าว ธปท. กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มชำระเงินบาท

มาตรการ ธปท. กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มชำระเงินบาท นี้ ใช้กับลูกค้าทั่วไปเท่านั้น ไม่กระทบผู้ประกอบการทองคำหรือโรงงานผลิต ลูกค้าปกติที่ซื้อขายไม่เกิน 50 ล้านบาทยังทำได้ตามเดิม ไม่ต้องกังวล

เหตุผลและผลกระทบของมาตรการใหม่

ทำไมธปท. ถึงออกมาตรการนี้? เพราะในช่วงที่ราคาทองคำผันผวนสูง การซื้อขายออนไลน์จำนวนมากอาจกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ โดยเฉพาะนำเข้าสินค้าที่แพงขึ้น รัฐบาลจึงสนับสนุนเต็มที่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว

สำหรับนักลงทุนรายย่อย อาจต้องปรับพฤติกรรม เช่น แบ่งซื้อขายหลายแพลตฟอร์ม หรือใช้ช่องทางอื่น หากต้องการปริมาณมาก แต่โดยรวมช่วยลดความเสี่ยงการถูกหลอกลวงจากแพลตฟอร์มเถื่อนด้วย

ในมุมมองผู้เขียน มาตรการนี้ฉลาดมาก เพราะสมดุลระหว่างอิสระนักลงทุนกับการคุ้มครองระบบการเงิน ถือเป็นตัวอย่างการกำกับดูแลสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ช่วยให้ตลาดทองคำไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

ถ้าคุณเป็นนักลงทุนทองคำ ลองเช็คพอร์ตตัวเองว่าอยู่ในเกณฑ์ไหม และติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากเว็บเราเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ!

ที่มา – เริ่ม 1 มี.ค.นี้ ธปท. กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มชำระเงินบาท ยกระดับโปร่งใส

สีหศักดิ์ โต้กัมพูชา UNHRC ชี้ไทยถูกรุกล้ำ

สีหศักดิ์ โต้กัมพูชา UNHRC กลายเป็นประเด็นที่คนไทยให้ความสนใจอย่างมากในช่วงนี้ เมื่อนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ออกโรงโต้กลับการกล่าวหาที่บิดเบือนจากฝั่งกัมพูชากลางเวทีสหประชาชาติ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียดมานาน ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้งในที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) สมัยที่ 61 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว โต้กัมพูชา UNHRC

สีหศักดิ์ โต้กัมพูชา UNHRC กรณีใส่ร้ายบิดเบือนข้อเท็จจริง

ในการกล่าวถ้อยแถลง รัฐมนตรีสีหศักดิ์ได้ย้อนประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา โดยชี้แจงว่าประเทศไทยเคยเปิดให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยจากสงครามกลางเมืองในกัมพูชา รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้รุกล้ำดินแดน ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง สีหศักดิ์ โต้กัมพูชา UNHRC โดยตรงต่อรองนายกัมพูชาที่พาดพิงไทย โดยระบุว่าการกระทำของกัมพูชา เช่น การยั่วยุ การวางทุ่นระเบิด และการยิงข้ามชายแดน เป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง ไม่ใช่ฝ่ายไทย

ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหารและพื้นที่ใกล้เคียง ได้กลายเป็นจุด nóngมานานหลายสิบปี แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่กัมพูชายังคงทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐมนตรีสีหศักดิ์มองว่าเป็นการบั่นทอนสันติภาพในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ไทยยังยืนยันที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพดินแดน โดยไม่ยอมให้มีการรุกล้ำใดๆ

การประชุม UNHRC เจนีวา

สีหศักดิ์ โต้กัมพูชา UNHRC ชี้ไทยถูกรุกล้ำดินแดนมานาน

รัฐมนตรีฯ ยังได้กล่าวถึงปัญหาอื่นๆ ในที่ประชุม เช่น วิกฤตการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตข้ามชาติที่ไทยได้รับผลกระทบหนัก โดยเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมมือปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ ซึ่งมักมีฐานในประเทศที่ขาดหลักนิติธรรม นี่แสดงให้เห็นถึงบทบาทนำของไทยในเวทีโลก ไม่ใช่แค่เรื่องชายแดนเท่านั้น

ย้อนดูบริบท ปัญหาชายแดนเกิดจากการละเมิดซ้ำซากของกัมพูชา รวมถึงการแทรกแซงการเมืองภายในไทย ส่งผลให้เกิดการปะทะที่พลเรือนเสียชีวิต ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่ควรเกิดกับเพื่อนบ้านอาเซียน ไทยปรารถนาสันติภาพเสมอมา และเรียกร้องให้กัมพูชาเลือกทางเจรจาแทนการยั่วยุ โดยเฉพาะในยุคที่ทั้งคู่มีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว

  • ไทยให้ที่พักพิงผู้ลี้ภัยกัมพูชาในอดีต
  • ช่วยฟื้นฟูหลังสงครามกลางเมือง
  • ยืนยันเจรจาแต่ปกป้องดินแดน
  • ประณามการยิงข้ามแดนและทุ่นระเบิด
  • เรียกร้องสันติภาพแทนความตึงเครียด

การที่สีหศักดิ์ โต้กัมพูชา UNHRC แบบนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ โดยใช้หลักฐานและข้อเท็จจริง ไม่ใช่แค่วาทกรรม นอกจากนี้ ยังย้ำถึงความสำคัญของระบบพหุภาคีในยุคท้าทาย เพื่อแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนและความมั่นคง

ในมุมมองของผู้เขียน การโต้กลับที่หนักแน่นครั้งนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ไทยในเวทีโลก และเป็นเครื่องเตือนใจว่าประเทศไทยไม่ยอมให้ถูกกลั่นแกล้ง ปัญหานี้ควรแก้ด้วยการเจรจาพหุฝ่าย เช่น ผ่านอาเซียน เพื่อสันติภาพยั่งยืน คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อให้คนไทยตื่นตัวเรื่องชายแดน!

ที่มา – “สีหศักดิ์” โต้กลางเวที UNHRC กัมพูชาใส่ร้ายบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ไทยถูกรุกล้ำดินแดนมานาน

เครื่องบินพยาบาลตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของอินเดีย

เครื่องบินพยาบาลตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของอินเดีย สร้างความสลดใจให้กับชาวโลก เมื่อลำดังกล่าวประสบอุบัติเหตุร้ายแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งลำถึง 7 ราย รวมถึงผู้ป่วยที่กำลังรับการขนส่งด่วน

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเครื่องบินพยาบาลรุ่น Beechcraft C90 ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท Redbird Airway Pvt Ltd ได้ออกบินจากสนามบินในเมืองแรนชี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐฌารขัณฑ์ ทางตะวันออกของอินเดีย เพื่อขนส่งผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตจากไฟไหม้รุนแรงจากกรุงนิวเดลีไปยังโรงพยาบาลที่เหมาะสม แต่เพียงไม่กี่นาทีหลังจากทะยานขึ้นฟ้า เครื่องบินก็สูญเสียการติดต่อ และตกกระแทกพื้นกลางป่าทึบ

เครื่องบินพยาบาลตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของอินเดีย: รายละเอียดผู้เสียชีวิต

บนเครื่องบินลำนี้มีผู้โดยสารรวม 7 คน ประกอบด้วยผู้ป่วย 1 ราย แพทย์ พยาบาล ญาติผู้ป่วยอีก 2 คน และนักบิน 2 คน โดยทุกคนเสียชีวิตทั้งหมดจากการตรวจสอบเบื้องต้น เสียงระเบิดดังสนั่นและกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากป่าทำให้เจ้าหน้าที่รีบรุดเข้าสู่จุดเกิดเหตุทันที แม้ภูมิประเทศที่ยากลำบากจะเป็นอุปสรรคใหญ่ แต่ทีมกู้ภัยก็สามารถเข้าถึงซากเครื่องได้ในที่สุด

สาเหตุเบื้องต้นของเครื่องบินพยาบาลตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของอินเดีย

เจ้าหน้าที่รัฐคาดการณ์ว่า สาเหตุหลักน่าจะมาจากกระแสลมแปรปรวนและสภาพอากาศที่เลวร้ายในขณะนั้น ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในพื้นที่ภูเขาทางตะวันออกของอินเดีย สำนักงานอธิบดีกรมการบินพลเรือนของอินเดีย (DGCA) ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยสอบสวนอุบัติเหตุอากาศยาน (AAIB) เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาความผิดพลาดทางเทคนิคหรือปัจจัยมนุษย์ที่อาจเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบประวัติการบำรุงรักษาของเครื่องบิน Beechcraft C90 ลำนี้ ซึ่งเป็นรุ่นที่นิยมใช้สำหรับภารกิจพยาบาลเนื่องจากความคล่องตัวสูง

บทบาทสำคัญของเครื่องบินพยาบาลในระบบสาธารณสุขอินเดีย

ในอินเดีย เครื่องบินพยาบาลหรือ Air Ambulance ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ห่างไกลกับโรงพยาบาลชั้นนำในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างอุบัติเหตุไฟไหม้ หัวใจวาย หรือโรคติดเชื้อรุนแรง บริการนี้ช่วยลดเวลาการขนส่งจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที ซึ่งอาจเป็นตัวตัดสินชีวิต

  • ข้อดีของเครื่องบินพยาบาล: อุปกรณ์การแพทย์ครบครัน มีทีมแพทย์ประจำ
  • ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ของอินเดียที่มีภูมิประเทศหลากหลาย
  • ลดอัตราการเสียชีวิตจากความล่าช้าในการรักษา

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เครื่องบินพยาบาลตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของอินเดียครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำปัญหาความปลอดภัย โดยเฉพาะในฤดูมรสุมหรือช่วงลมแรง อุบัติเหตุคล้ายกันเคยเกิดขึ้นในปีก่อนๆ เช่น เครื่องบินพยาบาลตกในรัฐอื่นๆ ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลต้องเข้มงวดมากขึ้น

มาตรการป้องกันในอนาคตหลังเครื่องบินพยาบาลตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของอินเดีย

หลังเหตุการณ์ DGCA ประกาศเพิ่มการตรวจสอบสภาพอากาศก่อนบินทุกเที่ยว รวมถึงอบรมนักบินให้รับมือกับสภาพอากาศสุดขีด นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาใช้เทคโนโลยีเรดาร์ขั้นสูงและโดรนช่วยในการค้นหาซากเครื่องในพื้นที่ป่าทึบ รัฐบาลอินเดียยังจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการบินในภาคตะวันออก

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่ยังกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงความเสี่ยงในการเดินทางทางอากาศ โดยเฉพาะภารกิจช่วยชีวิต สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วในอินเดียเป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงเสมอ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่การเตรียมพร้อมและการบำรุงรักษาจะเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย หากคุณสนใจข่าวอุบัติเหตุการบินหรือเคล็ดลับความปลอดภัยในการเดินทาง ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้อื่นด้วยนะครับ

ที่มา – เครื่องบินพยาบาลตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของอินเดีย ดับยกลำ 7 ศพ ผู้ป่วยก็เสียชีวิตด้วย

สภาพอากาศ 25 ก.พ. 69 “พายุฤดูร้อน” เบาลง เช็กจังหวัดเสี่ยง

สภาพอากาศ 25 ก.พ. 69 “พายุฤดูร้อน” เบาลงแล้ว แต่ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ประชาชนควรเช็กจังหวัดเสี่ยงและเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ที่ต้องเดินทาง

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า วันนี้พายุฤดูร้อนที่เคยรุนแรงได้อ่อนแรงลง แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามา ประกอบกับคลื่นกระแสลมจากเมียนมา ทำให้เกิดฝนตกหนักบางแห่ง ฟ้าผ่า ลูกเห็บ และลมแรง

สภาพอากาศ 25 ก.พ. 69 นี้ ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ต้องระวังอันตรายจากพายุ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่มั่นคง เกษตรกรควรรีบเสริมโครงสร้างเรือนกระจก ไม้ผล และป้องกันสัตว์เลี้ยงจากลมฝน

สภาพอากาศ 25 ก.พ. 69 “พายุฤดูร้อน” เบาลง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า: ภาคเหนือและอีสานตอนบนได้รับผลกระทบมากสุด มีฝนฟ้าคะนอง 60-70% ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง 50-60 กม./ชม. ส่วนภาคกลางและตะวันออกมีฝน 40-50% อาจมีฟ้าผ่าและน้ำท่วมฉับพลัน

จังหวัดเสี่ยงจากสภาพอากาศ 25 ก.พ. 69

ภาคเหนือ

  • แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์

พื้นที่เหล่านี้คาดว่าฝนจะตกหนัก โดยเฉพาะยามบ่ายถึงค่ำ ลมอาจพัดหักต้นไม้ ประชาชนควรเตรียมไฟฉายและเสบียงอาหารไว้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา

อีสานยังชื้นมากจากลมมรสุม เกษตรกรนาข้าวหรือสวนยางควรเก็บเกี่ยวผลผลิตด่วน

ภาคกลาง

  • นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี

กรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจมีฝนปรอยๆ แต่จังหวัดชั้นในเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก

ภาคตะวันออก

  • นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด

ชายฝั่งตะวันออกระวังคลื่นลม แม้ไม่แรงมากแต่เรือเล็กควรหลีกเลี่ยง

ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง คลื่นอ่าวไทยสูง 1-2 เมตร ชาวเรือเดินทางด้วยความระมัดระวัง ฝุ่น PM2.5 ในตอนบนทรงตัวระดับปานกลาง โอกาสฝนช่วยลดลงได้

พยากรณ์ 7 วันข้างหน้า: 26-27 ก.พ. ฝนลดลงแต่ยังร้อน 28 ก.พ.-3 มี.ค. อากาศร้อนจัดทั่วตอนบน ภาคใต้ฝนเพิ่ม คลื่นอันดามัน 1-2 เมตร ดูแลสุขภาพจากร้อนให้ดี

สถานการณ์แผ่นดินไหว 24-25 ก.พ. 69: มีขนาดเล็กที่ลาว เมียนมา เวียดนาม ไม่กระทบไทย

สรุป insight: แม้สภาพอากาศ 25 ก.พ. 69 “พายุฤดูร้อน” จะเบาลง แต่การเปลี่ยนแปลงกะทันหันยังเสี่ยงอุบัติเหตุ แนะนำดาวน์โหลดแอพกรมอุตุฯ เช็กพยากรณ์เรียลไทม์ และเตรียมแผนสำรองสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง อยู่ปลอดภัยดีกว่าเสียใจ!

ที่มา – สภาพอากาศ 25 ก.พ. 69 “พายุฤดูร้อน” เบาลง แต่ไทยตอนบนยังมีฝนตก เช็กจังหวัดเสี่ยง

Lamborghini หยุดพัฒนา Lanzador EV เพราะลูกค้าชอบเสียงเครื่องคำราม

Lamborghini หยุดพัฒนา Lanzador EV เพราะลูกค้าชอบเสียงเครื่องคำราม นี่คือข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการรถสปอร์ต! แบรนด์หรูจากอิตาลีตัดสินใจพับโครงการรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเพื่อหันมาโฟกัสที่ระบบไฮบริดแทน หลังจากฟังเสียงลูกค้าที่รักฟีลลิ่งดิบๆ ของเครื่องยนต์สันดาป

Lamborghini หยุดพัฒนา Lanzador EV เพราะลูกค้าชอบเสียงเครื่องคำราม

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 มร.สเตฟาน วินเคลมันน์ CEO ของ Lamborghini ให้สัมภาษณ์กับ The Sunday Times ว่าบริษัทระงับแผน Lanzador EV ตั้งแต่ปีที่แล้ว การตัดสินใจนี้มาจากการสำรวจความคิดเห็นจากตัวแทนจำหน่าย ลูกค้าระดับพรีเมียม และข้อมูลตลาด

“หัวใจของ Lamborghini คืออารมณ์ความรู้สึก (Emotion) ที่มาจากรูปลักษณ์ดุดัน สมรรถนะเร้าใจ และเสียงคำรามของเครื่องยนต์ ซึ่ง EV ยังให้ไม่ได้” วินเคลมันน์กล่าว ลูกค้าต้องการประสบการณ์ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขสมรรถนะ

Lamborghini Lanzador

เหตุผลหลักที่ Lamborghini หยุดพัฒนา Lanzador EV

  • เสียงเครื่องคำราม: ลูกค้าชอบฟีลลิ่งดิบๆ ที่ EV สร้างเทียมไม่ได้
  • ความคุ้มทุน: ลงทุน EV เต็มรูปแบบเสี่ยงเกินไปสำหรับแบรนด์เล็ก
  • กฎระเบียบ: จะผลิตเครื่องสันดาปให้นานที่สุดเท่าที่กฎหมายอนุญาต

นอกจากนี้ ปัจจัยการเงินก็สำคัญ การทุ่มเงินมหาศาลใน EV ท่ามกลางตลาดที่ยังไม่พร้อม ถือเป็นความประมาท Lamborghini เลือกกระจายความเสี่ยงด้วย Hybrid แทน

Lamborghini CEO

แผนใหม่คือ Lanzador กลายเป็น Plug-in Hybrid ทำให้รถทุกคันในไลน์อัปมีระบบไฟฟาภายในปี 2573 สอดคล้องกับ Revuelto และ Temerario ที่ประสบความสำเร็จแล้ว

Lamborghini Hybrid

การตัดสินใจ Lamborghini หยุดพัฒนา Lanzador EV เพราะลูกค้าชอบเสียงเครื่องคำราม สะท้อนเทรนด์อุตสาหกรรมที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Ferrari ก็ลังเลกับ EV เช่นกัน ในอนาคต EV อาจกลับมาเมื่อเทคโนโลยีดีขึ้นและตลาดพร้อม

Lamborghini Revuelto
Lamborghini Temerario

สำหรับแฟน Lamborghini การตัดสินใจนี้น่าจะเป็นข่าวดี เพราะยังได้ยินเสียงคำรามต่อไป! คุณคิดยังไงกับอนาคตของรถสปอร์ตในยุคไฟฟ้า? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากชอบนะ

ที่มา – Lamborghini หยุดพัฒนา Lanzador EV เพราะลูกค้าชอบเสียงเครื่องคำราม

นิวคาสเซิ่ลท้าเชลซีและบาร์ซ่า ‘เอามาเลย!’

นิวคาสเซิ่ลท้าเชลซีและบาร์ซ่า ‘เอามาเลย!’

Jacob Murphy ไม่ลังเลเลยสักนิด

ปีกของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดเพิ่งถูกถามว่าอยากเจอบาร์เซโลน่าหรือเชลซีในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกหรือไม่

“ใครก็ได้” เขาตอบทันทีทาง Amazon Prime หลังทีมเอาชนะคาราบาก 3-2รวมสองนัด 9-3 อย่างขาดลอย

“พูดตรงๆ ด้วยกลุ่มนักเตะชุดนี้ เราพร้อมรับมือใครก็ได้ โดยเฉพาะฟุตบอลน็อกเอาต์ เรามั่นใจในตัวเอง เอามาเลยใครก็ได้ที่รออยู่”

ทัศนคติแบบนี้ผู้จัดการทีมก็คิดเหมือนกัน

นิวคาสเซิ่ลบรรลุเป้าหมายหลักคือเข้ารอบต่อไปแล้ว แต่เอ็ดดี้ ฮาว ไม่ต้องการให้เส้นทางของทีมจบแค่นี้

เขามั่นใจว่าทีมสามารถ “ยกระดับเกมและแข่งขันกับใครก็ได้”

“เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง” เขากล่าว “เราเคยเห็นด้านที่ดีที่สุดของตัวเองในเกมคัพและเกมเดี่ยวๆ ที่เรายกระดับรับมือทุกความท้าทาย”

“เราต้องมีทัศนคติแบบนั้นอีกครั้ง ไม่ว่าเจอใครในรอบต่อไป”

นิวคาสเซิ่ลท้าเชลซีและบาร์ซ่า

นิวคาสเซิ่ลกำลังสนุกกับการกลับมาอยู่ในเวทีท็อปของยุโรปจริงๆ

ทีมของฮาวเป็นทีมยิงประตูมากสุดในแชมเปียนส์ลีก 26 ลูก และชนะ 6 นัดในรายการนี้ครั้งแรก

เป็นการพลิกเกมสุดยอดใน 2 สัปดาห์ครึ่งล่าสุด

ฮาวยอมรับเองว่าทำงานไม่ดีพอหลังแพ้เบรนท์ฟอร์ด 2-3 และโดนแฟนบางส่วนโห่ที่เซนต์เจมส์ พาร์ค

หลังจากนั้นเขาคิดทบทวน ส่วนนักเตะสัญญาจะ “สู้เพื่อกุนซือ”

นิวคาสเซิ่ลชนะ 4 จาก 5 นัดล่าสุดทุกรายการ และเข้ารอบน็อกเอาต์

ถึงพรีเมียร์ลีกจะแข็งแกร่งและรายได้สูงกว่าลีกอื่น แต่หลายคนสงสัยว่ามันน่าแปลกใจขนาดนั้นไหม โดยท็อตแน่มอันดับเกือบตกชั้นยังติดท็อป 8 ลีกเฟส

แต่ชัยชนะ 6 นัดของนิวคาสเซิ่ลเหนือคาราบาก, เบนฟิก้า, พีเอสวี, แอธเลติก คลับ และยูเนี่ยน แซงต์-กิลลัวส์ ไม่ใช่เรื่องง่าย

คาราบากเคยเสมอเชลซีและชนะเบนฟิก้า, ไอน์ทรัคท์, โคเปนเฮเกน แต่นิวคาสเซิ่ลถล่มเละ

แม้ฮาวจะบ่นว่านัดสองควรดีกว่านี้ แต่นิวคาสเซิ่ลพิสูจน์แล้วว่าสู้ยอดทีมยุโรปได้

เสมอปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-1 และแพ้บาร์ซ่า 1-2 แบบสูสี

แดน เบิร์นกองหลังบอกว่าสามารถ “แข่งขันกับใครก็ได้ในวันที่ดี”

“เราแสดงให้เห็นแล้ว โดยเฉพาะกับพีเอสจี ว่าดีแค่ไหน” เขาเขียนในโปรแกรมแข่ง

“เรายกระดับเกมเพราะเจอทีมใหญ่ในเวทีนี้”

กำลังสนุกกับรูปแบบใหม่

พวกเขาจะตื่นเต้นกับบาร์ซ่าแน่

นิวคาสเซิ่ลมีงานหนักในพรีเมียร์ลีก อันดับ 11 แต่ในแชมเปียนส์ลีกไม่หวั่น

จากที่เคยตื่นเต้นกับการเปิดสนาม ตอนนี้รู้สึกเป็นเจ้าถิ่นแล้ว

มัฟฟี่ตาโตตอนได้ยินเพลงแชมเปียนส์ลีกที่ซาน ซิโร่ปี 2023 แต่ตอนนี้ชิน

มีประสบการณ์จากกลุ่มยากปีก่อน (พีเอสจี, ดอร์ทมุนด์, เอซี มิลาน) บวกถ้วยคาราบาวคัพชนะลิเวอร์พูล สิ้นสุด 70 ปีรอคอย

ดไวท์ เกย์ล อดีตดาวยิงบอกว่าจะตื่นเต้นกับการจับสลากวันศุกร์

“เด็กๆ ในห้องแต่งตัวจะฮึกเหิมกับคู่ต่อไป พวกเขาจะตื่นเต้นกับบาร์ซ่า สร้างคู่หูสุดมันส์ การต่อยอดแบบนี้เพอร์เฟกต์ และพวกเขาหิวกระหายมากกว่านี้”

นิวคาสเซิ่ลท้าเชลซีและบาร์ซ่าด้วยความมั่นใจแบบนี้ แฟนๆ สาลิกาดงมีลุ้นไปไกลในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้แน่นอน! ติดตามการจับสลากรอบ 16 ทีมและอัปเดตผลบอลเพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ